Tag : ผมบางกรรมพันธุ์
คืนความมั่นใจ ให้สาวผมบาง ด้วย PHB
การมีผมบางจากกรรมพันธุ์อาจเป็นเรื่องที่ดูเหมือนไกลตัว แต่รู้ไหมคะ? ปัญหานี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงถึง 40% และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดผมบางที่มีชื่อว่า “โรคผมร่วงกรรมพันธุ์ (Androgenetic Alopecia)” ซึ่งเกิดจากยีนที่ยังไม่สามารถระบุชื่อได้ แต่รู้แน่ชัดว่ามีส่วนทำให้ผมบาง ปัญหานี้พบได้ผู้หญิงช่วงอายุ 15 – 40 ปี อาการของโรคนี้เริ่มต้นที่บริเวณกลางศีรษะและอาจขยายออกไปเป็นวงกลม เป็นรูปแบบ Female Pattern Hair Loss (FPHL) แบ่งตามระยะอาการผมบางได้ 3 ระยะ ดังนี้
Type I : ผมเริ่มบางที่กลางศีรษะ เริ่มเห็นหนังศีรษะเล็กน้อย
Type II : ผมบางมากขึ้น พื้นที่ที่เห็นหนังศีรษะกว้างขึ้น
Type III : ผมบางที่สุด เห็นหนังศีรษะในบริเวณกว้าง



นอกจากนี้ ยังมีอีกบางรูปแบบที่อาจพบได้แต่เป็นจำนวนน้อย เช่น ผมบางรุนแรงที่กลางศีรษะ เห็นหนังศีรษะในพื้นที่กว้างมาก และแบบ Frontal ผมบางรุนแรงที่เริ่มจากด้านหน้า ซึ่งพบได้น้อยในผู้หญิง แต่ถ้าพบก็อาจหมายถึงปัญหาที่ต้องดูแลอย่างเร่งด่วนค่ะ 

แม้ว่าโรคผมร่วงกรรมพันธุ์จะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่นามนินคลินิกมีวิธีการที่ช่วยลดอาการผมร่วงและกระตุ้นการเติบโตของผมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นก็คือ โปรแกรม PHB เป็นการฉีดบำรุงผมที่ออกแบบมาเพื่อดูแลรักษาปัญหาผมบางได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาผมบางทั่วทั้งศีรษะ ฟื้นบำรุงผมบางที่กลางศีรษะ หรือการฟื้นฟูผมบางบริเวณกรอบหน้าที่อาจทำให้หน้าผากดูกว้าง รูปหน้าไม่ได้สัดส่วนที่สมดุล



โปรแกรม PHB ประกอบไปด้วยสารชีวโมเลกุลและสารบำรุงที่ช่วยฟื้นฟูรากผมลึกถึงเซลล์ กระตุ้นให้รากผมแข็งแรง ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง เสริมการเติบโตของผมใหม่ให้มีความหนาและสุขภาพดีขึ้น การเข้ารับบริการใช้เวลาเพียง 30-40 นาทีต่อครั้ง สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งหลังจากการเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง จะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
  • ผมเริ่มหลุดร่วงน้อยลงใน 3-7 วัน
  • สังเกตเห็นผมชุดใหม่ใน 1-3 เดือน
  • ผมที่ขึ้นใหม่หนาและดูสุขภาพดีขึ้น



ที่นามนินคลินิก คุณหมอนินจะประเมินปัญหาและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ทุกปัญหาได้รับการดูแลและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนั้น อาจจะมีในบางกรณีที่ควรต้องเข้ารับการปลูกผมร่วมด้วย เช่น การปลูกผมปรับกรอบหน้าเพื่อแก้ปัญหาหน้าผากเว้าสูง คุณหมอนินจะแนะนำเทคนิค NEAT ที่คุณหมอเป็นผู้ปลูกผมเองทุกกราฟต์ พร้อมทั้งออกแบบ Hairline ใหม่ที่เหมาะสมกับรูปหน้า ปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุลขึ้น เมื่อการปลูกผมเสร็จสมบูรณ์ ก็จะได้ผลลัพธ์ทั้งเส้นผมใหม่ที่หนาแน่นกว่าเดิม และรูปหน้าที่สวยงาม เสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจให้มากขึ้น   

หากต้องการฟื้นฟูเส้นผมและกลับมามั่นใจในตัวเองอีกครั้ง นามนินคลินิก เราพร้อมให้คำปรึกษา เพื่อมอบการดูแลเส้นผมอย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบายที่สุดค่ะ


ปลูกผม เติมเต็มใจวัย 50+
จากประสบการณ์ในการดูแลคนไข้มาแล้วทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วัยยังไม่ถึง 20 ไปจน 70-80 ปี ทำให้นามนินเข้าใจว่า เรื่องของ “เส้นผม” มีความสำคัญกับคนทุกวัยไม่แพ้กัน โดยเฉพาะคนสูงวัย หรือใครที่เริ่มเข้าสู่ช่วงอายุ 50+ 

เชื่อมั้ยว่า ภาพเดิม ๆ ของผู้สูงวัยที่ได้แต่เก็บตัวอยู่บ้านนั้นแทบไม่มีอีกแล้ว วัย 50+ ที่เราเห็นคือคนที่เต็มไปด้วยพลัง Active ยังออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เข้าสังคมพบปะผู้คน เพื่อนฝูง ครอบครัว หลายคนยังทำงานในตำแหน่งสำคัญ ๆ กลายเป็นวัยที่ยิ่งมองเห็นคุณค่าของตัวเองและเลือกใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น คำพูดที่ว่า อายุมากแล้วจะต้องดูแลตัวเองให้ดูดีไปทำไม จึงใช้ไม่ได้อีกต่อไปกับคนสูงวัยในยุคนี้ 


นั่นจึงทำให้นามนินได้มีโอกาสร่วมเปลี่ยนและปรับรูปลักษณ์ บุคลิกภาพ รวมไปถึงความมั่นใจ ให้กับคนวัย 50+ มาแล้วมากมาย ผ่านศาสตร์และศิลป์ของการปลูกผม นามนินขอรวบรวมเสียงตอบรับของคนไข้วัยเก๋า มาสรุปให้ฟังตรงนี้อีกครั้งว่า คนสูงวัย ได้อะไรจากการปลูกผม

  • เติมผมส่วนที่ดูบาง ให้กลับมาหนาแน่น
  • ผมใหม่แลดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสมกับวัย
  • รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป มองมุมไหนก็ดูดีขึ้น
  • ช่วยย้อนวัยทำให้แลดูหนุ่มขึ้น สมาร์ทขึ้น
  • ปรับบุคลิกภาพ เพิ่มความน่าเชื่อถือ
  • ลดความกังวลใจ ในการจัดแต่งทรงผมเพื่อคอยระวังปกปิดปัญหาผม
  • ลดเวลาแต่งตัวและแต่งทรงผมหน้ากระจก (เพราะดูดีโดยแทบไม่ต้องทำอะไรเลย)
  • คืนความมั่นใจ ความภูมิใจ เวลาออกไปพบปะคนภายนอก
  • เสียงชื่นชมจากเพื่อนร่วมงาน เพื่อนฝูง และครอบครัว
  • สุขภาพจิตใจที่ดีขึ้น ส่งผลไปถึงความสัมพันธ์ที่ดีในครอ
  • ได้ความคุ้มค่า เพราะเรายังมีเวลาใช้ชีวิตอีกหลายสิบปี

คนไข้วัย 50+ ของนามนิน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ตัดสินใจถูกจริง ๆ ที่เลือกเข้ารับบริการปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาเส้นผม ซึ่งหลาย ๆ คนต้องทนอยู่กับปัญหามานานเป็นสิบ ๆ ปี แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ความสำเร็จปลายทางเหล่านี้เท่านั้น ที่ทำให้การปลูกผมกลายเป็นคำตอบที่ใช่ ยืนหนึ่งสำหรับคนวัย 50+ แต่ยังรวมถึงเส้นทางการรักษาภายใต้การดูแลอย่างดีของแพทย์ผู้ชำนาญ ที่มอบประสบการณ์น่าประทับใจให้กับคนไข้ทุก ๆ คนด้วย


และแนวทางการรักษาที่เรากำลังพูดถึง ก็คือ การปลูกผมเทคนิค NEAT หรือการปลูกผมถาวรด้วยเทคนิคขั้นสูง เอกสิทธิ์เฉพาะของนามนิน ซึ่งคุณหมอนิน - แพทย์หญิงนิล นามทองต้น พัฒนาต่อยอดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ประสิทธิภาพการรักษาและความสะดวกสบายของคนไข้มากยิ่งขึ้น 

โดยการปลูกผมเทคนิค NEAT จะเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่คนไข้เข้ามาปรึกษาปัญหากับคุณหมอนิน ซึ่งคุณหมอนินจะรับฟังอย่างตั้งใจ และออกแบบแนวทางการรักษาร่วมกันแบบเฉพาะบุคคล ให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนมากที่สุด มีการประเมินพื้นที่ปลูกผม และคำนวณกราฟต์ผมที่ต้องย้ายจากด้านหลังท้ายทอยเพื่อนำไปปลูกใหม่ ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอนการรักษาเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในเบื้องต้น รวมทั้งพูดคุยถึง


ผลลัพธ์ความเป็นไปได้ ว่าจะสามารถคืนผมหนาแน่นได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร

เมื่อวันทำหัตถการปลูกผมมาถึง คุณหมอนินจะเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้ด้วยตนเองแบบเส้นต่อเส้น เสริมด้วยเทคนิคต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คนไข้รู้สึกสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลกับอาการเจ็บ บวม ช้ำ โดยคุณหมอนินเลือกสรรอุปกรณ์ปลูกผมที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังมีเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณหมอติดตามอาการของคนไข้อย่างใกล้ชิดได้ตลอดการทำหัตถการ




ไม่เพียงเท่านั้น คุณหมอนินยังคอยดูแล ติดตามผลทุกระยะ พร้อมให้คำปรึกษาไปตลอด 1 ปีเต็มหลังการปลูกผม และยังเสริมด้วยชุดผลิตภัณฑ์และบริการทรีตเมนต์เพื่อการบำรุงต่าง ๆ เพื่อช่วยให้เส้นผมใหม่อยู่รอด เติบโต แข็งแรง พร้อมคืนความมั่นใจให้กับคนไข้วัย 50+ ได้ในทุก ๆ สถานการณ์ของชีวิต 

สุดท้ายนี้ คุณหมอขอฝากคำแนะนำไปถึงคนที่เริ่มเข้าสู่ช่วงสูงวัย และอาจกำลังลังเลใจที่จะลองปลูกผมดีหรือไม่ ว่าควรรีบมาปรึกษาและออกแบบการรักษาร่วมกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ตอนที่สภาพผมยังสุขภาพดีอยู่ ยังไม่อ่อนแอหรือเหลือน้อยลงไปตามวัย เพราะยิ่งเริ่มรักษาเร็วเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

5 พฤติกรรมทำร้ายเส้นผม ที่ควรต้องบำรุงผมเพิ่มเป็นพิเศษ
เส้นผมของคุณหลุดร่วงเยอะ จนมีปัญหาผมบางหรือไม่?   ปัญหาผมร่วง ผมบางนี้ แม้ว่าจะมีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์ หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่รู้หรือไม่? ว่าบางครั้งปัญหาดังกล่าวก็มีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม ที่คุณไม่อาจรู้ตัวอยู่ก็เป็นได้ 

ลองมาไขคำตอบกันในบทความนี้   เพื่อดูว่าคุณมีพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมเหล่านี้หรือไม่?   และจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือบำรุงผมอย่างไรดี ให้เส้นผมกลับมาแข็งแรง ดกดำ และเงางามได้อีกครั้ง
5 พฤติกรรมทำร้ายเส้นผม ที่ควรต้องบำรุงผมเป็นพิเศษ ถ้าไม่อยากผมบาง  
1.การใช้ความร้อนกับเส้นผม
อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผม ที่หนีบผม มักเป็นขั้นตอนที่อาศัยความร้อน ซึ่งอาจมีส่วนทำให้เส้นผมเสียหายได้ ทั้งชี้ฟู แห้งกรอบ เปราะบาง และขาดหลุดร่วงง่าย หากจำเป็นต้องใช้ความร้อนกับเส้นผม แนะนำให้มองหาผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันความร้อนร่วมด้วย ก็จะช่วยปกป้องเส้นผมได้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง



2. การทำสี หรือใช้สารเคมีกับเส้นผม
การทำสีผม ยืดผม ดัดผม เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด เพราะช่วยปรับลุคเปลี่ยนสไตล์ให้สวยงามมากยิ่งขึ้นได้ แต่ถ้าหากทำเป็นประจำบวกกับไม่มีการดูแลสุขภาพเส้นผมอย่างถูกวิธี ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะได้ เกิดเป็นปัญหารากผมอ่อนแอ ผมแห้งกร้าน หนังศีรษะขาดความชุ่มชื้น และเกิดปัญหาผมขาดหลุดร่วง  จนทำให้ผมบางในที่สุด 

เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้จะสามารถซึมเข้าสู่โครงสร้างเส้นผม และทำลายเซลล์รากผมให้เสื่อมสภาพได้ แต่หากจำเป็นต้องทำสี ดัดผม หรือยืดผมอยู่ตลอดนั้น แนะนำว่าควรเลือกแชมพู ครีมนวด หรือสเปรย์บำรุงผม รวมทั้งทรีตเมนต์สูตรที่อ่อนโยนต่อสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะจะดีที่สุด

3.การรวบผมแน่นเกินไป
การมัดผมแน่น รวบผมตึงเกินไป แม้จะทำให้ลุคของคุณดูสวยโฉบเฉี่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็อาจนำมาซึ่งการทำร้ายรากผมให้อ่อนแอ เนื่องจากถูกดึงรั้งมากเกินไป และอาจส่งผลให้ผมขาดหลุดร่วงได้ง่ายในอนาคต แนะนำว่าควรเปลี่ยนทรงผม หรือเลือกใช้วิธีรัดผมด้วยอุปกรณ์อื่น ๆ แทนยางรัดผม อย่างการใช้กิ๊ฟหนีบผมแทน เพื่อคลายผมไม่ให้แน่นจนเกินไป ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาผมบาง ร่นลึกบริเวณหน้าผากได้

หรือกรณีที่ต้องทำทรงผมรวมตึง เพื่อเสริมบุคลิกจริง ๆ ก็จำเป็นต้องทะนุบำรุงเส้นผมเพิ่มเติม ด้วยโปรแกรมทรีตเมนต์สูตรต่าง ๆ ที่จะช่วยลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมร่วมด้วย ซึ่งที่นามนินเราก็มีโปรแกรมบำรุงผมสูตรพิเศษอย่าง PHB หรือ Premium Hair Booster ให้บริการ ซึ่งจะช่วยให้รากผมของคุณแข็งแรง แม้จะรวบตึงตลอด ผมก็ไม่ขาดหลุดร่วงง่ายนั่นเอง 

4. การหวีผม หรือการสางผมผิดวิธี 
เมื่อไหร่ที่ผมพันกัน เชื่อว่าหลายคนก็พยายามที่จะใช้หวีหวีผม และสางผมแรง ๆ เพื่อให้เส้นผมที่พันกันนั้นคลายตัวออก แต่หากทำรุนแรงมากเกินไปก็อาจทำให้รากผมอ่อนแอ และเกิดเป็นปัญหาผมขาดหลุดร่วงได้ 

ที่สำคัญเลยการหวีผมขณะที่ผมเปียกอยู่ก็มีส่วนทำให้เส้นผมขาดหลุดร่วงได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ จะช่วยคงผมดกดำสลวยเงางามให้อยู่กับคุณได้อย่างยาวนานเลยล่ะ

5. การสระผมผิดวิธี
แม้ว่าการสระผมจะเป็นวิธีที่ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกบนหนังศีรษะให้หมดจด ป้องกันรูขุมขนบนหนังศีรษะอุดตันจนเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาผมร่วง แต่ถ้าสระผมผิดวิธีก็อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีได้ เช่น การใช้แชมพูเทลงบนหนังศีรษะโดยตรง การสระผมด้วยน้ำอุ่น การเกาหนังศีรษะแรง ๆ ขณะสระผม หรือแม้แต่การชโลมครีมนวดผมทั่วหนังศีรษะ 

ซึ่งถ้าคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ แนะนำว่าควรรีบปรับเปลี่ยนโดยเร็ว เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะอย่างเป็นประจำ โดยที่คุณเองก็ไม่รู้ตัวเลยล่ะ


พฤติกรรมทำร้ายผม ดูแลด้วยโปรแกรม PHB    
สำหรับใครที่ต้องการเสริมสร้างความมั่นใจและบุคลิกที่ดี ที่ต้องแต่งหน้าทำผมอยู่ตลอด นามนินเชื่อว่าคุณไม่สามารถเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม เช่น การใช้ความร้อน หรือการใช้สารเคมีในการเปลี่ยนทรงผมเพื่อให้ตอบโจทย์สำหรับการปรับลุคได้อย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่? ว่าเราก็ยังสามารถดูแลให้สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะแข็งแรงอยู่เสมอได้  

ด้วยโปรแกรม PHB ทรีตเมนต์แบบฉีดบำรุงผมได้ทั่วหนังศีรษะ ไม่เพียงแต่เฉพาะบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบางเท่านั้น ซึ่งทรีตเมนต์ PHB เป็นสูตรพิเศษเฉพาะที่นามนิน อัดแน่นไปด้วยสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นต่อการบำรุงรากผมให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มขนาดเส้นผมให้มีเส้นใหญ่หนา เพื่อลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมได้โดยเฉพาะ และช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพหนังศีรษะให้แข็งแรงได้ในระยะยาว



ไม่ว่าจะมีสาเหตุผมร่วงจากพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมมามากน้อยแค่ไหน โปรแกรม PHB ของนามนินก็เอาอยู่ สามารถซ่อมแซมเซลล์รากผมที่เสื่อมสภาพ ให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยยับยั้งและชะลอการอักเสบของเซลล์รากผมได้อีกด้วย

โปรแกรม PHB เหมาะกับ:
  • ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง
  • ผู้ที่มีหนังศีรษะอ่อนแอ
  • ผู้ที่มีผมเสียแห้งกร้าน 
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผมอย่างล้ำลึก




โปรแกรมนี้ สามารถช่วยแก้ปัญหาผมบางได้อย่างเห็นผลชัดเจน โดยไม่ต้องผ่าตัดเลย ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น ปราศจากผลข้างเคียง และทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการ เพราะนามนินเราคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้ และประสิทธิผลในการรักษาเป็น 2 อันดับแรกเสมอ รับรองเลยว่านามนินจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

“ผมบาง” แก้โจทย์ไม่ซ้ำ เพื่อคำตอบเฉพาะเคส
ที่ผ่านมา ภาพจำของการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง มักจะเป็นภาพของผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ แต่ในปัจจุบัน มีผู้หญิงจำนวนมากขึ้นเลือกเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญเพื่อดูแลปัญหาผมบาง ซึ่งมีตั้งแต่วัยเพิ่งเริ่มทำงาน ไปจนถึงผู้สูงวัย อย่างไรก็ตาม การรักษาอาการผมบางนั้น ไม่มีสูตรสำเร็จที่สามารถใช้ได้กับทุกคน เพราะนอกจากปัญหาผมของผู้หญิงกับผู้ชายจะแตกต่างกันแล้ว ผู้หญิงแต่ละคนก็ยังมีรูปแบบและสาเหตุของอาการผมบางไม่เหมือนกัน  ดังนั้น แพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผม จึงยิ่งมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาผมของคนไข้ได้อย่างตรงจุดมากที่สุด

และนี่คือคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการรักษาเบื้องต้น จากคุณหมอนิน หรือแพทย์หญิงนิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผมจากคลินิกนามนิน ที่จะช่วยให้คุณผู้หญิงเห็นภาพว่า อาการผมบางแต่ละแบบ มีทางเลือกที่เป็นไปได้ในการรักษาและฟื้นฟูอย่างไรบ้าง


ผมบางทั่วศีรษะ
สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาผมบางทั้งบริเวณหน้าผากด้านหน้า ตรงกลางศีรษะ รวมถึงท้ายทอยด้านหลังด้วย คุณหมอไม่แนะนำให้ปลูกผม เนื่องจากการปลูกผมนั้น เป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมต้นทุนจาก Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยมาปลูกในพื้นที่ที่มีปัญหา ซึ่งผมต้นทุนด้านหลังท้ายทอยนี้ จะมีความแข็งแรงทนทานต่อการหลุดร่วงมากกว่าผมส่วนอื่น ๆ แต่สำหรับคุณผู้หญิงโดยทั่วไปจะไม่ได้มี Safe Zone เหมือนคุณผู้ชาย ในบางคนอาจมีผมต้นทุนที่มีคุณสมบัติต้านการหลุดร่วงอยู่เพียงไม่มาก หรือไม่มีเลย ยิ่งในกรณีที่ผมด้านหลังท้ายทอยเริ่มหลุดร่วง นั่นแปลว่าผมตรงส่วนนั้นมีลักษณะลีบ บาง และไม่แข็งแรง จึงไม่ควรเจาะย้ายไปปลูกใหม่ เพราะมีโอกาสสูงที่กราฟต์ผมใหม่จะหลุดร่วงด้วยเช่นกัน อีกทั้งเมื่อเจาะย้ายกราฟต์ผมออกไป ก็จะไม่มีผมใหม่งอกขึ้นแล้ว ส่งผลให้บริเวณด้านหลังท้ายทอยยิ่งดูบางลงไปอีก 

แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะคุณหมอจะตรวจประเมินและออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด โดยเป็นไปได้ตั้งแต่การรับประทานยา การทาเซรั่มบำรุงผม การรับประทานวิตามิน รวมถึงการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment ซึ่งเหมาะกับสภาพหนังศีรษะที่ยังมีรูขุมขนอยู่ เพียงแต่เส้นผมมีขนาดลีบเล็ก บาง ไม่แข็งแรง และจะไม่ได้ผลหากรูขุมขนบนหนังศีรษะปิดไปแล้วหรือเข้าสู่ภาวะผมล้าน


ผมบางเฉพาะกลางศีรษะ
หากมีอาการผมบางกลางศีรษะ รวมไปถึงรอยแสกผมกว้าง โดยที่ผมด้านหลังท้ายทอยยังดูหนาแน่นเป็นปกติ คุณหมออาจวางแผนการรักษาจากทางเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่การรับประทานยา การทาเซรั่ม การรับประทานวิตามิน รวมถึงการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment อย่างไรก็ตาม การปลูกผมก็ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกลำดับท้าย ๆ ที่เป็นไปได้ ซึ่งคุณหมอจะพิจารณาจากสภาพเส้นผมของคนไข้เป็นหลักนั่นเอง


ผมบริเวณหน้าผากถอยร่นหรือเว้าสูง
หากปัญหาผมเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณหน้าผากด้านหน้า โดยที่ผมในบริเวณอื่นไม่ได้มีปัญหาหลุดร่วงหรือมีอาการผมบาง ในกรณีนี้ คุณหมอแนะนำให้ปลูกผมปรับกรอบหน้าใหม่ ตามหลักสัดส่วนทองคำหรือ Golden Ratio แล้วจึงเสริมการฟื้นบำรุงด้วยการทาเซรั่ม การรับประทานวิตามิน หรือการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment ซึ่งสามารถฉีดบำรุงได้อย่างต่อเนื่องภายใต้คำแนะนำของแพทย์


แน่นอนว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่ความสามารถของแพทย์ในการประเมินปัญหาเป็นรายบุคคล เพื่อออกแบบการรักษาในเบื้องต้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการปลูกผมเสมอไป จากนั้นจึงติดตามผลลัพธ์ทุก ๆ ระยะ เพื่อเพิ่มระดับการรักษาให้เข้มข้นขึ้น จนได้ประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งหมดนี้ การันตีด้วยคนไข้ของคุณหมอนิน ซึ่งมีคนไข้เก่าจำนวนมากที่ยังคงเลือกเข้ารับการรักษาและบำรุงผมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพอใจในผลลัพธ์ และประทับใจในการรักษาที่ซื่อสัตย์ จริงใจ ตรงไปตรงมา ของคุณหมอนินนั่นเอง

สำหรับคุณผู้หญิงท่านใดที่ต้องการปรึกษากับคุณหมอนิน
สามารถติดต่อนัดหมายผ่านช่องทาง ดังนี้
Line@ : namninclinic
โทร. 093-093-5639
.
หรือต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมตามช่องทางด้านล่างนี้ค่ะ

รอยแสกกว้าง รักษาได้ไม่ยาก
นอกจากจะต้องกังวลปัญหาไรผมสูง หน้าผากกว้าง ผมบางทั่วศีรษะเห็นชัดแล้ว สาว ๆ หลายคนก็ยังต้องกังวลกับปัญหารอยแสกผมกว้างอีกด้วย ซึ่งถ้าปล่อยไว้ ไม่หาวิธีการรักษาที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา ก็อาจทำให้เกิดปัญหาผมบางจนเห็นหนังศีรษะชัดได้ ซึ่งทำให้สูญเสียความมั่นใจสุด ๆ

โดยทั่วไปแล้วรอยแสกกว้างนั้นถือเป็นลักษณะผมบางรูปแบบหนึ่งที่พบมากในเพศหญิง มีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์ และพฤติกรรมการแสกผมในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลต่อการขึ้นใหม่ของเส้นผมที่จะเบนไปตามทิศทางที่แสกผม หรือมีการมัดผมที่รวบตึงจนเกินไป บวกกับความแข็งแรงของรากผมลดลง เมื่ออายุมากขึ้น ก็ทำให้เส้นผมหลุดร่วง เกิดรอยแสกกว้าง และมีปัญหาผมบางลงในที่สุด 

ปัญหารอยแสกกว้างแบบไหนที่ควรกังวล 
ผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น จะเริ่มมีปัญหาผมบางจากบริเวณกลางศีรษะ ปรากฏเป็นรอยแสกผมกว้างเห็นชัด ซึ่งสามารถแบ่งระยะผมบางได้ตามระดับความรุนแรง เป็น 4 ระดับ ดังนี้
  • ระดับ 1 ที่สามารถสังเกตได้จากผมร่วงมากกว่า 200 เส้นต่อวัน
  • ระดับ 2 ลูกผมบริเวณกลางศีรษะขึ้นใหม่ลดน้อยลง
  • ระดับ 3 ที่รอยแสกผมมีลักษณะคล้ายกับต้นคริสต์มาสและเห็นหนังศีรษะชัดเจน  
  • ระดับ 4 ที่รอยแสกกลางไม่มีผมชุดใหม่ขึ้นเลย มองเห็นหนังศีรษะชัด และหนังศีรษะมีลักษณะเรียบไร้รูขุมขน  


วิธีป้องกันปัญหารอยแสกผมกว้าง
นอกจากสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดรอยแสกผมกว้างจะมาจากกรรมพันธุ์แล้ว พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนทำให้เกิดรอยแสกผมกว้างได้เช่นกัน ซึ่งมีวิธีป้องกันปัญหารอยแสกกว้าง ดังนี้

  • เปลี่ยนรอยแสกผม เช่น จากเดิมเคยไว้แสกกลาง อาจไว้แสกข้างไปทางซ้าย หรือขวาแทน เพื่อปรับแนวการขึ้นใหม่ของเส้นผม และยังเป็นการเปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนลุค ให้น่าสนใจกว่าเดิมอีกด้วย 
  • เลี่ยงการมัดผม หรือรวบผมตึงเกินไป เพราะอาจเป็นการทำร้ายรากผมให้อ่อนแอได้
  • เลี่ยงการทำผมบ่อย ๆ หรือใช้สารเคมีกับเส้นผมและหนังศีรษะบ่อย ๆ เช่น การดัด ยืด ทำสีผม
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะสูตรอ่อนโยน ป้องกันการหลุดร่วงเส้นผม
  • ไม่หวีผมขณะผมเปียก เพื่อป้องกันผมร่วง 
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น อาหารกลุ่มโปรตีน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้รากผม 

ทั้งนี้หากเผชิญกับปัญหารอยแสกผมกว้างที่รุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก (ระยะ1-2) ก็ยิ่งดี  เพื่อรับการวินิจฉัยถึงสาเหตุ และรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมทันที เพื่อป้องกันไม่ให้รอยแสกกว้างกว่าเดิมในอนาคต 

และที่สำคัญหากเริ่มรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก็จะยิ่งเห็นผลได้ดีในระยะเวลารวดเร็ว  แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกด้วย แต่จะรักษาด้วยวิธีไหนดีที่เจ็บตัวน้อยที่สุด และให้ประสิทธิภาพหลังการรักษาที่ดี ติดตามบทความของนามนินกันต่อเลย

โปรแกรม PHB รักษารอยแสกกว้างโดยไม่ต้องผ่าตัด 
เพราะปัญหารอยแสกกว้างส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์ แม้การปลูกผมจะช่วยให้ผมหนาขึ้นได้ แต่ในอนาคตก็มีโอกาสที่จะเกิดรอยแสกกว้างเห็นชัดขึ้นอีก ฉะนั้นที่นามนินเราจะดูแลปัญหารอยแสกกว้าง ผมบางในผู้หญิงสำหรับเคสผมร่วงจากกรรมพันธุ์ ที่ไม่เหมาะกับการปลูกผม ด้วยเทคนิคพิเศษจากนามนิน ที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นด้วยโปรแกรม PHB 


โปรแกรมทรีตเมนต์ที่จะช่วยบำรุงดูแลผมอย่างล้ำลึกได้ถึงเซลล์รากผม อัดแน่นไปด้วยสารชีวโมเลกุลวิตามิน โปรตีน สารอาหารที่จำเป็นต่อการบำรุงรากผมโดยเฉพาะ คิดค้นสูตรโดยแพทย์ผู้ชำนาญของนามนิน



ขณะเดียวกันโปรแกรม PHB ยังเห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ เช่น
  • สัมผัสได้ถึงเส้นผมร่วงลดน้อยลงภายใน 3-7 วันหลังเข้ารับบริการ  
  • สังเกตเห็นเส้นผมอ่อน เส้นผมงอกใหม่ใน 1-3 เดือนหลังเข้ารับบริการ
  • รู้สึกว่าเส้นผมมีลักษณะเส้นใหญ่ขึ้น ปริมาณความหนาแน่นมากขึ้นใน 2-4 เดือน
  • ภายใน 6-9 เดือนจะเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด 


นอกจากนี้ โปรแกรม PHB   ยังถือเป็นวิธีการรักษารอยแสกกว้างที่สะดวกสบาย ไม่สร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้เข้ารับบริการ ไม่ต้องกังวลถึงผลข้างเคียง หรือรอยแผลที่อาจเห็นชัดอีกด้วย 
สำหรับใครที่กังวลปัญหารอยแสกกว้าง สัญญาณผมบางอยู่ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะรอยแสกกว้าง เป็นแล้วสามารถรักษาได้ และไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือปลูกผม นามนินขอแนะนำทรีตเมนต์ฉีดบำรุงเส้นผมด้วยโปรแกรม PHB นี้เลย การันตีผลลัพธ์จากคนไข้มากมายว่าสามารถฟื้นบำรุงรากผมให้แข็งแรงได้จากภายใน เพิ่มปริมาณผมให้หนาแน่นดกดำกว่าเดิม  




ทั้งนี้เพื่อการรักษาที่เห็นผลและตรงจุด หากพบสัญญาณผมบาง เริ่มสังเกตเห็นรอยแสกผมกว้าง ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการ และวางแผนวิธีการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมให้เร็วที่สุด จะได้ช่วยหยุดการลุกลามของปัญหาผมบางนี้ได้ ก่อนจะทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจไปมากกว่านี้นั่นเอง


เทคนิคปลูกผม “สร้างกรอบหน้า”
“กรอบหน้า” คือตัวแปรสำคัญต่อ “ความงาม” บนใบหน้าโดยรวม โดยเฉพาะสำหรับคุณผู้หญิง บางคนมีใบหน้าหวาน หรือใบหน้าดุ ก็เนื่องจากลักษะของกรอบหน้า หรือบางคนที่มีกรอบหน้าช่วงแนวไรผมบริเวณหน้าผากค่อนข้างสูงหรือร่นลึกเข้าไป ก็ทำให้ใบหน้าดูไม่สมส่วน ดูสูงวัยกว่าอายุจริง จนอาจถึงขั้นเสียบุคลิกภาพ และบั่นทอนความมั่นใจในการออกไปพบปะผู้คนก็เป็นได้

การทำหัตถการ “ปลูกผม” นั้น หลายครั้งไม่เพียงเพื่อช่วยเติมเต็มความหนาแน่นให้กับผมบนศีรษะ แต่ยังเป็นโอกาสในการ “สร้างกรอบหน้า” ใหม่อีกด้วย โดยเฉพาะที่นามนินคลินิก ซึ่งการปลูกผมมีความหมายทั้งในเชิงศาสตร์และเชิงศิลป์ คุณหมอนิน - แพทย์หญิงนิล นามทองต้น จึงไม่เคยละเลยที่จะใช้ศาสตร์การแพทย์เพื่อรักษาอาการผมร่วงและผมบางด้วยการปลูกผม พร้อมกับใช้มุมมองเชิงศิลปะในการเสริมแต่งความงามอย่างเป็นธรรมชาติให้กับใบหน้าของคนไข้ด้วย

โดยหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่คุณหมอจะต้องใช้ความชำนาญเชิงศิลป์เป็นพิเศษ ก็คือการ “สร้างกรอบหน้า” ใหม่ ด้วยการออกแบบและวาด Hairline หรือแนวผมบริเวณหน้าผาก ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาแนวผมร่นลึกแล้ว ยังเป็นการอาศัยหลักสัดส่วนทองคำ หรือ Golden Ratio ออกแบบแนวผมใหม่เพื่อปรับให้รูปหน้าของคนไข้มีความสมส่วน ชวนมอง ในขั้นตอนนี้ คนไข้เองก็จะมีส่วนร่วมในการสะท้อนความต้องการ และออกแบบกรอบหน้าร่วมกับคุณหมอด้วย โดยคุณหมอจะเน้นการออกแบบให้เข้ากับสไตล์หรือบุคลิกของคนไข้แบบเฉพาะบุคคล เพื่อกรอบหน้าใหม่ที่ สวยเป๊ะ แบบไม่มีโป๊ะ เพราะคุณหมอเข้าใจเป็นอย่างดีว่า บุคลิกภาพและความงาม สำคัญกับผู้หญิงขนาดไหน


แต่การสร้างกรอบหน้าใหม่ให้ออกมา เป๊ะ ได้ดังใจ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ของแพทย์ปลูกผมที่มีความชำนาญอย่างมาก ซึ่งหลังจากเจาะย้ายกราฟต์ผมคุณภาพดีออกจากด้านหลังท้ายทอยแล้ว จะต้องนำกราฟต์ผมเหล่านั้นมาแช่ในน้ำยาคงสภาพผม ก่อนจะนำไปวิเคราะห์โครงสร้างของเส้นผม และตัดแต่งเพื่อให้ได้กราฟต์ผมที่เหมาะสมกับการปลูกในแต่ละจุด


นั่นเป็นเพราะเส้นผมของคนเราในแต่ละจุดบนหนังศีรษะ อาจะมีขนาดเส้นเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน มีความหนาบางไม่เท่ากัน และที่สำคัญ มีจำนวนเส้นผมต่อ 1 กราฟต์ผมไม่เท่ากันด้วย ตรงนี้เองที่เป็นหัวใจสำคัญในการปลูกผมสร้างกรอบหน้าไม่ให้โป๊ะ เพราะหากมองข้ามการคัดเลือกกราฟต์ผมที่เหมาะสม แนว Hairline ที่ปลูกใหม่ก็จะออกมาดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างแน่นอน

ที่นามนินคลินิก คุณหมอนินจะใส่ใจเป็นพิเศษในการคัดเลือกกราฟต์ผมมาปลูกเพื่อสร้างกรอบหน้าเนียนสวย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่พิถีพิถันและละเอียดอ่อน โดยคุณหมอจะแบ่งพื้นที่ปลูกผมออกเป็น 3 โซน ได้แก่

  • แนวไรผมบริเวณด้านนอกสุด ถ้าสังเกตดี ๆ ผมตรงส่วนนี้จะเป็นไรผมเส้นอ่อน ๆ ที่มีความอ่อนนุ่ม เล็ก และบางที่สุด ดังนั้น จึงต้องเลือกกราฟต์ผมเส้นเดี่ยว (หมายถึงมีจำนวนผม 1 เส้นต่อ 1 กราฟต์ผม หรือ Single follicle) และจะต้องมีขนาดเส้นบาง (Fine follicle) เพื่อให้ใกล้เคียงกับไรผมจริง ๆ นั่นเอง
  • ถัดจากแนวไรผมเข้ามา สังเกตว่าผมจะค่อย ๆ มีขนาดเส้นใหญ่ขึ้น คุณหมอจึงเลือกใช้กราฟต์ผมเส้นเดี่ยว (Single follicle) ที่มีขนาดปกติ มาปลูกในบริเวณนี้
  • จากนั้นก็มาถึงผมส่วนที่อยู่ลึกเข้ามามากที่สุด ผมตรงนี้จะมีความหนาแน่น ขนาดเส้นใหญ่และหนากว่าอย่างเห็นได้ชัด คุณหมอจึงเลือกกราฟต์ผมที่มีจำนวนผม 2 – 4 เส้นต่อ 1 กราฟต์ (Multiple follicles) เป็นผมทั่วไปที่มีขนาดเส้นใหญ่และหนา 


จะเห็นว่า เมื่อคัดเลือกกราฟต์ผมด้วยความละเอียดเช่นนี้แล้ว แนวผมบริเวณหน้าผากที่ปลูกใหม่ จะค่อย ๆ ไล่ระดับความหนาบางและความหนาแน่นของเส้นผมอย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งบวกกับทักษะการปลูกผมของคุณหมอ ที่ เป๊ะ ทั้งการวางทิศทางองศาผม การประเมินระยะความลึกในการปักกราฟต์ที่เหมาะสม รวมถึงการกระจายเส้นผมให้หนาแน่นพอดี ไม่แน่นเกินไป และไม่บางเกินไป จึงได้ผลลัพธ์แนวผมใหม่ที่ดูแล้วเนียนตาสุด ๆ จนแทบไม่รู้ว่านี่คือผมปลูกใหม่ กลายเป็นกรอบหน้าที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนสมดุล และขับเน้นความงามของผู้หญิงแต่ละคนให้ฉายชัดออกมาได้อย่างแท้จริง

ผมบางของผู้หญิง รักษาได้ไหม
ไขข้อสงสัย ผมร่วงเยอะ เกิดจากอะไร?
เรื่องของเส้นผมเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะผมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของใบหน้าที่ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดี จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องดูแลและบำรุงเส้นผมให้สุขภาพดีอยู่เสมอ 

อย่างไรก็ตามทุกวันจะมีผมหลุดร่วงเองตามธรรมชาติอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่หากผมหลุดร่วงมากเกินไปนั่นก็อาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงอะไรบางอย่าง ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร? มีหนทางในการรักษาอย่างไรบ้าง? นามนินจะพามาไขข้อสงสัยกัน

ผมร่วงเยอะ เกิดขึ้นจากอะไร?
ลักษณะของผมร่วงที่เกิดขึ้นจะมีความรุนแรงที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ปกติแล้วในแต่ละวันเส้นผมของคนเราจะมีการหลุดร่วงอยู่แล้วประมาณ 50-100 เส้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากบนศีรษะจะมีเส้นผมอยู่มากถึง 100,000 เส้น โดยจะมีการหลุดร่วงของเส้นผมได้ตามกระบวนการเจริญเติบโตของเส้นผม และหลังจากนั้นก็จะมีผมใหม่งอกขึ้นมาแทนที่ ซึ่งจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตามวงจรชีวิตของเส้นผม

แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความหนาแน่นของเส้นผมก็จะน้อยลงตามไปด้วย เนื่องจากวงจรชีวิตของเส้นผมสั้นขึ้น จึงทำให้ผมร่วงถี่มากขึ้น ผมจะค่อย ๆ บางลง และอาจไม่มีการงอกใหม่ขึ้นมาทดแทนอีกต่อไป



นอกจากนี้พันธุกรรมก็ถือเป็นสาเหตุของปัญหาผมร่วงที่พบได้บ่อย หากคนในครอบครัวส่วนใหญ่มีผมบาง ก็จะส่งผ่านทางพันธุกรรมได้ด้วยเช่นกัน และอาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยอื่น ๆ ดังนี้
  • ความเครียด 
  • มลภาวะ
  • การเจ็บป่วย เช่น การติดเชื้อที่หนังศีรษะ, โรคที่ทำให้เกิดแผลบนหนังศีรษะ และโรคไทรอยด์ เป็นต้น
  • การผ่าตัด
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น  การตั้งครรภ์, การคลอดบุตร หรือการอยู่ในวัยหมดประจำเดือน
  • ผลกระทบจากยาที่ใช้รักษา เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง, ภาวะซึมเศร้า หรือโรคความดันโลหิตสูง
  • การลดน้ำหนักเยอะมากในระยะเวลาที่สั้น
  • มีไข้สูง 
  • ขาดสารอาหาร เช่น การขาดธาตุเหล็ก หรือโปรตีน เป็นต้น

แบบไหนถึงเรียกว่า ผมร่วงเยอะผิดปกติ? 
ทุก ๆ วันผมของคนเราจะมีการหลุดร่วงอยู่แล้ว แต่จะร่วงในปริมาณที่น้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับปริมาณเส้นผมที่มีอยู่บนศีรษะ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงจะมีผมร่วงเยอะกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงมักจะมีผมร่วงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100-150 เส้น ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมและสุขภาพโดยรวม 

ส่วนผู้ชายจะมีผมร่วงโดยเฉลี่ยในแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 50-60 เส้น หากเยอะกว่านี้ก็พึงสังเกตได้ว่า อาจมีความผิดปกติเกิดขึ้น  ซึ่งแน่นอนว่าการนับจำนวนเส้นผมเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็สามารถสังเกตได้เองเลย เพราะถ้าเกิดปัญหาผมหลุดร่วงเยอะจริง ๆ จะมีผมร่วงอยู่ตามที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งเวลาที่อาบน้ำ สระผม การนอนบนหมอน การหวีผม หรือตามพื้นบ้านนั่นเอง

ผมร่วงเยอะ สามารถรักษาได้อย่างไร?
ผมร่วงเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้ใครหลาย ๆ คน แต่ก็ยังพอมีแนวทางที่สามารถรักษาได้  ดังนี้
1. การรับประทานวิตามินเสริม
วิธีแรกที่สามารถช่วยรักษาปัญหาผมร่วงได้ คือ การรับประทานวิตามินเสริม เพราะหากร่างกายขาดสารอาหารบางอย่างที่จำเป็นต่อเส้นผม ก็จะส่งผลให้รากผมอ่อนแอ และขาดหลุดร่วงได้ง่าย 

วิตามินบำรุงเส้นผมอย่าง VITAMIN H ของนามนิน จะช่วยบำรุงรากผม ให้ผมที่งอกใหม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ มีเส้นผมที่หนาและแข็งแรงยิ่งขึ้น โดยผสานคุณประโยชน์จากทั้ง
  • สารสกัดจากข้าวกล้องและผลกระบองเพชร ช่วยลดความมันและการอักเสบของหนังศีรษะ 
  • Biotin ช่วยเสริมสร้างให้ผมแข็งแรงมากขึ้น 
  • Zinc Gluconate ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเส้นผม 
  • Iron Amino Acid Chelate ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม และเติมสารอาหารให้เส้นผม 
  • Vitamin B Premix ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวยสุขภาพดี 
ซึ่งสารอาหารบำรุงผมทั้งหมดนี้ ก็มีผนวกรวมมาไว้แล้วในอาหารเสริม VITAMIN H  เพราะเส้นผมสวยสุขภาพดี เริ่มต้นได้จากรากผมที่แข็งแรงนั่นเอง


2. การรับประทานยาตามแพทย์สั่ง
อีกหนึ่งวิธีการรักษาปัญหาผมร่วงเยอะ ที่ดูจะช่วยจบปัญหาผมบางได้อย่างตรงจุด คือ การพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และทำการรักษา โดยแพทย์จะมีการจ่ายยาช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมตามอาการที่เป็น และสาเหตุของปัญหาผมร่วง ซึ่งมีทั้งรูปแบบยากินและยาทา หรืออาจมีการทำหัตถการอื่น ๆ เพิ่มเติม ตามปัญหาเส้นผมที่มี



3. การทำทรีตเมนต์บำรุงเส้นผม
การทำทรีตเมนต์บำรุงเส้นผม ก็เป็นอีกวิธีการที่สามารถช่วยรักษาอาการผมร่วงได้เช่นกัน โดยจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการงอกของเส้นผมใหม่ ๆ อีกทั้งยังช่วยบำรุงและรักษาเส้นผมที่มีอยู่ ให้แข็งแรงยิ่งขึ้นด้วย 

หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมทำทรีตเมนต์บำรุงเส้นผมอยู่ ที่เห็นผลลัพธ์หลังการทำได้อย่างน่าพึงพอใจ กลับมามีผมหนาขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ก็อยากแนะนำให้ลองใช้บริการ PHB ทรีทเม้นท์บำรุงรากผม สูตรของนามนิน จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน อีกทั้งยังช่วยให้เซลล์รากผมเกิดการซ่อมแซมตัวเอง และกลับมาทำหน้าที่สร้างเส้นผมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น



4. การฉายแสง
การฉายแสงเป็นวิธีการรักษาผมร่วงด้วยการใช้แสงจาก LED หรือ Light Emitting Diode ในการบำบัดด้วยคลื่นแสง ที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ นำมาช่วยกระตุ้นรากผม และยับยั้งการหลุดร่วงของเส้นผม เพื่อแก้ปัญหาและรักษาผมร่วงได้แบบที่ไม่ต้องเจ็บตัว ปลอดภัย และไม่เกิดบาดแผล 





5. การปลูกผม
อีกหนึ่งวิธีจัดการกับปัญหาผมร่วงได้อย่างยั่งยืน นั่นก็คือ การปลูกผม เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้ เนื่องจากสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ที่นามนินเองก็มีโปรแกรมปลูกผมด้วยเทคนิค NEAT ให้บริการ 

ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษจากนามนิน ที่ดูแลในทุก ๆ ขั้นตอนโดยแพทย์ที่มีความชำนาญในการรักษาและประเมินอาการ รวมถึงวางแผนการรักษาให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล และทำการปลูกผมโดยแพทย์เองทุกกราฟต์ ทำให้ได้แนวผมสวย มีทิศทางตามองศาผมเดิม ดูเป็นธรรมชาติ แถมไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเล




สรุป
หากใครกำลังเผชิญกับปัญหาผมบางอยู่ ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะนามนินเองก็มีวิธีการหลากหลายรูปแบบที่สามารถรักษาและบรรเทาอาการผมร่วงให้คุณได้อย่างตรงจุด ทั้งนี้หากพบปัญหาผมบาง ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินอาการและหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป ก่อนที่อาการจะดำเนินไปมากขึ้น ซึ่งจะยากต่อการแก้ไข แถมยังมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงกว่าการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ อีกด้วย

“คุณคนใหม่” ด้วย PHB
การดูแลบุคลิกภาพตัวเองให้ดูดีนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่จำกัดอยู่แต่เฉพาะในวัยหนุ่มสาวเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด ภาพลักษณ์และความมั่นใจก็ยังเป็นสิ่งสำคัญอยู่เสมอ แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงวัย 45up การดูแลตนเองจะมีรายละเอียดที่ต้องใส่ใจและข้อจำกัดที่มากขึ้น ทั้งในด้านสุขภาพภายในที่มองไม่เห็นด้วยตาและภาพลักษณ์ภายนอกที่มีผลต่อความมั่นใจ


“เส้นผม” เป็นปัญหาหนึ่งที่มักจะสร้างความกังวลใจให้คนในวัยนี้ จากเส้นผมที่เคยแข็งแรง ผมหนา ดกดำ ก็เริ่มเจอภาวะผมร่วง ผมบาง ที่มาจากหลายสาเหตุ เช่น ความเสื่อมถอยของสุขภาพ ความเครียด ความเจ็บป่วยหรือแม้แต่กรรมพันธุ์ ซึ่งหากคุณหรือมีคนใกล้ตัวกำลังประสบปัญหานี้ การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผม จะช่วยให้เส้นผมกลับมาหนาแน่นขึ้นได้ด้วยวิธีที่เหมาะสมและมีความเป็นไปได้มากที่สุด



การปลูกผมถาวร เป็นการแก้ปัญหาที่เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน แต่ผลลัพธ์นั้นขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหาและข้อจำกัดของแต่ละบุคคลด้วย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีปัญหาผมบางเป็นวงกว้าง แต่ต้นทุนกราฟต์ผมบริเวณด้านหลังท้ายทอยหรือ Safe  Zone เหลือน้อยลง หรือเส้นผมอ่อนแอลงเนื่องจากอายุที่มากขึ้น ในกรณีนี้ แพทย์จะต้องประเมินและวางแผนการใช้กราฟต์ผมอย่างคุ้มค่าที่สุด เพื่อแก้ปัญหาให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้


ที่นามนิน นอกจากการปลูกผมถาวรแล้ว อีกทางเลือกหนึ่งของการฟื้นฟูเส้นผมที่แพทย์จะแนะนำให้ผู้เข้ารับบริการทำควบคู่กันไปคือ โปรแกรม PHB ที่คุณหมอนิน ได้ดึงพลังแห่งการฟื้นฟูดูแลเส้นผมจากสารชีวโมเลกุล มาพร้อมกับการเติมวิตามินสูตรเฉพาะของนามนิน ฉีดตรงเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม ให้รากผมซ่อมแซมตัวเองพร้อมทั้งสร้างเซลล์ผมใหม่ ลดผมหลุดร่วง เพิ่มความแข็งแรงของเส้นผม 


หลังการเข้ารับบริการโปรแกรม PHB ผลลัพธ์ที่สัมผัสได้คือ จากเส้นผมที่เคยเล็ก ลีบแบน อ่อนแอ หลุดร่วงง่าย จะกลายเป็นเส้นผมที่มีขนาดใหญ่ขึ้น หนาขึ้น แข็งแรงขึ้น และเริ่มมีเส้นผมงอกขึ้นใหม่ เมื่อเข้ารับบริการอย่างสม่ำเสมอตามที่แพทย์แนะนำ เส้นผมจะหนาแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน 

ในการรักษาผมร่วงผมบาง โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหารุนแรงหรือผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดในการปลูกผม แพทย์อาจวางแผนให้เข้ารับบริการโปรแกรม PHB ร่วมกับการปลูกผมเทคนิค NEAT เพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น และส่วนใหญ่ก็จะได้รับความประทับใจและความมั่นใจจากเส้นผมใหม่กลับคืนมา



ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้เสมอ บางคนอาจจะรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งได้ใช้ชีวิตอย่างที่ต้องการจริงๆ เมื่อตอนอายุ 40 ก็เป็นไปได้ ในขณะที่บางคน “ชีวิต” อาจจะเริ่มต้นตอนอายุ 50 ก็ได้ ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด ทั้งหมดนั้นขึ้นอยู่กับทัศนคติ การมองโลก และการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะอยู่ในวัยใด เราก็มีสิทธิ์ที่จะรักตัวเองและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเราเองได้เสมอค่ะ