ปัจจุบัน กระแส Longevity กำลังค่อย ๆ เปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นการเลือกรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย รวมไปถึงการดูแลตนเองภายใต้ศาสตร์ชะลอวัย โดยคำว่า Longevity นั้นไม่ได้มีความหมายแค่การมีอายุที่ยืนยาว แต่ชีวิตที่ยืนยาวนั้นต้องมาพร้อมกับสุขภาพที่ดีและคุณภาพชีวิตที่ดีด้วย
แน่นอนว่า “เส้นผม” ก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่เราสามารถยกระดับการดูแลไปอีกขั้นด้วยแนวคิด Longevity เช่นกัน จึงเป็นที่มาของ “Hair Longevity” มิติใหม่ในการดูแลเส้นผม โดยเป็นการยืดอายุการทำงานของรากผม และคงคุณภาพของเส้นผมให้นานที่สุด ที่สำคัญ ไม่ต้องรอให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบาง ขั้นรุนแรงเสียก่อน แล้วจึงค่อยตามแก้ไข แต่มุ่งจัดการที่ต้นเหตุของอาการเสื่อมและหมดสภาพของรากผม เพื่อตอบโจทย์เจ้าของเส้นผมทั้งในเรื่องของสุขภาพและบุคลิกภาพในระยะยาวอย่างยั่งยืน
ความท้าทาย...เมื่อเส้นผมมีอายุขัยจำกัด
ทราบหรือไม่ว่า เส้นผมที่โผล่พ้นหนังศีรษะขึ้นมาแล้วนั้น เป็นเพียงเซลล์ที่ไม่มีชีวิต (Dead cellls) นั่นหมายความว่า เส้นผมส่วนนั้นจะไม่สามารถฟื้นฟูตัวเองในระดับโครงสร้างได้ ดังนั้น Hair Care หรือการที่เราใช้ครีมนวดผม ทรีตเมนต์ หรือออยล์บำรุงผมให้นุ่มสลวย ในทางการแพทย์จึงอาจเรียกได้ว่าเป็นการดูแลเส้นผมแบบปลายเหตุ ซึ่งทำได้เพียงเคลือบบำรุงผิวชั้นนอกของเส้นผมไว้ชั่วคราวเท่านั้น
ขณะที่คำตอบของการดูแลเส้นผมให้ลึกลงไปถึงต้นทาง อยู่ที่ “รากผม” (Hair Follicle) ซึ่งเป็นอวัยวะเดี่ยวใต้ชั้นผิวหนัง ที่ทำหน้าที่สร้างเส้นผมสุขภาพดี ข้อเท็จจริงนี้เปลี่ยนมุมมองในการดูแลเส้นผมที่ลึกถึงระดับชั้นหนังศีรษะ ว่าเป็น Anti-Aging รูปแบบใหม่ของวงการความงาม
อย่างไรก็ตาม “รากผม” นับว่าเป็น ทรัพยากรที่มีอายุการใช้งานจำกัด เพราะมนุษย์เรามีรูขุมขนและรากผมติดตัวมาตั้งแต่เกิด โดยไม่สามารถสร้างขึ้นใหม่เพิ่มเติมได้หลังจากนั้น รากผมแต่ละรากยังมีโควตาในการผลิตเส้นผมจำกัดตามวงจรธรรมชาติ หากระบบการทำงานของรากผมในระดับเซลล์เสื่อมสภาพลงก่อนเวลาอันควร รากผมอาจถึงวันหยุดการทำงานอย่างถาวร
จุดนี้เอง ที่ Hair Longevity เข้ามาตอบโจทย์ ด้วยการเข้าไปดูแลหัวใจสำคัญคือระบบการทำงานของรากผมในระดับเซลล์ ให้ยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่าอายุชีวภาพ (Biological Age) ของมนุษย์จะเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้เส้นผมที่งอกใหม่มีความแข็งแรงมากขึ้น มีความหนาแน่นที่เหมาะสม สามารถฝังตัวอยู่ในชั้นหนังศีรษะได้นานที่สุด รวมถึงสามารถชะลอการเกิดผมหงอก เนื่องจากการสร้างเม็ดสีที่ดีขึ้นด้วย
Follicle Exhaustion
ต้นตอปัญหาผมร่วง ผมบาง ผมหงอกก่อนวัย
ยิ่งเราอายุมากขึ้น สิ่งที่เกิดตามมาก็คือกระบวนการ Follicle Exhaustion หรือสภาวะรากผมอ่อนล้าและเสื่อมสภาพตามวัย เกิดจากการที่เซลล์รากผมมีการแบ่งตัวลดลง ส่งผลให้รูขุมขนและรากผมค่อย ๆ ฝ่อตัวและเสื่อมสภาพไปตามอายุ
ต่อไปนี้คือ 3 สัญญาณเตือน ว่ารากผมของเราอาจกำลังเข้าสู่สภาวะเสื่อมภาพ
- เส้นผมมีขนาดเล็กลง (Hair Miniaturization)
โดยเราจะสังเกตได้ว่า เส้นผมที่เคยหนา ลดขนาดลง กลายเป็นเส้นขนอ่อนบาง ๆ
- วงจรการเติบโตของเส้นผมสั้นลง (Shortened Anagen Phase)
เส้นผมหลุดร่วงง่ายขึ้น และเร็วขึ้น ก่อนที่จะยาวเต็มที่
- ผมหงอกก่อนวัย (Premature Graying of Hair)
เมื่อเซลล์ที่ทำหน้าที่สร้างเม็ดสี เริ่มทำงานได้น้อยลง จึงสังเกตเห็นสีที่เปลี่ยนไปของเส้นผม
แม้ว่าอายุจะเป็นปัจจัยตามธรรมชาติ ที่ทำให้รากผมเสื่อมสภาพ แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีปัจจัยอีกหลายตัว ที่เร่งให้กระบวนการนี้เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ควรจะเป็น ได้แก่
- ความเครียดเรื้อรัง (Chronic Stress) ความเครียดเช่นนี้จะทำให้เกิดการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลออกมารบกวนวงจรตามธรรมชาติของเส้นผม
- มลภาวะ (Pollution) ซึ่งมีที่มาจากฝุ่น PM2.5 ตรงเข้าทำลายเซลล์รากผมโดยตรง
- โภชนาการที่ไม่สมดุล (Poor Nutrition) ส่งผลให้ขาดสารอาหารไปหล่อเลี้ยงการทำงานของรากผม
Hair Care vs Hair Longevity
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า การบำรุงผมแบบ Hair Care กับการดูแลแบบ Hair Longevity แตกต่างกันอย่างไร ลองทำความเข้าใจแบบง่าย ๆ จากตารางข้างล่างนี้
นี่จึงเป็นเหตุผลที่หลาย ๆ คนหันมาศึกษาและเดินตามแนวทาง Hair Longevity กันมากขึ้น เพราะนี่การคือดูแลเส้นผมที่เปรียบได้กับการลงทุนระยะยาวเพื่ออนาคตนั่นเอง
วิทยาศาสตร์ของการยืดอายุเส้นผม
Hair Longevity จึงเป็นการยื่นมือเข้าไปชะลอความเสื่อมถอยไม่ให้เกิดขึ้นเร็วเกินไป และถนอมวงจรชีวิตของเส้นผม (Hair Cycle) ให้อยู่ยืนยาว แทนที่จะเสื่อมลงตามอายุชีวภาพ ซึ่งจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อกลไกจากทั้งภายในและภายนอก ทำงานประสานกันอย่างลงตัว
กลไกภายใน – เราเติมอาหารแบบไหนให้เส้นผม
รากผมเป็นอวัยวะที่มีอัตราการแบ่งเซลล์สูงเป็นอันดับต้น ๆ ของร่างกาย จึงต้องการสารอาหารที่เหมาะสมไปหล่อเลี้ยงอย่างสม่ำเสมอและเพียงพอ การที่รากผมฝ่อลง (Follicle Miniaturization) จนนำไปสู่อาการผมร่วง ผมบาง ก็มีสาเหตุโดยตรงมาจากภาวะขาดสารอาหารเป็นปัจจัยหนึ่งด้วย เนื่องจากร่างกายจะเลือกส่งสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญอย่างเช่นหัวใจและสมองก่อน ทำให้รากผมได้รับสารอาหารน้อยลง อ่อนแอ ฝ่อตัว และอาจเกิดสภาวะผมร่วงเฉียบพลันตามมมา
ทั้งนี้ ภาวะขาดสารอาหาร อาจเกิดได้จากความรู้ในเรื่องโภชนาการที่ไม่เพียงพอ รวมไปถึงการพยายามลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว เช่น การปักปากกาที่ทำให้ไม่รู้สึกอยากอาหาร ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว เราควรเติมสารอาหารพวกวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น อย่างเช่น Biotin, Zinc หรือสังกะสี, วิตามิน D, วิตามิน E, วิตามิน A, วิตามิน C, หรือวิตามิน B รวม เพื่อเสริมการดูแลรากผมและเส้นผมโดยตรงจากภายใน
กลไกภายนอก – ผลิตภัณฑ์และโปรแกรมทรีตเมนต์บำรุงเส้นผม
ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมเทรนด์ใหม่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแชมพู สเปรย์ หรือเซรั่ม ไม่เพียงเน้นแค่เรื่องการทำความสะอาด แต่ยังได้รับการออกแบบให้สามารถส่งผ่านสารออกฤทธิ์สำคัญ (Active Ingredients) ลงลึกถึงระดับรากผม อย่างเช่นผลิตภัณฑ์ Elixir Hair Serum by NEAT HAIRNUE จากนามนิน ที่ช่วยลดการหลุดร่วง กระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม ทั้งยังช่วยลดภาวะผมหงอกก่อนวัยอันควร
เช่นเดียวกับโปรแกรมทรีตเมนต์จากนามนิน ที่ช่วยฟื้นฟูการทำงานของรากผม เมื่อเข้ารับบริการตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น
- โปรแกรมฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy)
- โปรแกรม Hair Revive
- โปรแกรม PHB
ไม่เพียงเท่านั้น ยังรวมไปถึงการดูแลด้วยความใส่ใจจากแพทย์ด้านเส้นผมและหนังศีรษะ ซึ่งคุณหมอนิน - แพทย์หญิงนิล นามทองต้น แห่งคลินิกนามนิน จะตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อออกแบบแนวทางการดูแลหรือรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) ตามสภาพปัญหาและความต้องการของคนไข้แต่ละคนโดยไม่ซ้ำกัน เพื่อให้การฟื้นฟูดูแลรากผมและเส้นผมเป็นไปอย่างตรงจุด และเห็นผลลัพธ์ระยะยาวได้อย่างยั่งยืนที่สุด ตามแนวคิด Hair Longevity นั่นเอง
ถึงตรงนี้ หลาย ๆ คนคงเข้าใจแล้วว่า Hair Longevity ไม่ใช่การแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง แบบเห็นผลทันตา แต่คือการป้องกันปัญหา ด้วยการยืดอายุการทำงานของรากผม ดูแลรักษาเส้นผมให้คงคุณภาพและอยู่กับเราไปได้นานที่สุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเส้นผมคือทรัพยากรสำคัญที่ประเมินมูลค่าเป็นตัวเลขแทบไม่ได้ การปรับมุมมองใหม่ จากการรอให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบาง แล้วจึงค่อยเริ่มมาพบแพทย์ มาเป็นการร่วมมือกับแพทย์ตั้งแต่ DAY 1 ที่สัญญาณเตือนแรกเริ่มปรากฏ เพื่อวางแผนการดูแลเส้นผมไปด้วยกัน จึงเป็นสิ่งที่นามนินอยากแนะนำให้กับคนรักเส้นผมทุกคน ซึ่งนามนินเองก็พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดในการดูแลสุขภาพเส้นผมระยะยาวด้วยศาสตร์แห่งการชะลอวัยรากผม ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ เพื่อเริ่มต้นเส้นทางสู่ผมแข็งแรงยั่งยืนได้ทุกช่วงวัย