Tag : โปรแกรม Hair Revive
Chemical Trauma เมื่อการทำสีผมเปลี่ยน "ชีววิทยา" ของเส้นผมอย่างถาวร
เคยไหม... ที่หลังการทำสีผม "ครั้งเดียว" เส้นผมกลับไม่เหมือนเดิมอีกเลย จากผมที่เคยนุ่ม กลับแห้งกระด้าง จากผมที่เคยมีน้ำหนัก กลับเบา ฟู และเปราะขาดง่าย และไม่ว่าจะบำรุงมากแค่ไหน ก็รู้สึกว่าเส้นผมไม่เคยกลับไปเหมือนเดิม ในศาสตร์ด้านเส้นผมและหนังศีรษะ (Trichology) สิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือ "จุดเปลี่ยนทางชีววิทยาของเส้นผม" ที่สามารถอธิบายได้ด้วยหลักวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน
อ้างอิง: Robbins CR. (2012). Chemical and Physical Behavior of Human Hair (5th ed.). Springer. | Bouillon C, Wilkinson J. (2005). The Science of Hair Care (2nd ed.). CRC Press.

1. Chemical Trauma คืออะไร และเกิดขึ้นอย่างไร?
ความเสียหายจากสารเคมีหรือ Chemical Trauma ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันในครั้งเดียว หากแต่เกิดในรูปแบบของ "ความเสียหายสะสม" (Cumulative Damage) ทุกครั้งที่ฟอก ดัด ยืด หรือทำสี เส้นผมจะสูญเสียความแข็งแรงเชิงโครงสร้าง (Structural Integrity) ทีละน้อย จนถึงจุดหนึ่งที่ระบบปกป้องตามธรรมชาติไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป และนั่นคือช่วงเวลาที่เส้นผมเข้าสู่ภาวะ 'Point of No Return' หรือจุดที่โครงสร้างของเส้นผมเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างถาวร และไม่สามารถฟื้นกลับสู่สภาพเดิมได้ด้วยการบำรุงทั่วไปอีกต่อไป
อ้างอิง: Marsh JM, et al. (2018). "Measuring the cumulative effects of hair weathering on hair fibers." Int J Cosmet Sci, 40(5):516–522. | Draelos ZD. (2010). Hair Care: An Illustrated Dermatologic Handbook. CRC Press.


สีผมประเภทออกซิเดชัน (Oxidative Color) ทำงานโดยอาศัยปฏิกิริยาเคมีเพื่อเปิดเกล็ดผมและเปลี่ยนเม็ดสีภายในเส้นผม กระบวนการแรกที่เกิดขึ้นคือการบังคับให้ชั้นเกล็ดเคลือบเส้นผม (Cuticle Scales) เปิดออก ด้วยสารอัลคาไลน์ (Alkaline Agent) เช่น แอมโมเนีย (Ammonia) หรือสารทดแทนอัลคาไลน์อื่น ๆ ที่ปรับ pH ของเส้นผมจากระดับปกติ (4.5-5.5) ให้สูงขึ้นสู่ระดับ 9-11 เพื่อให้สารเคมีแทรกซึมเข้าสู่แกนกลางของเส้นผม (Cortex) ที่ประกอบด้วยเม็ดสีเมลานิน (Melanin) และโปรตีนเคราติน (Keratin) ซึ่งการเปิดเกล็ดผมด้วยกระบวนการออกซิเดชันนี้ ไม่ได้สร้างความเสียหายเพียงผิวภายนอก แต่ส่งผลถึงระดับโครงสร้างโมเลกุลของเส้นผมโดยตรง
อ้างอิง: Semalty M, et al. (2011). "Hair breakage in day to day life causes and management." Int J Pharm Sci Rev Res, 7(1):50–58. | Zviak C. (1986). The Science of Hair Care. Marcel Dekker. | Baran R, Maibach HI. (2010). Textbook of Cosmetic Dermatology (4th ed.). Informa Healthcare.

2. การสูญเสีย 18-MEA: เมื่อเกราะป้องกันธรรมชาติพังทลาย
หลังจากการทำสีผม บางคนอาจสังเกตได้ว่าเวลาผมเปียกน้ำจะ "นิ่มยุ่ย" ผิดปกติ นั่นคือสัญญาณของการสูญเสีย 18-MEA (18-Methyleicosanoic Acid) จากการทำสีผมแบบออกซิเดชัน 18-MEA คือชั้นไขมันกรดไขมันโมโนเลเยอร์ (Fatty Acid Monolayer) ที่จับยึดแบบ Thioester Bond กับพื้นผิวเกล็ดผมชั้นนอกสุด (F-Layer) ทำหน้าที่เหมือนเกราะป้องกันและช่วยให้เส้นผมเรียบลื่น ป้องกันความชื้นสูญเสีย และทำให้เส้นผมรู้สึกนุ่มลื่นตามธรรมชาติ เมื่อชั้นนี้เสียหายจากสารเคมีหรือการฟอกสี เกล็ดผมจะไม่สามารถควบคุมการดูดซับและปล่อยน้ำได้อีก ส่งผลให้เส้นผมสูญเสียความสามารถในการกันน้ำ กลายเป็นผม 'ดูดน้ำง่าย-แห้งง่าย' เกิดอาการชี้ฟู หยาบ เปราะขาดง่าย และโครงสร้างผมเสียสมดุลระยะยาว
อ้างอิง: Masukawa Y, et al. (2005). "Characterization of the complex lipid composition of the cuticle layer of human hair." J Cosmet Sci, 56(1):1–16. | Breakspear S, et al. (2005). "The effect of the covalently linked fatty acid 18-MEA on the nanotribology of hair's outermost surface." J Struct Biol, 149(3):235–242. | Swift JA. (1999). "Human hair cuticle: biologically conspired to the owner's advantage." J Cosmet Sci, 50(1):23–47.

เพิ่มเติมทางการแพทย์: 18-MEA เป็นหนึ่งในไขมันที่ศึกษามากที่สุดในงานวิจัยด้านชีววิทยาเส้นผม โดยพบว่าการฟอกสี (Bleaching) สามารถลดปริมาณ 18-MEA ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับเส้นผมเดิม

3. พันธะไดซัลไฟด์และ Hygral Fatigue: ความเสียหายในระดับโมเลกุล
เมื่อความเสียหายลึกลงถึงระดับแกนกลางของเส้นผม (Cortex) จะเริ่มปรากฏอาการที่สะท้อนถึงความอ่อนแอของโครงสร้างภายในอย่างชัดเจน หากเส้นผมยืดแล้วขาดง่ายและสูญเสียความยืดหยุ่น อาจเกี่ยวข้องกับ ภาวะการสูญเสียพันธะไดซัลไฟด์ (Disulfide Bond Depletion) หรือที่รู้จักในชื่อ Cystine Bond ซึ่งเป็นพันธะโควาเลนต์ที่เชื่อมสายเคราตินเข้าหากัน ทำหน้าที่คล้ายโครงเหล็กเสริมแรงภายในโครงสร้างผม เมื่อพันธะนี้ถูกทำลายจากสารเคมี ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นตามธรรมชาติของเส้นผมจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อ้างอิง: Bolduc C, Shapiro J. (2001). "Hair care products: waving, straightening, conditioning, and coloring." Clin Dermatol, 19(4):431–436. | Tran CD, et al. (2010). "UV-radiation induced oxidation of cystine and methionine in human hair." J Photochem Photobiol B, 101(1):86–91. | Franbourg A, et al. (2003). "Current research on ethnic hair." J Am Acad Dermatol, 48(6 Suppl):S115-119.


ในบางกรณี หากเส้นผมพองฟูและควบคุมไม่ได้ในสภาพอากาศชื้น นั่นสะท้อนถึงภาวะ Hygral Fatigue ซึ่งเกิดจากการที่เส้นผมพองและหดตัวซ้ำ ๆ ตามความชื้นในสภาพแวดล้อม จนโครงสร้างภายในเกิดความล้าสะสม (Mechanical Fatigue) อ่อนแอลง และสูญเสียความสามารถในการรักษารูปทรงเดิม และเมื่อพบอาการผมขาดกลางเส้นแม้ไม่ได้ดึงแรง อาจเป็นสัญญาณของการแตกหักของโครงสร้างโปรตีนภายในระดับโมเลกุล (Protein Chain Fracture) อย่างชัดเจน นี่คือเหตุผลว่าทำไมคอนดิชั่นเนอร์หรือเซรั่มหลายชนิดจึงให้ผลเพียงชั่วคราว เพราะปัญหาที่แท้จริงเกิดขึ้นในระดับโครงสร้างโปรตีนภายในเส้นผมแล้ว
อ้างอิง: Robbins CR. (2009). "Interaction of shampoo and crème rinse ingredients with human hair: sorption." J Soc Cosmet Chem, 60:37–54. | Wortmann FJ, et al. (2002). "Effect of water on the mechanical and fracture properties of human hair." J Cosmet Sci, 53(4):219–228.

4. การฟื้นฟูหลายระดับ: ศาสตร์แห่งการซ่อมแซมจากภายใน
การฟื้นฟูที่แท้จริงจึงต้องเป็นการฟื้นฟูหลายระดับพร้อมกัน ประกอบด้วย:
ขั้นที่ 1: ปรับสมดุล pH: ลดการเปิดของเกล็ดผมโดยการปรับ pH ให้กลับสู่ระดับปกติ (4.5-5.5) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Citric Acid หรือ Lactic Acid เพื่อลดการสูญเสียโปรตีนจากภายในเส้นผม และหยุดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง
อ้างอิง: Wang X, et al. (2015). "The effect of pH on hair fiber damage." Cosmetics, 2(4):353-366.

ขั้นที่ 2: เติมชั้นไขมัน 18-MEA: การเติมกรดไขมันธรรมชาติกลับคืนสู่ผิวเส้นผม ช่วยให้เส้นผมกักเก็บความชุ่มชื้นได้อย่างสมดุล และช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างเส้นผม ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสียหายเชิงกล
อ้างอิง: Lam SM, et al. (2012). "The role of 18-methyleicosanoic acid (18-MEA) in damaged hair restoration." J Cosmet Dermatol, 11(3):227-233.

ขั้นที่ 3: ฟื้นฟูโปรตีนภายใน ใช้เคราตินโมเลกุลขนาดเล็ก (Hydrolyzed Keratin ขนาด < 1,000 Da) ที่มีโครงสร้างใกล้เคียงเส้นผมจริง เข้าไปช่วยเติมเต็มช่องว่างในชั้นแกนกลางของเส้นผม (Cortex) เพื่อเสริมความแข็งแรง ลดการเปราะขาด และช่วยให้เนื้อสัมผัสของเส้นผมกลับมาดูสุขภาพดีมากขึ้น
อ้างอิง: Dario MF, et al. (2015). "Keratin bioavailability in hair fiber: influence of molecular size." Int J Cosmet Sci, 37(3):338-346.

5. Hair Revive Program: การฟื้นฟูในระดับชีววิทยาของเส้นผมและหนังศีรษะ
เมื่อความเสียหายเกิดขึ้นในระดับโครงสร้าง การดูแลแบบทั่วไปจึงอาจไม่เพียงพออีกต่อไป จึงเป็นเหตุผลที่การฟื้นฟูเส้นผมในปัจจุบันเริ่มให้ความสำคัญกับการฟื้นฟูในระดับชีววิทยาของเส้นผมและหนังศีรษะมากขึ้น ด้วยแนวคิดนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการศึกษาวิจัยด้านการฟื้นฟูเส้นผม ที่คุณหมอนินร่วมมือกับทีมแพทย์จากเกาหลีใต้และอินโดนีเซีย เพื่อศึกษาทางเลือกใหม่ในการดูแลปัญหาผมร่วงและผมบาง


งานวิจัย "Comparative Efficacy of Topical Chitosan and Minoxidil in Hair Loss: A Controlled Study with Microneedling"  ซึ่งตีพิมพ์ใน The Journal of Craniofacial Surgery ได้ศึกษาประสิทธิภาพของสารสกัดไคโตซาน (Chitosan) จากเห็ด ผลการศึกษาพบว่าสารสกัดไคโตซานในความเข้มข้นที่เหมาะสม สามารถช่วยเพิ่มความหนาของเส้นผม ลดการหลุดร่วง และกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันยังมีโอกาสเกิดการระคายเคืองต่ำกว่าเมื่อเทียบกับการรักษาแบบดั้งเดิม
อ้างอิง: Wan, Jovian MBChB*; Sydorchuk, Olena BS†; Junawanto, Irwan MD‡; Choi, Wonseok MD§; Namthongton, Nil MD∥; Hendira, Putri MD, PhD¶; Putri, Ardhiah Iswanda MD#; Chansataporn, Pattra MD**; Pamela, Ruri MD††; Yi, Kyu-Ho MD, PhD The Journal of Craniofacial Surgery 37(5):p 1225-1228, May 2026.





องค์ความรู้นี้จึงถูกต่อยอดสู่ Hair Revive Program ซึ่งออกแบบมาเพื่อผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือเส้นผมอ่อนแอจาก Chemical Trauma และการอักเสบสะสมของหนังศีรษะ โดยแพทย์จะใช้ Microneedling ระดับตื้น ร่วมกับการนำส่งสารสกัดไคโตซานเข้าสู่ชั้นผิว (Transdermal Delivery) เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมของรากผม (Follicular Microenvironment) ลดการอักเสบ และเสริมความแข็งแรงของเส้นผมจากภายใน


6. คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: การทำสีผมสักกี่ครั้งถึงเริ่มเกิด Chemical Trauma?
A: ไม่มีตัวเลขที่ตายตัว ขึ้นอยู่กับความแรงของสารเคมี ระยะห่างระหว่างการทำสี และสุขภาพเส้นผมพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม งานวิจัยพบว่าการทำสีแบบออกซิเดชันซ้ำ ๆ ทุก 4-6 สัปดาห์โดยไม่มีการฟื้นฟู สามารถสะสมความเสียหายจนเห็นผลชัดเจนภายใน 6-12 เดือน

Q: ผมเสียจากสารเคมีฟื้นได้ไหม?
A: เส้นผมที่ "ออกมาแล้ว" ไม่มีเซลล์มีชีวิต จึงไม่สามารถซ่อมแซมตัวเองได้ แต่สามารถฟื้นฟูโครงสร้างได้บางส่วนด้วยการเติมโปรตีนและไขมันกลับคืน สิ่งที่ฟื้นฟูได้จริงคือสุขภาพของรากผม ซึ่งจะส่งผลต่อเส้นผมใหม่ที่งอกออกมา

Q: Hair Revive Program เหมาะกับใคร?
A: เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือเส้นผมเสียหายจากสารเคมีสะสม โดยเฉพาะในกลุ่มที่รักษาด้วยผลิตภัณฑ์ทั่วไปแล้วไม่ได้ผล แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล




บทสรุป: เส้นผมไม่ได้ต้องการปกปิด แต่ต้องการการฟื้นฟูที่แท้จริง
Hair Revive Program จึงไม่ใช่เพียงการดูแลเส้นผมเพื่อให้ดูดีขึ้นจากภายนอก แต่เป็นแนวทางฟื้นฟูที่เริ่มจากการเข้าใจโครงสร้างและชีววิทยาของเส้นผมจากภายใน เส้นผมที่อ่อนแอจากสารเคมีไม่ได้ต้องการเพียงการปกปิดความเสียหาย แต่ต้องการการฟื้นฟูที่เริ่มต้นจาก 'ต้นเหตุของโครงสร้างที่เปลี่ยนไป' อย่างแท้จริง เพราะสุขภาพที่แข็งแรงของเส้นผม เริ่มต้นที่รากผมและหนังศีรษะก่อนเสมอ

บรรณานุกรม (References)
1. Robbins CR. (2012). Chemical and Physical Behavior of Human Hair (5th ed.). Springer.
2. Bouillon C, Wilkinson J. (2005). The Science of Hair Care (2nd ed.). CRC Press.
3. Marsh JM, et al. (2018). Measuring the cumulative effects of hair weathering on hair fibers. Int J Cosmet Sci, 40(5):516–522.
4. Masukawa Y, et al. (2005). Characterization of the complex lipid composition of the cuticle layer of human hair. J Cosmet Sci, 56(1):1–16.
5. Breakspear S, et al. (2005). The effect of the covalently linked fatty acid 18-MEA on the nanotribology of hair's outermost surface. J Struct Biol, 149(3):235–242.
6. Swift JA. (1999). Human hair cuticle: biologically conspired to the owner's advantage. J Cosmet Sci, 50(1):23–47.
7. Bolduc C, Shapiro J. (2001). Hair care products: waving, straightening, conditioning, and coloring. Clin Dermatol, 19(4):431–436.
8. Wortmann FJ, et al. (2002). Effect of water on the mechanical and fracture properties of human hair. J Cosmet Sci, 53(4):219–228.
9. Draelos ZD. (2010). Hair Care: An Illustrated Dermatologic Handbook. CRC Press.
10. Wang X, et al. (2015). The effect of pH on hair fiber damage. Cosmetics, 2(4):353-366.
11. Dario MF, et al. (2015). Keratin bioavailability in hair fiber: influence of molecular size. Int J Cosmet Sci, 37(3):338-346.
12. Semalty M, et al. (2011). Hair breakage in day to day life causes and management. Int J Pharm Sci Rev Res, 7(1):50–58.
13. Baran R, Maibach HI. (2010). Textbook of Cosmetic Dermatology (4th ed.). Informa Healthcare.
14.Wan, Jovian MBChB*; Sydorchuk, Olena BS†; Junawanto, Irwan MD‡; Choi, Wonseok MD§; Namthongton, Nil MD∥; Hendira, Putri MD, PhD¶; Putri, Ardhiah Iswanda MD#; Chansataporn, Pattra MD**; Pamela, Ruri MD††; Yi, Kyu-Ho MD, PhD  (2025).Comparative Efficacy of Topical Chitosan and Minoxidil in Hair Loss: A Controlled Study with Microneedling. The Journal of Craniofacial Surgery 37(5):p 1225-1228,
15. United States Trichology Institute 
ทางออกของปัญหาผมบาง ด้วย Hair Revive Program
เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ชายวัยทำงาน
ในช่วงวัย 30–40 ปีของผู้ชาย หลายคนกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตในหน้าที่การงาน การเป็นผู้นำในองค์กร หรือการสร้างธุรกิจของตัวเองให้มั่นคงมากยิ่งขึ้น ช่วงเวลานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นช่วงที่ "บุคลิกภาพ" มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นใจในทุก ๆ ก้าวของชีวิต และหนึ่งในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม แต่กลับส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมอย่างมาก ก็คือ "เส้นผม" ที่ช่วยเติมเต็มความดูดีได้อย่างเป็นธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความรับผิดชอบและความเร่งรีบในแต่ละวัน ผู้ชายจำนวนไม่น้อยเริ่มเผชิญกับปัญหาเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นผมบาง ผมเส้นเล็ก ลีบแบน ซึ่งมักค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความเครียดจากการทำงาน รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น การออกกำลังกายกลางแจ้ง อย่างการตีกอล์ฟหรือเทนนิส การทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก หรือแม้แต่การผ่อนคลายด้วยการเข้าซาวน่า ซึ่งล้วนทำให้เส้นผมและหนังศีรษะต้องเผชิญกับความร้อนและอับชื้นอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ปัญหาผมร่วงหรือผมบางจึงเริ่มชัดเจนขึ้น แม้จะยังไม่ถึงขั้นศีรษะล้าน แต่ก็เป็นสัญญาณเล็ก ๆ ที่กำลังบอกเราว่า หนังศีรษะและรากผมกำลังต้องการการดูแลอย่างใส่ใจมากขึ้น

จุดเริ่มต้นของ Hair Revive Program
จากความกังวลเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งบางคนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่สำหรับคุณหมอนิน ปัญหานี้ได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา Hair Revive Program โปรแกรมฟื้นบำรุงเส้นผมจากนามนิน เพื่อดูแลทั้งเส้นผมและหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน พร้อมช่วยเสริมความมั่นใจให้กลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ

Hair Revive Program เป็นการต่อยอดจากงานวิจัยระดับนานาชาติ ที่คุณหมอนินร่วมมือกับทีมแพทย์ชั้นนำจากเกาหลีใต้และอินโดนีเซีย เพื่อค้นหาสารสกัดธรรมชาติจากพืช ที่สามารถช่วยในเรื่องผมร่วง ผมบาง โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง งานวิจัยในหัวข้อ Comparative Efficacy of Topical Chitosan and Minoxidil in Hair Loss: A Controlled Study with Microneedling ได้รับการตีพิมพ์ใน The Journal of Craniofacial Surgery วารสารชั้นนำด้านศัลยกรรมกะโหลกศีรษะและใบหน้าระดับนานาชาติ



สารสกัดไคโตซานจากเห็ด: สิ่งที่งานวิจัยค้นพบ
สารสกัดที่คุณหมอนินและทีมแพทย์ให้ความสนใจในงานวิจัยชิ้นนี้ คือ สารสกัดไคโตซานจากเห็ด ซึ่งมีคุณสมบัติเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม สามารถพัฒนาไปเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากตัวยาเดิม ๆ ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปได้



จากการทดลองในผู้ป่วยจริงเป็นระยะเวลา 6 เดือน ทีมวิจัยพบว่าสารสกัดไคโตซานจากเห็ดในปริมาณที่เหมาะสม ให้ผลลัพธ์ที่เทียบเคียงได้กับการรักษาด้วย Minoxidil โดยไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในหลายตัวชี้วัดสำคัญ


ผลการเปรียบเทียบกับ Minoxidil: ทั้งสองกลุ่มให้ผลด้านขนาดเส้นผมและความพึงพอใจใกล้เคียงกัน (P=0.69 และ P=0.58 ตามลำดับ) และที่สำคัญ กลุ่ม Chitosan เกิดการระคายเคืองน้อยกว่า โดยไม่มีผลข้างเคียงทางระบบฮอร์โมน ซึ่งเป็นข้อด้อยที่พบได้ใน Minoxidil บางราย


ออกแบบมาสำหรับผู้ชายวัยทำงาน
โปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาด้วยความเข้าใจผู้ชายวัยทำงานโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาผมร่วง ผมบาง และมองหาการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก หรือไม่สะดวกกับการรักษาบางรูปแบบที่ต้องใช้เลือดของตนเอง Hair Revive Program จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลหนังศีรษะอย่างนุ่มนวล ควบคู่กับการฟื้นฟูรากผมให้กลับมาแข็งแรง ด้วยการผสานคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติและสารอาหารที่จำเป็น

ขั้นตอนการดูแล
เริ่มต้นจากการที่แพทย์ประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบสภาวะการอักเสบ เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการฉายแสงด้วย Low-Level Laser Therapy (LLLT) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดการหลุดร่วง จากนั้นเปิดผิวด้วย Microneedle therapy เพื่อเพิ่มการดูดซึมตัวยา กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระตุ้นการสร้างเซลล์รากผม แล้วทาสารสกัดไคโตซานลงบนบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาผมบาง ผมร่วง หรือการอักเสบ Hair Revive Program ใช้เวลาเข้ารับบริการประมาณ 45–60 นาที หลังเข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ชายวัยทำงานที่ต้องการดูแลตัวเองโดยไม่กระทบกับตารางชีวิตที่เร่งรีบ



ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของเส้นผมเท่านั้น แต่ยังเป็นการฟื้นฟูสุขภาพหนังศีรษะโดยรวมอย่างอ่อนโยน ช่วยลดการอักเสบ ลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของปัญหาผมร่วง เมื่อหนังศีรษะกลับมาแข็งแรง การหลุดร่วงก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมทั้งกระตุ้นให้รากผมที่เคยอ่อนแอกลับมาเติบโตได้ดีขึ้น เส้นผมใหม่จึงมีความหนา แน่น และแข็งแรงมากยิ่งขึ้น



เมื่อภาพลักษณ์ภายนอกได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม สิ่งที่ตามมาคือความมั่นใจที่สะท้อนออกมาจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นในการทำงาน การพบปะผู้คน หรือทุกก้าวของชีวิต

หมายเหตุ: ข้อมูลงานวิจัยอ้างอิงจาก Wan et al., The Journal of Craniofacial Surgery (2025) ซึ่งเป็นการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก คณะวิจัยระบุว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาขนาดใหญ่เพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลในระยะยาว ผลลัพธ์ที่ได้รับอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

บทความโดย: นามนิน คลินิก | แพทย์ด้านเส้นผมและหนังศีรษะ | เผยแพร่ : พฤษภาคม 2569

จากงานวิจัย สู่ HAIR REVIVE PROGRAM
แม้ว่าผู้ที่มีปัญหาผมเส้นเล็ก ร่วง บาง จะมีทางเลือกมากกว่าหนึ่งในการดูแลฟื้นฟูเส้นผม ให้กลับมามีขนาดใหญ่ขึ้น หนาแน่นขึ้น และแข็งแรงขึ้น แต่บางครั้ง แนวทางการรักษาที่มีอยู่ก็ไม่สามารถให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจแก่คนไข้ทุกกลุ่ม บางรายยังคงได้รับผลข้างเคียงจากการใช้ยา และบางคนไม่สะดวกกับบริการที่ต้องใช้เลือดของตนเอง หรือใช้เข็มในกระบวนการรักษา

นามนิน ไม่เคยมองข้ามความกังวลเล็ก ๆ ของคนไข้คนไหน จึงเกิดเป็นความตั้งใจของแพทย์หญิงนิล นามทองต้น หรือคุณหมอนิน ในการมองหาทางออกในการรักษาฟื้นฟูผมที่แตกต่างออกไป เพื่อตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของคนไข้ได้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น 

นั่นจึงเป็นที่มาของงานวิจัยระดับนานาชาติ ที่คุณหมอนินร่วมมือกับทีมแพทย์ชั้นนำจากเกาหลีใต้และอินโดนีเซีย เพื่อค้นหาสารสกัดธรรมชาติจากพืช ที่สามารถรักษาอาการผมร่วง ผมบาง โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง โดยงานวิจัยในหัวข้อ Comparative Efficacy of Topical Chitosan and Minoxidil in Hair Loss: A Controlled Study with Microneedling ได้รับการตีพิมพ์ใน The Journal of Craniofacial Surgery วารสารชั้นนำด้านศัลยกรรมกะโหลกศีรษะและใบหน้า ที่ช่วยพัฒนาการรักษาและเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อผู้ป่วยทั่วโลก




และสารสกัดจากธรรมชาติที่คุณหมอนินและทีมแพทย์ให้ความสนใจในงานวิจัยชิ้นนี้ ก็คือสารสกัดไคโตซานจากเห็ด ซึ่งมีคุณสมบัติเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม สามารถพัฒนาไปเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากตัวยาเดิม ๆ ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปได้ ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้ทำการทดลองในคนจริง ๆ และเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งเป็นกลุ่มทดลองที่ใช้ Minoxidil ซึ่งเป็นรูปแบบเดิมทั่วไปในการรักษา และกลุ่มทดลองที่สารสกัดไคโตซานจากเห็ดในการรักษา แล้วเปรียบเทียบกัน



ทีมวิจัยพบว่า สารสกัดไคโตซานจากเห็ดในปริมาณที่เหมาะสม ให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจไม่แพ้การรักษาด้วย Minoxidil สังเกตได้จากขนาดเส้นผมที่ใหญ่ขึ้น ความถี่ในการงอกของเส้นผมมากขึ้น สามารถลดการหลุดร่วงให้น้อยลง ทั้งยังเกิดโอกาสการระคายเคืองน้อยกว่ามาก

สารสกัดไคโตซานจากเห็ด จึงเป็นคำตอบใหม่ที่คุณหมอนินและทีมแพทย์ค้นพบผ่านงานวิจัย นำไปสู่ทางเลือกที่หลากหลายในการรักษามากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณหมอนินนำมาต่อยอดสู่โปรแกรม Hair Revive จากนามนินนั่นเอง


โปรแกรม Hair Revive ไม่เพียงโดดเด่นด้วยการใช้สารสกัดธรรมชาติจากพืชแท้ ๆ แต่ยังเหมาะกับผู้เข้ารับบริการที่ไม่สะดวกใช้เลือดของตัวเองในกระบวนการรักษา เพราะคุณหมอจะใช้ Microneedle สะกิดที่ชั้นหนังศีรษะระดับตื้น ก่อนทาสารสกัดไคโตซานเพื่อส่งพลังบำรุงเข้าสู่ผิวชั้นลึก โดยคุณหมอเป็นผู้ดูแลการทำหัตถการในทุกขั้นตอน 

โปรแกรม Hair Revive เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ การแพ้สารเคมี อาการข้างเคียงจากโรคหรือการผ่าตัด ความเครียด หรือการขาดสารอาหาร รวมถึงเหมาะกับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป โดยสามารถช่วยฟื้นฟูรากผมที่เคยอ่อนแอ ลดการอักเสบของหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม เพิ่มความหนาของเส้นผม และเสริมสุขภาพผมให้แข็งแรงจากภายใน ซึ่งผู้รับบริการสามารถสังเกตผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็วภายในระยะเวลาพียง 7 – 10 วัน



นี่จึงเป็นบทพิสูจน์ความใส่ใจของคุณหมอนิน ในการพยายามปรับแนวทางการฟื้นฟูเส้นผมให้เข้ากับปัญหาของแต่ละคน และทดลองรับบริการด้วยตนเองก่อนจนมั่นใจ นับเป็นการยกระดับการดูแลสุขภาพผมคนไทย ผ่านงานวิจัยระดับนานาชาติ เพื่อเปิดทางเลือกใหม่ ๆ ให้คนไข้ได้สัมผัสผลการรักษาที่ดีกว่าเดิม



“ผมบาง” รอไม่ได้ ยิ่งดูแลไว ยิ่งฟื้นเร็ว
ทำไมแพทย์จึงไม่แนะนำให้มาปรึกษาปัญหาเส้นผม เมื่ออาการผมร่วง ผมบาง เข้าขั้นรุนแรงแล้ว ?

เพราะการรอเวลาให้อายุมากขึ้น หรือรอให้ปัญหาผมบางเห็นได้ชัดขึ้น เท่ากับโอกาสคืนความหนาแน่นของเส้นผมที่น้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากอายุที่มากขึ้น เท่ากับสุขภาพผมโดยรวมที่เริ่มถดถอย อีกทั้งการดูแลรักษาเพื่อฟื้นฟูเส้นผมก็มีความท้าทายมากกว่า และมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าสู่ภาวะผมล้าน ซึ่งอาจจะสายเกินเยียวยาก็เป็นได้

มาลองเช็คสัญญาณผมร่วง ผมบาง ระดับเริ่มต้น ของทั้งคุณผู้หญิงและผู้ชาย ซึ่งสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ในชีวิตประจำวันของเราเอง

สัญญาณผมบางของคุณผู้หญิง
  • บริเวณแสกผมดูกว้างขึ้น จนเริ่มเห็นหนังศีรษะได้ชัด
  • ผมค่อย ๆ บางลงทั่วศีรษะ
  • ผมขึ้นใหม่เส้นเล็ก บาง อ่อนแอ ทำให้ผมจัดทรงยาก



สัญญาณผมบางของคุณผู้ชาย
  • แนวผมบริเวณหน้าผากเริ่มถอยร่นเข้าไปเป็นรูป M Shape
  • ผมบริเวณกลางศีรษะเริ่มบางลง
  • ผมยาวช้าลง เมื่อเทียบกับในอดีต


อีกข้อหนึ่งที่สังเกตได้ง่ายไม่แพ้กัน ก็คือปริมาณเส้นผมที่หลุดร่วง ไม่ว่าจะเป็นคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชาย หากผมร่วงผิดปกติมากกว่า 100 เส้นต่อวัน โดยสังเกตได้จากเวลาสระผม หวีผม หรือสังเกตผมที่ร่วงตามหมอนหรือพื้นห้อง ก็อาจะเป็นสัญญาณเริ่มแรกของภาวะผมร่วง ผมบาง 

หากรู้สึกถึงสัญญาณผมร่วง ผมบาง ดังที่กล่าวไปแล้ว ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ สามารถเข้ามาปรึกษาคุณหมอได้ทันที เพื่อให้คุณหมอช่วยตรวจประเมินอาการ และออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งนอกจากวิธีการรักษาทั่วไป อย่างเช่นการใช้แชมพูหรือเซรั่มลดผมร่วง ไปจนถึงการรับประทานวิตามินบำรุงต่าง ๆ อีกหนึ่งเส้นทางการรักษาที่นามนินขอแนะนำ ก็คือการเข้ารับบริการ Hair Revive Program  

Hair Revive Program เป็น Treatment ฟื้นบำรุงผมที่คุณหมอนินพัฒนาต่อยอดมาจากงานวิจัยระดับนานาชาติที่ทำร่วมกับแพทย์ชั้นนำจากหลายประเทศ จนค้นพบสารสกัดจากธรรมชาติ ที่เหมาะจะนำมาเป็นทางเลือกการรักษานอกเหนือจากวิธีการเดิม ๆ ซึ่งอาจไม่ได้ตอบโจทย์คนไข้ได้ทุกคน 

  • ความโดดเด่นของ  Hair Revive Program ก็คือการใช้ Microneedle สะกิดเปิดผิวที่ชั้นหนังศีรษะในระดับตื้น เพื่อให้สารบำรุงจากธรรมชาติที่ทาลงไปสามารถเข้าสู่ผิวชั้นลึกได้มากขึ้น
  • Hair Revive Program เป็น Treatment ที่คนไข้ไม่จำเป็นต้องใช้เลือดของตนเองในกระบวนการรักษา
  • สำหรับวิธีการรักษา ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยคุณหมอตลอดทุกขั้นตอน
  • หลังเข้ารับบริการ คนไข้ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที
  • ผู้เข้ารับบริการสามารถสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ ภายใน 7 – 10 วัน




Hair Revive Program พร้อมแล้วให้คุณพิสูจน์ผลลัพธ์สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่ดีกว่าเดิม 
ลดการหลุดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ รวมถึงลดการอักเสบและปรับสมดุลหนังศีรษะ 
ทั้งนี้ สามารถนัดหมายเข้ามาที่นามนิน เพื่อพูดคคุยปรึกษากับคุณหมอได้ตั้งแต่วันนี้ 

...เพราะผมบาง รอไม่ได้ ยิ่งดูแลไว ยิ่งฟื้นเร็ว...

แชมพูเด็กลดผมร่วงได้จริงหรือ? สิ่งที่ผู้ชายควรรู้ ก่อนเริ่มดูแลเส้นผมอย่างเข้าใจ
เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน ผู้ชายจำนวนไม่น้อยจะเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของเส้นผมที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น บางคนเริ่มรู้สึกว่าผมร่วงมากขึ้นหลังสระ หรือบางคนสังเกตเห็นว่าแนวผมเริ่มบางลงทีละน้อย แม้การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อาจยังไม่ถึงขั้นน่ากังวล แต่ก็อาจทำให้เกิดคำถามในใจว่า “ถึงเวลาที่ควรเริ่มดูแลเส้นผมอย่างจริงจังแล้วหรือยัง”

ด้วยเหตุนี้ การมองหาวิธีดูแลเส้นผมที่อ่อนโยนที่สุดจึงกลายเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ และหนึ่งในคำแนะนำที่มักถูกพูดถึงอยู่เสมอคือการลองใช้แชมพูสำหรับเด็ก ด้วยภาพลักษณ์ของความอ่อนโยน ปลอดภัย และไม่ระคายเคือง ทำให้หลายคนรู้สึกว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการดูแลหนังศีรษะ

แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนจะตัดสินใจใดๆ ก็ตาม สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า แชมพูเด็กนั้นเหมาะกับหนังศีรษะของผู้ชายจริงหรือไม่ และสามารถช่วยลดปัญหาผมร่วงได้อย่างที่หลายคนคาดหวังหรือเปล่า บทความนี้จึงตั้งใจพาคุณไปทำความเข้าใจอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้การดูแลเส้นผมของคุณเริ่มต้นจากข้อมูลที่ถูกต้องและเหมาะสมกับตัวคุณเองค่ะ

หนังศีรษะของผู้ชายมีลักษณะเฉพาะที่ได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย ทั้งฮอร์โมน พฤติกรรมการใช้ชีวิต และสภาพแวดล้อม ผู้ชายส่วนใหญ่มีหนังศีรษะที่ผลิตน้ำมันได้ค่อนข้างมาก เมื่อน้ำมันผสมกับเหงื่อ ความร้อน และมลภาวะ ความมันจึงสะสมได้ง่าย หากการทำความสะอาดไม่เหมาะสม รูขุมขนอาจเริ่มอุดตัน ส่งผลให้รากผมอ่อนแรง และเส้นผมหลุดร่วงได้ง่ายขึ้นโดยไม่รู้ตัว เมื่อหนังศีรษะเริ่มเสียสมดุล ปัญหาอย่างรังแคและอาการคันก็มักตามมาค่ะ โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องใส่หมวกหรือหมวกกันน็อกเป็นเวลานาน รวมถึงผู้ที่ใช้แว็กซ์ เจล หรือสเปรย์จัดแต่งทรงผมเป็นประจำ เมื่อความอับชื้นและสิ่งตกค้างเหล่านี้สะสมต่อเนื่อง อาจกลายเป็นปัญหาต่อหนังศีรษะในระยะยาว


ในด้านเส้นผม แม้ผู้ชายส่วนใหญ่มักมีเส้นผมที่แข็งและดูหนา แต่ก็พบปัญหาผมร่วงและผมบางได้บ่อย  โดยเฉพาะจากพันธุกรรมและฮอร์โมน มักจะเริ่มสังเกตเห็นได้จากบริเวณหน้าผากหรือกลางศีรษะ เมื่อผมเริ่มบางลง เส้นผมจะลีบแบน จัดทรงยาก จนค่อย ๆ ส่งผลต่อความมั่นใจในชีวิตประจำวัน

เมื่อประสบภาวะผมร่วงในลักษณะนี้ ด้วยความเข้าใจว่าหนังศีรษะต้องการการดูแลอย่างทะนุถนอม หลายคนจึงหันมาเลือกแชมพูเด็ก ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อหนังศีรษะที่บอบบาง ใช้สารทำความสะอาดที่มีความอ่อนโยนสูง ลดโอกาสการระคายเคือง และหลีกเลี่ยงสารที่อาจทำให้ผิวแพ้ง่าย จนอาจลืมคำนึงถึงไปว่า ความอ่อนโยนนี้อาจไม่ใช่คำตอบสำหรับทุกคน โดยเฉพาะผู้ชายที่มีหนังศีรษะมันง่าย มีเหงื่อมาก หรือใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเป็นประจำ แชมพูเด็กอาจไม่สามารถชะล้างความมันและสิ่งตกค้างได้อย่างหมดจดเท่าที่หนังศีรษะผู้ใหญ่ต้องการ ส่งผลให้คราบน้ำมันและสิ่งสกปรกสะสมตกค้าง นำไปสู่รังแคหรือปัญหาหนังศีรษะอื่น ๆ ตามมา

นอกจากนี้ แชมพูเด็กส่วนใหญ่มักไม่ได้เติมสารบำรุงหรือสารฟื้นฟูเส้นผม เนื่องจากเส้นผมของเด็กยังไม่ผ่านการทำสีหรือความร้อน ขณะที่เส้นผมของผู้ชายในชีวิตจริงต้องเผชิญกับแสงแดด ความร้อน และมลภาวะอยู่เสมอ การใช้แชมพูเด็กเพียงอย่างเดียวจึงอาจยังไม่เพียงพอสำหรับการดูแลเส้นผมในระยะยาว

และที่สำคัญคือ แชมพูเด็กไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาผมร่วงหรือผมบาง เนื่องจากสาเหตุของผมร่วงในผู้ชายมักเกี่ยวข้องกับฮอร์โมน พันธุกรรม ความเครียด หรือโภชนาการ ซึ่งต้องการการดูแลที่ลึกและตรงจุดมากกว่า และหากมีโรคผิวหนังที่หนังศีรษะ แชมพูเด็กก็ไม่สามารถช่วยรักษาได้ จำเป็นต้องได้รับการดูแลเฉพาะทางจากแพทย์ค่ะ

หนังศีรษะที่มีสุขภาพดีคือรากฐานสำคัญของเส้นผมที่แข็งแรง การทำความสะอาดที่เหมาะสมควรขจัดความมันและสิ่งตกค้างได้อย่างพอดี โดยไม่ทำลายสมดุลตามธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน เส้นผมก็ต้องการการบำรุงเพื่อรับมือกับความร้อน แสงแดด และมลภาวะในชีวิตประจำวันด้วย 

เมื่อเริ่มรู้สึกถึงปัญหาผมร่วงหรือผมบาง หลายคนมักเริ่มจากการเปลี่ยนแชมพู แต่ในความเป็นจริงแล้ว การดูแลเส้นผมให้แข็งแรงในระยะยาว ไม่ได้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่งเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นการดูแลอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่หนังศีรษะไปจนถึงรากผม ด้วยเหตุนี้ ผู้ชายที่ใส่ใจสุขภาพเส้นผมจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อหนังศีรษะผู้ใหญ่โดยเฉพาะ นามนินขอแนะนำ SHAMPOO MOJELIM ELIXIR และ MOJELIM ELIXIR TREATMENT ที่พัฒนาโดยโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านเส้นผมจากประเทศเกาหลี และผ่านการทดสอบทางการแพทย์ในด้านความปลอดภัยและการระคายเคือง 


แชมพูและทรีทเมนต์จะช่วยดูแลสมดุลระหว่างความมันและความชุ่มชื้นของหนังศีรษะ ลดการสะสมของสิ่งตกค้างที่อาจเป็นต้นเหตุของผมร่วง พร้อมมอบความรู้สึกสะอาด เบาสบาย หนังศีรษะไม่ตึง เมื่อใช้เป็นประจำ เส้นผมจะนุ่มขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ และแนะนำให้เสริมการดูแลรากผมด้วย Elixir Hair Serum ที่อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ จะช่วยบำรุงลึกถึงหนังศีรษะ เสริมความแข็งแรงของรากผม ลดการหลุดร่วง และช่วยให้เส้นผมที่งอกใหม่มีคุณภาพดีขึ้นไปพร้อมกัน


และสำหรับผู้ที่เห็นว่าผมบางชัดเจนขึ้น ยังไม่ต้องกังวลมากเกินไปค่ะ เพราะการแก้ปัญหานั้นไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องปลูกผมเสมอไป เพราะผมบางในระยะเริ่มต้นยังสามารถฟื้นฟูได้ หากแพทย์ประเมินแล้วว่ายังมีรากผมอยู่ ซึ่งที่นามนิน คลินิก มี Hair Revive Program โปรแกรมฟื้นฟูเส้นผมที่ดูแลโดย พญ.นิล นามทองต้น ในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การวิเคราะห์สภาพหนังศีรษะ การฉายแสง LLLT และการบำรุงรากผมด้วยเทคนิค Microneedle Therapy โดยใช้เข็มเล็กๆ สะกิดเบาๆ ที่หนังศีรษะเพื่อเพิ่มการดูดซึมตัวยา กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระตุ้นการสร้างเซลล์รากผม ช่วยฟื้นฟูรากผมและหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม และคืนชีวิตชีวาให้เส้นผมที่อ่อนแอ หลังเข้ารับบริการต่อเนื่อง ผมบริเวณที่เคยบางจะเริ่มกลับมาหนาขึ้น เส้นผมแข็งแรงและหนังศีรษะมีสุขภาพดี เส้นผมจะค่อย ๆ กลับมาแข็งแรงและดูหนาแน่นขึ้น



แชมพูเด็กอาจให้ความอ่อนโยนในช่วงสั้น ๆ แต่การดูแลเส้นผมของผู้ชายอย่างแท้จริง ควรเริ่มจากความเข้าใจในสภาพหนังศีรษะของตัวเอง และเลือกการดูแลที่เหมาะสมในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทำความสะอาด การบำรุง ไปจนถึงการฟื้นฟูเชิงลึกเมื่อจำเป็น การเริ่มต้นดูแลตั้งแต่วันนี้ คือการดูแลทั้งเส้นผมและความมั่นใจของคุณในระยะยาวอย่างแท้จริงค่ะ 
ผมบางกลางศีรษะในผู้หญิง ฟื้นฟูให้แน่นสวยได้ด้วย Hair Revive Program
“ผมบางกลางศีรษะ” ปัญหาที่ทำให้ความมั่นใจของผู้หญิงหลายคนเริ่มสั่นคลอน หลายครั้งที่อาจสังเกตเห็นว่ารอยแสกกว้างขึ้น หรือเส้นผมเริ่มบางลง จนอดคิดไม่ได้ว่า ผมจะกลับมาหนาเหมือนเดิมได้หรือไม่ ซึ่งในความเป็นจริงคือ ผมบางกลางศีรษะในผู้หญิงยังสามารถฟื้นฟูได้ หากเราเข้าใจสาเหตุและเริ่มดูแลรากผมอย่างถูกวิธีตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ


ผมบางบริเวณกลางศีรษะในผู้หญิง หรือที่เรียกว่า Female Pattern Baldness มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากผู้ชาย โดยเส้นผมจะค่อย ๆ บางลงทั่วทั้งศีรษะ เริ่มจากรอยแสกกลางศีรษะที่กว้างขึ้น มองด้านบนจะคล้ายต้นคริสต์มาส ก่อนจะบางขึ้นเรื่อย ๆ แต่แนวผมด้านหน้าจะยังคงอยู่ ไม่ถอยร่น ซึ่งแตกต่างจาก Male Pattern Baldness ที่มักเริ่มบางตรงแนวผมด้านหน้าแบบ M Shape และบางตรงกลางศีรษะจนเห็นหนังศีรษะชัดเจนและอาจลามมาบรรจบกัน


สาเหตุของผมบางในผู้หญิงมีหลายปัจจัย แต่ “ฮอร์โมน” ถือเป็นตัวแปรสำคัญ โดยเฉพาะฮอร์โมน Estrogen ซึ่งมีบทบาทในการรักษาความแข็งแรงของเส้นผม เมื่อระดับฮอร์โมนลดลง เช่น หลังคลอดบุตร การใช้ยาคุมกำเนิด หรือช่วงเข้าสู่วัยทอง ผมร่วงทั่วทั้งศีรษะจึงเกิดขึ้นได้มากกว่าปกติ นอกจากฮอร์โมนแล้ว ยังมีสาเหตุอื่นที่ส่งผลต่อความหนาแน่นของเส้นผม ได้แก่

  • กรรมพันธุ์และความเครียดสะสม  ความเครียดเรื้อรังหรือกรรมพันธุ์อาจทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมผิดปกติ เส้นผมเข้าสู่ระยะพักเร็วขึ้นและหลุดร่วงก่อนเวลา
  • การขาดสารอาหารสำคัญ โดยเฉพาะโปรตีน ธาตุเหล็ก และสังกะสี ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นผม
  • ปัญหาหนังศีรษะ เช่น การอักเสบเรื้อรัง รังแคเหนียว หรือรูขุมขนอุดตัน ทำให้รากผมอ่อนแรงและงอกใหม่ได้ช้า


หลายคนคิดว่าผมบางต้องแก้ไขด้วยการปลูกผมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีทางเลือกสำหรับผมบางระยะเริ่มต้น ซึ่งรากผมยังเหลืออยู่และสามารถฟื้นฟูได้ การเสริมความแข็งแรงให้รากผมที่ยังมีอยู่ ไม่เพียงช่วยให้เส้นผมกลับมามีชีวิตชีวา แต่ยังสามารถกระตุ้นการงอกใหม่ให้ผมกลับมาหนาแน่นได้อีกครั้งค่ะ

ที่นามนิน คลินิก เรามี Hair Revive Program ที่ใช้พลังของสารสกัดธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้หนาขึ้น ซึ่ง พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม เป็นผู้ออกแบบและดูแลด้วยตัวเองในทุกขั้นตอน เริ่มจากการปรึกษาและตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อประเมินความแข็งแรงของรากผม และวางแผนการรักษาที่ตรงกับปัญหาเฉพาะเป็นรายบุคคล

หลังจากคุณหมอนินได้วางแผนการรักษาแล้ว เข้ารับบริการต่อด้วยขั้นตอนการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy) คลื่นแสงความถี่ต่ำที่ตรงเข้ากระตุ้นเซลล์ปุ่มผม ซึ่งทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนจากเลือดเข้าสู่รากผม การฉายแสงช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด ฟื้นฟูรากผม กระตุ้นการงอกใหม่ และเสริมความหนาแน่นให้เส้นผม


จากนั้นเป็นขั้นตอนการเปิดผิวด้วย Microneedle Therapy โดยใช้เข็มเล็กๆ สะกิดเบาๆ ที่หนังศีรษะเพื่อเพิ่มการดูดซึมตัวยา กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระตุ้นการสร้างเซลล์รากผม ช่วยฟื้นฟูรากผมและหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม และคืนชีวิตชีวาให้เส้นผมที่อ่อนแอ หลังเข้ารับบริการต่อเนื่อง ผมบริเวณที่เคยบางจะเริ่มกลับมาหนาขึ้น เส้นผมแข็งแรงและหนังศีรษะมีสุขภาพดี เห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรก และคุณหมอเพิ่มความมั่นใจด้วยการถ่ายรูป Before & After เปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งค่ะ




เส้นผมที่แข็งแรงเริ่มจากรากผมที่มั่นคง หากสังเกตเห็นว่าผมบางลงหรือหนังศีรษะกำลังส่งสัญญาณเตือนบางอย่าง การเริ่มฟื้นฟูด้วย Hair Revive Program คือก้าวแรกสู่ผมหนาแน่น ดกดำ และความมั่นใจที่จะกลับคืนสู่ตัวคุณอย่างแท้จริง 


PHB & Hair Revive ฟื้นผมแบบไหนให้ตอบโจทย์
โปรแกรม Treatment คือหนึ่งในศาสตร์การดูแลเส้นผม ที่นามนินตั้งใจพัฒนาต่อยอดเพื่อการฟื้นบำรุงเส้นผมที่แข็งแรงโดยเฉพาะ Treatment หลากหลายโปรแกรมเหล่านี้ กลายเป็นตัวเลือกที่เปิดกว้างมากขึ้น เพื่อให้คุณหมอและคนไข้ร่วมกันออกแบบเส้นทางการรักษาได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด หลาย ๆ โปรแกรม สามารถเข้ารับบริการร่วมกันได้ และบางโปรแกรมก็ยังสามารถรับบริการเสริมร่วมกับการปลูกผมแบบถาวรเทคนิค NEAT เพื่อยกระดับการดูแลเส้นผมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

มาทำความรู้จักส่วนหนึ่งของโปรแกรม Treatment ที่นามนินคัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ซึ่งโปรแกรมฟื้นบำรุง ของนามนินนั้น ได้รับการออกแบบมาอย่างหลากหลาย เพื่อให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาเส้นผมแตกต่างกัน 

หากคุณเพิ่งเริ่มสังเกตพบปัญหา ผมร่วง ผมบาง ในระยะเริ่มต้น...

นามนินขอแนะนำ โปรแกรม PHB โปรแกรมที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟูเส้นผม ช่วยบูสต์กระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน เพื่อให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเอง และเร่งการสร้างเซลล์ผมใหม่ เสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมชะลออาการผมร่วง ผมบาง ได้อย่างตรงจุด ที่สำคัญ ยังสามารถพิสูจน์ผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ตั้งแต่เข้ารับบริการครั้งแรก




ขั้นตอนการรับบริการโปรแกรม PHB 
มีขั้นตอนที่สะดวกสบาย เพียงใช้วิธีฉีดเข้าสู่หนังศีรษะโดยตรง ในจุดที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง โดยไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น ปลอดภัย ปราศจากผลข้างเคียง ทั้งยังสามารถรับบริการพร้อมกับ Treatment อื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกันได้ หรือในบางกรณี คุณหมออาจพิจารณาให้คนไข้รับบริการ PHB เสริมกับการปลูกผมเทคนิค NEAT ด้วยเช่นกัน


สำหรับผู้เข้ารับบริการ PHB จะสามารถสังเกตผลลัพธ์ผมร่วงลดน้อยลงภายใน 3 – 7 วัน เส้นผมเริ่มงอกใหม่ภายใน 1 – 3 เดือน อีกทั้งเพิ่มขนาดเส้นผมให้หนาและใหญ่ขึ้น จนแลดูหนาขึ้นภายใน 3 – 4 เดือน พร้อมบำรุงผมให้ดูดกดำ เงางาม สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

หากคุณกำลังเผชิญปัญหา ผมร่วง ผมบาง จากหลายสาเหตุ...

นามนินขอแนะนำ Hair Revive Program โปรแกรมฟื้นบำรุงผมใหม่ ที่อาศัยพลังจากสารสกัดธรรมชาติร่วมกับสารอาหารผมมากคุณประโยชน์ต่าง ๆ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้
  • พันธุกรรมที่ส่งต่อจากคนในครอบครัว
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • ความเครียด
  • การขาดสารอาหาร
  • ภาวะหลังคลอดบุตร
  • ผมถูกทำร้ายจากการใช้สารเคมี


Hair Revive Program ตอบโจทย์คนรักเส้นผมที่ไม่สะดวกรับบริการ Treatment ที่จำเป็นต้องใช้เลือดของตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา และยังเหมาะกับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมแล้ว ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอ

  • ขั้นตอนในการเข้ารับบริการ Hair Revive Program
  • ทำความสะอาดหนังศีรษะด้วยแชมพู ก่อนทำหัตถการ
  • ฉายแสงด้วยเครื่อง LLLT กระตุ้นการไหลเวียนและลดการหลุดร่วง
  • เปิดผิวด้วย Microneedle Therapy ความลึก 0.5 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มการดูดซึมตัวยา กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระตุ้นการสร้างเซลล์รากผม
  • ทาผลิตภัณฑ์ลงบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือมีอาการอักเสบ
  • งดสระผมหรือใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังการรักษา




Hair Revive Program มอบผลลัพธ์สุขภาพแข็งแรง ลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ฟื้นฟูและกระตุ้นการเจริญเติบโตของรากผม ลดโอกาสผมหลุดร่วง รวมถึงกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม

และนี่ก็คือผลลัพธ์ความใส่ใจของนามนิน ในรูปแบบของโปรแกรมฟื้นบำรุงที่หลากหลาย รวมถึงแนวทางการรักษาใหม่ ๆ ที่เราพยายามพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์คนไข้ของนามนินได้ดียิ่งกว่าที่เคย
โปรแกรมฟื้นผมใหม่ Hair Revive Program
พบกับโปรแกรมฟื้นบำรุงผมใหม่จากนามนิน Hair Revive Program ที่ออกแบบมาเพื่อผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาผมร่วง ผมบางโดยเฉพาะ นี่คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ในการดูแลและบำรุงหนังศีรษะ เพื่อลดโอกาสผมหลุดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม โดยมีสารสกัดจากธรรมชาติร่วมกับสารอาหารต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมคุณประโยชน์ให้กับเส้นผมและหนังศีรษะได้อย่างลงตัว

Hair Revive Program เหมาะกับใคร
โปรแกรมดูแลปัญหาผมร่วง ผมบาง Hair Revive Program เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง จากหลากหลายสาเหตุ ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • พันธุกรรมที่ส่งต่อจากคนในครอบครัว
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • ความเครียด
  • การขาดสารอาหาร
  • ภาวะหลังคลอดบุตร
  • ผมถูกทำร้ายจากการใช้สารเคมี

ที่สำคัญ โปรแกรมนี้ยังตอบโจทย์ผู้ที่ไม่สะดวกกับบริการ Treatment บางประเภทที่จำเป็นต้องใช้เลือดของเจ้าของเส้นผมเองเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา ทั้งยังเหมาะกับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมแล้วตั้งแต่เดือนที่ 4 เป็นต้นไป ภายใต้คำแนะนำของแพทย์


ประโยชน์ที่ผู้เข้ารับบริการ Hair Revive Program จะได้รับ
  • ลดการอักเสบ พร้อมกับฆ่าเชื้อแบคทีเรีย
  • ลดการหลุดร่วงของเส้นผม
  • ฟื้นฟูและกระตุ้นการเจริญเติบโตของรากผมที่เคยอ่อนแอ
  • เสริมสุขภาพเส้นผมให้แข็งแรง ทั้งยังเพิ่มขนาดความหนาของเส้นผม
  • ไม่ต้องพักฟื้นหลังเข้ารับบริการ สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ


ข้อควรรู้ในการเข้ารับบริการ Hair Revive Program 

ควรเตรียมตัวก่อนเข้ารับบริการอย่างไร
  • ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะให้เรียบร้อย
  • งดการใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กับเส้นผมและหนังศีรษะ
  • งดการใช้ยาบางประเภท ตัวอย่างเช่น ยาต้านการแข็งตัวของเลือด หรือยาที่ทำให้เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ซึ่งผู้เข้ารับบริการควรปรึกษาแพทย์เพื่อหยุดยาก่อนการเริ่มรักษา

ขั้นตอนในวันเข้ารับบริการเป็นอย่างไร
  • แพทย์ประเมินทางคลินิก โดยตรวจวิเคราะห์เส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อประเมินสภาพทางกายภาพ และสภาวะการอักเสบของเยื่อบุหนังศีรษะ
  • จากนั้น เริ่มต้นบำบัดด้วย Low-Level Laser Therapy: LLLT+ ซึ่งเป็นการใช้แสงเลเซอร์ในช่วงความยาวคลื่นเฉพาะ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดและการทำงานของเซลล์
  • ตามด้วยการฉีดส่วนผสมของวิตามินและสารเสริมที่จำเป็น ที่บริเวณไรผมด้านหน้าโดยตรง
  • แล้วจึงเป็นการ Drop ตัวยาหลัก โดยการสะกิดหนังศีรษะในระดับตื้น เพื่อเปิดช่องขุมขนลึกประมาณ 1 มิลลิเมตร ด้วย Microneedle อุปกรณ์เข็มขนาดเล็กพิเศษ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อนำส่งสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวที่ลึกกว่า จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมสารอาหารที่ดีกว่าวิธีการทาจากภายนอก 
    ทั้งนี้ เทคโนโลยี Microneedle ไม่เพียงช่วยให้สารอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเส้นผมได้ดีขึ้น แต่ยังกระตุ้นให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอีลาสติน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของเส้นผม ทำให้ผมเกิดใหม่ไม่หลุดร่วงง่าย สุขภาพดีจากภายใน
  • ทั้งหมดนี้ ใช้เวลาในการเข้ารับบริการ ประมาณ 45 – 60 นาที


หลังรับบริการ ควรปฏิบัติตัวอย่างไร
  • ในระยะเวลา 24 ชั่วโมงแรกหลังเข้ารับบริการ แพทย์มีข้อแนะนำดังนี้
  • งดการทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะ 
  • งดการเข้ารับบริการ Treatment หรือใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ กับเส้นผมและหนังศีรษะ

สำหรับความถี่ในการเข้ารับบริการ Hair Revive Program  คือ 7 – 10 วันต่อครั้ง เป็นจำนวน 4 – 10 ครั้งต่อเนื่องกัน ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ดูแล ให้คำแนะนำ และประเมินระยะเวลาการเข้ารับบริการอย่างเหมาะสม ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์ของนามนินได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อวางแผนการบำรุงดูแลเส้นผมแบบเฉพาะบุคคล ที่ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับคุณ


เติมความมั่นใจ “กรอบหน้า ด้วยแนวทางที่ใช่สำหรับคุณ
ในปัจจุบัน เทรนด์การเสริมความงามไม่ใช่แค่เรื่องของใบหน้า รูปร่าง หรือผิวพรรณเท่านั้นแล้วค่ะ เพราะ “กรอบหน้า” ก็เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ช่วยเสริมให้ใบหน้าสมดุล ดูละมุนและโดดเด่นขึ้น โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีปัญหาแนวผมไม่ชัด หน้าผากกว้าง หรือผมบางบางจุด สามารถปรับให้ดูมีมิติมากขึ้นได้ด้วยเทคนิคหลากหลายรูปแบบ

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า การสักไรผม (Hairline Tattoo) และ Scalp Micropigmentation (SMP) กันมาบ้าง เทคนิคทั้งสองนี้อาจดูคล้ายกัน เพราะต่างก็ช่วยให้แนวผมดูชัดและเต็มขึ้น แต่จริง ๆ แล้วมีรายละเอียดที่แตกต่างกันอยู่ค่ะ การสักไรผม ใช้เทคนิคแบบเดียวการสักทั่วไป มุ่งเน้นการวาดแนวไรผมแบบชัดเจน ส่วน SMP เป็นการฝังเม็ดสีเลียนแบบลักษณะของเส้นผม หรือเงาผม ลงในชั้นตื้นของผิวหนัง ช่วยทำให้แนวผมดูชัดเจน ช่วยพรางบริเวณผมบางให้ดูแน่นขึ้น ซึ่งข้อดีของสองเทคนิคนี้คือ เห็นผลรวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน


แต่ในบางกรณี การสักไรผม หรือ SMP อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นเล็กๆ บริเวณไรผมได้ และสีที่ฝังไว้ในผิวหนังอาจทำให้บริเวณนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่ส่งผลต่อสภาพผิวหนัง หากในอนาคตต้องการปลูกผมเพื่อปรับกรอบหน้า ปัญหาที่อาจพบได้คือ หนังศีรษะบริเวณนั้นอาจมีรอยแผลเป็นหรือพังผืด ซึ่งอาจทำให้เป็นข้อจำกัดในการปลูกผม ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด สิ่งสำคัญคือการเข้าใจปัญหาและความต้องการของตัวเองอย่างแท้จริงก่อนค่ะ เพราะเป้าหมายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ขณะที่บางคนอาจมองหาแนวทางที่ตอบโจทย์ในระยะยาว


สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานและถาวร การปลูกผม เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เหมาะสมกับคุณค่ะ ที่นามนิน หนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนสิ่งอื่นใด คือการพบแพทย์ โดยคุณหมอนินจะเป็นผู้ตรวจและวิเคราะห์สภาพหนังศีรษะให้ผู้เข้ารับบริการทุกคนด้วยตัวเอง หากมีปัญหารอยแผลเป็นบริเวณหนังศีรษะ หรือเคยผ่านการสักไรผมและ SMP มาก่อน สามารถเปิดใจปรึกษาคุณหมอนินได้ในทุกแง่มุม ทั้งความคาดหวัง และความกังวลใจ คุณหมอนินจะอธิบายอย่างตรงไปตรงมาถึงข้อจำกัดและความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหา เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันก่อนจะตัดสินใจเข้ารับการปลูกผมค่ะ

NEAT เป็นเทคนิคการปลูกผมที่มอบทั้ง “เส้นผม” และ“กรอบหน้าใหม่” เริ่มด้วยการประเมินปัญหาและวางแนวทางการรักษาทั้งหมดโดยคุณหมอนิน ซึ่งคุณหมอจะพิจารณาความกังวลของผู้เข้ารับบริการเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงประเมินพื้นที่ในการปลูกผมและใช้หลัก Golden Ratio ช่วยในการออกแบบแนวผมใหม่ให้รับกับสัดส่วนใบหน้า พร้อมคำนึงถึงความชอบชอบส่วนตัวของแต่ละคนร่วมด้วย
ในการปลูกผม คุณหมอนินจะลงมือปลูกผมด้วย Implanter ขนาด 0.6 มิลลิเมตร ใช้เทคนิคปลูกแทรกทีละกราฟต์ด้วยความประณีต จัดวางทิศทางให้อิงไปกับเส้นผมเดิม โดยคำนึงถึงความหนาแน่นและลักษณะของเส้นผมแต่ละบริเวณ ไล่ระดับความหนาบางอย่างเหมาะสมเพื่อให้เส้นผมปลูกใหม่นั้นเชื่อมต่อกับแนวผมเดิมที่มีอยู่ได้อย่างกลมกลืน


หลังการปลูกผม คุณหมอนินยังดูแลต่อเนื่องอีก 1 ปี ในช่วงเวลานี้ หากคุณหมอประเมินแล้วว่าควรเข้ารับบริการดูแลหลังการปลูกผมเพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น จะแนะนำการฉีดบำรุงด้วยโปรแกรม PHB หรือโปรแกรม Peptide hair treatment ที่เป็นการเสริมผลลัพธ์หลังการปลูกผมทั้งสองโปรแกรม ซึ่งมีรายละเอียดในการทำบริการต่างกันเล็กน้อยค่ะ 

โปรแกรม PHB เป็นการฉีดบำรุงหนังศีรษะโดยการใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการเองผสานกับวิตามินสูตรของนามนิน คลินิก ส่วน โปรแกรม Hair Revive  เป็นการใช้ไมโครนีดเดิล (Microneedle) ซึ่งเป็นเข็มขนาดเล็กสะกิดหนังศีรษะ เพื่อเปิดช่องรูขุมขนลึกประมาณ 1 มม. พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผมใหม่แข็งแรง สุขภาพดี ไม่หลุดร่วงง่าย ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้เข้ารับบริการที่ไม่สะดวกผ่านกระบวนการที่ต้องใช้เลือดของตัวเอง ทั้งนี้ คุณหมอนินจะประเมินและวิเคราะห์ความเหมาะสมในการเข้ารับบริการเป็นรายบุคคลค่ะ

การดูแลเส้นผมหรือปรับกรอบหน้า ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความงามภายนอก แต่คือการเติมเต็มความมั่นใจในแบบที่คุณเป็น ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด คือทางเลือกที่สอดคล้องกับตัวตนและความรู้สึกของคุณอย่างแท้จริง และเมื่อเริ่มต้นด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมความเข้าใจที่ชัดเจน นั่นคือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่งดงามและมีความหมายสำหรับตัวคุณค่ะ