เชื่อหรือไม่ว่า มีคุณผู้ชายจำนวนไม่น้อย ที่ปล่อยให้ตัวเองอยู่กับปัญหาผมร่วง ผมบาง มานานมากกว่า 20 ปี โดยช่วงแรกผมอาจจะเริ่มร่วงเพียงเล็กน้อย ยังสังเกตเห็นได้ไม่ชัด แต่เมื่อไม่ได้เข้ามาปรึกษาแพทย์และรับการรักษาฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง อาการผมร่วง ผมบาง จึงค่อย ๆ รุนแรงขึ้น จนเมื่อเวลาผ่านไป 10 – 20 ปี อาการผมบางนั้นหนักขึ้น สังเกตเห็นร่องรอยความบางหรือการถอยร่นได้ชัด และกลายเป็นปัญหากวนใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ถึงตอนนั้น คุณผู้ชายก็เริ่มนับถอยหลังเข้าสู่วัย 50 หรือ 60 up แล้ว หลาย ๆ คนจึงเกิดคำถามว่า การที่เราปล่อยให้ผมบางมาเกิน 20 ปีแบบนี้ เราจะยังสามารถปลูกผมได้หรือไม่?
สำหรับคำถามนี้ ต้องบอกว่าไม่มีคำตอบที่ตายตัว เนื่องจากคุณผู้ชายควรต้องเข้ารับการประเมินจากแพทย์เป็นรายบุคคล แพทย์จึงจะสามารถวิเคราะห์ได้ว่า คุณผู้ชายยังสามารถปลูกผมถาวรให้ประสบความสำเร็จได้หรือไม่ รวมถึงเป็นการปลูกผมที่คุ้มค่ากับการลงทุนมากแค่ไหน ทั้งนี้ เป็นเพราะการปลูกผมมีปัจจัยและเงื่อนไขที่ต้องคำนึงถึงมากมาย แตกต่างกันไปในคนไข้แต่ละคน และนี่คือสิ่งที่แพทย์จะนำมาประเมินเพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการปลูกผม
Donor Area หมายถึงพื้นที่บริเวณด้านหลังท้ายทอย ที่แพทย์สามารถย้ายกราฟต์ผมต้นทุนไปปลูกใหม่ในบริเวณอื่นที่ต้องการได้ เนื่องจากผมบริเวณนี้ มีความแข็งแรง ทนทานต่อการหลุดร่วง และเมื่อย้ายไปปลูกใหม่แล้ว คุณสมบัตินี้ก็จะยังตามไปด้วย ทำให้ผมที่ปลูกใหม่ สามารถอยู่กับเราไปได้ชั่วชีวิต หากบริเวณ Donor Area อยู่ในสภาพดี ก็จะส่งผลต่อคุณภาพกราฟต์ผมต้นทุนด้วยนั่นเอง
สำหรับกราฟต์ผมต้นทุน เรียกได้ว่าเป็นหัวใจหลักในการปลูกผมเลยทีเดียว แต่เมื่อผมต้นทุนจะต้องมาจาก Donor Area บริเวณท้ายทอยเท่านั้น นั่นก็หมายความว่า แต่ละคนมีปริมาณกราฟต์ผมต้นทุนอยู่เพียงจำกัด ซึ่งเราสามารถนำไปใช้ปลูกผมได้เพียงครั้งเดียว หรือสองครั้งเท่านั้น ที่สำคัญ กราฟต์ผมต้นทุนยังเสื่อมสภาพไปตามวัย หากมาเข้ารับการปลูกผมเมื่ออายุมากแล้ว ก็มีโอกาสที่กราฟต์ผมต้นทุนจะอ่อนแอลง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพการปลูกผมด้วยเช่นกัน
ปริมาณกราฟต์ผมต้นทุนที่มีจะเพียงพอหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับความกว้างของพื้นที่ที่ต้องการปลูกผม หากคนไข้มีอาการผมบางเพียงเล็กน้อย ก็สามารถใช้กราฟต์ผมต้นทุนเติมในจุดที่บางได้เต็มที่ แต่หากคนไข้มีอาการผมบางต่อเนื่องยาวนานมากกว่า 20 ปี ก็เป็นไปได้ว่า พื้นที่ผมบางนั้นอาจจะค่อนข้างกว้าง และต้องการกราฟต์ผมต้นทุนมาเติมเต็มในปริมาณมาก นี่จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญเช่นกัน
คนไข้แต่ละคน มีความต้องการในการปลูกผมแตกต่างกันไป ซึ่งหากคนไข้ต้องการผลลัพธ์ผมหนาแน่นเต็มที่ แต่ปริมาณกราฟต์ผมต้นทุนที่นำมาปลูกได้ มีไม่เพียงพอ ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ความคาดหวังในการปลูกผมของคนไข้
สำหรับคนไข้ที่เริ่มเข้าสู่ภาวะสูงวัย ตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป หากปริมาณกราฟต์ผมต้นทุนเหลือน้อย ในขณะที่พื้นที่ที่ต้องการปลูกผมกินบริเวณกว้าง และอาจมีหลายจุด เช่น บริเวณหน้าผาก หรือบริเวณกลางศีรษะ ในกรณีนี้ แพทย์จะชวนคนไข้ออกแบบแนวทางการรักษา โดยจัดลำดับความสำคัญของบริเวณที่จะปลูก เพื่อบริหารกราฟต์ผมต้นทุนที่มีให้ใช้ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด ซึ่งคนไข้สามารถเลือกได้ว่าอยากจะปลูกเน้นตรงจุดไหนเป็นพิเศษ แล้วค่อยใช้วิธีการรักษาผมร่วง ผมบาง แบบอื่น ๆ ในบริเวณที่เหลือ ภายใต้การดูแลและคำแนะนำของแพทย์
และนั่นคือหนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการปลูกผมถาวร NEAT จากนามนิน ซึ่งแพทย์ให้ความสำคัญกับการประเมินสภาพผมและหนังศีรษะเบื้องต้น รวมถึงการคำนวณกราฟต์ผมต้นทุน เพื่อให้คนไข้สามารถออกแบบแนวทางการรักษาได้ใกล้เคียงกับความต้องการมากที่สุด โดยเป็นการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ที่ยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง
การปลูกผมถาวร NEAT ยังให้ความสำคัญกับการปลูกผมโดยแพทย์เองแบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น โดยคนไข้ไม่ต้องโกนผมทิ้ง และมีเทคนิคช่วยซ่อนรอยที่นำกราฟต์ผมออกจากด้านหลังท้ายทอยอย่างแนบเนียน หลังปลูกแทบไม่พบอาการบวม ไม่ต้องรัดผ้า ที่สำคัญ หากเป็นการปลูกผมบริเวณกลางศีรษะ แพทย์จะใช้เทคนิคปลูกผมแทรกไปกับผมเดิม เพื่อความกลมกลืนแลดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด
และคุณผู้ชายยังอุ่นใจได้ว่า หลังปลูกผมแล้ว แพทย์จะคอยให้คำปรึกษาติดตามผลด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม เพื่อให้เส้นผมใหม่ของคุณแข็งแรง สุขภาพดี แม้จะอยู่ในวัย 50 up ก็ตาม