Tag : ปลูกผมโดยแพทย์ทุกกราฟ
ปกป้องผมจาก “แสงแดด” สไตล์ผู้ชายสายสปอร์ต
แม้ว่าแดดเมืองไทยจะร้อนราวกับอยู่ในช่วงซัมเมอร์ตลอด 12 เดือนไม่มีพัก แต่เราก็ยังเห็นคุณผู้ชายสายสปอร์ตที่รักสุขภาพหลาย ๆ คน ออกมาลุยกีฬากลางแจ้งกันแบบแมน ๆ ไม่หวั่นความร้อนแผดเผาของแสงแดด ไหนจะออกรอบตีกอล์ฟซ้อมวงสวิงกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง บ้างก็สวมบทนักปั่นน่องเหล็กปั่นจักรยานพิสูจน์ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา บ้างก็เพลิดเพลินกับการออกกำลังเผาผลาญแคลอรีทั่วตัวในสระว่ายน้ำ ซึ่งแม้ส่วนใหญ่เราจะเตรียมไอเท็มปกป้องผิวจากแสงแดดมาเป็นอย่างดี แต่หลาย ๆ ครั้ง เรากลับลืมนึกถึงส่วนที่สัมผัสแสงแดดแบบเต็ม ๆ ตลอดเวลาที่เราพาตัวเองไปอยู่กลางแจ้ง นั่นก็คือ “เส้นผม”

อย่าลืมว่า แสงแดดทำร้ายผิวอย่างไร ก็ทำร้ายผมได้ไม่ต่างกัน ไล่มาตั้งแต่รังสี UVA ในแสงแดด ที่ทำลายเม็ดสีเมลานินในเส้นผม รังสี UVB ทำลายโครงสร้างโปรตีน “เคราติน” ในส่วนเกล็ดผมชั้นนอกสุด ซึ่งปกติแล้วจะคอยทำหน้าที่ปกป้องเนื้อผมและแกนผมที่อยู่ภายใน ทำให้ผมขาดเกราะปกป้องและถูกทำร้ายง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็รบกวนการทำงานของกรดอมิโนในเส้นผมรวมถึงรากผมด้วย 

และนี่คือผลลัพธ์ของเส้นผมที่สัมผัสแสงแดดนาน ๆ โดยขาดการดูแลอย่างถูกวิธี
  • สีผมจางลง จากการสูญเสียเม็ดสีเมลานิน หรืออาจเกิดภาวะผมหงอกก่อนวัย
  • ผมเสีย แห้ง หยาบกร้าน ขาดความนุ่มสลวย เงางาม
  • ผมชี้ฟู ดูไม่มีน้ำหนัก
  • ผมอ่อนแอ แตกปลาย เปราะขาดง่าย
  • ผมหลุดร่วงง่าย ซึ่งข้อนี้สำคัญทีเดียว เพราะหากปล่อยให้เกิดภาวะผมร่วงต่อเนื่องนาน ๆ อาจตามมาด้วยอาการผมบาง ไปจนถึงศีรษะล้านเลยก็เป็นได้



ไม่เพียงเท่านั้น แสงแดดยังทำให้การผลิตน้ำมันตามธรรมชาติของหนังศีรษะผิดปกติไป ทำให้ผมยิ่งแห้งและชี้ฟู ทั้งยังทำร้ายหนังศีรษะโดยตรง จนอาจเกิดอาการแสบ คัน ระคายเคือง ทำให้หนังศีรษะลอก หรือเกิดรังแคกวนใจ ส่งผลไปถึงบุคลิกภาพและความมั่นใจ อีกทั้งการออกกำลังกายมักจะทำให้เกิดเหงื่อหรือสิ่งสปกรกจากฝุ่นและมลพิษสะสม ซึ่งหากไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างดี ก็จะส่งผลทำร้ายเส้นผมจนหลุดร่วงง่ายด้วยเช่นกัน

ถ้าอย่างนั้น คุณผู้ชายสายสปอร์ตจะมีวิธีดูแลปกป้องเส้นผมจากแสงแดดอย่างไร นามนินมีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากดังนี้
  • หลีกเลี่ยงการออกไปทำกิจกรรมขณะที่มีแดดจัด ๆ อย่างเช่นเวลาเที่ยงตรงหรือบ่ายโมง ลองเลือกปรับเวลาออกกำลังในช่วงอื่น ๆ ที่แสงแดดไม่แรงจนเกินไป
  • การสวมหมวก ก็นับเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันแสงแดดสัมผัสกับเส้นผมโดยตรงได้เป็นอย่างดี
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันแดด เช่น Hair Tonic หรือ Hair Spray เพื่อช่วยปกป้องเส้นผมจากแสงแดด โดยสามารถใช้ได้ทั้งก่อนออกจากบ้าน และใช้ซ้ำระหว่างวัน
  • การระวังไม่ใช้ความร้อนกับเส้นผมมากหรือบ่อยเกินไป เช่นความร้อนจากการใช้ไดร์เป่าผม เพราะจะยิ่งรวมพลังกับแสงแดด ทำให้ผมของเราเสียง่ายขึ้นแบบคูณสอง
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงให้เหมาะกับสภาพผมของเราเอง เพื่อคืนความชุ่มชื้น และเสริมความแข็งแรงจากภายใน



อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรระวังเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย สำหรับคุณผู้ชายที่กังวลเรื่องผมร่วง ผมบาง เป็นพิเศษ เพราะการปกป้องเส้นผมด้วยการ “สวมหมวก” ที่รัดแน่นเกินไป หรือสวมใส่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจเป็นปัจจัยเสริมที่กระทบต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะก็เป็นได้ 

ข้อแรกเลย หมวกที่รัดแน่นเกินไป อาจไปก่อความระคายเคืองหรืออักเสบ พร้อมกับทำให้รากผมยิ่งอ่อนแอ จนผมขาดหลุดร่วงง่าย และหากหมวกทำจากวัสดุที่ระบายอากาศได้ไม่ดี ก็จะมีปัญหาความอับชื้นตามมา กลายเป็นสาเหตุของโรคที่เกี่ยวกับหนังศีรษะต่าง ๆ อย่างเช่น รังแค หรือเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งจะส่งผลต่อรากผม และลงท้ายทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน ดังนั้น จึงควรเลือกหมวกที่มีวัสดุและขนาดที่เหมาะสม ช่วยระบายอากาศ ไม่รัดแน่นหรือหลวมจนเกินไป รวมถึงไม่ใส่ติดต่อกันจนนานเกินไป ก็จะช่วยลดความเสี่ยงผมร่วงได้อีกทาง

และอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ปัจจัยเสริมอย่างเช่นการสวมหมวก หรือแม้กระทั่งการถูกทำร้ายจากแสงแดด เป็นเพียงปัจจัยกระตุ้นทางอ้อมเท่านั้น สาเหตุหลักที่คุณผู้ชายส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับภาวะผมร่วง ผมบาง ก็คือกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันมาครอบครัว ซึ่งมีฮอร์โมนเจ้าปัญหาตัวหนึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ชายจะมีฮอร์โมนควบคุมลักษณะเพศชาย หรือ Testosterone ซึ่งร่างกายผลิตขึ้นเป็นปกติ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะผมร่วง นั่นก็เพราะเอนไซม์ 5α-Reductase มาเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายให้กลายเป็นฮอร์โมน DHT หรือ Dihydrotestosterone เจ้าฮอร์โมน DHT นี้เอง จะเข้าไปจับกับ Androgen Receptor ที่บริเวณรากผม ทำให้รากผมอ่อนแอ วงจรชีวิตเส้นผมสั้นลง ผมงอกใหม่เส้นเล็กบาง ไม่แข็งแรง ทั้งงอกช้าและขาดหลุดร่วงง่ายขึ้น กลายเป็นสาเหตุของภาวะผมบาง หรือผมล้านในที่สุด


และเพราะอย่างนั้นเอง การปลูกผมถาวรเทคนิค NEAT จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อคืนผมหนาแน่นดกดำให้กับผู้ที่เผชิญภาวะผมร่วง ผมบาง จากฮอร์โมน DHT และกรรมพันธุ์ได้อย่างตอบโจทย์ เนื่องจากเป็นการเจาะย้ายผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณเดียวที่เส้นผมของเรามีคุณสมบัติต้านฮอร์โมน DHT โดยธรรมชาติ ทำให้ผมแข็งแรง คงทน ไม่หลุดร่วงง่าย จากนั้นจึงย้ายนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหา ผมปลูกใหม่จึงสามารถอยู่รอดจากฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT สามารถร่วงและงอกใหม่ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผมไปได้ตลอดชีวิต 

การปลูกผมเทคนิค NEAT ยังเต็มไปด้วยความใส่ใจในทุก ๆ ขั้นตอนจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการปลูกผมของนามนิน ตั้งแต่การเข้ามาพูดคุยปรึกษา วางแผนแนวทางการรักษาร่วมกัน การคำนวณกราฟต์ผมต้นทุนเพื่อปลูกใหม่ให้เหมาะสมกับพื้นที่ผมบาง การลงมือปลูกผมให้คนไข้เองแบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น และยังรวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่แพทย์ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนไข้ ลดระยะเวลาในการพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้เร็วขึ้น ไม่ต้องกังวลกับการปกปิดร่องรอยจากปลูกผม ทำให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นมาก ทั้งยังดูแลต่อเนื่องหลังปลูกยาวนานถึง 18 เดือน จนกว่าผลลัพธ์ผมใหม่จะหนาแน่น แข็งแรง สมบูรณ์




ดังนั้น หากคุณกำลังกังวลกับปัญหาผมร่วงที่มากขึ้นผิดปกติ ไม่ว่าสาเหตุของอาการผมร่วงจะเกิดจากปัจจัยแบบใด และไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหน สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ได้ทันทีไม่ต้องรีรอ เพราะยิ่งเข้ามารับการรักษาเร็ว ก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพียงวางใจให้แพทย์ช่วยออกแบบเส้นทางการรักษาเฉพาะบุคคล ที่จะตอบโจทย์ปัญหาผมของคุณได้อย่างตรงจุดมากที่สุด



ป้องกัน “หน้าผากเถิก” แนะเลิก “รวบผมตึง”
หนึ่งในทรงผมที่เผยความมั่นใจของคุณผู้หญิงได้เต็มที่ ก็คือทรงมัดผมรวบตึง อวดรูปหน้าสวย เพิ่มลุคให้ดูโฉบเฉี่ยว คล่องตัว ทั้งยังช่วยเก็บเส้นผมให้เรียบเนียนไม่มากวนใจในวันที่ต้องลุยกิจกรรมต่าง ๆ หลายคนมัดผมตึงปล่อยหางม้า หรือถักเปียแน่นเป๊ะออกจากบ้านเป็นประจำตั้งแต่วัยอนุบาลเลยก็มี ซึ่งการรวบผมมัดแน่นจนเกินไปเช่นนี้ อาจกลายเป็นพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม โดยที่เราไม่รู้ตัวก็เป็นได้

ยิ่งเรามัดผมจนตึงและแน่นมากเท่าไหร่ ลองนึกภาพดูสิว่า รากผมก็จะยิ่งถูกดึงรั้งมากขึ้นเท่านั้น แน่นอนว่าหากรากผมถูกแรงดึงเช่นนี้บ่อย ๆ หรือเป็นเวลานาน ๆ ก็จะส่งผลให้เกิดความตึงเครียดบริเวณรากผม หนังศีรษะเกิดการระคายเคือง รากผมอ่อนแอลง ตามมาด้วยความเสี่ยงที่เส้นผมจะขาดหลุดร่วง 

ดังนั้น ที่เรามักได้ยินกันว่า มัดผมรวบตึงจนทำให้หน้าผากเถิก ก็เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลย เพราะเมื่อผมบริเวณนั้นถูกดึงรั้งซ้ำ ๆ ก็ทำให้หลุดร่วง เกิดภาวะผมบาง จนอาจนำไปสู่ภาวะผมล้านได้ อีกทั้งการมัดผมแน่น ๆ ยังทำให้หนังศีรษะระบายอากาศได้ยาก เกิดการหมักหมมของสิ่งสกปรกจนเกิดอาการคันหรือระคายเคืองตามมาได้ด้วย

ที่สำคัญ หากคุณผู้หญิงท่านไหนไม่เพียงชอบมัดผมรวบตึง แต่ยังชอบยืดผม ดัดผม หรือทำสีผมร่วมด้วย ก็เท่ากับเป็นการทำร้ายผมอีกทางด้วยความร้อนและสารเคมี ซึ่งถ้าทำพฤติกรรมเช่นนี้บ่อยจนเกินไป ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงมากขึ้นด้วยเช่นกัน 



เพราะฉะนั้น วิธีป้องกันไม่ให้หน้าผากเถิกเกินวัย ก็คือการระวังไม่มัดผมรวบตึงแน่นจนเกินไป หรือสลับไปทำทรงอื่นเพื่อปล่อยให้เส้นผมและหนังศีรษะได้พักผ่อนคลายบ้าง ขณะเดียวกันก็ใช้ความร้อนและสารเคมีกับเส้นผมแต่พอเหมาะ เพื่อถนอมสุขภาพเส้นผมให้คงความแข็งแรงไว้ได้นาน ๆ

สำหรับสาว ๆ ท่านไหนที่ป้องกันไม่ทัน และกำลังกังวลกับปัญหาหน้าผากเถิก จนสัดส่วนใบหน้าเปลี่ยน และดูสูงอายุกว่าวัย นามนินก็ขอแนะนำการปลูกผมถาวรเทคนิค NEAT บริเวณหน้าผาก ซึ่งไม่เพียงเติมเต็มเส้นผมด้านหน้าให้กลับมาหนาแน่นดกดำ แต่ยังสามารถออกแบบและปรับกรอบหน้าใหม่ร่วมกับคุณหมอ โดยอาศัยหลัก Golden Ratio หรือสัดส่วนทองคำของใบหน้า เพื่อให้ใบหน้ากลับมาสมส่วน แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น พร้อมแนว Hairline ใหม่ที่เนียนสวยใกล้เคียงแนวผมธรรมชาติ เพราะคุณหมอลงมือปลูกให้เองแบบเส้นต่อเส้น พร้อมดูแลหลังปลูกต่อเนื่องยาวนานถึง 18 เดือน





ทั้งนี้ คุณหมอยังฝากถึงผู้ที่เคยเข้ารับการปลูกผมใหม่ว่า แม้จะปลูกผมปรับกรอบหน้าใหม่สวยดังใจแล้ว ก็ยังต้องระวังพฤติกรรมที่อาจทำร้ายเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นการมัดผมรวบตึง การยืด ดัด ทำสี การสระผมผิดวิธี การสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงปัจจัยความเครียด เพราะทั้งหมดอาจทำให้ผมกลับมาร่วงและบางซ้ำ จนเกิดปัญหาหน้าผากกว้างได้อีกนั่นเอง



ผสาน 2 ศาสตร์ฟื้นฟูผม NEAT + PHB
เส้นผมอาจเป็นเพียงองค์ประกอบเล็ก ๆ ของร่างกายมนุษย์ ส่องกระจกก็เห็นทุกวันจนชินตา หวีผมหรือสระผมก็ได้ใช้มือสัมผัสอยู่บ่อย ๆ จนเราแทบไม่ได้ใส่ใจ แต่เมื่อถึงวันที่เส้นผมแสนธรรมดาหลุดร่วงจากไปมากผิดปกติ เมื่อนั้นหลายคนจึงเริ่มรับรู้ว่า เส้นผมสำคัญกับเรามากขนาดไหน เพราะเวลาส่องกระจก ภาพใบหน้าตัวเองที่เห็นอาจดูเปลี่ยนไปจากเดิม เวลาหวีผมหรือสระผม ก็อาจรู้สึกได้ว่าความหนาแน่นที่เคยสัมผัสได้เต็มมือ ลดหายไปจากเดิมเช่นกัน 

ปัญหาเส้นผมจึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพทางกาย แต่เป็นปัญหาสุขภาพทางใจด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเส้นผมคือส่วนเสริมความงามให้กับใบหน้า คือส่วนสร้างบุคลิกภาพให้ดูดี และคือส่วนสะท้อนตัวตนหรือสไตล์ของเจ้าของเส้นผม ซึ่งแพทย์ของนามนินเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า เส้นผมมีความหมายกับคนไข้มากแค่ไหน และการปลูกผมคืนความสุขความมั่นใจให้กับคนไข้นั้น จะช่วยเปิดไปสู่โอกาสการใช้ชีวิตใหม่ ๆ ได้มากมายเพียงใด

แพทย์ของนามนินจึงอาศัยทักษะและประสบการณ์ที่ยังคงศึกษาและพัฒนาตัวเองไม่เคยหยุด นำมาต่อยอดเทคนิคปลูกผมที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในปัจจุบัน ให้สามารถตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้ดีกว่าเดิม โดยมีหัวใจสำคัญ คือการนำ “ศาสตร์” และ “ศิลป์” มาผสานกันในภารกิจดูแลฟื้นฟูเส้นผม ดังนั้น นอกจากศาสตร์การรักษาอาการผมร่วง ผมบาง และกระบวนการปลูกผมที่ถูกต้องปลอดภัยตามหลักการแพทย์แล้ว แพทย์จะใช้มุมมองเชิงศิลปะในการเติมเต็มเส้นผม โดยคำนึงถึงสัดส่วนที่สมดุลของใบหน้า รูปลักษณ์ความงาม และบุคลิกภาพที่ปรับให้ดูดีขึ้นได้ จนคนไข้รู้สึกราวกับเปลี่ยนเป็นคนใหม่หลังปลูกผม 

ที่สำคัญ แพทย์ของนามนินยังเติม “ความใส่ใจ” ไปพร้อมกับศาสตร์และศิลป์ในทุก ๆ ขั้นตอนการปลูกผม ซึ่งคนไข้จะสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาพูดคุยปรึกษา เนื่องจากแพทย์จะออกแบบแนวทางแก้ปัญหาผมแบบเฉพาะบุคคลโดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง เคสใหม่ คิดใหม่ ไม่มีซ้ำ ไม่มีสูตรสำเร็จ ทั้งยังลงมือปลูกผมให้ด้วยตัวเองแบบเส้นต่อเส้น และดูแลติดตามผลพร้อมให้คำแนะนำหลังปลูกตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าผมใหม่จะเติบโตแข็งแรง แลดูหนาแน่นเป็นธรรมชาติ 



และเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แพทย์จึงนำ 2 ศาสตร์การฟื้นฟูผมมาผสานกัน นั่นคือการปลูกผมเทคนิค NEAT ซึ่งแพทย์ของนามนินต่อยอดขึ้นเพื่อคนรักเส้นผมโดยเฉพาะ เสริมด้วยการฉีดบำรุง PHB หลังปลูก หากใครที่สงสัยว่า ทั้ง 2 ศาสตร์นี้จะช่วยเสริมพลังบำรุงและฟื้นฟูดูแลผมได้ตรงจุดอย่างไร เราคงต้องขอย้อนกลับไปเล่าถึงต้นตอปัญหาผมร่วงและผมบางของทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ซึ่งแม้จะมีสาเหตุและลักษณะที่ต่างกัน แต่แพทย์ก็สามารถเลือกใช้ NEAT + PHB เพื่อตอบโจทย์ปัญหาแต่ละแบบได้อย่างลงตัว

หลายคนน่าจะพอทราบแล้วว่า ปัญหาผมร่วง ผมบาง ที่อาจนำไปสู่ภาวะผมล้านของคุณผู้ชายนั้น มีสาเหตุส่วนใหญ่จากกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่นในครอบครัว บางคนได้รับกรรมพันธุ์เช่นนี้จากรุ่นพ่อแม่ แต่บางคนก็อาจจะได้รับข้ามรุ่นมาจากปู่ย่าตายายเลยก็เป็นได้ อาการผมร่วง ผมบาง จะเริ่มปรากฏหลังพ้นช่วงวัยรุ่นเป็นต้นไป และอาการจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นตามวัยที่เพิ่มขึ้น สังเกตลักษณะของผมบางตามกรรมพันธุ์แบบคุณผู้ชายได้ดังนี้

  • แนวผมบริเวณหน้าผากร่นลึกขึ้น และเว้าเข้าไป 2 ข้างขมับเป็นรูปตัว M
  • ผมบางลงเฉพาะบริเวณกลางศีรษะ เป็นรูปตัว O
  • ทั้งนี้ ในบางราย อาจจะเกิดอาการผมบางทั้งในแบบ M และ O ควบคู่กัน และในท้ายที่สุด ผมทั่วศีรษะก็จะบางลงตามไปด้วย จนอาจเหลือแต่ผมบริเวณท้ายทอยด้านข้างและด้านหลัง



ที่มาของการอาการผมร่วงและผมบางในกรณีนี้ เกิดจากเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เพิ่มระดับขึ้นบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งเอนไซม์เจ้าปัญหาตัวนี้ จะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ให้กลายเป็นฮอร์โมน Dihydrotestosterone หรือ DHT ส่งผลให้รูขุมขนบริเวณหนังศีรษะมีขนาดเล็กลง ทำร้ายรากผมให้อ่อนแอ ทำให้ผมที่งอกขึ้นมาใหม่มีลักษณะเส้นเล็กบางและสั้น หลุดร่วงได้ง่ายก่อนเวลาอันควร เนื่องจากมีวงจรระยะเจริญเติบโตสั้น ขณะเดียวกันก็มีระยะพักที่ยาวขึ้น จึงใช้เวลานานกว่าเดิมในการงอกขึ้นใหม่ ทั้งยังสังเกตได้ว่า เส้นผมดูแห้งกร้าน ไม่มีชีวิตชีวา ไม่เงางามเหมือนเดิม

สำหรับคุณผู้ชายที่มีปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์ ซึ่งมีตัวการคือฮอร์โมน DHT แพทย์จึงแนะนำให้ปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด โดยจะเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย หรือที่เรียกว่า Safe Zone ไปปลูกใหม่ในบริเวณที่มีภาวะผมบางเพื่อคืนความหนาแน่น ซึ่งกราฟต์ผมด้านหลังท้ายทอย มีคุณสมบัติพิเศษคือทนทานต่อฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT เส้นผมบริเวณนี้จึงแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย แม้จะย้ายไปปลูกใหม่ในบริเวณอื่น ก็ยังสามารถหลุดร่วงและงอกใหม่ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผม อยู่กับศีรษะของเราไปได้ตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม คุณผู้ชายบางท่านอาจพบปัญหาผมร่วงและบางต่อเนื่องหลังปลูกผมไปแล้ว เนื่องจากผมเดิมยังคงได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT อยู่ ตรงนี้เองที่ NEAT + PHB จะเข้ามาตอบโจทย์ โดยหลังจากปลูกผมใหม่ด้วยเทคนิค NEAT ไปแล้ว แพทย์จะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และแนะนำให้คนไข้เข้ารับบริการฉีดบำรุง PHB ในระยะหลังปลูกด้วย


PHB คือทรีตเมนต์บำรุงที่จะช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นผมเดิม หรือผมใหม่ที่เพิ่งปลูก สำหรับผมเดิมที่ลักษณะเล็ก ลีบ แบน จากฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT จะได้รับการบำรุงให้มีขนาดเส้นผมที่ใหญ่ขึ้น หนาขึ้น สุขภาพดีขึ้นจากภายใน ขณะเดียวกันก็ยืดระยะเจริญเติบโต ลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผม พร้อมกับลดเวลาระยะพัก ทำให้เส้นผมงอกใหม่เร็วขึ้นด้วย 

คนไข้หลาย ๆ ท่านเข้ารับการฉีดบำรุง PHB ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง เส้นผมเดิมและเส้นผมใหม่จึงแข็งแรง แลดูหนาแน่น ดกดำ บางท่านยังคงวางใจให้แพทย์ของนามนินดูแลด้วยการฉีด PHB แม้ครบระยะติดตามผลหลังปลูก 1 ปีเต็มไปแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นความตั้งใจของแพทย์ที่จะมอบการดูแลต่อเนื่องให้กับคนไข้อย่างเต็มที่



ทั้งนี้ ในส่วนของคุณผู้หญิง แพทย์จะออกแบบแนวทางการรักษาที่ต่างออกไป ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการของแต่ละเคส 

  • หากคุณผู้หญิงมีปัญหาผมบางด้านหน้า หรือผมร่นลึกบริเวณหน้าผาก กรณีนี้ แพทย์สามารถปลูกผมใหม่เพื่อปรับกรอบหน้าให้สมส่วนตามหลัก Golden Ratio ได้ 
  • แต่หากคุณผู้หญิงมีปัญหาผมบางทั่วศีรษะ ที่อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ การปลูกผมอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม เนื่องจากผู้หญิงไม่มีบริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอย ที่เส้นผมมีคุณสมบัติทนทานต่อการหลุดร่วงเหมือนผู้ชาย เป็นไปได้ว่า แม้จะทำการปลูกผมใหม่แล้ว เส้นผมใหม่ก็ยังมีโอกาสหลุดร่วงได้ในอนาคต กรณีนี้ แพทย์จะแนะนำการฉีดบำรุงด้วย PHB เพื่อฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะให้กลับมาแข็งแรง แทนการปลูกผม
  • และสำหรับคุณผู้หญิงที่เผชิญกับปัญหาผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม เช่นการยืด ดัด ทำสี รวมไปถึงสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นภาวะผมร่วงหลังคลอด การฉีดบำรุง PHB ก็เป็นทางเลือกที่แพทย์แนะนำเช่นกัน






จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเส้นผม จึงเป็นการก้าวเข้ามาพูดคุยปรึกษากับแพทย์ได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้แพทย์ตรวจสภาพผม วิเคราะห์ปัญหา และรับฟังความต้องการของคนไข้ ซึ่งจะนำไปสู่การออกแบบแนวทางการรักษา ผสาน 2 ศาสตร์ NEAT + PHB เข้าด้วยกัน จนตอบโจทย์การฟื้นฟูดูแลผมของคนไข้แต่ละคนได้มากที่สุดนั่นเอง


รู้จักเทคนิคปลูกผม แบบ Long Hair
เทคนิคต่าง ๆ สำหรับการปลูกผม ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่อยู่ตลอด หากใครเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผมมาบ้าง ก็น่าจะเคยได้ยินเทคนิคปลูกผมที่ชื่อว่า “Long Hair” ซึ่งเป็นการย้ายกราฟต์ผมนำมาปลูกใหม่ โดยที่กราฟต์ผมนั้นยังเป็นผมเส้นยาวอยู่ ไม่ได้ถูกตัดหรือโกน เพื่อที่ว่าหลังจากปลูกเสร็จ ผมก็จะยาวแลดูเป็นธรรมชาติทันที ไม่ต้องรอจนกว่าผมจะค่อย ๆ ยาว ซึ่งใช้เวลาหลายเดือน

ฟังดูน่าสนใจทีเดียวใช่มั้ยล่ะคะ เพราะอย่างนี้เอง คนไข้ของนามนิน จึงฝากคำถามกันเข้ามาบ่อย ๆ ว่าการปลูกผมเทคนิค Long Hair เป็นอย่างไร ดีจริงหรือไม่ วันนี้ นามนินเลยขอรวบรวมคำตอบเกี่ยวกับการปลูกผมเทคนิค Long Hair เพื่อให้คนรักผมทุกท่านได้ลองทำความเข้าใจ และเป็นข้อมูลช่วยประกอบการตัดสินใจอีกด้วยค่ะ

Long Hair เป็นหนึ่งในเทคนิคปลูกผมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ถ้าถามว่าเทคนิคนี้ แตกต่างจากเทคนิคปลูกผมทั่วไปอย่างไร เราขออธิบายแบบนี้ค่ะ 

สำหรับเทคนิคทั่วไป จะเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยโดยไม่ต้องผ่าตัด เพื่อนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมบาง ซึ่งในขั้นตอนการปักกราฟต์ผมใหม่นี่เอง จะมีทั้งการใช้เทคนิค FUE คือการใช้ Forceps หรือเครื่องมือปลายแหลม ช่วยในการคีบกราฟต์ผมและปักลงไปในรอยเจาะที่เปิดไว้ 



ปัจจุบันมีเทคนิค DHI คือการใช้ Implanter หรือปากกาปลูกผมช่วยในการปักกราฟต์ (ซึ่งเทคนิค NEAT ที่นามนินใช้อยู่ คุณหมอก็พัฒนามาจากเทคนิค DHI นี่เองค่ะ) จากประสบการณ์คุณหมอนินเล็งเห็นแล้วว่าการลงมือปลูกด้วยตนเองทุกกราฟต์นั้นทำให้การควบคุมทิศทาง องศา ระยะความลึก และความถี่ในการปลูกผมใหม่แม่นยำ แนวปลูกผมดูเป็นระเบียบ สวยงามตามที่ผู้รับบริการต้องการ ที่สำคัญหลังปลูกผมมีเพียงรอยปลูกผมขนาดเล็กมาก คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ และไม่ต้องกังวลเรื่องการปกปิดรอยหลังปลูกผมด้วย



แล้วเทคนิค Long Hair ล่ะ ต่างออกไปอย่างไร ?
ที่จริงแล้ว เทคนิค Long Hair ก็ใช้วิธีการเดียวกันเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าตอนปักกราฟต์ผมจะเลือกใช้อุปกรณ์แบบไหน เราจึงเห็นหลายๆ แห่งใช้คำว่า เทคนิค Long Hair (FUE) หรือ Long Hair (DHI) นั่นเอง จุดที่แตกต่างกันก็อย่างที่เล่าไว้แล้วข้างต้น ขณะที่เทคนิค FUE หรือ DHI ทั่วไปนั้น กราฟต์ผมที่นำมาปลูกใหม่จะอยู่ในลักษณะตอผมสั้น ๆ เพื่อความสะดวกในการทำหัตถการ และการดูแลหลังปลูกผมของคนไข้เองด้วย แต่ Long Hair เป็นการย้ายกราฟต์ผมที่มีความยาวระดับหนึ่งตามความยาวของเส้นผมของคนไข้ผู้นั้นนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่ผมบาง



แต่ก็มีข้อเท็จจริงหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เช่นกันค่ะ นั่นคือการเกิดภาวะ Shock Loss หลังปลูกผมไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ - 4 เดือนแรก ซึ่งไม่ว่าจะจะใช้เทคนิค FUE, DHI, หรือ Long Hair ก็ต้องเผชิญกับภาวะนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Shock Loss หมายถึงการที่ผมปลูกใหม่ พร้อมใจกันเข้าสู่ระยะพักและหลุดร่วงออกในปริมาณมาก ซึ่งคุณหมอของนามนินจะทำความเข้าใจกับคนไข้ก่อนเสมอ ว่านี่เป็นอาการปกติตามวงจรเส้นผมโดยธรรมชาติ และจากนั้น เส้นผมจะค่อย ๆ งอกขึ้นใหม่จนเติบโตแข็งแรงสมบูรณ์เต็มที่ในเวลา 18 เดือน ดังนั้น ถึงแม้ว่าจะใช้เทคนิค Long Hair ที่ทำให้ได้ผมยาวหลังปลูกทันที แต่เส้นผมปลูกใหม่เหล่านั้นก็จะต้องหลุดร่วงเมื่อเข้าสู่ภาวะ Shock Loss และเริ่มต้นงอกใหม่เช่นเดียวกับเทคนิคอื่น ๆ ค่ะ


ทั้งนี้ การปลูกผมด้วยเทคนิค Long Hair ยังมีความยากในขั้นตอนการเจาะย้ายและปลูกใหม่ที่ซับซ้อนกว่า ที่สำคัญ ยังมีข้อควรระวังเพิ่มเติม เนื่องจากกราฟต์ผมใหม่ที่เพิ่งปลูกลงไปนั้น เสี่ยงที่จะหลุดร่วงได้ง่ายมาก ต้องการการดูแลเป็นพิเศษก่อนเข้าสู่ระยะฝังตัว ผมเส้นยาวจึงดูแลได้ยากกว่า เพราะต้องคอยระวังไม่ให้มีการสางผมหรือเกี่ยวโดนเส้นผมโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์การปลูกออกมาไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะช่วยให้รู้จักเทคนิคปลูกผมแบบ Long Hair มากขึ้น และนำไปประกอบการพิจารณาเลือกเทคนิคปลูกผมที่เหมาะสมและคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุดได้ หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถเข้ามาปรึกษากับคุณหมอผู้ชำนาญด้านการปลูกผมได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อออกแบบการรักษาที่ตอบโจทย์ตรงใจคนไข้อย่างแท้จริงค่ะ

“กราฟต์ผม” ต้นทุนสำคัญของการปลูกผม
รู้จัก “กราฟต์ผม” ต้นทุนสำคัญของการปลูกผม
เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่คะ ว่าทำไมคนที่ปลูกผมมาเหมือนกันแต่ผลลัพธ์ถึงดูแตกต่างกัน นั่นเป็นเพราะการปลูกผมนั้นมีหลายปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเส้นผมหลังปลูก แล้วจะมีอะไรบ้างนั้น เรารวบรวมมาไว้ในบทความนี้ค่ะ

ปัจจัยแรกคือ “กราฟต์ผม = ต้นทุนของการปลูกผม” แพทย์จะเลือกกราฟต์ผมจากพื้นที่ Safe Zone ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังท้ายทอย เนื่องจากเส้นผมในพื้นที่นี้จะไม่ถูกผลกระทบจากฮอร์โมน DHT ที่เป็นสาเหตุหลักของการหลุดร่วงของเส้นผม การเลือกกราฟต์ผมจากบริเวณนี้จึงจะทำให้เส้นผมที่ปลูกจะเติบโตได้ดีและไม่หลุดร่วงง่าย ซึ่งลักษณะของเส้นผมในบริเวณ Safe Zone นี้ก็ยังมีความหลากหลายอยู่ด้วย ในบางคน รูรากผมอาจมีเพียงเส้นเดียว ในขณะที่บางคนก็อาจมีผม 2-3 เส้น และในคนที่กราฟต์ผมแข็งแรงมากๆ ก็อาจมีได้มากถึง 3-4 เส้น ซึ่งความแข็งแรงของเส้นผมในบริเวณนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญหลังการปลูกผม หากเส้นผมที่ปลูกมีคุณภาพดี ก็จะช่วยให้ผมที่ปลูกเติบโตขึ้นมาเป็นผมที่หนาและแข็งแรง ในทางตรงกันข้าม หากเส้นผมไม่แข็งแรงพอ ผลลัพธ์อาจทำให้ผมดูไม่หนาแน่นเท่าที่ควร

หากจะลงลึกถึงความแตกต่างของลักษณะและความแข็งแรงของเส้นผมของแต่ละบุคคลนั้นว่าขึ้นอยู่กับอะไร ก็เกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ อาทิ กรรมพันธุ์ พฤติกรรมการใช้ชีวิต เพศ และวัย โดยเฉพาะอายุของผู้ที่ต้องการปลูกผม หากอายุน้อย เส้นผมยังแข็งแรงและมีจำนวนมาก การเก็บกราฟต์ผมก็จะได้ปริมาณมาก เพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากอายุมากขึ้น ผมอาจเริ่มหลุดร่วงและมีเส้นผมบางลง สุขภาพผมไม่แข็งแรง การเก็บกราฟต์ผมจะมีข้อจำกัดและอาจได้จำนวนผมต้นทุนน้อยกว่า เพราะแพทย์ต้องคัดเลือกกราฟต์ผมอย่างระมัดระวังมากขึ้น 







ปัจจัยต่อมาที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากราฟต์ผมต้นทุน นั้นคือ “แพทย์ปลูกผม” ที่ควรต้องมีความรู้ ประสบการณ์ และมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัว เพราะการปลูกผมนั้นต้องใช้ทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ในการทำงานทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การรับฟังปัญหาของผู้รับบริการ การออกแบบการรักษา ซึ่งแม้แต่การคำนวนการใช้กราฟต์ผมที่จะนำออกมาจาก Safe Zone ก็เป็นรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้าม ควรนำออกมาตามปริมาณการใช้เท่านั้น ไม่ควรนำออกมามากเกินความจำเป็น ซึ่งจะทำให้เสียต้นทุนไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะมีกราฟต์ผมประมาณ 80-100 กราฟต์ / ตารางเซนติเมตร แต่แพทย์จะนำออกมาทั้งหมดเลยไม่ได้ แพทย์ต้องเหลือกราฟต์ผมไว้ให้เหมาะสมด้วย เนื่องจากกราฟต์ผมบริเวณ Safe Zone นั้นใช้แล้วจะหมดไป ผมจะไม่งอกขึ้นมาใหม่อีก จึงไม่ควรมีคำว่า “เผื่อเหลือ เผื่อขาด” ในการปลูกผมค่ะ


แล้วแพทย์ปลูกผมต้องมีศิลปะด้วยเหรอ? ใช่ค่ะ เพราะการปลูกผมนั้นต้องใช้ความละเอียด ประณีตในการทำงานทุกขั้นตอน รวมถึงการลงมือปลูกผมด้วยตนเองทุกๆ กราฟต์ ซึ่งแพทย์จะสามารถจัดวางความหนาแน่น ทิศทาง และความเหมาะสมกลมกลืนของเส้นผมได้ตามที่ควรจะเป็น


อีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “เทคนิคในการปลูกผม” ซึ่งหมายรวมถึงเครื่องมือที่ใช้ในการปลูกผมด้วย เพราะการเลือกใช้ “เครื่องมือที่เหมาะสม” ก็มีบทบาทสำคัญในการรักษาคุณภาพของกราฟต์ผมในระหว่างกระบวนการนำออกจาก Safe Zone ซึ่งเป็นกระบวนการแรกที่จะส่งผลต่อผลลัพธ์ของการปลูกผมได้แล้ว ซึ่งหากไม่ระมัดระวังในขั้นตอนการเจาะนำกราฟต์ผมออกนี้ กราฟต์ผมอาจกระทบกระเทือน ทำให้สูญเสียคุณภาพในการปลูก และรอยแผลจากการเจาะจะส่งผลต่อผมด้านหลังของผู้รับบริการ ผมจะเว้าแหว่ง ไม่สม่ำเสมอ กลายเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต



ทุกปัจจัยนั้นมีความสำคัญและมีรายละเอียดที่ล้วนส่งผลต่อผลลัพธ์หลังการปลูก คุณหมอนิน จึงได้ออกแบบการปลูกผมเทคนิค NEAT ที่คุณหมอนินตั้งใจดูแลด้วยตัวเองในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่วิเคราะห์ปัญหาและออกแบบการรักษาเฉพาะเป็นรายบุคคล อธิบายขั้นตอนการรักษาอย่างตรงไปตรงมา รับฟังความกังวลและความคาดหวังของผู้รับบริการ เปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้วางแผนและคาดการณ์ผลลัพธ์ที่จะได้หลังการปลูกร่วมกัน และที่สำคัญคือ ลงมือปลูกผมด้วยตัวเองทุกกราฟต์ ตั้งแต่การฉีดยาชาเข็มแรกจนถึงการปลูกผมกราฟต์สุดท้าย และสิ่งที่หลายคนมักจะลืมนึกถึงคือ การดูแลหลังการปลูกผม ซึ่งที่นามนิน คุณหมอนิน ก็จะดูแล Follow Up หลังการปลูกผมด้วยตัวเองตลอด 1 ปี เพราะเราเชื่อมั่นว่า หากทุกกระบวนการในการปลูกผมดี ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะดีค่ะ 
รับมืออย่างไร “สูงวัย” VS “ผมร่วง”
หนึ่งในปัญหาความกังวลใจของผู้ที่ตัวเลขอายุเริ่มเดินหน้าเข้าสู่ช่วง “สูงวัย” ก็คืออาการผมร่วง ผมบาง ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุพันธุธรรม หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งชวนให้เจ้าของเส้นผมหมดความมั่นใจในการออกไปพบปะผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้สูงวัยในปัจจุบันยังคงใช้ชีวิตแบบ Active เต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ไม่ใช่วัยที่จะเก็บตัวเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านเหมือนสมัยก่อน ดังนั้น การดูแลเส้นผมให้ยังคงดูหนาแน่น ดกดำ จึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้สูงวัยในยุคนี้ 

ทางออกเหล่านี้ คือตัวช่วยสำหรับผู้สูงวัย ที่ต้องการฟื้นบำรุงผม และคืนความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง

รับประทานยา 
ตัวอย่างเช่นยา Finasteride สำหรับคุณผู้ชายที่มีอาการผมบางจากกรรมพันธุ์ ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่จะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายเป็น DHT ซึ่งเป็นตัวการออกฤทธิ์ทำให้รูขุมขนแคบลง เส้นผมอ่อนแอ เล็ก และบางลงเรื่อย ๆ จนหลุดร่วงง่ายก่อนเวลาอันควร ตัวยานี้จึงช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ 

ทายา
Minoxidil เป็นยาสำหรับทา ที่จะช่วยลดระยะเวลาเส้นผมที่อยู่ในระยะพัก และยืดระยะเจริญเติบโตของเส้นผมให้ยาวนานขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นและบำรุงให้รากผมแข็งแรง ชะลออาการหลุดร่วง เร่งการสร้างเส้นผมใหม่ ขณะเดียวกันก็ช่วยขยายรูขุมขนบริเวณหนังศีรษะ ส่งผลให้ขนาดของเส้นผมที่งอกขึ้นใหม่นั้นมีโอกาสที่จะใหญ่และหนากว่าเดิม 

เลือกรับประทานอาหารบำรุงเส้นผม
ถือเป็นการบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงจากภายใน ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอุดมไปด้วยสารอาหารที่เส้นผมต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารตระกูลไข่ ที่ให้โปรตีนสูง เนื่องจากโปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเส้นผม ตามมาด้วยอาหารประเภทถั่วและธัญพืช ซึ่งมีไบโอติน ช่วยบำรุงเส้นผมโดยตรง เนื้อสัตว์ประเภทเนื้อแดง ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือดซึ่งจะลำเลียงสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเส้นผมนั่นเอง และยังแนะนำให้รับประทานผักใบเขียว ซึ่งเป็นแหล่งของวิตามินหลากหลายชนิด ที่ล้วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผมเช่นกัน

รับประทานวิตามินรวม
เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและสะดวกสบาย แต่ได้คุณค่าครบ ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ VITA H จากนามนิน ที่มาในรูปแบบของแคปซูล ซึ่งแพทย์คัดสรรวิตามินตัวเด่นมาไว้รวมกัน เพื่อช่วยบำรุงรากผม ทั้งยังเสริมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอีกหลายชนิด ช่วยให้ลดการอักเสบของหนังศีรษะ ซ่อมแซมเส้นผม และเสริมโครงสร้างเส้นผมให้แข็งแรง รวมถึงลดการหลุดร่วงอย่างได้ผล



ปลูกผมถาวร
นามนินขอแนะนำ การปลูกผมเทคนิค NEAT ที่พัฒนาต่อเนื่องโดยคุณหมอนิน โดยเป็นการเจาะย้ายรากผมจากด้านหลังท้ายทอย นำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วงและผมบาง ซึ่งดำเนินการโดยคุณหมอนินเพียงท่านเดียวตลอดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทางรักษา ตามมาด้วยการลงมือปลูกผมด้วยตัวเองแบบเส้นต่อเส้น รวมไปถึงการดูแลติดตามผลอย่างต่อเนื่องทุกระยะ เป็นเวลา 1 ปีเต็ม 


คุณหมอนินยังออกแบบเทคนิคต่าง ๆ เสริมเข้าไป เพื่อให้การปลูกผมเป็นประสบการณ์แสนสะดวกสบายและปลอดภัยสำหรับคนทุกวัย หลังปลูกผมสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ที่สำคัญ การปลูกผมเทคนิค NEAT  ได้ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ คืนรอยยิ้มและความมั่นใจให้กับผู้สูงวัยมาแล้วหลายท่าน 


ผู้สูงวัย จึงมีทางเลือกที่หลากหลายเพื่อรับมือกับปัญหาเส้นผม แต่ถ้าท่านไหนยังลังเลใจ ไม่แน่ใจว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไรดี บางท่านมีความสงสัยว่าควรเลือกใช้วิธีใดจึงจะเหมาะสม หรือบางท่านพยายามรักษาอาการผมร่วงมานานแล้ว แต่ยังไม่ใช่คำตอบที่ตามหา ขอแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอที่นามนิน เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการรักษาที่ใช่ เติมเต็มความสุขคนสูงวัยไปด้วยกัน
1 ปี 1 หมอ ดูแลต่อเนื่อง ปรึกษา-ปลูกผม-ติดตามผล
จะดีแค่ไหน ถ้าบนเส้นทางการรักษาและฟื้นบำรุงเส้นผมตลอด 1 ปีเต็ม มีคนคนหนึ่งที่อยู่เคียงข้าง เป็นหลักให้ทุก ๆ ก้าวเดินมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน
และนั่นคือหนึ่งในประสบการณ์สุดประทับใจ ที่คุณจะได้รับจากการเลือกปลูกผมเทคนิค NEAT กับนามนิน เนื่องจากคุณหมอนิน จะเป็นแพทย์ผู้ชำนาญหนึ่งเดียว ที่จะดูแลคุณต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย ไม่มีใครมาแทนที่ ตลอด 3 ขั้นตอนหลัก ปรึกษา - ปลูกผม - ติดตามผล

  • ปรึกษา – คุณหมอนินจะนั่งลงพูดคุยกับคนไข้อย่างเปิดใจ เพื่อรับฟังและวิเคราะห์ปัญหา ก่อนจะประเมินและออกแบบแนวทางการรักษาให้ตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ได้มากที่สุด
  • ปลูกผม – เพราะหน้าที่นี้ ใครก็ทำแทนไม่ได้ ต้องเป็นคุณหมอนินเท่านั้น ที่จะอาศัยทักษะ ประสบการณ์ ความพิถีพิถัน ความใส่ใจ ลงมือปักกราฟต์ผมใหม่ให้ด้วยเองแบบเส้นต่อเส้น 
  • ติดตามผล – ขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้ระยะไหน ๆ เพื่อให้ผมปลูกใหม่อยู่รอดและเติบโตอย่างสมบูรณ์ คุณหมอนินจะเป็นผู้ติดตามผลทุกระยะด้วยตัวเอง คอยดูแลให้คำแนะนำจนสุดเส้นทาง

เทคนิค NEAT พัฒนาขึ้นโดยคุณหมอนิน ซึ่งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้รับการปรับเสริมให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ ด้วยความเข้าใจถึง pain point ของคนไข้ ที่ทำให้เกิดความกังวลใจ หรือความกลัวในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ประสบการณ์ปลูกผมที่นามนินจึงโดดเด่นและแตกต่าง เพราะนามนินออกแบบมาแล้วด้วยความตั้งใจ ที่จะเปลี่ยนทุกความกังวลใจ เป็นความอุ่นใจตลอดเส้นทางการรักษา

กังวลใจ...ว่าจะต้องโกนผมทิ้งเพื่อปลูกผม
เพราะภาพจำของการปลูกผมในอดีต ทำให้หลาย ๆ คนยังเข้าใจว่า การปลูกผมใหม่ จำเป็นต้องโกนผมทิ้งในบริเวณด้านหลังท้ายทอย ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่จะต้องเจาะย้ายกราฟต์ผมออกเพื่อนำไปปลูกใหม่ และนั่นเท่ากับว่าหลังปลูกผมแล้ว คนไข้จะต้องคอยระวังปกปิดส่วนที่ถูกโกนผมออก จำกัดอิสระในการจัดแต่งทรงผม ต้องรอจนกว่าผมจะขึ้นใหม่จึงจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เหมือนเดิม



คุณหมอนินจึงออกแบบเทคนิคซ่อนแผล ทำให้สามารถเจาะย้ายกราฟต์ผมออกโดยไม่ต้องโกนผม ด้วยวิธีเจาะย้ายออกเป็นแถบ ๆ สลับกันแบบขั้นบันได และกระจายจุดเจาะย้ายให้ทั่ว ๆ ทำให้รอยเจาะย้ายกระจายตัวกลมกลืนเนียนไปกับผมเดิม นับเป็นความใส่ใจในจุดเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจคิดว่าไม่สำคัญ แต่เมื่อเป็นความกังวลใจข้อใหญ่ของคนไข้ คุณหมอนินก็ไม่มองข้าม เพื่อให้คนไข้สามารถจัดแต่งผมหลังปลูกได้ทุกทรง เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่

กังวลใจ...ว่าขณะกำลังปลูกผมใหม่จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
หลาย ๆ คนน่าจะจินตนาการถึงภาพวันปลูกผม ขณะที่อยู่บนเตียงในห้องทำหัตถการ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ละขั้นตอนจะดำเนินการไปอย่างไร บรรยากาศจะเป็นแบบไหน จะกังวลจนเครียดไหม เพราะเรามองไม่เห็นว่าใครทำอะไรกับเส้นผมและหนังศีรษะของเรา 

ห้องหัตถการของนามนิน จะเปิดประสบการณ์ปลูกผมแบบใหม่ให้กับคนไข้ ข้อสำคัญก็คือ เราไม่ปิดตาคนไข้ระหว่างปลูก คนไข้จะสามารถมองเห็นและพูดคุยสอบถามกับคุณหมอนินได้ตลอดเวลา หรือจะนอนดูหนัง ฟังเพลง ก็ทำได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งในขั้นตอนนี้ คุณหมอนินจะเป็นผู้ฉีดยาชา และลงมือปักกราฟต์ผมใหม่ให้เองทุก ๆ กราฟต์ เรียกว่าอยู่ด้วยกันตั้งแต่เส้นแรกจนเส้นสุดท้าย เพราะทุก ๆ เส้นต้องบรรจงปลูกอย่างใส่ใจจริง ๆ ทั้งยังคอยอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ให้คนไข้รับรู้และคลายความกังวลใจ 

กังวลใจ...กลัวผมใหม่ไม่เนียน 
คำถามแรก ๆ จากคนไข้ ก็หนีไม่พ้นเรื่องผลลัพธ์ผมใหม่ ซึ่งไม่ว่าใครก็คาดหวังอยากเห็นผลลัพธ์ผมหนาแน่น ดูแข็งแรงสุขภาพดี เติมเต็มผมที่เคยบางให้กลับมาดกดำ และไม่กลับไปหลุดร่วงต่อ ที่สำคัญ อยากให้ผมใหม่เนียนสวย กลมกลืนไปกับผมเดิม 





คุณหมอนินจึงให้ความสำคัญกับการปลูกผมให้กลมกลืนไปกับผมเดิม เริ่มจากการใช้เทคนิคปลูกแทรก โดยไม่ต้องโกนผมในบริเวณที่จะปลูกใหม่ แต่ปลูกแทรกลงไประหว่างผมเดิม ซึ่งมีข้อดีคือ คุณหมอจะได้เห็นทิศทางผมเดิมว่าชี้ไปทางไหน จะได้ปักกราฟต์ผมใหม่ให้ได้ทิศทางและองศาเรียงตัวกลมกลืนไปกับผมเดิม ได้ขนาดของเส้นผมที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด และได้ระยะความลึกที่เหมาะสมต่อการเติบโตของเส้นผมมากที่สุด (นี่ก็เป็นเหตุผลว่า ทำไมการปลูกผมเทคนิค NEAT จึงต้องอาศัยแพทย์ผู้ชำนาญเท่านั้น) ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผมใหม่ค่อย ๆ โตไปพร้อม ๆ กันกับผมเดิม แลดูเนียนตา 

กังวลใจ...ไม่อยากให้ใครทักเรื่องปลูกผม
หลังปลูกผมเสร็จใหม่ ๆ ไม่ว่าใครก็อยากจะเก็บตัว ซ่อนตัวเองกับรอยแผลหรืออาการบวมช้ำไว้ไม่ให้ใครเห็น แต่ที่นามนิน คุณลืมภาพเหล่านั้นไปได้เลย เพราะคุณหมอนินพัฒนาเทคนิค NEAT ไปอีกระดับ นำเข้าอุปกรณ์ปลูกผมจากต่างประเทศ ที่มีขนาดเล็กพิเศษเพียง 0.6 มิลลิเมตร ทำให้ได้รอยปลูกเล็กละเอียด ไม่ใช่รอยแผลที่ดูน่ากลัวเหมือนในอดีตอีกต่อไป คนไข้สามารถลุกขึ้นใช้ชีวิตประจำวัน หรือทำงานได้ตามปกติทันที โดยไม่ต้องคาดผ้า รวมไปถึงใครที่กลัวจะโดนทักถามว่าไปปลูกผมมาใช่ไหม ก็หมดกังวลตรงนี้ไปได้เลย




กังวลใจ...จะดูแลตัวเองหลังปลูกอย่างไร
จริงอยู่ที่การดูแลผมใหม่หลังปลูก ต้องอาศัยความใส่ใจอย่างเต็มที่ ผมใหม่จึงจะอยู่รอด ไม่หลุดร่วง แต่ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่เจ้าของเส้นผมดูแลตัวเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีคุณหมอนินคอยติดตามผล และให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ว่าควรต้องปฏิบัติอย่างไร หรือมีข้อควรระวังอย่างไรในแต่ละวันตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน 

ที่สำคัญ ยังจัดชุดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะด้วยตัวเองให้ เป็นของขวัญพิเศษสำหรับคนไข้ของนามนินเท่านั้น 

  • BALLVIC TRANSFORM SHAMPOO แชมพูสเปรย์สำหรับผมหลังปลูกโดยเฉพาะ ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบริเวณหนังศีรษะ เพิ่มอัตราการติดของผมหลังปลูก เพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะและบำรุงรากผมให้แข็งแรง อ่อนโยนจนสามารถใช้สระได้ทุกวัน เพียงฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณที่ปลูกผม แล้วทิ้งไว้ 2 – 3 นาที ก่อนจะล้างออกโดยการเปิดน้ำไหลผ่าน
  • BALLVIC TRANSFORM SOLUTION ลดอาการอักเสบ อาการคัน อาการบวม ลดการเกิดสะเก็ดแผล เพิ่มอัตราการติดของผมหลังปลูก และเพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะ พร้อมบำรุงเส้นผม เพียงฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณที่ปลูกผม แล้วทิ้งไว้ได้เลยโดยไม่ต้องล้างออก ใช้ได้บ่อยทุก ๆ 2 – 3 ชั่วโมง


  • Elixir Hair Serum บำรุงผมและหนังศีรษะ สามารถเริ่มใช้หลังปลูกผมไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ เพียงฉีดพ่นบริเวณที่ปลูกผมวันละ 1 – 2 ครั้ง



นอกจากชุดผลิตภัณฑ์ที่คนไข้จะใช้ดูแลตัวเองได้อย่างสะดวกสบายสุด ๆ แล้ว คุณหมอนินยังมอบบริการ Treatment บำรุงเส้นผม ที่เหมาะกับสภาพปัญหาของคนไข้แต่ละคน และยังคงติดตามผลอย่างต่อเนื่องตลอด 1 ปีเต็ม 


ทั้งหมดนี้ คือความตั้งใจและใส่ใจจากคุณหมอนิน ที่ไม่เพียงดูแลรักษาให้ได้ผลลัพธ์ผมใหม่ที่ตอบโจทย์มากที่สุด แต่ยังคำนึงถึงความกังวลใจในมิติต่าง ๆ ของคนไข้ ดูแลโดยแพทย์ทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และพัฒนาเทคนิค NEAT เพื่อให้คนไข้ได้รับประสบการณ์ปลูกผมแสนสะดวกสบาย เปลี่ยนภาพการปลูกผม ไปสู่ภาพจำใหม่ ที่จะกลายเป็นมาตรฐานการรักษาให้กับวงการปลูกผมต่อไปในอนาคตด้วย
เจาะลึก 7 จุดเด่น เทคนิค “ปลูกผมแทรก”
สำหรับการปลูกผมเทคนิค NEAT นอกจากจะเน้นที่ทักษะ ประสบการณ์ และความใส่ใจของแพทย์ผู้ชำนาญในการปลูกผมใหม่แบบกราฟต์ต่อกราฟต์แล้ว ส่วนหนึ่งที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายและความพึงพอใจของคนไข้ ก็คือเทคนิคต่าง ๆ ที่แพทย์ออกแบบและพัฒนาขึ้นจากความเข้าใจใน pain point และความต้องการของคนไข้อย่างแท้จริง และหนึ่งในหลาย ๆ เทคนิคเหล่านั้น ก็คือการ “ปลูกผมแทรก”

นามนินจึงขอพาไปทำความรู้จักกับเทคนิค “ปลูกผมแทรก” พร้อมเจาะลึก 7 จุดเด่นที่สะท้อนความใส่ใจของแพทย์ บนหลักการนำศาสตร์และศิลป์มาผสานรวมกัน เพื่อผลลัพธ์การปลูกผมที่จะเปลี่ยนคนไข้เป็นคนใหม่ได้อย่างที่ต้องการ

1. เทคนิค “ปลูกผมแทรก” จบปัญหาผมบางกลางศีรษะ
หากถามว่า บริเวณไหนที่เหมาะกับการปลูกผมแทรก คำตอบก็คือ บริเวณกลางศีรษะ ซึ่งคุณผู้ชายส่วนใหญ่มักจะพบภาวะผมบางในบริเวณนี้ และก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้นจนเข้าสู่ภาวะผมล้านกลางศีรษะแบบไข่ดาว แพทย์แนะนำให้รักษาด้วยการปลูกผมแทรก ซึ่งหมายถึงการปลูกผมใหม่แทรกลงไปกับเส้นผมเดิมที่ยังเหลืออยู่นั่นเอง


2. ปลูกผมดีต่อใจ ไม่ต้องโกนผมเดิม
หลายคนอาจจะยังติดกับภาพจำว่า การปลูกผม จะต้องโกนผมเดิมทิ้ง แต่เทคนิคใหม่ ๆ และเทคโนโลยีการแพทย์ที่พัฒนาก้าวหน้าขึ้น ก็เอื้อให้การปลูกผมไม่จำเป็นต้องโกนผมทิ้งอีกต่อไป และเทคนิคปลูกผมแทรกก็ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิดใหม่ ไม่ต้องโกนผมเช่นกัน

3. ปลูกผมด้วยแพทย์ แบบเส้นต่อเส้น
จุดเด่นสำคัญของเทคนิค NEAT ก็คือการที่แพทย์เป็นผู้ลงมือปลูกผมเองแบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น โดยเฉพาะเทคนิคปลูกผมแทรก ต้องอาศัยทักษะและความละเอียดประณีตของแพทย์ ในการวางทิศทางและองศาของเส้นผมใหม่ ให้กลมกลืนแนบเนียนไปกับเส้นผมเดิม ซึ่งหากไม่คำนึงถึงทิศทางผมตั้งแต่ขั้นตอนนี้ เมื่อผมใหม่ยาวขึ้น และชี้ย้อนทิศผิดทาง ก็อาจจะไม่สามารกลับมาแก้ไขได้แล้วก็เป็นได้

4. Implanter อุปกรณ์คู่ใจแพทย์ปลูกผม
และตัวช่วยสำคัญที่ทำให้แพทย์สามารถปักกราฟต์ผมด้วยเทคนิคปลูกผมแทรกได้อย่างแม่นยำ ก็คือ Implanter หรือปากกาปลูกผมนำเข้าจากต่างประเทศ ที่มีขนาดเล็กพิเศษเพียง 0.6 มิลลิเมตร ด้วยเทคโนโลยีนี้ แพทย์จะสามารถควบคุมน้ำหนักมือในการปักกราฟต์ผมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


5. หมดกังวลด้วยรอยปลูกผมที่เล็กละเอียด
ด้วยปัจจัยที่กล่าวมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทักษะความชำนาญของแพทย์ หรืออุปกรณ์ปลูกผมที่ทันสมัย จึงทำให้รอยปลูกผมจากการปลูกผมแทรก มีขนาดเล็กละเอียด เรียงตัวเป็นระเบียบ เรียบเนียน ลบภาพรอยปลูกที่ดูตะปุ่มตะป่ำแบบเก่า ๆ ไปได้เลย


6. คนไข้แทบไม่ต้องพักฟื้นหลังปลูกผม
และเมื่อรอยแผลเล็ก ดูแลง่าย หายเร็ว ไม่ทิ้งอาการบวมช้ำ หรือทิ้งร่องรอยการโกนผมให้ต้องคอยปกปิด คนไข้ก็สามารถออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังปลูกผม โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะสังเกตเห็น รวมถึงไม่จำเป็นต้องสวมที่คาดผม ซึ่งข้อนี้นับว่าเป็นจุดเด่นที่คนไข้ของนามนินต่างประทับใจในความสะดวกสบาย

7. แพทย์ดูแลติดตามผล 1 ปีเต็ม
หลังปลูกผม แพทย์จะคอยติดตามผลอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ ระยะ พร้อมดูแลให้คำปรึกษาตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าผมใหม่จะเติบโตสมบูรณ์ ดังนั้น ไม่ว่าคนไข้จะมีข้อสงสัยหรือปัญหาอะไร แพทย์ก็จะเป็นผู้ให้คำแนะนำได้อย่างใกล้ชิด คนไข้จึงรู้สึกอุ่นใจและมั่นใจได้ตลอดเส้นทางการรักษา


และนี่คือ 7 จุดเด่นของเทคนิคปลูกผมแทรก ที่น่าจะช่วยให้หลาย ๆ คนเห็นภาพขั้นตอนและหลักการต่าง ๆ ชัดเจนมากขึ้น หากสงสัยว่า เทคนิคปลูกผมแทรก จะเป็นเทคนิคที่ตอบโจทย์ปัญหาผมบางของคุณได้หรือไม่ อย่างไร ลองเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ผู้ชำนาญของนามนิน เพื่อทำความเข้าใจเทคนิคต่าง ๆ ไปจนถึงวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างแพทย์กับคนไข้ เพื่อผลลัพธ์ผมใหม่ ที่จะเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ได้อย่างแน่นอน