Tag : นามนินคลินิก
ปกป้องผมจาก “แสงแดด” สไตล์ผู้ชายสายสปอร์ต
แม้ว่าแดดเมืองไทยจะร้อนราวกับอยู่ในช่วงซัมเมอร์ตลอด 12 เดือนไม่มีพัก แต่เราก็ยังเห็นคุณผู้ชายสายสปอร์ตที่รักสุขภาพหลาย ๆ คน ออกมาลุยกีฬากลางแจ้งกันแบบแมน ๆ ไม่หวั่นความร้อนแผดเผาของแสงแดด ไหนจะออกรอบตีกอล์ฟซ้อมวงสวิงกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง บ้างก็สวมบทนักปั่นน่องเหล็กปั่นจักรยานพิสูจน์ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา บ้างก็เพลิดเพลินกับการออกกำลังเผาผลาญแคลอรีทั่วตัวในสระว่ายน้ำ ซึ่งแม้ส่วนใหญ่เราจะเตรียมไอเท็มปกป้องผิวจากแสงแดดมาเป็นอย่างดี แต่หลาย ๆ ครั้ง เรากลับลืมนึกถึงส่วนที่สัมผัสแสงแดดแบบเต็ม ๆ ตลอดเวลาที่เราพาตัวเองไปอยู่กลางแจ้ง นั่นก็คือ “เส้นผม”

อย่าลืมว่า แสงแดดทำร้ายผิวอย่างไร ก็ทำร้ายผมได้ไม่ต่างกัน ไล่มาตั้งแต่รังสี UVA ในแสงแดด ที่ทำลายเม็ดสีเมลานินในเส้นผม รังสี UVB ทำลายโครงสร้างโปรตีน “เคราติน” ในส่วนเกล็ดผมชั้นนอกสุด ซึ่งปกติแล้วจะคอยทำหน้าที่ปกป้องเนื้อผมและแกนผมที่อยู่ภายใน ทำให้ผมขาดเกราะปกป้องและถูกทำร้ายง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็รบกวนการทำงานของกรดอมิโนในเส้นผมรวมถึงรากผมด้วย 

และนี่คือผลลัพธ์ของเส้นผมที่สัมผัสแสงแดดนาน ๆ โดยขาดการดูแลอย่างถูกวิธี
  • สีผมจางลง จากการสูญเสียเม็ดสีเมลานิน หรืออาจเกิดภาวะผมหงอกก่อนวัย
  • ผมเสีย แห้ง หยาบกร้าน ขาดความนุ่มสลวย เงางาม
  • ผมชี้ฟู ดูไม่มีน้ำหนัก
  • ผมอ่อนแอ แตกปลาย เปราะขาดง่าย
  • ผมหลุดร่วงง่าย ซึ่งข้อนี้สำคัญทีเดียว เพราะหากปล่อยให้เกิดภาวะผมร่วงต่อเนื่องนาน ๆ อาจตามมาด้วยอาการผมบาง ไปจนถึงศีรษะล้านเลยก็เป็นได้



ไม่เพียงเท่านั้น แสงแดดยังทำให้การผลิตน้ำมันตามธรรมชาติของหนังศีรษะผิดปกติไป ทำให้ผมยิ่งแห้งและชี้ฟู ทั้งยังทำร้ายหนังศีรษะโดยตรง จนอาจเกิดอาการแสบ คัน ระคายเคือง ทำให้หนังศีรษะลอก หรือเกิดรังแคกวนใจ ส่งผลไปถึงบุคลิกภาพและความมั่นใจ อีกทั้งการออกกำลังกายมักจะทำให้เกิดเหงื่อหรือสิ่งสปกรกจากฝุ่นและมลพิษสะสม ซึ่งหากไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างดี ก็จะส่งผลทำร้ายเส้นผมจนหลุดร่วงง่ายด้วยเช่นกัน

ถ้าอย่างนั้น คุณผู้ชายสายสปอร์ตจะมีวิธีดูแลปกป้องเส้นผมจากแสงแดดอย่างไร นามนินมีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากดังนี้
  • หลีกเลี่ยงการออกไปทำกิจกรรมขณะที่มีแดดจัด ๆ อย่างเช่นเวลาเที่ยงตรงหรือบ่ายโมง ลองเลือกปรับเวลาออกกำลังในช่วงอื่น ๆ ที่แสงแดดไม่แรงจนเกินไป
  • การสวมหมวก ก็นับเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันแสงแดดสัมผัสกับเส้นผมโดยตรงได้เป็นอย่างดี
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันแดด เช่น Hair Tonic หรือ Hair Spray เพื่อช่วยปกป้องเส้นผมจากแสงแดด โดยสามารถใช้ได้ทั้งก่อนออกจากบ้าน และใช้ซ้ำระหว่างวัน
  • การระวังไม่ใช้ความร้อนกับเส้นผมมากหรือบ่อยเกินไป เช่นความร้อนจากการใช้ไดร์เป่าผม เพราะจะยิ่งรวมพลังกับแสงแดด ทำให้ผมของเราเสียง่ายขึ้นแบบคูณสอง
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงให้เหมาะกับสภาพผมของเราเอง เพื่อคืนความชุ่มชื้น และเสริมความแข็งแรงจากภายใน



อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรระวังเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย สำหรับคุณผู้ชายที่กังวลเรื่องผมร่วง ผมบาง เป็นพิเศษ เพราะการปกป้องเส้นผมด้วยการ “สวมหมวก” ที่รัดแน่นเกินไป หรือสวมใส่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจเป็นปัจจัยเสริมที่กระทบต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะก็เป็นได้ 

ข้อแรกเลย หมวกที่รัดแน่นเกินไป อาจไปก่อความระคายเคืองหรืออักเสบ พร้อมกับทำให้รากผมยิ่งอ่อนแอ จนผมขาดหลุดร่วงง่าย และหากหมวกทำจากวัสดุที่ระบายอากาศได้ไม่ดี ก็จะมีปัญหาความอับชื้นตามมา กลายเป็นสาเหตุของโรคที่เกี่ยวกับหนังศีรษะต่าง ๆ อย่างเช่น รังแค หรือเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งจะส่งผลต่อรากผม และลงท้ายทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน ดังนั้น จึงควรเลือกหมวกที่มีวัสดุและขนาดที่เหมาะสม ช่วยระบายอากาศ ไม่รัดแน่นหรือหลวมจนเกินไป รวมถึงไม่ใส่ติดต่อกันจนนานเกินไป ก็จะช่วยลดความเสี่ยงผมร่วงได้อีกทาง

และอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ปัจจัยเสริมอย่างเช่นการสวมหมวก หรือแม้กระทั่งการถูกทำร้ายจากแสงแดด เป็นเพียงปัจจัยกระตุ้นทางอ้อมเท่านั้น สาเหตุหลักที่คุณผู้ชายส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับภาวะผมร่วง ผมบาง ก็คือกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันมาครอบครัว ซึ่งมีฮอร์โมนเจ้าปัญหาตัวหนึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ชายจะมีฮอร์โมนควบคุมลักษณะเพศชาย หรือ Testosterone ซึ่งร่างกายผลิตขึ้นเป็นปกติ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะผมร่วง นั่นก็เพราะเอนไซม์ 5α-Reductase มาเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายให้กลายเป็นฮอร์โมน DHT หรือ Dihydrotestosterone เจ้าฮอร์โมน DHT นี้เอง จะเข้าไปจับกับ Androgen Receptor ที่บริเวณรากผม ทำให้รากผมอ่อนแอ วงจรชีวิตเส้นผมสั้นลง ผมงอกใหม่เส้นเล็กบาง ไม่แข็งแรง ทั้งงอกช้าและขาดหลุดร่วงง่ายขึ้น กลายเป็นสาเหตุของภาวะผมบาง หรือผมล้านในที่สุด


และเพราะอย่างนั้นเอง การปลูกผมถาวรเทคนิค NEAT จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อคืนผมหนาแน่นดกดำให้กับผู้ที่เผชิญภาวะผมร่วง ผมบาง จากฮอร์โมน DHT และกรรมพันธุ์ได้อย่างตอบโจทย์ เนื่องจากเป็นการเจาะย้ายผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณเดียวที่เส้นผมของเรามีคุณสมบัติต้านฮอร์โมน DHT โดยธรรมชาติ ทำให้ผมแข็งแรง คงทน ไม่หลุดร่วงง่าย จากนั้นจึงย้ายนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหา ผมปลูกใหม่จึงสามารถอยู่รอดจากฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT สามารถร่วงและงอกใหม่ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผมไปได้ตลอดชีวิต 

การปลูกผมเทคนิค NEAT ยังเต็มไปด้วยความใส่ใจในทุก ๆ ขั้นตอนจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการปลูกผมของนามนิน ตั้งแต่การเข้ามาพูดคุยปรึกษา วางแผนแนวทางการรักษาร่วมกัน การคำนวณกราฟต์ผมต้นทุนเพื่อปลูกใหม่ให้เหมาะสมกับพื้นที่ผมบาง การลงมือปลูกผมให้คนไข้เองแบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น และยังรวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่แพทย์ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนไข้ ลดระยะเวลาในการพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้เร็วขึ้น ไม่ต้องกังวลกับการปกปิดร่องรอยจากปลูกผม ทำให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นมาก ทั้งยังดูแลต่อเนื่องหลังปลูกยาวนานถึง 18 เดือน จนกว่าผลลัพธ์ผมใหม่จะหนาแน่น แข็งแรง สมบูรณ์




ดังนั้น หากคุณกำลังกังวลกับปัญหาผมร่วงที่มากขึ้นผิดปกติ ไม่ว่าสาเหตุของอาการผมร่วงจะเกิดจากปัจจัยแบบใด และไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหน สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ได้ทันทีไม่ต้องรีรอ เพราะยิ่งเข้ามารับการรักษาเร็ว ก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพียงวางใจให้แพทย์ช่วยออกแบบเส้นทางการรักษาเฉพาะบุคคล ที่จะตอบโจทย์ปัญหาผมของคุณได้อย่างตรงจุดมากที่สุด



ฮอร์โมนเปลี่ยน…ผมร่วง? รู้ทันก่อนสาย!
“ฮอร์โมนเปลี่ยน ผมร่วง” เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงหลายช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่เข้าสู่ช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน และหลังการคลอดบุตร

ฮอร์โมนตัวสำคัญที่เปลี่ยนไปก็คือ “เอสโตรเจน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักในร่างกายของผู้หญิง มีบทบาทสำคัญในการควบคุมหลายระบบในร่างกาย รวมถึงการเจริญเติบโตของเส้นผมด้วย โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนจะช่วยกระตุ้นให้เส้นผมอยู่ในระยะการเจริญเติบโต (Anagen Phase) ได้นานขึ้น ทำให้เส้นผมยาว หนาแน่น และไม่หลุดร่วงง่าย หากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เส้นผมจะดูสุขภาพดีและหนาขึ้น แต่เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง เช่น อายุเข้าสู่วัย 30 ไปจนถึงช่วงใกล้หมดประจำเดือนและหลังการคลอดบุตร จะส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมเปลี่ยนไป ทำให้เส้นผมบางลงหรือหลุดร่วงได้ง่ายขึ้นค่ะ โดยสามารถสังเกตอาการผมร่วงที่ผิดปกติได้จากสัญญาณต่างๆ ต่อไปนี้

เส้นผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ โดยเฉลี่ยผมจะร่วงประมาณวันละ 50-100 เส้น แต่หากพบว่าผมร่วงมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อเส้นผมเริ่มหลุดร่วงมากในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น ในขณะสระผม หรือแปรงผม นั่นอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ นอกจากนี้ เส้นผมจะแห้งและเปราะบาง ไม่เงางามแข็งแรงเหมือนเดิม และในบางครั้ง การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนอาจทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมๆ หรือเกิดจุดผมบางที่เห็นได้ชัดเจนค่ะ


หากเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติเหล่านี้ได้เร็วเท่าไหร่ การรีบปรึกษาแพทย์ก็จะช่วยให้การรักษาได้ผลลัพธ์ที่ดีได้โดยเร็วเท่านั้น โดยไม่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่เสียบุคลิกภาพหรือความมั่นใจ โดยเฉพาะที่นามนิน แพทย์จะให้คำปรึกษา ประเมินปัญหา และวางแนวทางการรักษาปัญหาผมร่วงให้เหมาะสมเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ คุณหมอนินจะเป็นผู้พิจารณาแต่ละเคสด้วยตัวเองค่ะ

แนวทางในการรักษาปัญหาผมร่วงของนามนินมีหลายวิธี เริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและโภชนาการ เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม พักผ่อนให้เพียงพอ จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมได้ค่ะ อีกแนวทางหนึ่งคือ การใช้ยา Minoxidil ทาบริเวณที่เป็นปัญหา เป็นยาที่นิยมใช้ในการรักษาอาการผมบางในผู้หญิง ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและชะลอการหลุดร่วง สะดวกในการใช้ แต่อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนค่ะ นอกจากนี้ ยังมีการรับประทานวิตามิน VITA H ของนามนินเพื่อบำรุงเส้นผม ลดการหลุดร่วงพร้อมเติมสารอาหารให้เส้นผม ช่วยให้ผมที่งอกใหม่มีเส้นหนาและแข็งแรงยิ่งขึ้น


อีกทางเลือกหนึ่งคือ ฟื้นฟูเส้นผมด้วยการฉีดบำรุงโปรแกรม PHB ซึ่งเป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ โดยคุณหมอนินเป็นผู้ดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง และการเข้ารับบริการก็ง่าย สบาย ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาต่อครั้งเพียง 40-60 นาทีค่ะ


เริ่มต้นด้วยการปรึกษากับคุณหมอนิน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด คุณหมอจะตรวจประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุและวิเคราะห์ปัญหาผมบางของผู้เข้ารับบริการ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมโดยเฉพาะเป็นรายบุคคล จากนั้นเข้ารับบริการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะ เพิ่มความแข็งแรงของรากผม ทำให้เส้นผมดูหนาขึ้นและสุขภาพดี


ขั้นตอนสุดท้ายคือ การฉีดบำรุงโดยคุณหมอนิน ซึ่งการฉีดบำรุงนี้จะกระตุ้นรากผม ฟื้นฟูเส้นผมให้แข็งแรงและดกดำขึ้น ช่วยให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง และเพิ่มความมั่นใจในผลลัพธ์ด้วยการเปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งหลังเข้ารับบริการค่ะ




แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้หญิงได้ไม่น้อย เพราะอาจทำให้ผมร่วงหรือบางลง แต่หากรีบปรึกษาแพทย์ทันทีที่เริ่มสังเกตเห็นผมร่วงมากผิดปกติ เส้นผมของคุณก็จะกลับมามีสุขภาพดีได้เหมือนเดิม เสริมบุคลิกภาพ เพิ่มความมั่นใจและทำให้รู้สึกดีกับตัวเองทุกครั้งที่มองกระจกค่ะ
“เคราติน” เกราะป้องกันเส้นผม
หลายครั้งที่เราสังเกตเห็นสัญญาณความอ่อนแอของเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นผมชี้ฟู แห้งกร้าน แตกปลาย เปราะขาดง่าย  นั่นก็เป็นเพราะเส้นผมขาดปราการชั้นนอกสุดที่ทำหน้าที่ช่วยปกป้องผมจากปัจจัยทำร้ายผมต่าง ๆ นามนินจึงขอพาไปทำความรู้จักกับเกราะปกป้องผมตัวสำคัญที่ชื่อว่า “เคราติน” (Keratin) พร้อมกับเคล็ดลับเสริมเคราติน เพื่อฟื้นบำรุงให้ผมสวยสุขภาพดี 


“เคราติน” เป็นเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งความจริงแล้ว ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง และเป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผม เล็บ และผิวหนัง โดยเฉพาะเส้นผมของเรา มีเคราตินประกอบอยู่ถึงร้อยละ 90 ทีเดียว

ที่โครงสร้างของชั้นนอกสุดของเส้นผมนั้น เซลล์เคราตินชนิดแข็งจะเรียงซ้อนกันหลายชั้นแบบเกล็ดปลา จนเกิดเป็นเกล็ดผม (Cuticle) ซึ่งถัดจากชั้นเกล็ดผม ก็จะเป็นชั้นเนื้อผมและแกนผมที่อยู่ด้านในสุด เราจึงเปรียบเกล็ดผมหรือเคราตินได้กับเกราะปกป้องเส้นผมจากรังสี UV ในแสงแดด ความร้อน สารเคมี รวมถึงมลภาวะหรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไม่ให้ซึมผ่านเข้าไปในเส้นผม พร้อมกับปกป้องชั้นเนื้อผมไม่ให้สูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน หากเกล็ดผมชั้นนอกเรียงตัวเป็นระเบียบ ก็จะส่งผลให้เส้นผมเรียบเนียนสลวย ดูมีชีวิตชีวา เงางามเป็นประกาย นุ่มลื่น จัดทรงง่าย ทั้งยังทำให้โครงสร้างผมแข็งแรง มีความยืดหยุ่น ต้านทานต่อแรงกดดัน ไม่แตกปลายหรือเปราะขาดได้ง่ายอีกด้วย

ทราบหรือไม่ว่า อาจมีบางช่วงเวลาที่เกล็ดผมเปิด ทำให้เส้นผมอยู่ในภาวะอ่อนแอ สูญเสียความชุ่มชื้น ถูกทำร้ายหรือเปราะขาดง่าย เช่นเวลาที่ผมเปียก ระหว่างสระผมหรือขณะว่ายน้ำ จึงแนะนำให้ระวังดูแลเส้นผมเป็นพิเศษ อีกทั้งยังควรระวังการใช้สารเคมีกับเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นการทำสีผม ยืดผม หรือดัดผม เนื่องจากเป็นสาเหตุทำให้เส้นผมสูญเสียเคราตินได้นั่นเอง

ทั้งนี้ เราสามารถเสริมเคราตินกลับคืนให้กับเส้นผมได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน รวมถึง “ไบโอติน” หรือวิตามินบี 7 ซึ่งทำหน้าที่เสริมโครงสร้างของเคราตินให้แข็งแรง ตัวอย่างของอาหารบำรุงผมที่เราขอแนะนำ ได้แก่ อาหารตระกูลไข่ ถั่วต่าง ๆ ตับ แซลมอน คะน้า แครอท มันเทศ และเมล็ดทานตะวัน เรียกได้ว่าเป็นทางเลือกอาหารสุขภาพ ที่ไม่เพียงบำรุงผม แต่ยังรวมถึงเล็บและผิวหนังที่มีเคราตินเป็นโครงสร้างประกอบด้วยเช่นกัน


และหากใครกำลังมองหาแนวทางการบำรุงเส้นผม ที่ไม่ได้เน้นแค่เคราตินหรือโครงสร้างชั้นนอก แต่เป็นการฟื้นฟูดูแลเส้นผมทุกองค์ประกอบแบบเต็มขั้นในระดับลึกถึงรากผม ทั้งยังเสริมเรื่องลดอาการหลุดร่วงของเส้นผมด้วย นามนินขอแนะนำโปรแกรมทรีตเมนต์ PHB เพียงฉีดบำรุงที่หนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ก็จะช่วยยกระดับความแข็งแรงให้กับเส้นผม ทำให้เส้นผมมีขนาดใหญ่และหนาขึ้น จนแลดูดกดำและหนาแน่นขึ้นกว่าที่เคย ทั้งยังช่วยให้ผมกลับมาเงางาม สุขภาพดีจากภายใน โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมบางในระยะเริ่มต้น สามารถสังเกตผลลัพธ์ได้ตั้งแต่การเข้ารับบริการในครั้งแรก ๆ 

ที่สำคัญ หากมีข้อสงสัยหรือความกังวลเกี่ยวกับปัญหาผม ไม่ว่าจะอยู่ในระยะเริ่มต้น หรือในระยะใดก็ตาม สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของนามนินได้ เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการรักษาที่ตรงจุดที่สุดนั่นเอง

นามนิน “ใส่ใจเพื่อคุณคนใหม่”




ลด ละ เลิกสูบบุหรี่ : เพื่อผลลัพธ์เส้นผมที่ดีหลังการปลูกผม
หลังการปลูกผม แพทย์จะแนะนำให้ “งดสูบบุหรี่” อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลายคนจึงอาจสงสัยว่าบุหรี่มีผลกระทบกับเส้นผมจริงหรือ? หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตัดสินใจจะปลูกผม หรือเข้ารับการปลูกผมมาแล้ว การศึกษาและทำความเข้าใจผลกระทบจากการสูบบุหรี่ที่มีต่อเส้นผมจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

บุหรี่ : ภัยร้ายทำลายเส้นผม
ในบุหรี่เต็มไปด้วยสารพิษอันตราย ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ธรรมดาหรือบุหรี่ไฟฟ้าก็ตาม เพราะมีสารเคมีที่ส่งผลเสียต่อร่างกายและเส้นผมอยู่มากมาย เช่น นิโคติน ทาร์ และก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ โดยเฉพาะ “นิโคติน” ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในบุหรี่ทั้งสองแบบ มีผลกระทบโดยตรงต่อเส้นผมคือทำให้หลอดเลือดหดตัวและการไหลเวียนของเลือดไปยังรากผมไม่ดีเท่าที่ควร เส้นผมจึงขาดสารอาหารและออกซิเจนที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต ส่งผลให้ผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่ายค่ะ 
นอกจากนี้ “นิโคติน” ยังเร่งการผลิตฮอร์โมน DHTหรือ ไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นผมไม่เจริญเติบโตและหลุดร่วงง่าย การสูบบุหรี่จึงสัมพันธ์กับอาการผมร่วง ผมบาง ที่นำไปสู่ภาวะศีรษะล้านได้


งดสูบบุหรี่หลังปลูกผม : เพิ่มอัตราการงอกของเส้นผมใหม่
ผู้ที่เข้ารับการปลูกผม การสูบบุหรี่จะทำให้ผลลัพธ์ไม่ดีตามที่ต้องการ เนื่องจากรากของเส้นผมที่ปลูกใหม่นั้นต้องการเลือดและออกซิเจนช่วยในการเจริญเติบโต ถ้าการไหลเวียนของเลือดไม่ดี เส้นผมใหม่อาจจะงอกช้า ไม่เติบโตเต็มที่และหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังทำให้แผลจากการปลูกผมหายช้าอีกด้วยค่ะ แพทย์จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนการปลูกผม เพื่อให้ระดับออกซิเจนในเลือดสูงขึ้นและเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการฟื้นตัว และหลังการปลูกผมควรงดสูบบุหรี่ต่อไปอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้เส้นผมใหม่ได้เติบโตได้อย่างเต็มที่และเพิ่มอัตราการรอดของเส้นผมใหม่ให้ได้มากที่สุด

การเลิกบุหรี่ : ไม่ง่ายแต่คุ้มค่า
การเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะคนที่สูบบุหรี่มานานและอาจรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นทำได้ยาก แต่เชื่อเถอะค่ะ หากได้ลองท้าทายตัวเองโดยเริ่มจากการค่อยๆ ลดปริมาณการสูบลง คุณก็จะรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไม่ใช่แค่กับเส้นผม แต่สุขภาพโดยรวมจะดีขึ้นแน่นอน

หลังการปลูกผม หากยังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ก็แนะนำให้ลดความถี่และปริมาณการสูบให้น้อยลง และสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับบริการโปรแกรม PHB อย่างเหมาะสมร่วมด้วยได้ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น เร่งการงอกของเส้นผมใหม่และฟื้นฟูเส้นผมเดิมให้แข็งแรงไปพร้อมกัน


การเข้ารับบริการโปรแกรม PHB ใช้เวลาประมาณ 40-60 นาทีต่อครั้งเท่านั้น โดยแพทย์จะตรวจสภาพเส้นผมเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคลก่อน จากนั้นจึงเข้ารับการฉายแสง LLLT เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และต่อด้วยการฉีดบำรุงเพื่อกระตุ้นรากผม ฟื้นฟูเส้นผมให้แข็งแรงและดกดำขึ้น หลังรับบริการสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดของโปรแกรม PHB  คุณหมอนินเป็นผู้ดูแลด้วยตัวเอง โดยคุณหมอจะเปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังการเข้ารับบริการทุกครั้ง




การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำร้ายสุขภาพร่างกาย แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นผมด้วย การงดสูบบุหรี่ทั้งก่อนและหลังการปลูกผมตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เส้นผมที่ปลูกใหม่แข็งแรงและเติบโตอย่างเต็มที่ และหากสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้อย่างเด็ดขาด จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่เส้นผมใหม่ที่แข็งแรง แต่ยังส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวค่ะ

NEAT ปลูกผมปรับกรอบหน้าสวยสมดุล เสริมความมั่นใจ
หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า "Golden Ratio" หรือ สัดส่วนทองคำ ซึ่งเป็นอัตราส่วนทางคณิตศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับและใช้เป็นมาตรฐานวัด “ความงาม” ในศิลปะกันมาบ้างแล้ว และหากพูดถึงในแง่ความสวยงาม Golden Ratio ได้นำมาใช้เป็นหลักในการวัดความสมดุลของใบหน้า โดยแบ่งใบหน้าตามแนวนอนออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน ได้แก่ ใบหน้าส่วนบน เริ่มวัดที่ขอบไรผมจนถึงหัวคิ้ว ใบหน้าส่วนกลาง ตั้งแต่หัวคิ้วจนถึงปลายจมูก และใบหน้าส่วนล่าง ตั้งแต่ปลายจมูกถึงปลายคาง ซึ่งทุกส่วนต้องมีอัตราส่วน 1:1:1 จึงจะถือว่าเป็นรูปหน้าที่สมดุลและสวยงามค่ะ


แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีรูปหน้าสวยงามได้ตามหลัก Golden Ratio เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้หน้าของเราไม่สมส่วน โดยเฉพาะช่วงกรอบหน้าส่วนบน เช่น การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ทำให้บางคนมีกรอบหน้าแบบ M Shape หรือมีปัญหาผมร่วงผมบางบริเวณหน้าผากและขมับทำให้หน้าผากกว้างเกินไป นอกจากจะส่งผลให้รูปหน้าไม่สมส่วนแล้วยังทำให้ดูสูงวัยขึ้นด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้เสียความมั่นใจได้ไม่น้อยเลย


สำหรับสาวๆ คนไหนที่กำลังกังวลกับปัญหานี้อยู่ อย่าเพิ่งเครียดค่ะ เพราะที่ “นามนิน” เรามีทางออกสวยๆ ไว้ให้แล้ว นั่นก็คือการปลูกผมปรับกรอบหน้าด้วยเทคนิค NEAT ซึ่งจะช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุลมากขึ้น เสริมกรอบหน้าให้คมชัด ใบหน้าดูมีมิติและสมส่วนขึ้น

ขั้นตอนการปลูกผมปรับกรอบหน้าด้วยเทคนิค NEAT จะเริ่มด้วยการประเมินปัญหาและวางแนวทางการรักษาทั้งหมดโดยคุณหมอนิน แพทย์ปลูกผม ซึ่งคุณหมอจะพิจารณาความกังวลของคนไข้เป็นลำดับแรก จากนั้นจึงประเมินพื้นที่ในการปลูกผมและใช้หลัก Golden Ratio ช่วยในการออกแบบแนวผมใหม่ให้รับกับสัดส่วนใบหน้า พร้อมคำนึงถึงความชอบชอบส่วนตัวของแต่ละคนร่วมด้วยค่ะ
ในการปลูกผม คุณหมอนินจะลงมือปลูกผมด้วย Implanter ขนาด 0.6 มิลลิเมตร ใช้เทคนิคปลูกแทรกทีละกราฟต์ด้วยความประณีต จัดวางทิศทางของเส้นผมใหม่ให้สอดคล้องกับทิศทางของเส้นผมเดิม โดยไม่ลืมคำนึงถึงความหนาแน่นและลักษณะเด่นของเส้นผมแต่ละบริเวณด้วย ไล่ระดับความหนาบางอย่างเหมาะสมเพื่อให้เส้นผมปลูกใหม่นั้นเชื่อมต่อกับแนวผมเดิมที่มีอยู่ได้อย่างกลมกลืน สำหรับใครที่ต้องการปลูกคิ้วพร้อมกับปลูกผมด้วย ก็สามารถปลูกด้วยเทคนิค NEAT  ไปในคราวเดียวกันได้ค่ะ เพื่อเสริมให้ใบหน้าโดยรวมโดดเด่น มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น





ด้วยประสบการณ์ของคุณหมอนินและการทำงานด้วยการใช้ Implanter ตัวจิ๋วนี้เอง ทำให้รอยหลังการปลูกผมมีขนาดเล็ก ผู้เข้ารับบริการสามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ได้ตามปกติ คนรอบข้างอาจจะไม่ทันสังเกตเนื่องจากคุณหมอไม่ได้โกนผมบริเวณที่ปลูกจึงสามารถรักษาทรงผมได้ใกล้เคียงกับผมเดิม เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ คุณหมอนินยังดูแลต่อเนื่องให้อีก 1 ปีหลังการปลูกผมค่ะ



เมื่อเส้นผมใหม่ที่ปลูกเริ่มยาวขึ้น กรอบหน้าใหม่ที่ออกแบบไว้จะคมชัดขึ้น รูปหน้าจะดูสมส่วน สวยงาม สดใสและดูอ่อนวัยขึ้น ทั้งเส้นผมและกรอบหน้าจะช่วยเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจได้อย่างเต็มที่ค่ะ 

ถอดรหัสสาเหตุผมร่วงในผู้หญิง
ผมร่วงไม่ต้องกังวล เริ่มต้นฟื้นฟูง่ายๆ ด้วยการดูแลอย่างถูกวิธี

ปัญหาผมร่วงเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนอาจเคยเผชิญหรือกำลังเผชิญอยู่ ถึงแม้ว่าเส้นผมจะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่เมื่อเริ่มร่วงไปทีละเส้น ก็สามารถสร้างความกังวลใจไม่น้อยเลยทีเดียว สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงนั้นมีมากมาย และแต่ละสาเหตุก็มีผลต่อเส้นผมในลักษณะที่แตกต่างกัน เรามาทำความรู้จักกับสาเหตุที่พบได้บ่อย พร้อมทั้งวิธีการดูแลและฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาสวยงามและแข็งแรงกันค่ะ

1. พฤติกรรมการดูแลเส้นผม เช่น การยืดผม ดัดผม หรือทำสีผม รวมถึงการใช้ความร้อนจากเครื่องมือจัดแต่งทรงต่างๆ หรืออยู่ในที่มีความร้อนสูงนานๆ เช่น การซาวน่าเป็นเวลานานเกินไป อาจทำให้เส้นผมและหนังศีรษะสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผมแห้ง หยาบกระด้าง หรือเกิดการแตกปลายและหลุดร่วงได้ง่าย เพราะความร้อนจะทำลายโครงสร้างของเส้นผม ทำให้ผมอ่อนแอลง


2. การทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในวันที่แดดร้อนจัด หากไม่มีการปกป้องเส้นผมหรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องเส้นผมจากแสงแดดอย่างเหมาะสม อาจทำให้ผมได้รับความเสียหายจากรังสี UV ซึ่งทำให้เส้นผมอ่อนแอ บางลง และหลุดร่วงได้ง่าย 


3. การคลอดบุตร หลังการคลอดบุตร ฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ในช่วงนี้ ผมอาจร่วงมากขึ้นกว่าปกติ ถึงจะเป็นภาวะผมร่วงชั่วคราว แต่ก็อาจทำให้เกิดความกังวลและเสียความมั่นใจได้หากต้องกลับไปทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน


4. การขาดสารอาหารที่จำเป็น โดยเฉพาะการขาดโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างเส้นผมที่แข็งแรง หากร่างกายไม่ได้รับโปรตีนเพียงพอ ผมจะแห้งกระด้าง แลดูไม่เงางาม เส้นผมเริ่มอ่อนแอลงและร่วงได้ง่าย 


สำหรับสาว ๆ ที่กำลังประสบปัญหาผมร่วงจากสาเหตุเหล่านี้อยู่ อย่าเพิ่งวิตกกังวลไปค่ะ เพราะปัญหานี้สามารถป้องกันและแก้ไขได้โดยเริ่มต้นจากการดูแลเส้นผมอย่างถูกวิธี ขั้นแรกคือระมัดระวังการใช้ความร้อนกับเส้นผม เช่น การเป่าแห้งด้วยลมร้อน หนีบ ยืดหรือดัดผม นอกจากเส้นผมจะโดนทำร้ายจากความร้อนแล้ว สารเคมีที่ใช้กับเส้นผมก็มีผลทำให้ผมอ่อนแอลงด้วย นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีความร้อนสูงเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสวมหมวกหรือใช้สเปรย์กันแดดสำหรับเส้นผมเพื่อปกป้องจากรังสี UV ที่อาจทำลายเส้นผมให้แห้งและเปราะบางได้

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันค่ะ ควรเลือกแชมพูและครีมนวดที่มีส่วนผสมของสารบำรุงผม เช่น เคราตินหรือโปรตีน ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผมได้และการบำรุงผมอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดปัญหาผมแห้งแตกปลาย และทำให้ผมดูเงางามและมีสุขภาพดีขึ้น 

และหากกำลังมองหาวิธีฟื้นฟูเส้นผมที่แห้งเสียพร้อมทั้งกระตุ้นให้รากผมงอกใหม่ได้ด้วย โปรแกรม PHB ของนามนินเป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ค่ะ เพราะโปรแกรมนี้ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์เส้นผม ซ่อมแซมและฟื้นคืนเส้นผมได้พร้อมกัน เริ่มต้นด้วยการปรึกษาคุณหมอนินเพื่อวางแผนการรักษา คุณหมอจะตรวจสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์สภาพผมและปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นจะได้รับการฉายแสง Low-Level Laser Therapy (LLLT) ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม ขั้นตอนสุดท้ายคือการฉีดบำรุงเข้าไปที่รากผม เพื่อฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมกลับมาดกดำและหนาขึ้น โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงที่หนังศีรษะยังมีรากผมอยู่ หรือผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผมค่ะ







การรับบริการใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที จึงสะดวกสบายและไม่รบกวนชีวิตประจำวัน หลังเข้ารับบริการ สามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ เพียงหลีกเลี่ยงการโดนน้ำที่หนังศีรษะใน 24 ชั่วโมงแรก จากนั้นสามารถสระผมหรือเช็ดผมอย่างเบามือได้ตามปกติ


การดูแลเส้นผมอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการปกป้อง บำรุง หรือฟื้นฟูเส้นผม จะช่วยให้คุณมีเส้นผมที่แข็งแรง สวยงาม และเปล่งประกายสุขภาพดี พร้อมเสริมความมั่นใจให้กับทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การเริ่มต้นดูแลเส้นผมอย่างถูกต้องเหมาะสมในตอนนี้ จะถนอมให้เส้นผมที่คุณรักคงอยู่กับคุณไปได้อย่างยาวนานค่ะ



ผสาน 2 ศาสตร์ฟื้นฟูผม NEAT + PHB
เส้นผมอาจเป็นเพียงองค์ประกอบเล็ก ๆ ของร่างกายมนุษย์ ส่องกระจกก็เห็นทุกวันจนชินตา หวีผมหรือสระผมก็ได้ใช้มือสัมผัสอยู่บ่อย ๆ จนเราแทบไม่ได้ใส่ใจ แต่เมื่อถึงวันที่เส้นผมแสนธรรมดาหลุดร่วงจากไปมากผิดปกติ เมื่อนั้นหลายคนจึงเริ่มรับรู้ว่า เส้นผมสำคัญกับเรามากขนาดไหน เพราะเวลาส่องกระจก ภาพใบหน้าตัวเองที่เห็นอาจดูเปลี่ยนไปจากเดิม เวลาหวีผมหรือสระผม ก็อาจรู้สึกได้ว่าความหนาแน่นที่เคยสัมผัสได้เต็มมือ ลดหายไปจากเดิมเช่นกัน 

ปัญหาเส้นผมจึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพทางกาย แต่เป็นปัญหาสุขภาพทางใจด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเส้นผมคือส่วนเสริมความงามให้กับใบหน้า คือส่วนสร้างบุคลิกภาพให้ดูดี และคือส่วนสะท้อนตัวตนหรือสไตล์ของเจ้าของเส้นผม ซึ่งแพทย์ของนามนินเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า เส้นผมมีความหมายกับคนไข้มากแค่ไหน และการปลูกผมคืนความสุขความมั่นใจให้กับคนไข้นั้น จะช่วยเปิดไปสู่โอกาสการใช้ชีวิตใหม่ ๆ ได้มากมายเพียงใด

แพทย์ของนามนินจึงอาศัยทักษะและประสบการณ์ที่ยังคงศึกษาและพัฒนาตัวเองไม่เคยหยุด นำมาต่อยอดเทคนิคปลูกผมที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในปัจจุบัน ให้สามารถตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้ดีกว่าเดิม โดยมีหัวใจสำคัญ คือการนำ “ศาสตร์” และ “ศิลป์” มาผสานกันในภารกิจดูแลฟื้นฟูเส้นผม ดังนั้น นอกจากศาสตร์การรักษาอาการผมร่วง ผมบาง และกระบวนการปลูกผมที่ถูกต้องปลอดภัยตามหลักการแพทย์แล้ว แพทย์จะใช้มุมมองเชิงศิลปะในการเติมเต็มเส้นผม โดยคำนึงถึงสัดส่วนที่สมดุลของใบหน้า รูปลักษณ์ความงาม และบุคลิกภาพที่ปรับให้ดูดีขึ้นได้ จนคนไข้รู้สึกราวกับเปลี่ยนเป็นคนใหม่หลังปลูกผม 

ที่สำคัญ แพทย์ของนามนินยังเติม “ความใส่ใจ” ไปพร้อมกับศาสตร์และศิลป์ในทุก ๆ ขั้นตอนการปลูกผม ซึ่งคนไข้จะสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาพูดคุยปรึกษา เนื่องจากแพทย์จะออกแบบแนวทางแก้ปัญหาผมแบบเฉพาะบุคคลโดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง เคสใหม่ คิดใหม่ ไม่มีซ้ำ ไม่มีสูตรสำเร็จ ทั้งยังลงมือปลูกผมให้ด้วยตัวเองแบบเส้นต่อเส้น และดูแลติดตามผลพร้อมให้คำแนะนำหลังปลูกตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าผมใหม่จะเติบโตแข็งแรง แลดูหนาแน่นเป็นธรรมชาติ 



และเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แพทย์จึงนำ 2 ศาสตร์การฟื้นฟูผมมาผสานกัน นั่นคือการปลูกผมเทคนิค NEAT ซึ่งแพทย์ของนามนินต่อยอดขึ้นเพื่อคนรักเส้นผมโดยเฉพาะ เสริมด้วยการฉีดบำรุง PHB หลังปลูก หากใครที่สงสัยว่า ทั้ง 2 ศาสตร์นี้จะช่วยเสริมพลังบำรุงและฟื้นฟูดูแลผมได้ตรงจุดอย่างไร เราคงต้องขอย้อนกลับไปเล่าถึงต้นตอปัญหาผมร่วงและผมบางของทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ซึ่งแม้จะมีสาเหตุและลักษณะที่ต่างกัน แต่แพทย์ก็สามารถเลือกใช้ NEAT + PHB เพื่อตอบโจทย์ปัญหาแต่ละแบบได้อย่างลงตัว

หลายคนน่าจะพอทราบแล้วว่า ปัญหาผมร่วง ผมบาง ที่อาจนำไปสู่ภาวะผมล้านของคุณผู้ชายนั้น มีสาเหตุส่วนใหญ่จากกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่นในครอบครัว บางคนได้รับกรรมพันธุ์เช่นนี้จากรุ่นพ่อแม่ แต่บางคนก็อาจจะได้รับข้ามรุ่นมาจากปู่ย่าตายายเลยก็เป็นได้ อาการผมร่วง ผมบาง จะเริ่มปรากฏหลังพ้นช่วงวัยรุ่นเป็นต้นไป และอาการจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นตามวัยที่เพิ่มขึ้น สังเกตลักษณะของผมบางตามกรรมพันธุ์แบบคุณผู้ชายได้ดังนี้

  • แนวผมบริเวณหน้าผากร่นลึกขึ้น และเว้าเข้าไป 2 ข้างขมับเป็นรูปตัว M
  • ผมบางลงเฉพาะบริเวณกลางศีรษะ เป็นรูปตัว O
  • ทั้งนี้ ในบางราย อาจจะเกิดอาการผมบางทั้งในแบบ M และ O ควบคู่กัน และในท้ายที่สุด ผมทั่วศีรษะก็จะบางลงตามไปด้วย จนอาจเหลือแต่ผมบริเวณท้ายทอยด้านข้างและด้านหลัง



ที่มาของการอาการผมร่วงและผมบางในกรณีนี้ เกิดจากเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เพิ่มระดับขึ้นบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งเอนไซม์เจ้าปัญหาตัวนี้ จะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ให้กลายเป็นฮอร์โมน Dihydrotestosterone หรือ DHT ส่งผลให้รูขุมขนบริเวณหนังศีรษะมีขนาดเล็กลง ทำร้ายรากผมให้อ่อนแอ ทำให้ผมที่งอกขึ้นมาใหม่มีลักษณะเส้นเล็กบางและสั้น หลุดร่วงได้ง่ายก่อนเวลาอันควร เนื่องจากมีวงจรระยะเจริญเติบโตสั้น ขณะเดียวกันก็มีระยะพักที่ยาวขึ้น จึงใช้เวลานานกว่าเดิมในการงอกขึ้นใหม่ ทั้งยังสังเกตได้ว่า เส้นผมดูแห้งกร้าน ไม่มีชีวิตชีวา ไม่เงางามเหมือนเดิม

สำหรับคุณผู้ชายที่มีปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์ ซึ่งมีตัวการคือฮอร์โมน DHT แพทย์จึงแนะนำให้ปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด โดยจะเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย หรือที่เรียกว่า Safe Zone ไปปลูกใหม่ในบริเวณที่มีภาวะผมบางเพื่อคืนความหนาแน่น ซึ่งกราฟต์ผมด้านหลังท้ายทอย มีคุณสมบัติพิเศษคือทนทานต่อฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT เส้นผมบริเวณนี้จึงแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย แม้จะย้ายไปปลูกใหม่ในบริเวณอื่น ก็ยังสามารถหลุดร่วงและงอกใหม่ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผม อยู่กับศีรษะของเราไปได้ตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม คุณผู้ชายบางท่านอาจพบปัญหาผมร่วงและบางต่อเนื่องหลังปลูกผมไปแล้ว เนื่องจากผมเดิมยังคงได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT อยู่ ตรงนี้เองที่ NEAT + PHB จะเข้ามาตอบโจทย์ โดยหลังจากปลูกผมใหม่ด้วยเทคนิค NEAT ไปแล้ว แพทย์จะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และแนะนำให้คนไข้เข้ารับบริการฉีดบำรุง PHB ในระยะหลังปลูกด้วย


PHB คือทรีตเมนต์บำรุงที่จะช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นผมเดิม หรือผมใหม่ที่เพิ่งปลูก สำหรับผมเดิมที่ลักษณะเล็ก ลีบ แบน จากฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT จะได้รับการบำรุงให้มีขนาดเส้นผมที่ใหญ่ขึ้น หนาขึ้น สุขภาพดีขึ้นจากภายใน ขณะเดียวกันก็ยืดระยะเจริญเติบโต ลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผม พร้อมกับลดเวลาระยะพัก ทำให้เส้นผมงอกใหม่เร็วขึ้นด้วย 

คนไข้หลาย ๆ ท่านเข้ารับการฉีดบำรุง PHB ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง เส้นผมเดิมและเส้นผมใหม่จึงแข็งแรง แลดูหนาแน่น ดกดำ บางท่านยังคงวางใจให้แพทย์ของนามนินดูแลด้วยการฉีด PHB แม้ครบระยะติดตามผลหลังปลูก 1 ปีเต็มไปแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นความตั้งใจของแพทย์ที่จะมอบการดูแลต่อเนื่องให้กับคนไข้อย่างเต็มที่



ทั้งนี้ ในส่วนของคุณผู้หญิง แพทย์จะออกแบบแนวทางการรักษาที่ต่างออกไป ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการของแต่ละเคส 

  • หากคุณผู้หญิงมีปัญหาผมบางด้านหน้า หรือผมร่นลึกบริเวณหน้าผาก กรณีนี้ แพทย์สามารถปลูกผมใหม่เพื่อปรับกรอบหน้าให้สมส่วนตามหลัก Golden Ratio ได้ 
  • แต่หากคุณผู้หญิงมีปัญหาผมบางทั่วศีรษะ ที่อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ การปลูกผมอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม เนื่องจากผู้หญิงไม่มีบริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอย ที่เส้นผมมีคุณสมบัติทนทานต่อการหลุดร่วงเหมือนผู้ชาย เป็นไปได้ว่า แม้จะทำการปลูกผมใหม่แล้ว เส้นผมใหม่ก็ยังมีโอกาสหลุดร่วงได้ในอนาคต กรณีนี้ แพทย์จะแนะนำการฉีดบำรุงด้วย PHB เพื่อฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะให้กลับมาแข็งแรง แทนการปลูกผม
  • และสำหรับคุณผู้หญิงที่เผชิญกับปัญหาผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม เช่นการยืด ดัด ทำสี รวมไปถึงสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นภาวะผมร่วงหลังคลอด การฉีดบำรุง PHB ก็เป็นทางเลือกที่แพทย์แนะนำเช่นกัน






จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเส้นผม จึงเป็นการก้าวเข้ามาพูดคุยปรึกษากับแพทย์ได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้แพทย์ตรวจสภาพผม วิเคราะห์ปัญหา และรับฟังความต้องการของคนไข้ ซึ่งจะนำไปสู่การออกแบบแนวทางการรักษา ผสาน 2 ศาสตร์ NEAT + PHB เข้าด้วยกัน จนตอบโจทย์การฟื้นฟูดูแลผมของคนไข้แต่ละคนได้มากที่สุดนั่นเอง


“กราฟต์ผม” ต้นทุนสำคัญของการปลูกผม
รู้จัก “กราฟต์ผม” ต้นทุนสำคัญของการปลูกผม
เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่คะ ว่าทำไมคนที่ปลูกผมมาเหมือนกันแต่ผลลัพธ์ถึงดูแตกต่างกัน นั่นเป็นเพราะการปลูกผมนั้นมีหลายปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเส้นผมหลังปลูก แล้วจะมีอะไรบ้างนั้น เรารวบรวมมาไว้ในบทความนี้ค่ะ

ปัจจัยแรกคือ “กราฟต์ผม = ต้นทุนของการปลูกผม” แพทย์จะเลือกกราฟต์ผมจากพื้นที่ Safe Zone ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังท้ายทอย เนื่องจากเส้นผมในพื้นที่นี้จะไม่ถูกผลกระทบจากฮอร์โมน DHT ที่เป็นสาเหตุหลักของการหลุดร่วงของเส้นผม การเลือกกราฟต์ผมจากบริเวณนี้จึงจะทำให้เส้นผมที่ปลูกจะเติบโตได้ดีและไม่หลุดร่วงง่าย ซึ่งลักษณะของเส้นผมในบริเวณ Safe Zone นี้ก็ยังมีความหลากหลายอยู่ด้วย ในบางคน รูรากผมอาจมีเพียงเส้นเดียว ในขณะที่บางคนก็อาจมีผม 2-3 เส้น และในคนที่กราฟต์ผมแข็งแรงมากๆ ก็อาจมีได้มากถึง 3-4 เส้น ซึ่งความแข็งแรงของเส้นผมในบริเวณนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญหลังการปลูกผม หากเส้นผมที่ปลูกมีคุณภาพดี ก็จะช่วยให้ผมที่ปลูกเติบโตขึ้นมาเป็นผมที่หนาและแข็งแรง ในทางตรงกันข้าม หากเส้นผมไม่แข็งแรงพอ ผลลัพธ์อาจทำให้ผมดูไม่หนาแน่นเท่าที่ควร

หากจะลงลึกถึงความแตกต่างของลักษณะและความแข็งแรงของเส้นผมของแต่ละบุคคลนั้นว่าขึ้นอยู่กับอะไร ก็เกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ อาทิ กรรมพันธุ์ พฤติกรรมการใช้ชีวิต เพศ และวัย โดยเฉพาะอายุของผู้ที่ต้องการปลูกผม หากอายุน้อย เส้นผมยังแข็งแรงและมีจำนวนมาก การเก็บกราฟต์ผมก็จะได้ปริมาณมาก เพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากอายุมากขึ้น ผมอาจเริ่มหลุดร่วงและมีเส้นผมบางลง สุขภาพผมไม่แข็งแรง การเก็บกราฟต์ผมจะมีข้อจำกัดและอาจได้จำนวนผมต้นทุนน้อยกว่า เพราะแพทย์ต้องคัดเลือกกราฟต์ผมอย่างระมัดระวังมากขึ้น 







ปัจจัยต่อมาที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากราฟต์ผมต้นทุน นั้นคือ “แพทย์ปลูกผม” ที่ควรต้องมีความรู้ ประสบการณ์ และมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัว เพราะการปลูกผมนั้นต้องใช้ทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ในการทำงานทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การรับฟังปัญหาของผู้รับบริการ การออกแบบการรักษา ซึ่งแม้แต่การคำนวนการใช้กราฟต์ผมที่จะนำออกมาจาก Safe Zone ก็เป็นรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้าม ควรนำออกมาตามปริมาณการใช้เท่านั้น ไม่ควรนำออกมามากเกินความจำเป็น ซึ่งจะทำให้เสียต้นทุนไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะมีกราฟต์ผมประมาณ 80-100 กราฟต์ / ตารางเซนติเมตร แต่แพทย์จะนำออกมาทั้งหมดเลยไม่ได้ แพทย์ต้องเหลือกราฟต์ผมไว้ให้เหมาะสมด้วย เนื่องจากกราฟต์ผมบริเวณ Safe Zone นั้นใช้แล้วจะหมดไป ผมจะไม่งอกขึ้นมาใหม่อีก จึงไม่ควรมีคำว่า “เผื่อเหลือ เผื่อขาด” ในการปลูกผมค่ะ


แล้วแพทย์ปลูกผมต้องมีศิลปะด้วยเหรอ? ใช่ค่ะ เพราะการปลูกผมนั้นต้องใช้ความละเอียด ประณีตในการทำงานทุกขั้นตอน รวมถึงการลงมือปลูกผมด้วยตนเองทุกๆ กราฟต์ ซึ่งแพทย์จะสามารถจัดวางความหนาแน่น ทิศทาง และความเหมาะสมกลมกลืนของเส้นผมได้ตามที่ควรจะเป็น


อีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “เทคนิคในการปลูกผม” ซึ่งหมายรวมถึงเครื่องมือที่ใช้ในการปลูกผมด้วย เพราะการเลือกใช้ “เครื่องมือที่เหมาะสม” ก็มีบทบาทสำคัญในการรักษาคุณภาพของกราฟต์ผมในระหว่างกระบวนการนำออกจาก Safe Zone ซึ่งเป็นกระบวนการแรกที่จะส่งผลต่อผลลัพธ์ของการปลูกผมได้แล้ว ซึ่งหากไม่ระมัดระวังในขั้นตอนการเจาะนำกราฟต์ผมออกนี้ กราฟต์ผมอาจกระทบกระเทือน ทำให้สูญเสียคุณภาพในการปลูก และรอยแผลจากการเจาะจะส่งผลต่อผมด้านหลังของผู้รับบริการ ผมจะเว้าแหว่ง ไม่สม่ำเสมอ กลายเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต



ทุกปัจจัยนั้นมีความสำคัญและมีรายละเอียดที่ล้วนส่งผลต่อผลลัพธ์หลังการปลูก คุณหมอนิน จึงได้ออกแบบการปลูกผมเทคนิค NEAT ที่คุณหมอนินตั้งใจดูแลด้วยตัวเองในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่วิเคราะห์ปัญหาและออกแบบการรักษาเฉพาะเป็นรายบุคคล อธิบายขั้นตอนการรักษาอย่างตรงไปตรงมา รับฟังความกังวลและความคาดหวังของผู้รับบริการ เปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้วางแผนและคาดการณ์ผลลัพธ์ที่จะได้หลังการปลูกร่วมกัน และที่สำคัญคือ ลงมือปลูกผมด้วยตัวเองทุกกราฟต์ ตั้งแต่การฉีดยาชาเข็มแรกจนถึงการปลูกผมกราฟต์สุดท้าย และสิ่งที่หลายคนมักจะลืมนึกถึงคือ การดูแลหลังการปลูกผม ซึ่งที่นามนิน คุณหมอนิน ก็จะดูแล Follow Up หลังการปลูกผมด้วยตัวเองตลอด 1 ปี เพราะเราเชื่อมั่นว่า หากทุกกระบวนการในการปลูกผมดี ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะดีค่ะ 
ฟื้นผมอย่างไร เมื่อ “คลอรีน” ตัวร้าย ทำผมเสีย
สังเกตมั้ยว่า หากเราว่ายน้ำเป็นเวลานาน ๆ เมื่อขึ้นจากสระว่ายน้ำ และลองเอามือสัมผัสเส้นผม จะรู้สึกว่าผมที่เคยนุ่มลื่น กลับแห้งและกระด้างกว่าปกติ ซึ่งหลายคนคงเคยทราบแล้วว่า ตัวการสำคัญที่ทำร้ายผมของเรา ก็คือ “คลอรีน” ในสระว่ายน้ำ


ที่จริงแล้ว คลอรีน นับเป็นสารเคมีที่อยู่ใกล้ตัวพวกเราทุกคนมาก ๆ เพราะในกระบวนการทำน้ำประปาที่เราใช้อาบ ซักล้าง หรือแม้กระทั่งดื่มอยู่ทุกวัน ก็ต้องผ่านการบำบัดฆ่าเชื้อโรคด้วยสารคลอรีน โดยควบคุมให้สารคลอรีนที่หลงเหลือในน้ำ ให้อยู่ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายและสามารถอุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัย 

และด้วยจุดประสงค์เดียวกัน คลอรีนจึงเป็นสารฆ่าเชื้อตัวสำคัญที่ใช้กับสระว่ายน้ำ เนื่องจากสระว่ายน้ำมีพื้นที่กว้างใหญ่ มีผู้เข้ามาใช้บริการหลากหลาย ยากต่อการดูแลทำความสะอาด ขณะที่คุณสมบัติของคลอรีนนั้น เป็นสารอนินทรีย์ทรงพลังที่มีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นไวรัส หรือแบคทีเรีย แต่ก็มีความปลอดภัยสูงเช่นกัน ทั้งยังสามารถสลายตัวได้รวดเร็วในธรรมชาติ 

อย่างไรก็ตาม การสลายตัวของคลอรีนนั้น ก็ต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้มข้นหรือปริมาณของคลอรีนในน้ำด้วย ดังนั้น เมื่อเราลงว่ายน้ำในสระ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องสัมผัสกับคลอรีนปริมาณมาก 

“คลอรีน” ตัวการทำร้ายผม??
มาลองทำความเข้าใจให้ลึกอีกนิด ว่าคลอรีนส่งผลเสียต่อเส้นผมของเราอย่างไร การที่คลอรีนมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคได้ดีนั้น ก็เนื่องจากผนังเซลล์ของเจ้าเชื้อโรคต่าง ๆ มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบ เมื่อคลอรีนทำปฏิกิริยากับโปรตีน ซึมผ่านผนังเซลล์ และเข้าไปทำลายเอนไซม์ในเซลล์ของเชื้อโรค ก็จะทำให้เชื้อโรคตายได้ 

และถ้าใครรู้จักโครงสร้างเส้นผมของคนเรา ก็คงพอจะนึกออกแล้วว่า คลอรีนกลายเป็นตัวร้ายทำลายผมได้อย่างไร นั่นก็เพราะส่วนประกอบสำคัญของเส้นผม คือ “โปรตีน” นั่นเอง โดยอยู่ในรูปของโปรตีนเส้นใยที่เรียกว่า “เคราติน” หากเส้นใยเคราตินเกาะยึดกันอย่างแข็งแรง ก็จะช่วยทำหน้าที่ปกป้องเส้นผม ให้เส้นผมนุ่มลื่นสุขภาพดี ไม่อ่อนแอ เปราะบาง หรือแตกปลาย


แต่เมื่อเส้นผมสัมผัสกับคลอรีน คลอรีนจะไปทำลายโปรตีนในเส้นผม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใครที่ชอบว่ายน้ำกลางแดดแรง ๆ รังสี UV ที่มีความเข้มข้นสูง จะไปกระตุ้นให้เกล็ดผมเปิดออก ยิ่งทำให้คลอรีนแทรกซึมเข้าถึงแกนผมได้เร็วขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ความร้อนจากแสงแดดเอง รวมถึงความเป็นกรดด่างของน้ำ ก็จะทำปฏิกิริยากับคลอรีน ส่งผลทำร้ายเส้นผมรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

ผลลัพธ์ที่เกิดกับเส้นผมหลังสัมผัสสารคลอรีน จึงทำให้ผมแห้ง แข็งกระด้าง ไร้น้ำหนัก โครงสร้างผมเปราะบางและอ่อนแอลง หากใครทำสีผม ก็อาจรู้สึกว่าสีผมซีดลงอีกด้วย และคลอรีนยังไปชะล้างไขมันตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องหนังศีรษะและเส้นผมออก เส้นผมจึงยิ่งแห้ง ชี้ฟู และสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น

ปกป้องและฟื้นบำรุงผมเสียจาก “คลอรีน” 
แม้จะทราบแล้วว่าคลอรีนในสระว่ายน้ำส่งผลเสียต่อเส้นผม แต่แน่นอนว่าเราไม่จำเป็นต้องหันหลังให้กับกิจกรรมสุดโปรดช่วงซัมเมอร์ หรือต้องหยุดออกกำลังกายทางน้ำไป ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อช่วยปกป้องเส้นผมของเราจากฤทธิ์ของคลอรีน

  • ลองใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบเส้นผม หรือครีมปรับสภาพผม เพื่อไม่ให้คลอรีนตรงเข้าทำร้ายเส้นผมได้โดยตรง
  • สวมหมวกว่ายน้ำ เพราะนี่คือไอเท็มที่ช่วยป้องกันไม่ให้คลอรีนสัมผัสกับเส้นผมได้เป็นอย่างดี
  • หลีกเลี่ยงการลงสระว่ายน้ำช่วงเที่ยง เพื่อไม่ให้แดดร้อนจัดและรังสี UV เข้มข้น เปิดเกล็ดผมจนสามารถรับคลอรีนได้แบบเต็ม ๆ 
  • รีบอาบน้ำสระผมให้สะอาดทันทีหลังขึ้นจากสระ เพื่อขจัดสารคลอรีนที่ตกค้างอยู่บนร่างกาย หากเลือกใช้แชมพูที่อ่อนโยน ปราศจากสารเคมี ก็จะยิ่งช่วยถนอมเส้นผมได้ดีขึ้น
  • บำรุงผมให้แข็งแรงสุขภาพดีจากภายใน เพื่อพร้อมรับมือกับมลภาวะหรือสารเคมีต่าง ๆ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น

“Namnin Hair Identify” ก้าวแรกที่ใช่ ของคนรักผม
และสำหรับใครที่กำลังมองหาผู้ช่วยคนสำคัญ ในการบำรุงผมให้แข็งแรง ฟื้นฟูผมแห้งเสีย จากคลอรีนหรือสารเคมีใด ๆ ก็ตาม นามนินขอแนะนำก้าวแรกของการดูแลเส้นผมที่หลาย ๆ คนมักมองข้าม นั่นคือการวิเคราะห์สภาพเส้นผม เพื่อรู้จักและเข้าใจเส้นผมของเราอย่างแท้จริง นำไปสู่การบำรุงดูแลอย่างตรงจุดในขั้นตอนต่อไป



“Namnin Hair Identify” คือโปรแกรมวิเคราะห์เส้นผมและหนังศีรษะด้วย AI ซึ่งจะยกระดับการวินิจฉัยและติดตามผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติความฉลาดและการประมวลผลที่เหนือระดับของ AI ระบบวิเคราะห์เส้นผมของนามนินจึงสามารถทำการวิเคราะห์เชิงลึกได้ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินความหนาแน่นของเส้นผม วัดขนาดรูขุมขน หรือตรวจสอบสภาพหนังศีรษะได้อย่างละเอียด ที่สำคัญ ยังสามารถวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ได้หลากหลาย ทั้งเรื่องของสภาพความมัน ความแห้ง รังแค หรือการอักเสบ

ความโดดเด่นของ Namnin Hair Identify อยู่ที่เทคโนโลยีกล้องขยายกำลังสูง ตรวจจับรายละเอียดในระดับไมโครสโคปได้อย่างชัดเจน โดยทำงานร่วมกับ AI ที่ประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถวิเคราะห์และสร้างรายงานผลแบบเรียลไทม์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย กลายเป็นตัวช่วยสำคัญให้แพทย์สามารถอธิบายผลการวิเคราะห์ และให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคลที่เหมาะสมและตรงจุดได้ทันที ทั้งยังนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์คนไข้มากยิ่งขึ้นกว่าที่เคย



ระบบวิเคราะห์ดังกล่าวยังสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมและหนังศีรษะต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งจะช่วยในการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังรักษาได้อย่างชัดเจน รวมถึงช่วยในการปรับแผนการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

ขั้นตอนในการรับบริการ Namnin Hair Identify ก็สะดวกสบาย เริ่มต้นจากการเก็บภาพถ่ายมุมกว้างทั้งด้านหน้า ท้ายทอย กลางศีรษะ และด้านข้างซ้ายขวาจนครบ จากนั้นนำกล้อง Trichoscope ส่องตรวจเส้นผมและหนังศีรษะในระดับไมโครสโคปิก แล้วจึงเป็นหน้าที่ของ AI ช่วยวิเคราะห์ประมวลผล โดยมีการเทียบกับฐานข้อมูลทางการแพทย์ สรุปผลและวางแผนการรักษา เพื่อท้ายที่สุด แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาผลการวิเคราะห์อีกครั้ง ก่อนจะอธิบายให้คนไข้ฟัง และออกแบบแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคลที่เหมาะสมที่สุดร่วมกัน เช่นการเข้ารับบริการทรีตเมนต์   การปรับสูตรผลิตภัณฑ์บำรุงต่าง ๆ ไปจนถึงการปลูกผมถาวร ทั้งยังสามารถจัดส่งรายงานวิเคราะห์ผลทางอีเมล และบันทึกข้อมูลเก็บไว้ในระยะยาว เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามผลการรักษาอีกด้วย







ทั้งนี้ ใครที่กำลังประสบปัญหาผมแห้งเสียจากการสัมผัสคลอรีน หรือสารเคมีอื่น ๆ หนึ่งในบริการทรีตเมนต์ที่นามนินขอแนะนำ ก็คือ PHB โปรแกรมฟื้นบำรุงผมที่มอบความสะดวกสบาย และผลลัพธ์ที่สังเกตได้ตั้งแต่การรับบริการครั้งแรก โดยแพทย์จะทำการฉายแสง Low-Level Laser Therapy หรือ LLLT ที่บริเวณหนังศีรษะ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด แล้วจึงฉีดบำรุงเพื่อกระตุ้นรากผม ฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแรง ซึ่งโปรแกรม PHB ยังสามารถลดการหลุดร่วงของเส้นผม เร่งการงอกใหม่ และเพิ่มความดกดำหนาแน่นของเส้นผมได้อีกด้วย โปรแกรมนี้จะใช้เวลาประมาณ 40 – 60 นาที ที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังเข้ารับบริการ สามารถใช้ชีวิตประจำวันหรือกลับไปทำงานได้เป็นปกติ

เพียงแค่รู้เทคนิควิธีปกป้องดูแลผม ฟื้นบำรุงผม และเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงผมถูกทำร้ายได้อย่างเหมาะสม เท่านี้ ไม่ว่าใครก็สามารถใช้ชีวิตและทำกิจกรรมโปรดได้อย่างเต็มที่ ไม่มีพลาด 





ซาวน่า & อบไอน้ำ ทำร้ายผมจริงหรือ?
การใช้บริการห้องซาวน่า หรือห้องอบไอน้ำ น่าจะเป็นกิจกรรมโปรดของใครหลาย ๆ คนที่รักสุขภาพและต้องการการผ่อนคลาย ซึ่งหากเราลองสำรวจความกังวลของผู้ใช้บริการ ประเด็นที่น่าจะอยู่ในอันดับต้น ๆ ก็คงหนีไม่พ้นความกังวลที่เกี่ยวกับ “เส้นผม” โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ความร้อนในห้องซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำนั้น จะส่งผลทำร้ายเส้นผม จนถึงขั้นทำให้ผมร่วงได้หรือไม่

แน่นอนว่า การใช้บริการห้องซาวน่า หรือห้องอบไอน้ำ โดยทั่วไปแล้วไม่น่าจะมีผลกระทบต่อเส้นผม เราจึงยังสามารถใช้บริการได้อย่างวางใจ ประเด็นสำคัญน่าจะอยู่ที่ “ระยะเวลา” ในการเข้าใช้บริการมากกว่า หากใช้เวลานานเกินไป ก็เป็นไปได้ที่เส้นผมของเราจะได้รับผลทางอ้อมจากความร้อนในห้องได้เช่นกัน

นั่นเป็นเพราะเมื่ออยู่ในห้องซาวน่า หรือห้องอบไอน้ำ ร่างกายของเราจะขับเหงื่อออกมาในปริมาณมาก หนังศีรษะก็จะยิ่งมีความชื้น เมื่อหนังศีรษะมัน ก็มีโอกาสที่จะเกิดรูขุมขนอุดตันตามมา กลายเป็นว่าทำให้หนังศีรษะแห้งลง เกิดการอักเสบ ระคายเคือง พร้อมกับเส้นผมที่อ่อนแอลง จนผมหลุดร่วงได้ง่ายกว่าปกติ

นามนินเองก็มีตัวอย่างที่น่าสนใจของคนไข้ที่เข้ามาปรึกษาปัญหาผมร่วงเฉียบพลัน โดยคนไข้ท่านนี้ผ่านการปลูกผมกับแพทย์ของนามนิน และเข้ารับการบำรุงดูแลเส้นผมตลอด 3 ปีโดยไม่เคยมีปัญหาใด ๆ จนกระทั่งคนไข้กลับมาพบแพทย์ด้วยอาการผมร่วงผิดปกติ ซึ่งวิเคราะห์ว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการใช้บริการห้องอบไอน้ำเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้หนังศีรษะและเส้นผมได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานานเกินไป จนเกิดผลกระทบดังที่อธิบายไปแล้วข้างต้น







ทั้งนี้ แพทย์ของนามนินแนะนำคนไข้เข้ารับบริการทรีตเมนต์ PHB ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่การพูดคุยปรึกษากับแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาร่วมกัน จากนั้นแพทย์จะตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมและหนังศีรษะ แล้วจึงให้บริการฉายแสง Low-Level Laser Therapy หรือ LLLT ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และเร่งการงอกใหม่ ตามมาด้วยการฉีดบำรุงลึกถึงชั้นรากผม เพื่อฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง มีขนาดใหญ่และหนาขึ้น ชะลอการหลุดร่วง เพิ่มโอกาสการงอกใหม่ของเส้นผมให้มากขึ้นและเร็วขึ้น คนไข้จึงได้ผลลัพธ์ผมที่แลดูหนาแน่นและดกดำขึ้น ตั้งแต่การรักษาเพียงครั้งแรก 



ข้อดีของบริการทรีตเมนต์ PHB ยังรวมถึงความสะดวกสบายที่คนไข้ได้รับรับ เนื่องจากใช้เวลาเพียง 40 – 60 นาที หลังเข้ารับบริการ สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ



ดังนั้นแล้ว กิจกรรมซาวน่าหรืออบไอน้ำ จึงไม่ได้เป็นตัวการทำร้ายผม หากใช้บริการอย่างเหมาะสม และสำหรับใครที่กำลังหาสาเหตุของอาการผมเสีย ผมร่วง ผมบาง ว่าเกิดจากอะไร จะเป็นพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า หรือเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ คุณสามารถเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ของนามนินได้ เพื่อเริ่มต้นก้าวแรกของการรักษาอย่างถูกต้อง นำไปสู่การออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ที่จะให้ผลลัพธ์ตอบโจทย์สภาพปัญหาและความต้องการของคุณได้อย่างตรงจุดอย่างแท้จริง

เครียด มลภาวะ ฮอร์โมน สาเหตุของผมร่วง
ผมร่วง ผมบาง เป็นปัญหาที่ผู้หญิงหลายคนต้องเผชิญ และมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน แต่ 3 ปัจจัยหลักที่เราจะพูดถึงวันนี้คือ ความเครียด มลภาวะ และฮอร์โมน

1. ความเครียด เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผมร่วง เนื่องจาก เมื่อร่างกายได้รับความเครียด จะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลในปริมาณสูง จะส่งผลกระทบต่อวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมร่วงเร็วขึ้นและมีการเจริญเติบโตช้าลง ความเครียดยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาผมบางหรือศีรษะล้านได้


2. มลภาวะ โดยเฉพาะฝุ่น ควัน หรือสารเคมีจากสิ่งแวดล้อมสามารถทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผมได้ มลภาวะเหล่านี้สามารถทำให้รูขุมขนอ่อนแอลง ส่งผลให้เส้นผมหลุดร่วงง่ายและชะลอการเจริญเติบโตของผมใหม่ได้



3. ฮอร์โมน ฮอร์โมนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมบางและร่วงได้ โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีผลต่อการเติบโตของเส้นผม เมื่อระดับฮอร์โมนนี้ลดลง เช่น ในช่วงวัยหมดประจำเดือนหรือหลังคลอด อาจทำให้เกิดปัญหาผมบางได้


ที่ นามนินคลินิก เรามี โปรแกรม PHB ที่พัฒนาโดยคุณหมอนิน ซึ่งเป็นทรีตเม้นต์แบบฉีดที่บำรุงผมอย่างล้ำลึก ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาผมร่วงและผมบาง นอกจากนี้เรายังมีการตรวจสภาพหนังศีรษะและเส้นผมด้วยเทคโนโลยี Hair Identify ที่จะช่วยระบุปัญหาที่ทำให้ผมร่วง เช่น การอุดตันของรูขุมขนหรือการขาดสารอาหาร 




โปรแกรม PHB มีสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม และเสริมความแข็งแรงให้รากผม ซึ่งโปรแกรมนี้จะช่วยลดการหลุดร่วงของผมและบำรุงหนังศีรษะให้กลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง
หลังจากการเข้ารับการบริการที่นามนินคลินิก คุณจะเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนภายในระยะเวลาอันสั้น ผมร่วงน้อยลงและเส้นผมที่งอกใหม่จะดูหนาดกดำและแข็งแรงขึ้น 

อย่าปล่อยให้ปัญหาผมร่วงและบางทำลายความมั่นใจของคุณอีกต่อไป เริ่มต้นดูแลเส้นผมของคุณด้วย โปรแกรม PHB เพื่อผมสวยสุขภาพดีที่คุณคู่ควร






รับมืออย่างไร “สูงวัย” VS “ผมร่วง”
หนึ่งในปัญหาความกังวลใจของผู้ที่ตัวเลขอายุเริ่มเดินหน้าเข้าสู่ช่วง “สูงวัย” ก็คืออาการผมร่วง ผมบาง ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุพันธุธรรม หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งชวนให้เจ้าของเส้นผมหมดความมั่นใจในการออกไปพบปะผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้สูงวัยในปัจจุบันยังคงใช้ชีวิตแบบ Active เต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ไม่ใช่วัยที่จะเก็บตัวเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านเหมือนสมัยก่อน ดังนั้น การดูแลเส้นผมให้ยังคงดูหนาแน่น ดกดำ จึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้สูงวัยในยุคนี้ 

ทางออกเหล่านี้ คือตัวช่วยสำหรับผู้สูงวัย ที่ต้องการฟื้นบำรุงผม และคืนความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง

รับประทานยา 
ตัวอย่างเช่นยา Finasteride สำหรับคุณผู้ชายที่มีอาการผมบางจากกรรมพันธุ์ ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่จะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายเป็น DHT ซึ่งเป็นตัวการออกฤทธิ์ทำให้รูขุมขนแคบลง เส้นผมอ่อนแอ เล็ก และบางลงเรื่อย ๆ จนหลุดร่วงง่ายก่อนเวลาอันควร ตัวยานี้จึงช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ 

ทายา
Minoxidil เป็นยาสำหรับทา ที่จะช่วยลดระยะเวลาเส้นผมที่อยู่ในระยะพัก และยืดระยะเจริญเติบโตของเส้นผมให้ยาวนานขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นและบำรุงให้รากผมแข็งแรง ชะลออาการหลุดร่วง เร่งการสร้างเส้นผมใหม่ ขณะเดียวกันก็ช่วยขยายรูขุมขนบริเวณหนังศีรษะ ส่งผลให้ขนาดของเส้นผมที่งอกขึ้นใหม่นั้นมีโอกาสที่จะใหญ่และหนากว่าเดิม 

เลือกรับประทานอาหารบำรุงเส้นผม
ถือเป็นการบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงจากภายใน ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอุดมไปด้วยสารอาหารที่เส้นผมต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารตระกูลไข่ ที่ให้โปรตีนสูง เนื่องจากโปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเส้นผม ตามมาด้วยอาหารประเภทถั่วและธัญพืช ซึ่งมีไบโอติน ช่วยบำรุงเส้นผมโดยตรง เนื้อสัตว์ประเภทเนื้อแดง ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือดซึ่งจะลำเลียงสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเส้นผมนั่นเอง และยังแนะนำให้รับประทานผักใบเขียว ซึ่งเป็นแหล่งของวิตามินหลากหลายชนิด ที่ล้วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผมเช่นกัน

รับประทานวิตามินรวม
เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและสะดวกสบาย แต่ได้คุณค่าครบ ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ VITA H จากนามนิน ที่มาในรูปแบบของแคปซูล ซึ่งแพทย์คัดสรรวิตามินตัวเด่นมาไว้รวมกัน เพื่อช่วยบำรุงรากผม ทั้งยังเสริมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอีกหลายชนิด ช่วยให้ลดการอักเสบของหนังศีรษะ ซ่อมแซมเส้นผม และเสริมโครงสร้างเส้นผมให้แข็งแรง รวมถึงลดการหลุดร่วงอย่างได้ผล



ปลูกผมถาวร
นามนินขอแนะนำ การปลูกผมเทคนิค NEAT ที่พัฒนาต่อเนื่องโดยคุณหมอนิน โดยเป็นการเจาะย้ายรากผมจากด้านหลังท้ายทอย นำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วงและผมบาง ซึ่งดำเนินการโดยคุณหมอนินเพียงท่านเดียวตลอดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทางรักษา ตามมาด้วยการลงมือปลูกผมด้วยตัวเองแบบเส้นต่อเส้น รวมไปถึงการดูแลติดตามผลอย่างต่อเนื่องทุกระยะ เป็นเวลา 1 ปีเต็ม 


คุณหมอนินยังออกแบบเทคนิคต่าง ๆ เสริมเข้าไป เพื่อให้การปลูกผมเป็นประสบการณ์แสนสะดวกสบายและปลอดภัยสำหรับคนทุกวัย หลังปลูกผมสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ที่สำคัญ การปลูกผมเทคนิค NEAT  ได้ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ คืนรอยยิ้มและความมั่นใจให้กับผู้สูงวัยมาแล้วหลายท่าน 


ผู้สูงวัย จึงมีทางเลือกที่หลากหลายเพื่อรับมือกับปัญหาเส้นผม แต่ถ้าท่านไหนยังลังเลใจ ไม่แน่ใจว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไรดี บางท่านมีความสงสัยว่าควรเลือกใช้วิธีใดจึงจะเหมาะสม หรือบางท่านพยายามรักษาอาการผมร่วงมานานแล้ว แต่ยังไม่ใช่คำตอบที่ตามหา ขอแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอที่นามนิน เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการรักษาที่ใช่ เติมเต็มความสุขคนสูงวัยไปด้วยกัน
เริ่มต้นดูแลเส้นผมใหม่ หลังปลูก NEAT ใน 7 วันแรก
การปลูกผมให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ นอกจากความชำนาญของแพทย์และเทคนิคในการปลูกผมแล้ว ขั้นตอนสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ละเลยไม่ได้คือ “การดูแลหลังการปลูกผม” โดยเฉพาะใน “7 วัน ช่วงเวลาชี้ชะตาเส้นผมหลังปลูก” ซึ่งเป็นระยะสำคัญในการดูแลเส้นผมที่ปลูกใหม่ไม่ให้หลุดร่วงก่อนกำหนด เพราะกราฟต์ผมเพิ่งได้รับการย้ายมาปลูกใหม่ รากผมยังไม่แข็งแรงดีและยังไม่ฝังตัวในชั้นหนังศีรษะ หากมีการกระทบกระเทือนบริเวณที่ปลูกจึงมีโอกาสที่รากผมจะอักเสบและหลุดร่วงได้


ในวันแรกหลังการปลูกผม ผมที่ปลูกใหม่จะเป็นตอสั้นๆ อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือแทบไม่มีอาการ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งการ Follow up ของแพทย์จะเริ่มในวันนี้ทันที โดยคนไข้จะต้องเข้ามารับการสระผมที่คลินิก พร้อมทั้งรับคำแนะนำในการทำความสะอาดเส้นผมอย่างถูกต้อง และรับชุดผลิตภัณฑ์จากนามนินเพื่อนำกลับไปดูแลตัวเองต่อที่บ้าน ซึ่งหลังจากการปลูกผมด้วยเทคนิค NEAT แล้ว การดูแลตัวเองไม่ได้ยุ่งยาก เพียงแค่ควรเพิ่มการใส่ใจดูแลตัวเองเป็นพิเศษในบางเรื่อง อาทิ
  • ห้ามแคะ แกะ เกา หรือทำสิ่งใดที่กระทบกระเทือนบริเวณผมปลูกใหม่
  • ใน 2-3 วันแรก ควรนอนยกหัวสูงเพื่อลดบวม และหลีกเลี่ยงท่านอนที่จะทำให้ผมปลูกใหม่หลุด เช่น ปลูกผมบริเวณหน้าผาก ควรนอนหงาย ไม่นอนตะแคง
  • ควรสวมเสื้อติดกระดุมหน้าแทนการสวมหัวในช่วง 3-5 วันหลังการปลูกผม
  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนต่างๆ  เช่น ไดร์เป่าผม น้ำอุ่น อบซาวน่า โยคะร้อน แสงแดดแรงๆ
  • งดกิจกรรมหรือการออกกำลังกายหนักๆ ที่อาจจะกระทบกระเทือนรากผม



นอกจากคำแนะนำเหล่านี้แล้ว ในชุดผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจากนามนินจะช่วยให้การทำความสะอาดและดูแลเส้นผมหลังปลูกใหม่นั้นง่าย และสะดวกสบาย  ซึ่งในเซ็ตประกอบไปด้วย
  • BALLVIC Transform Shampoo แชมพูสเปรย์สำหรับผมหลังปลูกโดยเฉพาะ มีความอ่อนโยนสูง เพิ่มความชุ่มชื่นให้หนังศีรษะและบำรุงรากผมให้แข็งแรง และเพิ่มอัตราการติดของผมหลังปลูก ใช้สระผมวันละ 1 ครั้ง โดยการฉีดพ่นให้ทั่วโดยเน้นบริเวณที่ปลูก ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออกโดยการเปิดน้ำไหลผ่าน หลีกเลี่ยงน้ำอุ่น สามารถใช้ได้หลังการปลูกผม
  • BALLVIC Transform Solution สเปรย์ลดการอักเสบ ลดอาการคันและลดบวมได้ ลดการเกิดสะเด็ดแผลในช่วง 3-5 วันแรก เพิ่มความชุ่มชื่นให้หนังศีรษะพร้อมทั้งบำรุงเส้นผม และเพิ่มอัตราการติดของผมหลังปลูก ใช้ฉีดพ่นให้ทั่วโดยเน้นบริเวณที่ปลูก ฉีดได้ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องล้างออก


  • Elixir Hair Serum บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ โดยฉีดพ่นหนังศีรษะ เน้นบริเวณที่ปลูกผมวันละ 1-2 ครั้ง เริ่มใช้หลังการปลูกผมประมาณ 7 วัน


ซึ่งหากคนไข้ดูแลตัวเองได้ตามคำแนะนำของแพทย์ เมื่อครบ 7 วันหลังการปลูกผม รากผมจะแข็งแรงขึ้น และเริ่มฝังตัวหลังจากปลูกครบ 14 วัน เป็นต้นไปค่ะ




นอกจากการดูแลหลังปลูกผมที่นามนินให้ความสำคัญแล้ว ผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมเทคนิค NEAT ของนามนิน จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจของการปลูกผมตั้งแต่วันแรกจนครบ 1 ปี 

เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษา วางแผนการรักษา ลงมือปลูกผม และติดตามผลการรักษาโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน คนไข้จะได้มีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบ Hairline ที่เหมาะกับรูปหน้าของตนเอง ในวันปลูกผมก็จะได้เห็นการลงมือปลูกผมของคุณหมอนินด้วยตาตนเอง สามารถพูดคุยกับคุณหมอ หรือจะดูหนัง ฟังเพลงได้ตามสบายตลอดระยะเวลาของการปลูกผม 

และที่สำคัญ คุณหมอนินจะเป็นผู้ดูแล ให้คำแนะนำ และ Follow up หลังการปลูกผมด้วยตัวเองจนครบ 1 ปี มั่นใจได้แน่นอนว่าทุกช่วงเวลาแห่งการรอคอยการเติบโตของเส้นผมใหม่นั้นจะมีนามนินอยู่เคียงข้างเสมอ และพร้อมสัมผัสผลลัพธ์การปลูกผมที่สมบูรณ์ไปพร้อมกับคุณค่ะ   




โปรแกรม PHB แก้ผมบางร่วงเพื่อผู้หญิงทุกวัย
ปัญหาผมบางในผู้หญิงเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้หญิงจำนวนมาก สาเหตุของอาการผมบางมีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน พันธุกรรม หรือภาวะขาดสารอาหาร การทำความเข้าใจและเข้าถึงวิธีการรักษาที่เหมาะสมสามารถช่วยฟื้นฟูความมั่นใจและสุขภาพของเส้นผมได้

สาเหตุของปัญหาผมบางในผู้หญิง
1. พันธุกรรมและฮอร์โมน : พันธุกรรมมีผลสำคัญต่ออาการผมบาง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับผมบางในช่วงวัยกลางคน ฮอร์โมนก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีผลต่อการเติบโตของเส้นผม เมื่อระดับฮอร์โมนนี้ลดลง เช่น ในช่วงวัยหมดประจำเดือนหรือหลังคลอด อาจทำให้เกิดปัญหาผมบางได้
2. ภาวะขาดสารอาหาร : การขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น ธาตุเหล็ก โปรตีน และวิตามินบี โดยเฉพาะวิตามินบี 7 (ไบโอติน) จะทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่าย ผู้หญิงที่มีภาวะโลหิตจางมักมีความเสี่ยงต่อผมบางมากกว่าคนทั่วไป
3. ความเครียดและการใช้สารเคมี : ความเครียดมีผลต่อการร่วงของเส้นผมชั่วคราว เพราะฮอร์โมนเครียดที่ร่างกายหลั่งออกมาส่งผลกระทบต่อรูขุมขน นอกจากนี้ การใช้สารเคมีในการทำผม เช่น การทำสี ยืด ดัด และการใช้ความร้อนสูงจากอุปกรณ์ตกแต่งผมบ่อยครั้ง ก็สามารถทำให้เส้นผมอ่อนแอและร่วงง่ายขึ้น



วิธีการรักษาปัญหาผมบางเบื้องต้น
1.  การใช้ยาทาเฉพาะที่  : ยา Minoxidil เป็นยาที่นิยมใช้ในการรักษาอาการผมบางในผู้หญิง โดยมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและชะลอการหลุดร่วง ผลลัพธ์อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน แต่เป็นวิธีที่ปลอดภัยและสะดวกในการใช้
2.  การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและโภชนาการ : การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามินบี และไบโอตินอย่างเพียงพอ ช่วยส่งเสริมสุขภาพเส้นผมและลดการหลุดร่วง การนอนหลับที่เพียงพอและการจัดการความเครียดก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมได้
3.  การรับประทานยากดฮอร์โมน : ในกรณีที่อาการผมบางมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนแอนโดรเจนซึ่งมีบทบาทในการทำให้เส้นผมร่วงในผู้หญิง ยาที่ใช้ยับยั้งผลของฮอร์โมนเพศชายอาจถูกนำมาใช้ในการรักษา ยานี้มีคุณสมบัติช่วยลดการผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน และยับยั้งผลกระทบที่ฮอร์โมนนี้มีต่อรูขุมขน ซึ่งช่วยชะลอการหลุดร่วงและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม อย่างไรก็ตาม ยานี้อาจมีผลข้างเคียง เช่น การยับยั้งน้ำในร่างกายและความดันโลหิต ดังนั้นการใช้ยากดฮอร์โมนควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

การฟื้นฟูเส้นผมด้วย : โปรแกรม PHB
การเข้ารับบริการโปรแกรม PHB  เป็นกระบวนการฟื้นฟูเส้นผมที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยมีขั้นตอนการดูแลจากคุณหมอนิน แพทย์ปลูกผมนามนินคลินิก เพื่อให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด




ขั้นตอนการเข้ารับบริการ
1. ปรึกษาและวางแผนการรักษากับคุณหมอนิน
เริ่มต้นด้วยการปรึกษากับคุณหมอนินเป็นขั้นตอนสำคัญ คุณหมอจะตรวจประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุและปัญหาผมบางของผู้เข้ารับบริการโดยเฉพาะ จากนั้นจึงวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละคน พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการดูแลที่ควรปฏิบัติตามเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา

2. การรับบริการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy)
การฉายแสง LLLT เป็นเทคโนโลยีการกระตุ้นรากผมด้วยเลเซอร์พลังงานต่ำ แสงเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะและเพิ่มความแข็งแรงของรากผม ทำให้เส้นผมดูหนาขึ้นและสุขภาพดี



3. การฉีดบำรุงโดยคุณหมอนิน
คุณหมอนินจะเป็นผู้ฉีดสารบำรุงเข้าสู่บริเวณรากผมด้วยความประณีต การฉีดบำรุงนี้จะช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง การฉีดบำรุงโดยผู้มีประสบการณ์ยังช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในการรักษา



การรับบริการ PHB ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากคุณหมอนินจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาอย่างมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงและสุขภาพดีในระยะยาว
เจาะลึก 7 จุดเด่น เทคนิค “ปลูกผมแทรก”
สำหรับการปลูกผมเทคนิค NEAT นอกจากจะเน้นที่ทักษะ ประสบการณ์ และความใส่ใจของแพทย์ผู้ชำนาญในการปลูกผมใหม่แบบกราฟต์ต่อกราฟต์แล้ว ส่วนหนึ่งที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายและความพึงพอใจของคนไข้ ก็คือเทคนิคต่าง ๆ ที่แพทย์ออกแบบและพัฒนาขึ้นจากความเข้าใจใน pain point และความต้องการของคนไข้อย่างแท้จริง และหนึ่งในหลาย ๆ เทคนิคเหล่านั้น ก็คือการ “ปลูกผมแทรก”

นามนินจึงขอพาไปทำความรู้จักกับเทคนิค “ปลูกผมแทรก” พร้อมเจาะลึก 7 จุดเด่นที่สะท้อนความใส่ใจของแพทย์ บนหลักการนำศาสตร์และศิลป์มาผสานรวมกัน เพื่อผลลัพธ์การปลูกผมที่จะเปลี่ยนคนไข้เป็นคนใหม่ได้อย่างที่ต้องการ

1. เทคนิค “ปลูกผมแทรก” จบปัญหาผมบางกลางศีรษะ
หากถามว่า บริเวณไหนที่เหมาะกับการปลูกผมแทรก คำตอบก็คือ บริเวณกลางศีรษะ ซึ่งคุณผู้ชายส่วนใหญ่มักจะพบภาวะผมบางในบริเวณนี้ และก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้นจนเข้าสู่ภาวะผมล้านกลางศีรษะแบบไข่ดาว แพทย์แนะนำให้รักษาด้วยการปลูกผมแทรก ซึ่งหมายถึงการปลูกผมใหม่แทรกลงไปกับเส้นผมเดิมที่ยังเหลืออยู่นั่นเอง


2. ปลูกผมดีต่อใจ ไม่ต้องโกนผมเดิม
หลายคนอาจจะยังติดกับภาพจำว่า การปลูกผม จะต้องโกนผมเดิมทิ้ง แต่เทคนิคใหม่ ๆ และเทคโนโลยีการแพทย์ที่พัฒนาก้าวหน้าขึ้น ก็เอื้อให้การปลูกผมไม่จำเป็นต้องโกนผมทิ้งอีกต่อไป และเทคนิคปลูกผมแทรกก็ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิดใหม่ ไม่ต้องโกนผมเช่นกัน

3. ปลูกผมด้วยแพทย์ แบบเส้นต่อเส้น
จุดเด่นสำคัญของเทคนิค NEAT ก็คือการที่แพทย์เป็นผู้ลงมือปลูกผมเองแบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น โดยเฉพาะเทคนิคปลูกผมแทรก ต้องอาศัยทักษะและความละเอียดประณีตของแพทย์ ในการวางทิศทางและองศาของเส้นผมใหม่ ให้กลมกลืนแนบเนียนไปกับเส้นผมเดิม ซึ่งหากไม่คำนึงถึงทิศทางผมตั้งแต่ขั้นตอนนี้ เมื่อผมใหม่ยาวขึ้น และชี้ย้อนทิศผิดทาง ก็อาจจะไม่สามารกลับมาแก้ไขได้แล้วก็เป็นได้

4. Implanter อุปกรณ์คู่ใจแพทย์ปลูกผม
และตัวช่วยสำคัญที่ทำให้แพทย์สามารถปักกราฟต์ผมด้วยเทคนิคปลูกผมแทรกได้อย่างแม่นยำ ก็คือ Implanter หรือปากกาปลูกผมนำเข้าจากต่างประเทศ ที่มีขนาดเล็กพิเศษเพียง 0.6 มิลลิเมตร ด้วยเทคโนโลยีนี้ แพทย์จะสามารถควบคุมน้ำหนักมือในการปักกราฟต์ผมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


5. หมดกังวลด้วยรอยปลูกผมที่เล็กละเอียด
ด้วยปัจจัยที่กล่าวมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทักษะความชำนาญของแพทย์ หรืออุปกรณ์ปลูกผมที่ทันสมัย จึงทำให้รอยปลูกผมจากการปลูกผมแทรก มีขนาดเล็กละเอียด เรียงตัวเป็นระเบียบ เรียบเนียน ลบภาพรอยปลูกที่ดูตะปุ่มตะป่ำแบบเก่า ๆ ไปได้เลย


6. คนไข้แทบไม่ต้องพักฟื้นหลังปลูกผม
และเมื่อรอยแผลเล็ก ดูแลง่าย หายเร็ว ไม่ทิ้งอาการบวมช้ำ หรือทิ้งร่องรอยการโกนผมให้ต้องคอยปกปิด คนไข้ก็สามารถออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังปลูกผม โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะสังเกตเห็น รวมถึงไม่จำเป็นต้องสวมที่คาดผม ซึ่งข้อนี้นับว่าเป็นจุดเด่นที่คนไข้ของนามนินต่างประทับใจในความสะดวกสบาย

7. แพทย์ดูแลติดตามผล 1 ปีเต็ม
หลังปลูกผม แพทย์จะคอยติดตามผลอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ ระยะ พร้อมดูแลให้คำปรึกษาตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าผมใหม่จะเติบโตสมบูรณ์ ดังนั้น ไม่ว่าคนไข้จะมีข้อสงสัยหรือปัญหาอะไร แพทย์ก็จะเป็นผู้ให้คำแนะนำได้อย่างใกล้ชิด คนไข้จึงรู้สึกอุ่นใจและมั่นใจได้ตลอดเส้นทางการรักษา


และนี่คือ 7 จุดเด่นของเทคนิคปลูกผมแทรก ที่น่าจะช่วยให้หลาย ๆ คนเห็นภาพขั้นตอนและหลักการต่าง ๆ ชัดเจนมากขึ้น หากสงสัยว่า เทคนิคปลูกผมแทรก จะเป็นเทคนิคที่ตอบโจทย์ปัญหาผมบางของคุณได้หรือไม่ อย่างไร ลองเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ผู้ชำนาญของนามนิน เพื่อทำความเข้าใจเทคนิคต่าง ๆ ไปจนถึงวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างแพทย์กับคนไข้ เพื่อผลลัพธ์ผมใหม่ ที่จะเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ได้อย่างแน่นอน
ผมทำสี สวยได้อย่างมั่นใจ ด้วย​โปรแกรม PHB
 การทำสีผมเป็นสิ่งที่หลายคนหลงรัก บางคนทำสีเพื่ออำพรางผมขาว บางคนทำสีเพราะอยากเปลี่ยนลุคตามเทรนด์แฟชั่น และในปัจจุบัน การทำสีผมก็ง่ายและสะดวกสบายขึ้นมาก มีผลิตภัณฑ์มากมายให้เลือกใช้ตามความต้องการ แต่รู้ไหมคะ การทำสีผมบ่อยๆ อาจทำให้ผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะมีปัญหาและอาจเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้ มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทำสีผมและวิธีดูแลเส้นผมกันในบทความนี้ค่ะ

ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมโดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก

1. ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมชนิดชั่วคราว: เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่อยากได้สีสันสดใสแบบที่เปลี่ยนได้ตามเทรนด์ สีจะเคลือบอยู่แค่ชั้นนอกของเส้นผม สามารถล้างออกได้หลังการสระผม 1-2 ครั้ง

2. ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมชนิดกึ่งถาวร: สีสามารถซึมเข้าไปสู่ชั้นกลางของเส้นผมได้ จะติดทนนานประมาณ 3-5 สัปดาห์ เช่น แชมพูย้อมสีผมและโฟมย้อมสีผม

3. ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมชนิดถาวร: สีจะติดอยู่กับเส้นผมอย่างถาวร ทนทานต่อการสระผม โดยเฉพาะประเภทซึมเข้าในเส้นผม จะมีสารเคมีเป็นส่วนผสมหลัก 2 ชนิด ชนิดแรก อาจเป็นของเหลวหรือครีม มีสารออกฤทธิ์สำคัญ คือ สารออกซิเดชั่น หรือที่เรียกว่า สีพารา อยู่ในสภาวะด่าง โดยส่วนใหญ่จะใช้แอมโมเนียปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ซึ่งค่าความด่างจะช่วยให้ส่วนชั้นนอกของเส้นผมบวม และพองขึ้น ทำให้สีซึมเข้าไปอยู่ในเส้นผม แต่หากสภาพความเป็นด่างมากเกินไปก็จะเป็นอันตรายต่อเส้นผม ชนิดที่ 2 เรียกว่า “น้ำยาผสม” ซึ่งนิยมใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ความเข้มข้น 6% หากใช้ความเข้มข้นเกินที่กำหนด จะทำให้ผมแห้ง และทำลายเส้นผม และอาจทำให้ระคายเคืองหนังศีรษะได้ ในเบื้องต้น จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ถึงแม้ว่าการทำสีผมอาจจะมีอันตราย แต่สำหรับบางคน การเปลี่ยนสีผมก็เป็นสิ่งสำคัญในการแสดงความเป็นตัวเองและเสริมความมั่นใจ นามนิน เข้าใจถึงความต้องการของผู้หญิงและเข้าใจทุกปัญหาของเส้นผม คุณหมอนินจึงได้พัฒนาและต่อยอดโปรแกรม PHB ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อฟื้นฟูและบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ลดการหลุดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ และช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดีขึ้นจากรากจรดปลาย เพื่อให้ผู้หญิงได้สวย มั่นใจได้เท่าที่ใจที่ต้องการ



โปรแกรม PHB คือทรีตเมนต์ประเภทฉีดบำรุงเส้นผมสูตรเฉพาะของนามนิน ช่วยบูสต์กระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน มีความปลอดภัย และสะดวกสบายสำหรับผู้เข้ารับบริการ เพียงใช้วิธีการฉีดเข้าสู่บริเวณหนังศีรษะในจุดที่มีปัญหาผมร่วงและผมบาง โดยไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น และปราศจากผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งยังสามารถรับบริการพร้อมกับ Treatment อื่น ๆ ได้ในคราวเดียว




ไม่ว่าจะมีปัญหาผมร่วง ผมบางจากสาเหตุใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์ อายุที่มากขึ้น หรือการสะสมของสารเคมีจากการทำสีผม ขอเพียงยังมีรากผมที่สามารถเจริญเติบโตได้อยู่ โปรแกรม PHB ก็สามารถฟื้นฟูเส้นผมเหล่านั้นให้หนาแน่น ดูดกดำ เงางาม และสุขภาพดีขึ้นได้

นอกจากความสวยแล้ว ความปลอดภัยและสุขภาพผมที่ดีอย่างยั่งยืนก็ต้องมาคู่กันด้วยค่ะ สอบถามรายละเอียดและรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมเพิ่มเติมได้ที่นามนิน เราพร้อมดูแลเส้นผมที่คุณรักค่ะ 

5 ทรงผมสุดปัง! เปลี่ยนสาวผมบาง ให้ดูผมหนาขึ้นทันตา
5 ทรงผมสุดปัง! เปลี่ยนสาวผมบาง ให้ดูผมหนาขึ้นทันตา

ผมบาง ปัญหาเส้นผมที่ทำให้สาว ๆ หลายคนขาดความมั่นใจไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะทำผมทรงไหน ๆ ก็ไม่สวยตรงใจ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะวันนี้นามนินเราได้รวบรวมเอา 5 ทรงผมสุดปัง! สำหรับผู้หญิงผมบาง ที่สามารถช่วยเนรมิตผมของสาว ๆ ให้ดูหนา และสวยงามเข้ากับใบหน้าได้มากขึ้น มาฝากกัน ตามมาอ่านพร้อม ๆ กันได้เลย 

สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงผมบาง
ก่อนจะไปดูว่ามีทรงผมสำหรับผู้หญิงผมบางทรงไหนบ้างนั้น ลองมาดูกันก่อนว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้สาว ๆ หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาผมบางนั้นเกิดจากอะไร? เพื่อที่จะได้หาทางออกในการดูแลรักษาผมบางได้อย่างตรงจุด ดังนี้
  • กรรมพันธุ์ หากพบคนในครอบครัวมีประวัติผมร่วง ผมบาง 
  • ความไม่สมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หลังคลอด หรือวัยหมดประจำเดือน
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เซลล์รากผมเสื่อมสภาพ และอ่อนแอ
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  • ภาวะความเครียด หรือภาวะทางจิตใจต่าง ๆ ที่ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพเส้นผม
  • ภาวะขาดสารอาหาร ร่างกายได้รับสารอาหารบำรุงเส้นผมไม่เพียงพอ 
  • โรคภัยไข้เจ็บบางชนิด เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ 
  • ไลฟ์สไตล์ที่ทำร้ายสุขภาพเส้นผม เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ 
  • การดูแลเส้นผมที่ผิดวิธี เช่น ใช้สารเคมีกับเส้นผมมากเกิน รวบผมตึงเกินไป หรือการเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรง 

    ผู้หญิงผมบางทำทรงผมแบบไหนดี? 
หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผมบาง จนทำทรงผมเดิมไม่ได้ เพราะเริ่มสังเกตเห็นหนังศีรษะชัดมากขึ้น จนทำให้ขาดความมั่นใจ และรู้สึกว่าทรงผมเดิมอาจไม่เข้ากับตัวเองอีกต่อไป แนะนำให้ลองทำทรงผมสำหรับผู้หญิงผมบางดังต่อไปนี้ รับรองว่าสามารถช่วยทำให้เส้นผมที่เคยดูบาง ลีบ แบน กลับมาดูเหมือนหนาขึ้น และเสริมบุคลิกภาพให้มั่นใจกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน

1. ทรงผมบ๊อบเท 
ทรงผมบ๊อบเท เป็นทรงผมสั้นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยความเก๋ไก๋และสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายสไตล์ โดยมีลักษณะเด่นคือ ผมด้านหน้ายาวกว่าด้านหลัง จึงช่วยพรางสายตาให้ผมดูหนาขึ้นและมีมิติมากยิ่งขึ้น



2. ผมประบ่าทรง Wolf Cut 
ถ้าอยากได้ผมที่ดูหนา และดูทันสมัยต้องไม่พลาดทรง Wolf Cut เด็ดขาด! ซึ่งเป็นทรงผมที่ให้ลุคเท่ ๆ สไตล์วินเทจ แต่ก็ยังคงความหวานและน่ารักได้ในเวลาเดียวกัน โดยจะเป็นทรงผมคล้าย ๆ กับทรงบ๊อบ แต่จะใช้เทคนิคการซอยและสไลด์ผม ทำให้เกิดเลเยอร์ที่ช่วยเพิ่มมิติและวอลลุ่มให้กับเส้นผม จึงทำให้ผมดูหนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ 


3. ทรงผมไว้หน้าม้า
ไม่ว่าคุณจะผมยาว หรือผมสั้น ถ้าอยากให้ผมดูหนา แนะนำให้แบ่งผมด้านหน้ามาตัดเป็นทรงหน้าม้า เพื่อพรางตาให้ผมโดยรวมดูหนาขึ้นได้ เพราะจะช่วยดึงดูดสายตาให้คนส่วนใหญ่ไปโฟกัสที่ผมหน้าม้ามากกว่านั่นเอง ซึ่งสามารถทำได้ทั้งหน้าม้าตรง หน้าม้าซีทรู หรือหน้าผากปัดข้างก็ได้


4. ทรงผมดัดลอนคลาย
รู้หรือไม่? การทำผมให้ดูยุ่งนิด ๆ เป็นลอนใหญ่หน่อย ๆ จะช่วยทำให้ผมของคุณดูหนาขึ้นได้ ไม่ว่าคุณจะมีผมสั้น หรือยาว แนะนำว่าให้ดัดลอนใหญ่ ๆ พร้อมกับทำให้ลอนคลายตัวเล็กน้อย ก็จะช่วยให้ดูผมเยอะพองหนาได้ขึ้นเท่าตัวเลยทีเดียว


5. ทรงผมปัดข้างแสกลึก 
สำหรับสาวผมบางที่ผมยาว แล้วไม่รู้จะทำทรงผมไหนดีที่ช่วยให้ผมดูหนาขึ้น แนะนำว่าให้ลองเปลี่ยนการแสกกลางมาเป็นแสกข้างแบบลึกดู เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ผมดูหนาขึ้นแล้ว ยังเป็นทรงผมที่มีส่วนช่วยให้โคนผมยกขึ้น พาให้เส้นผมดูมีวอลลุ่ม ไม่ลีบแบนอย่างเดิมอีกด้วย 


ไม่ต้องเสียเวลาทำทรงผม เรียกคืนผมหนาได้ด้วยโปรแกรม PHB 
หากคุณอยากจบปัญหาผมบางอย่างตรงจุด ให้เส้นผมสุขภาพดี มีลักษณะเส้นใหญ่ ดกหนา แบบไม่ต้องแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โปรแกรม PHB หรือ Premium Hair Booster ของที่นามนินคลินิกสามารถช่วยคุณได้ โปรแกรมนี้เป็นทรีตเมนต์บำรุงผมแบบฉีดที่คิดค้นและพัฒนาสูตรโดยคุณหมอนิน แพทย์ประจำคลินิก สามารถฟื้นบำรุงสุขภาพเซลล์รากผมให้แข็งแรง ลดการขาดหลุดร่วงที่เป็นสาเหตุของปัญหาผมบางได้อย่างตรงจุด และสามารถช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 



อีกทั้งยังเป็นโปรแกรมดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่ใช้เวลาทำหัตถการไม่นานเพียงแค่ 30-40 นาทีต่อครั้งเท่านั้น ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และยิ่งหากเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง 2-3 ครั้งขึ้นไป หรือตามที่คุณหมอประเมินไว้เบื้องต้นตามลักษณะของปัญหาแต่ละบุคคล ก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ช่วยให้คุณกลับมามีผมหนาแน่นเต็มพื้นที่ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งการทำทรงผมปกปิดปัญหาผมบางเลย

สรุป

สำหรับคนที่มีปัญหาผมบาง กวนใจอยู่ นอกจากการเลือกทำทรงผมที่เหมาะสำหรับผู้หญิงผมบางแล้ว โปรแกรม PHB ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเนรมิตผมหนาให้คุณได้อีกครั้ง หากคุณกำลังอยากแก้ปัญหาผมบาง ต้องการฟื้นบำรุงเส้นผมให้ดกหนา สามารถเข้ามาปรึกษาที่นามนินคลินิกได้เลย เราใส่ใจในการรักษาทุกเคส ประเมินแนวทางการรักษาอย่างตรงจุด พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจคนไข้ ช่วยเสริมบุคลิกภาพ และช่วยให้คนไข้กลับมามีความสุขและเติมเต็มความมั่นใจได้อีกครั้ง


3 ระยะ “ผมถอยร่น” ที่ควรรักษาก่อนสาย
ขณะที่กำลังส่องกระจกในทุก ๆ วัน คุณผู้ชายเคยสังเกตผมของตัวเองหรือไม่ ว่ามี ความเปลี่ยนแปลง อย่างไรเกิดขึ้นบ้าง ทราบหรือไม่ว่า สัญญาณเล็ก ๆ ที่เราสังเกตเห็น อาจจะช่วยให้ตัวเราในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้า ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาผมร่วง ผมบาง จนนำไปสู่ภาวะผมล้านที่รุนแรงเกินจะรักษาหรือแก้ไขก็เป็นได้

นั่นก็เพราะอาการผมร่วง ผมบาง มักจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนหลายคนไม่ทันสังเกตเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรก ๆ หรือแม้เมื่อเริ่มสังเกตเห็นแล้ว ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษา ด้วยเหตุผลต่าง ๆ อย่างเช่น บางคนอาจจะคิดว่า ผมเพิ่งเริ่มถอยร่นและบางลงเพียงเล็กน้อย ไม่น่าต้องกังวลใจ บางคนลังเลว่า วัยของตัวเองเหมาะกับการรักษาปัญหาผมร่วง ผมบางแล้วหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม รู้สึกว่าตัวเองยังอายุน้อยเกินไปที่จะเริ่มรักษา ส่วนผู้ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงอายุสูงวัย ก็รู้สึกไปอีกแบบว่าตัวเองอายุมากเกินกว่าจะมาดูแลปัญหาผมในวัยนี้แล้ว ขณะที่อีกหลาย ๆ คนก็เลือกปล่อยปัญหาผมถอยร่นทิ้งไว้ เพราะไม่มีเวลาดูแล เพราะกังวลและไม่มั่นใจในวิธีการรักษา หรือเพราะมองไม่เห็นภาพว่า ปัญหาผมในวันนี้อาจจะรุนแรงขึ้นจนยากที่จะเยียวยาฟื้นฟูในวันข้างหน้า

ดังนั้น นามนินจึงขอชวนคุณผู้ชายมาสังเกตภาวะผมถอยร่นของตนเอง รวมถึงแนะนำวิธีการดูแลปัญหาผม ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละระยะ หรือลักษณะอาการ แม้ผมถอยร่นในระยะแรกที่อาจจะมองเห็นได้ยาก เราก็มีจุดสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณผู้ชายนำมาใช้เป็นแนวทางได้อย่างแน่นอน มาดูไปพร้อม ๆ กันว่า ผมของเราอยู่ในภาวะผมถอยร่นระยะที่น่าเป็นห่วงมากน้อยแค่ไหน


ระยะที่ 1 ผมหยุดยาว สัญญาณแรกของผมถอยร่น

สำหรับคุณผู้ชายที่เริ่มมีภาวะผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุของกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันมาในครอบครัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผมในผู้ชายทั่วโลก จุดสังเกตก็คือผมด้านหน้า โดยทั่วไปแล้ว ผมทั่วศีรษะจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าหากสังเกตเห็นว่า ผมด้านหน้าไม่ยาวเพิ่มเลย ในขณะที่ผมในบริเวณอื่น ๆ ยังคงยาวต่อเนื่องเป็นปกติ  ก็เรียกได้ว่าเป็นสัญญาณแรกสุดของภาวะผมถอยร่นแล้ว 



ในระยะนี้ แม้ว่าผมจะยังไม่เริ่มร่วงเลยก็ตาม แต่นามนินก็ขอแนะนำให้คุณผู้ชายเริ่มเข้ามาพูดคุยปรึกษากับแพทย์ได้เลยโดยไม่ต้องรีรอ เพื่อไม่ให้ปัญหาผมลุกลามรุนแรงขึ้น โดยวิธีการรักษาพื้นฐานเบื้องต้น อาจจะอยู่ในรูปแบบของการรับประทานยาหรือวิตามิน รวมไปถึงการทาเซรั่มบำรุงผม

หากใครสังเกตพบสัญญาณผมถอยร่นของตัวเองได้ตั้งแต่ในระยะนี้ นับว่าโชคดีมาก ๆ และมีโอกาสสูงที่จะสามารถหยุดภาวะผมถอยร่น ไม่ให้ผมเริ่มร่วง บาง และขยายพื้นที่ไปยังส่วนอื่น ๆ ของศีรษะได้


ระยะที่ 2 ผมถอยร่น จนกลายเป็น M shape 

หลังจากผมด้านหน้าเริ่มหยุดยาว หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ระยะต่อไปคงจะเป็นภาพที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย นั่นก็คืออาการที่ผมร่วง จนผมถอยร่น เว้าลึกเข้าไปทั้ง 2 ข้างบริเวณหน้าผาก กลายเป็นรูปตัว M 

หากเข้าสู่ระยะนี้ เท่ากับแนวไรผมที่เคยทำหน้าที่เป็น “กรอบหน้า” จะหายไป ผลที่ตามมาก็คือรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วน หน้าผากสูงและกว้าง ชวนให้ดูสูงวัยกว่าอายุจริง เมื่อภาวะผมถอยร่นเข้าสู่ระยะนี้ เจ้าของเส้นผมไม่เพียงสูญเสียเส้นผมที่ร่วงหลุดไป แต่ยังสูญเสียความมั่นใจเวลาต้องออกไปพบปะผู้คนภายนอกด้วย เพราะเส้นผมและกรอบหน้า ส่งผลต่อรูปลักษณ์และบุคลิกภาพโดยตรง

ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดในการคืนกรอบหน้า และยังนับเป็นโอกาสในการออกแบบกรอบหน้าใหม่ให้ได้สัดส่วนลงตัวกับใบหน้าของเราด้วยเลย ก็คือการ “ปลูกผม” นั่นเอง 

แพทย์จะเป็นผู้ออกแบบแนว Hairline หรือกรอบหน้าใหม่ โดยอิงตามความต้องการหรือความจำเป็นของคนไข้ และอาศัยหลักสัดส่วนทองคำของใบหน้า หรือ Golden Ratio เพื่อคืนความสมส่วนด้วยกรอบหน้าที่จะเสริมความคม เข้ม ปรับลุคให้ดูดีขึ้น ดูสมาร์ทขึ้นได้ พร้อมทั้งได้แนวไรผมที่แลดูเป็นธรรมชาติ 


ทั้งนี้ แพทย์จะกำหนดพื้นที่ปลูกผมใหม่ และคำนวณกราฟต์ผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอยที่ต้องใช้ในการปลูกให้เหมาะสมคุ้มค่า เนื่องจากผมต้นทุนของแต่ละคนมีอยู่เพียงจำกัด เมื่อย้ายผมต้นทุนออกจากด้านหลังท้ายทอยแล้ว ก็จะต้องนำกราฟต์ผมมาคัดแยก ตัดแต่ง ให้ได้ขนาด ความหนาบาง และจำนวนเส้นผมต่อ 1 กราฟต์ที่พอดี 

และเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนของการปลูกผมใหม่ แพทย์จะต้องอาศัยความละเอียดพิถีพิถันเป็นพิเศษ เนื่องจากแนวไรผมบริเวณหน้าผาก ประกอบไปด้วยผมเส้นอ่อนด้านนอกสุด ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ระดับลึกเข้ามากลายเป็นผมเส้นใหญ่และหน้าขึ้น ดังนั้น แพทย์จึงต้องคัดเลือกลักษณะของเส้นผมที่เหมาะสม ค่อย ๆ ปักกราฟต์ให้เรียงตัวกันเป็นระเบียบ เนียนตา ได้ความหนาแน่นที่พอดี พร้อมได้ทิศทางและองศาของเส้นผมที่แลดูกลมกลืนไปกับเส้นผมเดิมเพราะแนวกรอบหน้าก็ไม่ต่างจากด่านแรกของเส้นผมที่จะดึงดูดสายตาผู้คนเมื่อมองเห็น

ระยะที่ 3 ผมเริ่มบางจากกลางศีรษะ

นอกจากเส้นผมจะถอยร่นเว้าลึกเข้ามาบริเวณหน้าผากแล้ว ในกรณีนี้ เส้นผมอาจจะเริ่มหลุดร่วงและเห็นความบางที่ชัดเจนโดยเริ่มจากบริเวณกลางศีรษะ ซึ่งก็เป็นจุดที่ผู้คนทั่วไปมองเห็นได้ง่ายเช่นกัน


หากใครสังเกตตัวเองว่ามีภาวะผมถอยร่อนอยู่ในระยะนี้ โดยที่ไม่มีอาการผมบางด้านหน้าหรือ M Shape ร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดบำรุงด้วย โปรแกรม PHB ซึ่งจะตรงเข้าฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์รากผม ช่วยให้เส้นผมมีขนาดใหญ่และหนาขึ้น ลดโอกาสการหลุดร่วง พร้อมทั้งกระตุ้นให้เส้นผมงอกใหม่เร็วขึ้น จึงทำทำให้ผมแลดูดกดำขึ้น หนาแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ วิธีการก็สะดวกสบายและปลอดภัย เพียงฉีดเข้าไปที่หนังศีรษะบริเวณที่ผมร่วงและผมบาง และสามารถเข้ามารับการฉีดบำรุงได้อย่างต่อเนื่องภายใต้คำแนะนำของแพทย์


ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะผมถอยร่นยังมีระยะที่ 4 ด้วย ซึ่งเป็นระยะที่พ้นไปจากลักษณะอาการข้างต้น ทั้งอาการผมด้านหน้าหยุดยาว อาการผมร่นลึกเป็นรูป M Shape และอาการผมบางกลางศีรษะ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้ดูแลรักษา ก็จะเข้าสู่ระยะที่ปัญหาผมยิ่งขยายพื้นที่รุนแรงขึ้น เช่น ผมด้านหน้าและกลางศีรษะอาจบางลงจนเชื่อมต่อถึงกันเป็นพื้นที่ใหญ่ และเข้าสู่ภาวะผมล้าน ที่อาจจะสายเกินการฟื้นฟูให้เส้นผมกลับมาในที่สุด 

ในกรณีนี้ การแก้ปัญหาจะอาศัยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการรีบเข้ามารักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ และไม่สามารถการันตีได้ว่า จะได้ผลลัพธ์ผมที่กลับมาหนาแน่นเหมือนเดิม เนื่องจากข้อจำกัดด้านผมต้นทุนที่มักจะอ่อนแอและเหลือน้อยลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม แพทย์จะช่วยคำนวณกราฟต์ผมให้ใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด และอาจแนะนำให้ปลูกผมร่วมกับการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster เพื่อช่วยเสริมให้ผมกลับมาได้มากที่สุดบนข้อจำกัดของคนไข้แต่ละคนเอง


และเนื่องจากปัญหาผมของคนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน หากสังเกตพบภาวะถอยร่นของเส้นผม ในระยะใดระยะหนึ่ง ก็ควรรีบเข้ามาปรึกษาแพทย์ เพื่อร่วมกันวางแผนและออกแบบแนวทางรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อตอบโจทย์การรักษาได้อย่างตรงจุด ที่สำคัญ ยิ่งสังเกตพบเร็ว ตัดสินใจเข้ามาพบแพทย์เร็ว ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการรักษาอย่างแน่นอน




เคลียร์ข้อสงสัย “เจ็บมั้ย” ตอนปลูกผม
ปลูกผมเจ็บมั้ย? เป็นคำถามที่ทำให้หลาย ๆ คนลังเลและหวั่นใจ จนไม่กล้าเข้ามาปลูกผม นามนินจึงขอแชร์ประสบการณ์จริงฉบับใต้เตียงปลูกผมของคนไข้ ส่งตรงจากข้างในห้องทำหัตถการ มาบอกเล่าให้ฟัง เพื่อเคลียร์ทุกข้อสงสัย จบทุกความกังวลใจ และเปลี่ยนภาพจำใหม่ของการปลูกผม ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

ในเมื่อถามตรง ๆ ก็ขอตอบตรง ๆ เลยว่า ระหว่างการปลูกผม จะปฏิเสธว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ได้ แต่ขั้นตอนเดียวที่คนไข้อาจจะรู้สึกถึงความเจ็บ ก็คือการฉีดยาชา ซึ่งมีระดับความเจ็บเพียงเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละคนว่าอดทนต่อความเจ็บได้มากน้อยแค่ไหน แต่แน่นอนว่าเป็นความเจ็บในระดับที่รับได้ ไม่ต่างจากการทำฟัน การฉีดโบทอกซ์ หรือการทำศัลยกรรมความงามอื่น ๆ 

สำหรับการฉีดยาชาในขั้นตอนการปลูกผมนั้น จะฉีดทั้งหมด 2 ครั้ง

  • ครั้งที่ 1 ฉีดบริเวณท้ายทอย ก่อนเจาะย้ายกราฟต์ผมออก
  • ครั้งที่ 2 ฉีดบริเวณพื้นที่ที่ต้องการปลูกผมใหม่ ซึ่งแพทย์จะต้องนำกราฟต์ผมปลูกลงไปที่หนังศีรษะ

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการย้ายกราฟต์ผมออก หรือการปักกราฟต์ผมใหม่ จะอยู่ในช่วงที่ยาชาออกฤทธิ์ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด 

ที่สำคัญ แพทย์ของนามนินยังมีทักษะ ประสบการณ์ และเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บของคนไข้ได้เป็นอย่างดี และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคนไข้จึงสามารถวางใจได้ว่า ขั้นตอนการฉีดยาชาจะรู้สึกเจ็บน้อยที่สุด
  • แพทย์คำนวณปริมาณยาชาและเลือกจุดฉีดยาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์ในบริเวณที่ถูกต้อง อีกทั้งป้องกันการใช้ยาชาเกินขนาด ซึ่งอาจส่งผลข้างเคียงให้เกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ หลังปลูกผม
  • ตลอดกระบวนการปลูกผม แพทย์จะคอยอธิบายและให้คำแนะนำ เพื่อให้คนไข้คลายความกังวลใจ
  • แพทย์ผู้ชำนาญ เป็นผู้ลงมือฉีดยาชาให้ด้วยตนเอง เช่นเดียวกับการปลูกผมใหม่ในระดับเส้นต่อเส้น ซึ่งคนไข้ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า แพทย์ฉีดยาชาได้อย่างเบามือมาก ๆ 





นั่นจึงทำให้ความเจ็บช่วงฉีดยาชากลายเป็นเรื่องที่รับมือได้สบาย ๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ใครที่กำลังกังวลใจ ก็หวังว่าจะลบภาพความน่ากลัวแบบผิด ๆ ออก และเปิดใจให้กับเทคนิคการปลูกผมยุคใหม่ที่พัฒนาก้าวหน้าขึ้น ซึ่งเมื่อบวกกับทักษะและความใส่ใจของแพทย์ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่เพียงผมใหม่ที่หนาแน่น ดกดำ สุขภาพแข็งแรงจากภายใน แต่ยังเป็นประสบการณ์สุดประทับใจจากการปลูกผม ที่นามนินมอบให้คนพิเศษเช่นคุณเท่านั้น



เคลียร์ทุกข้อกังวลใจ ก่อนปลูกผม
อยากลองปลูกผม แต่ “กลัว” ว่าจะได้ผลลัพธ์ดีจริงมั้ย

นี่น่าจะเป็นคำถามและความกังวลใจข้อแรก ๆ ของใครก็ตามที่ประสบปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือไปจนถึงโค้งสุดท้ายที่จะเข้าสู่ภาวะผมล้าน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะทุกคนรู้ดีว่า เส้นผมเป็นสิ่งมีค่ามากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อถึงวันและวัยที่ผมเริ่มร่วงมากขึ้น เริ่มเห็นร่องรอยความบางของผมบนศีรษะ เราจึงเข้าใจว่าการจากไปของเส้นผม ทำให้เรากังวลใจ หรือสูญเสียความมั่นใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเข้าใจถึงความสำคัญของการมีอยู่ของเส้นผมได้จริง ๆ 

แน่นอนว่า หลายคนก้าวผ่านคำถามแรกแห่งการเริ่มต้นนั้นมาแล้ว รวมทั้งได้ผลลัพธ์ภาพลักษณ์ บุคลิกที่ดี และความมั่นใจในตัวเองกลับคืนมา แต่หลาย ๆ คนก็ยังติดอยู่กับคำถามว่า ...ปลูกผมแล้วดีจริงมั้ย ต้องเริ่มต้นอย่างไร... ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการให้คำปรึกษาคนไข้ของนามนิน เราพบว่า มีหลายประเด็นเลยทีเดียวที่คนไข้รู้สึกกลัวหรือกังวลใจ จนลังเลว่าจะเข้ารับการปลูกผมดีมั้ย บางคนก็กลัวเพราะภาพจำฝังใจในอดีต และบางคนก็กลัวเพราะมองไม่เห็นว่าภาพผลลัพธ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร 

วันนี้ นามนิน จึงขอรวบรวมคำตอบที่จะช่วยเอาชนะทุกความกลัว เคลียร์ทุกความกังวลใจ ให้ทุกคนตั้งต้นก้าวแรกของเส้นทางการปลูกผม เพื่อผลลัพธ์ผมใหม่ที่ได้ดังใจ และเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ได้ไปด้วยกัน



กลัวว่าการปลูกผม จะต้องผ่าตัดหนังศีรษะ หรือโกนผมทิ้ง
จริงอยู่ที่ในอดีต การปลูกผมจำเป็นต้องพึ่งพาการผ่าตัดชิ้นหนังศีรษะ หรือต้องโกนผมด้านหลังท้ายทอยออก แต่ปัจจุบันเทคนิคการปลูกผมได้รับการพัฒนาไปไกลมากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคนิค FUE ที่แพทย์ปลูกผมส่วนใหญ่นำมาใช้ จนถึงขั้นพัฒนาต่อยอดเทคนิคเองเพื่อให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น 

ซึ่งเทคนิคนี้จะเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมออกจากด้านหลังท้ายทอย เพื่อนำมาปลูกใหม่บริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง โดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กพิเศษจนแทบไม่ทิ้งรอยแผล ไม่มีการลงมีดผ่าตัด หรือโกนผมทิ้งอีกต่อไป อีกทั้งอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ ยังสามารถปรับขนาดให้เหมาะสมกับกราฟต์ผมที่แตกต่างกันไปของแต่ละคนด้วย


กลัวว่าปลูกผมแล้ว ผมจะไม่ขึ้น หรืออยู่ได้ไม่นานก็ร่วงไปอีก
ต้องเข้าใจก่อนว่า การปลูกผมนั้น จำเป็นต้องใช้เส้นผมของเราเอง และที่สำคัญ ต้องเป็นเส้นผมที่มาจากบริเวณ Safe Zone หรือด้านหลังท้ายทอย เนื่องจากผมในบริเวณดังกล่าวมีคุณสมบัติในการต้านทานฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้รากผมอ่อนแอ ส่งผลให้ผมหลุดร่วงก่อนเวลาอันควร 


ดังนั้น เมื่อเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยมาปลูกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นตรงส่วนไหนก็ตาม คุณสมบัติเหล่านั้นก็จะตามมาด้วย เพราะเราย้ายมาทั้งเส้นผมและรากผม ทำให้ผมปลูกใหม่มีความแข็งแรง ทนทาน ไม่หลุดร่วงง่าย แต่จะร่วงและขึ้นใหม่เป็นปกติตามวงจรธรรมชาติของเส้นผม และจะอยู่กับเจ้าของเส้นผมต่อไปได้อย่างถาวร 

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผมปลูกใหม่หลุดร่วงง่าย ซึ่งแพทย์ผู้ชำนาญจะคอยระวังดูแลเป็นอย่างดีตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก เช่น การรักษาสภาพกราฟต์ผมหลังจากเจาะย้ายออกมาแล้ว ด้วยการแช่น้ำยาประสิทธิภาพสูงเพื่อรอการปลูกใหม่ การปักกราฟต์ผมให้ได้ระยะห่างที่พอดี ไม่ห่างกันหรือแน่นเบียดกันจนเกินไป อีกทั้งต้องปักให้ได้ระยะความลึกที่เหมาะสม เพื่อให้รากผมได้รับสารอาหารที่มาหล่อเลี้ยงอย่างเต็มที่ 

รวมไปถึงขั้นตอนการดูแลหลังปลูก ซึ่งแพทย์จะคอยติดตามผลอย่างใกล้ชิดทุกระยะ ตลอดเวลา 1 ปีเต็ม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เส้นผมจะค่อย ๆ เติบโตสมบูรณ์ตามธรรมชาติ โดยเตรียมคำแนะนำ ข้อปฏิบัติ บริการทรีตเมนต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงต่าง ๆ ไว้ให้ เพื่อให้ทั้งแพทย์และคนไข้สามารถร่วมมือกันดูแลผมปลูกใหม่อย่างง่าย ๆ ไร้กังวล


กลัวเจ็บ และกลัวว่าจะมีผลข้างเคียงจากการปลูกผม
จากเสียงตอบรับของคนไข้หลาย ๆ คน ต่างก็มีประสบการณ์ในวันทำหัตถการปลูกผมที่ราบรื่น และไม่เจ็บมากเหมือนที่เคยกังวลกันไว้ล่วงหน้า โดยในวันนั้น ขั้นตอนจะเริ่มจากการเจาะย้ายรากผมออก คัดเลือกและตัดแต่งกราฟต์ผม แล้วจึงนำมาปลูกใหม่ทีละกราฟต์ด้วยความพิถีพิถัน โดยแพทย์จะมีเทคนิคการฉีดยาชา ซึ่งจะช่วยบรรเทาทั้งความรู้สึกเจ็บรวมถึงอาการบวมหลังปลูก และด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็กพิเศษ เทคนิคที่ออกแบบมาแล้วอย่างดี บวกกับความชำนาญและความละเอียดอ่อนของแพทย์ขณะลงมือปลูก ก็ยิ่งช่วยให้รอยแผลมีขนาดเล็ก เลือดออกน้อย ไม่น่ากลัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด


กลัวว่าจะต้องลางานยาว หรือต้องเก็บตัวหลายสัปดาห์เพื่อพักฟื้น
แทบจะลืมคำว่าพักฟื้นไปได้เลย เพราะเทคนิคการปลูกผมในปัจจุบัน ช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ ไม่ต้องเก็บตัวหลบหน้าผู้คนเพื่อพักฟื้น หรือกังวลกับอาการบวมหรือรอยแผลจนไม่กล้าไปเจอใคร ที่ผ่านมา คนไข้หลาย ๆ คนสามารถขับรถกลับบ้านได้เองในวันทำหัตถการ หรือไปทำงานต่อในวันรุ่งขึ้นได้ทันที เพียงแต่ต้องคอยระวังศีรษะบริเวณที่เพิ่งปลูกผมใหม่เป็นพิเศษตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้กราฟต์ผมหลุดร่วง โดยไม่ต้องหยุดงานยาวหรือกระทบกับเวลาในการใช้ชีวิต


กลัวว่าจะมาเริ่มรักษาช้าไป และกลัวผมบางรุนแรงจนแก้ไม่ได้
สำหรับข้อนี้ ไม่ต้องกลัวเลย เพราะหลาย ๆ คนก็ลังเลใจจนถึงจุดที่ปัญหาผมเริ่มเข้าสู่ระยะวิกฤตแล้วจริง ๆ จึงตัดสินใจเข้ามาปรึกษาแพทย์ บางคนก็มาด้วยอาการผมบางหลายจุดพร้อม ๆ กันหรือเชื่อมต่อกัน ซึ่งในกรณีนี้ แพทย์จะช่วยออกแบบแนวทางการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละคนมากที่สุด หากกราฟต์ผมต้นทุนด้านหลังท้ายทอยเหลืออยู่น้อย ก็จะใช้วิธีคำนวณกราฟต์ผมและบริหารจัดการเพื่อปลูกเฉลี่ยให้ครอบคลุมพื้นที่ที่เป็นปัญหา หรือปรึกษากับคนไข้เพื่อเน้นการปลูกใหม่ในจุดที่กังวลเป็นพิเศษ และเสริมด้วยผลิตภัณฑ์หรือบริการทรีตเมนท์ เพื่อบำรุงเส้นผมให้มีขนาดใหญ่และหนาขึ้น ชะลอการหลุดร่วง เร่งการเกิดใหม่ของเส้นผม ช่วยให้ผมแลดูดกดำและหนาแน่นขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม แพทย์ก็ยังแนะนำให้คนที่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของอาการผมร่วง ผมบาง รีบเข้ามาปรึกษาและเข้ารับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ในวันที่ปริมาณกราฟต์ผมต้นทุนยังมีอยู่มาก จะช่วยให้สามารถปลูกใหม่ได้ผลลัพธ์หนาแน่น และแพทย์ยังสามารถช่วยดูแลชะลอการหลุดร่วงก่อนเวลาของผมส่วนอื่น ๆ ได้ด้วย



กลัวคนมองว่าอายุมากแล้ว จะปลูกผมไปทำไม
ความกังวลนี้มักจะเกิดขึ้นกับคนไข้วัย 50+ ซึ่งในปัจจุบัน ผู้สูงวัยใช้ชีวิตแบบแอคทีฟมากขึ้น มีกิจกรรมต่าง ๆ หรือใช้เวลานอกบ้าน ออกไปเข้าสังคมกันมากขึ้น เสียงจากคนไข้ส่วนใหญ่จึงอยากฝากถึงคนที่กำลังลังเลใจเพราะตัวเลขอายุว่า แม้จะสูงวัย แต่เรายังต้องใช้เวลาในชีวิตอีกหลายปี เพราะฉะนั้น ถ้าการปลูกผมจะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เราสูงวัยได้อย่างมั่นใจ และมีความสุข ก็นับเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และหากรอนานไปกว่านี้ อาจจะสายเกินที่จะปลูกผมใหม่แล้วก็เป็นได้


และสุดท้าย หากใครกลัวว่าการปลูกผมจะเป็นการลงทุนที่แพงเกินไป จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราจะไม่มองเพียง ราคา แต่มองถึง ความคุ้มค่า ในระยะยาว ซึ่งหากเราเลือกคลินิกปลูกผมที่น่าเชื่อถือ แพทย์ผู้ชำนาญที่มีทักษะและประสบการณ์ไว้วางใจได้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทั้งในแง่ของเส้นผมใหม่ที่หนาแน่น แข็งแรง รวมถึงผลลัพธ์ทางใจ ไม่ว่าจะเป็นความพึงพอใจ หรือความมั่นใจในตัวเองที่กลับคืนมา ก็เรียกได้ว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอนกับการตัดสินใจปลูกผม ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต
Q&A ปลูกผมใหม่วัย 45+
ทุกวันนี้ การปลูกผมกลายเป็นคำตอบที่ช่วยแก้โจทย์การดูแลฟื้นคืนความหนาแน่นให้กับเส้นผมสำหรับคนแทบทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่อยู่ในวัย 45+ ซึ่งหลาย ๆ คนยังต้องการมีภาพลักษณ์และบุคลิกที่ดี เพื่อเสริมหน้าที่การงาน เพื่อสร้างความมั่นใจเมื่ออยู่ในสังคมที่ต้องพบปะผู้คนมากมาย หรือแม้กระทั่งเพื่อตอบโจทย์ความพึงพอใจและความสุขเล็ก ๆ เมื่อมองตัวเองในกระจก แต่หลาย ๆ คนก็คงจะยังมีคำถามและความกังวลใจเกี่ยวกับการปลูกผม ซึ่งนามนินรวบรวมคำตอบมาไว้ให้ตรงนี้แล้วค่ะ

Q: ปลูกผม ต้องผ่าตัดใช่มั้ย
A: เมื่อหลายสิบปีก่อน คำตอบอาจจะเป็นใช่ แต่ปัจจุบันนี้ เทคนิคการปลูกผมได้รับการพัฒนาจนก้าวหน้าถึงขนาดที่ไม่ต้องมีการผ่าตัดหรือโกนผมทิ้งอีกต่อไปแล้ว คุณหมอจะใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กพิเศษ ช่วยเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย นำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ซึ่งจะทิ้งไว้เพียงรอยแผลเล็ก ๆ เท่านั้น



Q: ปลูกผมไปแล้ว ผมจะอยู่ไปตลอดชีวิตมั้ย
A: ตามหลักการแล้ว ผมปลูกใหม่จะอยู่อย่างถาวร สามารถร่วงและขึ้นใหม่ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผมได้ตลอดชีวิต เพราะคุณหมอเลือกย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยที่มีคุณสมบัติทนทานต่อการหลุดร่วงเป็นพิเศษ และย้ายมาทั้งเส้นผมและรากผม
ที่สำคัญ คุณหมอจะระวังและพิถีพิถันสุด ๆ ในขั้นตอนการปลูกผม เพื่อไม่ให้ระยะการปักกราฟต์ผมเบียดกันแน่นเกินไปจนเสี่ยงหลุดร่วง ทั้งยังปักให้ได้ความลึกที่เหมาะสม เพื่อให้สารอาหารมาหล่อเลี้ยงรากผมเต็มที่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้กราฟต์ผมใหม่อยู่รอด

Q: ถ้าปัญหาผมบางเข้าขั้นรุนแรงล่ะ จะยังปลูกได้มั้ย
A: สำหรับข้อนี้ ขอแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอโดยตรง เนื่องจากคุณหมอมีประสบการณ์ในการรักษามาหลายเคส และจะช่วยออกแบบแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล หากผมบางรุนแรง เหลือกราฟต์ผมด้านหลังท้ายทอยน้อย คุณหมอก็จะช่วยคำนวณกราฟต์ผมและบริหารการปลูกใหม่ให้เฉลี่ยทั่วพื้นที่ หรือเน้นเฉพาะจุดที่คนไข้กังวลเป็นพิเศษ พร้อมกับเสริมด้วยทรีตเมนท์และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อคืนความดกดำ หนาแน่นให้กับเส้นผมได้มากที่สุด



Q: ปลูกผม เจ็บมั้ย ผลข้างเคียงเป็นอย่างไร เลือดออกเยอะหรือเปล่า
A: จากเสียงของคนไข้ที่ผ่านมา ต่างบอกว่าเจ็บน้อยมากหรือแทบไม่เจ็บเลย เพราะคุณหมอมีเทคนิคและวิธีช่วยบรรเทาความเจ็บ ลดอาการบวม แผลเล็ก เลือดออกน้อย แม้ในผู้สูงวัยก็ยังมั่นใจได้ว่าเป็นเทคนิคที่มีความปลอดภัยสูงในการปลูกผม 

Q: อายุมากแล้ว จะใช้เวลาทำหัตถการปลูกผมติดต่อกันหลายชั่วโมงไหวมั้ย
A: ห้องหัตถการของนามนินได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อรองรับหัตถการปลูกผมซึ่งต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่คนไข้ก็จะยังได้รับความสะดวก อยู่ในท่าที่สบาย ปลอดภัย ทั้งยังมีคุณหมอและเจ้าหน้าที่คอยดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบถึงขั้นตอนต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อคลายความกังวลของคนไข้ให้ได้มากที่สุด

Q: หลังปลูกผม ต้องพักฟื้นนานมั้ย 
A: ด้วยเทคนิคปลูกผมของนามนิน ช่วยคนไข้หลาย ๆ คนแทบไม่ต้องพักฟื้น หลังปลูกผมเสร็จสามารถลุกขึ้นทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทันที อย่างไรก็ตาม สำหรับท่านที่สูงวัยมาก ๆ คุณหมอจะให้คำแนะนำเรื่องการพักฟื้นเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล เพื่อความปลอดภัยสูงสุด



Q: กลัวผมปลูกใหม่จะพาย้อนวัยจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
A: เพราะโดยทั่วไปแล้ว การปลูกผมจะช่วยปรับโครงหน้า รูปลักษณ์ ให้ดูอ่อนวัยขึ้น สมาร์ทขึ้น แต่คนไข้หลาย ๆ คนก็กังวลว่าจะดูอ่อนวัยเกินจริงจนดูหลอกตา คุณหมอเองก็เข้าใจในจุดนี้ และให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ความเป็นธรรมชาติ ที่ดูสมวัย อีกทั้งยังออกแบบแนวผมด้านหน้าร่วมกันกับคนไข้ตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อปรับกรอบหน้าให้ดูสมส่วน ชวนมองอย่างเป็นธรรมชาติ

Q: ไม่รู้ว่าหลังปลูกผมจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร ยุ่งยากมั้ย
A: ข้อนี้ แทบไม่ต้องกังวลเลย เพราะคุณหมอจะเตรียมคำแนะนำ ข้อปฏิบัติ รวมถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์บำรุงต่าง ๆ ให้คนไข้ดูแลตัวเองที่บ้านได้อย่างง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก คุณหมอยังนัดมาติดตามผลทุกระยะ และสามารถสอบถามข้อสงสัยต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา จึงมั่นใจได้ว่า คนไข้จะได้รับการดูแลอย่างดีหลังปลูกผมตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าเส้นผมใหม่จะเติบโตสมบูรณ์


Q: คนรอบข้างมักบอกว่า อายุมากแล้ว จะต้องปลูกไปทำไม
A: สำหรับข้อนี้ ขอให้เสียงจากคนไข้วัย 45+ หลาย ๆ คนช่วยตอบแทนนะคะ ทุกคนต่างบอกตรงกันว่า ตัวเลขอายุไม่ใช่ข้อจำกัด เพราะเรายังจะต้องใช้ชีวิตต่อไปอีกหลายสิบปี ซึ่งถ้าการปลูกผมจะช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข คืนความมั่นใจเวลาออกไปพบปะกับผู้คน เสริมความน่าเชื่อถือในหน้าที่การงาน ลดความเครียด ความกังวล ได้เวลาที่เคยต้องเสียไปกับการแต่งทรงผมหน้ากระจกเพื่อปกปิดปัญหาผมกลับคืนมา และเมื่อเราสุขภาพจิตดี ก็จะส่งผลถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัวด้วย ที่สำคัญ พอใจและภูมิใจในตัวเองมากขึ้น
ถ้าเราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าเป็น “ความคุ้มค่า” การปลูกผมก็คือคำตอบที่ใช่สำหรับเราแล้วล่ะค่ะ






ปลูกผมเทคนิค NEAT แก้ปัญหาผมบางตรงจุด
การปลูกผมเทคนิค NEAT ที่ออกแบบโดยคุณหมอนิน : พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม นามนินคลินิก ได้เปลี่ยนภาพจำของการปลูกผมในรูปแบบเดิมๆ ที่หลังการปลูกผมต้องพันผ้า พักฟื้น และยังต้องมีการดูแลตัวเองที่ยุ่งยากไปจนหมดสิ้น และ NEAT ยังเปลี่ยนให้การปลูกผมจึงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมมอบทั้งความสวยงามและความสะดวกสบายให้ผู้เข้ารับบริการทุกคน


หัวใจของ NEAT คือ เทคนิคการปลูกผมด้วย Implanter ขนาดเล็กเพียง 0.6 มิลลิเมตร แผลหลังการปลูกผมจึงมีขนาดเล็ก มีเลือดออกน้อย แทบไม่เกิดอาการบวมช้ำ แทบไม่มีสะเก็ดแผล ตอบสนอง lifestyle ที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน ไม่เสียบุคลิกภาพแม้จะเป็นช่วงหลังการปลูกผมใหม่ๆก็ตาม ไม่เป็นเป้าสายตา สามารถออกจากบ้านไปทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้ตามปกติ


และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ นอกเหนือจากเทคนิคที่จะทำให้การปลูกผมประสบผลสำเร็จก็คือ ประสบการณ์ ความประณีตและความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ “แพทย์ผู้ปลูกผม” อย่างคุณหมอนิน ที่เป็นผู้ลงมือปลูกผมทุกเส้นด้วยตัวเอง ซึ่งผู้เข้ารับบริการทุกคนคอนเฟิร์มว่า คุณหมอทำงานเป็นทีมเดียวกันกับเขาตั้งแต่วันแรก ทั้งเป็นผู้ที่รับฟังปัญหา ประเมินความคาดหวัง รู้ข้อจำกัด สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ออกแบบการรักษา ลงมือปลูกผมด้วยตัวเอง รวมถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการปลูกผม เพื่อให้ NEAT ได้มอบเส้นผมใหม่ ที่จะนำบุคลิกภาพและความมั่นใจกลับมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

คุณหญิง ธิติกานต์ ศิลปินนักร้อง เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่า “ผมบาง” เริ่มเป็นปัญหา เริ่มกระทบกับงานและการใช้ชีวิตประจำวัน และเธอก็ไม่รอช้า รีบหาวิธีแก้ปัญหาที่ตรงใจและเหมาะสมกับตัวเองโดยเร็วที่สุด


จากข้อมูลที่คุณหญิงศึกษาด้วยตัวเอง ประกอบกับเห็นเพื่อนศิลปินหลายคนได้เข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT ของนามนินแล้วก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หลังการปลูกผมไม่มีบาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำงานได้ตามปกติ ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาก็ดีมากๆ ดูเป็นธรรมชาติ และเมื่อคุณนุช วิลาวัลย์ได้แนะนำให้รู้จักกับคุณหมอนิน คุณหญิงจึงไม่ลังเลที่จะตัดสินใจเข้ามาปรึกษาปัญหาของตนเองกับคุณหมอทันที

จากการได้เข้าพบคุณหมอและได้ประเมินปัญหาผมบางของคุณหญิง คุณหมอนินยังชื่นชมว่า เป็นการตัดสินใจพบแพทย์ที่รวดเร็วดีมาก เพราะปัญหาผมบางยังน้อย การปลูกผมไม่ต้องใช้กราฟต์จำนวนมาก เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการปลูกผมที่สุด และแนะนำว่า NEAT คือเทคนิคที่จะแก้ปัญหาได้ตรงจุดอย่างที่คุณหญิงต้องการ “คุณหมอนินแนะนำเทคนิค NEAT ค่ะ ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของคุณหมอเลยนะคะ คุณหมอปลูกเองกราฟต์ต่อกราฟต์เลยค่ะ คุณหมอดูแลเองทุกขั้นตอน หญิงจะบอกว่า ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด คุณหมอมือเบามาก”


ด้วยความประณีตและเทคนิคเฉพาะตัวของคุณหมอนินในการปลูกผมเทคนิค NEAT หลังเข้ารับการปลูกผม แม้แต่คนรอบข้างก็ยังไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติใดๆ เพราะคุณหญิงสามารถไปเที่ยว ไปทำงาน ไปร้องเพลงและใช้ชีวิตได้ตามปกติทุกอย่าง ยกเว้นความสวยเท่านั้นที่เปลี่ยนไป

จากวันแรกที่เข้ารับการปลูกผมจนมาถึงในวันนี้ที่ครบ 1 ปี คุณหญิงยิ่งรู้สึกสบายและมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม เพราะการดูแลหลังการปลูกผมอย่างใกล้ชิดของคุณหมอนิน ที่ทุกๆ การนัดติดตามผลหลังการปลูกผม คุณหมอนินจะเป็นผู้ประเมินและติดตามการรักษาด้วยตนเอง หากมีข้อสงสัยหรือกังวลใจใดๆ ก็สามารถปรึกษาคุณหมอได้ด้วยตัวเองในวันนัดได้เลย ทำให้ 1 ปีหลังการปลูกผมเป็นช่วงเวลาที่อุ่นใจ สบายใจ และน่าประทับใจของผู้เข้ารับบริการทุกคนตลอดมา


“อยากจะบอกว่าดีใจมากที่วันนี้หญิงไม่ต้องใช้แฮร์แชโดว์แล้ว เพียงแต่ว่าเราดูแลและบำรุง กินวิตามินตามที่คุณหมอแนะนำ เพื่อที่ว่าผมของเราที่ปลูกมาค่ะจะได้มีรากผมที่แข็งแรงและอยู่กับเราไปได้นานๆ แค่นี้เองค่ะ เป็นวิธีการง่ายๆที่คุณหมอแนะนำนะคะ”

NEAT การปลูกผมง่ายๆ สบายๆ ที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผมบางของทุกคน เป็นประสบการณ์ใหม่ของการปลูกผมที่รอให้คุณมาสัมผัสที่ “นามนิน” ค่ะ

10 ชั่วโมงแห่งความใส่ใจ จากแพทย์ สู่คุณคนใหม่
นี่คือเวลา 10 ชั่วโมง 
...ที่บางคนต้องใช้เวลาศึกษาและตัดสินใจอยู่หลายปี
...ที่บางคนบอกว่าเป็นการลงทุนครั้งสำคัญโอกาสเดียวของชีวิต
...และหลาย ๆ คน เฝ้ารอที่จะได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ หลังจาก 10 ชั่วโมงนี้

นั่นทำให้แพทย์หญิงนิล นามทองต้น หรือคุณหมอนิล แห่งคลินิกนามนิน เลือกที่จะทุ่มเทและใส่ใจไปกับ 10 ชั่วโมงในการปลูกผมใหม่ให้กับคนไข้ ซึ่งหากถามว่าทำไมจึงต้องกินเวลายาวนานถึง 10 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน คำตอบก็คือ เพราะการปลูกผมเป็นหัตถการที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ต้องอาศัยศาสตร์การแพทย์ในการรักษา และมุมมองเชิงศิลป์ในการสร้างสรรค์ความงาม ผสานเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นการทำงานกับ เส้นผม ที่มีขนาดเล็กมาก ๆ และหากไม่ระวังก็อาจพลั้งทำร้ายเส้นผมได้โดยง่าย 

การปลูกผมจึงไม่ใช่ภารกิจที่ใครก็ทำได้ ที่นามนิน ผู้ชำนาญตัวจริงเท่านั้นที่จะได้ทำหน้าที่สำคัญนี้ และนี่ก็คือ 10 ชั่วโมงการทำงานของทีมแพทย์ เพื่อลงมือปลูกผมใหม่ และเปลี่ยนเจ้าของเส้นผมเป็น คนใหม่ อย่างที่ใจต้องการ

วางแนวทางการรักษาร่วมกัน
30 – 40 นาที
คุณหมอนิลจะเริ่มต้นด้วยการชวนคนไข้นั่งลงพูดคุยกันถึงปัญหา ความกังวลใจ และความต้องการของคนไข้ เพื่อทำความเข้าใจเจ้าของเส้นผมให้มากที่สุด ก่อนจะวิเคราะห์ปัญหาผม และออกแบบแนวทางการรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง เพราะคนไข้แต่ละคนมาด้วยปัญหาและปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน บางคนเพิ่งเริ่มมีอาการผมบางในระยะเริ่มต้น บางคนมาเมื่อผมบางจนใกล้เข้าสู่ภาวะผมล้านแล้ว บางคนมีกราฟต์ผมต้นทุนบริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยจำนวนมาก แต่บางคนมีไม่เพียงพอ 


ซึ่งตรงนี้ คุณหมอนิลจะช่วยประเมินพื้นที่ปลูกผมว่ากินบริเวณกว้างแค่ไหน คำนวณกราฟต์ผมต้นทุนที่ต้องใช้ว่ามีเพียงพอหรือไม่ หากไม่พอจะแก้ปัญหาอย่างไร เช่น เฉลี่ยกราฟต์ผมให้ปลูกได้ครอบคลุมโดยไม่ต้องหนาแน่นมาก หรือเลือกปลูกผมเฉพาะจุดที่จำเป็นจริง ๆ รวมไปถึงการทำ Treatment บำรุงอื่น ๆ เสริมควบคู่กัน 

ไม่เพียงเท่านั้น คุณหมอนิลยังวาดแนว Hairline หรือกรอบหน้าบริเวณหน้าผากให้ใหม่ เพื่อช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนที่สมดุลตามหลัก Golden Ratio โดยไม่ลืมที่จะสอบถามความต้องการของคนไข้เช่นเคย จึงแน่ใจได้ว่า เส้นทางการรักษาที่วางไว้นั้น เกิดจากการร่วมกันคิดของทั้งสองฝ่าย คือแพทย์และคนไข้ อย่างแท้จริง


เตรียมพื้นที่ศีรษะด้านหลังท้ายทอย
20 – 30 นาที
เนื่องจากจะต้องมีการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากบริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยไปปลูกใหม่ ซึ่งกราฟต์ผมบริเวณนี้ เป็นกราฟต์ผมที่มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทานต่อการหลุดร่วงมากที่สุด คุณหมอนิลจึงได้เวลานำคนไข้เข้าสู่ห้องหัตถการ และเริ่มด้วยการเตรียมพื้นที่ศีรษะด้านหลังท้ายทอยให้พร้อม โดยใช้ทักษะเฉพาะตัวของคุณหมอนิลเอง ลงมือตัดผมให้กับคนไข้ พร้อมกับใช้เทคนิคซ่อนแผลแบบขั้นบันได เพื่อที่ว่าเมื่อปลูกผมเสร็จเรียบร้อย คนไข้จะได้ไม่ต้องคอยกังวลปกปิดรอยแผลด้านหลัง จนไปจำกัดอิสระในการจัดแต่งหรือทำทรงผมต่าง ๆ ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้ คุณหมอนิลก็เป็นผู้พัฒนาขึ้น เพื่อให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายมากที่สุดนั่นเอง



เจาะย้ายกราฟต์ผมออก
3 – 6 ชั่วโมง
สำหรับขั้นตอนการเจาะย้ายกราฟต์ผมออกจากด้านหลังท้ายทอย คุณหมอนิลเป็นผู้วางแผนการใช้เครื่องมือต่าง ๆ โดยอุปกรณ์เจาะย้ายกราฟต์ผมนั้น จะมีขนาดเล็กพิเศษ เพื่อให้หลงเหลือรอยแผลน้อยที่สุด ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของหัวเจาะ ให้เหมาะสมกับกราฟต์ผมที่แตกต่างกันของแต่ละคนได้ 

ในขั้นตอนนี้ ผู้ที่ลงมือเจาะย้ายกราฟต์ผมจะเป็นทีมสหวิชาชีพของนามนิน ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นจากคุณหมอนิล อีกทั้งคุณหมอนิลยังเป็นผู้ควบคุมการทำหัตถการในขั้นตอนนี้ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาด้วย


ไม่เพียงเท่านั้น กราฟต์ผมที่เจาะย้ายออกมาแล้ว จะต้องนำไปแช่ในน้ำยารักษาสภาพผมทันที ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนของการคัดเลือกกราฟต์ และตัดแต่งกราฟต์ เนื่องจากพื้นที่ปลูกผมใหม่แต่ละจุดอาจจำเป็นต้องใช้กราฟต์ผมที่มีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกัน จึงจะดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ เช่นบริเวณ แนวไรผม นั้น ต้องใช้กราฟต์ผมเส้นเล็ก บาง และมีจำนวนเส้นผมต่อกราฟต์เพียงเส้นเดียว ส่วนบริเวณ กลางศีรษะ อาจต้องใช้กราฟต์ผมเส้นหนาใหญ่ และมีจำนวนเส้นผมต่อกราฟต์ 3 - 4 เส้น การคัดเลือกและตัดแต่งกราฟต์ จึงเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของการปลูกผม ที่คุณหมอนิลให้ความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนไหน ๆ ได้เป็นอย่างดี

หลังจากนี้จะเป็นการพักรับประทานอาหารหรือของว่างเพื่อเติมพลัง และพักให้ร่างกายได้ผ่อนคลายประมาณ 30 – 45 นาที โดยมีขั้นตอนที่เป็นหัวใจหลักของการปลูกผมรออยู่ในช่วงต่อไป

ปลูกผมใหม่ด้วยแพทย์แบบเส้นต่อเส้น
3 – 6 ชั่วโมง
ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนของการปักกราฟต์ผมที่เตรียมเอาไว้อย่างดี ลงบนพื้นที่หนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง และแน่นอนว่า อาจจะมีกราฟต์ผมที่รอการปักมากเป็นจำนวนนับหลายพันเส้น แต่ทั้งหมดนั้น จะมีคุณหมอนิลเพียงคนเดียว ที่ทำหน้าที่ปักกราฟต์ผมทีละกราฟต์ ด้วยความละเอียด ประณีต พิถีพิถัน โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลต่อความอยู่รอดของกราฟต์ผมใหม่ให้มากที่สุด ดังนี้

  • ทิศทางในการเรียงตัวของกราฟต์ผมใหม่ รวมถึงองศาความลาดเอียงในการปัก เพื่อให้ผมใหม่ดูกลมกลืนไปกับเส้นผมเดิม แลดูใกล้เคียงผมธรรมชาติ ที่สำคัญ ไม่ชี้ย้อนผิดทิศผิดทาง ซึ่งโดยปกติแล้ว กว่าจะรู้ว่าผมใหม่เรียงตัวตามทิศทางเดิมหรือไม่ ก็ต้องรอให้ผมยาวขึ้นเมื่อผ่านไปแล้วหลายเดือน ทั้งยังไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ หรืออาจแก้ไขไม่ได้อีกแล้ว เรื่องของทิศทางและองศาจึงเป็นที่ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ

  • ระยะความลึกในการปักกราฟต์ หากปักกราฟต์ผมตื้นเกินไป อาจจะหลุดร่วงง่าย และส่งผลให้เส้นเลือดต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ในการลำเลียงอาหารมาเลี้ยงเส้นผม ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เส้นผมอ่อนแอ ไม่แข็งแรง

  • ความหนาแน่นในการปักกราฟต์ แพทย์ผู้ชำนาญจะปักกราฟต์ผมให้ได้ความหนาแน่นกำลังดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป เพราะหากน้อยเกินไป ผมของคนไข้อาจจะยังดูบางจนแทบไม่ช่วยแก้ปัญหา หรือถ้าหากแน่นเกินไป ก็เสี่ยงที่กราฟต์ผมจะเบียดกันจนหลุดร่วงได้ง่ายกว่าที่ควร


ที่สำคัญ คุณหมอนินยังเลือกใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย นำเข้าจากต่างประเทศ นั่นคือ Implanter Pen หรือปากกาปลูกผม ที่มีขนาดเล็กพิเศษเพียง 0.6 มิลลิเมตร นับเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การปลูกผมสามารถทำได้อย่างแม่นยำ ลดความผิดพลาด ทั้งยังช่วยให้แผลมีขนาดเล็ก เลือดออกน้อย ลดอาการบวมช้ำที่เป็นภาพจำน่ากลัวฝังใจใครหลาย ๆ คน และนั่นก็ทำให้คนไข้ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถลุกขึ้นมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้นด้วย



ทั้งนี้ เวลาที่ใช้ในการปลูกผมจริง ๆ อาจมากหรือน้อยกว่านี้ก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหา และจำนวนกราฟต์ผมที่ใช้ในการปลูกแต่ละเคส โดยตลอดกระบวนการทั้งหมดนี้ คุณหมอนิลจะเป็นผู้ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และคอยอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องหัตถการ เพื่อคลายความกังวลของคนไข้ 

และเมื่อผ่านพ้น 10 ชั่วโมงแห่งความทุ่มเทใส่ใจนี้ไป ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณหมอกับคนไข้มาถึงเส้นชัยแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังต้องจับมือกันประคับประคองดูแลเส้นผมที่เพิ่งปลูกไปนั้น ให้อยู่รอด เติบโต แข็งแรง โดยมีคุณหมอนิลเป็นผู้คอยติดตามผลทุกระยะ และให้คำปรึกษาด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงแนะนำ Treatment และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จนกว่าคนไข้จะได้พิสูจน์ผลลัพธ์ผมใหม่ว่าคุ้มค่ากับที่รอคอยมานาน พร้อม ๆ กับการได้เปลี่ยนตัวเองเป็น คนใหม่ ที่มั่นใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม




“ปรึกษาแพทย์” สำคัญแค่ไหน?
“ปรึกษาแพทย์” สำคัญแค่ไหน?
ก่อนตัดสินใจปลูกผม
อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจปลูกผม 

  • ถ้าเรายังไม่รู้ว่า การปลูกผมคืออะไร มีขั้นตอนอย่างไร ใช้เวลานานแค่ไหน
  • เราจะต้องให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง 
  • เราสามารถคาดหวังผลลัพธ์ผมใหม่ได้มากน้อยแค่ไหน
  • และจะต้องใช้แนวทางการรักษาแบบใดจึงจะเหมาะสม 
  • หรือว่าเรายังหลงเหลือข้อสงสัยคาใจที่ยังไม่ได้คำตอบ

เพราะเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่า การปลูกผมใหม่ครั้งนี้ จะเป็น การลงทุนที่คุ้มค่า อย่างแท้จริง หากยังไม่รู้ข้อมูลเบื้องต้นเหล่านี้ดีพอ

นี่จึงเป็นเหตุผลที่นามนินย้ำเสมอว่า ขั้นตอนการพบแพทย์เพื่อพูดคุยปรึกษา ไม่เพียงเป็นขั้นตอนแรกสุด แต่ยังเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดไม่แพ้กระบวนการไหน ๆ ก่อนที่เราจะตัดสินใจปลูกผม ซึ่งอาจเป็นเพียงโอกาสที่เกิดขึ้นได้ครั้งเดียวในชีวิต


ทำไมต้อง “ปรึกษาแพทย์” ก่อนตัดสินใจปลูกผม

เพราะการปลูกผม ต้องเริ่มต้นจากความเข้าใจ
การปลูกผมเป็นหัตถการทางการแพทย์ ที่ต้องอาศัยทั้งศาสตร์ความรู้ด้านเส้นผม และมุมมองความงามเชิงศิลป์ มีขั้นตอนต่าง ๆ ที่ต้องอาศัยความละเอียดประณีต มีข้อจำกัดที่คนไข้ควรต้องรับทราบ และมีระยะเวลาในการติดตามผลยาวนานถึง 1 ปี ทั้งหมดนี้ คุณหมอนิน – แพทย์หญิงดิลกณิกนันต์ นามทองต้น จึงเลือกให้ “เวลา” กับขั้นตอนการพูดคุยปรึกษากับคนไข้อย่างเต็มที่ เปลี่ยนทุกชั่วโมงและนาทีให้กลายเป็นเวลาคุณภาพ ในการอธิบายทุกขั้นตอนการรักษาตั้งแต่ต้นจนจบ และตอบคำถามเคลียร์ทุกข้อสงสัย แบบที่ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตซึ่งมีอยู่มากมายก็ไม่อาจตอบได้ครบถ้วน จนคนไข้เห็นภาพเส้นทางการรักษาตลอด 1 ปีเต็มได้อย่างชัดเจน


เพราะการปลูกผม เป็นการรักษาแบบเฉพาะบุคคล 
ที่นามนิน เราไม่มีสูตรสำเร็จในการรักษา ตรงกันข้าม คุณหมอนินจะออกแบบการรักษาแบบ Tailor-made หรือ Case-by-case เฉพาะคน โดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อคุณหมอได้ใช้เวลาอย่างเต็มที่ระหว่างขั้นตอนการปรึกษา เพื่อทำความเข้าใจปัญหาเส้นผม ความกังวลต่าง ๆ รวมถึงความต้องการของคนไข้ รวมไปถึงข้อจำกัดจากเพศ วัย สภาพผม โดยเฉพาะปริมาณกราฟต์ต้นทุนด้านหลังท้ายทอยที่เหลืออยู่ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนมีส่วนในการคำนวณกราฟต์ผม และออกแบบแนวทางการรักษาแบบเฉพาะบุคคล เคสใหม่ คิดใหม่ ไม่มีซ้ำ เพื่อตอบโจทย์คนไข้แต่ละคนให้ตรงจุดมากที่สุดนั่นเอง 


เพราะการปลูกผม คือการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์และคนไข้
ต่อให้แพทย์มีความชำนาญแค่ไหน แต่ถ้าคนไข้ไม่ให้ความร่วมมือระหว่างเส้นทางการปลูกผม ผลลัพธ์ก็อาจจะออกมาไม่ตรงกับที่ตั้งใจไว้ ดังนั้น ก่อนตัดสินใจปลูกผม คุณหมอจึงใช้ช่วงเวลาที่สำคัญนี้ในการอธิบายถึงรูปแบบการทำงานร่วมกันระหว่างคุณหมอกับคนไข้ ว่าคุณหมอจะมีบทบาทอย่างไรตลอดระยะการรักษา 1 ปี ตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบแนวทางการรักษา ลงมือปลูกผมด้วยตนเอง ไปจนถึงการติดตามผลและให้คำแนะนำทุก ๆ ระยะ ขณะเดียวกัน คนไข้ก็มีส่วนสำคัญในการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง เพื่อดูแลทะนุถนอมผมปลูกใหม่ให้อยู่รอด ซึ่งทั้งหมดนี้ คุณหมอไม่สามารถวางแผนคนเดียวได้ แต่จะต้องเป็นการวางแผนร่วมกันของทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์เส้นผมที่เติบโต แข็งแรง สมบูรณ์



เพราะนี่คือโอกาสทำความรู้จักแพทย์ให้มากขึ้น จากการคุยกันครั้งแรก
คนไข้หลาย ๆ คนบอกตรงกันว่า พวกเขาตัดสินใจเข้ารับการปลูกผมได้ง่ายขึ้น หรือแทบไม่ต้องลังเล หลังจากได้พูดคุยโดยตรงกับคุณหมอนิน เพราะทำให้ได้เห็นถึงแนวคิด อัธยาศัย วิธีการตอบคำถาม วิธีการทำความเข้าใจคนไข้ รวมถึงวิธีการออกแบบการรักษา ซึ่งสะท้อนถึงประสบการณ์ ความชำนาญ และความใส่ใจของคุณหมอได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังได้รับทราบถึงรายละเอียดพิเศษต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่คุณหมอลงมือปลูกผมให้เองทุกกราฟต์ การที่คุณหมอเลือกอุปกรณ์นำเข้าจากต่างประเทศ ตลอดจนเทคนิคต่าง ๆ ที่คุณหมอพัฒนาต่อยอดขึ้น เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายยิ่งกว่าให้กับคนไข้ ทั้งหมดนี้ ก็ช่วยเพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นในการตัดสินใจปลูกผมด้วย


และนี่ก็คือความสำคัญของขั้นตอนการปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจปลูกผม ซึ่งที่นามนิน ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาพูดคุยกับคุณหมอได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รับรองว่า เวลา 1 ชั่วโมงที่ใช้ไปกับคุณหมอ คุ้มค่าพอกับการตัดสินใจปลูกผม ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาจนกว่าจะเห็นผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ถึง 1 ปีอย่างแน่นอน

หลักสูตรปลูกผม เพื่อแพทย์โดยเฉพาะ
ADVANCE HAND-ON HAIR TRANSPLANT TRAINING
หลักสูตรปลูกผม กลุ่มเล็ก - เจาะลึก
เพื่อแพทย์โดยเฉพาะ

เติมเต็มประสบการณ์และอัปเดตทักษะความรู้ด้านการปลูกผม กับแพทย์หญิงนิล นามทองต้น แพทย์ผู้พัฒนาเทคนิค NEAT ในหลักสูตรอบรมด้านการปลูกผมขั้นสูง ด้วยเทคนิค Micrograft Forceps FUE เจาะลึกทฤษฎีตามหลักการแพทย์อย่างเข้มข้น ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การเตรียมเครื่องมือทำหัตถการ การออกบแบบแนวผมด้านหน้า รวมถึงเทคนิคการย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย นำมาเตรียมสภาพให้พร้อม และปลูกบนพื้นที่ให้ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมลงมือปลูกผมจริงให้ผู้เข้ารับบริการในห้องหัตถการ เพื่อฝึกทักษะการใช้อุปกรณ์จริง โดยเป็นกลุ่มขนาดเล็ก เป็นหลักสูตรที่ถ่ายทอดเนื้อหาได้อย่างทั่วถึง ครบจบทุกขั้นตอนในเวลาเพียง 2 วัน ซึ่งจะทำให้ผู้รับการอบรมเข้าใจทุกกระบวนการในการทำงานอย่างชัดเจน

นามนินขอแสดงความยินดีกับแพทย์ทุกท่าน ที่ผ่านการอบรมด้วยดีค่ะ





















นามนิน ก้าวสู่ปีที่ 4 กับ Hair Medical Center
“บริการปลูกผม” ตลาดใหญ่มาแรงระดับโลก

ประเทศไทยอยู่ตรงไหน ในภาพรวมการเติบโตของอุตสาหกรรมความงามด้านเส้นผมของโลก ?

ผลการวิจัยเผยว่า ในปี 2020 ที่ผ่านมา ตัวเลขมูลค่าตลาด “การปลูกผม” ทั่วโลก อยู่ที่ประมาณ 106,062 ล้านบาท และในอีก 5 ปีข้างหน้า หรือในปี 2027 ตัวเลขดังกล่าวอาจทะยานสูงขึ้นแตะ 136,508 ล้านบาท โดยมีอัตราการเติบโตของตลาดเฉลี่ยต่อปีถึง 3.6% เช่นเดียวกับตลาด “ผลิตภัณฑ์บำรุงและลดการหลุดร่วงของเส้นผม” ที่จะมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีในช่วงเวลาเดียวกัน อยู่ที่ 3.83% โดยจะเห็นภาพการเติบโตชัดเจนที่สุดในภูมิภาคเอเชียนี่เอง (กรุงเทพธุรกิจ, 2565)

แน่นอนว่า ประเทศไทย ก็เป็นจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กที่กำลังทวีความสำคัญมากขึ้น ซึ่งสำหรับตลาด Hair Care หรือผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อการดูแลเส้นโดยรวมของประเทศ ที่มีมูลค่ากว่า 30,000 ล้านบาทนั้น บริการปลูกผมครองสัดส่วนของตลาดอยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านบาทเลยทีเดียว (กรุงเทพธุรกิจ, 2563) สอดคล้องกับการเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วของคลินิกปลูกผมในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แม้วันนี้ ตลาดปลูกผมไทยอาจยังตามหลังประเทศเกาหลีและประเทศญี่ปุ่น แต่การพัฒนาฝีมืออย่างก้าวกระโดดของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมคนไทย ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมไปถึงความเป็นเลิศด้านการให้บริการ ในราคาที่เอื้อมถึงได้ ก็ส่งให้ประเทศไทยกลายเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูงเพียงพอที่จะตั้งเป้าหมายใหม่ในการยกระดับวงการปลูกผม เพื่อรองรับการเป็น Medical Hub of Hair Transplantation ของภูมิภาคเอเชียในอนาคต


สำรวจปัจจัยความเติบโต ของเทรนด์ “ปลูกผม” ในประเทศไทย 

การที่ตลาด “ปลูกผม” ในประเทศไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วเช่นนี้ ปัจจัยข้อแรกคงหนีไม่พ้นเรื่องการปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมของคนไทยเอง ในปัจจุบัน คนไทยรวมถึงคนทั่วโลก หันมาให้ความสำคัญกับการใส่ใจดูแลสุขภาพมากขึ้น ทำให้เทรนด์สุขภาพยังคงเป็นกระแสระดับท็อปต่อเนื่องยาวนานหลายปี เราจึงเห็นผู้คนลุกขึ้นมาค้นคว้าศึกษาข้อมูล ปรับวิถีชีวิตใหม่ เพิ่มมูลค่าการใช้จ่าย และเพิ่มเวลาให้กับการดูแลตัวเองมากขึ้น เช่น การรับประทานอาหารสุขภาพ การออกกำลังกาย การดูแลสัดส่วนและรูปร่าง รวมไปถึงการจัดการกับปัญหาสุขภาพเส้นผมด้วย

นอกจากสุขภาพแล้ว ผู้คนก็ยังใส่ใจเรื่องบุคลิกภาพด้วยเช่นกัน ทั้งยังตระหนักมากขึ้นว่า เส้นผมคือเครื่องประดับชิ้นสำคัญของร่างกาย ที่จะช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูดี นำมาสู่ภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือในสายตาของคนรอบข้าง และยังสะท้อนความเป็นตัวตนที่ไม่ซ้ำใคร หลาย ๆ คนหมดความมั่นใจในตัวเองลงง่าย ๆ เมื่อเผชิญกับปัญหาเส้นผม ซึ่งการขังตัวเองไว้กับความรู้สึกกังวลและไม่มั่นใจในทุกครั้งที่ส่องกระจกนั้น ทำให้หลายคนไม่กล้าใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ จนอาจพลาดโอกาสสำคัญต่าง ๆ ไป ดังนั้น คนจึงมีแนวโน้มสูงขึ้นที่จะหันกลับมาดูแลเส้นผม ไม่ต่างจากการดูแลร่างกายส่วนอื่น ๆ 

ที่สำคัญ ภาพจำของคำว่า การปลูกผม ก็เริ่มเปลี่ยนไป ที่ผ่านมา คนมักจะติดภาพว่าการปลูกผมเป็นเรื่องของคนสูงวัย หรือคนที่มีปัญหาเส้นผมรุนแรง แต่ปัจจุบันเทรนด์การปลูกผมเริ่มเป็นที่นิยมในกลุ่มคนที่มีช่วงอายุน้อยลงเรื่อย ๆ จากสถิติโดยทั่วไป คนในวัย 25 – 35 ปี ตัดสินใจเข้ารับการปลูกผมใหม่ถึง 25% ขณะเดียวกัน คนในวัยต่ำกว่า 25 ปี ก็เริ่มกล้าที่จะเข้ามาปรึกษาปัญหาเส้นผมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเริ่มต้นปลูกผมเพื่อดูแลจัดการปัญหาแต่เนิ่น ๆ กันมากขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ภาพจำเก่า ๆ ว่าการปลูกผมเป็นเรื่องของผู้ชายก็เปลี่ยนไปด้วย เพราะผู้หญิงเริ่มเข้ามารับบริการปลูกผมมากขึ้น โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ประมาณ 20% 

สำหรับปัจจัยสำคัญอีกข้อหนึ่ง ก็คือเทคนิคการปลูกผม ที่ส่งผลต่อประสบการณ์การปลูกผมของคนไข้ เนื่องจากในอดีต การปลูกผมอาจไม่ใช่ประสบการณ์ที่น่ารื่นรมย์นัก คนไข้ต้องเผชิญความยากลำบากจากการรักษา ตั้งแต่การโกนผมด้านหลังทั้งหมดเพื่อ “ผ่าตัด” ย้ายกราฟต์ผมออก อุปกรณ์ที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาเต็มที่ ยังทิ้งรอยแผลน่ากลัวไว้พร้อมกับอาการเจ็บและบวมช้ำ ทำให้คนไข้ต้องใช้เวลาพักฟื้นค่อนข้างนาน ทั้งยังเกิดข้อจำกัดในการทำผมทรงต่าง ๆ เพราะต้องคอยระวังปกปิดรอยแผลจากการปลูกผม จนกระทบต่อความมั่นใจ และการใช้ชีวิตประจำวันในหลาย ๆ ด้าน

แต่ทุกวันนี้ นวัตกรรมการปลูกผมได้รับการพัฒนาขึ้นจนสามารถลบภาพประสบการณ์แย่ ๆ ที่กล่าวมาได้เกือบทั้งหมด เนื่องจากเทคนิคการปลูกผมและแนวทางการักษาที่ก้าวหน้ามากขึ้นในทุก ๆ มิติ ที่ “นามนิน” คนไข้ที่เข้ารับการปลูกผมจะได้สัมผัสความประทับใจจากบริการปลูกผมที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี ภายใต้ชื่อเทคนิค NEAT หรือ Namnin’s Exclusive Advanced Hair Transplant Technique ซึ่งหมายถึง “เทคนิคการปลูกผมขั้นสูงเอกสิทธิ์เฉพาะของนามนิน” โดยนำทั้ง “ศาสตร์” การแพทย์ด้านเส้นผม มาผสานกับ “ศิลปะ” การสร้างสรรค์ความงาม เพื่อมอบผลลัพธ์การปลูกผมที่จะช่วยแก้ไขปัญหาเส้นผมและเติมเต็มความมั่นใจให้กับคนไข้ได้อย่างแท้จริง


เทคนิค NEAT ยังมีความหมายซ่อนอยู่ในทุกตัวอักษร 

N - Namnin
หมายถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของนามนิน ที่ไม่เคยหยุดศึกษา พัฒนา และต่อยอดองค์ความรู้ จากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับคนไข้ ที่สำคัญ แพทย์ของนามนินจะเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้กับคนไข้ด้วยตัวเอง แบบเส้นต่อเส้น

E - Exclusive
หมายถึงการที่แพทย์เข้าใจในลักษณะปัญหาและความต้องการที่แตกต่างกันของคนไข้ ซึ่งไม่สามารถใช้สูตรการรักษาแบบเดียวกันได้ทุกคน ดังนั้น จึงต้องออกแบบแนวทางการรักษา “เฉพาะบุคคล” เคสใหม่ คิดใหม่ ไม่มีซ้ำ ไม่มีสูตรสำเร็จ เช่นเดียวกับการวัดตัวตัดเสื้อแบบ Tailor-Made เลยก็ว่าได้

A - Advanced
หมายถึงเทคนิคการปลูกผมขั้นสูง ที่คิดค้นและพัฒนาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของนามนินเอง เพื่อตอบโจทย์การรักษาได้อย่างตรงจุดมากที่สุด

T - Technique
หมายถึงเทคนิคเสริมและองค์ประกอบต่าง ๆ ตลอดกระบวนการรักษา รวมถึงการเลือกใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้ผลลัพธ์การปลูกผมที่คนไข้พึงพอใจ ทั้งยังช่วยให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ทั้งหมดนี้ จึงช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การปลูกผมของคนไข้ให้กลายเป็นประสบการณ์สุดพิเศษ โดยเทคนิคใหม่ ๆ เหล่านี้จะช่วยให้คนไข้ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องโกนผม เพียงใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กเจาะย้ายกราฟต์ผมออก และนำไปปลูกใหม่ในบริเวณที่ต้องการ ลดอาการเจ็บ บวมช้ำ เลือดออกน้อย ทิ้งรอยแผลขนาดเล็กจนแทบมองไม่เห็น และแทบไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อ หรือไปทำงานในวันรุ่งขึ้นได้ทันที ไม่เพียงเท่านั้น เทคนิคการย้ายผมออกจากด้านหลังแบบขั้นบันได ยังช่วยให้คนไข้ไม่ต้องกังวลกับการปกปิดรอยแผลอีกต่อไป สามารถทำผมทรงต่าง ๆ ได้อย่างใจทุกสไตล์ ซึ่งเท่ากับอิสระในการใช้ชีวิตอย่างมั่นใจมากขึ้นด้วย


ก้าวสู่ปีที่ 4 กับ “นามนิน”

หลังก้าวผ่าน 3 ปีแห่งความใส่ใจในปัญหาเส้นผมทุกมิติของคนไข้ และความตั้งใจที่จะพัฒนาเทคนิคการปลูกผมให้เหนือมาตรฐานขึ้นไปอย่างไม่มีวันหยุด ก้าวต่อไปในปีที่ 4 ของ “นามนิน” จะไม่ใช่แค่ในบทบาทของ “คลินิก” แต่คือการเติบโตขึ้นไปเป็น Hair Medical Center ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมอย่างครบวงจร ที่ไม่เพียงให้บริการด้านการรักษาและดูแลเส้นผม แต่ยังนำเสนอคอร์สปลูกผมสุด Exclusive ที่นำเอาความรู้ ประสบการณ์ ทักษะ และเทคนิคเฉพาะตัวของคุณหมอนิน รวมเอาไว้ในคอสร์สนี้อย่างเข้มข้น สอนและถ่ายทอดจาก “อาจารย์แพทย์” สู่ “แพทย์” โดยเฉพาะ รวมถึงการเป็นศูนย์รวมบริการ Treatment และผลิตภัณฑ์ด้านเส้นผมที่พัฒนาขึ้นโดยผู้เชี่ยวชาญที่เข้าใจปัญหาเส้นผมอย่างแท้จริง พร้อมทั้งเดินหน้าแผนพัฒนาธุรกิจในมิติอื่น ๆ เพื่อรองรับลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ให้ความไว้วางใจในคุณภาพการให้บริการของนามนินเสมอมา

และสิ่งที่จะไม่เปลี่ยนไป ก็คือคำสัญญาจากนามนิน ที่จะ “ใส่ใจเพื่อคุณคนใหม่” ตั้งแต่ก้าวแรกที่คนไข้เข้ามาพบแพทย์เพื่อพูดคุย ปรึกษา บอกเล่าปัญหาและความต้องการของตัวเอง ก่อนจะร่วมกันวางแผนเส้นทางการรักษาที่ยาวนานถึง 1 ปีเต็ม และแพทย์เริ่มลงมือปลูกผมใหม่ให้คนไข้แบบเส้นต่อเส้น ตามมาด้วยช่วงเวลาแห่งการอดทน รอคอย และถนอมดูแลเส้นผมใหม่ โดยมีแพทย์คอยติดตามการรักษาอย่างใกล้ชิด จนถึงวันที่คนไข้ได้ปลดล็อกตัวเองไปสู่การเป็น “คนใหม่” ได้สำเร็จ ซึ่ง “นามนิน” หวังว่าจะได้เห็นภาพความสุขแบบนี้ ในขวบปีที่ 4 ตลอดจนปีต่อ ๆ ไปข้างหน้า

.
#NEATคือศาสตร์และศิลป์

NEAT ความลงตัวที่สมบูรณ์แบบ
การปลูกผมเทคนิค NEAT ของนามนิน พัฒนามาจากเทคนิค FUE หรือ Follicular Unit Excision เป็นการใช้เครื่องมือขนาดเล็กเจาะนำกราฟท์ผมออกมาจากด้านหลังท้ายทอยทีละกราฟท์ ข้อดีคือจะทิ้งไว้เพียงรอยแผลขนาดเล็ก ๆ ในบริเวณที่นำกราฟท์ผมออกมาเท่านั้น ซึ่งเทคนิค FUE เป็นการปลูกมาตรฐานสากลที่ได้รับความนิยมแพร่หลาย เพราะโดดเด่นด้านความสวยงาม สะดวกสบายต่อคนไข้และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด

อีกเทคนิคหนึ่งที่นามนินได้นำมาปรับใช้คือ DHI หรือ Direct Hair Implantation คือการใช้ Implanter Pen  หรืออุปกรณ์ขนาดเล็กพิเศษ นำกราฟท์ผมปักลงไปยังบริเวณที่ต้องการปลูกผมใหม่โดยตรง ซึ่งแตกต่างจากวิธีดั้งเดิมคือการเจาะรูบนหนังศีรษะ แล้วนำ Forceps หรืออุปกรณ์คีมเล็ก ๆ คีบกราฟท์ผมมาปักลงไปทีละกราฟท์ ซึ่งใช้เวลามากและมีโอกาสที่รากผมจะเสียหายได้ 

ในขณะที่เทคนิค DHI แพทย์จะปักกราฟท์ผมได้ละเอียด แม่นยำ รวดเร็ว และแพทย์ยังสามารถควบคุมความลึกในการฝังรากผม ตลอดจนทิศทางหรือองศาของเส้นผมใหม่ได้ดีขึ้นด้วย เป็นวิธีการปลูกผมที่ดีที่สุดในปัจจุบัน

ด้วยความรู้และประสบการณ์ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ นามนิน จึงได้คัดสรรจุดเด่นของเทคนิค FUE และ DHI มาพัฒนาและสร้างสรรค์ต่อจนเกิดเป็น NEAT หรือ Namnin Exclusive Advanced hair transplant Technique เทคนิคการปลูกผมขั้นสูงเอกสิทธิ์เฉพาะของนามนิน ที่ลงตัวทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ในทุกขั้นตอน

เริ่มต้นด้วยการออกแบบ Hairline ใหม่ให้เข้ากับรูปหน้า เพื่อปรับแต่งกรอบหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ขึ้น จากนั้นใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กเพียง 0.6 มม.เจาะเพื่อนำกราฟท์ผมทางด้านหลังออกเป็นแนวขั้นบันไดเพื่อซ่อนแผลให้แนบเนียนกับผมเดิมโดยไม่ต้องผ่าตัด แพทย์จะวางแนวผมและตัดผมให้คนไข้ด้วยตนเอง ไม่ต้องโกนผมหรือตัดผมสั้น ไม่เห็นรอยแผล 

ขั้นตอนต่อมาคือการปลูกผมลงในบริเวณที่กำหนดไว้ ซึ่งแพทย์ของนามนินจะเป็นผู้ลงมือปักกราฟท์ผมใหม่ด้วยตัวเองทุกกราฟท์ด้วยเทคนิค DHI แต่เหนือกว่าด้วยการพัฒนาอุปกรณ์ในการปลูกผมหรือ Implanter Pen ให้มีขนาดเล็กพิเศษเพียง 0.6 มิลลิเมตร คัดเลือกและจัดวางผมแต่ละกราฟท์โดยคำนึงถึงความเหมาะสมตามขนาดความหนาและบางของเส้นผม ควบคุมระยะห่างให้เหมาะสม วางทิศทางและองศาของการปักผมแต่ละกราฟท์ให้กลมกลืนไปกับผมเดิม และปลูกแซมผมเลยแนวไรผมเดิมเข้าไปเล็กน้อยเพื่อความเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น

การปลูกผมเทคนิค NEAT ได้ผ่านการคิดค้นและพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ทุกความกังวลและความคาดหวังของคนไข้อย่างลงตัวที่สุด มอบความสะดวกสบายและผลลัพธ์ที่คุ้มค่าการรอคอย ด้วยความเชี่ยวชาญของแพทย์และเครื่องมือที่ทันสมัย 

หลังการปลูกผม คนไข้สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ชีวิตไม่สะดุด ไม่ต้องพักฟื้นหรือต้องคอยปกปิดรอยแผลเป็นใดๆ ได้เส้นผมใหม่ที่เป็นธรรมชาติทั้งความหนาแน่นและทิศทางของเส้นผม พร้อมเปิดรับสิ่งดีๆในชีวิตที่กำลังจะตามมาแน่นอน

เพราะ "หัวใจการปลูกผมของนามนิน" คือการเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่องทุกด้าน การทำงานในทุกขั้นตอนจึงสะท้อนถึงความใส่ใจและความพิถีพิถันเฉพาะตัวของแพทย์อย่างชัดเจน นำทุกปัญหาและความต้องการคนไข้มาใช้เป็นศูนย์กลางของการทำงาน รับฟัง วิเคราะห์ และวางแผนการรักษาให้เหมาะสมเฉพาะเป็นรายบุคคล ติดตามผลการรักษาและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอด 1 ปีของการปลูกผม เพื่อมอบเส้นผมใหม่ที่เปรียบเสมือนชีวิตใหม่ให้คนไข้ได้ก้าวต่อไปอย่างมั่นใจและมีความสุขที่สุด  

ทำไมผู้ชายเสี่ยง “ผมล้าน” มากกว่าผู้หญิง
"ไม่ใช่คำสาปหรือความลำเอียงของพระเจ้า แต่เรื่องของเส้นผมบนศีรษะของคนเรา เป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติล้วน ๆ"

วันนี้ เราจะเปิดบทเรียนชีววิทยาเล็ก ๆ ที่จะช่วยไขความลับระดับพันธุกรรม และตอบคำถามว่า ทำไมกันนะ ผู้ชายจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการ “ผมล้าน” และ “ผมร่วง” มากกว่าผู้หญิง

ผู้หญิงกับผู้ชายมีลักษณะทางกายภาพโดยทั่วไปที่แตกต่างกันเป็นปกติอยู่แล้ว เช่นเดียวกับในเพศผู้หรือเพศเมียของสัตว์ ซึ่งแน่นอนว่า จะต้องมี “ยีน” หรือ “หน่วยควบคุมลักษณะทางพันธุกรรม” ที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับ “เพศ” อยู่ 

หากยีนเหล่านั้นมีตำแหน่งอยู่บน “โครโมโซมเพศ” โดยตรง (Sex-linked traits) เพศก็จะมีผลต่อการแสดงออกของยีน แต่ถ้ายีนเหล่านั้นมีตำแหน่งอยู่บน “ออโตโซม” นั่นแปลว่า ไม่ใช่แค่เพศเท่านั้นที่มีผลต่อการแสดงออกของยีน แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น อย่างเช่นฮอร์โมนในร่างกายด้วย ซึ่งจะพบได้ใน 2 รูปแบบต่อไปนี้

  • ลักษณะทางพันธุกรรมจำกัดเพศ หรือ Sex-limited traits
แม้ว่าทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างก็มียีนควบคุมลักษณะเช่นนี้อยู่บนออโตโซม แต่ลักษณะดังกล่าวจะแสดงออกในเพศใดเพศหนึ่งเท่านั้น ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น การที่ผู้ชายมีหนวดเครา มีเสียงห้าว หรือการที่ผู้หญิงสามารถผลิตน้ำนมเลี้ยงลูกได้ ซึ่งฮอร์โมนจะเป็นตัวควบคุมให้ลักษณะนี้เกิดเพียงแค่เฉพาะในผู้ชายหรือผู้หญิง

  • ลักษณะทางพันธุกรรมที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของเพศ หรือ Sex-influenced traits
เช่นเดียวกัน ทั้งผู้หญิงและผู้ชายต่างก็มียีนควบคุมลักษณะเช่นนี้อยู่บนออโตโซม และลักษณะดังกล่าวจะแสดงออกได้ในทั้งเพศชายและเพศหญิง โดยมีฮอร์โมนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เราพบลักษณะเหล่านี้ได้มากในเพศหนึ่ง และพบได้น้อยในอีกเพศหนึ่ง 




ตัวอย่างที่ชัดเจนของที่สุดของรูปแบบนี้ ก็คือลักษณะ “ผมล้าน” ที่เกิดขึ้นได้ทั้งสองเพศ แต่มักพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง เนื่องจากเพศชายมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone) มากกว่านั่นเอง และหากผู้หญิงคนไหนที่มีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในระดับสูง ก็จะเกิดอาการ “ผมล้าน” ได้มากกว่าปกติเช่นกัน

สำหรับผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดลักษณะผมล้านผ่านทางพันธุกรรม หรือที่เรียกว่า Androgenetic alopecia นั้น จะพบว่าเอนไซม์ 5-alpha reductase ที่บริเวณหนังศีรษะมีปริมาณเพิ่มขึ้น ซึ่งเอนไซม์ที่ว่านี้ จะไปเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ให้กลายเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (dihydrotestosterone) หรือ DHT 

เจ้าฮอร์โมน DHT นี่เอง คือตัวการที่ส่งผลให้รูขุมขนบริเวณหนังศีรษะเล็กลง ทำให้เส้นผมเกิดใหม่มีรากผมอ่อนแอ เส้นบางและสั้นลง จนหลุดร่วงเร็วกว่าปกติ เป็นที่มาของอาการผมร่วง ผมบาง และผมล้าน ที่พบในผู้ชายได้มากกว่าผู้หญิงนั่นเอง








น่าสังเกตอีกอย่างหนึ่งว่า ลักษณะผมล้าน เรียกได้ว่าเป็น Polygenic trait หรือเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถูกควบคุมด้วยยีนหลายคู่ และมีระดับการแสดงออกของอาการแตกต่างกันไปหลายระดับ เช่นสีตาของมนุษย์ เกิดจากการที่ยีนส่งผลต่อการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ตามีสีน้ำตาลเข้ม ไล่มาจนถึงสีน้ำตาลอ่อน รวมไปถึงตัวอย่างอื่น ๆ เช่นลักษณะสีผิว ลักษณะความสูง ตลอดจนสีของเมล็ดพืชหรือขนาดของผลไม้ด้วย ที่สำคัญ ยีนเหล่านี้ รวมถึงยีนผมล้าน อาจได้รับการถ่ายทอดมาจากฝั่งพ่อหรือแม่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องรับมาจากฝั่งพ่อเพียงฝ่ายเดียว


การทำความเข้าใจที่มาของอาการผมร่วง ผมบาง และผมล้าน ผ่านรหัสพันธุกรรมที่แม้มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น จะช่วยให้การรับมือกับปัญหาเส้นผม เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เมื่อเราเริ่มรู้สึกกังวลจากอาการผมร่วงหรือผมบาง ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมโดยไม่จำเป็นต้องรอให้อาการรุนแรงขึ้น หรืออายุมากขึ้น เนื่องจากหากแพทย์มีโอกาสวินิจฉัยได้เร็ว ก็จะช่วยให้ทราบว่าคนไข้มีระดับความเสี่ยงสูงแค่ไหนที่จะเกิดปัญหาผมล้านในอนาคต และรีบรักษาอย่างถูกวิธีตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เพื่อให้ผมสวยสุขภาพดีอยู่คู่กับหนังศีรษะของเราไปนาน ๆ 



ไขสาเหตุอาการคันหลังปลูกผม
การปลูกผมถาวรแบบย้ายรากผม เป็นทางเลือกที่กำลังมาแรงในกลุ่มผู้ประสบปัญหาผมร่วงและผมบาง ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ผู้หญิง หรือแม้กระทั่งวัยเรียน ซึ่งเทคนิคนี้เป็นการย้ายเซลล์รากผมจากหนังศีรษะด้านหลังท้ายทอย โดยไม่ต้องโกนผมบริเวณนั้นออก แล้วจึงนำเซลล์รากผมที่แข็งแรงและทนทานต่อการหลุดร่วงเหล่านั้น มาตรวจสอบ คัดแยก และปลูกลงใหม่ในบริเวณที่เป็นปัญหา ให้กลมกลืนไปกับสภาพผมเดิม และสอดรับกับรูปหน้าของผู้ปลูกผม




แม้ว่าเทคนิคการปลูกผมถาวรแบบย้ายรากผม จะไม่ต้องผ่าตัด ทำให้เกิดแผลเพียงขนาดเล็ก และเจ็บน้อย แต่หลังปลูกผม ก็ยังสามารถเกิดอาการข้างเคียงต่าง ๆ ในระยะแรก ๆ ได้ หนึ่งในนั้นก็คือ “อาการคัน” ทั้งตรงบริเวณท้ายทอยที่เจาะนำรากผมออกมา และบริเวณที่ทำการปลูกผมลงไปใหม่ หลาย ๆ คนจึงตั้งข้อสงสัยว่า อาการคันเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร เป็นสัญญาณที่น่าเป็นห่วงหรือเปล่า แล้วเราควรปฏิบัติตัวอย่างไรดีหากเกิดอาการคันขึ้น 

ลองมาดูสาเหตุของอาการคันที่เกิดขึ้นหลังจากการปลูกผม อย่างที่ทราบกันดีว่า แผลที่ใกล้หาย มักจะเกิดอาการคันมากกว่าปกติ ดังนั้น เราจึงควรทำความเข้าใจกระบวนการสมานแผลของร่างกายกันก่อน 

  • ขั้นแรก เมื่อเกิดบาดแผลขึ้น ร่างกายของเราจะเริ่มห้ามเลือด โดยเส้นเลือดจะบีบแคบลง ทำให้เลือดไหลช้าลง ขณะเดียวกัน เกล็ดเลือดจะเกาะกลุ่มกันกลายเป็นลิ่มเลือดบริเวณปากแผล พร้อมกับเกิดการสร้างตาข่ายเส้นใยทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือด 

  • ขั้นต่อมา เป็นระยะของการอาการอักเสบ ซึ่งหมายถึงการที่ร่างกายเริ่มทำความสะอาดบาดแผลและกำจัดสิ่งสกปกรกต่าง ๆ ออกไปเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

  • จากนั้น เข้าสู่ระยะที่ร่างกายเริ่มสร้างเส้นเลือดใหม่และผิวหนังใหม่ ในขั้นตอนนี้เองจะทำให้เกิดเป็นสะเก็ดปกคลุมแผล และรู้สึกว่าผิวตึงขึ้น

  • สุดท้าย คือขั้นตอนของการปรับตัวและฟื้นฟู ซ่อมแซมเซลล์ต่าง ๆ ที่ถูกทำลาย

คำตอบของสาเหตุอาการคันอาจอยู่ตรงนี้นี่เอง เมื่อร่ายกายสร้างสะเก็ดแผล หรือสะเก็ดเลือดขึ้น จะพบว่าภายในสะเก็ดแผลนั้นมี “ฮิสตามีน” (histamine) ที่ออกฤทธิ์ทำให้ผิวหนังรอบบาดแผลเกิดการระคายเคือง ฮิสตามีนนั้นเป็นโมเลกุลที่ปล่อยออกมาโดยมาสต์เซลล์ (mast cell) ที่อยู่ใต้ผิวหนัง จะถูกสร้างและหลั่งออกมาเมื่อเกิดอาการแพ้ ทำให้รู้สึกคันหรือเกิดผื่นแดงเช่นเวลาถูกแมลงกัด มีข้อสันนิษฐานว่า การที่มีฮิสตามีนอยู่ในสะเก็ดแผล อาจเป็นกลไกของร่างกาย ที่ทำให้เรารู้สึกคันและเกาบริเวณนั้น เพื่อกำจัดสะเก็ดแผลที่ไม่ต้องการให้หลุดออกไป 



นอกจากนั้น ยังมีทฤษฎีที่มาของอาการคัน ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสมานแผลในระยะที่ 3 หรือระยะสร้างเส้นเลือดและผิวหนังใหม่ เพราะสะเก็ดแผลจะดึงรั้งผิวหนังใหม่ จนเกิดอาการคันได้เช่นกัน

ขณะเดียวกัน ยังมีคำอธิบายอื่น ๆ อีก เช่น การทำหัตถการทางการแพทย์ต่าง ๆ ทำให้เกิดแผลที่ผิวหนัง และกระทบกับเส้นประสาทบางส่วน รวมถึงต่อมเหงื่อด้วย ทำให้ผลิตน้ำมันออกมาน้อยลง จนทำให้เกิดอาการผิวแห้งและรู้สึกคันตามมา ไม่เพียงเท่านั้น ในขณะที่ร่างกายของเรากำลังซ่อมแซมตัวเองจากบาดแผลและความเสียหายของเส้นประสาท เส้นประสาทจะมีความไวต่อความรู้สึกมากกว่าปกติ โดยเฉพาะเมื่อแผลเริ่มหาย สัญญาณประสาทต่าง ๆ อาจทำให้สมองตีความอาการที่เกิดขึ้นว่าเป็นอาการคันก็เป็นได้

ดังนั้นแล้ว อาการคันจึงอาจนับเป็นสัญญาณดีที่บ่งบอกว่าการฟื้นตัวของบาดแผลกำลังเป็นไปด้วยดี ผู้เชี่ยวชาญยังแนะนำว่า เราไม่จำเป็นต้องกังวลกับอาการคันหลังการปลูกผม เพราะพบได้ทั่วไปเป็นปกติ ส่วนวิธีการดูแลผิวหนังบริเวณที่คัน ก็เริ่มจากการอดทน พยายามไม่เกาบริเวณนั้น เพราะอาจทำให้กราฟต์ผม หรือกลุ่มเซลล์รากผมที่ปลูกใหม่หลุดออกมาได้ แพทย์อาจให้สเปรย์หรือน้ำมัน เช่นน้ำมันมะกอก เพื่อช่วยลดอาการคัน หรือแนะนำให้รับประทานยาในกลุ่มยาต้านฮิสตามีน เพื่อบรรเทาอาการดังกล่าวได้

ข้อควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่เข้ารับการปลูกผม ไม่เพียงหมั่นสังเกตอาการดังที่กล่าวมาแล้วเท่านั้น ต่อไปนี้เป็นวิธีปฏิบัติตัว เพื่อให้การปลูกผมได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด และเกิดการหลุดร่วงของกราฟต์ผม หรือกลุ่มเซลล์รากผมน้อยที่สุด
  • ไม่ทำผมที่เพิ่งปลูกหลุด
  • ไม่ควรสัมผัสกราฟท์ผม
  • ควรนอนยกหัวสูง ลดการบวม
  • งดออกกำลังกายอย่างน้อย 3 วัน
  • งดการดื่มแอลกอฮอล์ประมาณ 2 – 4 สัปดาห์
  • งดการใช้สารเคมีหรือทำสีผม เป็นเวลา 2 – 3 เดือน
  • ป้องกันไม่ให้หนังศีรษะสัมผัสแสงแดด หรือความร้อนจากกิจกรรมต่าง ๆ อย่างน้อย  1 เดือน

ที่สำคัญที่สุด คือ ควรมาพบแพทย์ตาม ที่แพทย์นัดหมายเพื่อติดตามผล

เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยการันตีผลลัพธ์ผมสวยและแข็งแรงหลังการปลูกผม รวมถึงสามารถดูแลเส้นผมและหนังศีรษะให้มีสุขภาพดี พร้อมเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่มั่นใจมากขึ้น

ปัญหาเส้นผม... อุปสรรคความมั่นใจของผู้หญิง
ไม่ใช่แค่ผู้ชายเท่านั้นที่ต้องกังวลใจกับปัญหาผมร่วงและผมบาง เพราะผู้หญิงจำนวนไม่น้อยก็ประสบกับปัญหาผมที่ส่งผลกระทบไปถึงความมั่นใจในการใช้ชีวิตด้วยเช่นกัน บ้างก็ไม่สามารถจัดทรงผมได้ตามใจต้องการ บ้างต้องคอยปกปิดส่วนที่ผมบางหรือหายไป และบางคนก็ดูมีอายุเกินวัยเพียงเพราะเส้นผมที่ไม่หนาแน่นเหมือนเคย นั่นจึงทำให้การปลูกผมเริ่มกลายเป็นที่สนใจในหมู่ผู้หญิงหลากหลายช่วงวัยมากขึ้น เนื่องจากผู้หญิงมักจะให้ความสำคัญกับความสวย บุคลิกภาพ และการดูแลตัวเองให้ดูดีมาเป็นอันดับแรก ๆ ...มาทำความรู้จักกับปัญหาเส้นผมของผู้หญิง ว่าเกิดมาจากสาเหตุอะไร และจะมีความแตกต่างจากปัญหาผมของผู้ชายอย่างไรบ้าง...



แม้ว่าเส้นผมของเราจะหลุดร่วงเป็นปกติอยู่แล้วในทุก ๆ วัน แต่นี่คือสัญญาณผมร่วงที่บ่งบอกว่า สภาพหนังศีรษะและเส้นผมของเรากำลังมีปัญหาอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นอาการผมร่วงแล้วไม่งอกขึ้นมาใหม่ทดแทน หรือขึ้นใหม่แต่เส้นเล็กและบางลงกว่าเดิม บางคนอาจมีอาการผมร่วงเป็นหย่อม ๆ และที่สำคัญคือ ผมร่วงในแต่ละวันมากกว่า 100 เส้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นอาการผิดปกติ หรือเข้าสู่ภาวะผมร่วงและผมบางแล้วนั่นเอง 

สำหรับสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการผมร่วงในผู้หญิง ก็มาจากทั้งพฤติกรรมการใช้ชีวิต โรคและความเจ็บป่วย รวมถึงความเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของร่างกาย ดังตัวอย่างต่อไปนี้
  • กรรมพันธุ์
อาการผมร่วงและผมบางจากกรรมพันธุ์ สามารถส่งต่อถึงกันผ่านคนในครอบครัว พบได้ในทั้งผู้ชายและผู้หญิง

  • อายุ
สังเกตได้ว่า เมื่อผู้หญิงอายุมากขึ้น ผมจะค่อย ๆ บางลงจนเห็นหนังศีรษะชัดเจนขึ้นในบางราย ทั้งนี้ เป็นเพราะการไหลเวียนเลือดบริเวณหนังศีรษะลดน้อยลงประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์รากผมก็เสื่อมถอยลง ทำให้รากผมหดตัว และเส้นผมไม่สามารถเจริญเติบโตได้เต็มที่เหมือนเมื่อช่วงที่อายุยังน้อย

  • ความเครียด
ความเครียดในระดับที่รุนแรง อาจทำให้การทำงานของรากผมหยุดชะงัก จนเส้นผมหลุดร่วงจำนวนมากในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือนในบางราย ความเครียดหรือความวิตกกังวลอาจส่งผลต่อเนื่องไปสู่อาการชอบดึงผมตัวเอง ซึ่งเป็นการทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะโดยตรง

  • การขาดสารอาหาร
ผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก อดอาหาร หรือผู้ป่วยโรค Anorexia หรือ Bulimia ซึ่งได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วนเพียงพออาจพบอาการเส้นผมหลุดร่วง เนื่องจากขาดโปรตีนหรือวิตามินสำคัญจนทำให้รากผมอ่อนแอ

  • สารเคมี
สารเคมีและความร้อนจากการย้อม ดัด ยืด หรือทำสีผมบ่อยเกินไปโดยขาดการบำรุง จะทำให้เส้นผมเปราะบางและหลุดร่วงง่ายยิ่งขึ้น

  • โรคและการบาดเจ็บต่าง ๆ
อาการผมร่วงอาจพบได้ในผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคความดัน โรคไต ฯลฯ รวมไปถึงผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทางร่างกายจากอุบัติเหตุหรือการผ่าตัดต่าง ๆ ด้วย

  • การตั้งครรภ์
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางชนิดในช่วงตั้งครรภ์และช่วงหลังคลอดบุตร อาจส่งผลให้เกิดการหลุดร่วงของเส้นผมได้ แต่เส้นผมจะกลับขึ้นมาใหม่ตามปกติภายในช่วงระยะ 6 – 12 เดือน

รูปแบบของอาการผมร่วงและผมบางในผู้หญิง ก็ค่อนข้างต่างจากผู้ชาย โดยจะมีลักษณะเด่นอยู่ 2 รูปแบบ นั่นคือรูปแบบผมบางบริเวณกลางศีรษะ และรูปแบบแนวผมถอยร่นจนทำให้หน้าผากกว้าง ซึ่งสาเหตุหลักของอาการดังกล่าวก็คือการส่งต่อพันธุกรรมลักษณะผมร่วงสู่กันในครอบครัวนั่นเอง

ผู้หญิงที่ประสบปัญหาผมบางตรงกลางศีรษะ เกิดจากการความไม่สมดุลระหว่างเส้นผมที่หลุดร่วงไป กับแส้นผมที่งอกขึ้นใหม่ เมื่อผมใหม่งอกขึ้นน้อยกว่า ผมจึงดูบางลงเรื่อย ๆ สังเกตได้ว่าผมมักจะเริ่มบางจากบริเวณรอยแสก จนกระทั่งเห็นหนังศีรษะชัดขึ้นเป็นบริเวณกว้าง แต่จะไม่ถึงกับศีรษะล้านอย่างชัดเจนทั้งหมดเหมือนผู้ชาย เนื่องจากผู้ชายจะมีฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) มากกว่าผู้หญิง ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้เองมีโอกาสจะถูกเอนไซม์เปลี่ยนให้กลายเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (dihydrotestosterone) หรือ DHT และส่งผลให้ประสิทธิภาพการทำงานของรากผมลดลง ทำให้เส้นผมที่งอกใหม่ยิ่งมีขนาดเล็ก อ่อนแอ หลุดร่วงง่าย


ขณะเดียวกัน ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยก็กำลังพบเจอกับปัญหาแนวผมด้านหน้าถอยร่นเข้าไปจนทำให้หน้าผากกว้าง บางคนอาจเห็นพื้นที่ผมเว้าเข้าไปสองข้างเป็นรูปตัว M ทำให้เป็นกังวลเรื่องความสวยงาม ความอ่อนวัย หรือสูญเสียความมั่นใจในการออกไปพบปะผู้คนในชีวิตประจำวัน 


ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผมบางกลางศีรษะ หรือปัญหาแนวผมถอยร่นจนหน้าผากกว้าง “การปลูกผม” เป็นทางออกหนึ่งที่สามารถช่วยคืนเส้นผมหนาแน่นและกรอบหน้าเนียนสวยให้กับผู้หญิงได้ เพียงลองเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลเส้นผม ถึงรูปแบบของปัญหาผมที่เป็นอยู่ รวมถึงแนวความต้องการในการแก้ไขปัญหา ซึ่งแพทย์สามารถใช้เทคนิคการปลูกผมแบบถาวร ด้วยการย้ายรากผมจากบริเวณด้านหลังท้ายทอย มาเติมเต็มบริเวณที่เป็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็นหน้าผากหรือกลางศีรษะ โดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่ต้องพักฟื้น นอกจากเส้นผมใหม่จะดูหนาแน่น กลมกลืน และเป็นธรรมชาติแล้ว ยังเป็นโอกาสที่จะได้ปรับแต่งแนวผมและกรอบหน้าใหม่ เพื่อความอ่อนวัยและความสวยที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นด้วย


ไขปริศนา “ผมหงอก” กับ “ความเครียด”
ไขปริศนา “ผมหงอก” กับ “ความเครียด”

“ผมหงอก” เป็นอีกหนึ่งปัญหากวนใจที่หลายคนกังวลว่าจะทำให้เสียภาพลักษณ์จนส่งผลกระทบต่อความมั่นใจในการพบปะผู้คนในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ ปัจจัยหนึ่งที่ผู้คนมักจับคู่ว่าเป็นสาเหตุของอาการผมหงอกก็คงหนีไม่พ้น “ความเครียด” แต่ทราบหรือไม่ว่า ความเครียดกับอาการผมหงอกขาวก่อนวัย ยังคงเป็นปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบอยู่จนถึงทุกวันนี้ ว่ามีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันในลักษณะใด

โดยปกติแล้ว สีผมของคนเราจะเริ่มหงอกขึ้นเรื่อย ๆ ตามวัย ถือเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงของร่างกายตามธรรมชาติ  โดยเซลล์เม็ดสีที่เรียกว่าเมลาโนโซต์ (melanocytes) ที่เป็นผู้ผลิตเม็ดสีเมลานิน (melanin) นี่เอง ทำให้เส้นผมของเราเป็นสีดำ แต่เมื่อเราอายุมากขึ้น ความสามารถในการปกป้องเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกายไม่ให้ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระก็จะลดลงจากในวัยหนุ่มสาว ทำให้เซลล์เมลาโนโซต์ค่อย ๆ หายไป ส่งผมให้เส้นผมเปลี่ยนสีตามไปด้วยนั่นเอง แต่ถ้าเราเริ่มมีผมหงอกขาวตั้งแต่ก่อนวัย 30 ล่ะ ความเครียดจะเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการดังกล่าวอย่างไร

นอกจากปัจจัยอื่น ๆ อย่างเช่นการสูบบุหรี่ การสัมผัสมลพิษทางอากาศ หรือการขาดสารอาหารที่เหมาะสม เป็นที่ทราบกันดีว่าความเครียดสามารถส่งผลต่ออาการผมหงอกอย่างฉับพลันได้ เช่น กลุ่มอาการมารี อองตัวเน็ตต์ (Marie Antoinette Syndrome) ที่ทำให้พระนางมารี อองตัวเน็ตต์ อดีตราชินีฝรั่งเศส เกิดอาการผมหงอกขาวโพลนทั้งศีรษะภายในเวลาเพียงชั่วข้ามคืนก่อนถูกประหารด้วยกิโยติน แต่ก็ยังไม่พบคำตอบอยู่ดีว่าความเครียดส่งผลให้ผมของคนเราหงอกขาวได้ในเวลาอันสั้นด้วยกลไกแบบใด

ไม่นานมานี้ นักวิจัยเริ่มค้นพบความเชื่อมโยงของ “ความเครียด” กับกลไกการผลิตเม็ดสีบริเวณเส้นผม โดยพวกเขาทดลองสร้างภาวะเครียดรุนแรงให้กับกลุ่มหนูทดลองขนสีดำอายุน้อย ผลที่เกิดขึ้นหลังจากผ่านไม่กี่สัปดาห์ พบว่าขนสีดำของหนูทดลองกลุ่มนี้กลายเป็นสีขาวทั่วทั้งตัว 

สาเหตุเนื่องมาจากเมื่อหนูทดลองรู้สึกเจ็บปวดหรือหวาดกลัว ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีนและคอร์ติซอล ทำให้หัวใจเต้นถี่ขึ้นและความดันโลหิตสูงขึ้น ส่งผลต่อระบบประสาทที่ทำให้เกิดความเครียดอย่างรุนแรง นำไปสู่การทำลายเซลล์ต้นกำเนิด หรือสเต็มเซลล์เมลาโนโซต์ที่ผลิตเม็ดสีในปุ่มรากผม หลังจากสเต็มเซลล์ผลิตเม็ดสีเหล่านี้ถูกทำลายจนหมดลง หนูทดลองจึงไม่สามารถสร้างสีขนได้อีกเลย 

นอกจากนั้น นักวิจัยยังตรวจสอบเปรียบเทียบหน่วยพันธุกรรมหรือยีนของหนูในภาวะเครียดกับหนูทดลองปกติ พบว่าหนูที่มีความเครียดจะผลิตโปรตีนชนิดหนึ่งออกมาสร้างความเสียหายต่อสเต็มเซลล์เมลาโนไซต์ ซึ่งถ้าให้ยาที่ยับยั้งโปรตีนชนิดนี้กับหนูทดลองในภาวะเครียด ก็จะช่วยชะลอการเกิดการเปลี่ยนสีขนได้

ทั้งหมดนี้เป็นผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Harvard สหรัฐอเมริกา ร่วมกับมหาวิทยาลัย Sao Paulo ประเทศบราซิล ที่พยายามจะไขความลับเกี่ยวกับภาวะเครียดและอาการผมหงอกมาเป็นเวลาหลายปี แม้ว่าการค้นพบครั้งล่าสุดนี้จะยังเป็นเพียงการวิจัยในกลุ่มหนูทดลอง แต่นักวิจัยเชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ในการพัฒนายาตัวใหม่ ๆ หรือวิธีการที่จะป้องกันและชะลออาการผมหงอกก่อนวัยที่เกิดจากความเครียดได้ในอนาคต

ไขความลับยา Minoxidil แก้ปัญหาผมร่วงและผมบางได้จริงหรือ?
ชื่อของ Minoxidil น่าจะเคยผ่านสายตาของผู้ที่กำลังประสบปัญหาผมร่วงหรือผมบางกันมาบ้าง เพราะ Minoxidil คือตัวยารักษาอาการดังกล่าวที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย มีทั้งในรูปแบบยาเม็ดสำหรับรับประทาน หรือยาทาภายนอก เช่นแบบโลชั่น แบบน้ำ และแบบเนื้อโฟม สามารถพบตัวยา Minoxidil ในผลิตภัณฑ์หลากหลายยี่ห้อ ซึ่งมีทั้งแบบความเข้มข้น 2% และ 5% หลายคนอาจยังสงสัยว่า Minoxidil มีคุณสมบัติอย่างไรในการแก้ปัญหาผมร่วงและผมบาง และจะสามารถเพิ่มเส้นผมให้หนาแน่นและแข็งแรงขึ้นได้จริงหรือไม่ มาลองทำความรู้จักกับตัวยาชนิดนี้ให้มากขึ้นไปพร้อม ๆ กัน

ทราบหรือไม่ว่า เดิม Minoxidil ไม่ได้ผลิตขึ้นเพื่อจุดประสงค์ในการรักษาอาการผมร่วงและผมบาง แต่เป็นยาที่ใช้ลดความดัน สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการความดันโลหิตสูง เนื่องจากสามารถออกฤทธิ์ขยายหลอดเลือด ทำให้ความดันลดลงได้ โดยผู้ป่วยจะรับประทาน Minoxidil ในรูปแบบเม็ด แต่ในตอนนั้น แพทย์เริ่มสังเกตเห็นว่า หลังจากผู้ป่วยใช้ยาตัวนี้ติดต่อกันประมาณ 4 – 6 เดือน จะพบผลข้างเคียงจากยานั่นคือทำให้ผู้ป่วยที่มีผมบาง กลับมีเส้นผมใหม่เกิดเพิ่มขึ้น แพทย์จึงทดสอบเพิ่มเติมกับอาสาสมัครและผู้ป่วย และพบว่าร้อยละ 70 ของผู้เข้ารับการทดสอบด้วยการใช้ยา Minoxidil มีเส้นผมใหม่งอกขึ้นจริง สันนิษฐานว่าเกิดจากคุณสมบัติของตัวยาในการขยายหลอดเลือดนี่เอง ที่อาจทำให้มีเลือดและสารอาหารไปเลี้ยงเส้นผมมากขึ้น และนั่นคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดการประยุกต์ใช้ยา Minoxidil สำหรับการรักษาอาการผมร่วงและผมบางมาจนถึงปัจจุบัน 

หากจะทำความเข้าใจกลไกการทำงานของ Minoxidil ที่มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงของหนังศีรษะและเส้นผมนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเข้าใจวงจรของเส้นผม หรือ Hair Life Cycle เสียก่อน โดยปกติแล้ว เส้นผมของคนเราซึ่งมีประมาณ 100,000 – 150,000 เส้นทั่วทั้งศีรษะนั้น จะมีระยะการเจริญเติบโตและหลุดร่วงไปตามธรรมชาติอยู่ 4 ระยะ ดังนี้

- ระยะเจริญเติบโต หรือ Anagen Phase 
ระยะนี้ ต่อมรากผมที่อยู่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้ จะเริ่มเจริญเติบโตเป็นเส้นผมที่ค่อย ๆ ยาวขึ้น ใช้เวลาประมาณ 3 – 7 ปี ยิ่งระยะนี้ยาวนานเท่าไหร่ ผมของเราก็ยิ่งยาวและหนาแน่นขึ้น แต่หากระยะนี้กินเวลาสั้นลง ผมเกิดใหม่ก็จะกลับสั้น บาง และไม่แข็งแรง จนเป็นสาเหตุหนึ่งของอาการผมร่วง ผมบาง ที่นำไปสู่ภาวะผมล้านได้

- ระยะหยุดการเจริญเติบโต หรือ Catagen Phase
เมื่อเข้าสู่ระยะนี้ ต่อมรากผมจะหยุดการแบ่งเซลล์ ส่งผลให้เส้นผมเจริญเติบโตช้าลงจนค่อย ๆ หยุดไปในที่สุด ใช้เวลาประมาณ 2 – 3 สัปดาห์

- ระยะพัก หรือ Telogen Phase
หลังจากเส้นผมหยุดการเจริญเติบโตแล้ว จะค่อย ๆ เคลื่อนตัวมายังบริเวณผิวหนังศีรษะเพื่อรอการหลุดร่วง เป็นระยะเวลาประมาณ 3 เดือน ขณะเดียวกันเส้นผมที่กำลังจะเกิดใหม่ ก็จะทำหน้าที่ช่วยผลักให้เส้นผมเก่าหลุดร่วงออกไป ซึ่งโดยทั่วไป ผมของคนเราอาจร่วงได้ประมาณ 50 – 100 เส้นในแต่ละวัน 

หลังจากนั้น เส้นผมที่เกิดใหม่ก็จะเริ่มเข้าสู่วงจรเส้นผมในระยะแรกคือ Anagen Phase เพื่อเริ่มต้นวัฏจักรใหม่อีกครั้ง หมุนเวียนเช่นนี้เรื่อยไป ซึ่งเมื่อเราอายุมากขึ้น ก็มีโอกาสที่วงจรเส้นผมจะย่นระยะเวลาสั้นลงตามวัย เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เส้นผมอ่อนแอลงได้เช่นกัน

(PHOTO REFERENCE) ภาพวงจรเส้นผมในระยะต่าง ๆ


เมื่อเห็นภาพการเติบโตในแต่ละระยะของเส้นผมแล้ว ลองมาดูกลไกการออกฤทธิ์ของ Minoxidil กันบ้าง ในระยะเจริญเติบโต หรือ Anagen Phase ซึ่งเป็นระยะที่เส้นผมค่อย ๆ งอกขึ้นใหม่ ตัวยานี้จะช่วยขยายหลอดเลือดบริเวณหนังศีรษะให้กว้างขึ้น เปิดทางให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น นำพาสารอาหารและแร่ธาตุต่าง ๆ มาหล่อเลี้ยงและบำรุงหนังศีรษะและรากผมได้มากขึ้น จนส่งผลให้รากผมแข็งแรง พร้อมที่จะเติบโตไปเป็นไรผม และเส้นผมที่มีสุขภาพดีต่อไป 

ไม่เพียงเท่านั้น Minoxidil ยังช่วยกระตุ้นให้รากผมที่อยู่ในระยะพัก หรือ Telogen Phase เข้าสู่ระยะเจริญเติบโต หรือ Anagen Phase ได้เร็วขึ้นอีกด้วย ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องน่ากังวลหากผู้ใช้ยาตัวนี้จะพบว่าผมหลุดร่วงมากขึ้นในช่วงแรก ๆ ที่เริ่มใช้ หรือประมาณ 2 สัปดาห์แรก เนื่องจากเป็นสัญญาณที่ดี แสดงถึงประสิทธิภาพของตัวยาในการเร่งการผลัดเส้นผมเก่าที่หยุดการเจริญเติบโตแล้ว หรือเส้นผมที่ลีบเล็กและบางทิ้งไป เพื่อเตรียมรากผมให้พร้อมสำหรับการเกิดของเส้นผมใหม่ที่แข็งแรงขึ้น 

ทั้งนี้ Minoxidil จะช่วยฟื้นฟูรากผมที่หดตัวและอ่อนแอ ให้สามารถกลับมาสร้างเส้นผมใหม่ได้อีกครั้ง ที่สำคัญ ตัวยานี้ยังช่วยขยายรูขุมขนบริเวณหนังศีรษะ ขนาดของเส้นผมที่งอกขึ้นใหม่จึงมีโอกาสที่จะใหญ่และหนากว่าเดิมด้วย เมื่อรากผมที่เคยเป็นปัญหากลับมาสร้างเส้นผมใหม่ที่แข็งแรงขึ้นได้ เราจึงเห็นผลลัพธ์เส้นผมที่เพิ่มปริมาณหนาแน่นขึ้นทั่วศีรษะในที่สุด


เรียกได้ว่า Monoxidil จะส่งผลให้ระยะพัก หรือ Telogen Phase สั้นลง ขณะเดียวกันก็ยืดระยะเจริญเติบโตของเส้นผม หรือ Anagen Phase ให้ยาวนานขึ้น ทำให้เส้นผมไม่หลุดร่วงง่าย การทำงานของตัวยานี้จึงเท่ากับเป็นการรีเซ็ตวงจรเส้นผมใหม่ให้กลับสู่ภาวะปกติ ดังนั้น ระยะเห็นผลของยา จึงต้องใช้เวลาประมาณ 3 – 4 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับสภาพหนังศีรษะและเส้นผมของแต่ละคน ระหว่างการรักษาจึงต้องอาศัยความอดทนและความสม่ำเสมอในการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการเกิดของผมสักเส้นหนึ่งนั้น ต้องใช้เวลาหลายเดือนตามวงจรเส้นผมโดยธรรมชาตินั่นเอง

แม้การรักษาด้วยตัวยา Minoxidil จะช่วยชะลออาการผมร่วงและผมบาง รวมถึงช่วยสร้างเส้นผมใหม่ ให้เติบโตจากไรผม เป็นเส้นผมที่แข็งแรงกว่าเดิมได้ แต่ก็เช่นเดียวกับยาทั่วไปที่มีทั้งข้อดีและข้อเสียควบคู่กัน ผู้ใช้จึงควรศึกษาทำความเข้าใจการทำงานของตัวยา หรือใช้ภายใต้ความดูแลของแพทย์ เพื่อระวังผลข้างเคียงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่างเช่นอาการระคายเคือง หรือการมีขนขึ้นในบริเวณอื่นนอกจากหนังศีรษะ เป็นต้น 

ทั้งนี้ อาจมีผู้ประสบปัญหาผมร่วงและผมบางที่พบว่าการใช้ยา Minoxidil ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร  ซึ่งนอกจากสาเหตุที่พบได้บ่อย อย่างเช่นการใช้ยาไม่ต่อเนื่องยาวนานเพียงพอแล้ว ยังอาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การเริ่มต้นรักษาช้าเกินไป หากปล่อยให้ผมร่วงอย่างต่อเนื่อง จนเส้นผมเล็กลงเรื่อย ๆ และรูขุมขนบนหนังศีรษะหดตัวจนเส้นผมใหม่ไม่สามารถงอกขึ้นมาได้อีก โอกาสที่จะรักษาโดยการใช้ยาตามที่กล่าวมา ก็จะเป็นไปได้ยาก นอกจากนั้นแล้ว การตอบสนองต่อตัวยาของแต่ละคนยังแตกต่างกัน ประสิทธิภาพในการใช้ยาจึงขึ้นอยู่กับสุขภาพของหนังศีรษะและเส้นผมด้วย หากหนังศีรษะและเส้นผมอ่อนแอ การใช้ยา Minoxidil อาจช่วยรักษาอาการผมร่วงและผมบางได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น ที่สำคัญ หลายคนพบว่า Minoxidil อาจช่วยรักษาอาการผมร่วงและผมบางบริเวณกลางศีรษะได้ แต่รักษาอาการดังกล่าวบริเวณแนวผมด้านหน้าได้ไม่ดีเท่าที่ควร

หากต้องการผลลัพธ์การรักษาแบบถาวรร การเข้ารับการปลูกผมจากคลินิกหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่เชื่อถือได้ ยังคงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงไม่แพ้กัน เนื่องจากมีการพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา เช่นเทคนิคการปลูกผมถาวรแบบย้ายรากผม หรือ FUE (Follicular Unit Excision) ซึ่งเป็นการใช้เครื่องมือขนาดเล็กเจาะนำรากผมที่แข็งแรงจากบริเวณท้ายทอยมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาโดยไม่ต้องผ่าตัด เหมือนเป็นการย้ายกอผมที่สมบูรณ์แข็งแรงไปซ่อมแซมในบริเวณที่เส้นผมบางลงไป โดยอาศัยความชำนาญในการระวังไม่ให้รากผมขาด รวมถึงความละเอียดอ่อนในการวางทิศทางแนวผมให้ดูเป็นธรรมชาติหรือเหมาะกับกรอบหน้ามากที่สุด เพื่อให้วงจรชีวิตของรากผมใหม่สามารถอยู่กับผู้เข้ารับการรักษาได้นานที่สุดนั่นเอง 


สำหรับขั้นตอนการตรวจวิเคราะห์และรักษา แพทย์อาจเริ่มจากการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาผมร่วงและผมบางในแต่ละคนก่อน ร้อยละ 90 ของผู้ประสบปัญหาทั้งผู้ชายและผู้หญิงส่วนใหญ่ เกิดมาจากกรรมพันธุ์ มีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้นที่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่นโรคที่เกี่ยวข้องกับหนังศีรษะ ความผิดปกติของฮอร์โมนในร่างกาย รวมไปถึงภาวะความเครียด ซึ่งการรักษาให้ตรงกับที่มาหรือต้นเหตุของโรค ภายใต้การวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทาง จะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด 

อย่างไรก็ตาม หลังการปลูกผมแบบถาวร แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยา หรือ treatment ร่วมด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เส้นผมบริเวณอื่นหลุดร่วงเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม จะเห็นได้ว่าทั้งการปลูกผมและการใช้ยาต่างก็มีบทบาทในการรักษาในแบบของตัวเอง ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ในการเลือกใช้วิธีใดวิธีหนึ่งที่เหมาะสม หรือใช้ทั้งสองวิธีร่วมกันเพื่อผลลัพธ์ในระยะยาวที่ดีที่สุดนั่นเอง 

ปลูกผม “ครั้งเดียวจบ” จริงหรือไม่ ทำความเข้าใจ “ที่มา” ของภาวะผมร่วงและผมบางหลังการปลูกผม
แม้ว่าการปลูกผมใหม่ จะเป็นวิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการแก้ปัญหาผมร่วงและผมบางที่อาจนำไปสู่ภาวะผมล้าน สามารถคืนเส้นผมแข็งแรงเป็นธรรมชาติ รวมถึงสร้างความมั่นใจให้หลาย ๆ คนออกไปใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ แต่บางส่วนของผู้ที่เข้ารับการปลูกผมเรียบร้อยแล้ว กลับยังต้องกังวลใจกับปัญหาผมร่วงและผมบางต่อเนื่อง ทั้งนี้ หลาย ๆ คนยังเข้าใจผิดว่า เมื่อเข้ารับการปลูกผมใหม่แล้ว จะสามารถแก้ปัญหาผมร่วงและผมบางได้ทั่วทั้งศีรษะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ในความเป็นจริงนั้น ด้วยปัจจัยทางชีวภาพของมนุษย์เอง ทำให้ปัญหาผมร่วงและผมบาง ต้องการการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องกว่าที่คิด
มาลองทำความเข้าใจถึงสาเหตุหลักที่แท้จริงของอาการผมร่วงและผมบางกันก่อน เป็นที่ทราบกันดีว่า ผู้ชายมักจะพบปัญหาผมร่วงและผมบางมากกว่าผู้หญิง คำตอบของปัญหานี้ ซ่อนอยู่ลึกลงไปในพันธุกรรมของคนเรา เนื่องจากยีนหรือหน่วยพันธุกรรมที่ควบคุมลักษณะผมร่วงและผมบางนั้น จะแสดงลักษณะเด่นในเพศชาย และแสดงลักษณะด้อยในเพศหญิง เรียกว่าเป็นลักษณะที่อยู่ใต้อิทธิพลทางเพศ (sex – influenced trait) ยีนที่ว่านี้ ได้รับการถ่ายทอดทางพันธุกรรมส่งต่อถึงกันผ่านคนในครอบครัว และเป็นสาเหตุหลักของอาการผมร่วงและผมบางมากถึงร้อยละ 95 ทีเดียว
ไม่เพียงเท่านั้น อาการผมร่วงและผมบาง ยังมีฮอร์โมนเพศเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแสดงออกของลักษณะดังกล่าว นั่นคือฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) โดยผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดลักษณะผมร่วงและผมบางผ่านทางพันธุกรรมนั้น จะพบระดับเอนไซม์ที่ชื่อ 5-alpha reductase เพิ่มขึ้นบริเวณหนังศีรษะ และเอนไซม์ตัวนี้เอง ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ให้กลายเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (dihydrotestosterone) หรือ DHT ผลจากฮอร์โมน DHT จะทำให้รูขุมขนบริเวณหนังศีรษะมีขนาดเล็กลง ส่งผลให้เส้นผมที่เกิดขึ้นใหม่มีรากผมที่อ่อนแอ ทั้งยังมีลักษณะบางและสั้นลง จนหลุดร่วงไวกว่ากำหนดตามไปด้วย นำไปสู่อาการผมร่วง ผมบาง และภาวะศีรษะล้านได้ในที่สุด
หากลองสังเกตจะพบว่า ลักษณะของอาการผมร่วงและผมบางในผู้ชายนั้น จะแตกต่างจากผู้หญิง โดยมีรูปแบบการร่วงของเส้นผมเริ่มจากบริเวณต่าง ๆ ได้แก่

รูปแบบ A ผมเริ่มร่วงจากบริเวณหน้าผาก เว้าเข้าไปจนถึงกลางศีรษะ

รูปแบบ O ผมเริ่มร่วงจากบริเวณกลางศีรษะ ขยายออกมารอบ ๆ จนเหลือเพียงผมบริเวณท้ายทอย รูปแบบนี้เป็นลักษณะที่พบค่อนข้างมากในผู้ชายส่วนใหญ่ โดยเฉพาะผู้ชายเอเชีย และมักเกิดจากกรรมพันธุ์เป็นสาเหตุหลัก

รูปแบบ M ผมเริ่มร่วงจากบริเวณหน้าผากทั้งสองข้าง เว้าเข้าไปเป็นรูปตัว M รูปแบบนี้อาจเริ่มต้นพบได้ในผู้ชายที่อายุยังไม่มาก หรือประมาณ 18 ปีเรื่อยไปจนกระทั่ง 30 ปี

รูปแบบ O ผสมกับรูปแบบ M ผมเริ่มร่วงจากบริเวณกลางศีรษะ และบริเวณหน้าผากทั้งสองข้างพร้อม ๆ กัน เป็นรูปแบบที่ทำให้เกิดอาการผมร่วงและผมบางได้หนักที่สุด



(PHOTO REFERENCE) ภาพตัวอย่างรูปแบบของผมร่วงและผมบาง


ลักษณะของอาการผมร่วงและผมบางเหล่านี้ สามารถเกิดขึ้นได้อย่างค่อยเป็นค่อยไปตั้งแต่วัยหนุ่ม และปรากฏชัดเจนขึ้นเมื่ออายุเพิ่มขึ้น เป็นที่น่าสังเกตว่า ในผู้ชายทั่วไปที่ต้องเผชิญกับภาวะผมร่วงและผมบาง มักจะเกิดกับเส้นผมบริเวณหน้าผากและกลางศีรษะ ในขณะที่ผมบริเวณท้ายทอยจะคงเหลืออยู่เป็นบริเวณสุดท้ายเสมอ เนื่องจากรากผมบริเวณท้ายทอยมีความแข็งแรง และมีลักษณะพิเศษที่สามารถทนทานต่อฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นสาเหตุของอาการผมร่วงและผมบางได้มากกว่าปกติ โดยทั่วไปนั้น รากผมที่แข็งแรงจะสามารถสร้างเส้นผมได้ถึงประมาณ 20 รอบตลอดอายุของรากผม โดยเส้นผมจะมีวงจรชีวิต 1 รอบอยู่ที่ประมาณ 6 – 10 ปีก่อนจะหลุดร่วงไปเองตามธรรมชาติ ดังนั้น รากผมที่แข็งแรงเพียงพอ และอยู่ในปัจจัยที่เหมาะสม อาจมีอายุได้สูงสุดถึง 200 ปี เลยทีเดียว

นั่นจึงเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมการปลูกผมใหม่ จึงต้องนำรากผมบริเวณท้ายทอย ไปปลูกทดแทนบริเวณที่ผมบางลงไป อย่างเช่นหน้าผากหรือกลางศีรษะ นั่นก็เพราะคุณสมบัติในการไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน DHT ทำให้เส้นผมบริเวณท้ายทอยนี้มีรากผมที่แข็งแรงที่สุด เมื่อนำไปปลูกใหม่ แม้จะเป็นการปลูกลงในบริเวณที่เคยเกิดปัญหาผมร่วงและผมบาง เส้นผมที่ปลูกใหม่นี้ ก็จะยังคงคุณสมบัติต้านฮอร์โมน DHT ไว้เหมือนเดิม ทำให้เส้นผมมีความแข็งแรง ยากที่จะเกิดปัญหารากผมอ่อนแออย่างเก่าได้อีก ทั้งยังสามารถมีอายุอยู่ต่อไปได้เป็นร้อยปี



สำหรับวิธีการปลูกผมถาวรนั้นก็มีการพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ ขึ้นตลอดเวลา ตามการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและเข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น เช่นเทคนิคการปลูกผมถาวรแบบย้ายรากผม หรือ FUE (Follicular Unit Excision) เทคนิคนี้เป็นการเจาะนำรากผมที่แข็งแรงจากบริเวณท้ายทอยมาปลูกใหม่โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยใช้เครื่องมือเจาะรอบกอผมลึกลงไปยังรากผม กอผมหรือเนื้อเยื่อของรากผมตรงนี้เรียกว่า กราฟต์ (Graft) ซึ่งในแต่ละกราฟต์จะประกอบด้วยเส้นผมอยู่รวมกันประมาณ 1 – 4 เส้น

หลังจากดึงกราฟต์หรือกอผมเหล่านั้นออกมาแล้ว จะต้องนำกราฟต์ไปผ่านกระบวนการคัดแยกตามลักษณะทิศทางของเส้นผม รวมถึงจำนวนเส้นผมในแต่ละกราฟต์เสียก่อน จากนั้น แพทย์จะเปิดช่องหนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาและต้องการปลูกผมใหม่ เพื่อนำกราฟต์ใหม่ใส่ลงไป ซึ่งแพทย์จะพิจารณาถึงจำนวนกราฟต์ที่ใช้ปลูกใหม่ตามสภาพปัญหาผมและบริเวณที่จะปลูกผมของแต่ละคน เหมือนเป็นการย้ายกราฟต์ผมที่สมบูรณ์แข็งแรงไปซ่อมแซมในบริเวณที่เส้นผมบางลงไป โดยอาศัยความชำนาญในการระวังไม่ให้รากผมขาด รวมถึงความละเอียดอ่อนในการวางทิศทางแนวผมให้ดูเป็นธรรมชาติหรือเหมาะกับกรอบหน้ามากที่สุด เพื่อให้วงจรชีวิตของรากผมใหม่สามารถอยู่กับผู้เข้ารับการรักษาได้นานที่สุดไปจนตลอดชีวิตนั่นเอง

ถ้าอย่างนั้น สาเหตุของภาวะผมร่วงและผมบาง หลังจากการปลูกผมใหม่ เกิดขึ้นได้อย่างไร นั่นก็เป็นเพราะเรานำรากผมจากบริเวณท้ายทอยมาปลูกใหม่เฉพาะบริเวณที่ผมบางลงอย่างชัดเจนเท่านั้น ในขณะที่ผมบริเวณอื่น ๆ ยังคงเป็นรากผมเดิม ที่ได้รับผลจากกรรมพันธุ์ซึ่งเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายให้กลายเป็นฮอร์โมน DHT จนส่งผลให้รากผมอ่อนแอและเส้นผมหลุดร่วงอยู่ หลาย ๆ คนที่เข้ารับการปลูกผมใหม่แล้ว จึงอาจพบปัญหาผมร่วงและผมบางต่อเนื่องได้

ในกรณีนี้ สามารถลองปรึกษาแพทย์ผู้ดูแลเส้นผม เพื่อขอคำปรึกษาในการรับมือกับภาวะผมร่วงและผมบางได้ โดยแพทย์จะวิเคราะห์สาเหตุและออกแบบบริการดูแลเส้นผมต่าง ๆ ซึ่งหากพบว่าสาเหตุของอาการผมร่วงมาจากกรรมพันธุ์ แพทย์มักแนะนำให้ทำการปลูกผมเพิ่มเติม เพื่อให้ผมดูหนาแน่นขึ้น โดยเลือกเทคนิคการรักษาใหม่ ๆ ที่มีความน่าเชื่อถือ ให้ประสิทธิผลสูง สามารถลดอาการบาดเจ็บ ลดขนาดของรอยแผล รวมถึงใช้ระยะเวลาในการพักฟื้นน้อยลงได้




นอกจากนั้น การหันมาใส่ใจดูแลเส้นผมในชีวิตประจำวัน ตลอดจนการปรับพฤติกรรมต่าง ๆ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการหลุดร่วงของเส้นผม หรือทำให้รากผมอ่อนแอ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยยืดระยะเวลาการหลุดร่วงของเส้นผมให้ช้าลงได้ เช่น

- พฤติกรรมการบำรุงผม
ควรหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีหรือการทำสีผม และเลือกใช้แชมพูที่อ่อนโยน เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะ ทั้งยังไม่ควรสระผมบ่อยครั้งจนเกินไป หลีกเลี่ยงการใช้น้ำร้อนหรือน้ำอุ่นในการสระผม รวมถึงการใช้ไดร์เป่าผมแบบลมร้อนกับหนังศีรษะโดยตรง เพราะความร้อนจะทำให้เส้นผมยิ่งเปราะบางเนื่องจากโปรตีนถูกทำลาย ที่สำคัญ ไม่ควรหวีผมขณะที่ผมยังเปียก เพราะเป็นช่วงที่เส้นผมอยู่ในสถานะที่อ่อนแอที่สุด จะเป็นการรบกวนฐานผมและทำให้ผมยิ่งหลุดร่วงง่าย

- พฤติกรรมการรับประทานอาหาร
เลือกรรับประทานอาหารเพื่อให้ได้สารอาหารอย่างครบถ้วน โดยเฉพาะโปรตีนหรือวิตามินต่าง ๆ ซึ่งมีผลต่อสุขภาพและความแข็งแรงของเส้นผม ขณะเดียวกันก็ให้ความสำคัญกับการดื่มน้ำในปริมาณที่เพียงพอ เนื่องจากน้ำเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของฐานผมเช่นกัน

- พฤติกรรมการจัดการกับความเครียด
ความเครียดเป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้เกิดอาการผมร่วงและผมบางได้ วิธีง่าย ๆ อย่างเช่นการฝึกสมาธิหรือออกกำลังกายเป็นประจำ จะช่วยปรับสมดุลของฮอร์โมนและช่วยให้เราจัดการกับความเครียดได้ดีขึ้น

ปัญหาผมร่วงและผมบางต่อเนื่องหลังการปลูกผม ต้องอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้องถึงที่มาและสาเหตุที่แท้จริงของอาการดังกล่าว จึงจะนำไปสู่การเลือกวิธีการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ภายใต้ความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมโดยเฉพาะ เพื่อให้ผู้ที่กำลังเผชิญกับภาวะผมร่วงและผมบาง สามารถเรียกคืนความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดีกลับมาได้ พร้อมกับเส้นผมแข็งแรงและสุขภาพดีที่จะอยู่กับเราไปอีกนานแสนนาน