Tag : ปลูกผม NEAT
หลังปลูกผม ทำไมยังต้องพบหมอ?
หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า “การติดตามผล หลังปลูกผม” อยู่บ่อย ๆ และก็คงจะสงสัยว่า ทำไมหลังปลูกผมเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณหมอยังต้องนัดมาพบอีกหลาย ๆ ครั้ง โดยเฉพาะที่นามนิน คนไข้จะได้รับการนัดหมายให้มาพบคุณหมอตลอด 1 ปีเต็มเลยทีเดียว 

นามนินจึงขอชวนคุณผู้ชายมาทำความเข้าใจ ว่าทำไมการมาพบคุณหมอเพื่อติดตามผลหลังปลูกนั้น จึงมีความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนไหน ๆ

  • เพราะผมมีวงจรการเติบโต 1 ปี
การปลูกผมถาวร คือการนำกราฟต์ผมที่ย้ายจากด้านหลังท้ายทอย มาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมบาง หลังปลูกผมเสร็จแล้ว ไม่ได้หมายความว่าผมจะยาวเลยในทันที กราฟต์ผมยังต้องการเวลา 1 ปี ในการเจริญเติบโตตามวงจรธรรมชาติของเส้นผม จึงจะเห็นผลลัพธ์ผมใหม่ที่แลดูหนาแน่น แข็งแรง สุขภาพดี อีกทั้งมั่นใจได้ว่า รากผมฝังตัวในชั้นหนังศีรษะอย่างมั่นคง ไม่หลุดร่วงง่ายอีกต่อไป

  • เพราะผมปลูกใหม่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
ช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังปลูกผม คือช่วงวัดใจว่าผมปลูกใหม่จะอยู่รอดหรือหลุดร่วง เพราะรากผมกำลังค่อย ๆ ฝังตัวในชั้นหนังศีรษะ เชื่อมต่อกับเส้นเลือดที่นำอาหารมาหล่อเลี้ยง ซึ่งต้องเวลาสักหน่อย ทำให้ในช่วงแรกนี้ ผมปลูกใหม่เสี่ยงที่จะได้รับการกระทบกระเทือนโดยไม่ตั้งใจ จากพฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสระผม การนอน การแต่งกาย การออกกำลังกาย รวมไปถึงการรับประทานยา สูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คุณจึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลจากคุณหมออย่างใกล้ชิด


ผมใหม่ยังมีจังหวะการเติบโตที่อาจทำให้คุณเป็นกังวล อย่างเช่นช่วงตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ไปจนเดือนที่ 3 หลังปลูก ผมใหม่อาจเกิดอาการหลุดร่วงพร้อมกัน หรือที่เรียกว่า Shock Loss ซึ่งคุณหมอจะอธิบายปรากฏการณ์นี้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน ทำให้คนไข้ไม่ตกใจจนเกินไป และให้คำแนะนำเพื่อให้คนไข้รู้วิธีปฏิบัติตัวที่เหมาะสม พร้อมทั้งนัดมาติดตามการเปลี่ยนแปลงและบำรุงดูแลผม ทั้งนี้ ผมใหม่จะงอกกลับขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเดือนที่ 4 และจะเติบโตต่อเนื่องอย่างสมบูรณ์เมื่อครบ 1 ปี


  • เพราะคนไข้แต่ละคนต้องการการดูแลแตกต่างกัน
การดูแลหลังปลูกผม ก็ไม่ต่างจากขั้นตอนการออกแบบแนวทางการรักษา หรือการลงมือปลูก นั่นคือ ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว ตรงกันข้าม คุณหมอจะวิเคราะห์และประเมินจากปัจจัยเฉพาะตัวของคนไข้ ไม่ว่าจะเป็น เพศ อายุ ลักษณะปัญหาที่พบ รวมถึงความต้องการของคนไข้เองด้วย ซึ่งแน่นอนว่าแนวทางการดูแลคนไข้แต่ละคนจะไม่ซ้ำกันเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทาเซรั่ม รับประทานยา ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุง หรือการเข้ารับบริการทรีตเมนต์ต่าง ๆ นี่คือความละเอียดอ่อนของคุณหมอในการดูแลคนไข้ระหว่างเส้นทาง เพื่อให้คำแนะนำที่ตอบโจทย์ตรงจุดมากที่สุด


คุณผู้ชายบางท่านอาจจะยังมีข้อสงสัยอีกนิด ว่าถ้าหากปลูกผมแล้วปล่อยสบาย ๆ ไม่ต้องพบหมอ ไม่ต้องบำรุง ไม่ต้องทำอะไรเลยได้หรือไม่ จะเกิดอะไรขึ้นกับผมปลูกใหม่ของเรา

สำหรับคำถามนี้ คุณหมอฝากคำตอบว่ามาว่า หากเส้นผมไม่ได้รับการดูแลหลังปลูกอย่างใส่ใจ มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดอาการ “ผมล้านต่อ” เพราะการปลูกผม คือการเติมเต็มบริเวณที่บางให้ดูหนาแน่นขึ้น โดยนำกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย ที่มีความแข็งแรง ทนทานต่ออิทธิพลของฮอร์โมนซึ่งส่งผลทำให้ผมหลุดร่วงก่อนเวลาอันควร มาปลูกใหม่ในพื้นที่ที่มีปัญหา ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าผมที่ปลูกใหม่จะเติบโตต่อเนื่องตามวงจรปกติ แต่อย่างไรก็ตาม การปลูกผมไม่สามารถหยุดการหลุดร่วงของ “ผมเดิม” ในบริเวณข้างเคียงหรือในบริเวณอื่น ๆ ได้ เพราะเส้นผมเหล่านั้นจะยังได้รับอิทธิพลของฮอร์โมนตามเดิม และอาจจะหลุดร่วงต่อ จนผมบางเพิ่มขึ้นอีกได้ 



เมื่อมาพบคุณหมอหลังปลูกผม คุณหมอจะคอยดูแลผมเดิมในส่วนอื่น ๆ ด้วย โดยให้คำแนะนำในการบำรุงในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อไม่ให้เกิดอาการผมล้านต่อ จนต้องกลับมาปลูกผมซ้ำเป็นครั้งที่ 2 นั่นเอง

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ นามนินจึงให้ความสำคัญกับการติดตามผลหลังปลูกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นการดูแล ให้คำแนะนำ ตอบคำถามของคนไข้ ด้วยตัวคุณหมอเองอย่างใกล้ชิดตลอด 1 ปีเต็ม เพื่อผลลัพธ์ผมใหม่ที่คุ้มค่ากับเส้นทางการดูแลอันยาวนานอย่างแน่นอน
ไปต่ออย่างไร ในวันที่พบว่า “ผมบาง”
เพราะเส้นผมเป็นมากกว่าแค่องค์ประกอบส่วนหนึ่งของร่างกาย เส้นผมสะท้อนทั้งภาพลักษณ์ บุคลิกภาพ ความอ่อนเยาว์ และความมั่นใจ จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณผู้ชายซึ่งเข้าสู่วัย 30 up มักจะใช้เวลาหน้ากระจกนานขึ้น เพื่อสังเกตความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเส้นผมและหนังศีรษะของตัวเอง 

แน่นอนว่า ปัญหาผมร่วง ผมบาง มักจะมาปรากฏให้สังเกตเห็นได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแนวไรผมที่เริ่มเว้าลึกเข้าไป 2 ข้างหน้าผาก รอยแสกที่กว้างขึ้น หรือผมบริเวณขวัญกลางศีรษะที่แลดูบางลง ทำให้อาการผมร่วง ผมบาง กลายเป็นปัญหาน่ากังวลใจของคุณผู้ชายเกือบทั่วโลก

แต่เชื่อเถอะว่า แม้ในวันที่ผมบาง ก็ยังมีทางออกเสมอ ว่าแต่ทางไหนล่ะ ที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาของเรา นามนินขอเริ่มต้นด้วยการชวนไปทำความรู้จักกับรูปแบบของอาการผมร่วง ผมบาง ที่อาจซ่อนสัญญาณเตือนบางอย่างไว้ก็เป็นได้

ผมบางตรงจุดไหน บอกอะไรเรา
  • ผมบางบริเวณกลางศีรษะด้านบน 
บ่งบอกว่านี่คือภาวะผมบางจากพันธุกรรมและฮอร์โมน (Androgenetic Alopecia) ซึ่งเกิดจากเอนไซม์ 5-alpha reductase เปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ให้กลายเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน หรือ DHT และเจ้านี่เองที่เป็นตัวการทำให้รากผมค่อย ๆ ฝ่อตัวลงทีละน้อย ส่งผลให้เส้นผมมีขนาดเล็กลีบลง จนหลุดร่วงก่อนเวลาอันควรไปในที่สุด


  • ผมบางเป็นหย่อมรูปวงกลม ลักษณะเรียบเนียน
นี่คือลักษณะอาการของโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันที่เข้าทำร้ายเซลล์รากผมของตนเอง


  • ผมร่วงกระจายทั่วทั้งศีรษะ 
ผมร่วงลักษณะนี้ กำลังบอกเราว่า เราอาจมีภาวะ Telogen Effluvium หรือผมร่วงแบบฉับพลัน ซึ่งเป็นไปได้ว่าถูกกระตุ้นโดยความเครียด การเจ็บป่วย การขาดสารอาหาร หรือการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว 


  • ผมร่วงบริเวณไรผมและขมับ
เป็นไปได้ว่านี่คืออาการของภาวะผมร่วงที่เกิดจากการดึงรั้ง (Traction Alopecia) เช่นการรวบผมตึงเปรี๊ยะเป็นประจำ หรือการสวมอุปกรณ์ที่บีบรัดศีรษะต่อเนื่องเป็นเวลานานเกินควร


  • แนวผมด้านหน้าถอยร่นขึ้นไป
หากมีอาอาการอักเสบร่วมด้วย อาจเป็นลักษณะของโรคผมร่วง Frontal Fibrosing Alopecia (FFA) เป็นโรคผมร่วงที่มีการสร้างพังผืดใต้ผิวหนังและอาจทำลายรากผมถาวร ซึ่งควรได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์


ทั้งหมดนี้ยังบอกกับเราว่า อาการผมร่วง ผมบาง ที่เราสังเกตเห็นนั้น อาจมีสาเหตุที่มาแตกต่างกัน การพยายามลอกเลียนสูตรสำเร็จของคนอื่นในการรักษาผมร่วง ผมบาง อาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสมสำหรับตัวเราก็เป็นได้ ดังนั้น การพบแพทย์จึงเป็นการหาคำตอบที่ชัดเจนที่สุด นำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ใช่ที่สุดด้วยนั่นเอง

ไปต่อทางไหน?
แก้ไขฟื้นฟูภาวะผมบาง

ทราบหรือไม่ว่า การปลูกผม ไม่ใช่คำตอบของปัญหาผมร่วงผมบางในทุก ๆ เคสเสมอไป โดยทั่วไปแล้ว หากอาการผมร่วง ผมบาง ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น ก็ยังไม่จำเป็นต้องพึ่งพาการปลูกผมถาวร และนี่คืออาการผมร่วงผมบางที่อาจมีทางเลือกในการรักษารูปแบบอื่นนอกจากปลูกผม

  • ผมบางกระจายตัวทั่วศีรษะ แบบภาวะชั่วคราว 
เกิดจากอาการเครียดสะสม หรือพักผ่อนน้อย ทำให้ผมร่วงมากผิดปกติ แต่ผมร่วงในลักษณะนี้ รากผมจะคงอยู่ เพียงแต่ผมเข้าสู่วงจรระยะพัก ซึ่งการปรับพฤติกรรมเพื่อให้ร่างกายกลับสู่สมดุล และเลือกรับประทานอาหารที่บำรุงเส้นผม ก็เป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยได้


  • เส้นผมมีขนาดเล็กลง แต่รูขุมขนยังไม่ปิดถาวร และยังมีเส้นผมอ่อนขึ้น 
นั่นหมายความว่า เรากำลังเข้าสู่ภาวะรูขุมขนฝ่อ แต่ยังอยู่เพียงในระยะเริ่มต้น (Early Miniaturization) แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับบริการทรีตเมนต์ฟื้นฟูรากผม เช่น การฉายแสง LLLT โปรแกรม HR หรือโปรแกรม PHB เพื่อให้รากผมคืนความแข็งแรง กลับมาสร้างเส้นผมที่หนาและสุขภาพดีขึ้นได้


และต่อไปนี้คือลักษณะของอาการผมบาง ที่การปลูกผมถาวรอาจเป็นทางออกที่น่าสนใจกว่าตัวเลือกอื่น ๆ  เนื่องจากช่วยแก้ปัญหารากผมเข้าสู่ระยะหมดสภาพอย่างถาวร จนไม่สามารถสร้างเส้นผมใหม่ได้อีก และการบำรุงด้วยวิธีอื่นใดนั้นไม่สามารถทำให้รากผมกลับมามีชีวิตอีกครั้งได้

  • เมื่อแนวไรผมด้านหน้า ถอยร่นเป็นรูปตัว M อย่างชัดเจน
สังเกตง่าย ๆ ว่าผิวบริเวณหน้าผากที่เคยมีเส้นผมอยู่จะเรียบเนียน เนื่องจากรากผมฝ่อตัว รูขุมขนปิดสนิทแล้ว การปลูกผมอาจเป็นวิธีเดียวที่จะสร้างแนว Hairline ขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง

  • เมื่อผมบางบริเวณกลางกระหม่อม จนเห็นหนังศีรษะเป็นวงกว้าง
หรือที่เรียกว่าภาวะผมล้านแบบไข่ดาว คือการที่เส้นผมเดิมหายไปเกือบหมด แม้ว่าวิธีการรักษาอื่น ๆ อาจจะช่วยถนอมเส้นผมรอบนอกไว้ได้ แต่พื้นที่ตรงกลางจะไม่มีทางมีผมกลับมา นอกจากการย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยมาปลูกใหม่เพื่อเติมเต็มความหนาแน่นเท่านั้น

  • เมื่อผมบางพร้อม ๆ กันทั้งหน้าผากและกลางศีรษะ
เชื่อว่าคุณผู้ชายหลาย ๆ กำลังเผชิญปัญหานี้ ซึ่งแนวผมด้านหน้าก็ร่นเข้ามาเป็นรูปตัว M ขณะเดียวกันผมกลางศีรษะก็บางลงเป็นวงกว้าง และมีโอกาสที่แนวผมจะร่นเข้ามาเจอกัน ในกรณีนี้ หากปลูกผม ต้องอาศัยการจัดลำดับความสำคัญว่าอยากเน้นเติมผมในจุดไหนมากกว่ากัน เพื่อบริหารกราฟต์ผมต้นทุนที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เพียงพอ


และนอกจากการวิเคราะห์สภาพปัญหาผมร่วง ผมบางแล้ว การประเมินความพร้อมของ Donor Area ก็นับเป็นขั้นตอนหนึ่งที่มีความสำคัญ เนื่องจาก Donor Area หรือบริเวณด้านหลังท้ายทอย เป็นพื้นที่เพียงส่วนเดียวที่แพทย์สามารถย้ายกราฟต์ผมต้นทุนไปปลูกใหม่ได้ เพราะเส้นผมบริเวณนี้มีคุณสมบัติต้านทานฮอร์โมน DHT ทำให้มีความแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย 

อย่างไรก็ตาม กราฟต์ผมต้นทุนที่ว่านี้ ก็มีอยู่จำกัด อาจนำมาใช้ในการปลูกผมถาวรได้เพียง 1 – 2 ครั้งเท่านั้น และยิ่งอายุมากขึ้น คุณภาพความแข็งแรงของกราฟต์ผม ก็จะยิ่งลดลง นั่นจึงเป็นข้อจำกัดและเงื่อนไขสำคัญสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเข้ารับการปลูกผม

ปลูกผม NEAT 
ที่มาพร้อมการดูแลเฉพาะบุคคล

สำหรับ NEAT ของนามนิน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินสภาพความพร้อมของเส้นผมและหนังศีรษะ รวมถึงวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลให้การปลูกผมประสบความสำเร็จ เมื่อแพทย์ประเมินแล้วว่า สามารถแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ด้วยการปลูกผมได้ ก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการวางแผนการรักษา คำนวณกราฟต์ผมต้นทุนเพื่อให้นำมาใช้ได้อย่างคุ้มค่า ออกแบบแนว Hairline บริเวณหน้าผากใหม่ ระบุจุดที่คนไข้อยากเน้นการปลูกผมให้หนาแน่นเป็นพิเศษในกรณีผมบางพร้อมกันหลายจุด ทั้งหมดนี้ แพทย์จะยึดคนไข้เป็นศูนย์กลางในการออกเส้นทางการรักษาเฉพาะบุคคล


ไม่เพียงเท่านั้น แพทย์ยังเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้ด้วยตัวเองทั้งหมดทุกเส้น เพื่อควบคุมองศาและทิศทางของเส้นผม ระยะลึกในการปักกราฟต์ ความหนาแน่นของเส้นผม โดยใช้อุปกรณ์ปลูกผมขนาดเล็กพิเศษ รวมไปถึงการดูแลหลังปลูก ที่ดูแลต่อเนื่องใกล้ชิดโดยแพทย์เองถึง 1 ปีเต็ม 


...เชื่อหรือยังว่า ที่นามนิน ผมบาง มีทางไปต่อเสมอ...
ยังไม่สูงวัย ทำไมผมบาง?
“ผมบาง” อาจจะเป็นภาพจำคู่กับคนสูงวัย แต่ที่จริงแล้ว ไม่ว่าคุณผู้ชายจะอยู่ในวัย 40, 30 หรือแม้กระทั่ง 20 ก็เริ่มมีปัญหาผมร่วง ผมบาง เกิดขึ้นได้ สงสัยหรือไม่ ว่าทำไมคนที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม ผมกลับเริ่มบอกลา จนต้องหาวิธีปกปิดให้ยุ่งยากใจ แต่ผู้สูงวัยบางคน แม้จะเลยหลัก 6  ไปไกลแล้ว แต่ก็ยังอวดผมหนาแน่นได้อยู่แบบไม่แคร์ตัวเลขอายุ

นั่นก็เพราะ “อายุ” เป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น ที่ทำให้เกิดภาวะผมร่วง ผมบาง มาลองดูกันว่า มีปัจจัยอะไรบ้าง ทำให้คนที่แม้อยู่ในวัยหนุ่ม ก็อาจเผชิญปัญหาผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้

  • พันธุกรรม 
เป็นตัวกำหนดความไวของรากผม ต่อฮอร์โมนที่ออกฤทธิ์ทำให้รากผมหดตัว จนผมร่วงในที่สุด
  • ฮอร์โมน 
โดยเฉพาะฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่เปลี่ยนสภาพไปเป็น DHT เป็นตัวการหลักที่ตรงเข้าทำลายรากผมแบบไม่สนอายุ
  • สุขภาพหนังศีรษะ 
หนังศีรษะที่สมดุลและแข็งแรง จะเปิดโอกาสให้สารอาหารมาหล่อเลี้ยงผมได้เต็มที่ ทำให้ผมเจริญเติบโตแบบไร้ปัญหา
  • โรคประจำตัวและการใช้ยา 
ไม่ว่าจะเป็น ความดัน เบาหวาน หรือความเครียดเรื้อรัง ก็ส่งผลต่อระบบไหลเวียนเลือด ที่ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารมาเลี้ยงเส้นผม
  • พฤติกรรมการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ 
ตัวอย่างเช่น พฤติกรรมการรับประทานอาหาร การนอนหลับพักผ่อน การบำรุงดูแลเส้นผม ซึ่งเป็นพฤติกรรมต่อเนื่องที่ทำสะสมมาตลอดชีวิต


ขณะเดียวกัน “ตัวเลขอายุ” ก็มีส่วนในการเปลี่ยนแปลงทางชีวภาพของร่างกายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่ออายุมากขึ้น จะเกิดอะไรขึ้นบ้างกับหนังศีรษะและเส้นผม

  • การผลัดเซลล์ผิวช้าลง 
ทำให้เซลล์ผิวเก่าเกิดการสะสมตัว และอุดตันรูขุมขนได้ง่ายขึ้น
  • ความชุ่มชื้นของหนังศีรษะลดลง 
เนื่องจาก Scalp Barrier หรือเกราะปกป้องชั้นนอกสุดของหนังศีรษะอ่อนแอลงตามวัย หนังศีรษะจึงเริ่มแห้ง และไวต่อการระคายเคืองมากกว่าปกติ
  • ประสิทธิภาพการทำงานของระบบไหลเวียนเลือดลดลง 
ส่งผลต่อการส่งอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงรากผม
  • การตอบสนองต่อฮอร์โมนที่เปลี่ยนไป 
โดยเซลล์รากผมจะยิ่งไวต่อสัญญาณของฮอร์โมน DHT มากขึ้น รากผมจึงยิ่งมีความเสี่ยงที่จะฝ่อตัวลงมากขึ้นตามไปด้วย

เพราะฉะนั้น “อายุ” จึงไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่คุณหมอนำมาใช้พิจารณาว่าคนไข้เคสนี้สามารถแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ด้วยการปลูกผมถาวรได้หรือไม่ โดยคุณหมอจะประเมินจากองค์ประกอบทั้ง 4 ข้อนี้ด้วย

  • ความพร้อมของ Donor Area 
หรือบริเวณด้านหลังท้ายทอย ซึ่งเป็นจุดเดียวที่กราฟต์ผมมีความแข็งแรง ทนทานต่อฮอร์โมน DHT ไม่หลุดร่วงง่าย และเหมาะที่จะย้ายไปปลูกในพื้นที่ใหม่ อย่างไรก็ตาม กราฟต์ผมต้นทุนที่ว่านี้ มีอยู่จำกัด และจะลดน้อยลงตามวัย แพทย์จึงต้องคำนวณและวางแผนการใช้กราฟต์ให้เหมาะสมและคุ้มค่ามากที่สุด


  • รูปแบบของอาการผมบาง 
เช่น ผมบางรุนแรงมากแค่ไหน ไปถึงระดับผมล้านหรือไม่ ผมบางกินพื้นที่กว้างแค่ไหน หรือเกิดตรงบริเวณไหนของศีรษะ โดยที่บางคนอาจจะมีภาวะผมถอยร่นบริเวณหน้าผากเป็นรูปตัว M ขณะที่บางคนมีภาวะผมบางกลางศีรษะเป็นรูปตัว O ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไปในผู้ชาย



  • สุขภาพของผู้เข้ารับการปลูกผม 
คุณหมอจะสอบถามถึงโรคประจำตัว การใช้ยา รวมถึงความแข็งแรงของร่างกาย ซึ่งจะส่งผลต่อความพร้อมในการฟื้นตัวหลังปลูกผม
  • ความคาดหวังของผู้เข้ารับการปลูกผม 
ซึ่งแต่ละคนมีความต้องการหรือความจำเป็นในชีวิตที่ต่างกัน โดยคุณหมอจะวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้คนไข้ได้รับความพึงพอใจสูงสุด บนเงื่อนไขที่เป็นไปได้จริง

ทั้งนี้ NEAT ซึ่งเป็นเทคนิคปลูกผมถาวรจากนามนิน คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารับการปลูกผมทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นวัยหนุ่ม หรือสูงวัย 60 up โดยคุณหมอจะประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด ก่อนชวนวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างหมอกับคนไข้ โดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง ซึ่งคุณหมอจะอธิบายแต่ละขั้นตอนในแบบที่เข้าใจง่าย ให้คนไข้มองเห็นภาพรวมของกระบวนการรักษา รวมทั้งพูดคุยถึงโอกาสที่ผลลัพธ์จะเป็นไปตามความคาดหวังของคนไข้ โดยอยู่บนหลักความเป็นจริง 


เมื่อวันปลูกผมมาถึง คุณหมอจะเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้เองทุกกราฟต์ด้วยความพิถีพิถัน เพื่อควบคุมทิศทางองศาของเส้นผมใหม่ ให้กลมกลืนไปกับเส้นผมเดิม กำหนดระยะความลึกและความหนาแน่นที่เหมาะสมแก่การเจริญเติบโตของเส้นผม ทั้งยังใช้อุปกรณ์ปลูกผมขนาดเล็กพิเศษ เพื่อให้กระทบกระเทือนหนังศีรษะน้อยที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น คุณหมอจะติดตามผลหลังปลูกด้วยตัวเองตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าผมใหม่จะเติบโตสมบูรณ์ตามวงจรเส้นผมธรรมชาติ 



และแม้ NEAT จะช่วยดูแลฟื้นคืนเส้นผมได้ไม่จำกัดอายุ แต่หากคุณผู้ชายเริ่มสังเกตเห็นอาการผมร่วง ผมบาง แม้เพียงเล็กน้อย ก็ไม่ควรปล่อยหรือรอให้ถึงวันสูงวัยเสียก่อน เพราะการรีบมาพบคุณหมอ และรีบดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้ประสิทธิภาพการรักษาที่ดีกว่า และยิ่งเพิ่มโอกาสที่เส้นผมจะอยู่เราไปได้อีกนานแสนนาน


เกี่ยวกับแพทย์

พญ.นิล นามทองต้น (ว.44659) 
แพทย์ด้านการปลูกผมประจำ นามนินคลินิก 

  • อาจารย์พิเศษ วิชา Hair Transplantation หลักสูตรปริญญาโท สาขาวิชาเวชศาสตร์ความงาม วิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

  • ผู้ร่วมวิจัยในโครงการวิจัยนานาชาติ เรื่อง Comparative Efficacy of Topical Chitosan and Minoxidil in Hair Loss: A Controlled Study With Microneedling ซึ่งได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร The Journal of Craniofacial Surgery

  • วิทยากรรับเชิญในการประชุมวิชาการนานาชาติ ได้แก่ Daegu ARCHE Symposium 2026, OSACANG 2025, i-SWAM 2025 และ AMWC South East Asia 2025
Pain Point คุณผู้ชาย “ไม่ได้สูงวัย แค่ผมบาง”
เรื่องกังวลใจเรื่องใหญ่ของคุณผู้ชายทั่วโลก ก็คือการส่องกระจกแล้วเห็นภาพตัวเอง “ดูสูงวัยเกินจริง” ทั้งที่อายุก็ยังไม่มาก ขณะที่เพื่อนในวัยเดียวกันยังดูสมาร์ท น่ามอง หรือคงความหนุ่มไว้ได้ 

เชื่อหรือไม่ว่า แม้จะมีสาเหตุหลายข้อที่พรากรูปลักษณ์อ่อนเยาว์ไปจากคุณผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นตัวเลขอายุจริง การละเลยที่จะดูแลตัวเอง พฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ หรือแม้แต่สไตล์การแต่งตัว แต่หนึ่งในตัวการสำคัญที่เรียกได้ว่าเป็น “ศัตรูแห่งความเยาว์วัย” ของคุณผู้ชาย ก็คือ “เส้นผม”

เส้นผมคือ “สัญลักษณ์ของวัย” คนรอบข้างจะตัดสินวัยของเรา ว่าอ่อนเยาว์กว่าอายุจริง หรือเกินอายุจริงไปมากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับเส้นผม ที่สำคัญ ผมยังเป็นเครื่องประดับชิ้นสำคัญของคุณผู้ชาย บอกถึงรูปลักษณ์ บุคลิกภาพ ความสมาร์ท ความน่าเชื่อถือ ที่สำคัญ ยังช่วยสื่อสารตัวตนและสไตล์ในแบบที่คุณเป็นจริง ๆ นำไปสู่ความมั่นใจในทุกก้าวการใช้ชีวิต

หากคุณอายุยังน้อย และมั่นใจว่าดูแลตัวเองดี แต่งตัวมีสไตล์ แต่ทำไมลุคที่ได้ยังดูไปไกลกว่าอายุจริง ลองส่องกระจกดูอีกครั้ง แล้วสังเกตเส้นผมบนศีรษะ ...ผมแลดูบางลงกว่าที่เคยหรือเปล่า...

วันนี้ นามนินมีคำอธิบายง่าย ๆ ว่า “เส้นผม” ทำให้คุณผู้ชายดูสูงวัยกว่าอายุจริงได้อย่างไร

  • ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะเริ่มเผชิญกับอาการผมบาง ตรงบริเวณหน้าผากก่อนส่วนอื่น โดยผมมักจะเริ่มถอยร่นเข้าไป 2 ข้าง เป็นรูปตัว M ซึ่งภาวะนี้เกิดขึ้นได้ทั่วไปแม้ในผู้ชายที่ยังอายุน้อย ๆ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อผมถอยร่นทำให้หน้าผากกว้าง... โดยปกติแล้ว หากใบหน้าของคนเราจะได้สัดส่วนความงามตามธรรมชาติ หรือที่เรียกว่าสัดส่วนทองคำ รูปหน้าจะออกมาสมส่วน ทำให้แลดูสมาร์ท น่ามอง แต่ลองนึกภาพว่า สัดส่วนบริเวณหน้าผากเพิ่มมากขึ้น จากการที่เส้นผมถอยร่นหนีขึ้นไป สัดส่วนใบหน้าก็จะเริ่มเปลี่ยนไปไม่สมดุล รูปหน้าโดยรวมจึงดูมีอายุเกินกว่าวัยนั่นเอง

  • นอกจากผมบาง 2 ข้างหน้าผากแล้ว อีกจุดหนึ่งที่ผมมักจะเริ่มบางเป็นจุดแรก ๆ ก็คือบริเวณกลางศีรษะ ซึ่งคุณผู้ชายมักจะมีขวัญหมุนวนในลักษณะที่ไม่ซ้ำกัน เมื่อเส้นผมบริเวณขวัญบางลง ทิศทางเส้นผมที่เคยหมุนวนก็จะเริ่มไร้ระเบียบ ส่งผลให้ทรงผมของคุณผู้ชายดูไม่เป็นทรง เป็นสาเหตุที่ทำแลดูสูงวัยเกินจริงได้เช่นกัน

  • และเมื่อผมบางลงตรงบริเวณไหนก็ตาม สิ่งที่ตามมาก็คือ การที่คุณผู้ชายต้องคอยระวังปกปิดไม่ให้ใครเห็นว่าผมบาง นั่นหมายความว่า อาจจะมีทรงผมบางทรงที่ทำไม่ได้เหมือนเคย เมื่อทางเลือกในการจัดแต่งทรงผมถูกจำกัดแคบลง อิสระในการบอกเล่าสไตล์หรือตัวตนก็หายไป กลายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้คุณผู้ชายไม่ดูสมาร์ทและอ่อนวัยเหมือนเคย


ไม่เพียงเท่านั้น ผมร่วง ผมบาง เป็นอาการที่ไม่เคยรอเวลา มีแต่จะเป็นหนักขึ้น ๆ ทำให้การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับรูปลักษณ์คุณผู้ชาย ค่อย ๆ เห็นได้ชัดขึ้น ไม่ว่าคุณจะปล่อยให้ผมบางลงเรื่อย ๆ เพราะไม่ทันสังเกตว่าตนเองเริ่มเข้าสู่ภาวะผมบาง หรือเพราะคิดว่าอายุยังไม่มาก ยังไม่จำเป็นต้องดูแลอย่างจริงจังก็ตาม แต่ถ้าอาการผมร่วง ผมบาง ถูกปล่อยไว้แบบนี้ต่อไป วันหนึ่งข้างหน้า มีโอกาสที่รูรากผมอาจจะปิด และไม่มีเส้นผมงอกขึ้นมาอีกเลย เข้าสู่ภาวะผมล้าน ที่จะฟื้นฟูให้กลับมาหนาแน่นดังเดิมไม่ได้ง่าย ๆ

ถึงตรงนี้ คุณผู้ชายน่าจะเริ่มเห็นความสำคัญของการเร่งรักษาฟื้นฟูสภาพผม เพื่อทวงคืนรูปลักษณ์และอายุจริงกลับมา รวมไปถึงเพื่อป้องกันไม่ให้ผมบางรุนแรงยิ่งขึ้น จนสายเกินไปที่จะดูแลให้กลับมาดีดังเดิม

ทางออกหนึ่งที่นามนินภูมิใจนำเสนอ ก็คือการปลูกผมถาวร NEAT ซึ่งเป็นเทคนิคที่คุณหมอนิน พัฒนาต่อยอด เพื่อตอบโจทย์การรักษาอาการผมร่วง ผมบาง คืนความหนาแน่นของเส้นผม ให้กับคนไข้ของนามนินโดยเฉพาะ อย่างไรก็ตาม คุณหมอมีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อให้คุณผู้ชายพอมองเห็นภาพความแตกต่าง ระหว่างการตัดสินใจเข้ามาพบคุณหมอทันทีที่เริ่มมีปัญหาผม กับการรอให้ปัญหาผมรุนแรงขึ้น แล้วจึงค่อยเริ่มมาปรึกษา เพราะการ “ปลูกเร็ว” หรือ “ปลูกช้า” เป็นปัจจัยสำคัญที่จะมีส่วนทำให้การปลูกผมประสบความสำเร็จ ตรงตามที่เจ้าของเส้นผมต้องการหรือไม่

พบหมอไว ตัดสินใจ “ปลูกเร็ว”

  • การตัดสินใจปลูกผม ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นที่ผมยังดูบางลงเพียงเล็กน้อย มีข้อดีก็คือ คุณผู้ชายไม่จำเป็นต้องใช้กราฟต์ผมจำนวนมากในการปลูกใหม่ ซึ่งกราฟต์ผมที่ว่านี้ แต่ละคนมีอยู่ในปริมาณจำกัด เพราะต้องเป็นกราฟต์ผมคุณภาพดีจากด้านหลังท้ายทอยของเจ้าตัวเอง เนื่องจากมีคุณสมบัติต้านทานฤทธิ์ฮอร์โมนที่เป็นตัวการทำให้ผมร่วง ไม่ว่าจะย้ายไปปลูกตรงส่วนไหน ก็จะสามารถงอกใหม่ตามวงจรเส้นผมได้ตลอดชีวิต เมื่อใช้กราฟต์ผมปริมาณน้อย ก็ไม่ต้องกังวลว่ากราฟต์ผมจะไม่พอ สามารถปลูกได้หนาแน่นเต็มที่ ทั้งยังเหลือกราฟต์ผมไว้เผื่อกรณีจำเป็นต้องปลูกเพิ่มเติมในอนาคตได้ด้วย

  • หากคุณผู้ชายปลูกผมตอนที่อาการยังไม่รุนแรง เมื่อปลูกเรียบร้อยแล้ว บุคลิกและรูปลักษณ์ก็จะยังไม่เปลี่ยนไปมากนัก หมดปัญหาความกังวลใจ ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครทักเรื่องปลูกผม ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดที่คุณผู้ชายหลายคนให้ความสำคัญไม่น้อย

  • แน่นอนว่า เมื่อใช้กราฟต์ผมน้อย ค่าใช้จ่ายในการปลูกผม ซึ่งคิดตามปริมาณกราฟต์ผม ก็จะยังไม่สูงมาก สามารถปลูกผมใหม่ได้คุ้มค่าคุ้มราคา



ลังเล รอเวลา “ปลูกช้า” เกินควร

  • แต่หากคุณผู้ชายตัดสินใจปลูกผมช้า ปล่อยให้อาการผมร่วง ผมบาง รุนแรงมากขึ้น ก็เท่ากับว่ามีพื้นที่ที่ต้องการการปลูกผมใหม่เยอะ และจำเป็นต้องใช้กราฟต์ผมในปริมาณมาก  ปัญหาที่อาจเกิดตามมาคือ กราฟต์ผมต้นทุนที่มีอยู่จำกัดด้านหลังท้ายทอย อาจไม่เพียงพอ หรือคุณหมอจำเป็นต้องวางแผนปลูกแบบเฉลี่ยกระจาย เพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่กว้าง แต่อาจจะไม่ได้ความหนาแน่นคืนมาเท่าเดิม ทั้งนี้ อย่าลืมว่า คุณหมอจะต้องเหลือกราฟต์ผมด้านหลังท้ายทอยบางส่วนไว้ด้วย เพื่อไม่ให้ผมบริเวณนั้นดูบางเกินไป และนี่ก็คือข้อจำกัดข้อใหญ่ของผู้ที่ปลูกผมช้าจนต้องใช้กราฟต์ผมเยอะ

  • และเมื่อจำเป็นต้องใช้กราฟต์ผมเยอะ ค่าใช้จ่ายก็อาจสูงขึ้นตามไปด้วย



ทั้งนี้ คุณหมอนินมีประสบการณ์ในการปลูกผม NEAT ให้กับคนไข้ที่มีอาการผมร่วง ผมบาง ในหลาย ๆ ระดับ ซึ่งคุณหมอจะตรวจประเมินและคำนวณกราฟต์ผมที่จะนำมาใช้ปลูกใหม่อย่างเหมาะสมและคุ้มค่า คุณหมอยังเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้ด้วยตัวเองแบบเส้นต่อเส้น พิถีพิถันในการปักกราฟต์ตามทิศทางและองศาผม เพื่อให้กลมกลืนไปกับผมเดิน ให้ผลลัพธ์ใกล้เคียงผมธรรมชาติ ทั้งยังทิ้งไว้เพียงรอยแผลขนาดเล็ก จึงแทบไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ทันที ที่สำคัญ คุณหมอติดตามผลหลังปลูกตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม ซึ่งคนไข้สามารถสอบถามและขอคำปรึกษาได้อย่างต่อเนื่อง

การปลูกผม NEAT จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ทางเลือกของคุณผู้ชายที่ต้องการฟื้นฟูผมร่วง ผมบาง ปรับลุคให้กลับมาดูสมาร์ท อ่อนกว่าวัย เรียกคืนความมั่นใจในแบบที่เป็นตัวคุณ
ผมบางในวัย 45+: เข้าใจสาเหตุและทางเลือกการดูแลเส้นผม
เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 45 ปีขึ้นไป ผู้ชายหลายท่านอาจเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่ค่อยๆ ชัดขึ้น แนวผมที่ถอยร่นขึ้นเล็กน้อย บริเวณกลางศีรษะที่ดูโปร่งขึ้น หรือเส้นผมที่เคยหนาแน่นกลับบางลงทีละน้อย ความเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน หากค่อย ๆ ดำเนินไปอย่างแผ่วเบา จนบางครั้งเราอาจรู้สึกว่า “ผมยังอยู่” เพียงแต่ไม่เหมือนเดิม

ภาวะดังกล่าวมักเกี่ยวข้องกับผมบางจากกรรมพันธุ์ (Androgenetic alopecia) ในผู้ชายบางกลุ่ม รากผมจะไวต่อฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) มากกว่าปกติ เมื่อได้รับอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง วงจรชีวิตของเส้นผมจะค่อย ๆ สั้นลง เส้นใหม่ที่งอกขึ้นมีขนาดเล็กลง บางลง และในบางบริเวณอาจหยุดการเจริญเติบโตไปในที่สุด


แม้พันธุกรรมจะเป็นพื้นฐานสำคัญ แต่ปัจจัยในชีวิตประจำวัน เช่น ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ ภาวะโภชนาการ หรือโรคประจำตัว ก็อาจมีส่วนเร่งให้ผมบางชัดเจนขึ้นได้เช่นกัน ด้วยเหตุนี้ การทำความเข้าใจกลไกของฮอร์โมนจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ ก่อนพิจารณาแนวทางดูแลที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยา การเสริมวิตามิน หรือการปลูกผม ทุกวิธีล้วนมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน ซึ่งไม่มีวิธีใดถูกหรือผิด เพียงแต่ต้องเลือกให้เหมาะสมกับปัญหาที่สุด

เมื่อกล่าวถึงการรักษาที่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน ยาลดแอนโดรเจนเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับการศึกษามาอย่างยาวนาน ตัวอย่างที่ใช้กันแพร่หลาย ได้แก่ Finasteride และ Dutasteride ยาทั้งสองชนิดออกฤทธิ์โดยยับยั้งเอนไซม์ 5-alpha reductase ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยน Testosterone ให้เป็น DHT เมื่อระดับ DHT ลดลง ผลกระทบต่อรากผมก็ลดลงตาม ทำให้ผมร่วงจากกรรมพันธุ์ช้าลง ชะลอการบาง และในบางรายอาจเห็นเส้นผมดูหนาแน่นขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่อย่างไรก็ตาม ยาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมได้โดยสิ้นเชิง หากแต่ช่วยดูแลและควบคุมกลไกฮอร์โมนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เมื่อหยุดใช้ ระดับ DHT จะค่อย ๆ กลับสู่ภาวะเดิม และผมอาจบางลงอีกครั้งในช่วง 6–12 เดือน การใช้ยาจึงเปรียบเสมือนการดูแลระยะยาว ที่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำและการติดตามของแพทย์

หลายท่านอาจมีความกังวล เช่น กลัวว่าฮอร์โมนเพศชายจะลดลงทั้งหมด ความจริงคือยากลุ่มนี้ลดเฉพาะการเปลี่ยน Testosterone เป็น DHT เท่านั้น ระดับ Testosterone หลักยังคงอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนผลข้างเคียงด้านสมรรถภาพทางเพศหรือภาวะมีบุตรยาก พบได้ในสัดส่วนไม่มาก และโดยทั่วไปสามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติเมื่อหยุดยา ภายใต้การดูแลของแพทย์ และในบางคน ช่วงแรกอาจมีอาการผมร่วงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย หรือที่เรียกว่า shedding ซึ่งเป็นช่วงที่วงจรเส้นผมกำลังปรับตัว ไม่ได้หมายความว่าแพ้ยาเสมอไป ความเข้าใจที่ถูกต้องและการพูดคุยอย่างเปิดใจ จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างสบายใจมากขึ้น

นอกเหนือจากการควบคุมฮอร์โมน การดูแลสุขภาพเส้นผมจากภายในก็มีความสำคัญไม่น้อย แม้วิตามินจะไม่สามารถยับยั้ง DHT ได้โดยตรง แต่ช่วยสนับสนุนความแข็งแรงของเส้นผม เช่น Biotin ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างเคราติน Vitamin D ที่สนับสนุนการทำงานของรูขุมขน Vitamin E ที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และ Vitamin B รวม ที่ส่งเสริมการไหลเวียนเลือดไปยังหนังศีรษะ สำหรับผู้ชายวัยกลางคนขึ้นไป การประเมินภาวะร่างกายก่อนเลือกเสริมวิตามินถือเป็นแนวทางที่รอบคอบ เพราะการดูแลที่ดีไม่ใช่การเติมทุกสิ่ง หากคือการเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับร่างกายตัวเองจริง ๆ


อย่างไรก็ดี หากผมบางมากจนรากผมบางส่วนฝ่อถาวร การใช้ยาเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การปลูกผมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการ “เติมเต็ม” ความหนาแน่นที่สูญเสียไป หลักการของการปลูกผมคือการย้ายกราฟต์ผมจากบริเวณท้ายทอยไปปลูกยังบริเวณที่ผมบาง เช่น แนวผมด้านหน้าหรือกลางศีรษะ และที่ต้องเป็นผมบริเวณท้ายทอย เพราะมีคุณสมบัติต้านทาน DHT ได้ดี เมื่อย้ายไปยังตำแหน่งใหม่ คุณสมบัตินี้ยังคงอยู่ จึงให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานในบริเวณที่นำไปปลูก

การปลูกผม NEAT เน้นความละเอียดและการออกแบบเฉพาะบุคคล แพทย์จะประเมินจำนวนกราฟต์อย่างเหมาะสม ใช้ Implanter ขนาด 0.60 มิลลิเมตร ปลูกผมทีละกราฟต์ พร้อมจัดทิศทางให้กลมกลืนกับเส้นผมเดิม เพื่อให้แนวผมใหม่ดูเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับช่วงวัยและบุคลิกภาพ เพราะการปลูกผมไม่ใช่เพียงการเพิ่มจำนวนเส้นผม แต่คือการออกแบบภาพลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนของแต่ละคนอย่างกลมกลืน


หลังการปลูกผม แม้กราฟต์ที่ย้ายมาจะคงทนถาวร แต่เส้นผมเดิมบริเวณอื่นยังคงไวต่อ DHT แพทย์จึงอาจแนะนำให้ใช้ยาควบคุมฮอร์โมนร่วมด้วย เพื่อชะลอการบางในอนาคต รวมถึงโปรแกรมดูแลเสริม เช่น โปรแกรม PHB หรือ Hair Revive เพื่อบำรุงสุขภาพหนังศีรษะอย่างต่อเนื่อง และทั้งหมดนี้ควรอยู่ภายใต้การประเมินเฉพาะบุคคลอย่างเหมาะสมและค่อยเป็นค่อยไป



ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายที่กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยตนเอง หรือคนข้างกายที่กำลังหาข้อมูลด้วยความห่วงใย สิ่งสำคัญที่สุดคือความเข้าใจและการตัดสินใจที่ไม่เร่งรีบ เส้นผมอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของร่างกาย แต่สำหรับใครหลายคน มันสะท้อนความมั่นใจ ภาพลักษณ์ และช่วงเวลาของชีวิต การดูแลเส้นผมจึงไม่ใช่เรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว หากคือการดูแลตนเองด้วยความใส่ใจและความมั่นใจที่เติบโตจากภายในอย่างแท้จริง
ผู้หญิงข้ามเพศกับปัญหาแนวผม เรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็ก
เมื่อพูดถึงความสวยงาม “แนวผม” คือหนึ่งในรายละเอียดสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม แต่สำหรับผู้หญิงข้ามเพศ แนวผมไม่ใช่แค่เรื่องของทรงผม หรือผมหนาบางเท่านั้น หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ ความรู้สึกกลมกลืนกับเพศสภาพ และความมั่นใจในทุกครั้งที่มองกระจก

บทความนี้อยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจปัญหาเส้นผมในผู้หญิงข้ามเพศอย่างลึกซึ้ง พร้อมแนวทางดูแลและทางเลือกในการแก้ไขอย่างเหมาะสม โดยหัวใจสำคัญคือ “ทุกคนมีสิทธิ์เป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจ ในแบบที่คุณเลือกเอง”

ผู้หญิงข้ามเพศ (Transgender Woman) คือบุคคลที่กำเนิดเป็นเพศชาย (Assigned Male at Birth) แต่มีอัตลักษณ์ทางเพศเป็นผู้หญิง และใช้ชีวิตในบทบาทของผู้หญิงอย่างแท้จริง เส้นทางของการก้าวผ่านนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนเลือกใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนร่วมกับยาลดฮอร์โมนเพศชาย ส่งผลให้ผิวพรรณละเอียดอ่อนขึ้น การกระจายไขมันมีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น และหนวดเคราลดลง บางคนเลือกผ่าตัดหน้าอกหรือผ่าตัดยืนยันเพศ ในขณะที่บางคนอาจเลือกที่จะไม่ทำหัตถการทางการแพทย์ใด ๆ เลย ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทางใด ล้วนเป็นการตัดสินใจที่งดงามและถูกต้องในแบบของตัวเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม มีปัญหาหนึ่งที่ผู้หญิงข้ามเพศจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญร่วมกัน นั่นคือ “ปัญหาเส้นผมและแนวผม” เนื่องจากโดยกำเนิดเป็นเพศชาย รากผมจำนวนมากจึงมีความไวต่อฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) มาตั้งแต่ต้น บางคนมีลักษณะแนวผมแบบผู้ชาย เช่น หน้าผากกว้าง แนวผมรูปตัว M หรือมุมขมับที่ลึกชัด ซึ่งอาจเริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่วัยรุ่น แม้ภายหลังจะเริ่มใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนและลดฮอร์โมนเพศชายแล้วก็ตาม ฮอร์โมนสามารถช่วยชะลอการหลุดร่วง และเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมที่ยังมีอยู่ได้ในระดับหนึ่ง แต่แนวผมที่ถอยร่นไปแล้ว โดยเฉพาะบริเวณขมับและหน้าผาก มักไม่สามารถฟื้นกลับมาได้เองค่ะ


ปัญหาเส้นผมในผู้หญิงข้ามเพศมักไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียว แต่เป็นหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ 
  • แนวผมหน้าผากที่ยังคงแข็ง มุมขมับชัด ทำให้กรอบหน้าไม่ละมุน
  • ผมบางบริเวณขมับและกลางศีรษะ คล้าย Male Pattern Hair Loss
  • เส้นผมเล็กและบาง จากผลของ DHT ที่สะสมมาในอดีต
  • และที่สำคัญที่สุด คือความรู้สึกว่า “เรายังไม่เป็นตัวเองอย่างสมบูรณ์”


เมื่อแนวผมเดิมยังคงสะท้อนโครงสร้างแบบผู้ชาย จึงเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า การทำผม หรือการใช้ชีวิตประจำวัน หลายคนต้องปิดหน้าผาก เลี่ยงทรงผมที่ชอบ และรู้สึกว่ายังไม่กลมกลืนกับภาพผู้หญิงในแบบที่ตัวเองเป็น

สำหรับผู้หญิงข้ามเพศ “เส้นผม” นั้นสะท้อนภาพลักษณ์ ความมั่นใจ และตัวตนได้อย่างชัดเจน การดูแลเส้นผมจึงควรมองแบบองค์รวมทั้งภายในภายนอก เช่น เรื่องฮอร์โมน สุขภาพหนังศีรษะ และโครงสร้างแนวผม หากผมยังหนาแน่นอยู่ การดูแลหนังศีรษะ ลดการอักเสบ และเสริมด้วยการบำรุงจะช่วยให้เส้นผมแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย แต่หากเป็นเรื่องแนวผมเดิมไม่ตอบโจทย์ตัวตนที่เป็น การออกแบบแนวผมใหม่ให้มีความโค้ง นุ่ม ละมุน ปรับมุมขมับ และสร้างกรอบหน้าให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น จะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ได้อย่างชัดเจน

NEAT จึงถูกออกแบบมาเพื่อมอบมากกว่าเส้นผม แต่คือการสร้าง “กรอบหน้าใหม่” ที่สอดคล้องกับตัวตนของคุณ ซึ่งทุกขั้นตอนเริ่มจากการรับฟัง คุณหมอนินจะให้ความสำคัญกับความรู้สึก ความกังวล และความคาดหวังของผู้เข้ารับบริการเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงประเมินพื้นที่ปลูกผม และใช้หลัก Golden Ratio ในการออกแบบแนวผมใหม่ให้รับกับสัดส่วนใบหน้า ผสานทั้งศาสตร์การแพทย์และความงามเข้าด้วยกันอย่างประณีต

ในขั้นตอนการปลูกผม คุณหมอนินจะลงมือปลูกด้วย Implanter ขนาด 0.6 มิลลิเมตร ปลูกแทรกทีละกราฟต์พร้อมทั้งจัดวางทิศทางของเส้นผมให้อิงไปกับผมเดิม คำนึงถึงความหนาแน่นและลักษณะของเส้นผมในแต่ละบริเวณ พร้อมไล่ระดับความหนาบางอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้คือแนวผมใหม่ที่เชื่อมต่อกับผมเดิมอย่างกลมกลืน ดูเป็นธรรมชาติ และช่วยปรับกรอบหน้าให้ละมุนขึ้นอย่างชัดเจน


หลังการปลูกผม คุณหมอนินยังดูแลต่อเนื่องยาวนานถึง 1 ปี เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีและยั่งยืนที่สุด

หากประเมินว่าควรเสริมการบำรุง จะมีการแนะนำโปรแกรม PHB หรือ Hair Revive Program ตามความเหมาะสม สองโปรแกรมนี้จะมีเทคนิคแตกต่างกันเล็กน้อย โปรแกรม PHB จะเป็นการฉีดสารบำรุงเข้าที่หนังศีรษะ เพื่อเติมเต็มความแข็งแรงให้รากผมโดยตรง ช่วยให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวา ดกดำ และเงางามขึ้น ส่วน Hair Revive Program เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงลึกแต่ไม่สะดวกใจกับการใช้เลือดของตนเอง เป็นการบำรุงด้วยเทคนิค Microneedle Therapy โดยใช้เข็มขนาดเล็กเพียง 0.5 มิลลิเมตร สะกิดเบา ๆ บนหนังศีรษะ เพื่อเปิดทางให้ตัวยาซึมซาบได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผมใหม่ จากนั้นจึงลงผลิตภัณฑ์บำรุงเฉพาะจุด เพื่อเสริมความแข็งแรงให้รากผมในระยะยาว ซึ่งคุณหมอนินจะเป็นผู้ให้คำแนะนำและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมให้แต่ละท่านค่ะ


ความสวยของผู้หญิงข้ามเพศ ไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงให้เหมือนใคร แต่อยู่ที่การได้เป็นตัวเองในแบบที่สบายใจและมั่นคงที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนของเส้นทางชีวิต การดูแลตัวเองคือของขวัญที่คุณมอบให้ตัวเองได้เสมอ โดยเฉพาะเรื่องของ “เส้นผม” คุณควรได้รับการดูแลด้วยความเข้าใจที่แท้จริงค่ะ
5 จุด Hair Check Up รับมือ “ผมร่วง ผมบาง”
เรารู้จักเส้นผมของเราดีแค่ไหน ?

ทั้งที่เส้นผมคือส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่เราต้องได้สัมผัสหรือจัดแต่งทรงทุกวัน แต่ผมเส้นเล็ก ๆ นั้นซ่อนองค์ประกอบและรายละเอียดมากมายที่เราไม่อาจมองเห็นได้ผ่านกระจกหรือแม้แต่ตาเปล่า 

และนั่นก็คือเหตุผลว่า ทำไมการมาพบพูดคุยปรึกษากับคุณหมอผู้มากประสบการณ์ด้านการดูแลเส้นผม จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนรักเส้นผม หรือคนทั่วไปที่อยากให้เส้นผมแข็งแรง สุขภาพดี อยู่กับเราไปอีกแสนนาน

หากอยากรู้จักเส้นผมของเราเองให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในด้านของสภาพผมทั่วไป หรือปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมและหนังศีรษะต่าง ๆ “การตรวจสภาพผม” หรือ Hair Check Up กับคุณหมอด้านเส้นผมโดยตรง คือคำตอบที่ดีที่สุด เพราะเส้นผมเต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ต้องให้คุณหมอช่วยตรวจวิเคราะห์ เมื่อเรารู้จักและเข้าใจสภาพเส้นผมของเราเอง ก็จะนำไปสู่การดูแลอย่างถูกวิธี ช่วยลดความเสี่ยงโดยเฉพาะโอกาสเกิดภาวะผมร่วง ผมบางในอนาคต และหากกำลังเผชิญปัญหาเส้นผม ยิ่งทราบสาเหตุเร็ว ก็จะยิ่งวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ 


ตัวอย่างของจุดสำคัญต่าง ๆ ในการตรวจสอบสภาพเส้นผมและหนังศีรษะโดยคุณหมอ

  • Scalp
ตรวจประเมินสภาพหนังศีรษะ ว่ามีลักษณะแห้งหรือมัน มีรังแค หรือมีอาการอักเสบหรือไม่
  • Hair Keratin
เคราตินคือโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเส้นผม การตรวจวิเคราะห์เคราตินด้วยการส่องกล้องกำลังขยายสูง จะช่วยให้เห็นเส้นผมชั้นต่าง ๆ ลักษณะของเส้นใยเคราติน รวมถึงความชุ่มชื้นของเส้นผม ที่บอกได้ว่าเส้นผมได้รับการบำรุงอย่างเพียงพอหรือไม่
  • Hair Density
หมายถึงความหนาแน่นของเส้นผม เนื่องจากเส้นผมของแต่ละบุคคลมีระยะห่างที่ต่างกัน บ้างมีความหนาแน่นสูง บ้างมีความหนาแน่นปานกลาง ขณะที่บางคนมีผมค่อนข้างบาง จะช่วยให้คุณหมอวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง
  • Hair Pore
ทราบหรือไม่ว่า รูขุมขนบนหนังศีรษะของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ทั้งยังเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อความหนาแน่นของเส้นผมด้วย เพราะบางคนอาจมีผมขึ้น 3 – 4 เส้นต่อ 1 รูขุมขน ขณะที่บางคนมีผมเพียง 1 – 2 เส้นต่อ 1 รูขุมขน ข้อมูลตรงนี้ก็จะช่วยในการวางแผนการรักษาของคุณหมอด้วยเช่นกัน
  • Hair Thickness
เส้นผมขนาดใหญ่ กลาง หรือเล็ก ก็มีส่วนให้ผมของเราดูหนาแน่นหรือดูบางได้ หากสามารถวัดขนาดเส้นผมอย่างละเอียด ก็จะเป็นข้อมูลสำคัญในการดูแลเส้นผม อีกทั้งยังสามารถตรวจได้ด้วยว่า เส้นผมมีขนาดเล็กหรือบางลงหรือไม่


ทั้งนี้ การตรวจสภาพเส้นผม สามารถเข้ารับการตรวจได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่จำเป็นต้องรอให้ปัญหาเส้นผมเข้าสู่ภาวะรุนแรง คนรักเส้นผมสามารถเข้ามาปรึกษาเรื่องสภาพผมกับคุณหมอของนามนินได้ทุกเมื่อ ซึ่งคุณหมอจะรับฟังปัญหาและความต้องการของคนไข้เสมอ เพื่อสามารถวางแผนการดูแลเส้นผมแบบเฉพาะบุคคลไม่ซ้ำใคร หากจำเป็นต้องมีการเติมเต็มเส้นผมบริเวณหน้าผาก คุณหมอจะช่วยออกแบบ Hairline ใหม่เพื่อปรับกรอบหน้าให้ได้สัดส่วนยิ่งขึ้นด้วย 



รู้อย่างนี้แล้ว พร้อมหรือยังที่จะไปทำความรู้จักกับเส้นผมของเราให้ดีขึ้น นำไปสู่การดูแลเส้นผมอย่างเหมาะสมและตอบโจทย์ ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอ เพื่อเส้นผมสุขภาพดีจากภายในอย่างแท้จริง

ปลูกผมอย่างมั่นใจ เริ่มที่เข้าใจ “กราฟต์ผม”
หลายคนคงมีคำถามนี้อยู่ในใจ มีอะไรที่ควรต้องรู้ก่อนปลูกผม ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มีเรื่องที่เราควรศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับเส้นผมมากมาย เพราะการจะปลูกผมให้สำเร็จ ได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ ต้องอาศัยปัจจัยต่าง ๆ หลายมิติ ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยภายในจากเจ้าของเส้นผมเอง เช่น พื้นฐานสุขภาพความแข็งแรงของเส้นผม ความรุนแรงของปัญหาผมร่วง ผมบาง ในวันที่ตัดสินใจปลูก รวมไปถึงเพศ วัย ตลอดจนพฤติกรรมหรือสไตล์การใช้ชีวิต ขณะเดียวกันก็ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอก อย่างเช่นทักษะความชำนาญและความใส่ใจของแพทย์ผู้ลงมือปลูกผม รวมถึงแผนการรักษาและดูแลหลังปลูกในระยะยาวอีกด้วย

วันนี้ นามนินจึงขอยก Keyword หนึ่งที่สำคัญมาก ๆ ในการปลูกผม มาให้คนรักเส้นผมได้ทำความรู้จักและทำความเข้าใจ นั่นก็คือเรื่องของ “กราฟต์ผม” ถ้าใครได้ลองหาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผมมาบ้าง จะต้องรู้สึกคุ้นหรือเห็นคำนี้ผ่านตาอยู่บ่อย ๆ หลายครั้งเรามักจะเห็นวลี ปลูกผม 2,000 กราฟต์ หรือ 3,000 กราฟต์ ซึ่งมาพร้อมกับตัวเลขค่าใช้จ่ายในการปลูกผม ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนกราฟต์ที่ปลูก 

แต่ถ้าเรายังไม่รู้จักคำว่ากราฟต์ผมเลย ยังนึกภาพไม่ออกว่าการปลูกผมป็นพันกราฟต์คืออะไร การจะตัดสินใจเลือกลงทุน ปลูกผมครั้งหนึ่งในชีวิต อย่างคุ้มค่าคุ้มราคา ก็คงเป็นไปได้ยาก

ดังนั้นเอง หากใครอยากเริ่มต้นศึกษาเรื่องการปลูกผมแล้วล่ะก็ รู้อะไรไม่สู้ รู้จัก “กราฟต์ผม” จึงเป็นคำแนะนำข้อแรก ๆ จากนามนิน ถ้าเห็นความสำคัญของกราฟต์ผมกันแล้ว มาเริ่มบทเรียนแรกของวิชากราฟต์ผม 101 หลักสูตรเร่งรัดฉบับเข้าใจง่ายใน 5 นาทีกันเลย

บทที่ 1 “กราฟต์ผม” คืออะไร

กราฟต์ผม หรือ กอผม หมายถึงกลุ่มของเส้นผมที่มาอยู่รวมกัน โดยมีรากผมร่วมกัน โดยทั่วไปแล้ว กราฟต์ผม 1 กราฟต์ จะประกอบไปด้วยเส้นผมตั้งแต่ 1 – 4 เส้น แต่ละคนก็อาจจะมีจำนวนเส้นผมต่อ 1 กราฟต์มากน้อยไม่เท่ากัน คนที่มีผมหนาโดยธรรมชาติ อาจจะมีเส้นผม 3 – 4 เส้นต่อกราฟต์ บางคนอาจหนาแน่นถึง 5 เส้นต่อกราฟต์เลยก็เป็นได้ ขณะที่คนผมบาง อาจมีเส้นผมเพียง 1 – 2 เส้นต่อกราฟต์ 


นอกจากนั้น ตำแหน่งของเส้นผม ก็เกี่ยวเนื่องกับจำนวนเส้นผมต่อกราฟต์ด้วย เช่น ในบริเวณไรผม จะเป็นส่วนที่เส้นผมไม่หนาแน่นมาก มีจำนวนเพียง 1 – 2 เส้นต่อกราฟต์ ต่างกับบริเวณที่ลึกเข้าไป หรือบริเวณท้ายทอย ที่เส้นผมมีความหนาแน่นเต็มที่มากกว่านั่นเอง 


บทที่ 2 ทำไมต้องรู้จัก “กราฟต์ผม”

คำว่ากราฟต์ (Graft) เป็นศัพท์ทางการแพทย์ไว้สำหรับเรียกกลุ่มเส้นผมที่ถูกนำออกมา เพื่อเตรียมย้ายไปปลูกใหม่ เราจึงมักเห็นคำนี้ทั่วไปในกระบวนการปลูกผม ก่อนอื่น เรามาทบทวนกันอีกครั้งว่า ขั้นตอนการปลูกผมถาวร คือการเจาะย้าย “กราฟต์ผม” ออกจากด้านหลังท้ายทอย แล้วจึงนำไปปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง เช่น บริเวณกลางศีรษะ หรือบริเวณแนวผมตรงหน้าผาก 

แล้วทำไมต้องเป็นกราฟต์ผมจากท้ายทอยล่ะ เสริมความเข้าใจอีกนิด ว่าเส้นผมของเราในบริเวณต่าง ๆ สามารถหลุดร่วงได้ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการผมร่วงจากสาเหตุทางพันธุกรรมนั้น บริเวณหนังศีรษะจะมีเอนไซม์ชื่อ 5-alpha reductase ซึ่งจะเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) ให้กลายเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (dihydrotestosterone) หรือเรียกอย่างย่อว่า DHT จำชื่อนี้ไว้ให้ดี เพราะเจ้าฮอร์โมน DHT นี่ล่ะ ที่เป็นตัวการทำให้หนังศีรษะและเส้นผมอ่อนแอลง จนหลุดร่วงได้ง่ายกว่าที่ควร ไม่เว้นแม้แต่ในคุณผู้ชายที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม


แต่ด้านหลังท้ายทอยศีรษะ ถือเป็น Safe Zone ของคนรักผม และกราฟต์ผมในบริเวณนี้ ก็ได้ชื่อว่าเป็น “กราฟต์ผมต้นทุน” คุณภาพดี เพราะเส้นผมในบริเวณนี้ มีคุณสมบัติในการต้านทานฮอร์โมน DHT ดังนั้น ผมด้านหลังท้ายทอยจึงแข็งแรง คงทน ไม่หลุดร่วงง่าย และกลายเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการย้ายไปปลูกใหม่ เพราะแม้ย้ายไปแล้ว แต่คุณสมบัติความแข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย จะยังคงอยู่กับเส้นผมนั้นไปได้ตลอดชีวิตของเจ้าของเส้นผม สามารถแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง คืนความหนาแน่นให้กับเส้นผมบริเวณนั้นได้อย่างตอบโจทย์


บทที่ 3 ข้อจำกัดของ “กราฟต์ผม”

แม้ว่าเราจะมี “กราฟต์ผมต้นทุน” ด้านหลังท้ายทอย ที่เป็นความหวังในการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง อย่างถาวร แต่กราฟต์ผมในบริเวณนี้ ก็มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่าง อย่างเช่น

  • กราฟต์ผมต้นทุน ไม่ได้มีจำนวนเหลือเฟือจนใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมด ตรงกันข้าม กราฟต์ผมที่สามารถย้ายไปปลูกใหม่ได้นี้ มีอยู่เพียงจำกัด นั่นทำให้คนคนหนึ่งอาจมีโอกาสปลูกผมได้เพียง 1 หรือ 2 ครั้งในชีวิตเท่านั้น

  • กราฟต์ผมต้นทุน ยังอาจถูกคุกคามจากปัจจัยต่าง ๆ ได้ หนึ่งในนั้นก็คือ อายุ หากผู้เข้ารับการปลูกผมอายุมากขึ้น กราฟต์ผมก็อาจเริ่มหลุดร่วงไปตามวัย หรือสุขภาพผมไม่แข็งแรงเหมือนในวัยหนุ่ม

  • ในอีกมุมหนึ่ง ลองนึกภาพแต่ละคนมาเข้ารับการปลูกผมด้วยความรุนแรงของปัญหาที่ต่างกัน คนที่เริ่มผมบางเพียงเล็กน้อย ก็ไม่จำเป็นต้องใช้กราฟต์ผมต้นทุนในการปลูกใหม่มาก แต่หากใครมีอาการผมบางมาก ๆ ก็จำเป็นต้องใช้กราฟต์ผมต้นทุนจำนวนมากขึ้น เพื่อเติมเต็มส่วนที่บาง หรือกินพื้นที่กว้างให้กลับมาหนาแน่น 

ดังนั้น หากกราฟต์ผมต้นทุนเหลือน้อยลง แต่พื้นที่ปลูกผมกว้าง กรณีเช่นนี้ กราฟต์ผมก็อาจไม่เพียงพอที่จะปลูกใหม่อย่างครอบคลุมก็เป็นได้

เพราะอย่างนี้เอง กราฟต์ผม จึงเป็นตัวแปรที่สำคัญอันดับต้น ๆ ในการปลูกผม และเราจึงต้องการแพทย์ด้านเส้นผมที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์สูง เพื่อช่วยให้เรารับมือกับข้อจำกัดต่าง ๆ เหล่านี้ได้ โดยอาศัยการวิเคราะห์ประเมินปัญหาผมเฉพาะบุคคล การคำนวณกราฟต์ผมที่แม่นยำ เพื่อนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของแพทย์นั่นเอง


บทที่ 4 “กราฟต์ผม” ความท้าทายของแพทย์

ที่นามนิน คุณหมอนินต้องพบกับความท้าทายในการปลูกผมที่หลากหลายแบบเคสต่อเคส เพราะการปลูกผมไม่อาจมีสูตรสำเร็จ เมื่อแต่ละคนมาด้วยปัญหาและเงื่อนไขที่ต่างกัน แพทย์จึงต้องออกแบบแนวทางแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล เคสใหม่ คิดใหม่ ไม่มีซ้ำ ซึ่งโดยทั่วไป หลังจากพูดคุยกับคนไข้ เพื่อตรวจวิเคราะห์และประเมินปัญหาอย่างรอบด้านแล้ว แพทย์จะคำนวณปริมาณกราฟต์ผมที่ต้องใช้ในการปลูก เพื่อให้สามารถใช้กราฟต์ผมที่มีอยู่จำกัดนั้นได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด 

โดยทั่วไป แพทย์จะเฉลี่ยกราฟต์ผมให้เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกใหม่ โดยมีการคัดแยกตัดแต่งกราฟต์ผมก่อนนำไปปลูก ดังนั้น กราฟต์ผมที่พร้อมปลูกใหม่ จึงไม่ได้มีแค่แบบผมเส้นเดี่ยว แต่สามารถมีได้ตั้งแต่ 1 – 4 เส้นผมต่อกราฟต์ ซึ่งหากคนไข้ไม่ได้มีอาการผมบางรุนแรง หรือพื้นที่ปลูกใหม่ยังไม่กว้าง ก็สามารถใช้กราฟต์ผมที่ตัดแต่งให้มีจำนวน 1 – 3 เส้นผมต่อกราฟต์ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องใช้กราฟต์ผมเยอะเกินความจำเป็น ตรงนี้เอง เป็นการวางแผนของแพทย์เผื่อสำหรับอนาคต หากวันหนึ่งคนไข้จำเป็นต้องเข้ารับการปลูกผมอีกเป็นครั้งที่ 2 ก็จะยังมีกราฟต์ผมต้นทุนด้านหลังท้ายทอยไว้สำรองในวันข้างหน้า


ที่สำคัญ ไม่เพียงปลูกผมเติมเต็มความหนาแน่น แต่แพทย์จะคำนึงถึงมิติด้านความงามควบคู่กันไปด้วย คุณหมอนินจึงลงมือปลูกผมให้เองทุกกราฟต์ เพื่อควบคุมทิศทางองศาผม ให้กลมกลืนไปในทางเดียวกันกับผมเดิม ไม่ย้อนทิศผิดทาง ปักเส้นผมให้ได้ระยะลึกที่พอดี และได้ความหนาแน่นที่เหมาะสม ไม่เบียดกันแน่นเกินไป หรือบางเกินไป ทั้งยังคำนึงถึงทรงผมเดิม หรือทรงผมแบบที่คนไข้ต้องการ เพื่อที่ว่าหลังปลูกผมแล้ว คนไข้ยังสามารถจัดแต่งทรงผมได้อย่างเป็นตัวเอง และใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างสะดวกสบายอีกด้วย


และทั้งหมดนี้ ก็คือ 4 บทเรียนสำหรับมือใหม่เริ่มทำความเข้าใจ “กราฟต์ผม” ที่จะช่วยให้เราประเมินความคุ้มค่าคุ้มราคาก่อนการตัดสินใจปลูกผมได้ชัดเจนขึ้น ขณะเดียวกันก็ช่วยไขข้อข้องใจได้เป็นอย่างดีว่า ทำไมคนส่วนใหญ่จึงแนะนำให้รีบปลูกผมตั้งแต่เนิ่น ๆ เมื่ออาการผมร่วง ผมบางยังไม่รุนแรง ปลูกได้เลยตั้งแต่อายุยังไม่มาก ไม่ต้องรอให้ถึงวันสูงวัย เพราะยิ่งปลูกผมเร็วเท่าไหร่ ก็มีโอกาสที่จะเติมเต็มผมหนาแน่นได้สมบูรณ์กว่า อุ่นใจกว่า เนื่องจากยังไม่ต้องกังวลกับจำนวนกราฟต์ผมที่มีจำกัดนั่นเอง

เส้นผมใหม่ เปิดโลกใหม่ เติมเต็มความมั่นใจในทุกวัน
ถ้าความมั่นใจไม่มีวันหมดอายุ การปลูกผมเพื่อเสริมความมั่นใจก็ไม่จำกัดอายุเช่นเดียวกัน

ในปัจจุบัน การปลูกผมเป็นเทรนด์ที่ทุกคนสามารถทำได้ไม่ว่าจะเพศไหนหรือวัยใดก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยกลางคน ปัญหาผมร่วงและผมบางมักเป็นเรื่องที่หลายคนต้องเผชิญ เส้นผมที่เคยหนาแน่นเริ่มบางลงจนส่งผลกับบุคลิกภาพและความมั่นใจ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน การเข้าสังคมหรือแม้กระทั่งกระทบต่อการทำงาน 

การปลูกผมช่วยฟื้นฟูบุคลิกภาพและความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง การมีเส้นผมหนาแน่นและสุขภาพดีไม่เพียงแต่ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูดีขึ้น แต่ยังฟื้นฟูความรู้สึกภายในจิตใจได้อย่างมาก จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่เข้ารับการปลูกผม NEAT กับคุณหมอนิน หลายคนจะมี “จุดเปลี่ยน” ที่เหมือนกันคือ จากที่เคยคิดว่า พออายุมากแล้ว ชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากมาย ใส่ใจตัวเองน้อยลง ทิ้งความฝันที่เคยอยากทำ และไม่คิดอยากลองทำอะไรใหม่ๆ อีก แต่หลังการปลูกผม ทัศนคติก็เปลี่ยนไป เส้นผมใหม่ทำให้รู้สึกมั่นใจ สดใสและมีพลัง ได้กลับมามองโลกในมุมมองใหม่ พร้อมเผชิญกับทุกโอกาสในชีวิต เปิดใจลองทำสิ่งใหม่ๆ การใช้ชีวิตมีความหมายมากขึ้นและมีความสุขในทุกวัน


NEAT การปลูกผมที่เป็นการผสานกันอย่างลงตัวระหว่างศาสตร์และศิลป์ ที่คิดค้นและพัฒนาโดย พญ.นิล นามทองต้น หรือคุณหมอนิน แพทย์ผู้ปลูกผมที่เข้าใจดีว่า “เส้นผม” นั้นส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้มากเพียงใด คุณหมอนินได้ออกแบบ NEAT มาเพื่อมอบทั้งความสวยงามและความสะดวกสบายให้ทุกคน เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ที่ทุกอย่างต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และหัวใจสำคัญของการปลูกผม NEAT คือ คุณหมอนินเป็นผู้ลงมือเองในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาปรึกษาคุณหมอ และดูแลอยู่เคียงข้างจนครบ 1 ปีเต็มหลังการปลูกผม จนกว่าเส้นผมใหม่จะเติบโต แข็งแรง

ไม่ว่าปัญหาเส้นผมจะเป็นอย่างไร กังวลใจอะไรเป็นพิเศษ ความคาดหวังที่คิดไว้จะเป็นไปได้จริงเพียงใด หลังปลูกผมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คำถามเหล่านี้และข้อสงสัยอื่นๆ อีกมากมาย ผู้เข้ารับบริการสามารถถามคุณหมอนินได้โดยตรง คุณหมอพร้อมให้ปรึกษา อธิบายเหตุและผลอย่างตรงไปตรงมากับทุกคนทุกเคส NEAT จึงเป็นการปลูกผมที่ได้รับการแนะนำต่อกันเป็นวงกว้าง ด้วยความใส่ใจ จริงใจ และการดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันแรกสร้างความประทับใจให้ผู้เข้ารับบริการทุกคนตลอดมา 




สิ่งที่นอกเหนือจากความใส่ใจของคุณหมอนิน ผลลัพธ์ของการปลูกผม NEAT ก็เห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งกรอบหน้าใหม่ที่ช่วยเสริมให้รูปหน้ามีสัดส่วนที่สวยงามขึ้น เส้นผมใหม่ที่คุณหมอนินลงมือปลูกด้วยตัวเองทุกเส้นขึ้นหนาแน่นและกลมกลืนกับผมเดิม ที่สำคัญคือ หลังการปลูกผม คุณหมอก็ยังคงดูแลต่อเนื่อง ติดตามผลเป็นระยะ ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ใครๆ ต่างก็เชื่อมั่นและประทับใจในการปลูกผม NEAT ของนามนิน

นอกจากจะพัฒนาการปลูกผม NEAT จนเป็นที่ยอมรับแล้ว คุณหมอยังได้มุ่งมั่นค้นคว้า พัฒนาเทคนิคการฟื้นฟูและดูแลเส้นผมในรูปแบบวิธีการอื่นๆ ที่จะช่วยให้เส้นผมที่ปลูกใหม่และเส้นผมเดิมนั้นแข็งแรงอย่างยาวนานไปพร้อมกัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมประเภทต่างๆ ที่อ่อนโยนและเหมาะสมที่จะใช้ภายหลังการปลูกผม เช่น แชมพู ครีมนวดผม เซรั่มบำรุงเส้นผมและสเปรย์จัดแต่งทรงผม 

และไม่ว่าจะผ่านการปลูกผมไปนานกี่ปีก็ตาม หลายคนยังมั่นใจเลือกให้คุณหมอนินดูแลสุขภาพเส้นผมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเข้ารับบริการโปรแกรม PHB ตามที่คุณหมอนินแนะนำ เพื่อเป็นการฉีดบำรุงทั้งเส้นผมใหม่และเส้นผมเดิมให้แข็งแรงอย่างยาวนานไปพร้อมกัน



การปลูกผมไม่ใช่แค่เพื่อรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นการเสริมสร้างความมั่นใจจากภายใน เมื่อมีความมั่นใจ เราจะมีพลังในการทำสิ่งต่างๆ อย่างเต็มที่ และจะรู้สึกได้ด้วยตัวเองว่าการใช้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น เปิดโอกาสให้ตัวเองได้กลับมารู้สึกดีในทุกๆ วัน เหมือนกับได้เปิดโลกใบใหม่ให้กับตัวเองที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความสุขอีกครั้งหนึ่ง

รับมืออย่างไร “สูงวัย” VS “ผมร่วง”
หนึ่งในปัญหาความกังวลใจของผู้ที่ตัวเลขอายุเริ่มเดินหน้าเข้าสู่ช่วง “สูงวัย” ก็คืออาการผมร่วง ผมบาง ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุพันธุธรรม หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งชวนให้เจ้าของเส้นผมหมดความมั่นใจในการออกไปพบปะผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้สูงวัยในปัจจุบันยังคงใช้ชีวิตแบบ Active เต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ไม่ใช่วัยที่จะเก็บตัวเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านเหมือนสมัยก่อน ดังนั้น การดูแลเส้นผมให้ยังคงดูหนาแน่น ดกดำ จึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้สูงวัยในยุคนี้ 

ทางออกเหล่านี้ คือตัวช่วยสำหรับผู้สูงวัย ที่ต้องการฟื้นบำรุงผม และคืนความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง

รับประทานยา 
ตัวอย่างเช่นยา Finasteride สำหรับคุณผู้ชายที่มีอาการผมบางจากกรรมพันธุ์ ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่จะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายเป็น DHT ซึ่งเป็นตัวการออกฤทธิ์ทำให้รูขุมขนแคบลง เส้นผมอ่อนแอ เล็ก และบางลงเรื่อย ๆ จนหลุดร่วงง่ายก่อนเวลาอันควร ตัวยานี้จึงช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ 

ทายา
Minoxidil เป็นยาสำหรับทา ที่จะช่วยลดระยะเวลาเส้นผมที่อยู่ในระยะพัก และยืดระยะเจริญเติบโตของเส้นผมให้ยาวนานขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นและบำรุงให้รากผมแข็งแรง ชะลออาการหลุดร่วง เร่งการสร้างเส้นผมใหม่ ขณะเดียวกันก็ช่วยขยายรูขุมขนบริเวณหนังศีรษะ ส่งผลให้ขนาดของเส้นผมที่งอกขึ้นใหม่นั้นมีโอกาสที่จะใหญ่และหนากว่าเดิม 

เลือกรับประทานอาหารบำรุงเส้นผม
ถือเป็นการบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงจากภายใน ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอุดมไปด้วยสารอาหารที่เส้นผมต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารตระกูลไข่ ที่ให้โปรตีนสูง เนื่องจากโปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเส้นผม ตามมาด้วยอาหารประเภทถั่วและธัญพืช ซึ่งมีไบโอติน ช่วยบำรุงเส้นผมโดยตรง เนื้อสัตว์ประเภทเนื้อแดง ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือดซึ่งจะลำเลียงสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเส้นผมนั่นเอง และยังแนะนำให้รับประทานผักใบเขียว ซึ่งเป็นแหล่งของวิตามินหลากหลายชนิด ที่ล้วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผมเช่นกัน

รับประทานวิตามินรวม
เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและสะดวกสบาย แต่ได้คุณค่าครบ ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ VITA H จากนามนิน ที่มาในรูปแบบของแคปซูล ซึ่งแพทย์คัดสรรวิตามินตัวเด่นมาไว้รวมกัน เพื่อช่วยบำรุงรากผม ทั้งยังเสริมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอีกหลายชนิด ช่วยให้ลดการอักเสบของหนังศีรษะ ซ่อมแซมเส้นผม และเสริมโครงสร้างเส้นผมให้แข็งแรง รวมถึงลดการหลุดร่วงอย่างได้ผล



ปลูกผมถาวร
นามนินขอแนะนำ การปลูกผม NEAT ที่พัฒนาต่อเนื่องโดยคุณหมอนิน โดยเป็นการเจาะย้ายรากผมจากด้านหลังท้ายทอย นำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วงและผมบาง ซึ่งดำเนินการโดยคุณหมอนินเพียงท่านเดียวตลอดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทางรักษา ตามมาด้วยการลงมือปลูกผมด้วยตัวเองแบบเส้นต่อเส้น รวมไปถึงการดูแลติดตามผลอย่างต่อเนื่องทุกระยะ เป็นเวลา 1 ปีเต็ม 


คุณหมอนินยังออกแบบเทคนิคต่าง ๆ เสริมเข้าไป เพื่อให้การปลูกผมเป็นประสบการณ์แสนสะดวกสบายและปลอดภัยสำหรับคนทุกวัย หลังปลูกผมสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ที่สำคัญ การปลูกผม NEAT  ได้ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ คืนรอยยิ้มและความมั่นใจให้กับผู้สูงวัยมาแล้วหลายท่าน 


ผู้สูงวัย จึงมีทางเลือกที่หลากหลายเพื่อรับมือกับปัญหาเส้นผม แต่ถ้าท่านไหนยังลังเลใจ ไม่แน่ใจว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไรดี บางท่านมีความสงสัยว่าควรเลือกใช้วิธีใดจึงจะเหมาะสม หรือบางท่านพยายามรักษาอาการผมร่วงมานานแล้ว แต่ยังไม่ใช่คำตอบที่ตามหา ขอแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอที่นามนิน เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการรักษาที่ใช่ เติมเต็มความสุขคนสูงวัยไปด้วยกัน
ปลูกผม NEAT แก้ปัญหาผมบางตรงจุด
การปลูกผม NEAT ที่ออกแบบโดยคุณหมอนิน : พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม นามนินคลินิก ได้เปลี่ยนภาพจำของการปลูกผมในรูปแบบเดิมๆ ที่หลังการปลูกผมต้องพันผ้า พักฟื้น และยังต้องมีการดูแลตัวเองที่ยุ่งยากไปจนหมดสิ้น และ NEAT ยังเปลี่ยนให้การปลูกผมจึงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมมอบทั้งความสวยงามและความสะดวกสบายให้ผู้เข้ารับบริการทุกคน

หัวใจของ NEAT คือ เทคนิคการปลูกผมด้วย Implanter ขนาดเล็กเพียง 0.6 มิลลิเมตร แผลหลังการปลูกผมจึงมีขนาดเล็ก มีเลือดออกน้อย แทบไม่เกิดอาการบวมช้ำ แทบไม่มีสะเก็ดแผล ตอบสนอง lifestyle ที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน ไม่เสียบุคลิกภาพแม้จะเป็นช่วงหลังการปลูกผมใหม่ๆก็ตาม ไม่เป็นเป้าสายตา สามารถออกจากบ้านไปทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้ตามปกติ


และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ นอกเหนือจากเทคนิคที่จะทำให้การปลูกผมประสบผลสำเร็จก็คือ ประสบการณ์ ความประณีตและความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ “แพทย์ผู้ปลูกผม” อย่างคุณหมอนิน ที่เป็นผู้ลงมือปลูกผมทุกเส้นด้วยตัวเอง ซึ่งผู้เข้ารับบริการทุกคนคอนเฟิร์มว่า คุณหมอทำงานเป็นทีมเดียวกันกับเขาตั้งแต่วันแรก ทั้งเป็นผู้ที่รับฟังปัญหา ประเมินความคาดหวัง รู้ข้อจำกัด สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ออกแบบการรักษา ลงมือปลูกผมด้วยตัวเอง รวมถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการปลูกผม เพื่อให้ NEAT ได้มอบเส้นผมใหม่ ที่จะนำบุคลิกภาพและความมั่นใจกลับมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

คุณหญิง ธิติกานต์ ศิลปินนักร้อง เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่า “ผมบาง” เริ่มเป็นปัญหา เริ่มกระทบกับงานและการใช้ชีวิตประจำวัน และเธอก็ไม่รอช้า รีบหาวิธีแก้ปัญหาที่ตรงใจและเหมาะสมกับตัวเองโดยเร็วที่สุด


จากข้อมูลที่คุณหญิงศึกษาด้วยตัวเอง ประกอบกับเห็นเพื่อนศิลปินหลายคนได้เข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT ของนามนินแล้วก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หลังการปลูกผมไม่มีบาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำงานได้ตามปกติ ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาก็ดีมากๆ ดูเป็นธรรมชาติ และเมื่อคุณนุช วิลาวัลย์ได้แนะนำให้รู้จักกับคุณหมอนิน คุณหญิงจึงไม่ลังเลที่จะตัดสินใจเข้ามาปรึกษาปัญหาของตนเองกับคุณหมอทันที

จากการได้เข้าพบคุณหมอและได้ประเมินปัญหาผมบางของคุณหญิง คุณหมอนินยังชื่นชมว่า เป็นการตัดสินใจพบแพทย์ที่รวดเร็วดีมาก เพราะปัญหาผมบางยังน้อย การปลูกผมไม่ต้องใช้กราฟต์จำนวนมาก เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการปลูกผมที่สุด และแนะนำว่า NEAT คือเทคนิคที่จะแก้ปัญหาได้ตรงจุดอย่างที่คุณหญิงต้องการ “คุณหมอนินแนะนำ NEAT ค่ะ ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของคุณหมอเลยนะคะ คุณหมอปลูกเองกราฟต์ต่อกราฟต์เลยค่ะ คุณหมอดูแลเองทุกขั้นตอน หญิงจะบอกว่า ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด คุณหมอมือเบามาก”


ด้วยความประณีตและเทคนิคเฉพาะตัวของคุณหมอนินในการปลูกผม NEAT หลังเข้ารับการปลูกผม แม้แต่คนรอบข้างก็ยังไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติใดๆ เพราะคุณหญิงสามารถไปเที่ยว ไปทำงาน ไปร้องเพลงและใช้ชีวิตได้ตามปกติทุกอย่าง ยกเว้นความสวยเท่านั้นที่เปลี่ยนไป

จากวันแรกที่เข้ารับการปลูกผมจนมาถึงในวันนี้ที่ครบ 1 ปี คุณหญิงยิ่งรู้สึกสบายและมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม เพราะการดูแลหลังการปลูกผมอย่างใกล้ชิดของคุณหมอนิน ที่ทุกๆ การนัดติดตามผลหลังการปลูกผม คุณหมอนินจะเป็นผู้ประเมินและติดตามการรักษาด้วยตนเอง หากมีข้อสงสัยหรือกังวลใจใดๆ ก็สามารถปรึกษาคุณหมอได้ด้วยตัวเองในวันนัดได้เลย ทำให้ 1 ปีหลังการปลูกผมเป็นช่วงเวลาที่อุ่นใจ สบายใจ และน่าประทับใจของผู้เข้ารับบริการทุกคนตลอดมา


“อยากจะบอกว่าดีใจมากที่วันนี้หญิงไม่ต้องใช้แฮร์แชโดว์แล้ว เพียงแต่ว่าเราดูแลและบำรุง กินวิตามินตามที่คุณหมอแนะนำ เพื่อที่ว่าผมของเราที่ปลูกมาค่ะจะได้มีรากผมที่แข็งแรงและอยู่กับเราไปได้นานๆ แค่นี้เองค่ะ เป็นวิธีการง่ายๆที่คุณหมอแนะนำนะคะ”

NEAT การปลูกผมง่ายๆ สบายๆ ที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผมบางของทุกคน เป็นประสบการณ์ใหม่ของการปลูกผมที่รอให้คุณมาสัมผัสที่ “นามนิน” ค่ะ

เทคนิคสร้างความแข็งแรงให้ “เส้นผม” และ “หนังศีรษะ”
เส้นผมและหนังศีรษะ คือส่วนสำคัญของร่างกายที่มองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับหลาย ๆ คน เส้นผมที่หนาแน่น แลดูสุขภาพดี ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมรูปลักษณ์และบุคลิกภาพ พร้อมทั้งบ่งบอกตัวตนในสไตล์ของแต่ละคน ความเรียบร้อยและดูดีของเส้นผมบนศีรษะ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในการดูแลตัวเองของเจ้าของเส้นผมได้เป็นอย่างดี



นั่นจึงทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับเส้นผมและหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นอาการคัน มีรังแค ผมแห้งแตกปลาย ผมมันจับตัวเป็นก้อน รวมไปถึงอาการผมร่วง ที่ทำให้ดูผมบาง หรือเสี่ยงที่จะเกิดภาวะผมล้าน ซึ่งล้วนทำให้เจ้าของเส้นผมเกิดไม่ความไม่มั่นใจในตัวเอง เนื่องจากเสียบุคลิกหรือดูไม่ดีเวลาออกไปพบปะผู้คน ต้องคอยพะวงกับการปกปิดร่องรอยปัญหาผมอยู่ตลอดเวลา


การทำความเข้าใจและสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ของตนเอง ที่อาจส่งผลถึงสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการมองหาสาเหตุและแนวทางแก้ปัญหาผมอย่างตรงจุด ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับหนังศีรษะของเรากันก่อน โดยทั่วไป สภาพปัญหาหนังศีรษะจะแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ

  • สำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะแห้ง สังเกตได้ว่าเมื่อสัมผัสเส้นผม มักจะรู้สึกแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื้น ส่วนหนังศีรษะก็รู้สึกแห้งตึง อาจมีขุยเล็ก ๆ สีขาว ๆ หลุดออกมา รวมถึงมีอาการคันด้วย

  • สำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะมัน วิธีสังเกตง่าย ๆ ก็คือ หลังจากสระผมเพียงไม่ถึงวัน เส้นผมโดยเฉพาะบริเวณโคนผมก็เริ่มมีมีน้ำมันมาเคลือบแล้ว ทำให้ผมดูลีบแบน ไม่สะอาด อีกทั้งบางคนยังเริ่มมีกลิ่นอับหรือกลิ่นชื้นตามมา

ดังนั้น สัญญาณต่อไปนี้ อาจเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเราควรเริ่มลุกขึ้นมาดูแลเส้นผมและหนังศีรษะให้ดีกว่าเดิม ลองเช็คดูซิว่า เรามีอาการเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

  • ผมแห้ง
  • ผมแตกปลาย
  • ผมชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก
  • ผมมัน
  • คันหนังศีรษะ
  • รังแค
  • ผมร่วง
  • รอยแสกผมกว้าง
  • ผมด้านหน้าเว้าลึก
  • ผมบางกลางศีรษะ

เมื่อรู้จักสภาพปัญหาผมของตนเองในเบื้องต้นแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการลองทำความเข้าใจสาเหตุความผิดปกติของเส้นผมและหนังศีรษะที่อาจเป็นไปได้ เหล่านี้เป็นตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้คนส่วนใหญ่สูญเสียความสมดุลของหนังศีรษะ และสะท้อนออกมาในรูปแบบของปัญหาผมต่าง ๆ กัน โดยเฉพาะอาการผมร่วง ผมบาง ไปจนถึงภาวะผมล้าน ซึ่งต้องการการบำรุง ดูแล และทางออกในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนกว่าปัญหาผมแบบอื่น ๆ

  • กรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดกันมาในครอบครัว
  • ความเครียด
  • การขาดสารอาหารที่เหมาะสม
  • ผลข้างเคียงจากโรค
  • ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาบางชนิด
  • ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ภาวะหลังคลอด

พฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว เช่น
  • การสระผมบ่อยเกินไป หรือสระผมด้วยน้ำอุ่นจัดเกินไป
  • การหวีผมขณะผมเปียก หรือหวีผมแรงเกินไป
  • การปล่อยให้เส้นผมเปียกหรือชื้นเป็นเวลานาน
  • การยืด ดัด ย้อม ทำสีผม หรือใช้สารเคมีกับเส้นผมมากเกินไป
  • การใส่หมวกหรือมัดผมที่รัดแน่นเป็นเวลานานเกินไป
  • การดึงผมขณะอยู่ในภาวะเครียด

ซึ่งนอกจากการลองสังเกตสภาพปัญหาและอาการผิดปกติของเส้นผมด้วยตนเองแล้ว การเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผม ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการประเมินสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาผม และยังนำไปสู่การออกแบบวิธีการรักษาที่เหมาะสม ตอบโจทย์ ตรงจุดได้ต่อไปอีกด้วย


ที่นามนิน คุณหมอนิน หรือแพทย์หญิงนิล นามทองต้น (44659) แพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกผม ไม่เพียงสั่งสมทักษะและประสบการณ์ด้านการดูแลเส้นผมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน แต่ยังมีแนวทางการรักษาที่เต็มไปด้วยความใส่ใจตั้งแต่วันแรก ผ่านเทคนิควิธีและขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้

  • การประเมินสภาพปัญหา และวิเคราะห์แนวทางรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง ด้วยความเข้าใจเป็นอย่างดีว่า คนไข้แต่ละคนมีลักษณะปัญหาที่แตกต่างกัน ไม่ซ้ำกันเลย จึงไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จในการรักษาได้ แต่ต้องวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับคนไข้ที่สุด แบบเคสต่อเคส


  • การตั้งใจรับฟังเสียงของคนไข้ตั้งแต่วันแรกของการพูดคุยปรึกษา เพื่อทำความเข้าใจถึงความกังวลใจของคนไข้ รวมถึงรับทราบโจทย์ความต้องการของคนไข้ ซึ่งจะนำไปสู่การออกแบบแนวทางการรักษาร่วมกันของทั้งคนไข้และแพทย์ 

  • การสื่อสารกับคนไข้อย่างใกล้ชิด เป็นกันเอง เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และพยายามอธิบายให้คนไข้เห็นภาพขั้นตอนการรักษา รวมถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้เสมอ

  • คุณหมอนินไม่ยึดติดกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีการปลูกผมถาวรเท่านั้น แต่ยึดเอาสภาพปัญหาผมและลักษณะอาการของคนไข้เป็นหลัก ว่าควรรักษาด้วยวิธีแบบใดตามลำดับ ซึ่งหลายเคสไม่จำเป็นต้องพึ่งการปลูกผม เพียงแต่ใช้ผลิตภัณฑ์หรือเข้ารับบริการ Treatment ฟื้นบำรุงที่เหมาะสม ก็สามารถตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้

  • การพัฒนาเทคนิคการรักษาที่เอื้อให้คนไข้สะดวกสบายมากที่สุด การลงมือปลูกผมให้คนไข้ด้วยตนเอง รวมถึงการนำประสบการณ์การรักษาที่ผ่านมา มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ Treatment เพื่อช่วยดูแลปัญหาผมของคนไข้ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

  • การติดตามผลการรักษาทุกระยะอย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาตามจริงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งยังให้คำปรึกษาและตอบข้อสงสัยของคนไข้ด้วยตนเองเสมอ

สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุง และบริการ Treatment ที่คุณหมอนินเลือกสรรมาเพื่อคนไข้ของนามนินโดยเฉพาะ ถือเป็นส่วนสำคัญในเส้นทางการรักษาตามลำดับความเหมาะสม โดยเริ่มตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่างเช่นแชมพูทำความสะอาดผม ไปจนถึง Treatment ฟื้นบำรุงสำหรับฉีดเข้าที่หนังศีรษะได้อย่างปลอดภัย



Mojelim Elixir Shampoo
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะสุดอ่อนโยน จากโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านเส้นผมของเกาหลี การันตีส่วนผสมที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าได้มาตรฐาน ไม่ก่อให้เกิดการะคายเคืองทางผิวหนัง มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยรักษาความสมดุลระหว่างความมันและความชุ่มชื้นบนหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม ฟื้นบำรุงให้เส้นผมนุ่ม แข็งแรงจากภายใน ทั้งยังสามารถใช้ได้ทั้งผู้ที่มีสภาพผมแห้งและผมมัน 



Elixir Hair Serum by NEAT HAIR NUE
เซรั่มสำหรับทาเพื่อบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง เงางาม กระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผม ทั้งยังช่วยลดการเกิดผมหงอกก่อนวัยอันควร โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% เช่น สารสกัดจากดอกอัญชัน หญ้าหางม้า เมล็ดข้าวสาลี ธูปฤาษี เป็นต้น



VITA H
วิตามินรวมสำหรับรับประทาน เน้นคุณประโยชน์ในการบำรุงลึกถึงระดับรากผมอย่างล้ำลึก พร้อมทั้งอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะ ลดความมัน เสริมโครงสร้างเส้นผมให้แข็งแรง ซ่อมแซมเนื้อเยื่อเส้นผม ลดการหลุดร่วง กระตุ้นการเจริญเติบโต ให้เส้นผมแข็งแรง สุขภาพดีจากภายใน



Natural Fixing Spray
สเปรย์จัดแต่งทรงผมที่อ่อนโยนต่อเส้นผมและหนังศีรษะ ด้วยน้ำดอกกุหลาบบัลกาเรีย น้ำมันจากผลอโวคาโด และส่วนผสมจากธรรมชาติอื่น ๆ 100% นอกจากจะช่วยจัดแต่งทรงผมให้อยู่ทรงอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว ยังเสริมบำรุงให้ผมเงางาม  นุ่มสลวย มีน้ำหนัก ดูสุขภาพดี ไม่ระคายเคืองหนังศีรษะ และไม่ทิ้งคราบ จึงทำความสะอาดง่าย ปลอดภัยต่อทุกสภาพเส้นผม

PHB Treatment
ทรีตเมนท์สำหรับฉีดบำรุงที่พัฒนาขึ้นโดยคุณหมอนิน เพื่อดูแลเส้นผมให้แข็งแรงขึ้นตั้งแต่ระดับเซลล์รากผม เหมาะสำหรับผู้ที่รูขุมขนบนหนังศีรษะยังไม่ปิด หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาผมร่วง ผมบาง ในระยะเริ่มต้น โดย PHB Treatment จะช่วยกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม ลดการหลุดร่วง เสริมให้เส้นผมที่เคยเล็ก ลีบ แบน มีขนาดที่หนาขึ้น ใหญ่ขึ้น จึงช่วยให้ผมดูหนาขึ้น ดกดำขึ้นได้ในที่สุด


การปลูกผม NEAT
เป็นเทคนิคที่พัฒนาต่อยอดขึ้นโดยคุณหมอนิน โดยเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณที่เส้นผมมีคุณสมบัติทนทาน ไม่หลุดร่วงง่าย มาปลูกใหม่ในบริเวณที่เป็นปัญหา เพื่อเติมเต็มให้ผมดูหนาแน่นขึ้น ซึ่งคุณหมอจะมีเทคนิคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคขั้นบันไดเพื่อซ่อนแผลด้านหลัง เทคนิคการปลูกผมแทรก เพื่อให้ผมใหม่กลมกลืนไปกับผมเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงการออกแบบกำหนด Hairline หรือกรอบหน้าใหม่ในกรณีปลูกผมด้านหน้า เพื่อปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุล ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การปลูกผม NEAT เป็นวิธีการรักษาที่กินเวลายาวนานถึง 1 ปีเต็ม เส้นผมใหม่จึงจะเติบโตอย่างสมบูรณ์ตามวงจรธรรมชาติ ซึ่งคุณหมอจะคอยติดตามผลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางการรักษา


ทั้งหมดนี้ คือแนวทางการฟื้นบำรุงผมหนาแน่นและแข็งแรงจากคุณหมอนิน ที่ออกแบบมาสำหรับคนรักเส้นผมโดยเฉพาะ เพื่อช่วยคืนความสุขและความมั่นใจให้กับเจ้าของเส้นผมอีกครั้ง โดยเริ่มต้นง่าย ๆ เพียงแค่ก้าวเข้ามาปรึกษากับคุณหมอนินที่นามนินนั่นเอง

เทคนิคปลูกผม “สร้างกรอบหน้า”
“กรอบหน้า” คือตัวแปรสำคัญต่อ “ความงาม” บนใบหน้าโดยรวม โดยเฉพาะสำหรับคุณผู้หญิง บางคนมีใบหน้าหวาน หรือใบหน้าดุ ก็เนื่องจากลักษะของกรอบหน้า หรือบางคนที่มีกรอบหน้าช่วงแนวไรผมบริเวณหน้าผากค่อนข้างสูงหรือร่นลึกเข้าไป ก็ทำให้ใบหน้าดูไม่สมส่วน ดูสูงวัยกว่าอายุจริง จนอาจถึงขั้นเสียบุคลิกภาพ และบั่นทอนความมั่นใจในการออกไปพบปะผู้คนก็เป็นได้

การทำหัตถการ “ปลูกผม” นั้น หลายครั้งไม่เพียงเพื่อช่วยเติมเต็มความหนาแน่นให้กับผมบนศีรษะ แต่ยังเป็นโอกาสในการ “สร้างกรอบหน้า” ใหม่อีกด้วย โดยเฉพาะที่นามนินคลินิก ซึ่งการปลูกผมมีความหมายทั้งในเชิงศาสตร์และเชิงศิลป์ คุณหมอนิน - แพทย์หญิงนิล นามทองต้น จึงไม่เคยละเลยที่จะใช้ศาสตร์การแพทย์เพื่อรักษาอาการผมร่วงและผมบางด้วยการปลูกผม พร้อมกับใช้มุมมองเชิงศิลปะในการเสริมแต่งความงามอย่างเป็นธรรมชาติให้กับใบหน้าของคนไข้ด้วย

โดยหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่คุณหมอจะต้องใช้ความชำนาญเชิงศิลป์เป็นพิเศษ ก็คือการ “สร้างกรอบหน้า” ใหม่ ด้วยการออกแบบและวาด Hairline หรือแนวผมบริเวณหน้าผาก ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาแนวผมร่นลึกแล้ว ยังเป็นการอาศัยหลักสัดส่วนทองคำ หรือ Golden Ratio ออกแบบแนวผมใหม่เพื่อปรับให้รูปหน้าของคนไข้มีความสมส่วน ชวนมอง ในขั้นตอนนี้ คนไข้เองก็จะมีส่วนร่วมในการสะท้อนความต้องการ และออกแบบกรอบหน้าร่วมกับคุณหมอด้วย โดยคุณหมอจะเน้นการออกแบบให้เข้ากับสไตล์หรือบุคลิกของคนไข้แบบเฉพาะบุคคล เพื่อกรอบหน้าใหม่ที่ สวยเป๊ะ แบบไม่มีโป๊ะ เพราะคุณหมอเข้าใจเป็นอย่างดีว่า บุคลิกภาพและความงาม สำคัญกับผู้หญิงขนาดไหน


แต่การสร้างกรอบหน้าใหม่ให้ออกมา เป๊ะ ได้ดังใจ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ของแพทย์ปลูกผมที่มีความชำนาญอย่างมาก ซึ่งหลังจากเจาะย้ายกราฟต์ผมคุณภาพดีออกจากด้านหลังท้ายทอยแล้ว จะต้องนำกราฟต์ผมเหล่านั้นมาแช่ในน้ำยาคงสภาพผม ก่อนจะนำไปวิเคราะห์โครงสร้างของเส้นผม และตัดแต่งเพื่อให้ได้กราฟต์ผมที่เหมาะสมกับการปลูกในแต่ละจุด


นั่นเป็นเพราะเส้นผมของคนเราในแต่ละจุดบนหนังศีรษะ อาจะมีขนาดเส้นเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน มีความหนาบางไม่เท่ากัน และที่สำคัญ มีจำนวนเส้นผมต่อ 1 กราฟต์ผมไม่เท่ากันด้วย ตรงนี้เองที่เป็นหัวใจสำคัญในการปลูกผมสร้างกรอบหน้าไม่ให้โป๊ะ เพราะหากมองข้ามการคัดเลือกกราฟต์ผมที่เหมาะสม แนว Hairline ที่ปลูกใหม่ก็จะออกมาดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างแน่นอน

ที่นามนินคลินิก คุณหมอนินจะใส่ใจเป็นพิเศษในการคัดเลือกกราฟต์ผมมาปลูกเพื่อสร้างกรอบหน้าเนียนสวย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่พิถีพิถันและละเอียดอ่อน โดยคุณหมอจะแบ่งพื้นที่ปลูกผมออกเป็น 3 โซน ได้แก่

  • แนวไรผมบริเวณด้านนอกสุด ถ้าสังเกตดี ๆ ผมตรงส่วนนี้จะเป็นไรผมเส้นอ่อน ๆ ที่มีความอ่อนนุ่ม เล็ก และบางที่สุด ดังนั้น จึงต้องเลือกกราฟต์ผมเส้นเดี่ยว (หมายถึงมีจำนวนผม 1 เส้นต่อ 1 กราฟต์ผม หรือ Single follicle) และจะต้องมีขนาดเส้นบาง (Fine follicle) เพื่อให้ใกล้เคียงกับไรผมจริง ๆ นั่นเอง
  • ถัดจากแนวไรผมเข้ามา สังเกตว่าผมจะค่อย ๆ มีขนาดเส้นใหญ่ขึ้น คุณหมอจึงเลือกใช้กราฟต์ผมเส้นเดี่ยว (Single follicle) ที่มีขนาดปกติ มาปลูกในบริเวณนี้
  • จากนั้นก็มาถึงผมส่วนที่อยู่ลึกเข้ามามากที่สุด ผมตรงนี้จะมีความหนาแน่น ขนาดเส้นใหญ่และหนากว่าอย่างเห็นได้ชัด คุณหมอจึงเลือกกราฟต์ผมที่มีจำนวนผม 2 – 4 เส้นต่อ 1 กราฟต์ (Multiple follicles) เป็นผมทั่วไปที่มีขนาดเส้นใหญ่และหนา 


จะเห็นว่า เมื่อคัดเลือกกราฟต์ผมด้วยความละเอียดเช่นนี้แล้ว แนวผมบริเวณหน้าผากที่ปลูกใหม่ จะค่อย ๆ ไล่ระดับความหนาบางและความหนาแน่นของเส้นผมอย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งบวกกับทักษะการปลูกผมของคุณหมอ ที่ เป๊ะ ทั้งการวางทิศทางองศาผม การประเมินระยะความลึกในการปักกราฟต์ที่เหมาะสม รวมถึงการกระจายเส้นผมให้หนาแน่นพอดี ไม่แน่นเกินไป และไม่บางเกินไป จึงได้ผลลัพธ์แนวผมใหม่ที่ดูแล้วเนียนตาสุด ๆ จนแทบไม่รู้ว่านี่คือผมปลูกใหม่ กลายเป็นกรอบหน้าที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนสมดุล และขับเน้นความงามของผู้หญิงแต่ละคนให้ฉายชัดออกมาได้อย่างแท้จริง
10 ชั่วโมงแห่งความใส่ใจ จากแพทย์ สู่คุณคนใหม่
นี่คือเวลา 10 ชั่วโมง 
...ที่บางคนต้องใช้เวลาศึกษาและตัดสินใจอยู่หลายปี
...ที่บางคนบอกว่าเป็นการลงทุนครั้งสำคัญโอกาสเดียวของชีวิต
...และหลาย ๆ คน เฝ้ารอที่จะได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ หลังจาก 10 ชั่วโมงนี้

นั่นทำให้แพทย์หญิงนิล นามทองต้น หรือคุณหมอนิล แห่งคลินิกนามนิน เลือกที่จะทุ่มเทและใส่ใจไปกับ 10 ชั่วโมงในการปลูกผมใหม่ให้กับคนไข้ ซึ่งหากถามว่าทำไมจึงต้องกินเวลายาวนานถึง 10 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน คำตอบก็คือ เพราะการปลูกผมเป็นหัตถการที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ต้องอาศัยศาสตร์การแพทย์ในการรักษา และมุมมองเชิงศิลป์ในการสร้างสรรค์ความงาม ผสานเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นการทำงานกับ เส้นผม ที่มีขนาดเล็กมาก ๆ และหากไม่ระวังก็อาจพลั้งทำร้ายเส้นผมได้โดยง่าย 

การปลูกผมจึงไม่ใช่ภารกิจที่ใครก็ทำได้ ที่นามนิน ผู้ชำนาญตัวจริงเท่านั้นที่จะได้ทำหน้าที่สำคัญนี้ และนี่ก็คือ 10 ชั่วโมงการทำงานของทีมแพทย์ เพื่อลงมือปลูกผมใหม่ และเปลี่ยนเจ้าของเส้นผมเป็น คนใหม่ อย่างที่ใจต้องการ

วางแนวทางการรักษาร่วมกัน
30 – 40 นาที
คุณหมอนิลจะเริ่มต้นด้วยการชวนคนไข้นั่งลงพูดคุยกันถึงปัญหา ความกังวลใจ และความต้องการของคนไข้ เพื่อทำความเข้าใจเจ้าของเส้นผมให้มากที่สุด ก่อนจะวิเคราะห์ปัญหาผม และออกแบบแนวทางการรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง เพราะคนไข้แต่ละคนมาด้วยปัญหาและปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน บางคนเพิ่งเริ่มมีอาการผมบางในระยะเริ่มต้น บางคนมาเมื่อผมบางจนใกล้เข้าสู่ภาวะผมล้านแล้ว บางคนมีกราฟต์ผมต้นทุนบริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยจำนวนมาก แต่บางคนมีไม่เพียงพอ 


ซึ่งตรงนี้ คุณหมอนิลจะช่วยประเมินพื้นที่ปลูกผมว่ากินบริเวณกว้างแค่ไหน คำนวณกราฟต์ผมต้นทุนที่ต้องใช้ว่ามีเพียงพอหรือไม่ หากไม่พอจะแก้ปัญหาอย่างไร เช่น เฉลี่ยกราฟต์ผมให้ปลูกได้ครอบคลุมโดยไม่ต้องหนาแน่นมาก หรือเลือกปลูกผมเฉพาะจุดที่จำเป็นจริง ๆ รวมไปถึงการทำ Treatment บำรุงอื่น ๆ เสริมควบคู่กัน 

ไม่เพียงเท่านั้น คุณหมอนิลยังวาดแนว Hairline หรือกรอบหน้าบริเวณหน้าผากให้ใหม่ เพื่อช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนที่สมดุลตามหลัก Golden Ratio โดยไม่ลืมที่จะสอบถามความต้องการของคนไข้เช่นเคย จึงแน่ใจได้ว่า เส้นทางการรักษาที่วางไว้นั้น เกิดจากการร่วมกันคิดของทั้งสองฝ่าย คือแพทย์และคนไข้ อย่างแท้จริง


เตรียมพื้นที่ศีรษะด้านหลังท้ายทอย
20 – 30 นาที
เนื่องจากจะต้องมีการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากบริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยไปปลูกใหม่ ซึ่งกราฟต์ผมบริเวณนี้ เป็นกราฟต์ผมที่มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทานต่อการหลุดร่วงมากที่สุด คุณหมอนิลจึงได้เวลานำคนไข้เข้าสู่ห้องหัตถการ และเริ่มด้วยการเตรียมพื้นที่ศีรษะด้านหลังท้ายทอยให้พร้อม โดยใช้ทักษะเฉพาะตัวของคุณหมอนิลเอง ลงมือตัดผมให้กับคนไข้ พร้อมกับใช้เทคนิคซ่อนแผลแบบขั้นบันได เพื่อที่ว่าเมื่อปลูกผมเสร็จเรียบร้อย คนไข้จะได้ไม่ต้องคอยกังวลปกปิดรอยแผลด้านหลัง จนไปจำกัดอิสระในการจัดแต่งหรือทำทรงผมต่าง ๆ ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้ คุณหมอนิลก็เป็นผู้พัฒนาขึ้น เพื่อให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายมากที่สุดนั่นเอง



เจาะย้ายกราฟต์ผมออก
3 – 6 ชั่วโมง
สำหรับขั้นตอนการเจาะย้ายกราฟต์ผมออกจากด้านหลังท้ายทอย คุณหมอนิลเป็นผู้วางแผนการใช้เครื่องมือต่าง ๆ โดยอุปกรณ์เจาะย้ายกราฟต์ผมนั้น จะมีขนาดเล็กพิเศษ เพื่อให้หลงเหลือรอยแผลน้อยที่สุด ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของหัวเจาะ ให้เหมาะสมกับกราฟต์ผมที่แตกต่างกันของแต่ละคนได้ 

ในขั้นตอนนี้ ผู้ที่ลงมือเจาะย้ายกราฟต์ผมจะเป็นทีมสหวิชาชีพของนามนิน ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นจากคุณหมอนิล อีกทั้งคุณหมอนิลยังเป็นผู้ควบคุมการทำหัตถการในขั้นตอนนี้ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาด้วย


ไม่เพียงเท่านั้น กราฟต์ผมที่เจาะย้ายออกมาแล้ว จะต้องนำไปแช่ในน้ำยารักษาสภาพผมทันที ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนของการคัดเลือกกราฟต์ และตัดแต่งกราฟต์ เนื่องจากพื้นที่ปลูกผมใหม่แต่ละจุดอาจจำเป็นต้องใช้กราฟต์ผมที่มีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกัน จึงจะดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ เช่นบริเวณ แนวไรผม นั้น ต้องใช้กราฟต์ผมเส้นเล็ก บาง และมีจำนวนเส้นผมต่อกราฟต์เพียงเส้นเดียว ส่วนบริเวณ กลางศีรษะ อาจต้องใช้กราฟต์ผมเส้นหนาใหญ่ และมีจำนวนเส้นผมต่อกราฟต์ 3 - 4 เส้น การคัดเลือกและตัดแต่งกราฟต์ จึงเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของการปลูกผม ที่คุณหมอนิลให้ความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนไหน ๆ ได้เป็นอย่างดี

หลังจากนี้จะเป็นการพักรับประทานอาหารหรือของว่างเพื่อเติมพลัง และพักให้ร่างกายได้ผ่อนคลายประมาณ 30 – 45 นาที โดยมีขั้นตอนที่เป็นหัวใจหลักของการปลูกผมรออยู่ในช่วงต่อไป

ปลูกผมใหม่ด้วยแพทย์แบบเส้นต่อเส้น
3 – 6 ชั่วโมง
ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนของการปักกราฟต์ผมที่เตรียมเอาไว้อย่างดี ลงบนพื้นที่หนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง และแน่นอนว่า อาจจะมีกราฟต์ผมที่รอการปักมากเป็นจำนวนนับหลายพันเส้น แต่ทั้งหมดนั้น จะมีคุณหมอนิลเพียงคนเดียว ที่ทำหน้าที่ปักกราฟต์ผมทีละกราฟต์ ด้วยความละเอียด ประณีต พิถีพิถัน โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลต่อความอยู่รอดของกราฟต์ผมใหม่ให้มากที่สุด ดังนี้

  • ทิศทางในการเรียงตัวของกราฟต์ผมใหม่ รวมถึงองศาความลาดเอียงในการปัก เพื่อให้ผมใหม่ดูกลมกลืนไปกับเส้นผมเดิม แลดูใกล้เคียงผมธรรมชาติ ที่สำคัญ ไม่ชี้ย้อนผิดทิศผิดทาง ซึ่งโดยปกติแล้ว กว่าจะรู้ว่าผมใหม่เรียงตัวตามทิศทางเดิมหรือไม่ ก็ต้องรอให้ผมยาวขึ้นเมื่อผ่านไปแล้วหลายเดือน ทั้งยังไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ หรืออาจแก้ไขไม่ได้อีกแล้ว เรื่องของทิศทางและองศาจึงเป็นที่ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ

  • ระยะความลึกในการปักกราฟต์ หากปักกราฟต์ผมตื้นเกินไป อาจจะหลุดร่วงง่าย และส่งผลให้เส้นเลือดต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ในการลำเลียงอาหารมาเลี้ยงเส้นผม ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เส้นผมอ่อนแอ ไม่แข็งแรง

  • ความหนาแน่นในการปักกราฟต์ แพทย์ผู้ชำนาญจะปักกราฟต์ผมให้ได้ความหนาแน่นกำลังดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป เพราะหากน้อยเกินไป ผมของคนไข้อาจจะยังดูบางจนแทบไม่ช่วยแก้ปัญหา หรือถ้าหากแน่นเกินไป ก็เสี่ยงที่กราฟต์ผมจะเบียดกันจนหลุดร่วงได้ง่ายกว่าที่ควร


ที่สำคัญ คุณหมอนินยังเลือกใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย นำเข้าจากต่างประเทศ นั่นคือ Implanter Pen หรือปากกาปลูกผม ที่มีขนาดเล็กพิเศษเพียง 0.6 มิลลิเมตร นับเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การปลูกผมสามารถทำได้อย่างแม่นยำ ลดความผิดพลาด ทั้งยังช่วยให้แผลมีขนาดเล็ก เลือดออกน้อย ลดอาการบวมช้ำที่เป็นภาพจำน่ากลัวฝังใจใครหลาย ๆ คน และนั่นก็ทำให้คนไข้ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถลุกขึ้นมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้นด้วย


ทั้งนี้ เวลาที่ใช้ในการปลูกผมจริง ๆ อาจมากหรือน้อยกว่านี้ก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหา และจำนวนกราฟต์ผมที่ใช้ในการปลูกแต่ละเคส โดยตลอดกระบวนการทั้งหมดนี้ คุณหมอนิลจะเป็นผู้ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และคอยอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องหัตถการ เพื่อคลายความกังวลของคนไข้ 

และเมื่อผ่านพ้น 10 ชั่วโมงแห่งความทุ่มเทใส่ใจนี้ไป ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณหมอกับคนไข้มาถึงเส้นชัยแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังต้องจับมือกันประคับประคองดูแลเส้นผมที่เพิ่งปลูกไปนั้น ให้อยู่รอด เติบโต แข็งแรง โดยมีคุณหมอนิลเป็นผู้คอยติดตามผลทุกระยะ และให้คำปรึกษาด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงแนะนำ Treatment และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จนกว่าคนไข้จะได้พิสูจน์ผลลัพธ์ผมใหม่ว่าคุ้มค่ากับที่รอคอยมานาน พร้อม ๆ กับการได้เปลี่ยนตัวเองเป็น คนใหม่ ที่มั่นใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม




“นามนิน” เข้าใจเส้นผม เข้าถึงตัวตน
เส้นผม เส้นเล็กละเอียด บางๆเบาๆ ที่มีอิทธิพลต่อจิตใจไม่เบาเลยค่ะ หากอยู่ในวัยที่ยังสามารถเลือกทรงผมได้อย่างใจต้องการ ทรงผมแต่ละทรง สีผมแต่ละสี ล้วนเป็นเครื่องสะท้อนบุคลิกของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี จะผมสั้น ผมยาว สีดำ สีน้ำตาลหรือสีสดใสจนแสบตา ก็ล้วนเลือกสรรมาเพื่อบ่งบอกความคิดและอิสระในการใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นได้ชัดเจน

หากอยู่ในวัยทำงานไปจนถึงวัยกลางคน ทรงผมก็เปลี่ยนสถานะไปเป็นตัวช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูดี เหมาะสมกับหน้าที่การงาน น่าประทับใจต่อผู้ที่พบเห็น และหากจะมองให้ลึกไปกว่านั้น “สุขภาพเส้นผม” ยังเป็นเสมือนกระจกที่สะท้อนถึงการดูแลตนเองได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  ในทางตำราโหราศาสตร์ของจีน หรือโหงวเฮ้ง ถือว่าเส้นผมเป็นทิศเหนือ ซึ่งมีผลต่ออาชีพการงาน ชื่อเสียงเกียรติยศ ผู้อุปถัมภ์ค้ำจุนและความมั่งคั่งร่ำรวย หลายคนจึงเชื่อว่า การดูแลรักษาสุขภาพของเส้นผมให้นุ่มสลวย เป็นเงางาม มีสุขภาพดีและแข็งแรงอยู่เสมอ ก็จะส่งผลให้โชคชะตาดีขึ้นด้วย ซึ่งเป็นความเชื่อที่ดี เพราะอย่างน้อยการมีสุขภาพผมดีก็ย่อมส่งผลดีต่อบุคลิกของตัวคุณเองอยู่แล้วค่ะ

พญ.ดิลกณิกนันต์ นามทองต้น หรืออาจารย์หมอนิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผม เข้าใจถึงความหมายและความสำคัญของเส้นผมว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงบุคลิกภาพและตัวตนได้อย่างชัดเจนเพียงใด จึงได้คิดค้นและพัฒนาเทคนิคการปลูกผมและการดูแลสุขภาพเส้นผมแบบองค์รวมที่จะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาเส้นผมในภาวะต่างๆ ได้กลับมามั่นใจและสัมผัสกับความสุขกับการใช้ชีวิตได้อีกครั้งหนึ่ง

“นามนิน คลินิก” ให้การรักษา ดูแล ฟื้นฟูและบำรุงเส้นผม โดยออกแบบการรักษาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการที่สุด ถ้าจะถามว่ามีใครที่จะเข้าใจเส้นผมไปมากกว่าตัวเราเอง ก็ต้องตอบว่า ทีมแพทย์ของนามนินนี่แหละค่ะ ที่ “รักและเข้าใจ” เส้นผมได้อย่างลึกซึ้งถึงระดับเซลล์มากกว่าเจ้าของเส้นผมเสียอีก

มามอบอิสระให้กับเส้นผมเพื่อเผยความเป็นตัวของตัวเองในแบบที่คุณต้องการ “นามนิน” พร้อมและรอให้คุณมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการดูแลเส้นผมอย่างล้ำลึก ที่ให้ผลลัพธ์ได้มากกว่าแค่ “ผมสวย” เพราะเราจะมอบความสุข ความมั่นใจ ตัวตนใหม่ เพื่อให้คุณพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ในชีวิตที่จะตามมาอีกมากมายจาก “เส้นผม” ของตัวคุณเองค่ะ

เส้นผมสวย ชีวิตเปล่งประกาย
“เส้นผม” เป็นมากกว่าแค่องค์ประกอบส่วนหนึ่งของร่างกาย เพราะเส้นผมสามารถบ่งบอกถึงภาพลักษณ์ ตัวตน จนไปถึงสไตล์การใช้ชีวิตของแต่ละคนได้ชัดเจนไม่ต่างไปจากเสื้อผ้าที่เลือกสวมใส่ในแต่ละวัน

   โดยเฉพาะในผู้หญิง ที่จะมีความผูกพันกับเส้นผมอย่างลึกซึ้งตั้งแต่ช่วงอายุ 8-11 ปี ซึ่งเป็นวัยที่เริ่มเรียนรู้การเข้าสู่สังคม เริ่มทำความรู้จักกับเพื่อนและผู้คนรอบตัว สิ่งแรกๆ ที่จะเกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้นคือ การใส่ใจที่จะดูแลตัวเองทั้งด้านความสะอาดและความสวยงาม เช่น การแต่งกายและทรงผม ซึ่งเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อความมั่นใจเป็นอย่างมาก เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ ในหลายๆ ครั้ง “เส้นผม” ก็สื่อถึงอารมณ์และความรู้สึกได้ดีกว่าคำพูด การไว้ผมยาว ตัดผมสั้น ดัดผม ทำสีผม หรือแม้แต่การเลือกทำผมทรงต่างๆ ล้วนแล้วแต่มีความหมายและมีตัวตนซ่อนอยู่ในนั้น

       “นามนิน คลินิก” โดย พญ.นิล นามทองต้น (ว44659) หรืออาจารย์หมอนิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผม ผู้ที่เข้าใจถึงความหมายและความสำคัญของเส้นผมว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงบุคลิกภาพและตัวตนได้อย่างชัดเจนเพียงไร จึงได้คิดค้นและพัฒนาเทคนิคการปลูกผมที่จะช่วยให้ผู้ที่ประสบปัญหาเส้นผม ผมร่วง ผมบาง จนบั่นทอนสภาพจิตใจ ได้กลับมามั่นใจและสัมผัสกับความสุขกับการใช้ชีวิตได้อีกครั้งหนึ่ง

       การปลูกผม NEAT คือจุดที่ศาสตร์และศิลป์มาบรรจบกันอย่างลงตัว เริ่มที่แพทย์จะประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาจากความกังวลของผู้เข้ารับบริการก่อนเป็นลำดับแรก จากนั้นจะกำหนด Hairline หรือกรอบหน้าใหม่โดยใช้หลัก Golden Ratio “สัดส่วนทองคำ” ในการออกแบบ เพื่อให้กรอบหน้าใหม่นั้นรับกับสัดส่วนของใบหน้าที่สุด
เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้มั่นใจว่าผลลัพธ์ของการปลูกผมจะเป็นไปอย่างที่คาดหวัง แพทย์จึงเป็นผู้ปลูกผมทุกกราฟต์ให้ด้วยตัวเอง คัดเลือกและจัดวางผมแต่ละเส้นโดยวิเคราะห์ทั้งความหนาแน่นและทิศทางการเรียงตัวของเส้นผม ซึ่งขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เพราะเป็นตัวกำหนดว่าผลลัพธ์ของการปลูกผมจะออกมาเป็นอย่างไร ซึ่งหากเป็นการปลูกผม NEAT ของนามนิน ที่เป็นจุดศูนย์รวมของเทคนิคโดดเด่น เครื่องมือทันสมัย และฝีมือการปลูกผมระดับอาจารย์แพทย์ ก็มั่นใจได้ว่า เส้นผมใหม่นั้นจะสวยงาม สมบูรณ์ คุ้มค่าการรอคอยแน่นอน

       รักตัวเองก็ต้องดูแลความรู้สึกตัวเอง อย่าปล่อยให้ปัญหาเส้นผมบั่นทอนจิตใจ ในเมื่อมี “นามนิน” ที่พร้อมจะเติมเต็มความมั่นใจกลับคืนให้คุณอยู่เสมอ What are you waiting for? มาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการปลูกผม ที่ให้ผลลัพธ์ได้มากกว่าแค่ “เส้นผม” เพราะ NEAT จะมอบความสุข ความมั่นใจ ตัวตนใหม่ พร้อมเปิดโอกาสใหม่ๆ ในชีวิตตามมาอีกมากมายค่ะ

“ผมบาง” เพราะชอบ “ดึง” ?? อาจเป็นอาการหนึ่งของโรคทางจิตเวช
ในบางครั้ง ภาวะผมร่วงและผมบาง ก็ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่อาจเกิดจากปัญหาพฤติกรรมหรือความเจ็บป่วยทางร่างกายหรือจิตใจก็เป็นได้ หลาย ๆ คนอาจสังเกตว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีพฤติกรรมชอบ “ดึงผม” หรือ “ถอนผม” ตัวเองบ่อย ๆ บางคนมักจะดึงผมเวลาที่ต้องใช้ความคิดหรือรู้สึกเครียด ขณะที่บางคนก็ชอบดึงผมขณะกำลังเพลิดเพลินกับการทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจก็มี มารู้ตัวอีกที ผมบริเวณนั้นก็อาจจะบางลงไปเยอะแล้ว ...ทราบหรือไม่ว่า นิสัยชอบดึงผมเช่นนี้ เป็นอาการหนึ่งของโรคทางจิตเวช ที่มีชื่อว่า Trichotillomania หรือ Hair-pulling disorder นั่นเอง...

“โรคดึงผมตนเอง” คือภาวะที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมดึงหรือถอนผมตนเองซ้ำ ๆ ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ จัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติทางจิตเวชแบบย้ำคิดย้ำทำ หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น โรคซึมเศร้า ความเครียด ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง โรคที่เกี่ยวกับหนังศีรษะ หรือแม้แต่กรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดจากสมาชิกในครอบครัว 

นอกจากเส้นผมแล้ว ผู้ป่วยโรคนี้อาจจะมีพฤติกรรมดึงขนบริเวณอื่น ๆ อย่างเช่น ขนคิ้ว ขนตา หรือหนวดเคราก็ได้ด้วย แม้ว่าอาการของโรคอาจส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและสภาวะจิตใจ แต่โรคนี้ในประเทศไทยยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ทำให้มีผู้ป่วยมาพบแพทย์เพื่อรักษาเพียงไม่มาก 

หากต้องการสังเกตอาการของ “โรคดึงผมตนเอง” ให้ละเอียดขึ้น ลักษณะของอาการสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่

การดึงผมแบบรู้ตัว 
นั่นคือผู้ป่วยจะตั้งใจและจดจ่ออยู่กับการดึงผมตัวเอง บางคนก็อาจจะมีความเครียดหรือกังวลสะสมอยู่ ขณะที่บางคนรู้สึกคันและไม่สบายหนังศีรษะ หรือแค่เห็นว่าเส้นผมไม่เรียบ เมื่อดึงผมออกแล้วจะรู้สึกดีขึ้น ผ่อนคลาย และสบายใจมากขึ้น

การดึงผมแบบไม่รู้ตัว 
มักเกิดระหว่างทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ หรือทำงาน แล้วเผลอเอามือไปดึงผมโดยไม่ได้ตั้งใจ

อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ป่วยมักจะมีพฤติกรรมการดึงผมทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัวผสมกัน ผู้ป่วยอาจไม่ได้ทำพฤติกรรมนี้ติดต่อกันนาน ๆ แต่จะเป็นการดึงซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เรื่อย ๆ ซึ่งในผู้ป่วยบางคนอาจไม่ยอมรับว่าตนเองมีอาการดังกล่าวก็เป็นได้

สำหรับผลกระทบที่ตามมาจากพฤติกรรมการดึงผมเช่นนี้ แน่นอนว่าการยกมือขึ้นมาดึงผมอยู่ตลอดเวลาย่อมทำให้เสียบุคลิกภาพ ตามมาด้วยความเครียดหรือโรคซึมเศร้า ผู้ป่วยบางรายอาจรับประทานเส้นผมเข้าไปด้วยจนส่งผลเสียต่อระบบลำไส้ ที่สำคัญ เมื่อผู้ป่วยมีพฤติกรรมการดึงผมนาน ๆ อาจทำให้เส้นผมบริเวณนั้นมีรูปทรงผิดปกติ ไม่แข็งแรง เนื่องจากอาการอักเสบของหนังศีรษะที่ถูกทำร้ายบ่อย ๆ รวมไปถึงการเกิดภาวะผมบาง หรือศีรษะล้านเป็นหย่อม ๆ ได้

ผู้ป่วยด้วย “โรคดึงผมตนเอง” สามารถลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือเข้ารับการรักษาไปตามลำดับความรุนแรงของอาการ ดังนี้
  • ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ หรือมีพฤติกรรมดึงผมโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ตั้งใจ จำเป็นต้องทำให้ผู้ป่วยทราบและยอมรับเสียก่อนว่าเป็นโรค จึงจะสามารถเริ่มต้นควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้

  • ตัวผู้ป่วยและคนรอบข้าง ช่วยกันสังเกตว่าพฤติกรรมการดึงผมมักเกิดขึ้นเวลาไหน เช่น เวลาเบื่อ เศร้า หรือเครียด และเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด หรือระหว่างที่ทำกิจกรรมอะไร เพื่อให้สามารถควบคุมพฤติกรรมได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการใช้วิธีต่อว่าหรือตำหนิผู้ป่วยแรง ๆ เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยยิ่งมีพฤติกรรมการดึงผมถี่ขึ้น ทางที่ดีควรเลือกใช้วิธีการเตือนอย่างเหมาะสม

การพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเช่นที่กล่าวมา สามารถทำให้ผู้ป่วยหลาย ๆ คนหายจากโรคได้ แต่สำหรับผู้ป่วยบางคนอาจต้องการการพบแพทย์เพื่อประเมินอาการหรือค้นหาความผิดปกติทางจิตใจ ซึ่งแพทย์อาจใช้วิธีรักษาโดยการให้ยาร่วมด้วย ทั้งนี้ “โรคดึงผมตนเอง” ควรได้รับการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากอาการในวัยเด็กหรือวัยรุ่น สามารถรักษาให้หายได้ง่ายกว่าในวัยผู้ใหญ่ และที่สำคัญ วิธีการหนึ่งที่จะช่วยคืนความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้ป่วยโรคนี้ได้ ก็คือ “การปลูกผม” โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเติมเต็มเส้นผมบริเวณที่ถูกดึงหายไป ให้กลับมาหนาแน่น แข็งแรงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้ป่วยพร้อมที่จะทำการรักษาด้วยวิธีการอื่น ๆ ควบคู่ไปพร้อมกันนั่นเอง

รอยแยกหลังปลูกผม..เกิดจากอะไร?
รอยแยกหลังปลูกผม..เกิดจากอะไร?

การปลูกผม จะทำให้เกิดแผลเล็กๆ ขึ้นในจุดที่เราปักรากผมใหม่ เมื่อร่างกายมีการซ่อมแซมก็จะเริ่มเกิดสะเก็ดเล็กๆ แผลเริ่มแห้งและมีอาการคันร่วมด้วย

แผลที่มีสะเก็ดและแห้งมาก จะเกาะกันเป็นกลุ่มกับเส้นผมและดึ้งรั้งผมออกจากกันเป็นอาการปกติ ถึงแม้ว่าหลังปลูกเส้นผมจะเรียงตัวสวยดูชิดกันก็ตาม ดังนั้น ในช่วงวันที่ 4-5 หลังจากปลูกผม ควรทำให้แผลเกิดความชุ่มชื่น โดยการใช้วิตามินอี หรือน้ำมันมะพร้าวทาเพื่อให้สะเก็ดแผลอ่อนนุ่มและค่อยๆหลุดออก ลดการดึงรั้งของเส้นผมค่ะ
เรื่องสิวๆ หลังปลูกผม
สำหรับผู้ที่ปลูกผมแล้ว ก็ต้องมีข้อควรระวังหลังการปลูกผม โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกๆ ที่จะมีสะเก็ดแผล และทำให้เกิดอาการคันได้ นอกจากนี้ยังมีบางรายที่อาจเกิดเป็นสิวขึ้นได้ โดยจะพบในช่วงที่ผมร่วงไปแล้ว ซึ่งสาเหตุสำคัญเกิดมาจากการอุตันของรูขุมขน ทำให้ต่อมไขมันไม่สามารถขับไขมันออกมาได้

ในทางการแพทย์ได้มีข้ออธิบายไว้ว่า การเกิดสิวหลังการปลูกผมนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ถ้าเรารู้จักดูแลได้อย่างถูกต้อง สิวที่ว่านี้ก็จะหายไปเป็นปกติ ส่วนใหญ่แล้วสิวที่ขึ้นจะเป็นสิวอักเสบ หรือสิวหัวขาวที่เกิดจากการอุดตันของไขมัน จริงๆ แล้วในคนปกติที่ไม่ได้รับการปลูกผมก็อาจเกิดสิวบนหนังศีรษะได้เช่นเดียวกัน เพียงแต่คนไข้ที่ได้รับการปลูกผมจะเกิดเป็นความกังวลมากกว่าปกติ

สำหรับการดูแลนั้น คนไข้ควรหมั่นทำความสะอาดเส้นผม ด้วยแชมพูที่คลินิกให้ไว้เพื่อไม่ให้ต่อมไขมันทำงานหนักมากจนเกินไป เมื่อเกิดอาการคัน พยายามอย่าเกา เพราะการเกาอาจทำให้เชื้อโรคที่ติดไปกับเล็บเข้าสู่แผลทำให้เกิดการอักเสบร่วมด้วย

ทั้งนี้เมื่อผมใหม่เริ่มมีการงอกแล้ว ปัญหาสิวดังกล่าวก็จะค่อยๆ หมดไป ยกเว้นในบางรายที่เกิดเป็นสิวขึ้นเป็นจำนวนมาก และมีการอักเสบร่วมด้วย แนะนำให้กลับมาพบแพทย์ เพื่อตรวจดูว่าสาเหตุที่แท้จริงเกิดจากอะไร เพื่อไม่ให้การอักเสบนั้นส่งผลกระทบกับกราฟท์ผมที่ทำการปลูก

ขอให้คิดว่าการเกิดสิวเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้ทุกที่ หรือแม้กระทั่งเกิดได้ในผู้ที่ทำการปลูกผม หรือไม่ได้ปลูกผม มีเพียงข้อสำคัญมากที่สุดเพียงข้อเดียวที่ต้องทำก็คือการรักษาความสะอาดของหนังศีรษะอยู่เสมอ

ที่นามนินเอง คนไข้สามารถเข้าพบแพทย์ หรือส่งข้อความพร้อมภาพในช่องทางต่างๆ เพื่อปรึกษากับแพทย์ถึงปัญหาและอาการต่างๆที่พบ โดยแพทย์จะแนะนำวิธีการปฏิบัติให้กับคนไข้อย่างใกล้ชิด พร้อมติดตามหลังการปลูกผมตลอด 1 ปี ด้วยมาตรฐานการดูแลคนไข้เสมือนเป็นคนในครอบครัว เพื่อให้คนไข้ทุกรายได้รับความพึงพอใจสูงสุด