Tag : ผมร่วง
ปกป้องผมจาก “แสงแดด” สไตล์ผู้ชายสายสปอร์ต
แม้ว่าแดดเมืองไทยจะร้อนราวกับอยู่ในช่วงซัมเมอร์ตลอด 12 เดือนไม่มีพัก แต่เราก็ยังเห็นคุณผู้ชายสายสปอร์ตที่รักสุขภาพหลาย ๆ คน ออกมาลุยกีฬากลางแจ้งกันแบบแมน ๆ ไม่หวั่นความร้อนแผดเผาของแสงแดด ไหนจะออกรอบตีกอล์ฟซ้อมวงสวิงกันเป็นเวลาหลายชั่วโมง บ้างก็สวมบทนักปั่นน่องเหล็กปั่นจักรยานพิสูจน์ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขา บ้างก็เพลิดเพลินกับการออกกำลังเผาผลาญแคลอรีทั่วตัวในสระว่ายน้ำ ซึ่งแม้ส่วนใหญ่เราจะเตรียมไอเท็มปกป้องผิวจากแสงแดดมาเป็นอย่างดี แต่หลาย ๆ ครั้ง เรากลับลืมนึกถึงส่วนที่สัมผัสแสงแดดแบบเต็ม ๆ ตลอดเวลาที่เราพาตัวเองไปอยู่กลางแจ้ง นั่นก็คือ “เส้นผม”

อย่าลืมว่า แสงแดดทำร้ายผิวอย่างไร ก็ทำร้ายผมได้ไม่ต่างกัน ไล่มาตั้งแต่รังสี UVA ในแสงแดด ที่ทำลายเม็ดสีเมลานินในเส้นผม รังสี UVB ทำลายโครงสร้างโปรตีน “เคราติน” ในส่วนเกล็ดผมชั้นนอกสุด ซึ่งปกติแล้วจะคอยทำหน้าที่ปกป้องเนื้อผมและแกนผมที่อยู่ภายใน ทำให้ผมขาดเกราะปกป้องและถูกทำร้ายง่ายขึ้น ขณะเดียวกันก็รบกวนการทำงานของกรดอมิโนในเส้นผมรวมถึงรากผมด้วย 

และนี่คือผลลัพธ์ของเส้นผมที่สัมผัสแสงแดดนาน ๆ โดยขาดการดูแลอย่างถูกวิธี
  • สีผมจางลง จากการสูญเสียเม็ดสีเมลานิน หรืออาจเกิดภาวะผมหงอกก่อนวัย
  • ผมเสีย แห้ง หยาบกร้าน ขาดความนุ่มสลวย เงางาม
  • ผมชี้ฟู ดูไม่มีน้ำหนัก
  • ผมอ่อนแอ แตกปลาย เปราะขาดง่าย
  • ผมหลุดร่วงง่าย ซึ่งข้อนี้สำคัญทีเดียว เพราะหากปล่อยให้เกิดภาวะผมร่วงต่อเนื่องนาน ๆ อาจตามมาด้วยอาการผมบาง ไปจนถึงศีรษะล้านเลยก็เป็นได้



ไม่เพียงเท่านั้น แสงแดดยังทำให้การผลิตน้ำมันตามธรรมชาติของหนังศีรษะผิดปกติไป ทำให้ผมยิ่งแห้งและชี้ฟู ทั้งยังทำร้ายหนังศีรษะโดยตรง จนอาจเกิดอาการแสบ คัน ระคายเคือง ทำให้หนังศีรษะลอก หรือเกิดรังแคกวนใจ ส่งผลไปถึงบุคลิกภาพและความมั่นใจ อีกทั้งการออกกำลังกายมักจะทำให้เกิดเหงื่อหรือสิ่งสปกรกจากฝุ่นและมลพิษสะสม ซึ่งหากไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างดี ก็จะส่งผลทำร้ายเส้นผมจนหลุดร่วงง่ายด้วยเช่นกัน

ถ้าอย่างนั้น คุณผู้ชายสายสปอร์ตจะมีวิธีดูแลปกป้องเส้นผมจากแสงแดดอย่างไร นามนินมีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากดังนี้
  • หลีกเลี่ยงการออกไปทำกิจกรรมขณะที่มีแดดจัด ๆ อย่างเช่นเวลาเที่ยงตรงหรือบ่ายโมง ลองเลือกปรับเวลาออกกำลังในช่วงอื่น ๆ ที่แสงแดดไม่แรงจนเกินไป
  • การสวมหมวก ก็นับเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยป้องกันแสงแดดสัมผัสกับเส้นผมโดยตรงได้เป็นอย่างดี
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารกันแดด เช่น Hair Tonic หรือ Hair Spray เพื่อช่วยปกป้องเส้นผมจากแสงแดด โดยสามารถใช้ได้ทั้งก่อนออกจากบ้าน และใช้ซ้ำระหว่างวัน
  • การระวังไม่ใช้ความร้อนกับเส้นผมมากหรือบ่อยเกินไป เช่นความร้อนจากการใช้ไดร์เป่าผม เพราะจะยิ่งรวมพลังกับแสงแดด ทำให้ผมของเราเสียง่ายขึ้นแบบคูณสอง
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงให้เหมาะกับสภาพผมของเราเอง เพื่อคืนความชุ่มชื้น และเสริมความแข็งแรงจากภายใน



อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อควรระวังเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย สำหรับคุณผู้ชายที่กังวลเรื่องผมร่วง ผมบาง เป็นพิเศษ เพราะการปกป้องเส้นผมด้วยการ “สวมหมวก” ที่รัดแน่นเกินไป หรือสวมใส่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ๆ อาจเป็นปัจจัยเสริมที่กระทบต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะก็เป็นได้ 

ข้อแรกเลย หมวกที่รัดแน่นเกินไป อาจไปก่อความระคายเคืองหรืออักเสบ พร้อมกับทำให้รากผมยิ่งอ่อนแอ จนผมขาดหลุดร่วงง่าย และหากหมวกทำจากวัสดุที่ระบายอากาศได้ไม่ดี ก็จะมีปัญหาความอับชื้นตามมา กลายเป็นสาเหตุของโรคที่เกี่ยวกับหนังศีรษะต่าง ๆ อย่างเช่น รังแค หรือเชื้อราบนหนังศีรษะ ซึ่งจะส่งผลต่อรากผม และลงท้ายทำให้ผมร่วงได้เช่นกัน ดังนั้น จึงควรเลือกหมวกที่มีวัสดุและขนาดที่เหมาะสม ช่วยระบายอากาศ ไม่รัดแน่นหรือหลวมจนเกินไป รวมถึงไม่ใส่ติดต่อกันจนนานเกินไป ก็จะช่วยลดความเสี่ยงผมร่วงได้อีกทาง

และอย่างที่กล่าวไปแล้วว่า ปัจจัยเสริมอย่างเช่นการสวมหมวก หรือแม้กระทั่งการถูกทำร้ายจากแสงแดด เป็นเพียงปัจจัยกระตุ้นทางอ้อมเท่านั้น สาเหตุหลักที่คุณผู้ชายส่วนใหญ่ต้องเผชิญกับภาวะผมร่วง ผมบาง ก็คือกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันมาครอบครัว ซึ่งมีฮอร์โมนเจ้าปัญหาตัวหนึ่งเป็นตัวแปรสำคัญ

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ชายจะมีฮอร์โมนควบคุมลักษณะเพศชาย หรือ Testosterone ซึ่งร่างกายผลิตขึ้นเป็นปกติ แต่สำหรับผู้ที่มีภาวะผมร่วง นั่นก็เพราะเอนไซม์ 5α-Reductase มาเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายให้กลายเป็นฮอร์โมน DHT หรือ Dihydrotestosterone เจ้าฮอร์โมน DHT นี้เอง จะเข้าไปจับกับ Androgen Receptor ที่บริเวณรากผม ทำให้รากผมอ่อนแอ วงจรชีวิตเส้นผมสั้นลง ผมงอกใหม่เส้นเล็กบาง ไม่แข็งแรง ทั้งงอกช้าและขาดหลุดร่วงง่ายขึ้น กลายเป็นสาเหตุของภาวะผมบาง หรือผมล้านในที่สุด


และเพราะอย่างนั้นเอง การปลูกผมถาวรเทคนิค NEAT จึงได้รับการออกแบบมาเพื่อคืนผมหนาแน่นดกดำให้กับผู้ที่เผชิญภาวะผมร่วง ผมบาง จากฮอร์โมน DHT และกรรมพันธุ์ได้อย่างตอบโจทย์ เนื่องจากเป็นการเจาะย้ายผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณเดียวที่เส้นผมของเรามีคุณสมบัติต้านฮอร์โมน DHT โดยธรรมชาติ ทำให้ผมแข็งแรง คงทน ไม่หลุดร่วงง่าย จากนั้นจึงย้ายนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหา ผมปลูกใหม่จึงสามารถอยู่รอดจากฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT สามารถร่วงและงอกใหม่ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผมไปได้ตลอดชีวิต 

การปลูกผมเทคนิค NEAT ยังเต็มไปด้วยความใส่ใจในทุก ๆ ขั้นตอนจากแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการปลูกผมของนามนิน ตั้งแต่การเข้ามาพูดคุยปรึกษา วางแผนแนวทางการรักษาร่วมกัน การคำนวณกราฟต์ผมต้นทุนเพื่อปลูกใหม่ให้เหมาะสมกับพื้นที่ผมบาง การลงมือปลูกผมให้คนไข้เองแบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น และยังรวมถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่แพทย์ออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนไข้ ลดระยะเวลาในการพักฟื้น สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้เร็วขึ้น ไม่ต้องกังวลกับการปกปิดร่องรอยจากปลูกผม ทำให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้นมาก ทั้งยังดูแลต่อเนื่องหลังปลูกยาวนานถึง 18 เดือน จนกว่าผลลัพธ์ผมใหม่จะหนาแน่น แข็งแรง สมบูรณ์




ดังนั้น หากคุณกำลังกังวลกับปัญหาผมร่วงที่มากขึ้นผิดปกติ ไม่ว่าสาเหตุของอาการผมร่วงจะเกิดจากปัจจัยแบบใด และไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหน สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ได้ทันทีไม่ต้องรีรอ เพราะยิ่งเข้ามารับการรักษาเร็ว ก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ดีกว่า เพียงวางใจให้แพทย์ช่วยออกแบบเส้นทางการรักษาเฉพาะบุคคล ที่จะตอบโจทย์ปัญหาผมของคุณได้อย่างตรงจุดมากที่สุด



ป้องกัน “หน้าผากเถิก” แนะเลิก “รวบผมตึง”
หนึ่งในทรงผมที่เผยความมั่นใจของคุณผู้หญิงได้เต็มที่ ก็คือทรงมัดผมรวบตึง อวดรูปหน้าสวย เพิ่มลุคให้ดูโฉบเฉี่ยว คล่องตัว ทั้งยังช่วยเก็บเส้นผมให้เรียบเนียนไม่มากวนใจในวันที่ต้องลุยกิจกรรมต่าง ๆ หลายคนมัดผมตึงปล่อยหางม้า หรือถักเปียแน่นเป๊ะออกจากบ้านเป็นประจำตั้งแต่วัยอนุบาลเลยก็มี ซึ่งการรวบผมมัดแน่นจนเกินไปเช่นนี้ อาจกลายเป็นพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม โดยที่เราไม่รู้ตัวก็เป็นได้

ยิ่งเรามัดผมจนตึงและแน่นมากเท่าไหร่ ลองนึกภาพดูสิว่า รากผมก็จะยิ่งถูกดึงรั้งมากขึ้นเท่านั้น แน่นอนว่าหากรากผมถูกแรงดึงเช่นนี้บ่อย ๆ หรือเป็นเวลานาน ๆ ก็จะส่งผลให้เกิดความตึงเครียดบริเวณรากผม หนังศีรษะเกิดการระคายเคือง รากผมอ่อนแอลง ตามมาด้วยความเสี่ยงที่เส้นผมจะขาดหลุดร่วง 

ดังนั้น ที่เรามักได้ยินกันว่า มัดผมรวบตึงจนทำให้หน้าผากเถิก ก็เป็นคำกล่าวที่ไม่เกินจริงเลย เพราะเมื่อผมบริเวณนั้นถูกดึงรั้งซ้ำ ๆ ก็ทำให้หลุดร่วง เกิดภาวะผมบาง จนอาจนำไปสู่ภาวะผมล้านได้ อีกทั้งการมัดผมแน่น ๆ ยังทำให้หนังศีรษะระบายอากาศได้ยาก เกิดการหมักหมมของสิ่งสกปรกจนเกิดอาการคันหรือระคายเคืองตามมาได้ด้วย

ที่สำคัญ หากคุณผู้หญิงท่านไหนไม่เพียงชอบมัดผมรวบตึง แต่ยังชอบยืดผม ดัดผม หรือทำสีผมร่วมด้วย ก็เท่ากับเป็นการทำร้ายผมอีกทางด้วยความร้อนและสารเคมี ซึ่งถ้าทำพฤติกรรมเช่นนี้บ่อยจนเกินไป ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงมากขึ้นด้วยเช่นกัน 



เพราะฉะนั้น วิธีป้องกันไม่ให้หน้าผากเถิกเกินวัย ก็คือการระวังไม่มัดผมรวบตึงแน่นจนเกินไป หรือสลับไปทำทรงอื่นเพื่อปล่อยให้เส้นผมและหนังศีรษะได้พักผ่อนคลายบ้าง ขณะเดียวกันก็ใช้ความร้อนและสารเคมีกับเส้นผมแต่พอเหมาะ เพื่อถนอมสุขภาพเส้นผมให้คงความแข็งแรงไว้ได้นาน ๆ

สำหรับสาว ๆ ท่านไหนที่ป้องกันไม่ทัน และกำลังกังวลกับปัญหาหน้าผากเถิก จนสัดส่วนใบหน้าเปลี่ยน และดูสูงอายุกว่าวัย นามนินก็ขอแนะนำการปลูกผมถาวรเทคนิค NEAT บริเวณหน้าผาก ซึ่งไม่เพียงเติมเต็มเส้นผมด้านหน้าให้กลับมาหนาแน่นดกดำ แต่ยังสามารถออกแบบและปรับกรอบหน้าใหม่ร่วมกับคุณหมอ โดยอาศัยหลัก Golden Ratio หรือสัดส่วนทองคำของใบหน้า เพื่อให้ใบหน้ากลับมาสมส่วน แลดูอ่อนเยาว์ขึ้น พร้อมแนว Hairline ใหม่ที่เนียนสวยใกล้เคียงแนวผมธรรมชาติ เพราะคุณหมอลงมือปลูกให้เองแบบเส้นต่อเส้น พร้อมดูแลหลังปลูกต่อเนื่องยาวนานถึง 18 เดือน





ทั้งนี้ คุณหมอยังฝากถึงผู้ที่เคยเข้ารับการปลูกผมใหม่ว่า แม้จะปลูกผมปรับกรอบหน้าใหม่สวยดังใจแล้ว ก็ยังต้องระวังพฤติกรรมที่อาจทำร้ายเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นการมัดผมรวบตึง การยืด ดัด ทำสี การสระผมผิดวิธี การสูบบุหรี่หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมไปถึงปัจจัยความเครียด เพราะทั้งหมดอาจทำให้ผมกลับมาร่วงและบางซ้ำ จนเกิดปัญหาหน้าผากกว้างได้อีกนั่นเอง



ฮอร์โมนเปลี่ยน…ผมร่วง? รู้ทันก่อนสาย!
“ฮอร์โมนเปลี่ยน ผมร่วง” เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงหลายช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่เข้าสู่ช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน และหลังการคลอดบุตร

ฮอร์โมนตัวสำคัญที่เปลี่ยนไปก็คือ “เอสโตรเจน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักในร่างกายของผู้หญิง มีบทบาทสำคัญในการควบคุมหลายระบบในร่างกาย รวมถึงการเจริญเติบโตของเส้นผมด้วย โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนจะช่วยกระตุ้นให้เส้นผมอยู่ในระยะการเจริญเติบโต (Anagen Phase) ได้นานขึ้น ทำให้เส้นผมยาว หนาแน่น และไม่หลุดร่วงง่าย หากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เส้นผมจะดูสุขภาพดีและหนาขึ้น แต่เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง เช่น อายุเข้าสู่วัย 30 ไปจนถึงช่วงใกล้หมดประจำเดือนและหลังการคลอดบุตร จะส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมเปลี่ยนไป ทำให้เส้นผมบางลงหรือหลุดร่วงได้ง่ายขึ้นค่ะ โดยสามารถสังเกตอาการผมร่วงที่ผิดปกติได้จากสัญญาณต่างๆ ต่อไปนี้

เส้นผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ โดยเฉลี่ยผมจะร่วงประมาณวันละ 50-100 เส้น แต่หากพบว่าผมร่วงมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อเส้นผมเริ่มหลุดร่วงมากในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น ในขณะสระผม หรือแปรงผม นั่นอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ นอกจากนี้ เส้นผมจะแห้งและเปราะบาง ไม่เงางามแข็งแรงเหมือนเดิม และในบางครั้ง การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนอาจทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมๆ หรือเกิดจุดผมบางที่เห็นได้ชัดเจนค่ะ


หากเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติเหล่านี้ได้เร็วเท่าไหร่ การรีบปรึกษาแพทย์ก็จะช่วยให้การรักษาได้ผลลัพธ์ที่ดีได้โดยเร็วเท่านั้น โดยไม่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่เสียบุคลิกภาพหรือความมั่นใจ โดยเฉพาะที่นามนิน แพทย์จะให้คำปรึกษา ประเมินปัญหา และวางแนวทางการรักษาปัญหาผมร่วงให้เหมาะสมเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ คุณหมอนินจะเป็นผู้พิจารณาแต่ละเคสด้วยตัวเองค่ะ

แนวทางในการรักษาปัญหาผมร่วงของนามนินมีหลายวิธี เริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและโภชนาการ เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม พักผ่อนให้เพียงพอ จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมได้ค่ะ อีกแนวทางหนึ่งคือ การใช้ยา Minoxidil ทาบริเวณที่เป็นปัญหา เป็นยาที่นิยมใช้ในการรักษาอาการผมบางในผู้หญิง ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและชะลอการหลุดร่วง สะดวกในการใช้ แต่อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนค่ะ นอกจากนี้ ยังมีการรับประทานวิตามิน VITA H ของนามนินเพื่อบำรุงเส้นผม ลดการหลุดร่วงพร้อมเติมสารอาหารให้เส้นผม ช่วยให้ผมที่งอกใหม่มีเส้นหนาและแข็งแรงยิ่งขึ้น


อีกทางเลือกหนึ่งคือ ฟื้นฟูเส้นผมด้วยการฉีดบำรุงโปรแกรม PHB ซึ่งเป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ โดยคุณหมอนินเป็นผู้ดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง และการเข้ารับบริการก็ง่าย สบาย ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาต่อครั้งเพียง 40-60 นาทีค่ะ


เริ่มต้นด้วยการปรึกษากับคุณหมอนิน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด คุณหมอจะตรวจประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุและวิเคราะห์ปัญหาผมบางของผู้เข้ารับบริการ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมโดยเฉพาะเป็นรายบุคคล จากนั้นเข้ารับบริการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะ เพิ่มความแข็งแรงของรากผม ทำให้เส้นผมดูหนาขึ้นและสุขภาพดี


ขั้นตอนสุดท้ายคือ การฉีดบำรุงโดยคุณหมอนิน ซึ่งการฉีดบำรุงนี้จะกระตุ้นรากผม ฟื้นฟูเส้นผมให้แข็งแรงและดกดำขึ้น ช่วยให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง และเพิ่มความมั่นใจในผลลัพธ์ด้วยการเปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งหลังเข้ารับบริการค่ะ




แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้หญิงได้ไม่น้อย เพราะอาจทำให้ผมร่วงหรือบางลง แต่หากรีบปรึกษาแพทย์ทันทีที่เริ่มสังเกตเห็นผมร่วงมากผิดปกติ เส้นผมของคุณก็จะกลับมามีสุขภาพดีได้เหมือนเดิม เสริมบุคลิกภาพ เพิ่มความมั่นใจและทำให้รู้สึกดีกับตัวเองทุกครั้งที่มองกระจกค่ะ
“เคราติน” เกราะป้องกันเส้นผม
หลายครั้งที่เราสังเกตเห็นสัญญาณความอ่อนแอของเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นผมชี้ฟู แห้งกร้าน แตกปลาย เปราะขาดง่าย  นั่นก็เป็นเพราะเส้นผมขาดปราการชั้นนอกสุดที่ทำหน้าที่ช่วยปกป้องผมจากปัจจัยทำร้ายผมต่าง ๆ นามนินจึงขอพาไปทำความรู้จักกับเกราะปกป้องผมตัวสำคัญที่ชื่อว่า “เคราติน” (Keratin) พร้อมกับเคล็ดลับเสริมเคราติน เพื่อฟื้นบำรุงให้ผมสวยสุขภาพดี 


“เคราติน” เป็นเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งความจริงแล้ว ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง และเป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผม เล็บ และผิวหนัง โดยเฉพาะเส้นผมของเรา มีเคราตินประกอบอยู่ถึงร้อยละ 90 ทีเดียว

ที่โครงสร้างของชั้นนอกสุดของเส้นผมนั้น เซลล์เคราตินชนิดแข็งจะเรียงซ้อนกันหลายชั้นแบบเกล็ดปลา จนเกิดเป็นเกล็ดผม (Cuticle) ซึ่งถัดจากชั้นเกล็ดผม ก็จะเป็นชั้นเนื้อผมและแกนผมที่อยู่ด้านในสุด เราจึงเปรียบเกล็ดผมหรือเคราตินได้กับเกราะปกป้องเส้นผมจากรังสี UV ในแสงแดด ความร้อน สารเคมี รวมถึงมลภาวะหรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไม่ให้ซึมผ่านเข้าไปในเส้นผม พร้อมกับปกป้องชั้นเนื้อผมไม่ให้สูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน หากเกล็ดผมชั้นนอกเรียงตัวเป็นระเบียบ ก็จะส่งผลให้เส้นผมเรียบเนียนสลวย ดูมีชีวิตชีวา เงางามเป็นประกาย นุ่มลื่น จัดทรงง่าย ทั้งยังทำให้โครงสร้างผมแข็งแรง มีความยืดหยุ่น ต้านทานต่อแรงกดดัน ไม่แตกปลายหรือเปราะขาดได้ง่ายอีกด้วย

ทราบหรือไม่ว่า อาจมีบางช่วงเวลาที่เกล็ดผมเปิด ทำให้เส้นผมอยู่ในภาวะอ่อนแอ สูญเสียความชุ่มชื้น ถูกทำร้ายหรือเปราะขาดง่าย เช่นเวลาที่ผมเปียก ระหว่างสระผมหรือขณะว่ายน้ำ จึงแนะนำให้ระวังดูแลเส้นผมเป็นพิเศษ อีกทั้งยังควรระวังการใช้สารเคมีกับเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นการทำสีผม ยืดผม หรือดัดผม เนื่องจากเป็นสาเหตุทำให้เส้นผมสูญเสียเคราตินได้นั่นเอง

ทั้งนี้ เราสามารถเสริมเคราตินกลับคืนให้กับเส้นผมได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน รวมถึง “ไบโอติน” หรือวิตามินบี 7 ซึ่งทำหน้าที่เสริมโครงสร้างของเคราตินให้แข็งแรง ตัวอย่างของอาหารบำรุงผมที่เราขอแนะนำ ได้แก่ อาหารตระกูลไข่ ถั่วต่าง ๆ ตับ แซลมอน คะน้า แครอท มันเทศ และเมล็ดทานตะวัน เรียกได้ว่าเป็นทางเลือกอาหารสุขภาพ ที่ไม่เพียงบำรุงผม แต่ยังรวมถึงเล็บและผิวหนังที่มีเคราตินเป็นโครงสร้างประกอบด้วยเช่นกัน


และหากใครกำลังมองหาแนวทางการบำรุงเส้นผม ที่ไม่ได้เน้นแค่เคราตินหรือโครงสร้างชั้นนอก แต่เป็นการฟื้นฟูดูแลเส้นผมทุกองค์ประกอบแบบเต็มขั้นในระดับลึกถึงรากผม ทั้งยังเสริมเรื่องลดอาการหลุดร่วงของเส้นผมด้วย นามนินขอแนะนำโปรแกรมทรีตเมนต์ PHB เพียงฉีดบำรุงที่หนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ก็จะช่วยยกระดับความแข็งแรงให้กับเส้นผม ทำให้เส้นผมมีขนาดใหญ่และหนาขึ้น จนแลดูดกดำและหนาแน่นขึ้นกว่าที่เคย ทั้งยังช่วยให้ผมกลับมาเงางาม สุขภาพดีจากภายใน โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมบางในระยะเริ่มต้น สามารถสังเกตผลลัพธ์ได้ตั้งแต่การเข้ารับบริการในครั้งแรก ๆ 

ที่สำคัญ หากมีข้อสงสัยหรือความกังวลเกี่ยวกับปัญหาผม ไม่ว่าจะอยู่ในระยะเริ่มต้น หรือในระยะใดก็ตาม สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของนามนินได้ เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการรักษาที่ตรงจุดที่สุดนั่นเอง

นามนิน “ใส่ใจเพื่อคุณคนใหม่”




ลด ละ เลิกสูบบุหรี่ : เพื่อผลลัพธ์เส้นผมที่ดีหลังการปลูกผม
หลังการปลูกผม แพทย์จะแนะนำให้ “งดสูบบุหรี่” อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลายคนจึงอาจสงสัยว่าบุหรี่มีผลกระทบกับเส้นผมจริงหรือ? หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตัดสินใจจะปลูกผม หรือเข้ารับการปลูกผมมาแล้ว การศึกษาและทำความเข้าใจผลกระทบจากการสูบบุหรี่ที่มีต่อเส้นผมจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

บุหรี่ : ภัยร้ายทำลายเส้นผม
ในบุหรี่เต็มไปด้วยสารพิษอันตราย ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ธรรมดาหรือบุหรี่ไฟฟ้าก็ตาม เพราะมีสารเคมีที่ส่งผลเสียต่อร่างกายและเส้นผมอยู่มากมาย เช่น นิโคติน ทาร์ และก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ โดยเฉพาะ “นิโคติน” ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในบุหรี่ทั้งสองแบบ มีผลกระทบโดยตรงต่อเส้นผมคือทำให้หลอดเลือดหดตัวและการไหลเวียนของเลือดไปยังรากผมไม่ดีเท่าที่ควร เส้นผมจึงขาดสารอาหารและออกซิเจนที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต ส่งผลให้ผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่ายค่ะ 
นอกจากนี้ “นิโคติน” ยังเร่งการผลิตฮอร์โมน DHTหรือ ไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นผมไม่เจริญเติบโตและหลุดร่วงง่าย การสูบบุหรี่จึงสัมพันธ์กับอาการผมร่วง ผมบาง ที่นำไปสู่ภาวะศีรษะล้านได้


งดสูบบุหรี่หลังปลูกผม : เพิ่มอัตราการงอกของเส้นผมใหม่
ผู้ที่เข้ารับการปลูกผม การสูบบุหรี่จะทำให้ผลลัพธ์ไม่ดีตามที่ต้องการ เนื่องจากรากของเส้นผมที่ปลูกใหม่นั้นต้องการเลือดและออกซิเจนช่วยในการเจริญเติบโต ถ้าการไหลเวียนของเลือดไม่ดี เส้นผมใหม่อาจจะงอกช้า ไม่เติบโตเต็มที่และหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังทำให้แผลจากการปลูกผมหายช้าอีกด้วยค่ะ แพทย์จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนการปลูกผม เพื่อให้ระดับออกซิเจนในเลือดสูงขึ้นและเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการฟื้นตัว และหลังการปลูกผมควรงดสูบบุหรี่ต่อไปอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้เส้นผมใหม่ได้เติบโตได้อย่างเต็มที่และเพิ่มอัตราการรอดของเส้นผมใหม่ให้ได้มากที่สุด

การเลิกบุหรี่ : ไม่ง่ายแต่คุ้มค่า
การเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะคนที่สูบบุหรี่มานานและอาจรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นทำได้ยาก แต่เชื่อเถอะค่ะ หากได้ลองท้าทายตัวเองโดยเริ่มจากการค่อยๆ ลดปริมาณการสูบลง คุณก็จะรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไม่ใช่แค่กับเส้นผม แต่สุขภาพโดยรวมจะดีขึ้นแน่นอน

หลังการปลูกผม หากยังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ก็แนะนำให้ลดความถี่และปริมาณการสูบให้น้อยลง และสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับบริการโปรแกรม PHB อย่างเหมาะสมร่วมด้วยได้ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น เร่งการงอกของเส้นผมใหม่และฟื้นฟูเส้นผมเดิมให้แข็งแรงไปพร้อมกัน


การเข้ารับบริการโปรแกรม PHB ใช้เวลาประมาณ 40-60 นาทีต่อครั้งเท่านั้น โดยแพทย์จะตรวจสภาพเส้นผมเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคลก่อน จากนั้นจึงเข้ารับการฉายแสง LLLT เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และต่อด้วยการฉีดบำรุงเพื่อกระตุ้นรากผม ฟื้นฟูเส้นผมให้แข็งแรงและดกดำขึ้น หลังรับบริการสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดของโปรแกรม PHB  คุณหมอนินเป็นผู้ดูแลด้วยตัวเอง โดยคุณหมอจะเปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังการเข้ารับบริการทุกครั้ง




การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำร้ายสุขภาพร่างกาย แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นผมด้วย การงดสูบบุหรี่ทั้งก่อนและหลังการปลูกผมตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เส้นผมที่ปลูกใหม่แข็งแรงและเติบโตอย่างเต็มที่ และหากสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้อย่างเด็ดขาด จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่เส้นผมใหม่ที่แข็งแรง แต่ยังส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวค่ะ

NEAT ปลูกผมปรับกรอบหน้าสวยสมดุล เสริมความมั่นใจ
หลายคนน่าจะเคยได้ยินคำว่า "Golden Ratio" หรือ สัดส่วนทองคำ ซึ่งเป็นอัตราส่วนทางคณิตศาสตร์ที่ได้รับการยอมรับและใช้เป็นมาตรฐานวัด “ความงาม” ในศิลปะกันมาบ้างแล้ว และหากพูดถึงในแง่ความสวยงาม Golden Ratio ได้นำมาใช้เป็นหลักในการวัดความสมดุลของใบหน้า โดยแบ่งใบหน้าตามแนวนอนออกเป็น 3 ส่วนเท่าๆ กัน ได้แก่ ใบหน้าส่วนบน เริ่มวัดที่ขอบไรผมจนถึงหัวคิ้ว ใบหน้าส่วนกลาง ตั้งแต่หัวคิ้วจนถึงปลายจมูก และใบหน้าส่วนล่าง ตั้งแต่ปลายจมูกถึงปลายคาง ซึ่งทุกส่วนต้องมีอัตราส่วน 1:1:1 จึงจะถือว่าเป็นรูปหน้าที่สมดุลและสวยงามค่ะ


แต่ในความเป็นจริง ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีรูปหน้าสวยงามได้ตามหลัก Golden Ratio เพราะมีหลายปัจจัยที่ทำให้หน้าของเราไม่สมส่วน โดยเฉพาะช่วงกรอบหน้าส่วนบน เช่น การถ่ายทอดทางพันธุกรรม ทำให้บางคนมีกรอบหน้าแบบ M Shape หรือมีปัญหาผมร่วงผมบางบริเวณหน้าผากและขมับทำให้หน้าผากกว้างเกินไป นอกจากจะส่งผลให้รูปหน้าไม่สมส่วนแล้วยังทำให้ดูสูงวัยขึ้นด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้เสียความมั่นใจได้ไม่น้อยเลย


สำหรับสาวๆ คนไหนที่กำลังกังวลกับปัญหานี้อยู่ อย่าเพิ่งเครียดค่ะ เพราะที่ “นามนิน” เรามีทางออกสวยๆ ไว้ให้แล้ว นั่นก็คือการปลูกผมปรับกรอบหน้าด้วยเทคนิค NEAT ซึ่งจะช่วยปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุลมากขึ้น เสริมกรอบหน้าให้คมชัด ใบหน้าดูมีมิติและสมส่วนขึ้น

ขั้นตอนการปลูกผมปรับกรอบหน้าด้วยเทคนิค NEAT จะเริ่มด้วยการประเมินปัญหาและวางแนวทางการรักษาทั้งหมดโดยคุณหมอนิน แพทย์ปลูกผม ซึ่งคุณหมอจะพิจารณาความกังวลของคนไข้เป็นลำดับแรก จากนั้นจึงประเมินพื้นที่ในการปลูกผมและใช้หลัก Golden Ratio ช่วยในการออกแบบแนวผมใหม่ให้รับกับสัดส่วนใบหน้า พร้อมคำนึงถึงความชอบชอบส่วนตัวของแต่ละคนร่วมด้วยค่ะ
ในการปลูกผม คุณหมอนินจะลงมือปลูกผมด้วย Implanter ขนาด 0.6 มิลลิเมตร ใช้เทคนิคปลูกแทรกทีละกราฟต์ด้วยความประณีต จัดวางทิศทางของเส้นผมใหม่ให้สอดคล้องกับทิศทางของเส้นผมเดิม โดยไม่ลืมคำนึงถึงความหนาแน่นและลักษณะเด่นของเส้นผมแต่ละบริเวณด้วย ไล่ระดับความหนาบางอย่างเหมาะสมเพื่อให้เส้นผมปลูกใหม่นั้นเชื่อมต่อกับแนวผมเดิมที่มีอยู่ได้อย่างกลมกลืน สำหรับใครที่ต้องการปลูกคิ้วพร้อมกับปลูกผมด้วย ก็สามารถปลูกด้วยเทคนิค NEAT  ไปในคราวเดียวกันได้ค่ะ เพื่อเสริมให้ใบหน้าโดยรวมโดดเด่น มีเสน่ห์ยิ่งขึ้น





ด้วยประสบการณ์ของคุณหมอนินและการทำงานด้วยการใช้ Implanter ตัวจิ๋วนี้เอง ทำให้รอยหลังการปลูกผมมีขนาดเล็ก ผู้เข้ารับบริการสามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ได้ตามปกติ คนรอบข้างอาจจะไม่ทันสังเกตเนื่องจากคุณหมอไม่ได้โกนผมบริเวณที่ปลูกจึงสามารถรักษาทรงผมได้ใกล้เคียงกับผมเดิม เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ คุณหมอนินยังดูแลต่อเนื่องให้อีก 1 ปีหลังการปลูกผมค่ะ



เมื่อเส้นผมใหม่ที่ปลูกเริ่มยาวขึ้น กรอบหน้าใหม่ที่ออกแบบไว้จะคมชัดขึ้น รูปหน้าจะดูสมส่วน สวยงาม สดใสและดูอ่อนวัยขึ้น ทั้งเส้นผมและกรอบหน้าจะช่วยเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจได้อย่างเต็มที่ค่ะ 

ถอดรหัสสาเหตุผมร่วงในผู้หญิง
ผมร่วงไม่ต้องกังวล เริ่มต้นฟื้นฟูง่ายๆ ด้วยการดูแลอย่างถูกวิธี

ปัญหาผมร่วงเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนอาจเคยเผชิญหรือกำลังเผชิญอยู่ ถึงแม้ว่าเส้นผมจะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่เมื่อเริ่มร่วงไปทีละเส้น ก็สามารถสร้างความกังวลใจไม่น้อยเลยทีเดียว สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงนั้นมีมากมาย และแต่ละสาเหตุก็มีผลต่อเส้นผมในลักษณะที่แตกต่างกัน เรามาทำความรู้จักกับสาเหตุที่พบได้บ่อย พร้อมทั้งวิธีการดูแลและฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาสวยงามและแข็งแรงกันค่ะ

1. พฤติกรรมการดูแลเส้นผม เช่น การยืดผม ดัดผม หรือทำสีผม รวมถึงการใช้ความร้อนจากเครื่องมือจัดแต่งทรงต่างๆ หรืออยู่ในที่มีความร้อนสูงนานๆ เช่น การซาวน่าเป็นเวลานานเกินไป อาจทำให้เส้นผมและหนังศีรษะสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผมแห้ง หยาบกระด้าง หรือเกิดการแตกปลายและหลุดร่วงได้ง่าย เพราะความร้อนจะทำลายโครงสร้างของเส้นผม ทำให้ผมอ่อนแอลง


2. การทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในวันที่แดดร้อนจัด หากไม่มีการปกป้องเส้นผมหรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องเส้นผมจากแสงแดดอย่างเหมาะสม อาจทำให้ผมได้รับความเสียหายจากรังสี UV ซึ่งทำให้เส้นผมอ่อนแอ บางลง และหลุดร่วงได้ง่าย 


3. การคลอดบุตร หลังการคลอดบุตร ฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ในช่วงนี้ ผมอาจร่วงมากขึ้นกว่าปกติ ถึงจะเป็นภาวะผมร่วงชั่วคราว แต่ก็อาจทำให้เกิดความกังวลและเสียความมั่นใจได้หากต้องกลับไปทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน


4. การขาดสารอาหารที่จำเป็น โดยเฉพาะการขาดโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างเส้นผมที่แข็งแรง หากร่างกายไม่ได้รับโปรตีนเพียงพอ ผมจะแห้งกระด้าง แลดูไม่เงางาม เส้นผมเริ่มอ่อนแอลงและร่วงได้ง่าย 


สำหรับสาว ๆ ที่กำลังประสบปัญหาผมร่วงจากสาเหตุเหล่านี้อยู่ อย่าเพิ่งวิตกกังวลไปค่ะ เพราะปัญหานี้สามารถป้องกันและแก้ไขได้โดยเริ่มต้นจากการดูแลเส้นผมอย่างถูกวิธี ขั้นแรกคือระมัดระวังการใช้ความร้อนกับเส้นผม เช่น การเป่าแห้งด้วยลมร้อน หนีบ ยืดหรือดัดผม นอกจากเส้นผมจะโดนทำร้ายจากความร้อนแล้ว สารเคมีที่ใช้กับเส้นผมก็มีผลทำให้ผมอ่อนแอลงด้วย นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีความร้อนสูงเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสวมหมวกหรือใช้สเปรย์กันแดดสำหรับเส้นผมเพื่อปกป้องจากรังสี UV ที่อาจทำลายเส้นผมให้แห้งและเปราะบางได้

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันค่ะ ควรเลือกแชมพูและครีมนวดที่มีส่วนผสมของสารบำรุงผม เช่น เคราตินหรือโปรตีน ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผมได้และการบำรุงผมอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดปัญหาผมแห้งแตกปลาย และทำให้ผมดูเงางามและมีสุขภาพดีขึ้น 

และหากกำลังมองหาวิธีฟื้นฟูเส้นผมที่แห้งเสียพร้อมทั้งกระตุ้นให้รากผมงอกใหม่ได้ด้วย โปรแกรม PHB ของนามนินเป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ค่ะ เพราะโปรแกรมนี้ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์เส้นผม ซ่อมแซมและฟื้นคืนเส้นผมได้พร้อมกัน เริ่มต้นด้วยการปรึกษาคุณหมอนินเพื่อวางแผนการรักษา คุณหมอจะตรวจสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์สภาพผมและปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นจะได้รับการฉายแสง Low-Level Laser Therapy (LLLT) ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม ขั้นตอนสุดท้ายคือการฉีดบำรุงเข้าไปที่รากผม เพื่อฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมกลับมาดกดำและหนาขึ้น โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงที่หนังศีรษะยังมีรากผมอยู่ หรือผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผมค่ะ







การรับบริการใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที จึงสะดวกสบายและไม่รบกวนชีวิตประจำวัน หลังเข้ารับบริการ สามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ เพียงหลีกเลี่ยงการโดนน้ำที่หนังศีรษะใน 24 ชั่วโมงแรก จากนั้นสามารถสระผมหรือเช็ดผมอย่างเบามือได้ตามปกติ


การดูแลเส้นผมอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการปกป้อง บำรุง หรือฟื้นฟูเส้นผม จะช่วยให้คุณมีเส้นผมที่แข็งแรง สวยงาม และเปล่งประกายสุขภาพดี พร้อมเสริมความมั่นใจให้กับทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การเริ่มต้นดูแลเส้นผมอย่างถูกต้องเหมาะสมในตอนนี้ จะถนอมให้เส้นผมที่คุณรักคงอยู่กับคุณไปได้อย่างยาวนานค่ะ



ผสาน 2 ศาสตร์ฟื้นฟูผม NEAT + PHB
เส้นผมอาจเป็นเพียงองค์ประกอบเล็ก ๆ ของร่างกายมนุษย์ ส่องกระจกก็เห็นทุกวันจนชินตา หวีผมหรือสระผมก็ได้ใช้มือสัมผัสอยู่บ่อย ๆ จนเราแทบไม่ได้ใส่ใจ แต่เมื่อถึงวันที่เส้นผมแสนธรรมดาหลุดร่วงจากไปมากผิดปกติ เมื่อนั้นหลายคนจึงเริ่มรับรู้ว่า เส้นผมสำคัญกับเรามากขนาดไหน เพราะเวลาส่องกระจก ภาพใบหน้าตัวเองที่เห็นอาจดูเปลี่ยนไปจากเดิม เวลาหวีผมหรือสระผม ก็อาจรู้สึกได้ว่าความหนาแน่นที่เคยสัมผัสได้เต็มมือ ลดหายไปจากเดิมเช่นกัน 

ปัญหาเส้นผมจึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพทางกาย แต่เป็นปัญหาสุขภาพทางใจด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเส้นผมคือส่วนเสริมความงามให้กับใบหน้า คือส่วนสร้างบุคลิกภาพให้ดูดี และคือส่วนสะท้อนตัวตนหรือสไตล์ของเจ้าของเส้นผม ซึ่งแพทย์ของนามนินเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า เส้นผมมีความหมายกับคนไข้มากแค่ไหน และการปลูกผมคืนความสุขความมั่นใจให้กับคนไข้นั้น จะช่วยเปิดไปสู่โอกาสการใช้ชีวิตใหม่ ๆ ได้มากมายเพียงใด

แพทย์ของนามนินจึงอาศัยทักษะและประสบการณ์ที่ยังคงศึกษาและพัฒนาตัวเองไม่เคยหยุด นำมาต่อยอดเทคนิคปลูกผมที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในปัจจุบัน ให้สามารถตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้ดีกว่าเดิม โดยมีหัวใจสำคัญ คือการนำ “ศาสตร์” และ “ศิลป์” มาผสานกันในภารกิจดูแลฟื้นฟูเส้นผม ดังนั้น นอกจากศาสตร์การรักษาอาการผมร่วง ผมบาง และกระบวนการปลูกผมที่ถูกต้องปลอดภัยตามหลักการแพทย์แล้ว แพทย์จะใช้มุมมองเชิงศิลปะในการเติมเต็มเส้นผม โดยคำนึงถึงสัดส่วนที่สมดุลของใบหน้า รูปลักษณ์ความงาม และบุคลิกภาพที่ปรับให้ดูดีขึ้นได้ จนคนไข้รู้สึกราวกับเปลี่ยนเป็นคนใหม่หลังปลูกผม 

ที่สำคัญ แพทย์ของนามนินยังเติม “ความใส่ใจ” ไปพร้อมกับศาสตร์และศิลป์ในทุก ๆ ขั้นตอนการปลูกผม ซึ่งคนไข้จะสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาพูดคุยปรึกษา เนื่องจากแพทย์จะออกแบบแนวทางแก้ปัญหาผมแบบเฉพาะบุคคลโดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง เคสใหม่ คิดใหม่ ไม่มีซ้ำ ไม่มีสูตรสำเร็จ ทั้งยังลงมือปลูกผมให้ด้วยตัวเองแบบเส้นต่อเส้น และดูแลติดตามผลพร้อมให้คำแนะนำหลังปลูกตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าผมใหม่จะเติบโตแข็งแรง แลดูหนาแน่นเป็นธรรมชาติ 



และเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แพทย์จึงนำ 2 ศาสตร์การฟื้นฟูผมมาผสานกัน นั่นคือการปลูกผมเทคนิค NEAT ซึ่งแพทย์ของนามนินต่อยอดขึ้นเพื่อคนรักเส้นผมโดยเฉพาะ เสริมด้วยการฉีดบำรุง PHB หลังปลูก หากใครที่สงสัยว่า ทั้ง 2 ศาสตร์นี้จะช่วยเสริมพลังบำรุงและฟื้นฟูดูแลผมได้ตรงจุดอย่างไร เราคงต้องขอย้อนกลับไปเล่าถึงต้นตอปัญหาผมร่วงและผมบางของทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ซึ่งแม้จะมีสาเหตุและลักษณะที่ต่างกัน แต่แพทย์ก็สามารถเลือกใช้ NEAT + PHB เพื่อตอบโจทย์ปัญหาแต่ละแบบได้อย่างลงตัว

หลายคนน่าจะพอทราบแล้วว่า ปัญหาผมร่วง ผมบาง ที่อาจนำไปสู่ภาวะผมล้านของคุณผู้ชายนั้น มีสาเหตุส่วนใหญ่จากกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่นในครอบครัว บางคนได้รับกรรมพันธุ์เช่นนี้จากรุ่นพ่อแม่ แต่บางคนก็อาจจะได้รับข้ามรุ่นมาจากปู่ย่าตายายเลยก็เป็นได้ อาการผมร่วง ผมบาง จะเริ่มปรากฏหลังพ้นช่วงวัยรุ่นเป็นต้นไป และอาการจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นตามวัยที่เพิ่มขึ้น สังเกตลักษณะของผมบางตามกรรมพันธุ์แบบคุณผู้ชายได้ดังนี้

  • แนวผมบริเวณหน้าผากร่นลึกขึ้น และเว้าเข้าไป 2 ข้างขมับเป็นรูปตัว M
  • ผมบางลงเฉพาะบริเวณกลางศีรษะ เป็นรูปตัว O
  • ทั้งนี้ ในบางราย อาจจะเกิดอาการผมบางทั้งในแบบ M และ O ควบคู่กัน และในท้ายที่สุด ผมทั่วศีรษะก็จะบางลงตามไปด้วย จนอาจเหลือแต่ผมบริเวณท้ายทอยด้านข้างและด้านหลัง



ที่มาของการอาการผมร่วงและผมบางในกรณีนี้ เกิดจากเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เพิ่มระดับขึ้นบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งเอนไซม์เจ้าปัญหาตัวนี้ จะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ให้กลายเป็นฮอร์โมน Dihydrotestosterone หรือ DHT ส่งผลให้รูขุมขนบริเวณหนังศีรษะมีขนาดเล็กลง ทำร้ายรากผมให้อ่อนแอ ทำให้ผมที่งอกขึ้นมาใหม่มีลักษณะเส้นเล็กบางและสั้น หลุดร่วงได้ง่ายก่อนเวลาอันควร เนื่องจากมีวงจรระยะเจริญเติบโตสั้น ขณะเดียวกันก็มีระยะพักที่ยาวขึ้น จึงใช้เวลานานกว่าเดิมในการงอกขึ้นใหม่ ทั้งยังสังเกตได้ว่า เส้นผมดูแห้งกร้าน ไม่มีชีวิตชีวา ไม่เงางามเหมือนเดิม

สำหรับคุณผู้ชายที่มีปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์ ซึ่งมีตัวการคือฮอร์โมน DHT แพทย์จึงแนะนำให้ปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด โดยจะเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย หรือที่เรียกว่า Safe Zone ไปปลูกใหม่ในบริเวณที่มีภาวะผมบางเพื่อคืนความหนาแน่น ซึ่งกราฟต์ผมด้านหลังท้ายทอย มีคุณสมบัติพิเศษคือทนทานต่อฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT เส้นผมบริเวณนี้จึงแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย แม้จะย้ายไปปลูกใหม่ในบริเวณอื่น ก็ยังสามารถหลุดร่วงและงอกใหม่ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผม อยู่กับศีรษะของเราไปได้ตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม คุณผู้ชายบางท่านอาจพบปัญหาผมร่วงและบางต่อเนื่องหลังปลูกผมไปแล้ว เนื่องจากผมเดิมยังคงได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT อยู่ ตรงนี้เองที่ NEAT + PHB จะเข้ามาตอบโจทย์ โดยหลังจากปลูกผมใหม่ด้วยเทคนิค NEAT ไปแล้ว แพทย์จะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และแนะนำให้คนไข้เข้ารับบริการฉีดบำรุง PHB ในระยะหลังปลูกด้วย


PHB คือทรีตเมนต์บำรุงที่จะช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นผมเดิม หรือผมใหม่ที่เพิ่งปลูก สำหรับผมเดิมที่ลักษณะเล็ก ลีบ แบน จากฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT จะได้รับการบำรุงให้มีขนาดเส้นผมที่ใหญ่ขึ้น หนาขึ้น สุขภาพดีขึ้นจากภายใน ขณะเดียวกันก็ยืดระยะเจริญเติบโต ลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผม พร้อมกับลดเวลาระยะพัก ทำให้เส้นผมงอกใหม่เร็วขึ้นด้วย 

คนไข้หลาย ๆ ท่านเข้ารับการฉีดบำรุง PHB ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง เส้นผมเดิมและเส้นผมใหม่จึงแข็งแรง แลดูหนาแน่น ดกดำ บางท่านยังคงวางใจให้แพทย์ของนามนินดูแลด้วยการฉีด PHB แม้ครบระยะติดตามผลหลังปลูก 1 ปีเต็มไปแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นความตั้งใจของแพทย์ที่จะมอบการดูแลต่อเนื่องให้กับคนไข้อย่างเต็มที่



ทั้งนี้ ในส่วนของคุณผู้หญิง แพทย์จะออกแบบแนวทางการรักษาที่ต่างออกไป ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการของแต่ละเคส 

  • หากคุณผู้หญิงมีปัญหาผมบางด้านหน้า หรือผมร่นลึกบริเวณหน้าผาก กรณีนี้ แพทย์สามารถปลูกผมใหม่เพื่อปรับกรอบหน้าให้สมส่วนตามหลัก Golden Ratio ได้ 
  • แต่หากคุณผู้หญิงมีปัญหาผมบางทั่วศีรษะ ที่อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ การปลูกผมอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม เนื่องจากผู้หญิงไม่มีบริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอย ที่เส้นผมมีคุณสมบัติทนทานต่อการหลุดร่วงเหมือนผู้ชาย เป็นไปได้ว่า แม้จะทำการปลูกผมใหม่แล้ว เส้นผมใหม่ก็ยังมีโอกาสหลุดร่วงได้ในอนาคต กรณีนี้ แพทย์จะแนะนำการฉีดบำรุงด้วย PHB เพื่อฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะให้กลับมาแข็งแรง แทนการปลูกผม
  • และสำหรับคุณผู้หญิงที่เผชิญกับปัญหาผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม เช่นการยืด ดัด ทำสี รวมไปถึงสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นภาวะผมร่วงหลังคลอด การฉีดบำรุง PHB ก็เป็นทางเลือกที่แพทย์แนะนำเช่นกัน






จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเส้นผม จึงเป็นการก้าวเข้ามาพูดคุยปรึกษากับแพทย์ได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้แพทย์ตรวจสภาพผม วิเคราะห์ปัญหา และรับฟังความต้องการของคนไข้ ซึ่งจะนำไปสู่การออกแบบแนวทางการรักษา ผสาน 2 ศาสตร์ NEAT + PHB เข้าด้วยกัน จนตอบโจทย์การฟื้นฟูดูแลผมของคนไข้แต่ละคนได้มากที่สุดนั่นเอง


เปิดมุมมองใหม่: ความจริงที่น่ารู้เกี่ยวกับการปลูกผมในวัย 50+
การปลูกผมกำลังเป็นทางเลือกที่ได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไปที่กำลังเผชิญกับปัญหาผมบางหรือศีรษะล้าน แต่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนหลายประการทำให้หลายท่านลังเลที่จะตัดสินใจ มาทำความเข้าใจข้อเท็จจริงที่ควรรู้กันค่ะ

ผลลัพธ์ที่ลงตัว 
เทคโนโลยีการปลูกผมในปัจจุบันพัฒนาไปไกลมาก ที่นามนิน คลินิก ใช้เทคนิค NEAT ซึ่งให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวางแผน การปลูก จนถึงการดูแลต่อเนื่อง 1 ปี คุณหมอนิน พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผมจะออกแบบแนวไรผมให้กลมกลืนกับรูปหน้าและเส้นผมเดิม โดยปลูกแบบเส้นต่อเส้น คำนึงถึงทิศทางและความหนาแน่นที่เหมาะสม พร้อมการดูแลโดยแพทย์ตลอดกระบวนการ


สบายใจได้ ไม่เจ็บอย่างที่คิด 
การใช้ยาชาเฉพาะที่ ช่วยผู้เข้ารับการปลูกผมแทบไม่รู้สึกเจ็บปวด สามารถผ่อนคลายด้วยการดูโทรศัพท์ ชมภาพยนตร์ หรือฟังเพลงได้ตามปกติระหว่างทำหัตถการ

ความยั่งยืนของผลลัพธ์ 
เส้นผมที่นำมาปลูกมาจากบริเวณท้ายทอยซึ่งทนต่อฮอร์โมน DHT ทำให้มีความคงทนสูง แต่เพื่อการดูแลที่ครบถ้วน นามนิน คลินิก แนะนำโปรแกรม PHB เพื่อบำรุงทั้งเส้นผมที่ปลูกใหม่และเส้นผมเดิมให้แข็งแรงยาวนาน






ไม่ต้องรอให้ล้าน 
การปลูกผมสามารถเริ่มได้ตั้งแต่พบปัญหาผมบางในระยะแรก ซึ่งมักให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าและประหยัดค่าใช้จ่าย การปรึกษาแพทย์แต่เนิ่นๆ จะช่วยวางแผนการรักษาได้เหมาะสม

คุ้มค่าในระยะยาว 
แม้ค่าใช้จ่ายจะแตกต่างกันตามเทคนิคและผู้ให้บริการที่มีหลายรูปแบบ แต่เมื่อพิจารณาถึงประโยชน์ระยะยาว ทั้งด้านบุคลิกภาพ ความมั่นใจ และการลดความกังวล การปลูกผมถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า



การปลูกผมในวัย 50+ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล ด้วยความก้าวหน้าทางการแพทย์และการดูแลที่ครบวงจร การปลูกผมไม่เพียงมอบเส้นผมใหม่ แต่ยังช่วยเสริมความมั่นใจให้กับผู้ชายทุกวัย การศึกษาข้อมูลที่ถูกต้องและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น

รู้จักเทคนิคปลูกผม แบบ Long Hair
เทคนิคต่าง ๆ สำหรับการปลูกผม ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่อยู่ตลอด หากใครเคยศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผมมาบ้าง ก็น่าจะเคยได้ยินเทคนิคปลูกผมที่ชื่อว่า “Long Hair” ซึ่งเป็นการย้ายกราฟต์ผมนำมาปลูกใหม่ โดยที่กราฟต์ผมนั้นยังเป็นผมเส้นยาวอยู่ ไม่ได้ถูกตัดหรือโกน เพื่อที่ว่าหลังจากปลูกเสร็จ ผมก็จะยาวแลดูเป็นธรรมชาติทันที ไม่ต้องรอจนกว่าผมจะค่อย ๆ ยาว ซึ่งใช้เวลาหลายเดือน

ฟังดูน่าสนใจทีเดียวใช่มั้ยล่ะคะ เพราะอย่างนี้เอง คนไข้ของนามนิน จึงฝากคำถามกันเข้ามาบ่อย ๆ ว่าการปลูกผมเทคนิค Long Hair เป็นอย่างไร ดีจริงหรือไม่ วันนี้ นามนินเลยขอรวบรวมคำตอบเกี่ยวกับการปลูกผมเทคนิค Long Hair เพื่อให้คนรักผมทุกท่านได้ลองทำความเข้าใจ และเป็นข้อมูลช่วยประกอบการตัดสินใจอีกด้วยค่ะ

Long Hair เป็นหนึ่งในเทคนิคปลูกผมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ถ้าถามว่าเทคนิคนี้ แตกต่างจากเทคนิคปลูกผมทั่วไปอย่างไร เราขออธิบายแบบนี้ค่ะ 

สำหรับเทคนิคทั่วไป จะเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยโดยไม่ต้องผ่าตัด เพื่อนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมบาง ซึ่งในขั้นตอนการปักกราฟต์ผมใหม่นี่เอง จะมีทั้งการใช้เทคนิค FUE คือการใช้ Forceps หรือเครื่องมือปลายแหลม ช่วยในการคีบกราฟต์ผมและปักลงไปในรอยเจาะที่เปิดไว้ 



ปัจจุบันมีเทคนิค DHI คือการใช้ Implanter หรือปากกาปลูกผมช่วยในการปักกราฟต์ (ซึ่งเทคนิค NEAT ที่นามนินใช้อยู่ คุณหมอก็พัฒนามาจากเทคนิค DHI นี่เองค่ะ) จากประสบการณ์คุณหมอนินเล็งเห็นแล้วว่าการลงมือปลูกด้วยตนเองทุกกราฟต์นั้นทำให้การควบคุมทิศทาง องศา ระยะความลึก และความถี่ในการปลูกผมใหม่แม่นยำ แนวปลูกผมดูเป็นระเบียบ สวยงามตามที่ผู้รับบริการต้องการ ที่สำคัญหลังปลูกผมมีเพียงรอยปลูกผมขนาดเล็กมาก คนไข้สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ปกติ และไม่ต้องกังวลเรื่องการปกปิดรอยหลังปลูกผมด้วย



แล้วเทคนิค Long Hair ล่ะ ต่างออกไปอย่างไร ?
ที่จริงแล้ว เทคนิค Long Hair ก็ใช้วิธีการเดียวกันเลยค่ะ ขึ้นอยู่กับว่าตอนปักกราฟต์ผมจะเลือกใช้อุปกรณ์แบบไหน เราจึงเห็นหลายๆ แห่งใช้คำว่า เทคนิค Long Hair (FUE) หรือ Long Hair (DHI) นั่นเอง จุดที่แตกต่างกันก็อย่างที่เล่าไว้แล้วข้างต้น ขณะที่เทคนิค FUE หรือ DHI ทั่วไปนั้น กราฟต์ผมที่นำมาปลูกใหม่จะอยู่ในลักษณะตอผมสั้น ๆ เพื่อความสะดวกในการทำหัตถการ และการดูแลหลังปลูกผมของคนไข้เองด้วย แต่ Long Hair เป็นการย้ายกราฟต์ผมที่มีความยาวระดับหนึ่งตามความยาวของเส้นผมของคนไข้ผู้นั้นนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่ผมบาง



แต่ก็มีข้อเท็จจริงหนึ่งที่มองข้ามไม่ได้เช่นกันค่ะ นั่นคือการเกิดภาวะ Shock Loss หลังปลูกผมไปแล้วประมาณ 2 สัปดาห์ - 4 เดือนแรก ซึ่งไม่ว่าจะจะใช้เทคนิค FUE, DHI, หรือ Long Hair ก็ต้องเผชิญกับภาวะนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Shock Loss หมายถึงการที่ผมปลูกใหม่ พร้อมใจกันเข้าสู่ระยะพักและหลุดร่วงออกในปริมาณมาก ซึ่งคุณหมอของนามนินจะทำความเข้าใจกับคนไข้ก่อนเสมอ ว่านี่เป็นอาการปกติตามวงจรเส้นผมโดยธรรมชาติ และจากนั้น เส้นผมจะค่อย ๆ งอกขึ้นใหม่จนเติบโตแข็งแรงสมบูรณ์เต็มที่ในเวลา 18 เดือน ดังนั้น ถึงแม้ว่าจะใช้เทคนิค Long Hair ที่ทำให้ได้ผมยาวหลังปลูกทันที แต่เส้นผมปลูกใหม่เหล่านั้นก็จะต้องหลุดร่วงเมื่อเข้าสู่ภาวะ Shock Loss และเริ่มต้นงอกใหม่เช่นเดียวกับเทคนิคอื่น ๆ ค่ะ


ทั้งนี้ การปลูกผมด้วยเทคนิค Long Hair ยังมีความยากในขั้นตอนการเจาะย้ายและปลูกใหม่ที่ซับซ้อนกว่า ที่สำคัญ ยังมีข้อควรระวังเพิ่มเติม เนื่องจากกราฟต์ผมใหม่ที่เพิ่งปลูกลงไปนั้น เสี่ยงที่จะหลุดร่วงได้ง่ายมาก ต้องการการดูแลเป็นพิเศษก่อนเข้าสู่ระยะฝังตัว ผมเส้นยาวจึงดูแลได้ยากกว่า เพราะต้องคอยระวังไม่ให้มีการสางผมหรือเกี่ยวโดนเส้นผมโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งอาจทำให้ผลลัพธ์การปลูกออกมาไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร

ทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่จะช่วยให้รู้จักเทคนิคปลูกผมแบบ Long Hair มากขึ้น และนำไปประกอบการพิจารณาเลือกเทคนิคปลูกผมที่เหมาะสมและคุ้มค่าคุ้มราคามากที่สุดได้ หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถเข้ามาปรึกษากับคุณหมอผู้ชำนาญด้านการปลูกผมได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อออกแบบการรักษาที่ตอบโจทย์ตรงใจคนไข้อย่างแท้จริงค่ะ

“กราฟต์ผม” ต้นทุนสำคัญของการปลูกผม
รู้จัก “กราฟต์ผม” ต้นทุนสำคัญของการปลูกผม
เคยสงสัยกันบ้างหรือไม่คะ ว่าทำไมคนที่ปลูกผมมาเหมือนกันแต่ผลลัพธ์ถึงดูแตกต่างกัน นั่นเป็นเพราะการปลูกผมนั้นมีหลายปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเส้นผมหลังปลูก แล้วจะมีอะไรบ้างนั้น เรารวบรวมมาไว้ในบทความนี้ค่ะ

ปัจจัยแรกคือ “กราฟต์ผม = ต้นทุนของการปลูกผม” แพทย์จะเลือกกราฟต์ผมจากพื้นที่ Safe Zone ซึ่งอยู่บริเวณด้านหลังท้ายทอย เนื่องจากเส้นผมในพื้นที่นี้จะไม่ถูกผลกระทบจากฮอร์โมน DHT ที่เป็นสาเหตุหลักของการหลุดร่วงของเส้นผม การเลือกกราฟต์ผมจากบริเวณนี้จึงจะทำให้เส้นผมที่ปลูกจะเติบโตได้ดีและไม่หลุดร่วงง่าย ซึ่งลักษณะของเส้นผมในบริเวณ Safe Zone นี้ก็ยังมีความหลากหลายอยู่ด้วย ในบางคน รูรากผมอาจมีเพียงเส้นเดียว ในขณะที่บางคนก็อาจมีผม 2-3 เส้น และในคนที่กราฟต์ผมแข็งแรงมากๆ ก็อาจมีได้มากถึง 3-4 เส้น ซึ่งความแข็งแรงของเส้นผมในบริเวณนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญหลังการปลูกผม หากเส้นผมที่ปลูกมีคุณภาพดี ก็จะช่วยให้ผมที่ปลูกเติบโตขึ้นมาเป็นผมที่หนาและแข็งแรง ในทางตรงกันข้าม หากเส้นผมไม่แข็งแรงพอ ผลลัพธ์อาจทำให้ผมดูไม่หนาแน่นเท่าที่ควร

หากจะลงลึกถึงความแตกต่างของลักษณะและความแข็งแรงของเส้นผมของแต่ละบุคคลนั้นว่าขึ้นอยู่กับอะไร ก็เกิดได้จากหลายสาเหตุค่ะ อาทิ กรรมพันธุ์ พฤติกรรมการใช้ชีวิต เพศ และวัย โดยเฉพาะอายุของผู้ที่ต้องการปลูกผม หากอายุน้อย เส้นผมยังแข็งแรงและมีจำนวนมาก การเก็บกราฟต์ผมก็จะได้ปริมาณมาก เพียงพอต่อการใช้งาน แต่หากอายุมากขึ้น ผมอาจเริ่มหลุดร่วงและมีเส้นผมบางลง สุขภาพผมไม่แข็งแรง การเก็บกราฟต์ผมจะมีข้อจำกัดและอาจได้จำนวนผมต้นทุนน้อยกว่า เพราะแพทย์ต้องคัดเลือกกราฟต์ผมอย่างระมัดระวังมากขึ้น 







ปัจจัยต่อมาที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากราฟต์ผมต้นทุน นั้นคือ “แพทย์ปลูกผม” ที่ควรต้องมีความรู้ ประสบการณ์ และมีความเป็นศิลปินอยู่ในตัว เพราะการปลูกผมนั้นต้องใช้ทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ในการทำงานทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การรับฟังปัญหาของผู้รับบริการ การออกแบบการรักษา ซึ่งแม้แต่การคำนวนการใช้กราฟต์ผมที่จะนำออกมาจาก Safe Zone ก็เป็นรายละเอียดที่ไม่ควรมองข้าม ควรนำออกมาตามปริมาณการใช้เท่านั้น ไม่ควรนำออกมามากเกินความจำเป็น ซึ่งจะทำให้เสียต้นทุนไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยเฉลี่ยแล้ว คนเราจะมีกราฟต์ผมประมาณ 80-100 กราฟต์ / ตารางเซนติเมตร แต่แพทย์จะนำออกมาทั้งหมดเลยไม่ได้ แพทย์ต้องเหลือกราฟต์ผมไว้ให้เหมาะสมด้วย เนื่องจากกราฟต์ผมบริเวณ Safe Zone นั้นใช้แล้วจะหมดไป ผมจะไม่งอกขึ้นมาใหม่อีก จึงไม่ควรมีคำว่า “เผื่อเหลือ เผื่อขาด” ในการปลูกผมค่ะ


แล้วแพทย์ปลูกผมต้องมีศิลปะด้วยเหรอ? ใช่ค่ะ เพราะการปลูกผมนั้นต้องใช้ความละเอียด ประณีตในการทำงานทุกขั้นตอน รวมถึงการลงมือปลูกผมด้วยตนเองทุกๆ กราฟต์ ซึ่งแพทย์จะสามารถจัดวางความหนาแน่น ทิศทาง และความเหมาะสมกลมกลืนของเส้นผมได้ตามที่ควรจะเป็น


อีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ “เทคนิคในการปลูกผม” ซึ่งหมายรวมถึงเครื่องมือที่ใช้ในการปลูกผมด้วย เพราะการเลือกใช้ “เครื่องมือที่เหมาะสม” ก็มีบทบาทสำคัญในการรักษาคุณภาพของกราฟต์ผมในระหว่างกระบวนการนำออกจาก Safe Zone ซึ่งเป็นกระบวนการแรกที่จะส่งผลต่อผลลัพธ์ของการปลูกผมได้แล้ว ซึ่งหากไม่ระมัดระวังในขั้นตอนการเจาะนำกราฟต์ผมออกนี้ กราฟต์ผมอาจกระทบกระเทือน ทำให้สูญเสียคุณภาพในการปลูก และรอยแผลจากการเจาะจะส่งผลต่อผมด้านหลังของผู้รับบริการ ผมจะเว้าแหว่ง ไม่สม่ำเสมอ กลายเป็นปัญหาต่อไปในอนาคต



ทุกปัจจัยนั้นมีความสำคัญและมีรายละเอียดที่ล้วนส่งผลต่อผลลัพธ์หลังการปลูก คุณหมอนิน จึงได้ออกแบบการปลูกผมเทคนิค NEAT ที่คุณหมอนินตั้งใจดูแลด้วยตัวเองในทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่วิเคราะห์ปัญหาและออกแบบการรักษาเฉพาะเป็นรายบุคคล อธิบายขั้นตอนการรักษาอย่างตรงไปตรงมา รับฟังความกังวลและความคาดหวังของผู้รับบริการ เปิดโอกาสให้ผู้รับบริการได้วางแผนและคาดการณ์ผลลัพธ์ที่จะได้หลังการปลูกร่วมกัน และที่สำคัญคือ ลงมือปลูกผมด้วยตัวเองทุกกราฟต์ ตั้งแต่การฉีดยาชาเข็มแรกจนถึงการปลูกผมกราฟต์สุดท้าย และสิ่งที่หลายคนมักจะลืมนึกถึงคือ การดูแลหลังการปลูกผม ซึ่งที่นามนิน คุณหมอนิน ก็จะดูแล Follow Up หลังการปลูกผมด้วยตัวเองตลอด 1 ปี เพราะเราเชื่อมั่นว่า หากทุกกระบวนการในการปลูกผมดี ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะดีค่ะ 
ฟื้นผมอย่างไร เมื่อ “คลอรีน” ตัวร้าย ทำผมเสีย
สังเกตมั้ยว่า หากเราว่ายน้ำเป็นเวลานาน ๆ เมื่อขึ้นจากสระว่ายน้ำ และลองเอามือสัมผัสเส้นผม จะรู้สึกว่าผมที่เคยนุ่มลื่น กลับแห้งและกระด้างกว่าปกติ ซึ่งหลายคนคงเคยทราบแล้วว่า ตัวการสำคัญที่ทำร้ายผมของเรา ก็คือ “คลอรีน” ในสระว่ายน้ำ


ที่จริงแล้ว คลอรีน นับเป็นสารเคมีที่อยู่ใกล้ตัวพวกเราทุกคนมาก ๆ เพราะในกระบวนการทำน้ำประปาที่เราใช้อาบ ซักล้าง หรือแม้กระทั่งดื่มอยู่ทุกวัน ก็ต้องผ่านการบำบัดฆ่าเชื้อโรคด้วยสารคลอรีน โดยควบคุมให้สารคลอรีนที่หลงเหลือในน้ำ ให้อยู่ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายและสามารถอุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัย 

และด้วยจุดประสงค์เดียวกัน คลอรีนจึงเป็นสารฆ่าเชื้อตัวสำคัญที่ใช้กับสระว่ายน้ำ เนื่องจากสระว่ายน้ำมีพื้นที่กว้างใหญ่ มีผู้เข้ามาใช้บริการหลากหลาย ยากต่อการดูแลทำความสะอาด ขณะที่คุณสมบัติของคลอรีนนั้น เป็นสารอนินทรีย์ทรงพลังที่มีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นไวรัส หรือแบคทีเรีย แต่ก็มีความปลอดภัยสูงเช่นกัน ทั้งยังสามารถสลายตัวได้รวดเร็วในธรรมชาติ 

อย่างไรก็ตาม การสลายตัวของคลอรีนนั้น ก็ต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้มข้นหรือปริมาณของคลอรีนในน้ำด้วย ดังนั้น เมื่อเราลงว่ายน้ำในสระ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องสัมผัสกับคลอรีนปริมาณมาก 

“คลอรีน” ตัวการทำร้ายผม??
มาลองทำความเข้าใจให้ลึกอีกนิด ว่าคลอรีนส่งผลเสียต่อเส้นผมของเราอย่างไร การที่คลอรีนมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคได้ดีนั้น ก็เนื่องจากผนังเซลล์ของเจ้าเชื้อโรคต่าง ๆ มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบ เมื่อคลอรีนทำปฏิกิริยากับโปรตีน ซึมผ่านผนังเซลล์ และเข้าไปทำลายเอนไซม์ในเซลล์ของเชื้อโรค ก็จะทำให้เชื้อโรคตายได้ 

และถ้าใครรู้จักโครงสร้างเส้นผมของคนเรา ก็คงพอจะนึกออกแล้วว่า คลอรีนกลายเป็นตัวร้ายทำลายผมได้อย่างไร นั่นก็เพราะส่วนประกอบสำคัญของเส้นผม คือ “โปรตีน” นั่นเอง โดยอยู่ในรูปของโปรตีนเส้นใยที่เรียกว่า “เคราติน” หากเส้นใยเคราตินเกาะยึดกันอย่างแข็งแรง ก็จะช่วยทำหน้าที่ปกป้องเส้นผม ให้เส้นผมนุ่มลื่นสุขภาพดี ไม่อ่อนแอ เปราะบาง หรือแตกปลาย


แต่เมื่อเส้นผมสัมผัสกับคลอรีน คลอรีนจะไปทำลายโปรตีนในเส้นผม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใครที่ชอบว่ายน้ำกลางแดดแรง ๆ รังสี UV ที่มีความเข้มข้นสูง จะไปกระตุ้นให้เกล็ดผมเปิดออก ยิ่งทำให้คลอรีนแทรกซึมเข้าถึงแกนผมได้เร็วขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ความร้อนจากแสงแดดเอง รวมถึงความเป็นกรดด่างของน้ำ ก็จะทำปฏิกิริยากับคลอรีน ส่งผลทำร้ายเส้นผมรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

ผลลัพธ์ที่เกิดกับเส้นผมหลังสัมผัสสารคลอรีน จึงทำให้ผมแห้ง แข็งกระด้าง ไร้น้ำหนัก โครงสร้างผมเปราะบางและอ่อนแอลง หากใครทำสีผม ก็อาจรู้สึกว่าสีผมซีดลงอีกด้วย และคลอรีนยังไปชะล้างไขมันตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องหนังศีรษะและเส้นผมออก เส้นผมจึงยิ่งแห้ง ชี้ฟู และสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น

ปกป้องและฟื้นบำรุงผมเสียจาก “คลอรีน” 
แม้จะทราบแล้วว่าคลอรีนในสระว่ายน้ำส่งผลเสียต่อเส้นผม แต่แน่นอนว่าเราไม่จำเป็นต้องหันหลังให้กับกิจกรรมสุดโปรดช่วงซัมเมอร์ หรือต้องหยุดออกกำลังกายทางน้ำไป ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อช่วยปกป้องเส้นผมของเราจากฤทธิ์ของคลอรีน

  • ลองใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบเส้นผม หรือครีมปรับสภาพผม เพื่อไม่ให้คลอรีนตรงเข้าทำร้ายเส้นผมได้โดยตรง
  • สวมหมวกว่ายน้ำ เพราะนี่คือไอเท็มที่ช่วยป้องกันไม่ให้คลอรีนสัมผัสกับเส้นผมได้เป็นอย่างดี
  • หลีกเลี่ยงการลงสระว่ายน้ำช่วงเที่ยง เพื่อไม่ให้แดดร้อนจัดและรังสี UV เข้มข้น เปิดเกล็ดผมจนสามารถรับคลอรีนได้แบบเต็ม ๆ 
  • รีบอาบน้ำสระผมให้สะอาดทันทีหลังขึ้นจากสระ เพื่อขจัดสารคลอรีนที่ตกค้างอยู่บนร่างกาย หากเลือกใช้แชมพูที่อ่อนโยน ปราศจากสารเคมี ก็จะยิ่งช่วยถนอมเส้นผมได้ดีขึ้น
  • บำรุงผมให้แข็งแรงสุขภาพดีจากภายใน เพื่อพร้อมรับมือกับมลภาวะหรือสารเคมีต่าง ๆ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น

“Namnin Hair Identify” ก้าวแรกที่ใช่ ของคนรักผม
และสำหรับใครที่กำลังมองหาผู้ช่วยคนสำคัญ ในการบำรุงผมให้แข็งแรง ฟื้นฟูผมแห้งเสีย จากคลอรีนหรือสารเคมีใด ๆ ก็ตาม นามนินขอแนะนำก้าวแรกของการดูแลเส้นผมที่หลาย ๆ คนมักมองข้าม นั่นคือการวิเคราะห์สภาพเส้นผม เพื่อรู้จักและเข้าใจเส้นผมของเราอย่างแท้จริง นำไปสู่การบำรุงดูแลอย่างตรงจุดในขั้นตอนต่อไป



“Namnin Hair Identify” คือโปรแกรมวิเคราะห์เส้นผมและหนังศีรษะด้วย AI ซึ่งจะยกระดับการวินิจฉัยและติดตามผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติความฉลาดและการประมวลผลที่เหนือระดับของ AI ระบบวิเคราะห์เส้นผมของนามนินจึงสามารถทำการวิเคราะห์เชิงลึกได้ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินความหนาแน่นของเส้นผม วัดขนาดรูขุมขน หรือตรวจสอบสภาพหนังศีรษะได้อย่างละเอียด ที่สำคัญ ยังสามารถวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ได้หลากหลาย ทั้งเรื่องของสภาพความมัน ความแห้ง รังแค หรือการอักเสบ

ความโดดเด่นของ Namnin Hair Identify อยู่ที่เทคโนโลยีกล้องขยายกำลังสูง ตรวจจับรายละเอียดในระดับไมโครสโคปได้อย่างชัดเจน โดยทำงานร่วมกับ AI ที่ประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถวิเคราะห์และสร้างรายงานผลแบบเรียลไทม์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย กลายเป็นตัวช่วยสำคัญให้แพทย์สามารถอธิบายผลการวิเคราะห์ และให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคลที่เหมาะสมและตรงจุดได้ทันที ทั้งยังนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์คนไข้มากยิ่งขึ้นกว่าที่เคย



ระบบวิเคราะห์ดังกล่าวยังสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมและหนังศีรษะต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งจะช่วยในการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังรักษาได้อย่างชัดเจน รวมถึงช่วยในการปรับแผนการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

ขั้นตอนในการรับบริการ Namnin Hair Identify ก็สะดวกสบาย เริ่มต้นจากการเก็บภาพถ่ายมุมกว้างทั้งด้านหน้า ท้ายทอย กลางศีรษะ และด้านข้างซ้ายขวาจนครบ จากนั้นนำกล้อง Trichoscope ส่องตรวจเส้นผมและหนังศีรษะในระดับไมโครสโคปิก แล้วจึงเป็นหน้าที่ของ AI ช่วยวิเคราะห์ประมวลผล โดยมีการเทียบกับฐานข้อมูลทางการแพทย์ สรุปผลและวางแผนการรักษา เพื่อท้ายที่สุด แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาผลการวิเคราะห์อีกครั้ง ก่อนจะอธิบายให้คนไข้ฟัง และออกแบบแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคลที่เหมาะสมที่สุดร่วมกัน เช่นการเข้ารับบริการทรีตเมนต์   การปรับสูตรผลิตภัณฑ์บำรุงต่าง ๆ ไปจนถึงการปลูกผมถาวร ทั้งยังสามารถจัดส่งรายงานวิเคราะห์ผลทางอีเมล และบันทึกข้อมูลเก็บไว้ในระยะยาว เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามผลการรักษาอีกด้วย







ทั้งนี้ ใครที่กำลังประสบปัญหาผมแห้งเสียจากการสัมผัสคลอรีน หรือสารเคมีอื่น ๆ หนึ่งในบริการทรีตเมนต์ที่นามนินขอแนะนำ ก็คือ PHB โปรแกรมฟื้นบำรุงผมที่มอบความสะดวกสบาย และผลลัพธ์ที่สังเกตได้ตั้งแต่การรับบริการครั้งแรก โดยแพทย์จะทำการฉายแสง Low-Level Laser Therapy หรือ LLLT ที่บริเวณหนังศีรษะ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด แล้วจึงฉีดบำรุงเพื่อกระตุ้นรากผม ฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแรง ซึ่งโปรแกรม PHB ยังสามารถลดการหลุดร่วงของเส้นผม เร่งการงอกใหม่ และเพิ่มความดกดำหนาแน่นของเส้นผมได้อีกด้วย โปรแกรมนี้จะใช้เวลาประมาณ 40 – 60 นาที ที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังเข้ารับบริการ สามารถใช้ชีวิตประจำวันหรือกลับไปทำงานได้เป็นปกติ

เพียงแค่รู้เทคนิควิธีปกป้องดูแลผม ฟื้นบำรุงผม และเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงผมถูกทำร้ายได้อย่างเหมาะสม เท่านี้ ไม่ว่าใครก็สามารถใช้ชีวิตและทำกิจกรรมโปรดได้อย่างเต็มที่ ไม่มีพลาด 





ซาวน่า & อบไอน้ำ ทำร้ายผมจริงหรือ?
การใช้บริการห้องซาวน่า หรือห้องอบไอน้ำ น่าจะเป็นกิจกรรมโปรดของใครหลาย ๆ คนที่รักสุขภาพและต้องการการผ่อนคลาย ซึ่งหากเราลองสำรวจความกังวลของผู้ใช้บริการ ประเด็นที่น่าจะอยู่ในอันดับต้น ๆ ก็คงหนีไม่พ้นความกังวลที่เกี่ยวกับ “เส้นผม” โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ความร้อนในห้องซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำนั้น จะส่งผลทำร้ายเส้นผม จนถึงขั้นทำให้ผมร่วงได้หรือไม่

แน่นอนว่า การใช้บริการห้องซาวน่า หรือห้องอบไอน้ำ โดยทั่วไปแล้วไม่น่าจะมีผลกระทบต่อเส้นผม เราจึงยังสามารถใช้บริการได้อย่างวางใจ ประเด็นสำคัญน่าจะอยู่ที่ “ระยะเวลา” ในการเข้าใช้บริการมากกว่า หากใช้เวลานานเกินไป ก็เป็นไปได้ที่เส้นผมของเราจะได้รับผลทางอ้อมจากความร้อนในห้องได้เช่นกัน

นั่นเป็นเพราะเมื่ออยู่ในห้องซาวน่า หรือห้องอบไอน้ำ ร่างกายของเราจะขับเหงื่อออกมาในปริมาณมาก หนังศีรษะก็จะยิ่งมีความชื้น เมื่อหนังศีรษะมัน ก็มีโอกาสที่จะเกิดรูขุมขนอุดตันตามมา กลายเป็นว่าทำให้หนังศีรษะแห้งลง เกิดการอักเสบ ระคายเคือง พร้อมกับเส้นผมที่อ่อนแอลง จนผมหลุดร่วงได้ง่ายกว่าปกติ

นามนินเองก็มีตัวอย่างที่น่าสนใจของคนไข้ที่เข้ามาปรึกษาปัญหาผมร่วงเฉียบพลัน โดยคนไข้ท่านนี้ผ่านการปลูกผมกับแพทย์ของนามนิน และเข้ารับการบำรุงดูแลเส้นผมตลอด 3 ปีโดยไม่เคยมีปัญหาใด ๆ จนกระทั่งคนไข้กลับมาพบแพทย์ด้วยอาการผมร่วงผิดปกติ ซึ่งวิเคราะห์ว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการใช้บริการห้องอบไอน้ำเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้หนังศีรษะและเส้นผมได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานานเกินไป จนเกิดผลกระทบดังที่อธิบายไปแล้วข้างต้น







ทั้งนี้ แพทย์ของนามนินแนะนำคนไข้เข้ารับบริการทรีตเมนต์ PHB ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่การพูดคุยปรึกษากับแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาร่วมกัน จากนั้นแพทย์จะตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมและหนังศีรษะ แล้วจึงให้บริการฉายแสง Low-Level Laser Therapy หรือ LLLT ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และเร่งการงอกใหม่ ตามมาด้วยการฉีดบำรุงลึกถึงชั้นรากผม เพื่อฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง มีขนาดใหญ่และหนาขึ้น ชะลอการหลุดร่วง เพิ่มโอกาสการงอกใหม่ของเส้นผมให้มากขึ้นและเร็วขึ้น คนไข้จึงได้ผลลัพธ์ผมที่แลดูหนาแน่นและดกดำขึ้น ตั้งแต่การรักษาเพียงครั้งแรก 



ข้อดีของบริการทรีตเมนต์ PHB ยังรวมถึงความสะดวกสบายที่คนไข้ได้รับรับ เนื่องจากใช้เวลาเพียง 40 – 60 นาที หลังเข้ารับบริการ สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ



ดังนั้นแล้ว กิจกรรมซาวน่าหรืออบไอน้ำ จึงไม่ได้เป็นตัวการทำร้ายผม หากใช้บริการอย่างเหมาะสม และสำหรับใครที่กำลังหาสาเหตุของอาการผมเสีย ผมร่วง ผมบาง ว่าเกิดจากอะไร จะเป็นพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า หรือเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ คุณสามารถเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ของนามนินได้ เพื่อเริ่มต้นก้าวแรกของการรักษาอย่างถูกต้อง นำไปสู่การออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ที่จะให้ผลลัพธ์ตอบโจทย์สภาพปัญหาและความต้องการของคุณได้อย่างตรงจุดอย่างแท้จริง

เครียด มลภาวะ ฮอร์โมน สาเหตุของผมร่วง
ผมร่วง ผมบาง เป็นปัญหาที่ผู้หญิงหลายคนต้องเผชิญ และมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน แต่ 3 ปัจจัยหลักที่เราจะพูดถึงวันนี้คือ ความเครียด มลภาวะ และฮอร์โมน

1. ความเครียด เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผมร่วง เนื่องจาก เมื่อร่างกายได้รับความเครียด จะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลในปริมาณสูง จะส่งผลกระทบต่อวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมร่วงเร็วขึ้นและมีการเจริญเติบโตช้าลง ความเครียดยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาผมบางหรือศีรษะล้านได้


2. มลภาวะ โดยเฉพาะฝุ่น ควัน หรือสารเคมีจากสิ่งแวดล้อมสามารถทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผมได้ มลภาวะเหล่านี้สามารถทำให้รูขุมขนอ่อนแอลง ส่งผลให้เส้นผมหลุดร่วงง่ายและชะลอการเจริญเติบโตของผมใหม่ได้



3. ฮอร์โมน ฮอร์โมนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมบางและร่วงได้ โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีผลต่อการเติบโตของเส้นผม เมื่อระดับฮอร์โมนนี้ลดลง เช่น ในช่วงวัยหมดประจำเดือนหรือหลังคลอด อาจทำให้เกิดปัญหาผมบางได้


ที่ นามนินคลินิก เรามี โปรแกรม PHB ที่พัฒนาโดยคุณหมอนิน ซึ่งเป็นทรีตเม้นต์แบบฉีดที่บำรุงผมอย่างล้ำลึก ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาผมร่วงและผมบาง นอกจากนี้เรายังมีการตรวจสภาพหนังศีรษะและเส้นผมด้วยเทคโนโลยี Hair Identify ที่จะช่วยระบุปัญหาที่ทำให้ผมร่วง เช่น การอุดตันของรูขุมขนหรือการขาดสารอาหาร 




โปรแกรม PHB มีสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม และเสริมความแข็งแรงให้รากผม ซึ่งโปรแกรมนี้จะช่วยลดการหลุดร่วงของผมและบำรุงหนังศีรษะให้กลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง
หลังจากการเข้ารับการบริการที่นามนินคลินิก คุณจะเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนภายในระยะเวลาอันสั้น ผมร่วงน้อยลงและเส้นผมที่งอกใหม่จะดูหนาดกดำและแข็งแรงขึ้น 

อย่าปล่อยให้ปัญหาผมร่วงและบางทำลายความมั่นใจของคุณอีกต่อไป เริ่มต้นดูแลเส้นผมของคุณด้วย โปรแกรม PHB เพื่อผมสวยสุขภาพดีที่คุณคู่ควร






รับมืออย่างไร “สูงวัย” VS “ผมร่วง”
หนึ่งในปัญหาความกังวลใจของผู้ที่ตัวเลขอายุเริ่มเดินหน้าเข้าสู่ช่วง “สูงวัย” ก็คืออาการผมร่วง ผมบาง ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุพันธุธรรม หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ซึ่งชวนให้เจ้าของเส้นผมหมดความมั่นใจในการออกไปพบปะผู้คน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อผู้สูงวัยในปัจจุบันยังคงใช้ชีวิตแบบ Active เต็มไปด้วยกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย ไม่ใช่วัยที่จะเก็บตัวเลี้ยงหลานอยู่ที่บ้านเหมือนสมัยก่อน ดังนั้น การดูแลเส้นผมให้ยังคงดูหนาแน่น ดกดำ จึงเป็นเรื่องใหญ่สำหรับผู้สูงวัยในยุคนี้ 

ทางออกเหล่านี้ คือตัวช่วยสำหรับผู้สูงวัย ที่ต้องการฟื้นบำรุงผม และคืนความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง

รับประทานยา 
ตัวอย่างเช่นยา Finasteride สำหรับคุณผู้ชายที่มีอาการผมบางจากกรรมพันธุ์ ช่วยยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่จะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชายเป็น DHT ซึ่งเป็นตัวการออกฤทธิ์ทำให้รูขุมขนแคบลง เส้นผมอ่อนแอ เล็ก และบางลงเรื่อย ๆ จนหลุดร่วงง่ายก่อนเวลาอันควร ตัวยานี้จึงช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ 

ทายา
Minoxidil เป็นยาสำหรับทา ที่จะช่วยลดระยะเวลาเส้นผมที่อยู่ในระยะพัก และยืดระยะเจริญเติบโตของเส้นผมให้ยาวนานขึ้น พร้อมทั้งกระตุ้นและบำรุงให้รากผมแข็งแรง ชะลออาการหลุดร่วง เร่งการสร้างเส้นผมใหม่ ขณะเดียวกันก็ช่วยขยายรูขุมขนบริเวณหนังศีรษะ ส่งผลให้ขนาดของเส้นผมที่งอกขึ้นใหม่นั้นมีโอกาสที่จะใหญ่และหนากว่าเดิม 

เลือกรับประทานอาหารบำรุงเส้นผม
ถือเป็นการบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงจากภายใน ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และอุดมไปด้วยสารอาหารที่เส้นผมต้องการ ไม่ว่าจะเป็นอาหารตระกูลไข่ ที่ให้โปรตีนสูง เนื่องจากโปรตีนเป็นองค์ประกอบสำคัญของเส้นผม ตามมาด้วยอาหารประเภทถั่วและธัญพืช ซึ่งมีไบโอติน ช่วยบำรุงเส้นผมโดยตรง เนื้อสัตว์ประเภทเนื้อแดง ก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยบำรุงเลือดซึ่งจะลำเลียงสารอาหารไปหล่อเลี้ยงเส้นผมนั่นเอง และยังแนะนำให้รับประทานผักใบเขียว ซึ่งเป็นแหล่งของวิตามินหลากหลายชนิด ที่ล้วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผมเช่นกัน

รับประทานวิตามินรวม
เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ง่ายและสะดวกสบาย แต่ได้คุณค่าครบ ตัวอย่างเช่นผลิตภัณฑ์ VITA H จากนามนิน ที่มาในรูปแบบของแคปซูล ซึ่งแพทย์คัดสรรวิตามินตัวเด่นมาไว้รวมกัน เพื่อช่วยบำรุงรากผม ทั้งยังเสริมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอีกหลายชนิด ช่วยให้ลดการอักเสบของหนังศีรษะ ซ่อมแซมเส้นผม และเสริมโครงสร้างเส้นผมให้แข็งแรง รวมถึงลดการหลุดร่วงอย่างได้ผล



ปลูกผมถาวร
นามนินขอแนะนำ การปลูกผมเทคนิค NEAT ที่พัฒนาต่อเนื่องโดยคุณหมอนิน โดยเป็นการเจาะย้ายรากผมจากด้านหลังท้ายทอย นำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วงและผมบาง ซึ่งดำเนินการโดยคุณหมอนินเพียงท่านเดียวตลอดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและออกแบบแนวทางรักษา ตามมาด้วยการลงมือปลูกผมด้วยตัวเองแบบเส้นต่อเส้น รวมไปถึงการดูแลติดตามผลอย่างต่อเนื่องทุกระยะ เป็นเวลา 1 ปีเต็ม 


คุณหมอนินยังออกแบบเทคนิคต่าง ๆ เสริมเข้าไป เพื่อให้การปลูกผมเป็นประสบการณ์แสนสะดวกสบายและปลอดภัยสำหรับคนทุกวัย หลังปลูกผมสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ที่สำคัญ การปลูกผมเทคนิค NEAT  ได้ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ คืนรอยยิ้มและความมั่นใจให้กับผู้สูงวัยมาแล้วหลายท่าน 


ผู้สูงวัย จึงมีทางเลือกที่หลากหลายเพื่อรับมือกับปัญหาเส้นผม แต่ถ้าท่านไหนยังลังเลใจ ไม่แน่ใจว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไรดี บางท่านมีความสงสัยว่าควรเลือกใช้วิธีใดจึงจะเหมาะสม หรือบางท่านพยายามรักษาอาการผมร่วงมานานแล้ว แต่ยังไม่ใช่คำตอบที่ตามหา ขอแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอที่นามนิน เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการรักษาที่ใช่ เติมเต็มความสุขคนสูงวัยไปด้วยกัน
1 ปี 1 หมอ ดูแลต่อเนื่อง ปรึกษา-ปลูกผม-ติดตามผล
จะดีแค่ไหน ถ้าบนเส้นทางการรักษาและฟื้นบำรุงเส้นผมตลอด 1 ปีเต็ม มีคนคนหนึ่งที่อยู่เคียงข้าง เป็นหลักให้ทุก ๆ ก้าวเดินมั่นคง ไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน
และนั่นคือหนึ่งในประสบการณ์สุดประทับใจ ที่คุณจะได้รับจากการเลือกปลูกผมเทคนิค NEAT กับนามนิน เนื่องจากคุณหมอนิน จะเป็นแพทย์ผู้ชำนาญหนึ่งเดียว ที่จะดูแลคุณต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกจนวันสุดท้าย ไม่มีใครมาแทนที่ ตลอด 3 ขั้นตอนหลัก ปรึกษา - ปลูกผม - ติดตามผล

  • ปรึกษา – คุณหมอนินจะนั่งลงพูดคุยกับคนไข้อย่างเปิดใจ เพื่อรับฟังและวิเคราะห์ปัญหา ก่อนจะประเมินและออกแบบแนวทางการรักษาให้ตรงจุด ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ได้มากที่สุด
  • ปลูกผม – เพราะหน้าที่นี้ ใครก็ทำแทนไม่ได้ ต้องเป็นคุณหมอนินเท่านั้น ที่จะอาศัยทักษะ ประสบการณ์ ความพิถีพิถัน ความใส่ใจ ลงมือปักกราฟต์ผมใหม่ให้ด้วยเองแบบเส้นต่อเส้น 
  • ติดตามผล – ขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้ระยะไหน ๆ เพื่อให้ผมปลูกใหม่อยู่รอดและเติบโตอย่างสมบูรณ์ คุณหมอนินจะเป็นผู้ติดตามผลทุกระยะด้วยตัวเอง คอยดูแลให้คำแนะนำจนสุดเส้นทาง

เทคนิค NEAT พัฒนาขึ้นโดยคุณหมอนิน ซึ่งรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ จะได้รับการปรับเสริมให้ดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ ด้วยความเข้าใจถึง pain point ของคนไข้ ที่ทำให้เกิดความกังวลใจ หรือความกลัวในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายสูงสุด ประสบการณ์ปลูกผมที่นามนินจึงโดดเด่นและแตกต่าง เพราะนามนินออกแบบมาแล้วด้วยความตั้งใจ ที่จะเปลี่ยนทุกความกังวลใจ เป็นความอุ่นใจตลอดเส้นทางการรักษา

กังวลใจ...ว่าจะต้องโกนผมทิ้งเพื่อปลูกผม
เพราะภาพจำของการปลูกผมในอดีต ทำให้หลาย ๆ คนยังเข้าใจว่า การปลูกผมใหม่ จำเป็นต้องโกนผมทิ้งในบริเวณด้านหลังท้ายทอย ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่จะต้องเจาะย้ายกราฟต์ผมออกเพื่อนำไปปลูกใหม่ และนั่นเท่ากับว่าหลังปลูกผมแล้ว คนไข้จะต้องคอยระวังปกปิดส่วนที่ถูกโกนผมออก จำกัดอิสระในการจัดแต่งทรงผม ต้องรอจนกว่าผมจะขึ้นใหม่จึงจะกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เหมือนเดิม



คุณหมอนินจึงออกแบบเทคนิคซ่อนแผล ทำให้สามารถเจาะย้ายกราฟต์ผมออกโดยไม่ต้องโกนผม ด้วยวิธีเจาะย้ายออกเป็นแถบ ๆ สลับกันแบบขั้นบันได และกระจายจุดเจาะย้ายให้ทั่ว ๆ ทำให้รอยเจาะย้ายกระจายตัวกลมกลืนเนียนไปกับผมเดิม นับเป็นความใส่ใจในจุดเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจคิดว่าไม่สำคัญ แต่เมื่อเป็นความกังวลใจข้อใหญ่ของคนไข้ คุณหมอนินก็ไม่มองข้าม เพื่อให้คนไข้สามารถจัดแต่งผมหลังปลูกได้ทุกทรง เป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่

กังวลใจ...ว่าขณะกำลังปลูกผมใหม่จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
หลาย ๆ คนน่าจะจินตนาการถึงภาพวันปลูกผม ขณะที่อยู่บนเตียงในห้องทำหัตถการ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ละขั้นตอนจะดำเนินการไปอย่างไร บรรยากาศจะเป็นแบบไหน จะกังวลจนเครียดไหม เพราะเรามองไม่เห็นว่าใครทำอะไรกับเส้นผมและหนังศีรษะของเรา 

ห้องหัตถการของนามนิน จะเปิดประสบการณ์ปลูกผมแบบใหม่ให้กับคนไข้ ข้อสำคัญก็คือ เราไม่ปิดตาคนไข้ระหว่างปลูก คนไข้จะสามารถมองเห็นและพูดคุยสอบถามกับคุณหมอนินได้ตลอดเวลา หรือจะนอนดูหนัง ฟังเพลง ก็ทำได้อย่างสบาย ๆ ซึ่งในขั้นตอนนี้ คุณหมอนินจะเป็นผู้ฉีดยาชา และลงมือปักกราฟต์ผมใหม่ให้เองทุก ๆ กราฟต์ เรียกว่าอยู่ด้วยกันตั้งแต่เส้นแรกจนเส้นสุดท้าย เพราะทุก ๆ เส้นต้องบรรจงปลูกอย่างใส่ใจจริง ๆ ทั้งยังคอยอธิบายขั้นตอนต่าง ๆ ให้คนไข้รับรู้และคลายความกังวลใจ 

กังวลใจ...กลัวผมใหม่ไม่เนียน 
คำถามแรก ๆ จากคนไข้ ก็หนีไม่พ้นเรื่องผลลัพธ์ผมใหม่ ซึ่งไม่ว่าใครก็คาดหวังอยากเห็นผลลัพธ์ผมหนาแน่น ดูแข็งแรงสุขภาพดี เติมเต็มผมที่เคยบางให้กลับมาดกดำ และไม่กลับไปหลุดร่วงต่อ ที่สำคัญ อยากให้ผมใหม่เนียนสวย กลมกลืนไปกับผมเดิม 





คุณหมอนินจึงให้ความสำคัญกับการปลูกผมให้กลมกลืนไปกับผมเดิม เริ่มจากการใช้เทคนิคปลูกแทรก โดยไม่ต้องโกนผมในบริเวณที่จะปลูกใหม่ แต่ปลูกแทรกลงไประหว่างผมเดิม ซึ่งมีข้อดีคือ คุณหมอจะได้เห็นทิศทางผมเดิมว่าชี้ไปทางไหน จะได้ปักกราฟต์ผมใหม่ให้ได้ทิศทางและองศาเรียงตัวกลมกลืนไปกับผมเดิม ได้ขนาดของเส้นผมที่ใกล้เคียงกันมากที่สุด และได้ระยะความลึกที่เหมาะสมต่อการเติบโตของเส้นผมมากที่สุด (นี่ก็เป็นเหตุผลว่า ทำไมการปลูกผมเทคนิค NEAT จึงต้องอาศัยแพทย์ผู้ชำนาญเท่านั้น) ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ผมใหม่ค่อย ๆ โตไปพร้อม ๆ กันกับผมเดิม แลดูเนียนตา 

กังวลใจ...ไม่อยากให้ใครทักเรื่องปลูกผม
หลังปลูกผมเสร็จใหม่ ๆ ไม่ว่าใครก็อยากจะเก็บตัว ซ่อนตัวเองกับรอยแผลหรืออาการบวมช้ำไว้ไม่ให้ใครเห็น แต่ที่นามนิน คุณลืมภาพเหล่านั้นไปได้เลย เพราะคุณหมอนินพัฒนาเทคนิค NEAT ไปอีกระดับ นำเข้าอุปกรณ์ปลูกผมจากต่างประเทศ ที่มีขนาดเล็กพิเศษเพียง 0.6 มิลลิเมตร ทำให้ได้รอยปลูกเล็กละเอียด ไม่ใช่รอยแผลที่ดูน่ากลัวเหมือนในอดีตอีกต่อไป คนไข้สามารถลุกขึ้นใช้ชีวิตประจำวัน หรือทำงานได้ตามปกติทันที โดยไม่ต้องคาดผ้า รวมไปถึงใครที่กลัวจะโดนทักถามว่าไปปลูกผมมาใช่ไหม ก็หมดกังวลตรงนี้ไปได้เลย




กังวลใจ...จะดูแลตัวเองหลังปลูกอย่างไร
จริงอยู่ที่การดูแลผมใหม่หลังปลูก ต้องอาศัยความใส่ใจอย่างเต็มที่ ผมใหม่จึงจะอยู่รอด ไม่หลุดร่วง แต่ก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่เจ้าของเส้นผมดูแลตัวเองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีคุณหมอนินคอยติดตามผล และให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด ว่าควรต้องปฏิบัติอย่างไร หรือมีข้อควรระวังอย่างไรในแต่ละวันตั้งแต่ตื่นจนเข้านอน 

ที่สำคัญ ยังจัดชุดผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะด้วยตัวเองให้ เป็นของขวัญพิเศษสำหรับคนไข้ของนามนินเท่านั้น 

  • BALLVIC TRANSFORM SHAMPOO แชมพูสเปรย์สำหรับผมหลังปลูกโดยเฉพาะ ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียบริเวณหนังศีรษะ เพิ่มอัตราการติดของผมหลังปลูก เพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะและบำรุงรากผมให้แข็งแรง อ่อนโยนจนสามารถใช้สระได้ทุกวัน เพียงฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณที่ปลูกผม แล้วทิ้งไว้ 2 – 3 นาที ก่อนจะล้างออกโดยการเปิดน้ำไหลผ่าน
  • BALLVIC TRANSFORM SOLUTION ลดอาการอักเสบ อาการคัน อาการบวม ลดการเกิดสะเก็ดแผล เพิ่มอัตราการติดของผมหลังปลูก และเพิ่มความชุ่มชื้นให้หนังศีรษะ พร้อมบำรุงเส้นผม เพียงฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณที่ปลูกผม แล้วทิ้งไว้ได้เลยโดยไม่ต้องล้างออก ใช้ได้บ่อยทุก ๆ 2 – 3 ชั่วโมง


  • Elixir Hair Serum บำรุงผมและหนังศีรษะ สามารถเริ่มใช้หลังปลูกผมไปแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ เพียงฉีดพ่นบริเวณที่ปลูกผมวันละ 1 – 2 ครั้ง



นอกจากชุดผลิตภัณฑ์ที่คนไข้จะใช้ดูแลตัวเองได้อย่างสะดวกสบายสุด ๆ แล้ว คุณหมอนินยังมอบบริการ Treatment บำรุงเส้นผม ที่เหมาะกับสภาพปัญหาของคนไข้แต่ละคน และยังคงติดตามผลอย่างต่อเนื่องตลอด 1 ปีเต็ม 


ทั้งหมดนี้ คือความตั้งใจและใส่ใจจากคุณหมอนิน ที่ไม่เพียงดูแลรักษาให้ได้ผลลัพธ์ผมใหม่ที่ตอบโจทย์มากที่สุด แต่ยังคำนึงถึงความกังวลใจในมิติต่าง ๆ ของคนไข้ ดูแลโดยแพทย์ทุกขั้นตอนตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง และพัฒนาเทคนิค NEAT เพื่อให้คนไข้ได้รับประสบการณ์ปลูกผมแสนสะดวกสบาย เปลี่ยนภาพการปลูกผม ไปสู่ภาพจำใหม่ ที่จะกลายเป็นมาตรฐานการรักษาให้กับวงการปลูกผมต่อไปในอนาคตด้วย
เริ่มต้นดูแลเส้นผมใหม่ หลังปลูก NEAT ใน 7 วันแรก
การปลูกผมให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจ นอกจากความชำนาญของแพทย์และเทคนิคในการปลูกผมแล้ว ขั้นตอนสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ละเลยไม่ได้คือ “การดูแลหลังการปลูกผม” โดยเฉพาะใน “7 วัน ช่วงเวลาชี้ชะตาเส้นผมหลังปลูก” ซึ่งเป็นระยะสำคัญในการดูแลเส้นผมที่ปลูกใหม่ไม่ให้หลุดร่วงก่อนกำหนด เพราะกราฟต์ผมเพิ่งได้รับการย้ายมาปลูกใหม่ รากผมยังไม่แข็งแรงดีและยังไม่ฝังตัวในชั้นหนังศีรษะ หากมีการกระทบกระเทือนบริเวณที่ปลูกจึงมีโอกาสที่รากผมจะอักเสบและหลุดร่วงได้


ในวันแรกหลังการปลูกผม ผมที่ปลูกใหม่จะเป็นตอสั้นๆ อาจมีอาการบวมเล็กน้อยหรือแทบไม่มีอาการ ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ซึ่งการ Follow up ของแพทย์จะเริ่มในวันนี้ทันที โดยคนไข้จะต้องเข้ามารับการสระผมที่คลินิก พร้อมทั้งรับคำแนะนำในการทำความสะอาดเส้นผมอย่างถูกต้อง และรับชุดผลิตภัณฑ์จากนามนินเพื่อนำกลับไปดูแลตัวเองต่อที่บ้าน ซึ่งหลังจากการปลูกผมด้วยเทคนิค NEAT แล้ว การดูแลตัวเองไม่ได้ยุ่งยาก เพียงแค่ควรเพิ่มการใส่ใจดูแลตัวเองเป็นพิเศษในบางเรื่อง อาทิ
  • ห้ามแคะ แกะ เกา หรือทำสิ่งใดที่กระทบกระเทือนบริเวณผมปลูกใหม่
  • ใน 2-3 วันแรก ควรนอนยกหัวสูงเพื่อลดบวม และหลีกเลี่ยงท่านอนที่จะทำให้ผมปลูกใหม่หลุด เช่น ปลูกผมบริเวณหน้าผาก ควรนอนหงาย ไม่นอนตะแคง
  • ควรสวมเสื้อติดกระดุมหน้าแทนการสวมหัวในช่วง 3-5 วันหลังการปลูกผม
  • หลีกเลี่ยงการโดนความร้อนต่างๆ  เช่น ไดร์เป่าผม น้ำอุ่น อบซาวน่า โยคะร้อน แสงแดดแรงๆ
  • งดกิจกรรมหรือการออกกำลังกายหนักๆ ที่อาจจะกระทบกระเทือนรากผม



นอกจากคำแนะนำเหล่านี้แล้ว ในชุดผลิตภัณฑ์ที่ได้รับจากนามนินจะช่วยให้การทำความสะอาดและดูแลเส้นผมหลังปลูกใหม่นั้นง่าย และสะดวกสบาย  ซึ่งในเซ็ตประกอบไปด้วย
  • BALLVIC Transform Shampoo แชมพูสเปรย์สำหรับผมหลังปลูกโดยเฉพาะ มีความอ่อนโยนสูง เพิ่มความชุ่มชื่นให้หนังศีรษะและบำรุงรากผมให้แข็งแรง และเพิ่มอัตราการติดของผมหลังปลูก ใช้สระผมวันละ 1 ครั้ง โดยการฉีดพ่นให้ทั่วโดยเน้นบริเวณที่ปลูก ทิ้งไว้ 2-3 นาที แล้วล้างออกโดยการเปิดน้ำไหลผ่าน หลีกเลี่ยงน้ำอุ่น สามารถใช้ได้หลังการปลูกผม
  • BALLVIC Transform Solution สเปรย์ลดการอักเสบ ลดอาการคันและลดบวมได้ ลดการเกิดสะเด็ดแผลในช่วง 3-5 วันแรก เพิ่มความชุ่มชื่นให้หนังศีรษะพร้อมทั้งบำรุงเส้นผม และเพิ่มอัตราการติดของผมหลังปลูก ใช้ฉีดพ่นให้ทั่วโดยเน้นบริเวณที่ปลูก ฉีดได้ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง โดยไม่ต้องล้างออก


  • Elixir Hair Serum บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ โดยฉีดพ่นหนังศีรษะ เน้นบริเวณที่ปลูกผมวันละ 1-2 ครั้ง เริ่มใช้หลังการปลูกผมประมาณ 7 วัน


ซึ่งหากคนไข้ดูแลตัวเองได้ตามคำแนะนำของแพทย์ เมื่อครบ 7 วันหลังการปลูกผม รากผมจะแข็งแรงขึ้น และเริ่มฝังตัวหลังจากปลูกครบ 14 วัน เป็นต้นไปค่ะ




นอกจากการดูแลหลังปลูกผมที่นามนินให้ความสำคัญแล้ว ผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมเทคนิค NEAT ของนามนิน จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่น่าประทับใจของการปลูกผมตั้งแต่วันแรกจนครบ 1 ปี 

เริ่มตั้งแต่การให้คำปรึกษา วางแผนการรักษา ลงมือปลูกผม และติดตามผลการรักษาโดยแพทย์ในทุกขั้นตอน คนไข้จะได้มีส่วนร่วมตั้งแต่การออกแบบ Hairline ที่เหมาะกับรูปหน้าของตนเอง ในวันปลูกผมก็จะได้เห็นการลงมือปลูกผมของคุณหมอนินด้วยตาตนเอง สามารถพูดคุยกับคุณหมอ หรือจะดูหนัง ฟังเพลงได้ตามสบายตลอดระยะเวลาของการปลูกผม 

และที่สำคัญ คุณหมอนินจะเป็นผู้ดูแล ให้คำแนะนำ และ Follow up หลังการปลูกผมด้วยตัวเองจนครบ 1 ปี มั่นใจได้แน่นอนว่าทุกช่วงเวลาแห่งการรอคอยการเติบโตของเส้นผมใหม่นั้นจะมีนามนินอยู่เคียงข้างเสมอ และพร้อมสัมผัสผลลัพธ์การปลูกผมที่สมบูรณ์ไปพร้อมกับคุณค่ะ   




โปรแกรม PHB แก้ผมบางร่วงเพื่อผู้หญิงทุกวัย
ปัญหาผมบางในผู้หญิงเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้หญิงจำนวนมาก สาเหตุของอาการผมบางมีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน พันธุกรรม หรือภาวะขาดสารอาหาร การทำความเข้าใจและเข้าถึงวิธีการรักษาที่เหมาะสมสามารถช่วยฟื้นฟูความมั่นใจและสุขภาพของเส้นผมได้

สาเหตุของปัญหาผมบางในผู้หญิง
1. พันธุกรรมและฮอร์โมน : พันธุกรรมมีผลสำคัญต่ออาการผมบาง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับผมบางในช่วงวัยกลางคน ฮอร์โมนก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีผลต่อการเติบโตของเส้นผม เมื่อระดับฮอร์โมนนี้ลดลง เช่น ในช่วงวัยหมดประจำเดือนหรือหลังคลอด อาจทำให้เกิดปัญหาผมบางได้
2. ภาวะขาดสารอาหาร : การขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น ธาตุเหล็ก โปรตีน และวิตามินบี โดยเฉพาะวิตามินบี 7 (ไบโอติน) จะทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่าย ผู้หญิงที่มีภาวะโลหิตจางมักมีความเสี่ยงต่อผมบางมากกว่าคนทั่วไป
3. ความเครียดและการใช้สารเคมี : ความเครียดมีผลต่อการร่วงของเส้นผมชั่วคราว เพราะฮอร์โมนเครียดที่ร่างกายหลั่งออกมาส่งผลกระทบต่อรูขุมขน นอกจากนี้ การใช้สารเคมีในการทำผม เช่น การทำสี ยืด ดัด และการใช้ความร้อนสูงจากอุปกรณ์ตกแต่งผมบ่อยครั้ง ก็สามารถทำให้เส้นผมอ่อนแอและร่วงง่ายขึ้น



วิธีการรักษาปัญหาผมบางเบื้องต้น
1.  การใช้ยาทาเฉพาะที่  : ยา Minoxidil เป็นยาที่นิยมใช้ในการรักษาอาการผมบางในผู้หญิง โดยมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและชะลอการหลุดร่วง ผลลัพธ์อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน แต่เป็นวิธีที่ปลอดภัยและสะดวกในการใช้
2.  การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและโภชนาการ : การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามินบี และไบโอตินอย่างเพียงพอ ช่วยส่งเสริมสุขภาพเส้นผมและลดการหลุดร่วง การนอนหลับที่เพียงพอและการจัดการความเครียดก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมได้
3.  การรับประทานยากดฮอร์โมน : ในกรณีที่อาการผมบางมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนแอนโดรเจนซึ่งมีบทบาทในการทำให้เส้นผมร่วงในผู้หญิง ยาที่ใช้ยับยั้งผลของฮอร์โมนเพศชายอาจถูกนำมาใช้ในการรักษา ยานี้มีคุณสมบัติช่วยลดการผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน และยับยั้งผลกระทบที่ฮอร์โมนนี้มีต่อรูขุมขน ซึ่งช่วยชะลอการหลุดร่วงและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม อย่างไรก็ตาม ยานี้อาจมีผลข้างเคียง เช่น การยับยั้งน้ำในร่างกายและความดันโลหิต ดังนั้นการใช้ยากดฮอร์โมนควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

การฟื้นฟูเส้นผมด้วย : โปรแกรม PHB
การเข้ารับบริการโปรแกรม PHB  เป็นกระบวนการฟื้นฟูเส้นผมที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยมีขั้นตอนการดูแลจากคุณหมอนิน แพทย์ปลูกผมนามนินคลินิก เพื่อให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด




ขั้นตอนการเข้ารับบริการ
1. ปรึกษาและวางแผนการรักษากับคุณหมอนิน
เริ่มต้นด้วยการปรึกษากับคุณหมอนินเป็นขั้นตอนสำคัญ คุณหมอจะตรวจประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุและปัญหาผมบางของผู้เข้ารับบริการโดยเฉพาะ จากนั้นจึงวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละคน พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการดูแลที่ควรปฏิบัติตามเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา

2. การรับบริการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy)
การฉายแสง LLLT เป็นเทคโนโลยีการกระตุ้นรากผมด้วยเลเซอร์พลังงานต่ำ แสงเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะและเพิ่มความแข็งแรงของรากผม ทำให้เส้นผมดูหนาขึ้นและสุขภาพดี



3. การฉีดบำรุงโดยคุณหมอนิน
คุณหมอนินจะเป็นผู้ฉีดสารบำรุงเข้าสู่บริเวณรากผมด้วยความประณีต การฉีดบำรุงนี้จะช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง การฉีดบำรุงโดยผู้มีประสบการณ์ยังช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในการรักษา



การรับบริการ PHB ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากคุณหมอนินจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาอย่างมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงและสุขภาพดีในระยะยาว
5 ข้อดี ปลูกผม NEAT กับนามนิน
ยิ่งเทคโนโลยีการปลูกผมได้รับการพัฒนาให้ทันสมัยและหลากหลายมากขึ้นเท่าไหร่ บรรดาคนรักผม หรือผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกเทคนิคการปลูกผม ก็ยิ่งมีทางเลือกที่จะตอบโจทย์การรักษาให้ตรงกับความต้องการของตัวเองมากขึ้น เราจึงได้เห็นศัพท์เทคนิคที่เกี่ยวกับการปลูกผมมากมาย โดยเฉพาะ FUT และ FUE ซึ่ง FUE นั้นเป็นเทคนิคที่แพทย์ของนามนินเลือกนำมาพัฒนาต่อยอด เพื่อให้คนไข้ได้รับประสบการณ์การปลูกผมที่สะดวกสบาย พร้อมผลลัพธ์ที่ดีที่สุดบนเงื่อนไขและสภาพปัญหาเส้นผมของแต่ละคน

มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า FUT และ FUE ต่างกันอย่างไร สำหรับ FUT หรือ Follicular Unit Transplant จะหมายถึงเทคนิคการนำผมออกจากด้านหลังท้ายทอย ด้วยวิธีการผ่าตัดนำหนังศีรษะออกมาทั้งชิ้น ก่อนจะนำมาคัดแยกกราฟต์ผมด้วยกล้องจุลทรรศน์ วิธีนี้จะทำให้ได้กราฟต์ผมปริมาณมาก และอยู่ในสภาพสมบูรณ์เต็มที่ เมื่อนำไปปลูกใหม่ก็จะเพิ่มอัตราการอยู่รอดและปลูกติดสูง 

อย่างไรก็ตาม เทคนิค FUT กลับค่อย ๆ ลดความนิยมลงในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นการผ่าตัดนำชิ้นส่วนของหนังศีรษะออกไปเป็นแถบยาว ซึ่งต้องมีการโกนผมบางส่วน และเย็บผิวหนังส่วนที่เหลือให้ติดกันในภายหลัง ทำให้หนังศีรษะตึงขึ้น เกิดรอยแผลขนาดยาวที่ต้องอาศัยเวลาในการพักฟื้นประมาณ 1 สัปดาห์ ซึ่งอาจจะไม่ตอบโจทย์ตารางเวลาชีวิตของคนไข้ ไม่เพียงเท่านั้น ทั้งแผลผ่าตัดด้านหลัง และแผลจากการปลูกใหม่ด้านหน้า ยังต้องการการดูแลฟื้นฟูเป็นพิเศษ พร้อมกันในเวลาเดียว

FUE หรือ Follicular Unit Extraction จึงเข้ามาเป็นคำตอบใหม่ หมายถึงเทคนิคการนำผมออกจากด้านหลังท้ายทอย โดยการใช้อุปกรณ์ขนาดเล็ก เจาะย้ายกราฟต์ผมออกมาทีละกราฟต์ ทำให้ไม่ต้องมีการผ่าตัด หลาย ๆ เคสไม่จำเป็นต้องโกนผม ซึ่งหากใช้ความละเอียดพิถีพิถันและเครื่องมือประสิทธิภาพสูงในการเจาะย้าย ก็จะได้กราฟต์ผมที่สมบูรณ์พร้อมนำไปปลูกใหม่เช่นกัน ที่สำคัญ แผลด้านหลังท้ายทอยจะเหลือเพียงรอยเจาะขนาดเล็กมาก ดูแลง่าย หายเร็ว แทบไม่ต้องพักฟื้น คืนเวลาให้คนไข้ออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างอิสระตามไลฟ์สไตล์ของตัวเอง

และนี่คือข้อดี 5 ประการ ที่นามนินอยากชวนให้คุณมาลองสัมผัสประสบการณ์การปลูกผมสุด Exclusive ด้วยเทคนิค FUE ซึ่งแพทย์ของนามนินอาศัยความใส่ใจและความเข้าใจในความต้องการของคนไข้ บวกกับทักษะความรู้ที่สั่งสมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ นำมาออกแบบ ต่อยอด กลายเป็นเทคนิคปลูกผมถาวรที่จะเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ได้ไม่เกินจริง

1. เมื่อทักษะชั้นยอด ต้องมาพร้อมอุปกรณ์ชั้นเยี่ยม

สำหรับการปลูกผมเทคนิค FUE ที่นามนิน แพทย์ได้ทำการศึกษาและเลือกสรรอุปกรณ์ที่สามารถเจาะย้ายกราฟต์ผมด้านหลังท้ายทอยออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเป็นอุปกรณ์ที่มาพร้อมหัวเจาะขนาดเล็ก ที่สามารถปรับขนาดให้เหมาะสมกับกราฟต์ผมของแต่ละคน เนื่องจากกราฟต์ผม 1 กอ อาจจะมีเส้นผมได้ตั้งแต่ 1- 4 เส้น และเส้นผมของคนไข้แต่ละคนก็มีขนาดหนาบางไม่เท่ากันด้วย ซึ่งหากหัวเจาะมีขนาดเล็กไป ก็อาจทำให้กราฟต์ผมเกิดความเสียหายได้ อุปกรณ์ที่ดีและเหมาะสม จึงเป็นจุดสำคัญที่ส่งผลต่อความสำเร็จในการปลูกผมไม่น้อยเลยทีเดียว


2. เทคนิคซ่อนแผลเนียนสนิท ใช้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ

เพราะ pain point ของคนไข้ส่วนใหญ่ มักจะเป็นความกังวลที่ต้องคอยปกปิดแผลหลังปลูกผม รวมถึงทรงผมที่ถูกจำกัดให้จัดแต่งได้อยู่ไม่กี่สไตล์ เพื่อไม่ให้ใครเห็นรอยแผล แพทย์ของนามนินจึงออกแบบเทคนิคซ่อนแผลด้านหลังท้ายทอย โดยในขณะที่เจาะย้ายกราฟต์ผมออกนั้น แพทย์จะย้ายออกในลักษณะแถบเว้นแถบ แบบขั้นบันได เพื่อซ่อนรอยแผลแนบเนียบไปกับผมเดิม ทั้งยังกระจายจุดเจาะย้ายไปทั่ว ๆ บริเวณ คนไข้จึงไม่ต้องคอยปกปิดอีกต่อไป และยังสามารถจัดแต่งผมได้อย่างอิสระ เป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่



3. ปลูกผมด้วยมือแพทย์ “ทุกกราฟต์”

คนไข้อุ่นใจและมั่นใจได้เลยว่า ทุก ๆ กราฟต์ผมจะได้รับการปลูกอย่างตั้งใจ บนมาตรฐานการแพทย์สูงสุด เพราะแพทย์เป็นผู้ลงมือปลูกให้เอง ขั้นตอนนี้นับเป็นขั้นตอนสำคัญ เนื่องจากแพทย์ต้องคำนึงถึงการเลือกกราฟต์ผมที่มีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่ปลูก และต้องวางทิศทาง รวมถึงองศาของกราฟต์ผม ให้กลมกลืนเป็นแนวเดียวไปกับเส้นผมเดิม เพื่อป้องกันผมชี้ผิดทิศทางในภายหลัง ไม่เพียงเท่านั้น แพทย์ยังต้องควบคุมการปักกราฟต์ให้ได้ระยะความลึกที่เหมาะสม เพื่อให้กราฟต์ผมได้รับสารอาหารที่มาหล่อเลี้ยงได้อย่างเต็มที่ และยังต้องปลูกผมให้มีระยะห่างที่พอดี ไม่บางเกินไป ไม่หนาแน่นจนเกินไป ทั้งหมดนี้เพื่อการอยู่รอดอย่างสมบูรณ์ของผมใหม่นั่นเอง


4. แทบไม่ต้องพักฟื้น คืนเวลาให้ชีวิต

เรามักจะได้ฟังประสบการณ์ของผู้เข้ารับการปลูกผมในอดีต ที่ต้องเก็บตัวพักฟื้นเป็นเวลานาน เนื่องจากอาการบวม ช้ำ หรือรอยแผลที่ดูน่ากลัว แต่เทคนิคปลูกผมที่แพทย์ของนามนินพัฒนาต่อยอดจากเทคนิค FUE จะช่วยลบภาพเดิม ๆ เหล่านั้นทิ้งไป 


อันดับแรก แพทย์จะคำนวณปริมาณยาชาที่ฉีดก่อนเริ่มปลูกผมอย่างเหมาะสม และลงมือฉีดด้วยตัวเอง ทำให้เกิดอาการบวมหลังปลูกน้อยมาก ต่อมา แพทย์เลือกใช้อุปกรณ์นำเข้าจากต่างประเทศ เป็น Implanter หรือปากกาปลูกผมขนาดเล็กพิเศษ เพียง 0.6 มิลลิเมตร ในการบรรจงปักกราฟต์ผมแบบเส้นต่อเส้น ส่งผลให้รอยปลูกผมนั้นเล็กละเอียด แลดูเป็นระเบียบ ไม่ได้มีลักษณะเป็นตุ่ม ๆ หรือมีเลือดออกเยอะเหมือนที่เราเคยเห็นกัน 


เมื่อหมดปัญหาอาการบวมและรอยแผล คนไข้จึงสามารถลุกขึ้นไปใช้ชีวิตประจำวัน ทำงาน หรือพบปะผู้คนได้ทันที โดยไม่ต้องสวมที่คาดผม เรียกว่าแทบไม่ต้องพักฟื้น หรือต้องการการพักฟื้นน้อยมาก ขึ้นอยู่กับคำแนะนำของแพทย์ในแต่ละเคส

5. อุ่นใจกับเส้นทางการดูแลหลังปลูกผม 1 ปีเต็ม

จะไม่อุ่นใจได้อย่างไร ในเมื่อแพทย์จะเป็นผู้คอยติดตามผลสม่ำเสมอทุกระยะ คอยตอบข้อสงสัย แนะนำผลิตภัณฑ์และ Treatment ที่เหมาะสม รวมถึงให้คำปรึกษาตลอดเส้นทางการรักษาหลังปลูกผมไปอีก 1 ปีเต็ม ๆ จนกว่าผมใหม่จะเติบโตและสมบูรณ์เต็มที่ เพื่อรับประกันผลลัพธ์ผมหนาแน่น ไม่กลับมาหลุดร่วงและบางซ้ำ ทั้งยังบำรุงฟื้นฟูทั้งผมใหม่และผมเดิมให้แข็งแรง สุขภาพดีจากภายใน




เทคนิค FUE เรียกได้ว่าเป็นเทคนิคที่ทันสมัยและได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบัน และเมื่อเทคนิค FUE นั้น ได้รับการพัฒนาต่อยอดโดยแพทย์ของนามนิน ก็ยิ่งมั่นใจได้ว่า นี่จะเป็นการมอบประสบการณ์ปลูกผมที่ดีที่สุด และคุ้มค่าที่สุดให้กับคนไข้ ได้กลับไปพร้อมกับพลังความมั่นใจและรอยยิ้มที่กว้างกว่าที่เคย
ยกระดับการดูแลเส้นผมด้วย Namnin Hair Identify วิเคราะห์เส้นผมและหนังศีรษะด้วย AI
Namnin Hair Identify คือระบบวิเคราะห์สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่นำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยยกระดับการวินิจฉัยและติดตามผลการรักษาให้แม่นยำและมีประสิทธิภาพ ระบบนี้มีความโดดเด่นในการวิเคราะห์เชิงลึกครบทุกมิติ สามารถประเมินความหนาแน่นของเส้นผม วัดขนาดรูขุมขน และตรวจสอบสภาพหนังศีรษะได้อย่างละเอียด พร้อมทั้งวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ อย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นปัญหาความมัน ความแห้ง รังแค หรือการอักเสบ โดยใช้กล้องขยายกำลังสูงที่ทำงานร่วมกับ AI ทำให้สามารถตรวจสอบรายละเอียดในระดับไมโครสโคปได้อย่างชัดเจน

อีกหนึ่งจุดเด่นของระบบนี้คือความรวดเร็วในการประมวลผล AI จะทำการวิเคราะห์และสร้างรายงานแบบเรียลไทม์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย ช่วยให้แพทย์สามารถอธิบายผลการวิเคราะห์และให้คำแนะนำที่เหมาะสมเฉพาะบุคคลได้ทันที ทำให้การวางแผนการรักษามีความตรงจุดและแม่นยำมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ระบบยังสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมและหนังศีรษะได้ในระยะยาว ทำให้ทั้งแพทย์และผู้รับบริการสามารถเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการรักษาได้อย่างชัดเจน ข้อมูลนี้เป็นประโยชน์ในการปรับแผนการรักษาเพื่อให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพสูงสุด

ขั้นตอนการรับบริการ :

การตรวจวิเคราะห์เบื้องต้น
ถ่ายภาพมุมกว้างครบ 4 ด้าน (ด้านหน้า ท้ายทอย กลางศีรษะ และด้านข้างทั้งสองด้าน)



ใช้กล้อง Trichoscope ส่องตรวจหนังศีรษะและเส้นผมในระดับไมโครสโคปิก

การวิเคราะห์ด้วยระบบ AI
ประมวลผลภาพด้วยระบบปัญญาประดิษฐ์

  • วิเคราะห์ข้อมูลเทียบกับฐานข้อมูลทางการแพทย์
  • การสรุปผลและวางแผนการรักษา
  • แพทย์พิจารณาผลการวิเคราะห์
  • อธิบายสภาพปัญหาที่พบ
  • กำหนดแผนการรักษาที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล



การติดตามผล
  • จัดส่งรายงานผลการวิเคราะห์ทางอีเมล
  • บันทึกข้อมูลเพื่อติดตามผลการรักษาในระยะยาว
  • ปรับแผนการรักษาตามความเหมาะสม


ด้วยระบบ Namnin Hair Identify ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ทันสมัย เพื่อวิเคราะห์สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างครอบคลุม ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษา ไม่ว่าจะเป็นการเลือกทรีทเมนต์ การปรับสูตรผลิตภัณฑ์ หรือการวางแผนการปลูกผม เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการดูแลที่ตรงจุดและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

การนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยในครั้งนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของ Namanin Clinic ในการพัฒนาและยกระดับการดูแลเส้นผมให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้รับบริการในทุกมิติ
เจาะลึก 7 จุดเด่น เทคนิค “ปลูกผมแทรก”
สำหรับการปลูกผมเทคนิค NEAT นอกจากจะเน้นที่ทักษะ ประสบการณ์ และความใส่ใจของแพทย์ผู้ชำนาญในการปลูกผมใหม่แบบกราฟต์ต่อกราฟต์แล้ว ส่วนหนึ่งที่ตอบโจทย์ความสะดวกสบายและความพึงพอใจของคนไข้ ก็คือเทคนิคต่าง ๆ ที่แพทย์ออกแบบและพัฒนาขึ้นจากความเข้าใจใน pain point และความต้องการของคนไข้อย่างแท้จริง และหนึ่งในหลาย ๆ เทคนิคเหล่านั้น ก็คือการ “ปลูกผมแทรก”

นามนินจึงขอพาไปทำความรู้จักกับเทคนิค “ปลูกผมแทรก” พร้อมเจาะลึก 7 จุดเด่นที่สะท้อนความใส่ใจของแพทย์ บนหลักการนำศาสตร์และศิลป์มาผสานรวมกัน เพื่อผลลัพธ์การปลูกผมที่จะเปลี่ยนคนไข้เป็นคนใหม่ได้อย่างที่ต้องการ

1. เทคนิค “ปลูกผมแทรก” จบปัญหาผมบางกลางศีรษะ
หากถามว่า บริเวณไหนที่เหมาะกับการปลูกผมแทรก คำตอบก็คือ บริเวณกลางศีรษะ ซึ่งคุณผู้ชายส่วนใหญ่มักจะพบภาวะผมบางในบริเวณนี้ และก่อนที่อาการจะรุนแรงขึ้นจนเข้าสู่ภาวะผมล้านกลางศีรษะแบบไข่ดาว แพทย์แนะนำให้รักษาด้วยการปลูกผมแทรก ซึ่งหมายถึงการปลูกผมใหม่แทรกลงไปกับเส้นผมเดิมที่ยังเหลืออยู่นั่นเอง


2. ปลูกผมดีต่อใจ ไม่ต้องโกนผมเดิม
หลายคนอาจจะยังติดกับภาพจำว่า การปลูกผม จะต้องโกนผมเดิมทิ้ง แต่เทคนิคใหม่ ๆ และเทคโนโลยีการแพทย์ที่พัฒนาก้าวหน้าขึ้น ก็เอื้อให้การปลูกผมไม่จำเป็นต้องโกนผมทิ้งอีกต่อไป และเทคนิคปลูกผมแทรกก็ได้รับการออกแบบด้วยแนวคิดใหม่ ไม่ต้องโกนผมเช่นกัน

3. ปลูกผมด้วยแพทย์ แบบเส้นต่อเส้น
จุดเด่นสำคัญของเทคนิค NEAT ก็คือการที่แพทย์เป็นผู้ลงมือปลูกผมเองแบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น โดยเฉพาะเทคนิคปลูกผมแทรก ต้องอาศัยทักษะและความละเอียดประณีตของแพทย์ ในการวางทิศทางและองศาของเส้นผมใหม่ ให้กลมกลืนแนบเนียนไปกับเส้นผมเดิม ซึ่งหากไม่คำนึงถึงทิศทางผมตั้งแต่ขั้นตอนนี้ เมื่อผมใหม่ยาวขึ้น และชี้ย้อนทิศผิดทาง ก็อาจจะไม่สามารกลับมาแก้ไขได้แล้วก็เป็นได้

4. Implanter อุปกรณ์คู่ใจแพทย์ปลูกผม
และตัวช่วยสำคัญที่ทำให้แพทย์สามารถปักกราฟต์ผมด้วยเทคนิคปลูกผมแทรกได้อย่างแม่นยำ ก็คือ Implanter หรือปากกาปลูกผมนำเข้าจากต่างประเทศ ที่มีขนาดเล็กพิเศษเพียง 0.6 มิลลิเมตร ด้วยเทคโนโลยีนี้ แพทย์จะสามารถควบคุมน้ำหนักมือในการปักกราฟต์ผมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น


5. หมดกังวลด้วยรอยปลูกผมที่เล็กละเอียด
ด้วยปัจจัยที่กล่าวมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทักษะความชำนาญของแพทย์ หรืออุปกรณ์ปลูกผมที่ทันสมัย จึงทำให้รอยปลูกผมจากการปลูกผมแทรก มีขนาดเล็กละเอียด เรียงตัวเป็นระเบียบ เรียบเนียน ลบภาพรอยปลูกที่ดูตะปุ่มตะป่ำแบบเก่า ๆ ไปได้เลย


6. คนไข้แทบไม่ต้องพักฟื้นหลังปลูกผม
และเมื่อรอยแผลเล็ก ดูแลง่าย หายเร็ว ไม่ทิ้งอาการบวมช้ำ หรือทิ้งร่องรอยการโกนผมให้ต้องคอยปกปิด คนไข้ก็สามารถออกไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติหลังปลูกผม โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะสังเกตเห็น รวมถึงไม่จำเป็นต้องสวมที่คาดผม ซึ่งข้อนี้นับว่าเป็นจุดเด่นที่คนไข้ของนามนินต่างประทับใจในความสะดวกสบาย

7. แพทย์ดูแลติดตามผล 1 ปีเต็ม
หลังปลูกผม แพทย์จะคอยติดตามผลอย่างสม่ำเสมอทุก ๆ ระยะ พร้อมดูแลให้คำปรึกษาตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าผมใหม่จะเติบโตสมบูรณ์ ดังนั้น ไม่ว่าคนไข้จะมีข้อสงสัยหรือปัญหาอะไร แพทย์ก็จะเป็นผู้ให้คำแนะนำได้อย่างใกล้ชิด คนไข้จึงรู้สึกอุ่นใจและมั่นใจได้ตลอดเส้นทางการรักษา


และนี่คือ 7 จุดเด่นของเทคนิคปลูกผมแทรก ที่น่าจะช่วยให้หลาย ๆ คนเห็นภาพขั้นตอนและหลักการต่าง ๆ ชัดเจนมากขึ้น หากสงสัยว่า เทคนิคปลูกผมแทรก จะเป็นเทคนิคที่ตอบโจทย์ปัญหาผมบางของคุณได้หรือไม่ อย่างไร ลองเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ผู้ชำนาญของนามนิน เพื่อทำความเข้าใจเทคนิคต่าง ๆ ไปจนถึงวางแผนการรักษาร่วมกันระหว่างแพทย์กับคนไข้ เพื่อผลลัพธ์ผมใหม่ ที่จะเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ได้อย่างแน่นอน
เคล็ดลับผมสวย เริ่มต้นที่หนังศีรษะ
หนังศีรษะที่แข็งแรงเป็นรากฐานสำคัญของเส้นผมที่สวยงามและแข็งแรง สำหรับผู้หญิงที่กังวลเกี่ยวกับปัญหาผมบาง การดูแลหนังศีรษะอย่างถูกวิธีเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและชะลอการเกิดปัญหานี้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลหนังศีรษะอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันผมบางในผู้หญิง

1. ทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างสม่ำเสมอ

การรักษาความสะอาดของหนังศีรษะเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันผมบาง


1.1 เลือกแชมพูที่เหมาะสม
  • ใช้แชมพูที่อ่อนโยนและเหมาะกับสภาพหนังศีรษะของคุณ
  • หลีกเลี่ยงแชมพูที่มีส่วนผสมของซัลเฟต ซิลิโคน และพาราเบน ซึ่งอาจทำให้หนังศีรษะแห้งและระคายเคือง
  • สำหรับผู้ที่มีปัญหารังแค ควรเลือกแชมพูที่มีส่วนผสมของสารต้านเชื้อรา เช่น คีโตโคนาโซล หรือไพริไทออนซิงก์

1.2 เทคนิคการสระผมที่ถูกต้อง
  • ใช้น้ำอุ่น ไม่ร้อนจัด เพื่อไม่ให้หนังศีรษะแห้ง
  • นวดแชมพูลงบนหนังศีรษะเบาๆ ด้วยปลายนิ้ว ไม่ใช้เล็บขูด
  • ล้างแชมพูออกให้สะอาดหมดจด ไม่ให้มีสารตกค้างบนหนังศีรษะ

1.3 ความถี่ในการสระผม
  • สระผมทุกวันหรือทุกสองวัน ขึ้นอยู่กับสภาพหนังศีรษะและเส้นผม
  • หากหนังศีรษะมันง่าย อาจต้องสระผมบ่อยขึ้น แต่ระวังไม่ให้สระบ่อยเกินไปจนหนังศีรษะแห้ง

2. การบำรุงหนังศีรษะ

นอกจากการทำความสะอาด การบำรุงหนังศีรษะก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน



2.1 การนวดหนังศีรษะ
  • นวดหนังศีรษะเบาๆ วันละ 5-10 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
  • ใช้นิ้วมือนวดเป็นวงกลมเล็กๆ ทั่วศีรษะ
  • สามารถใช้น้ำมันบำรุงผมช่วยในการนวดได้ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอาร์แกน หรือน้ำมันโจโจบา

2.2 การใช้ทรีทเมนต์บำรุงหนังศีรษะ
  • ใช้ทรีทเมนต์บำรุงหนังศีรษะสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น อโลเวรา ชาเขียว หรือโรสแมรี่
  • ทาทรีทเมนต์ให้ทั่วหนังศีรษะ นวดเบาๆ และทิ้งไว้ตามเวลาที่แนะนำบนฉลาก

3. การปกป้องหนังศีรษะจากปัจจัยภายนอก

ปัจจัยภายนอกสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพของหนังศีรษะและเส้นผมได้


3.1 ป้องกันแสงแดด
  • สวมหมวกหรือใช้ร่มเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผมจากแสงแดดที่มี SPF

3.2 ระวังการใช้ความร้อน
  • ลดการใช้เครื่องเป่าผม เครื่องหนีบผม หรือเครื่องม้วนผม
  • หากจำเป็นต้องใช้ ให้ตั้งอุณหภูมิต่ำและใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนก่อนเสมอ

3.3 หลีกเลี่ยงการรัดผมแน่นเกินไป
  • ไม่รัดผมแน่นจนเกินไป เพื่อลดแรงดึงที่รากผม
  • สลับตำแหน่งการรัดผม ไม่รัดซ้ำที่เดิมทุกวัน
  • ใช้ที่รัดผมแบบผ้าหรือแบบไม่มีโลหะเพื่อลดการดึงรั้งและการแตกหักของเส้นผม

4. การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหนังศีรษะ

อาหารที่รับประทานมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของหนังศีรษะและเส้นผม


4.1 โปรตีน
  • รับประทานโปรตีนคุณภาพดีเพื่อเสริมสร้างเคราติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผม
  • แหล่งโปรตีนที่ดี ได้แก่ ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่ว และเต้าหู้

4.2 วิตามินและแร่ธาตุ
  • รับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี โดยเฉพาะไบโอติน เช่น ไข่ ถั่ว และธัญพืช
  • เพิ่มการบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินซี เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและการสร้างคอลลาเจน

4.3 ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับร่างกายและหนังศีรษะ

5. การจัดการความเครียด

ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วงและผมบาง



5.1 ฝึกเทคนิคผ่อนคลายความเครียด
  • ทำสมาธิหรือโยคะเป็นประจำ
  • ฝึกหายใจลึกๆ เมื่อรู้สึกเครียด

5.2 ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เพื่อลดความเครียดและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

5.3 นอนหลับให้เพียงพอ
  • พยายามนอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน
  • รักษาตารางการนอนให้สม่ำเสมอ แม้ในวันหยุด

6. การตรวจสุขภาพเป็นประจำ

การตรวจสุขภาพเป็นประจำช่วยให้สามารถตรวจพบและแก้ไขปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลต่อสภาพหนังศีรษะและเส้นผมได้อย่างทันท่วงที

6.1 ตรวจระดับฮอร์โมน
  • ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์และฮอร์โมนเพศเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังวัยทอง

6.2 ตรวจสอบระดับวิตามินและแร่ธาตุ
  • ตรวจสอบระดับธาตุเหล็ก วิตามินดี และวิตามินบี12 ซึ่งการขาดสารอาหารเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพของเส้นผม

6.3 ปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม
  • หากสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของหนังศีรษะหรือเส้นผมที่ผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที



สรุป

การดูแลหนังศีรษะอย่างถูกวิธีเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันปัญหาผมบางในผู้หญิง การทำความสะอาดอย่างเหมาะสม การบำรุงหนังศีรษะ การปกป้องจากปัจจัยภายนอก การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การจัดการความเครียด และการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรักษาสุขภาพของหนังศีรษะและป้องกันปัญหาผมบาง การดูแลอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องจะช่วยให้คุณมีเส้นผมที่แข็งแรง สวยงาม และลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาผมบางในระยะยาว

ผมทำสี สวยได้อย่างมั่นใจ ด้วย​โปรแกรม PHB
 การทำสีผมเป็นสิ่งที่หลายคนหลงรัก บางคนทำสีเพื่ออำพรางผมขาว บางคนทำสีเพราะอยากเปลี่ยนลุคตามเทรนด์แฟชั่น และในปัจจุบัน การทำสีผมก็ง่ายและสะดวกสบายขึ้นมาก มีผลิตภัณฑ์มากมายให้เลือกใช้ตามความต้องการ แต่รู้ไหมคะ การทำสีผมบ่อยๆ อาจทำให้ผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะมีปัญหาและอาจเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้ มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทำสีผมและวิธีดูแลเส้นผมกันในบทความนี้ค่ะ

ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมโดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก

1. ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมชนิดชั่วคราว: เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่อยากได้สีสันสดใสแบบที่เปลี่ยนได้ตามเทรนด์ สีจะเคลือบอยู่แค่ชั้นนอกของเส้นผม สามารถล้างออกได้หลังการสระผม 1-2 ครั้ง

2. ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมชนิดกึ่งถาวร: สีสามารถซึมเข้าไปสู่ชั้นกลางของเส้นผมได้ จะติดทนนานประมาณ 3-5 สัปดาห์ เช่น แชมพูย้อมสีผมและโฟมย้อมสีผม

3. ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมชนิดถาวร: สีจะติดอยู่กับเส้นผมอย่างถาวร ทนทานต่อการสระผม โดยเฉพาะประเภทซึมเข้าในเส้นผม จะมีสารเคมีเป็นส่วนผสมหลัก 2 ชนิด ชนิดแรก อาจเป็นของเหลวหรือครีม มีสารออกฤทธิ์สำคัญ คือ สารออกซิเดชั่น หรือที่เรียกว่า สีพารา อยู่ในสภาวะด่าง โดยส่วนใหญ่จะใช้แอมโมเนียปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ซึ่งค่าความด่างจะช่วยให้ส่วนชั้นนอกของเส้นผมบวม และพองขึ้น ทำให้สีซึมเข้าไปอยู่ในเส้นผม แต่หากสภาพความเป็นด่างมากเกินไปก็จะเป็นอันตรายต่อเส้นผม ชนิดที่ 2 เรียกว่า “น้ำยาผสม” ซึ่งนิยมใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ความเข้มข้น 6% หากใช้ความเข้มข้นเกินที่กำหนด จะทำให้ผมแห้ง และทำลายเส้นผม และอาจทำให้ระคายเคืองหนังศีรษะได้ ในเบื้องต้น จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ถึงแม้ว่าการทำสีผมอาจจะมีอันตราย แต่สำหรับบางคน การเปลี่ยนสีผมก็เป็นสิ่งสำคัญในการแสดงความเป็นตัวเองและเสริมความมั่นใจ นามนิน เข้าใจถึงความต้องการของผู้หญิงและเข้าใจทุกปัญหาของเส้นผม คุณหมอนินจึงได้พัฒนาและต่อยอดโปรแกรม PHB ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อฟื้นฟูและบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ลดการหลุดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ และช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดีขึ้นจากรากจรดปลาย เพื่อให้ผู้หญิงได้สวย มั่นใจได้เท่าที่ใจที่ต้องการ



โปรแกรม PHB คือทรีตเมนต์ประเภทฉีดบำรุงเส้นผมสูตรเฉพาะของนามนิน ช่วยบูสต์กระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน มีความปลอดภัย และสะดวกสบายสำหรับผู้เข้ารับบริการ เพียงใช้วิธีการฉีดเข้าสู่บริเวณหนังศีรษะในจุดที่มีปัญหาผมร่วงและผมบาง โดยไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น และปราศจากผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งยังสามารถรับบริการพร้อมกับ Treatment อื่น ๆ ได้ในคราวเดียว




ไม่ว่าจะมีปัญหาผมร่วง ผมบางจากสาเหตุใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์ อายุที่มากขึ้น หรือการสะสมของสารเคมีจากการทำสีผม ขอเพียงยังมีรากผมที่สามารถเจริญเติบโตได้อยู่ โปรแกรม PHB ก็สามารถฟื้นฟูเส้นผมเหล่านั้นให้หนาแน่น ดูดกดำ เงางาม และสุขภาพดีขึ้นได้

นอกจากความสวยแล้ว ความปลอดภัยและสุขภาพผมที่ดีอย่างยั่งยืนก็ต้องมาคู่กันด้วยค่ะ สอบถามรายละเอียดและรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมเพิ่มเติมได้ที่นามนิน เราพร้อมดูแลเส้นผมที่คุณรักค่ะ 

5 ทรงผมสุดปัง! เปลี่ยนสาวผมบาง ให้ดูผมหนาขึ้นทันตา
5 ทรงผมสุดปัง! เปลี่ยนสาวผมบาง ให้ดูผมหนาขึ้นทันตา

ผมบาง ปัญหาเส้นผมที่ทำให้สาว ๆ หลายคนขาดความมั่นใจไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะทำผมทรงไหน ๆ ก็ไม่สวยตรงใจ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะวันนี้นามนินเราได้รวบรวมเอา 5 ทรงผมสุดปัง! สำหรับผู้หญิงผมบาง ที่สามารถช่วยเนรมิตผมของสาว ๆ ให้ดูหนา และสวยงามเข้ากับใบหน้าได้มากขึ้น มาฝากกัน ตามมาอ่านพร้อม ๆ กันได้เลย 

สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงผมบาง
ก่อนจะไปดูว่ามีทรงผมสำหรับผู้หญิงผมบางทรงไหนบ้างนั้น ลองมาดูกันก่อนว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้สาว ๆ หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาผมบางนั้นเกิดจากอะไร? เพื่อที่จะได้หาทางออกในการดูแลรักษาผมบางได้อย่างตรงจุด ดังนี้
  • กรรมพันธุ์ หากพบคนในครอบครัวมีประวัติผมร่วง ผมบาง 
  • ความไม่สมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หลังคลอด หรือวัยหมดประจำเดือน
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เซลล์รากผมเสื่อมสภาพ และอ่อนแอ
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  • ภาวะความเครียด หรือภาวะทางจิตใจต่าง ๆ ที่ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพเส้นผม
  • ภาวะขาดสารอาหาร ร่างกายได้รับสารอาหารบำรุงเส้นผมไม่เพียงพอ 
  • โรคภัยไข้เจ็บบางชนิด เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ 
  • ไลฟ์สไตล์ที่ทำร้ายสุขภาพเส้นผม เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ 
  • การดูแลเส้นผมที่ผิดวิธี เช่น ใช้สารเคมีกับเส้นผมมากเกิน รวบผมตึงเกินไป หรือการเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรง 

    ผู้หญิงผมบางทำทรงผมแบบไหนดี? 
หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผมบาง จนทำทรงผมเดิมไม่ได้ เพราะเริ่มสังเกตเห็นหนังศีรษะชัดมากขึ้น จนทำให้ขาดความมั่นใจ และรู้สึกว่าทรงผมเดิมอาจไม่เข้ากับตัวเองอีกต่อไป แนะนำให้ลองทำทรงผมสำหรับผู้หญิงผมบางดังต่อไปนี้ รับรองว่าสามารถช่วยทำให้เส้นผมที่เคยดูบาง ลีบ แบน กลับมาดูเหมือนหนาขึ้น และเสริมบุคลิกภาพให้มั่นใจกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน

1. ทรงผมบ๊อบเท 
ทรงผมบ๊อบเท เป็นทรงผมสั้นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยความเก๋ไก๋และสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายสไตล์ โดยมีลักษณะเด่นคือ ผมด้านหน้ายาวกว่าด้านหลัง จึงช่วยพรางสายตาให้ผมดูหนาขึ้นและมีมิติมากยิ่งขึ้น



2. ผมประบ่าทรง Wolf Cut 
ถ้าอยากได้ผมที่ดูหนา และดูทันสมัยต้องไม่พลาดทรง Wolf Cut เด็ดขาด! ซึ่งเป็นทรงผมที่ให้ลุคเท่ ๆ สไตล์วินเทจ แต่ก็ยังคงความหวานและน่ารักได้ในเวลาเดียวกัน โดยจะเป็นทรงผมคล้าย ๆ กับทรงบ๊อบ แต่จะใช้เทคนิคการซอยและสไลด์ผม ทำให้เกิดเลเยอร์ที่ช่วยเพิ่มมิติและวอลลุ่มให้กับเส้นผม จึงทำให้ผมดูหนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ 


3. ทรงผมไว้หน้าม้า
ไม่ว่าคุณจะผมยาว หรือผมสั้น ถ้าอยากให้ผมดูหนา แนะนำให้แบ่งผมด้านหน้ามาตัดเป็นทรงหน้าม้า เพื่อพรางตาให้ผมโดยรวมดูหนาขึ้นได้ เพราะจะช่วยดึงดูดสายตาให้คนส่วนใหญ่ไปโฟกัสที่ผมหน้าม้ามากกว่านั่นเอง ซึ่งสามารถทำได้ทั้งหน้าม้าตรง หน้าม้าซีทรู หรือหน้าผากปัดข้างก็ได้


4. ทรงผมดัดลอนคลาย
รู้หรือไม่? การทำผมให้ดูยุ่งนิด ๆ เป็นลอนใหญ่หน่อย ๆ จะช่วยทำให้ผมของคุณดูหนาขึ้นได้ ไม่ว่าคุณจะมีผมสั้น หรือยาว แนะนำว่าให้ดัดลอนใหญ่ ๆ พร้อมกับทำให้ลอนคลายตัวเล็กน้อย ก็จะช่วยให้ดูผมเยอะพองหนาได้ขึ้นเท่าตัวเลยทีเดียว


5. ทรงผมปัดข้างแสกลึก 
สำหรับสาวผมบางที่ผมยาว แล้วไม่รู้จะทำทรงผมไหนดีที่ช่วยให้ผมดูหนาขึ้น แนะนำว่าให้ลองเปลี่ยนการแสกกลางมาเป็นแสกข้างแบบลึกดู เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ผมดูหนาขึ้นแล้ว ยังเป็นทรงผมที่มีส่วนช่วยให้โคนผมยกขึ้น พาให้เส้นผมดูมีวอลลุ่ม ไม่ลีบแบนอย่างเดิมอีกด้วย 


ไม่ต้องเสียเวลาทำทรงผม เรียกคืนผมหนาได้ด้วยโปรแกรม PHB 
หากคุณอยากจบปัญหาผมบางอย่างตรงจุด ให้เส้นผมสุขภาพดี มีลักษณะเส้นใหญ่ ดกหนา แบบไม่ต้องแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โปรแกรม PHB หรือ Premium Hair Booster ของที่นามนินคลินิกสามารถช่วยคุณได้ โปรแกรมนี้เป็นทรีตเมนต์บำรุงผมแบบฉีดที่คิดค้นและพัฒนาสูตรโดยคุณหมอนิน แพทย์ประจำคลินิก สามารถฟื้นบำรุงสุขภาพเซลล์รากผมให้แข็งแรง ลดการขาดหลุดร่วงที่เป็นสาเหตุของปัญหาผมบางได้อย่างตรงจุด และสามารถช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 



อีกทั้งยังเป็นโปรแกรมดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่ใช้เวลาทำหัตถการไม่นานเพียงแค่ 30-40 นาทีต่อครั้งเท่านั้น ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และยิ่งหากเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง 2-3 ครั้งขึ้นไป หรือตามที่คุณหมอประเมินไว้เบื้องต้นตามลักษณะของปัญหาแต่ละบุคคล ก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ช่วยให้คุณกลับมามีผมหนาแน่นเต็มพื้นที่ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งการทำทรงผมปกปิดปัญหาผมบางเลย

สรุป

สำหรับคนที่มีปัญหาผมบาง กวนใจอยู่ นอกจากการเลือกทำทรงผมที่เหมาะสำหรับผู้หญิงผมบางแล้ว โปรแกรม PHB ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเนรมิตผมหนาให้คุณได้อีกครั้ง หากคุณกำลังอยากแก้ปัญหาผมบาง ต้องการฟื้นบำรุงเส้นผมให้ดกหนา สามารถเข้ามาปรึกษาที่นามนินคลินิกได้เลย เราใส่ใจในการรักษาทุกเคส ประเมินแนวทางการรักษาอย่างตรงจุด พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจคนไข้ ช่วยเสริมบุคลิกภาพ และช่วยให้คนไข้กลับมามีความสุขและเติมเต็มความมั่นใจได้อีกครั้ง


3 ระยะ “ผมถอยร่น” ที่ควรรักษาก่อนสาย
ขณะที่กำลังส่องกระจกในทุก ๆ วัน คุณผู้ชายเคยสังเกตผมของตัวเองหรือไม่ ว่ามี ความเปลี่ยนแปลง อย่างไรเกิดขึ้นบ้าง ทราบหรือไม่ว่า สัญญาณเล็ก ๆ ที่เราสังเกตเห็น อาจจะช่วยให้ตัวเราในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้า ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาผมร่วง ผมบาง จนนำไปสู่ภาวะผมล้านที่รุนแรงเกินจะรักษาหรือแก้ไขก็เป็นได้

นั่นก็เพราะอาการผมร่วง ผมบาง มักจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนหลายคนไม่ทันสังเกตเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรก ๆ หรือแม้เมื่อเริ่มสังเกตเห็นแล้ว ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษา ด้วยเหตุผลต่าง ๆ อย่างเช่น บางคนอาจจะคิดว่า ผมเพิ่งเริ่มถอยร่นและบางลงเพียงเล็กน้อย ไม่น่าต้องกังวลใจ บางคนลังเลว่า วัยของตัวเองเหมาะกับการรักษาปัญหาผมร่วง ผมบางแล้วหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม รู้สึกว่าตัวเองยังอายุน้อยเกินไปที่จะเริ่มรักษา ส่วนผู้ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงอายุสูงวัย ก็รู้สึกไปอีกแบบว่าตัวเองอายุมากเกินกว่าจะมาดูแลปัญหาผมในวัยนี้แล้ว ขณะที่อีกหลาย ๆ คนก็เลือกปล่อยปัญหาผมถอยร่นทิ้งไว้ เพราะไม่มีเวลาดูแล เพราะกังวลและไม่มั่นใจในวิธีการรักษา หรือเพราะมองไม่เห็นภาพว่า ปัญหาผมในวันนี้อาจจะรุนแรงขึ้นจนยากที่จะเยียวยาฟื้นฟูในวันข้างหน้า

ดังนั้น นามนินจึงขอชวนคุณผู้ชายมาสังเกตภาวะผมถอยร่นของตนเอง รวมถึงแนะนำวิธีการดูแลปัญหาผม ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละระยะ หรือลักษณะอาการ แม้ผมถอยร่นในระยะแรกที่อาจจะมองเห็นได้ยาก เราก็มีจุดสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณผู้ชายนำมาใช้เป็นแนวทางได้อย่างแน่นอน มาดูไปพร้อม ๆ กันว่า ผมของเราอยู่ในภาวะผมถอยร่นระยะที่น่าเป็นห่วงมากน้อยแค่ไหน


ระยะที่ 1 ผมหยุดยาว สัญญาณแรกของผมถอยร่น

สำหรับคุณผู้ชายที่เริ่มมีภาวะผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุของกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันมาในครอบครัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผมในผู้ชายทั่วโลก จุดสังเกตก็คือผมด้านหน้า โดยทั่วไปแล้ว ผมทั่วศีรษะจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าหากสังเกตเห็นว่า ผมด้านหน้าไม่ยาวเพิ่มเลย ในขณะที่ผมในบริเวณอื่น ๆ ยังคงยาวต่อเนื่องเป็นปกติ  ก็เรียกได้ว่าเป็นสัญญาณแรกสุดของภาวะผมถอยร่นแล้ว 



ในระยะนี้ แม้ว่าผมจะยังไม่เริ่มร่วงเลยก็ตาม แต่นามนินก็ขอแนะนำให้คุณผู้ชายเริ่มเข้ามาพูดคุยปรึกษากับแพทย์ได้เลยโดยไม่ต้องรีรอ เพื่อไม่ให้ปัญหาผมลุกลามรุนแรงขึ้น โดยวิธีการรักษาพื้นฐานเบื้องต้น อาจจะอยู่ในรูปแบบของการรับประทานยาหรือวิตามิน รวมไปถึงการทาเซรั่มบำรุงผม

หากใครสังเกตพบสัญญาณผมถอยร่นของตัวเองได้ตั้งแต่ในระยะนี้ นับว่าโชคดีมาก ๆ และมีโอกาสสูงที่จะสามารถหยุดภาวะผมถอยร่น ไม่ให้ผมเริ่มร่วง บาง และขยายพื้นที่ไปยังส่วนอื่น ๆ ของศีรษะได้


ระยะที่ 2 ผมถอยร่น จนกลายเป็น M shape 

หลังจากผมด้านหน้าเริ่มหยุดยาว หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ระยะต่อไปคงจะเป็นภาพที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย นั่นก็คืออาการที่ผมร่วง จนผมถอยร่น เว้าลึกเข้าไปทั้ง 2 ข้างบริเวณหน้าผาก กลายเป็นรูปตัว M 

หากเข้าสู่ระยะนี้ เท่ากับแนวไรผมที่เคยทำหน้าที่เป็น “กรอบหน้า” จะหายไป ผลที่ตามมาก็คือรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วน หน้าผากสูงและกว้าง ชวนให้ดูสูงวัยกว่าอายุจริง เมื่อภาวะผมถอยร่นเข้าสู่ระยะนี้ เจ้าของเส้นผมไม่เพียงสูญเสียเส้นผมที่ร่วงหลุดไป แต่ยังสูญเสียความมั่นใจเวลาต้องออกไปพบปะผู้คนภายนอกด้วย เพราะเส้นผมและกรอบหน้า ส่งผลต่อรูปลักษณ์และบุคลิกภาพโดยตรง

ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดในการคืนกรอบหน้า และยังนับเป็นโอกาสในการออกแบบกรอบหน้าใหม่ให้ได้สัดส่วนลงตัวกับใบหน้าของเราด้วยเลย ก็คือการ “ปลูกผม” นั่นเอง 

แพทย์จะเป็นผู้ออกแบบแนว Hairline หรือกรอบหน้าใหม่ โดยอิงตามความต้องการหรือความจำเป็นของคนไข้ และอาศัยหลักสัดส่วนทองคำของใบหน้า หรือ Golden Ratio เพื่อคืนความสมส่วนด้วยกรอบหน้าที่จะเสริมความคม เข้ม ปรับลุคให้ดูดีขึ้น ดูสมาร์ทขึ้นได้ พร้อมทั้งได้แนวไรผมที่แลดูเป็นธรรมชาติ 


ทั้งนี้ แพทย์จะกำหนดพื้นที่ปลูกผมใหม่ และคำนวณกราฟต์ผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอยที่ต้องใช้ในการปลูกให้เหมาะสมคุ้มค่า เนื่องจากผมต้นทุนของแต่ละคนมีอยู่เพียงจำกัด เมื่อย้ายผมต้นทุนออกจากด้านหลังท้ายทอยแล้ว ก็จะต้องนำกราฟต์ผมมาคัดแยก ตัดแต่ง ให้ได้ขนาด ความหนาบาง และจำนวนเส้นผมต่อ 1 กราฟต์ที่พอดี 

และเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนของการปลูกผมใหม่ แพทย์จะต้องอาศัยความละเอียดพิถีพิถันเป็นพิเศษ เนื่องจากแนวไรผมบริเวณหน้าผาก ประกอบไปด้วยผมเส้นอ่อนด้านนอกสุด ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ระดับลึกเข้ามากลายเป็นผมเส้นใหญ่และหน้าขึ้น ดังนั้น แพทย์จึงต้องคัดเลือกลักษณะของเส้นผมที่เหมาะสม ค่อย ๆ ปักกราฟต์ให้เรียงตัวกันเป็นระเบียบ เนียนตา ได้ความหนาแน่นที่พอดี พร้อมได้ทิศทางและองศาของเส้นผมที่แลดูกลมกลืนไปกับเส้นผมเดิมเพราะแนวกรอบหน้าก็ไม่ต่างจากด่านแรกของเส้นผมที่จะดึงดูดสายตาผู้คนเมื่อมองเห็น

ระยะที่ 3 ผมเริ่มบางจากกลางศีรษะ

นอกจากเส้นผมจะถอยร่นเว้าลึกเข้ามาบริเวณหน้าผากแล้ว ในกรณีนี้ เส้นผมอาจจะเริ่มหลุดร่วงและเห็นความบางที่ชัดเจนโดยเริ่มจากบริเวณกลางศีรษะ ซึ่งก็เป็นจุดที่ผู้คนทั่วไปมองเห็นได้ง่ายเช่นกัน


หากใครสังเกตตัวเองว่ามีภาวะผมถอยร่อนอยู่ในระยะนี้ โดยที่ไม่มีอาการผมบางด้านหน้าหรือ M Shape ร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดบำรุงด้วย โปรแกรม PHB ซึ่งจะตรงเข้าฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์รากผม ช่วยให้เส้นผมมีขนาดใหญ่และหนาขึ้น ลดโอกาสการหลุดร่วง พร้อมทั้งกระตุ้นให้เส้นผมงอกใหม่เร็วขึ้น จึงทำทำให้ผมแลดูดกดำขึ้น หนาแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ วิธีการก็สะดวกสบายและปลอดภัย เพียงฉีดเข้าไปที่หนังศีรษะบริเวณที่ผมร่วงและผมบาง และสามารถเข้ามารับการฉีดบำรุงได้อย่างต่อเนื่องภายใต้คำแนะนำของแพทย์


ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะผมถอยร่นยังมีระยะที่ 4 ด้วย ซึ่งเป็นระยะที่พ้นไปจากลักษณะอาการข้างต้น ทั้งอาการผมด้านหน้าหยุดยาว อาการผมร่นลึกเป็นรูป M Shape และอาการผมบางกลางศีรษะ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้ดูแลรักษา ก็จะเข้าสู่ระยะที่ปัญหาผมยิ่งขยายพื้นที่รุนแรงขึ้น เช่น ผมด้านหน้าและกลางศีรษะอาจบางลงจนเชื่อมต่อถึงกันเป็นพื้นที่ใหญ่ และเข้าสู่ภาวะผมล้าน ที่อาจจะสายเกินการฟื้นฟูให้เส้นผมกลับมาในที่สุด 

ในกรณีนี้ การแก้ปัญหาจะอาศัยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการรีบเข้ามารักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ และไม่สามารถการันตีได้ว่า จะได้ผลลัพธ์ผมที่กลับมาหนาแน่นเหมือนเดิม เนื่องจากข้อจำกัดด้านผมต้นทุนที่มักจะอ่อนแอและเหลือน้อยลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม แพทย์จะช่วยคำนวณกราฟต์ผมให้ใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด และอาจแนะนำให้ปลูกผมร่วมกับการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster เพื่อช่วยเสริมให้ผมกลับมาได้มากที่สุดบนข้อจำกัดของคนไข้แต่ละคนเอง


และเนื่องจากปัญหาผมของคนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน หากสังเกตพบภาวะถอยร่นของเส้นผม ในระยะใดระยะหนึ่ง ก็ควรรีบเข้ามาปรึกษาแพทย์ เพื่อร่วมกันวางแผนและออกแบบแนวทางรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อตอบโจทย์การรักษาได้อย่างตรงจุด ที่สำคัญ ยิ่งสังเกตพบเร็ว ตัดสินใจเข้ามาพบแพทย์เร็ว ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการรักษาอย่างแน่นอน




เคลียร์ข้อสงสัย “เจ็บมั้ย” ตอนปลูกผม
ปลูกผมเจ็บมั้ย? เป็นคำถามที่ทำให้หลาย ๆ คนลังเลและหวั่นใจ จนไม่กล้าเข้ามาปลูกผม นามนินจึงขอแชร์ประสบการณ์จริงฉบับใต้เตียงปลูกผมของคนไข้ ส่งตรงจากข้างในห้องทำหัตถการ มาบอกเล่าให้ฟัง เพื่อเคลียร์ทุกข้อสงสัย จบทุกความกังวลใจ และเปลี่ยนภาพจำใหม่ของการปลูกผม ซึ่งไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

ในเมื่อถามตรง ๆ ก็ขอตอบตรง ๆ เลยว่า ระหว่างการปลูกผม จะปฏิเสธว่าไม่เจ็บเลยก็คงไม่ได้ แต่ขั้นตอนเดียวที่คนไข้อาจจะรู้สึกถึงความเจ็บ ก็คือการฉีดยาชา ซึ่งมีระดับความเจ็บเพียงเล็กน้อยถึงปานกลางเท่านั้น ขึ้นอยู่กับคนไข้แต่ละคนว่าอดทนต่อความเจ็บได้มากน้อยแค่ไหน แต่แน่นอนว่าเป็นความเจ็บในระดับที่รับได้ ไม่ต่างจากการทำฟัน การฉีดโบทอกซ์ หรือการทำศัลยกรรมความงามอื่น ๆ 

สำหรับการฉีดยาชาในขั้นตอนการปลูกผมนั้น จะฉีดทั้งหมด 2 ครั้ง

  • ครั้งที่ 1 ฉีดบริเวณท้ายทอย ก่อนเจาะย้ายกราฟต์ผมออก
  • ครั้งที่ 2 ฉีดบริเวณพื้นที่ที่ต้องการปลูกผมใหม่ ซึ่งแพทย์จะต้องนำกราฟต์ผมปลูกลงไปที่หนังศีรษะ

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการย้ายกราฟต์ผมออก หรือการปักกราฟต์ผมใหม่ จะอยู่ในช่วงที่ยาชาออกฤทธิ์ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด 

ที่สำคัญ แพทย์ของนามนินยังมีทักษะ ประสบการณ์ และเทคนิคที่ออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บของคนไข้ได้เป็นอย่างดี และนี่คือเหตุผลว่าทำไมคนไข้จึงสามารถวางใจได้ว่า ขั้นตอนการฉีดยาชาจะรู้สึกเจ็บน้อยที่สุด
  • แพทย์คำนวณปริมาณยาชาและเลือกจุดฉีดยาที่เหมาะสมที่สุด เพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์ในบริเวณที่ถูกต้อง อีกทั้งป้องกันการใช้ยาชาเกินขนาด ซึ่งอาจส่งผลข้างเคียงให้เกิดอาการผิดปกติต่าง ๆ หลังปลูกผม
  • ตลอดกระบวนการปลูกผม แพทย์จะคอยอธิบายและให้คำแนะนำ เพื่อให้คนไข้คลายความกังวลใจ
  • แพทย์ผู้ชำนาญ เป็นผู้ลงมือฉีดยาชาให้ด้วยตนเอง เช่นเดียวกับการปลูกผมใหม่ในระดับเส้นต่อเส้น ซึ่งคนไข้ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า แพทย์ฉีดยาชาได้อย่างเบามือมาก ๆ 





นั่นจึงทำให้ความเจ็บช่วงฉีดยาชากลายเป็นเรื่องที่รับมือได้สบาย ๆ เพราะฉะนั้นแล้ว ใครที่กำลังกังวลใจ ก็หวังว่าจะลบภาพความน่ากลัวแบบผิด ๆ ออก และเปิดใจให้กับเทคนิคการปลูกผมยุคใหม่ที่พัฒนาก้าวหน้าขึ้น ซึ่งเมื่อบวกกับทักษะและความใส่ใจของแพทย์ ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่แค่เพียงผมใหม่ที่หนาแน่น ดกดำ สุขภาพแข็งแรงจากภายใน แต่ยังเป็นประสบการณ์สุดประทับใจจากการปลูกผม ที่นามนินมอบให้คนพิเศษเช่นคุณเท่านั้น



ไขข้อสงสัย! 5 ฮอร์โมน สาเหตุหลักของปัญหาผมร่วง มีอะไรบ้าง?
"รู้ทัน 5 ฮอร์โมนต้นเหตุปัญหาผมร่วงที่คุณควรรู้!"
ในทุก ๆ วันเส้นผมของเราก็มักจะหลุดร่วงเป็นปกติอยู่แล้ว โดยจะมีปริมาณประมาณ 50-100 เส้นต่อวันตามวงจรชีวิตของเส้นผม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่อายุมากขึ้น บวกกับมีพฤติกรรมเสี่ยงที่มีส่วนทำให้รากผมอ่อนแอ วงจรชีวิตของเส้นผมก็จะสั้นลงเรื่อย ๆ และทำให้เส้นผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ และกลายเป็นปัญหาผมบางบริเวณกว้างได้ในที่สุด


รู้หรือไม่? ว่านอกเหนือไปจากอายุที่เพิ่มขึ้น และการมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างที่เสี่ยงทำให้รากผมอ่อนแอ หลุดร่วงได้ง่ายแล้ว ก็ยังมีปัจจัยเรื่องของฮอร์โมนด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายไม่แพ้ปัจจัยอื่น ๆ เลย ซึ่งวันนี้นามนินจะขออาสาพาทุกคนมาทำความรู้จักกับฮอร์โมนของร่างกาย ที่เป็นสาเหตุของปัญหาผมร่วงกันว่ามีฮอร์โมนอะไรบ้าง? แล้วจะมีวิธีรักษาปัญหาผมร่วงจากฮอร์โมนเหล่านี้ได้อย่างไร? ตามมาอ่านพร้อม ๆ กันได้เลย

5 ฮอร์โมน สาเหตุของปัญหาผมร่วง

1. ฮอร์โมน DHT
ฮอร์โมนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผมร่วง ผมบางที่ได้ยินกันบ่อยมากที่สุดเลยก็คือ ฮอร์โมน DHT หรือ ฮอร์โมน Dihydrotestosterone ซึ่งพบได้บ่อยในเพศชาย แต่ก็สามารถพบได้ในเพศหญิงเช่นเดียวกัน เพียงแต่จะมีปริมาณที่น้อยกว่าเท่านั้น 
ซึ่งฮอร์โมน DHT มีคุณสมบัติคอยควบคุมการทำงานเส้นผมและขนทั่วร่างกาย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ฮอร์โมนนี้มีความแปรปรวน หรือผิดปกติขึ้น ก็มักจะส่งผลเสียต่อเส้นผมและหนังศีรษะ โดยจะไปออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผมชุดใหม่ ทั้งยังมีส่วนทำให้เส้นผมชุดเก่าไม่ได้รับสารอาหารที่มากพอ จึงทำให้รากผมอ่อนแอ และเกิดเป็นปัญหาผมร่วงตามมานั่นเอง  

2. ฮอร์โมนเอสโตรเจน
ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) หรือฮอร์โมนเพศหญิงที่คอยช่วยดูแลระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายเพศหญิงให้เป็นไปอย่างปกติและมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ฮอร์โมนชนิดนี้มีระดับต่ำกว่าปกติ หรือมีความแปรปรวน ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ 
และหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยเนื่องจากความแปรปรวนของฮอร์โมนเอสโตรเจนก็คือปัญหาผมร่วง รากผมอ่อนแอ ทั้งยังทำให้มีลักษณะเส้นผมเล็บ ลีบ แบน ชี้ฟู จัดทรงยากร่วมด้วย ซึ่งปัญหาความผิดปกติของฮอร์โมนเอสโตรเจนนี้ มักจะพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทอง วัยหมดประจำเดือน รวมถึงคุณแม่หลังคลอดนั่นเอง

3. ฮอร์โมนคอร์ติซอล
ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีว่าเป็นฮอร์โมนความเครียด เพราะร่างกายมักจะหลั่งฮอร์โมนนี้ออกมาเมื่อมีความเครียดเกิดขึ้น และฮอร์โมนตัวนี้นั้นก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายมากมาย โดยเฉพาะระบบการทำงานของเส้นผม โดยฮอร์โมนคอร์ติซอลจะเข้าไปทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมสั้นลงกว่าปกติ จนเกิดเป็นปัญหาผมหลุดร่วงได้ในที่สุด

4. ฮอร์โมนไทรอยด์
ปัญหาผมร่วงเนื่องจากฮอร์โมนไทรอยด์ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเพศไหน ๆ เพราะเมื่อไหร่ที่ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ก็จะทำให้ต่อมไขมันในร่างกายทำงานผิดปกติตามไปด้วย ซึ่งจะกระตุ้นร่างกายให้ผลิตไขมันออกมาบนผิวหนังมากกว่าเดิม โดยเฉพาะบริเวณหนังศีรษะ และหากมีความมันส่วนเกินเกาะอยู่ตามเส้นผมและหนังศีรษะมากก็ไป ก็อาจทำให้รากผมเกิดการอุดตัน อ่อนแอลง และสังเกตเห็นถึงผมที่ร่วงเยอะมากกว่าเดิมได้

5. ฮอร์โมนอินซูลิน
เราอาจจะคุ้นเคยกันดีว่าอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และสัมพันธ์กับผู้ป่วยเบาหวาน แต่ไม่เพียงเท่านั้นฮอร์โมนนี้ยังส่งผลเสียต่อการทำงานของรากผม และมีส่วนทำให้ผมหลุดร่วงง่ายได้เช่นกัน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ดังนี้
  • การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: อินซูลินมีหน้าที่หลักในการนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน แต่หากมีระดับอินซูลินผิดปกติ ไม่ว่าจะสูงเกินไปหรือต่ำเกินไป จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ รวมถึงปัญหาผมร่วงได้
  • การไหลเวียนเลือด: ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปเป็นเวลานาน อาจทำให้อวัยวะต่าง ๆ รวมถึงหนังศีรษะได้รับความเสียหาย และส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงรากผม ทำให้รากผมได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และอ่อนแอลง
  • การอักเสบ: ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งรวมถึงหนังศีรษะด้วยเช่นกัน และการอักเสบนี้ก็จะทำลายเซลล์รากผมและทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น

แนวทางการป้องกันและรักษาผมร่วง เนื่องจากฮอร์โมน
เมื่อผมร่วงมากกว่าที่เคย อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฮอร์โมนในร่างกายของคุณมีความผิดปกติอยู่ก็เป็นได้ ซึ่งปัญหานี้จะมีวิธีป้องกันและรักษาปัญหาผมร่วงเนื่องจากฮอร์โมนได้ ดังนี้

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางชนิดก็มีผลมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม เช่น ความเครียดทำให้หลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลมากกว่าปกติ การทานอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ก็ล้วนส่งผลให้ฮอร์โมนอินซูลินสูงตามไปด้วย ซึ่งการปรับเปลี่ยนโดยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาผมร่วง ผมบางได้


2. ใช้ยารักษาผมร่วงตามแพทย์สั่ง
หากมีปัญหาผมร่วงเนื่องจากฮอร์โมนและได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่างเหมาะสม ส่วนใหญ่แพทย์จะทำการจ่ายยาในการควบคุมระดับฮอร์โมนให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ขณะเดียวกันก็สามารถเลือกใช้ยารักษาผมร่วงเพื่อเสริมสร้างรากผมให้แข็งแรง กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมควบคู่ไปด้วยได้ เช่น กลุ่มยาฟีนาสเตอไรด์ หรือกลุ่มยาไมนอกซิดิล เป็นต้น

3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ
นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้เหมาะสมแล้ว เพื่อเป็นการบำรุงสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างต่อเนื่อง นามนินคลินิกขอแนะนำให้ลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะร่วมด้วย เช่น 
  • ELIXIR HAIR SERUM BY NEAT HAIRNUE เซรั่มสูตรพิเศษที่คิดค้นโดยคุณหมอนิน พัฒนาขึ้นเพื่อบำรุงเส้นผมให้กับคนที่มีปัญหาผมบางโดยเฉพาะ ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม พร้อมบำรุงเส้นผมให้ดกหนาและแข็งแรง
  • VITAMIN H วิตามินบำรุงผมของนามนิน ที่ผสานคุณประโยชน์จากสารสกัดธรรมชาติหลากหลายชนิด ช่วยลดความมันและการอักเสบของหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม พร้อมเติมสารอาหารให้เส้นผม ช่วยให้ผมที่งอกใหม่มีเส้นหนาและแข็งแรงยิ่งขึ้น


4. เข้ารับบริการโปรแกรมทรีตเมนต์บำรุงรากผมให้แข็งแรง
สำหรับใครที่อยากเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ก็สามารถเลือกเข้ารับบริการโปรแกรมทรีตเมนต์บำรุงรากผมให้แข็งแรง อย่างเช่น โปรแกรม PHB หรือ Premium Hair Booster กับที่นามนินคลินิกได้เช่นกัน ซึ่งเป็นโปรแกรมทรีตเมนต์ฉีดบำรุงทั่วหนังศีรษะสูตรพิเศษ ที่ได้รับการออกแบบมาให้ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมบางและหลุดร่วงง่ายโดยเฉพาะ แม้จะมีปัญหาผมร่วงจนกราฟต์ผมเหลือน้อย ไม่เพียงพอต่อการปลูกผมแล้ว วิธีนี้ก็สามารถช่วยให้คุณกลับมามีเส้นผมหนาแน่นเต็มพื้นที่ได้อีกครั้ง 



5. เข้ารับการปลูกผมถาวร
ถ้าคุณมีปัญหาผมร่วงเนื่องจากฮอร์โมน และเกิดปัญหาผมบางเป็นบริเวณกว้าง จนทำให้ขาดความมั่นใจเป็นอย่างมาก การปลูกผมถาวรก็ถือเป็นอีกหนึ่งแนวการดูแลรักษาปัญหาผมร่วงจากฮอร์โมนที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะจบปัญหาผมบางได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยการนำเส้นผมที่มีสุขภาพดีจากบริเวณท้ายทอยมาปลูกยังบริเวณที่ผมบางหรือไม่มีผม เพื่อให้ได้เส้นผมใหม่ที่แข็งแรง และเป็นธรรมชาติ กลับมามีผมดกหนาได้อีกครั้ง 




สรุป
 
ฮอร์โมนที่ทำให้ผมร่วงนั้นมีอยู่หลากหลายชนิด เพื่อให้การรักษาปัญหาผมร่วงเนื่องจากฮอร์โมนเห็นผล และตรงจุดมากที่สุด นามนินคลินิกขอแนะนำว่าควรเข้าพบแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อรับการวินิจฉัยถึงสาเหตุของผมร่วงที่แท้จริงว่า เกิดจากฮอร์โมนชนิดใด? รวมถึงจะมีแนวทางในการรักษาปัญหาผมร่วงอย่างไรบ้าง? ที่จะเหมาะสมมากที่สุด 

เพราะปัญหาผมร่วง ผมบาง หากปล่อยไว้นาน ก็ยิ่งรักษายาก และสร้างแผลใจให้คุณมากยิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน ดังนั้นหากรักษาเร็ว ก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมามีผมดกหนาได้ดังเดิม แถมค่าใช้จ่ายในการรักษาก็ไม่สูงเท่ามารักษาตอนที่ปัญหาลุกลามไปแล้วนั่นเอง

เติม “วิตามิน” ตัวเด่น ให้เส้นผม
หากคนเราขาดสารอาหารที่จำเป็น ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็คงทำงานไม่ได้ตามปกติ ส่งผลต่อความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย เช่นเดียวกันกับ “เส้นผม” ซึ่งต้องการสารอาหารมาบำรุงหล่อเลี้ยงตั้งแต่ระดับเซลล์รากผม เพื่อให้เส้นผมเจริญเติบโต ไม่อ่อนแอจนหลุดร่วงง่ายก่อนเวลาอันควร 

และหนึ่งในสารอาหารบำรุงผมก็คือบรรดาวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ นามนินจึงขอชวนเหล่าคนรักผม มาเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเติมวิตามินและแร่ธาตุตัวเด่นให้เส้นผมไปด้วยกัน



วิตามินบี 7
หรือในอีกชื่อที่เราคุ้นหูกันก็คือไบโอติน (Biotin) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นช่วยกระตุ้นให้เกิดการงอกใหม่ของเส้นผม และสามารถใช้ได้ผลกับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) ด้วย โดยไบโอตินมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ที่มีการสร้างใหม่และแบ่งตัวอยู่ตลอดเวลาอย่างเส้นผม รวมถึงยังมีส่วนในการเสริมสร้างเคราติน (Keratin) ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของเส้นผมด้วย

แหล่งวิตามินบี 7: ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเหลือง ธัญพืชไม่ขัดสีต่าง ๆ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ และไข่

วิตามินดี
ที่ผ่านมา มีการศึกษาพบว่าการขาดวิตามินดีส่งผลต่ออาการผมร่วงเป็นหย่อม หากเติมวิตามินดี ก็จะช่วยฟื้นฟูให้ภาวะผมร่วงลดลง ทั้งนี้ วิตามินดียังช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อีกด้วย

แหล่งวิตามินดี: ปลาที่มีไขมันสูง เห็ด นมถั่วเหลือง โยเกิร์ต รวมถึงการรับแสงแดดตามธรรมชาติ

วิตามินซี
แม้ไม่ได้บรรเทาภาวะผมร่วงโดยตรง แต่วิตามินซีมีส่วนช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนสำคัญในเซลล์รากผม ซึ่งจะส่งผลต่อการงอกใหม่ของเส้นผม โดยเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องร่างกายโดยรวม จึงช่วยลดความเสี่ยงที่เซลล์รากผมจะทำงานผิดปกติเนื่องจากการรบกวนของอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผมงอกใหม่สามารถเติบโตต่อเนื่องได้อย่างราบรื่นนั่นเอง

แหล่งวิตามินซี: ผัก ผลไม้ เช่น ฝรั่ง มะขามป้อม มะละกอ ส้ม พริกหวาน คะหน้า บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ ผักโขม

สังกะสี 
สังกะสี หรือ Zinc มีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมเส้นผม และช่วยให้ต่อมไขมันบริเวณหนังศีรษะทำงานเป็นปกติ พร้อมกับเสริมเคราติน ซึ่งเป็นโครงสร้างของเส้นผม ช่วยให้ผมเงางาม แข็งแรง ไม่เปราะบางจนขาดหรือหลุดร่วงง่าย สังกะสียังทำหน้าที่ช่วยในการแบ่งเซลล์และเป็นส่วนประกอบสำคัญในเอนไซม์บางชนิด ซึ่งพบว่าหากปริมาณเอนไซม์นี้ลดลง จะส่งผลต่อโรคผมร่วงเป็นหย่อมอีกด้วย

แหล่งสังกะสี: เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ตับ ไข่ เต้าหู้ ธัญพืช ถั่วต่าง ๆ

ธาตุเหล็ก
แร่ธาตุชนิดนี้จะช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ สามารถแบ่งตัวได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเซลล์รากผม เนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญในเม็ดเลือดแดง มีส่วนช่วยในการขนส่งออกซิเจนและลำเลียงสารอาหารไปเลี้ยงรากผมให้แข็งแรง ทั้งนี้ พบว่าการที่ร่างกายมีระดับธาตุเหล็กต่ำ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะผมร่วงได้ 

แหล่งธาตุเหล็ก: เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว ถั่วเมล็ดแห้ง ตับ เครื่องใน ไข่แดง อาหารทะเล

และถ้าใครที่อยากได้ความสะดวกสบายในการเติมวิตามินและแร่ธาตุให้กับเส้นผมมากยิ่งขึ้น นามนินรวบรวมคุณค่าของวิตามินต่าง ๆ มาไว้ให้แล้วใน “VITA H” ซึ่งแพทย์ของนามนินค้นคว้าและคัดสรรมาเพื่อผลลัพธ์ในการบำรุงรากผมได้อย่างล้ำลึก ในรูปแบบของแคปซูล สามารถรับประทานได้ง่าย นอกจากจะได้คุณประโยชน์จากวิตามินต่าง ๆ แบบเต็ม ๆ แล้ว ยังเสริมด้วยคุณค่าสารสกัดจากธรรมชาติแท้ ๆ โดยประกอบด้วย


สารสกัดจากข้าวกล้องและผลกระบองเพชร (Rice Bran and Cactus Extract) ช่วยยับยั้งการผลิตฮอร์โมนบางชนิดโดยธรรมชาติ ส่งผลต่อการลดความมัน การเกิดสิว และการอักเสบของหนังศีรษะ

D-Biotin เสริมโครงสร้างเส้นผมให้แข็งแรง

Zinc Gluconate ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อเส้นผม และเสริมสร้างการเจริญเติบโต

Iron Amino Acid Chelate ลดการหลุดร่วง และช่วยให้รากผมแข็งแรง

Vitamin B Premix บำรุงเส้นผมให้กลับมาสุขภาพดี


และนี่ก็เป็นเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมจากภายใน ตอบโจทย์โดนใจคนรักเส้นผมอย่างแน่นอน ซึ่งหากใครมีข้อสงสัยหรือความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาเส้นผม สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญของนามนินได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อมาร่วมกันออกแบบเส้นทางฟื้นฟูและบำรุงผม ที่ทั้งปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพอย่างแน่นอน
ปลูกผมใหม่ ได้อะไร มากกว่า เส้นผม
หลาย ๆ คนอาจมองภาพของการปลูกผมไปในเชิงการเสริมความงาม ไม่ต่างจากการทำศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าหรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว การปลูกผม เป็นเทคนิคที่ไม่เพียงคำนึงถึงศิลปะความงามเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยศาสตร์การแพทย์เป็นหัวใจหลักในการรักษา ดูแล ฟื้นฟู รวมถึงบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะด้วย และการปลูกผมก็ยังนับเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ปัญหาของผู้คนในหลาย ๆ มิติ นามนินจึงขอนำประสบการณ์การช่วยเติมเต็มผมใหม่ให้กับคนไข้ตลอดหลายปี มาบอกเล่าถึงความสำคัญในแง่มุมต่าง ๆ ของเส้นผม ซึ่งหลายคนอาจจะมองข้ามหรือไม่เคยนึกถึงมาก่อนว่า การปลูกผมใหม่ ได้อะไรที่ มากกว่า เส้นผมบ้าง

มากกว่าเส้นผม 
คือ “ภารกิจปกป้องหนังศีรษะ”

โดยทั่วไปแล้ว เส้นผมก็ยืนหยัดทำหน้าที่สำคัญในเชิงกายภาพมาตลอดโดยที่เราอาจไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปกป้องหนังศีรษะอันอ่อนบางของเรา จากฝุ่น ควัน สิ่งสกปรก หรือของแข็ง ที่สำคัญ ลองนึกภาพพวกเราต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุเป็นพิเศษของประเทศไทย หากไม่มีเส้นผมช่วยคลุมหนังศีรษะไว้ ก็อาจจะเป็นอันตรายหรือเกิดภาวะผิดปกติกับอวัยวะของเรา ตั้งแต่อาการปวดศีรษะ ไปจนถึงโรคมะเร็งผิวหนังเลยก็เป็นได้ 

หรือหากอากาศภายนอกเย็นเกินไป เส้นผมของเรานี่ล่ะที่จะคอยช่วยเก็บกักและป้องกันการสูญเสียความร้อนจากภายในร่างกาย ไม่ให้เราเป็นหวัดหรือไม่สบายง่าย ๆ เพราะฉะนั้น เส้นผมจึงทำหน้าที่รักษาสมดุลอุณหภูมิภายในร่างกาย เพื่อให้ระบบต่าง ๆ ยังคงสามารถทำงานได้อย่างเป็นปกติด้วย


ขณะเดียวกัน เส้นผมก็ยังคอยรักษาความชุ่มชื้นให้กับหนังศีรษะ เพื่อป้องกันอาการหนังศีรษะแห้ง จนเกิดเป็นรังแค รวมถึงช่วยรักษาสภาพความเป็นกรดอ่อน ๆ ของหนังศีรษะไว้ด้วย ซึ่งหากหนังศีรษะมีค่าความเป็นด่างมากเกินไป ก็อาจทำให้เกิดอาการคัน ระคายเคือง หรือมีโอกาสเกิดเชื้อราบนหนังศีรษะมากขึ้น ซึ่งจะสะท้อนกลับมาส่งผลให้รากผมอ่อนแอ จนเส้นผมหลุดร่วงได้ง่ายกว่าปกติ 

ดังนั้น การดูแลให้เส้นผมแข็งแรง สุขภาพดี มีความหนาแน่นที่สมดุล ก็เท่ากับเป็นการสร้างเกราะป้องกันที่ดีให้กับร่างกายนั่นเอง

มากกว่าเส้นผม
คือ “ทางออกการรักษา ของสารพัดปัญหาผม”

การปลูกผม คือคำตอบที่ใช่ สำหรับผู้ที่มองหาแนวทางการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์ที่เชื่อถือได้ เพื่อแก้ปัญหาผมซึ่งมีที่มาจากสารพัดปัจจัย ดังนี้

1. พันธุกรรม – ภาวะผมร่วง ผมบาง ถือเป็นลักษณะทางพันธุกรรมรูปแบบหนึ่ง ที่สามารถส่งต่อสืบทอดกันในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นได้ด้วย ซึ่งปัญหาผมจากสาเหตุนี้ มักจะเกิดขึ้นกับคุณผู้ชายมากกว่าคุณผู้หญิง 


2. พฤติกรรม – ทราบหรือไม่ว่า บางครั้ง พฤติกรรมของเราเองที่เป็นสาเหตุกระตุ้นให้เกิดอาการผมร่วงมากผิดปกติ เรียกว่าเป็นพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว จนนำไปสู่ภาวะผมบางได้เช่นกัน ดังนี้
  • การสระผมผิดวิธี เช่น ใช้น้ำร้อนเกินไป เกาศีรษะแรงเกินไป
  • การหวีผมผิดวิธี เช่น หวีขณะผมเปียก หรือหวีผมบ่อยเกินไป
  • การใช้ความร้อนกับเส้นผมมาก ๆ เช่นจากการใช้ไดร์เป่าผม
  • การใช้สารเคมีกับเส้นผมมาก ๆ เช่น การยืด ดัด ย้อม ทำสี
  • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกฤทธิ์รุนแรงกับเส้นผมและหนังศีรษะ
  • การมัดผมรวบตึงเกินไป และต่อเนื่องเป็นเวลานาน ๆ 
  • การสวมหมวกบ่อย ๆ โดยหมวกรัดแน่นเกินไป
  • การอยู่ท่ามกลางแสงแดดและมลภาวะ ซึ่งเป็นตัวการทำให้เส้นผมอ่อนแอ
  • การสูบบุหรี่ ซึ่งเต็มไปด้วยสารที่ทำร้ายเส้นผมเช่นกัน


3. ปัจจัยอื่น ๆ – ทั้งที่อาจเกิดขึ้นโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ 
  • ผลข้างเคียงจากโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ 
  • การเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนที่ผิดปกติ เช่น คุณแม่ที่อยู่ในภาวะหลังคลอด
  • ภาวะขาดสารอาหาร
  • ความเครียดหรือวิตกกังวลมากเกินไป


ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถนำเทคนิคการปลูกผมถาวร มาเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหา ฟื้นฟู ดูแล ให้เส้นผมกลับมาหนาแน่น ดกดำ โดยแพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์และออกแบบแนวทางการรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อตอบโจทย์ปัญหาผมและความต้องการของคนไข้แต่ละคนให้ได้มากที่สุด

มากกว่าเส้นผม
คือการ “เปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่”

แน่นอนว่า ไม่ว่าใครก็อยากมีรูปลักษณ์ที่ชวนมอง มีบุคลิกภาพที่น่าชื่นชม ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า เส้นผมคือส่วนสำคัญที่ช่วยเติมแต่งให้เราดูดีขึ้นได้ และช่วยสะท้อนอัตลักษณ์ตัวตนความเป็นเรา แค่ทรงผมเปลี่ยน รูปหน้าก็เปลี่ยน บุคลิกและภาพลักษณ์ก็เปลี่ยนตามไปด้วย ซึ่งจุดนี้เองที่เส้นผมทำงานกับมิติทางด้านจิตใจของคนเราด้วย เพราะหลาย ๆ ท่านที่เข้ามาปรึกษากับแพทย์ของนามนินเกี่ยวกับปัญหาผม ไม่ว่าจะเป็นภาวะผมร่วง ผมบาง หรือผมล้าน และไม่ว่าจะเป็นคนไข้วัยรุ่น วัยทำงาน หรือสูงวัย มักจะพบว่าปัญหาผมเหล่านั้น ลึก ๆ แล้วส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจโดยตรง ทำให้สูญเสียความมั่นใจ วิตกกังวล จนไม่กล้าออกไปเข้าสังคมหรือพบปะผู้คน และอาจกระทบไปถึงหน้าที่การงาน รวมถึงความสัมพันธ์กับสมาชิกในครอบครัว หรือบางคนก็หมดความภูมิใจในตัวเอง ไม่สามารถมองตัวเองในกระจกได้อย่างมีความสุข

การปลูกผม จึงไม่เพียงเป็นการเติมเต็มผมให้กลับมาหนาแน่น แต่ยังคืนความมั่นใจให้เจ้าของเส้นผมสามารถยิ้มให้กับตัวเองในกระจก และกล้าที่จะก้าวออกไปอยู่ท่ามกลางผู้คนไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูงหรือเพื่อนร่วมงานในสังคม พร้อมกับบุคลิกและภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ไม่ต่างกับการเปลี่ยนคุณเป็น “คนใหม่” นั่นเอง



ปลูกผมใหม่
บนเส้นทางแห่งความใส่ใจ กับนามนิน

ด้วยประสบการณ์และความใส่ใจในคนไข้ ทำให้แพทย์ของนามนินเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงความสำคัญของเส้นผมในทุก ๆ มิติที่กล่าวมา ไม่ว่าจะในฐานะองค์ประกอบส่วนหนึ่งร่างกาย ในแง่มุมของการรักษา หรือในมิติของการเติมเต็มทางด้านจิตใจ เนื่องจากแพทย์จะนั่งลงพูดคุยกับคนไข้ทุก ๆ เคสอย่างใกล้ชิดและเปิดกว้าง จึงได้รับทราบถึงปัญหาของคนไข้ในทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วัยเริ่มทำงานไปจนถึงวัยหลังเกษียณ ซึ่งแต่ละคนมาด้วยรูปแบบปัญหา ความต้องการ และข้อจำกัดที่ไม่ซ้ำกันเลย 


และนั่นก็กลายเป็นโจทย์ให้แพทย์ได้ออกแบบแนวทางการรักษาที่แตกต่างออกไปตลอดเวลา สั่งสมจนเป็นทักษะและความเชี่ยวชาญที่ไม่เหมือนใคร โดยแพทย์ของนามนินจะเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้คนไข้ด้วยตนเอง แบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น แม้ว่าปริมาณกราฟต์ผมจะมากจนถึงหลักหลายพันกราฟต์ ซึ่งแต่ละเคสจะใช้เวลาในการปลูกผมตั้งแต่ 6 – 10 ชั่วโมง สะท้อนถึงความพิถีพิถันของแพทย์ ที่ทุ่มเทและใส่ใจในทุกรายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกขนาดของเส้นผมมาปลูกใหม่ วางทิศทางและองศาผมที่กลมกลืนไปกับเส้นผมเดิม และให้ได้ระยะความลึกที่พอดี หรือความหนาแน่นที่พอเหมาะ เพื่อให้ผมใหม่สามารถอยู่รอดในอัตราสูงที่สุด



ไม่เพียงเท่านั้น เส้นทางแห่งความใส่ใจ จะยังดำเนินต่อไปตลอด 1 ปีเต็ม จนกระทั่งสมบูรณ์มากที่สุด ซึ่งตลอดเส้นทางนั้น แพทย์จะคอยดูแลติดตามผลและให้คำแนะนำอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงพัฒนาผลิตภัณฑ์ในการช่วยฟื้นฟูและบำรุงเส้นผม เพื่อให้มั่นใจว่าผลลัพธ์การปลูกผมใหม่จะได้ประสิทธิภาพมากที่สุด ภายใต้เงื่อนไขของคนไข้แต่ละคนเอง

การปลูกผม จึงได้อะไรที่มากกว่าแค่เส้นผมหนาแน่นกลับคืนมา แต่ยังนับเป็นการลงทุนครั้งสำคัญที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ความสุขและความพอใจของคุณได้ ในทุก ๆ มิติของชีวิต

เคลียร์ทุกข้อกังวลใจ ก่อนปลูกผม
อยากลองปลูกผม แต่ “กลัว” ว่าจะได้ผลลัพธ์ดีจริงมั้ย

นี่น่าจะเป็นคำถามและความกังวลใจข้อแรก ๆ ของใครก็ตามที่ประสบปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือไปจนถึงโค้งสุดท้ายที่จะเข้าสู่ภาวะผมล้าน ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะทุกคนรู้ดีว่า เส้นผมเป็นสิ่งมีค่ามากแค่ไหน โดยเฉพาะเมื่อถึงวันและวัยที่ผมเริ่มร่วงมากขึ้น เริ่มเห็นร่องรอยความบางของผมบนศีรษะ เราจึงเข้าใจว่าการจากไปของเส้นผม ทำให้เรากังวลใจ หรือสูญเสียความมั่นใจได้อย่างไม่น่าเชื่อ และเข้าใจถึงความสำคัญของการมีอยู่ของเส้นผมได้จริง ๆ 

แน่นอนว่า หลายคนก้าวผ่านคำถามแรกแห่งการเริ่มต้นนั้นมาแล้ว รวมทั้งได้ผลลัพธ์ภาพลักษณ์ บุคลิกที่ดี และความมั่นใจในตัวเองกลับคืนมา แต่หลาย ๆ คนก็ยังติดอยู่กับคำถามว่า ...ปลูกผมแล้วดีจริงมั้ย ต้องเริ่มต้นอย่างไร... ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการให้คำปรึกษาคนไข้ของนามนิน เราพบว่า มีหลายประเด็นเลยทีเดียวที่คนไข้รู้สึกกลัวหรือกังวลใจ จนลังเลว่าจะเข้ารับการปลูกผมดีมั้ย บางคนก็กลัวเพราะภาพจำฝังใจในอดีต และบางคนก็กลัวเพราะมองไม่เห็นว่าภาพผลลัพธ์ในอนาคตจะเป็นอย่างไร 

วันนี้ นามนิน จึงขอรวบรวมคำตอบที่จะช่วยเอาชนะทุกความกลัว เคลียร์ทุกความกังวลใจ ให้ทุกคนตั้งต้นก้าวแรกของเส้นทางการปลูกผม เพื่อผลลัพธ์ผมใหม่ที่ได้ดังใจ และเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ได้ไปด้วยกัน



กลัวว่าการปลูกผม จะต้องผ่าตัดหนังศีรษะ หรือโกนผมทิ้ง
จริงอยู่ที่ในอดีต การปลูกผมจำเป็นต้องพึ่งพาการผ่าตัดชิ้นหนังศีรษะ หรือต้องโกนผมด้านหลังท้ายทอยออก แต่ปัจจุบันเทคนิคการปลูกผมได้รับการพัฒนาไปไกลมากแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทคนิค FUE ที่แพทย์ปลูกผมส่วนใหญ่นำมาใช้ จนถึงขั้นพัฒนาต่อยอดเทคนิคเองเพื่อให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้น 

ซึ่งเทคนิคนี้จะเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมออกจากด้านหลังท้ายทอย เพื่อนำมาปลูกใหม่บริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง โดยใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กพิเศษจนแทบไม่ทิ้งรอยแผล ไม่มีการลงมีดผ่าตัด หรือโกนผมทิ้งอีกต่อไป อีกทั้งอุปกรณ์รุ่นใหม่ ๆ ยังสามารถปรับขนาดให้เหมาะสมกับกราฟต์ผมที่แตกต่างกันไปของแต่ละคนด้วย


กลัวว่าปลูกผมแล้ว ผมจะไม่ขึ้น หรืออยู่ได้ไม่นานก็ร่วงไปอีก
ต้องเข้าใจก่อนว่า การปลูกผมนั้น จำเป็นต้องใช้เส้นผมของเราเอง และที่สำคัญ ต้องเป็นเส้นผมที่มาจากบริเวณ Safe Zone หรือด้านหลังท้ายทอย เนื่องจากผมในบริเวณดังกล่าวมีคุณสมบัติในการต้านทานฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นตัวการที่ทำให้รากผมอ่อนแอ ส่งผลให้ผมหลุดร่วงก่อนเวลาอันควร 


ดังนั้น เมื่อเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยมาปลูกใหม่ ไม่ว่าจะเป็นตรงส่วนไหนก็ตาม คุณสมบัติเหล่านั้นก็จะตามมาด้วย เพราะเราย้ายมาทั้งเส้นผมและรากผม ทำให้ผมปลูกใหม่มีความแข็งแรง ทนทาน ไม่หลุดร่วงง่าย แต่จะร่วงและขึ้นใหม่เป็นปกติตามวงจรธรรมชาติของเส้นผม และจะอยู่กับเจ้าของเส้นผมต่อไปได้อย่างถาวร 

อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้ผมปลูกใหม่หลุดร่วงง่าย ซึ่งแพทย์ผู้ชำนาญจะคอยระวังดูแลเป็นอย่างดีตั้งแต่ขั้นตอนการปลูก เช่น การรักษาสภาพกราฟต์ผมหลังจากเจาะย้ายออกมาแล้ว ด้วยการแช่น้ำยาประสิทธิภาพสูงเพื่อรอการปลูกใหม่ การปักกราฟต์ผมให้ได้ระยะห่างที่พอดี ไม่ห่างกันหรือแน่นเบียดกันจนเกินไป อีกทั้งต้องปักให้ได้ระยะความลึกที่เหมาะสม เพื่อให้รากผมได้รับสารอาหารที่มาหล่อเลี้ยงอย่างเต็มที่ 

รวมไปถึงขั้นตอนการดูแลหลังปลูก ซึ่งแพทย์จะคอยติดตามผลอย่างใกล้ชิดทุกระยะ ตลอดเวลา 1 ปีเต็ม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เส้นผมจะค่อย ๆ เติบโตสมบูรณ์ตามธรรมชาติ โดยเตรียมคำแนะนำ ข้อปฏิบัติ บริการทรีตเมนต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์บำรุงต่าง ๆ ไว้ให้ เพื่อให้ทั้งแพทย์และคนไข้สามารถร่วมมือกันดูแลผมปลูกใหม่อย่างง่าย ๆ ไร้กังวล


กลัวเจ็บ และกลัวว่าจะมีผลข้างเคียงจากการปลูกผม
จากเสียงตอบรับของคนไข้หลาย ๆ คน ต่างก็มีประสบการณ์ในวันทำหัตถการปลูกผมที่ราบรื่น และไม่เจ็บมากเหมือนที่เคยกังวลกันไว้ล่วงหน้า โดยในวันนั้น ขั้นตอนจะเริ่มจากการเจาะย้ายรากผมออก คัดเลือกและตัดแต่งกราฟต์ผม แล้วจึงนำมาปลูกใหม่ทีละกราฟต์ด้วยความพิถีพิถัน โดยแพทย์จะมีเทคนิคการฉีดยาชา ซึ่งจะช่วยบรรเทาทั้งความรู้สึกเจ็บรวมถึงอาการบวมหลังปลูก และด้วยอุปกรณ์ขนาดเล็กพิเศษ เทคนิคที่ออกแบบมาแล้วอย่างดี บวกกับความชำนาญและความละเอียดอ่อนของแพทย์ขณะลงมือปลูก ก็ยิ่งช่วยให้รอยแผลมีขนาดเล็ก เลือดออกน้อย ไม่น่ากลัวอย่างที่หลาย ๆ คนคิด


กลัวว่าจะต้องลางานยาว หรือต้องเก็บตัวหลายสัปดาห์เพื่อพักฟื้น
แทบจะลืมคำว่าพักฟื้นไปได้เลย เพราะเทคนิคการปลูกผมในปัจจุบัน ช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นปกติ ไม่ต้องเก็บตัวหลบหน้าผู้คนเพื่อพักฟื้น หรือกังวลกับอาการบวมหรือรอยแผลจนไม่กล้าไปเจอใคร ที่ผ่านมา คนไข้หลาย ๆ คนสามารถขับรถกลับบ้านได้เองในวันทำหัตถการ หรือไปทำงานต่อในวันรุ่งขึ้นได้ทันที เพียงแต่ต้องคอยระวังศีรษะบริเวณที่เพิ่งปลูกผมใหม่เป็นพิเศษตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้กราฟต์ผมหลุดร่วง โดยไม่ต้องหยุดงานยาวหรือกระทบกับเวลาในการใช้ชีวิต


กลัวว่าจะมาเริ่มรักษาช้าไป และกลัวผมบางรุนแรงจนแก้ไม่ได้
สำหรับข้อนี้ ไม่ต้องกลัวเลย เพราะหลาย ๆ คนก็ลังเลใจจนถึงจุดที่ปัญหาผมเริ่มเข้าสู่ระยะวิกฤตแล้วจริง ๆ จึงตัดสินใจเข้ามาปรึกษาแพทย์ บางคนก็มาด้วยอาการผมบางหลายจุดพร้อม ๆ กันหรือเชื่อมต่อกัน ซึ่งในกรณีนี้ แพทย์จะช่วยออกแบบแนวทางการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาของแต่ละคนมากที่สุด หากกราฟต์ผมต้นทุนด้านหลังท้ายทอยเหลืออยู่น้อย ก็จะใช้วิธีคำนวณกราฟต์ผมและบริหารจัดการเพื่อปลูกเฉลี่ยให้ครอบคลุมพื้นที่ที่เป็นปัญหา หรือปรึกษากับคนไข้เพื่อเน้นการปลูกใหม่ในจุดที่กังวลเป็นพิเศษ และเสริมด้วยผลิตภัณฑ์หรือบริการทรีตเมนท์ เพื่อบำรุงเส้นผมให้มีขนาดใหญ่และหนาขึ้น ชะลอการหลุดร่วง เร่งการเกิดใหม่ของเส้นผม ช่วยให้ผมแลดูดกดำและหนาแน่นขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม แพทย์ก็ยังแนะนำให้คนที่เริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของอาการผมร่วง ผมบาง รีบเข้ามาปรึกษาและเข้ารับการดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ในวันที่ปริมาณกราฟต์ผมต้นทุนยังมีอยู่มาก จะช่วยให้สามารถปลูกใหม่ได้ผลลัพธ์หนาแน่น และแพทย์ยังสามารถช่วยดูแลชะลอการหลุดร่วงก่อนเวลาของผมส่วนอื่น ๆ ได้ด้วย



กลัวคนมองว่าอายุมากแล้ว จะปลูกผมไปทำไม
ความกังวลนี้มักจะเกิดขึ้นกับคนไข้วัย 50+ ซึ่งในปัจจุบัน ผู้สูงวัยใช้ชีวิตแบบแอคทีฟมากขึ้น มีกิจกรรมต่าง ๆ หรือใช้เวลานอกบ้าน ออกไปเข้าสังคมกันมากขึ้น เสียงจากคนไข้ส่วนใหญ่จึงอยากฝากถึงคนที่กำลังลังเลใจเพราะตัวเลขอายุว่า แม้จะสูงวัย แต่เรายังต้องใช้เวลาในชีวิตอีกหลายปี เพราะฉะนั้น ถ้าการปลูกผมจะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่ทำให้เราสูงวัยได้อย่างมั่นใจ และมีความสุข ก็นับเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และหากรอนานไปกว่านี้ อาจจะสายเกินที่จะปลูกผมใหม่แล้วก็เป็นได้


และสุดท้าย หากใครกลัวว่าการปลูกผมจะเป็นการลงทุนที่แพงเกินไป จะดีกว่ามั้ย ถ้าเราจะไม่มองเพียง ราคา แต่มองถึง ความคุ้มค่า ในระยะยาว ซึ่งหากเราเลือกคลินิกปลูกผมที่น่าเชื่อถือ แพทย์ผู้ชำนาญที่มีทักษะและประสบการณ์ไว้วางใจได้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทั้งในแง่ของเส้นผมใหม่ที่หนาแน่น แข็งแรง รวมถึงผลลัพธ์ทางใจ ไม่ว่าจะเป็นความพึงพอใจ หรือความมั่นใจในตัวเองที่กลับคืนมา ก็เรียกได้ว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอนกับการตัดสินใจปลูกผม ซึ่งเป็นการลงทุนครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในชีวิต
Q&A ปลูกผมใหม่วัย 45+
ทุกวันนี้ การปลูกผมกลายเป็นคำตอบที่ช่วยแก้โจทย์การดูแลฟื้นคืนความหนาแน่นให้กับเส้นผมสำหรับคนแทบทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่อยู่ในวัย 45+ ซึ่งหลาย ๆ คนยังต้องการมีภาพลักษณ์และบุคลิกที่ดี เพื่อเสริมหน้าที่การงาน เพื่อสร้างความมั่นใจเมื่ออยู่ในสังคมที่ต้องพบปะผู้คนมากมาย หรือแม้กระทั่งเพื่อตอบโจทย์ความพึงพอใจและความสุขเล็ก ๆ เมื่อมองตัวเองในกระจก แต่หลาย ๆ คนก็คงจะยังมีคำถามและความกังวลใจเกี่ยวกับการปลูกผม ซึ่งนามนินรวบรวมคำตอบมาไว้ให้ตรงนี้แล้วค่ะ

Q: ปลูกผม ต้องผ่าตัดใช่มั้ย
A: เมื่อหลายสิบปีก่อน คำตอบอาจจะเป็นใช่ แต่ปัจจุบันนี้ เทคนิคการปลูกผมได้รับการพัฒนาจนก้าวหน้าถึงขนาดที่ไม่ต้องมีการผ่าตัดหรือโกนผมทิ้งอีกต่อไปแล้ว คุณหมอจะใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กพิเศษ ช่วยเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย นำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ซึ่งจะทิ้งไว้เพียงรอยแผลเล็ก ๆ เท่านั้น



Q: ปลูกผมไปแล้ว ผมจะอยู่ไปตลอดชีวิตมั้ย
A: ตามหลักการแล้ว ผมปลูกใหม่จะอยู่อย่างถาวร สามารถร่วงและขึ้นใหม่ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผมได้ตลอดชีวิต เพราะคุณหมอเลือกย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยที่มีคุณสมบัติทนทานต่อการหลุดร่วงเป็นพิเศษ และย้ายมาทั้งเส้นผมและรากผม
ที่สำคัญ คุณหมอจะระวังและพิถีพิถันสุด ๆ ในขั้นตอนการปลูกผม เพื่อไม่ให้ระยะการปักกราฟต์ผมเบียดกันแน่นเกินไปจนเสี่ยงหลุดร่วง ทั้งยังปักให้ได้ความลึกที่เหมาะสม เพื่อให้สารอาหารมาหล่อเลี้ยงรากผมเต็มที่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้กราฟต์ผมใหม่อยู่รอด

Q: ถ้าปัญหาผมบางเข้าขั้นรุนแรงล่ะ จะยังปลูกได้มั้ย
A: สำหรับข้อนี้ ขอแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับคุณหมอโดยตรง เนื่องจากคุณหมอมีประสบการณ์ในการรักษามาหลายเคส และจะช่วยออกแบบแนวทางการรักษาเฉพาะบุคคล หากผมบางรุนแรง เหลือกราฟต์ผมด้านหลังท้ายทอยน้อย คุณหมอก็จะช่วยคำนวณกราฟต์ผมและบริหารการปลูกใหม่ให้เฉลี่ยทั่วพื้นที่ หรือเน้นเฉพาะจุดที่คนไข้กังวลเป็นพิเศษ พร้อมกับเสริมด้วยทรีตเมนท์และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อคืนความดกดำ หนาแน่นให้กับเส้นผมได้มากที่สุด



Q: ปลูกผม เจ็บมั้ย ผลข้างเคียงเป็นอย่างไร เลือดออกเยอะหรือเปล่า
A: จากเสียงของคนไข้ที่ผ่านมา ต่างบอกว่าเจ็บน้อยมากหรือแทบไม่เจ็บเลย เพราะคุณหมอมีเทคนิคและวิธีช่วยบรรเทาความเจ็บ ลดอาการบวม แผลเล็ก เลือดออกน้อย แม้ในผู้สูงวัยก็ยังมั่นใจได้ว่าเป็นเทคนิคที่มีความปลอดภัยสูงในการปลูกผม 

Q: อายุมากแล้ว จะใช้เวลาทำหัตถการปลูกผมติดต่อกันหลายชั่วโมงไหวมั้ย
A: ห้องหัตถการของนามนินได้รับการออกแบบมาเป็นอย่างดี เพื่อรองรับหัตถการปลูกผมซึ่งต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง แต่คนไข้ก็จะยังได้รับความสะดวก อยู่ในท่าที่สบาย ปลอดภัย ทั้งยังมีคุณหมอและเจ้าหน้าที่คอยดูแลใกล้ชิดตลอดเวลา พร้อมทั้งแจ้งให้ทราบถึงขั้นตอนต่าง ๆ อย่างละเอียด เพื่อคลายความกังวลของคนไข้ให้ได้มากที่สุด

Q: หลังปลูกผม ต้องพักฟื้นนานมั้ย 
A: ด้วยเทคนิคปลูกผมของนามนิน ช่วยคนไข้หลาย ๆ คนแทบไม่ต้องพักฟื้น หลังปลูกผมเสร็จสามารถลุกขึ้นทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทันที อย่างไรก็ตาม สำหรับท่านที่สูงวัยมาก ๆ คุณหมอจะให้คำแนะนำเรื่องการพักฟื้นเป็นพิเศษเฉพาะบุคคล เพื่อความปลอดภัยสูงสุด



Q: กลัวผมปลูกใหม่จะพาย้อนวัยจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
A: เพราะโดยทั่วไปแล้ว การปลูกผมจะช่วยปรับโครงหน้า รูปลักษณ์ ให้ดูอ่อนวัยขึ้น สมาร์ทขึ้น แต่คนไข้หลาย ๆ คนก็กังวลว่าจะดูอ่อนวัยเกินจริงจนดูหลอกตา คุณหมอเองก็เข้าใจในจุดนี้ และให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ความเป็นธรรมชาติ ที่ดูสมวัย อีกทั้งยังออกแบบแนวผมด้านหน้าร่วมกันกับคนไข้ตั้งแต่แรกเริ่ม เพื่อปรับกรอบหน้าให้ดูสมส่วน ชวนมองอย่างเป็นธรรมชาติ

Q: ไม่รู้ว่าหลังปลูกผมจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร ยุ่งยากมั้ย
A: ข้อนี้ แทบไม่ต้องกังวลเลย เพราะคุณหมอจะเตรียมคำแนะนำ ข้อปฏิบัติ รวมถึงผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และผลิตภัณฑ์บำรุงต่าง ๆ ให้คนไข้ดูแลตัวเองที่บ้านได้อย่างง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก คุณหมอยังนัดมาติดตามผลทุกระยะ และสามารถสอบถามข้อสงสัยต่าง ๆ ได้ตลอดเวลา จึงมั่นใจได้ว่า คนไข้จะได้รับการดูแลอย่างดีหลังปลูกผมตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าเส้นผมใหม่จะเติบโตสมบูรณ์


Q: คนรอบข้างมักบอกว่า อายุมากแล้ว จะต้องปลูกไปทำไม
A: สำหรับข้อนี้ ขอให้เสียงจากคนไข้วัย 45+ หลาย ๆ คนช่วยตอบแทนนะคะ ทุกคนต่างบอกตรงกันว่า ตัวเลขอายุไม่ใช่ข้อจำกัด เพราะเรายังจะต้องใช้ชีวิตต่อไปอีกหลายสิบปี ซึ่งถ้าการปลูกผมจะช่วยให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข คืนความมั่นใจเวลาออกไปพบปะกับผู้คน เสริมความน่าเชื่อถือในหน้าที่การงาน ลดความเครียด ความกังวล ได้เวลาที่เคยต้องเสียไปกับการแต่งทรงผมหน้ากระจกเพื่อปกปิดปัญหาผมกลับคืนมา และเมื่อเราสุขภาพจิตดี ก็จะส่งผลถึงความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัวด้วย ที่สำคัญ พอใจและภูมิใจในตัวเองมากขึ้น
ถ้าเราเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าเป็น “ความคุ้มค่า” การปลูกผมก็คือคำตอบที่ใช่สำหรับเราแล้วล่ะค่ะ






ปลูกผมเทคนิค NEAT แก้ปัญหาผมบางตรงจุด
การปลูกผมเทคนิค NEAT ที่ออกแบบโดยคุณหมอนิน : พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม นามนินคลินิก ได้เปลี่ยนภาพจำของการปลูกผมในรูปแบบเดิมๆ ที่หลังการปลูกผมต้องพันผ้า พักฟื้น และยังต้องมีการดูแลตัวเองที่ยุ่งยากไปจนหมดสิ้น และ NEAT ยังเปลี่ยนให้การปลูกผมจึงเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมมอบทั้งความสวยงามและความสะดวกสบายให้ผู้เข้ารับบริการทุกคน


หัวใจของ NEAT คือ เทคนิคการปลูกผมด้วย Implanter ขนาดเล็กเพียง 0.6 มิลลิเมตร แผลหลังการปลูกผมจึงมีขนาดเล็ก มีเลือดออกน้อย แทบไม่เกิดอาการบวมช้ำ แทบไม่มีสะเก็ดแผล ตอบสนอง lifestyle ที่ไม่ต้องการพักฟื้นนาน ไม่เสียบุคลิกภาพแม้จะเป็นช่วงหลังการปลูกผมใหม่ๆก็ตาม ไม่เป็นเป้าสายตา สามารถออกจากบ้านไปทำกิจวัตรประจำวันต่างๆได้ตามปกติ


และสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ นอกเหนือจากเทคนิคที่จะทำให้การปลูกผมประสบผลสำเร็จก็คือ ประสบการณ์ ความประณีตและความใส่ใจในทุกรายละเอียดของ “แพทย์ผู้ปลูกผม” อย่างคุณหมอนิน ที่เป็นผู้ลงมือปลูกผมทุกเส้นด้วยตัวเอง ซึ่งผู้เข้ารับบริการทุกคนคอนเฟิร์มว่า คุณหมอทำงานเป็นทีมเดียวกันกับเขาตั้งแต่วันแรก ทั้งเป็นผู้ที่รับฟังปัญหา ประเมินความคาดหวัง รู้ข้อจำกัด สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ออกแบบการรักษา ลงมือปลูกผมด้วยตัวเอง รวมถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการปลูกผม เพื่อให้ NEAT ได้มอบเส้นผมใหม่ ที่จะนำบุคลิกภาพและความมั่นใจกลับมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

คุณหญิง ธิติกานต์ ศิลปินนักร้อง เป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่า “ผมบาง” เริ่มเป็นปัญหา เริ่มกระทบกับงานและการใช้ชีวิตประจำวัน และเธอก็ไม่รอช้า รีบหาวิธีแก้ปัญหาที่ตรงใจและเหมาะสมกับตัวเองโดยเร็วที่สุด


จากข้อมูลที่คุณหญิงศึกษาด้วยตัวเอง ประกอบกับเห็นเพื่อนศิลปินหลายคนได้เข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT ของนามนินแล้วก็ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด หลังการปลูกผมไม่มีบาดแผล ไม่ต้องพักฟื้น สามารถทำงานได้ตามปกติ ผลลัพธ์ที่ได้กลับมาก็ดีมากๆ ดูเป็นธรรมชาติ และเมื่อคุณนุช วิลาวัลย์ได้แนะนำให้รู้จักกับคุณหมอนิน คุณหญิงจึงไม่ลังเลที่จะตัดสินใจเข้ามาปรึกษาปัญหาของตนเองกับคุณหมอทันที

จากการได้เข้าพบคุณหมอและได้ประเมินปัญหาผมบางของคุณหญิง คุณหมอนินยังชื่นชมว่า เป็นการตัดสินใจพบแพทย์ที่รวดเร็วดีมาก เพราะปัญหาผมบางยังน้อย การปลูกผมไม่ต้องใช้กราฟต์จำนวนมาก เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการปลูกผมที่สุด และแนะนำว่า NEAT คือเทคนิคที่จะแก้ปัญหาได้ตรงจุดอย่างที่คุณหญิงต้องการ “คุณหมอนินแนะนำเทคนิค NEAT ค่ะ ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะของคุณหมอเลยนะคะ คุณหมอปลูกเองกราฟต์ต่อกราฟต์เลยค่ะ คุณหมอดูแลเองทุกขั้นตอน หญิงจะบอกว่า ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด คุณหมอมือเบามาก”


ด้วยความประณีตและเทคนิคเฉพาะตัวของคุณหมอนินในการปลูกผมเทคนิค NEAT หลังเข้ารับการปลูกผม แม้แต่คนรอบข้างก็ยังไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงหรือผิดปกติใดๆ เพราะคุณหญิงสามารถไปเที่ยว ไปทำงาน ไปร้องเพลงและใช้ชีวิตได้ตามปกติทุกอย่าง ยกเว้นความสวยเท่านั้นที่เปลี่ยนไป

จากวันแรกที่เข้ารับการปลูกผมจนมาถึงในวันนี้ที่ครบ 1 ปี คุณหญิงยิ่งรู้สึกสบายและมีความสุขมากขึ้นกว่าเดิม เพราะการดูแลหลังการปลูกผมอย่างใกล้ชิดของคุณหมอนิน ที่ทุกๆ การนัดติดตามผลหลังการปลูกผม คุณหมอนินจะเป็นผู้ประเมินและติดตามการรักษาด้วยตนเอง หากมีข้อสงสัยหรือกังวลใจใดๆ ก็สามารถปรึกษาคุณหมอได้ด้วยตัวเองในวันนัดได้เลย ทำให้ 1 ปีหลังการปลูกผมเป็นช่วงเวลาที่อุ่นใจ สบายใจ และน่าประทับใจของผู้เข้ารับบริการทุกคนตลอดมา


“อยากจะบอกว่าดีใจมากที่วันนี้หญิงไม่ต้องใช้แฮร์แชโดว์แล้ว เพียงแต่ว่าเราดูแลและบำรุง กินวิตามินตามที่คุณหมอแนะนำ เพื่อที่ว่าผมของเราที่ปลูกมาค่ะจะได้มีรากผมที่แข็งแรงและอยู่กับเราไปได้นานๆ แค่นี้เองค่ะ เป็นวิธีการง่ายๆที่คุณหมอแนะนำนะคะ”

NEAT การปลูกผมง่ายๆ สบายๆ ที่ออกแบบมาอย่างชาญฉลาดเพื่อตอบโจทย์ปัญหาผมบางของทุกคน เป็นประสบการณ์ใหม่ของการปลูกผมที่รอให้คุณมาสัมผัสที่ “นามนิน” ค่ะ

PHB ศาสตร์แห่งการฟื้นฟูผมบาง
กู้ปัญหาผมร่วง ให้กลับมาดกหนาได้ง่าย ๆ และเห็นผลจริง ต้องที่นามนิน!
เคยไหม?มองไปบนพื้นกี่ทีก็ต้องพบเส้นผมหลุดร่วงตามพื้นอยู่ตลอด หรือเวลาสระผมทีไรก็มักมีเส้นผมหลุดติดมือเยอะมาก และไหลลงไปกองอยู่ตรงท่อระบายน้ำบ้าง หากเมื่อไหร่ที่ผมร่วงเยอะมาก จนส่องกระจกทีไรก็รู้สึกว่ารอยแสกของผมเริ่มกว้าง เส้นผมด้านหน้าก็บางลงเรื่อย ๆ จนทำให้หน้าผากดูกว้าง ทำให้หมดความมั่นใจในตนเอง แต่จะให้ไปปลูกผมก็กลัวว่าจะเจ็บตัวหนัก พักฟื้นนาน วันนี้ลองมาดูกันดีกว่าว่าจะมีวิธีรักษาปัญหาผมบาง ผมร่วงในผู้หญิงโดยไม่ต้องผ่าตัดได้ด้วยวิธีไหนบ้าง ตามมาอ่านกันได้เลย 


ทำความเข้าใจปัญหาผมบาง ผมร่วงในผู้หญิง 

ปัญหาผมบาง ผมร่วงในผู้หญิงมักจะมีลักษณะที่แตกต่างจากปัญหาผมบางในผู้ชาย โดยผู้หญิงจะมีปัญหาผมบางลงแบบค่อยเป็นค่อยไป มักจะเกิดขึ้นบริเวณกลางศีรษะ สังเกตได้จากรอยแสกผมที่กว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นหนังศีรษะชัดเจน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงเกิดปัญหาผมบางนั้น ไม่เพียงแต่เกิดจากกรรมพันธุ์ และภาวะทางสุขภาพร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงปัจจัยภายนอกบางประการก็ส่งผลให้เกิดปัญหาผมร่วงได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น

  • วัยหมดประจำเดือน หรือวัยทอง ผู้ที่อยู่ในช่วงวัย 40-45 ปีขึ้นไป ที่มีระดับฮอร์โมนเพศลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้รากผมอ่อนแอ และเกิดปัญหาผมร่วง ผมบางตามมาในที่สุด

  • ภาวะหลังคลอดบุตร ที่อาจเผชิญกับภาวะทางด้านอารมณ์และจิตใจ ทำให้ระดับฮอร์โมนในร่างกายไม่สมดุล และส่งผลให้ผมขาดหลุดร่วงได้ง่าย

  • ผู้ที่อยู่ในช่วงลดน้ำหนัก หรือลดน้ำหนักตัวเองลงอย่างรวดเร็ว

  • ผู้ที่อยู่ในช่วงการรับยาบางชนิด เช่น ยารักษาความดัน โรคข้อกระดูก และยารักษาสิว 

  • พฤติกรรมการดูแลเส้นผมที่ไม่ถูกต้อง เช่น หวีผมรุนแรง สวมวิกผมเป็นประจำ การใช้สารเคมีและความร้อนกับเส้นผม รวมทั้งการรวบผมตึงมากเกินไป 

4 วิธีรักษาผมบาง ผมร่วงในผู้หญิง

สำหรับใครที่กังวลกับปัญหาผมร่วงและผมบาง ต้องการเรียกคืนเส้นผมให้กลับมาดกหนาแลดูสุขภาพดีอีกครั้ง แต่กลัวเจ็บ ไม่อยากผ่าตัด หรือเสียเวลาพักฟื้น ที่นามนินเรามีผลิตภัณฑ์และโปรแกรมสำหรับรักษาผมบาง ผมร่วงในผู้หญิงที่สามารถดูแลปัญหานี้ได้อย่างตรงจุด โดยที่ไม่ต้องเจ็บตัว ดังนี้

1. Elixir Hair Serum เซรั่มลดผมร่วง
เซรั่มบำรุงสุขภาพเส้นผมที่อัดแน่นไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ไม่ว่าจะเป็นอัญชัน หญ้าหางม้า เมล็ดข้าวสาลี ธูปฤๅษี เป็นต้น ที่ล้วนมีคุณสมบัติช่วยลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผม ไปพร้อม ๆ กับกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีส่วนช่วยลดการเกิดผมหงอกได้ แถมยังช่วยบำรุงผมให้ดกดำเงางามอีกด้วย 


2. VITA H วิตามินรวมบำรุงผม 
VITA H อาหารเสริมวิตามินบำรุงสุขภาพรากผม ที่คุณหมอนินค้นคว้าส่วนผสมที่มีคุณภาพ ผสมรวมกันเกิดเป็นอาหารเสริมตัวนี้ เข้าฟื้นบำรุงสุขภาพเส้นผมได้อย่างตรงจุด ด้วยสารสกัดข้าวกล้อง และสารสกัดผลกระบองเพชร ช่วยยับยั้งฮอร์โมนเพศชาย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมร่วง ทั้งยังช่วยลดความมันบนหนังศีรษะ และเสริมสร้างสุขภาพหนังศีรษะให้แข็งแรงด้วย D-Biotin Zinc Gluconate และ Iron Amino Acid Chelate รวมทั้งยังมี Vitamin B Premix ช่วยบำรุงสุขภาพเส้นผมได้อย่างครอบคลุม พร้อมมอบเส้นผมที่แข็งแรง ดกหนา และเงางามกว่าเคย


3. โปรแกรม LLLT ฉายแสงฟื้นฟูเซลล์รากผม
LLLT หรือ Low Level Laser Therapy นวัตกรรมเลเซอร์คลื่นความถี่ต่ำที่มีความยาวคลื่นในช่วง 650-680 นาโนเมตร ส่งพลังงานลงลึกถึงเซลล์รากผมบนหนังศีรษะ มีส่วนช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้รากผมได้รับสารอาหารและออกซิเจนอย่างเต็มที่ จึงช่วยให้รากผมแข็งแรง เจริญเติบโตได้ดี และชะลอการขาดหลุดร่วงของเส้นผมได้อีกด้วย 


4. โปรแกรม PHB
ทรีตเมนต์ PHB ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหารากผมอ่อนแอ ผมขาดหลุดร่วงและผมบางโดยเฉพาะ โดยอาศัยสารชีวโมเลกุลนานาชนิด ช่วยบำรุงรากผมอย่างล้ำลึกถึงระดับเซลล์ ทำให้เซลล์รากผมมีความแข็งแรง สามารถช่วยลดผมขาดหลุดร่วงได้ดี แถมยังช่วยกระตุ้นการงอกของเส้นผมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ และเห็นผลลัพธ์ชัดเจนที่สุด เมื่อเข้ารับบริการต่อเนื่องตามที่คุณหมอแนะนำ


บอกลาปัญหาผมขาดหลุดร่วง และผมบางได้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นด้วย 4 วิธีการดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่มีประสิทธิภาพ ด้วยวิธีที่คิดค้นและออกแบบโดยคุณหมอนินแห่งนามนินคลินิก ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงผมที่มาในรูปแบบเซรั่ม วิตามินแบบรับประทานทาน และทรีตเมนต์บำรุงผมอย่างล้ำลึกด้วยโปรแกรม PHB หรืออาศัยนวัตกรรมฉายแสง LLLT เข้าช่วยชุบชีวิตให้เส้นผม

คนไข้ของนามนินจะได้รับการดูแลโดยคุณหมอนินทุกเคส ซึ่งคุณหมอจะมีการประเมินปัญหาสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะเฉพาะบุคคล เพื่อเลือกใช้วิธีการรักษาที่ตอบโจทย์ปัญหาของแต่ละคนได้อย่างตรงจุด ตลอดจนให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด 



โปรแกรม PHB ทางเลือกใหม่ สำหรับแก้ปัญหาผู้หญิงผมบาง
ปัญหาผมบาง เป็นหนึ่งในปัญหาที่พาให้ผู้หญิงอย่างเรา ๆ ขาดความมั่นใจไม่ต่างจากสารพัดปัญหาผิวหน้าเลย เพราะทำให้ใบหน้าโดยรวมดูมีอายุจะทำผมทรงไหนก็ไม่สวยอย่างที่หวังไว้ ซึ่งปัญหาผมบางสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งพันธุกรรม ฮอร์โมน ความเครียด หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ทำร้ายสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ 

โดยลักษณะปัญหาผมบางของผู้หญิงก็มีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

  • ปัญหาผมบางทั่วศีรษะ ทั้งบริเวณด้านหน้า กลางศีรษะ รวมถึงบริเวณท้ายทอย: ทำให้ยากต่อการรักษา แม้แต่การปลูกผมเองก็อาจยังไม่ตอบโจทย์ เพราะมีกราฟต์ผมเหลือน้อย จนไม่เพียงพอต่อการปลูกผม ซึ่งในกรณีนี้จำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะให้แข็งแรงเสียก่อนหรืออาจจะต้องดูประวัติสุขภาพร่วมด้วย เพื่อหาสาเหตุปัญหาผมบางว่าจริง ๆ แล้วเกิดจากอะไรกันแน่? จะได้ทำการรักษาได้อย่างตรงจุด 


  • ปัญหาผมบางเฉพาะกลางศีรษะ หรือหนังศีรษะมีรอยแสกกว้างเห็นชัด: ปัญหาผมร่วงแบบ Female Pattern Hair Loss (FPHL)   จะมีลักษณะผมจะบางลงบริเวณกลางศีรษะ  โดยเริ่มจากบริเวณรอยแสกผมและจะค่อย ๆ บางลงเรื่อย ๆ จนเห็นหนังศีรษะชัดเจน ในบางรายอาจมีผมบางลงบริเวณด้านข้างศีรษะร่วมด้วยทำให้ยากต่อการทำทรงผมต่าง ๆ



  • ปัญหาไรผมด้านหน้าร่นสูง ทำให้หน้าผากดูเว้าลึก: ปัญหาผมบางชนิดนี้มักพาให้สัดส่วนใบหน้าเสียสมดุล กรอบหน้าไม่สวยงาม ดูมีอายุ และสูญเสียความมั่นใจมาก ๆ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลด้วยการปลูกผมเพื่อปรับแนวไรผมและกรอบหน้าใหม่พร้อมบำรุงสุขภาพเส้นผมด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้รากผมแข็งแรงหรืออาจทานวิตามินและบำรุงผมด้วยโปรแกรม PHB ร่วมด้วย เพื่อลดโอกาสการขาดหลุดร่วงของเส้นผมเพิ่มเติมในอนาคต 



โปรแกรม PHB ตัวช่วยรักษาผมบาง 
โปรแกรม PHB ทรีตเมนต์ประเภทฉีดบำรุงผมสูตรเฉพาะของทางนามนินคลินิก สามารถช่วยดูแลรักษาปัญหาผมบางให้คุณได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาผมบางในผู้หญิงแบบทั่วศีรษะ ตรงกลางศีรษะ หรือแม้แต่ผมบางบริเวณกรอบหน้าที่ทำให้หน้าดูผากกว้าง แนวผมร่นลึก   

สำหรับโปรแกรม PHB จะประกอบไปด้วยสารชีวโมเลกุล สารบำรุงสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะหลากหลายชนิด สามารถบำรุงได้ล้ำลึกถึงเซลล์รากผม กระตุ้นการทำงานของรากผมให้แข็งแรง ช่วยแก้ไขปัญหาผมขาดหลุดร่วง และช่วยจบปัญหาผมบางได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

หากเข้ารับบริการโปรแกรม PHB เพื่อดูแลรักษาปัญหาผมบางอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของคุณหมอแล้ว รับรองเลยว่าคุณจะกลับมามีผมดกดำและมั่นใจในตนเองได้อีกครั้งอย่างแน่นอน ทั้งนี้ในแต่ละบุคคลก็จะอาศัยความถี่ในการเข้ารับบริการแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของปัญหาผมบางที่เผชิญอยู่  

โปรแกรม PHB  จะเหมาะสำหรับกลุ่มคนดังต่อไปนี้ 
  • ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ทั้งกรณีปัญหาผมบางเป็นบางบริเวณ และผมบางทั่วศีรษะ 
  • ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะอ่อนแอจากการยืด ดัด ย้อมทำสีผม 
  • ผู้ที่มีผมเส้นเล็ก ลีบ แบน ชี้ฟู และขาดหลุดร่วงง่าย
  • ผู้ที่ต้องการผมดกหนา แนวไรผมสวยโดยยังไม่ถึงขั้นต้องพึ่งการปลูกผม
  • สามารถช่วยแก้ปัญหาผมบางได้ในทั้งหญิงและชาย



เพราะโปรแกรม PHB จะตรงเข้าฟื้นบำรุงรากผมให้แข็งแรง คอยซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้รากผมอ่อนแอ หลุดร่วงง่าย ได้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง และทำหน้าที่ในการสร้างเส้นผมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สัมผัสได้ถึงผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำทรีตเมนต์ ไม่ว่าจะเป็น
  • ผมเริ่มหลุดร่วงน้อยลงใน 3-7 วัน 
  • สังเกตเห็นผมชุดใหม่ใน 1-3 เดือน 
  • ผมที่ขึ้นใหม่ก็มีลักษณะเส้นใหญ่ หนา แลดูสุขภาพดีกว่าเดิม

ที่นามนินคลินิก คุณหมอนิน จะเป็นผู้ประเมินปัญหาและออกแบบการรักษารายบุคคล พร้อมติดตามผลอย่างใกล้ชิดด้วยตนเอง เพื่อให้ผลลัพธ์การดูแลปัญหาผมบางของคุณผู้หญิงด้วยโปรแกรม PHB  เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตอบโจทย์ปัญหาผู้เข้ารับการรักษาได้ตรงจุดมากที่สุด

โปรแกรม PHB  ถือเป็นทางเลือกในการดูแลปัญหาผมบางของคุณผู้หญิงที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะไม่เพียงแต่จะช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพเส้นผมได้อย่างล้ำลึก และตรงจุด ด้วยวิธีการที่ไม่ต้องเจ็บตัว หรือเสียเวลาพักฟื้นเลย แถมยังใช้เวลาเข้ารับบริการเพียงประมาณ ​30-40 นาที ก็สามารถใช้ชีวิตตามปกติได้เลย 


อย่างไรก็ตามการฉีดบำรุงสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะด้วยโปรแกรม PHB จะเหมาะสำหรับผู้ที่หนังศีรษะยังมีรูขุมขนอยู่ แต่ผมมีขนาดเส้นเล็ก บางเบาไม่แข็งแรง แต่หากเป็นกรณีที่รูขุมขนปิดไปแล้ว ก็จำเป็นต้องอาศัยการปลูกผมแทนถึงจะได้ผลลัพธ์ตรงใจคุณได้มากที่สุดนั่นเอง

ปลูกผม เติมเต็มใจวัย 50+
จากประสบการณ์ในการดูแลคนไข้มาแล้วทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วัยยังไม่ถึง 20 ไปจน 70-80 ปี ทำให้นามนินเข้าใจว่า เรื่องของ “เส้นผม” มีความสำคัญกับคนทุกวัยไม่แพ้กัน โดยเฉพาะคนสูงวัย หรือใครที่เริ่มเข้าสู่ช่วงอายุ 50+ 

เชื่อมั้ยว่า ภาพเดิม ๆ ของผู้สูงวัยที่ได้แต่เก็บตัวอยู่บ้านนั้นแทบไม่มีอีกแล้ว วัย 50+ ที่เราเห็นคือคนที่เต็มไปด้วยพลัง Active ยังออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เข้าสังคมพบปะผู้คน เพื่อนฝูง ครอบครัว หลายคนยังทำงานในตำแหน่งสำคัญ ๆ กลายเป็นวัยที่ยิ่งมองเห็นคุณค่าของตัวเองและเลือกใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น คำพูดที่ว่า อายุมากแล้วจะต้องดูแลตัวเองให้ดูดีไปทำไม จึงใช้ไม่ได้อีกต่อไปกับคนสูงวัยในยุคนี้ 


นั่นจึงทำให้นามนินได้มีโอกาสร่วมเปลี่ยนและปรับรูปลักษณ์ บุคลิกภาพ รวมไปถึงความมั่นใจ ให้กับคนวัย 50+ มาแล้วมากมาย ผ่านศาสตร์และศิลป์ของการปลูกผม นามนินขอรวบรวมเสียงตอบรับของคนไข้วัยเก๋า มาสรุปให้ฟังตรงนี้อีกครั้งว่า คนสูงวัย ได้อะไรจากการปลูกผม

  • เติมผมส่วนที่ดูบาง ให้กลับมาหนาแน่น
  • ผมใหม่แลดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสมกับวัย
  • รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป มองมุมไหนก็ดูดีขึ้น
  • ช่วยย้อนวัยทำให้แลดูหนุ่มขึ้น สมาร์ทขึ้น
  • ปรับบุคลิกภาพ เพิ่มความน่าเชื่อถือ
  • ลดความกังวลใจ ในการจัดแต่งทรงผมเพื่อคอยระวังปกปิดปัญหาผม
  • ลดเวลาแต่งตัวและแต่งทรงผมหน้ากระจก (เพราะดูดีโดยแทบไม่ต้องทำอะไรเลย)
  • คืนความมั่นใจ ความภูมิใจ เวลาออกไปพบปะคนภายนอก
  • เสียงชื่นชมจากเพื่อนร่วมงาน เพื่อนฝูง และครอบครัว
  • สุขภาพจิตใจที่ดีขึ้น ส่งผลไปถึงความสัมพันธ์ที่ดีในครอ
  • ได้ความคุ้มค่า เพราะเรายังมีเวลาใช้ชีวิตอีกหลายสิบปี

คนไข้วัย 50+ ของนามนิน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ตัดสินใจถูกจริง ๆ ที่เลือกเข้ารับบริการปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาเส้นผม ซึ่งหลาย ๆ คนต้องทนอยู่กับปัญหามานานเป็นสิบ ๆ ปี แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ความสำเร็จปลายทางเหล่านี้เท่านั้น ที่ทำให้การปลูกผมกลายเป็นคำตอบที่ใช่ ยืนหนึ่งสำหรับคนวัย 50+ แต่ยังรวมถึงเส้นทางการรักษาภายใต้การดูแลอย่างดีของแพทย์ผู้ชำนาญ ที่มอบประสบการณ์น่าประทับใจให้กับคนไข้ทุก ๆ คนด้วย


และแนวทางการรักษาที่เรากำลังพูดถึง ก็คือ การปลูกผมเทคนิค NEAT หรือการปลูกผมถาวรด้วยเทคนิคขั้นสูง เอกสิทธิ์เฉพาะของนามนิน ซึ่งคุณหมอนิน - แพทย์หญิงนิล นามทองต้น พัฒนาต่อยอดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ประสิทธิภาพการรักษาและความสะดวกสบายของคนไข้มากยิ่งขึ้น 

โดยการปลูกผมเทคนิค NEAT จะเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่คนไข้เข้ามาปรึกษาปัญหากับคุณหมอนิน ซึ่งคุณหมอนินจะรับฟังอย่างตั้งใจ และออกแบบแนวทางการรักษาร่วมกันแบบเฉพาะบุคคล ให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนมากที่สุด มีการประเมินพื้นที่ปลูกผม และคำนวณกราฟต์ผมที่ต้องย้ายจากด้านหลังท้ายทอยเพื่อนำไปปลูกใหม่ ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอนการรักษาเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในเบื้องต้น รวมทั้งพูดคุยถึง


ผลลัพธ์ความเป็นไปได้ ว่าจะสามารถคืนผมหนาแน่นได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร

เมื่อวันทำหัตถการปลูกผมมาถึง คุณหมอนินจะเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้ด้วยตนเองแบบเส้นต่อเส้น เสริมด้วยเทคนิคต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คนไข้รู้สึกสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลกับอาการเจ็บ บวม ช้ำ โดยคุณหมอนินเลือกสรรอุปกรณ์ปลูกผมที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังมีเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณหมอติดตามอาการของคนไข้อย่างใกล้ชิดได้ตลอดการทำหัตถการ




ไม่เพียงเท่านั้น คุณหมอนินยังคอยดูแล ติดตามผลทุกระยะ พร้อมให้คำปรึกษาไปตลอด 1 ปีเต็มหลังการปลูกผม และยังเสริมด้วยชุดผลิตภัณฑ์และบริการทรีตเมนต์เพื่อการบำรุงต่าง ๆ เพื่อช่วยให้เส้นผมใหม่อยู่รอด เติบโต แข็งแรง พร้อมคืนความมั่นใจให้กับคนไข้วัย 50+ ได้ในทุก ๆ สถานการณ์ของชีวิต 

สุดท้ายนี้ คุณหมอขอฝากคำแนะนำไปถึงคนที่เริ่มเข้าสู่ช่วงสูงวัย และอาจกำลังลังเลใจที่จะลองปลูกผมดีหรือไม่ ว่าควรรีบมาปรึกษาและออกแบบการรักษาร่วมกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ตอนที่สภาพผมยังสุขภาพดีอยู่ ยังไม่อ่อนแอหรือเหลือน้อยลงไปตามวัย เพราะยิ่งเริ่มรักษาเร็วเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

5 พฤติกรรมทำร้ายเส้นผม ที่ควรต้องบำรุงผมเพิ่มเป็นพิเศษ
เส้นผมของคุณหลุดร่วงเยอะ จนมีปัญหาผมบางหรือไม่?   ปัญหาผมร่วง ผมบางนี้ แม้ว่าจะมีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์ หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่รู้หรือไม่? ว่าบางครั้งปัญหาดังกล่าวก็มีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม ที่คุณไม่อาจรู้ตัวอยู่ก็เป็นได้ 

ลองมาไขคำตอบกันในบทความนี้   เพื่อดูว่าคุณมีพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมเหล่านี้หรือไม่?   และจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือบำรุงผมอย่างไรดี ให้เส้นผมกลับมาแข็งแรง ดกดำ และเงางามได้อีกครั้ง
5 พฤติกรรมทำร้ายเส้นผม ที่ควรต้องบำรุงผมเป็นพิเศษ ถ้าไม่อยากผมบาง  
1.การใช้ความร้อนกับเส้นผม
อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผม ที่หนีบผม มักเป็นขั้นตอนที่อาศัยความร้อน ซึ่งอาจมีส่วนทำให้เส้นผมเสียหายได้ ทั้งชี้ฟู แห้งกรอบ เปราะบาง และขาดหลุดร่วงง่าย หากจำเป็นต้องใช้ความร้อนกับเส้นผม แนะนำให้มองหาผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันความร้อนร่วมด้วย ก็จะช่วยปกป้องเส้นผมได้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง



2. การทำสี หรือใช้สารเคมีกับเส้นผม
การทำสีผม ยืดผม ดัดผม เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด เพราะช่วยปรับลุคเปลี่ยนสไตล์ให้สวยงามมากยิ่งขึ้นได้ แต่ถ้าหากทำเป็นประจำบวกกับไม่มีการดูแลสุขภาพเส้นผมอย่างถูกวิธี ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะได้ เกิดเป็นปัญหารากผมอ่อนแอ ผมแห้งกร้าน หนังศีรษะขาดความชุ่มชื้น และเกิดปัญหาผมขาดหลุดร่วง  จนทำให้ผมบางในที่สุด 

เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้จะสามารถซึมเข้าสู่โครงสร้างเส้นผม และทำลายเซลล์รากผมให้เสื่อมสภาพได้ แต่หากจำเป็นต้องทำสี ดัดผม หรือยืดผมอยู่ตลอดนั้น แนะนำว่าควรเลือกแชมพู ครีมนวด หรือสเปรย์บำรุงผม รวมทั้งทรีตเมนต์สูตรที่อ่อนโยนต่อสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะจะดีที่สุด

3.การรวบผมแน่นเกินไป
การมัดผมแน่น รวบผมตึงเกินไป แม้จะทำให้ลุคของคุณดูสวยโฉบเฉี่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็อาจนำมาซึ่งการทำร้ายรากผมให้อ่อนแอ เนื่องจากถูกดึงรั้งมากเกินไป และอาจส่งผลให้ผมขาดหลุดร่วงได้ง่ายในอนาคต แนะนำว่าควรเปลี่ยนทรงผม หรือเลือกใช้วิธีรัดผมด้วยอุปกรณ์อื่น ๆ แทนยางรัดผม อย่างการใช้กิ๊ฟหนีบผมแทน เพื่อคลายผมไม่ให้แน่นจนเกินไป ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาผมบาง ร่นลึกบริเวณหน้าผากได้

หรือกรณีที่ต้องทำทรงผมรวมตึง เพื่อเสริมบุคลิกจริง ๆ ก็จำเป็นต้องทะนุบำรุงเส้นผมเพิ่มเติม ด้วยโปรแกรมทรีตเมนต์สูตรต่าง ๆ ที่จะช่วยลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมร่วมด้วย ซึ่งที่นามนินเราก็มีโปรแกรมบำรุงผมสูตรพิเศษอย่าง PHB หรือ Premium Hair Booster ให้บริการ ซึ่งจะช่วยให้รากผมของคุณแข็งแรง แม้จะรวบตึงตลอด ผมก็ไม่ขาดหลุดร่วงง่ายนั่นเอง 

4. การหวีผม หรือการสางผมผิดวิธี 
เมื่อไหร่ที่ผมพันกัน เชื่อว่าหลายคนก็พยายามที่จะใช้หวีหวีผม และสางผมแรง ๆ เพื่อให้เส้นผมที่พันกันนั้นคลายตัวออก แต่หากทำรุนแรงมากเกินไปก็อาจทำให้รากผมอ่อนแอ และเกิดเป็นปัญหาผมขาดหลุดร่วงได้ 

ที่สำคัญเลยการหวีผมขณะที่ผมเปียกอยู่ก็มีส่วนทำให้เส้นผมขาดหลุดร่วงได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ จะช่วยคงผมดกดำสลวยเงางามให้อยู่กับคุณได้อย่างยาวนานเลยล่ะ

5. การสระผมผิดวิธี
แม้ว่าการสระผมจะเป็นวิธีที่ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกบนหนังศีรษะให้หมดจด ป้องกันรูขุมขนบนหนังศีรษะอุดตันจนเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาผมร่วง แต่ถ้าสระผมผิดวิธีก็อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีได้ เช่น การใช้แชมพูเทลงบนหนังศีรษะโดยตรง การสระผมด้วยน้ำอุ่น การเกาหนังศีรษะแรง ๆ ขณะสระผม หรือแม้แต่การชโลมครีมนวดผมทั่วหนังศีรษะ 

ซึ่งถ้าคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ แนะนำว่าควรรีบปรับเปลี่ยนโดยเร็ว เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะอย่างเป็นประจำ โดยที่คุณเองก็ไม่รู้ตัวเลยล่ะ


พฤติกรรมทำร้ายผม ดูแลด้วยโปรแกรม PHB    
สำหรับใครที่ต้องการเสริมสร้างความมั่นใจและบุคลิกที่ดี ที่ต้องแต่งหน้าทำผมอยู่ตลอด นามนินเชื่อว่าคุณไม่สามารถเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม เช่น การใช้ความร้อน หรือการใช้สารเคมีในการเปลี่ยนทรงผมเพื่อให้ตอบโจทย์สำหรับการปรับลุคได้อย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่? ว่าเราก็ยังสามารถดูแลให้สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะแข็งแรงอยู่เสมอได้  

ด้วยโปรแกรม PHB ทรีตเมนต์แบบฉีดบำรุงผมได้ทั่วหนังศีรษะ ไม่เพียงแต่เฉพาะบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบางเท่านั้น ซึ่งทรีตเมนต์ PHB เป็นสูตรพิเศษเฉพาะที่นามนิน อัดแน่นไปด้วยสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นต่อการบำรุงรากผมให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มขนาดเส้นผมให้มีเส้นใหญ่หนา เพื่อลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมได้โดยเฉพาะ และช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพหนังศีรษะให้แข็งแรงได้ในระยะยาว



ไม่ว่าจะมีสาเหตุผมร่วงจากพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมมามากน้อยแค่ไหน โปรแกรม PHB ของนามนินก็เอาอยู่ สามารถซ่อมแซมเซลล์รากผมที่เสื่อมสภาพ ให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยยับยั้งและชะลอการอักเสบของเซลล์รากผมได้อีกด้วย

โปรแกรม PHB เหมาะกับ:
  • ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง
  • ผู้ที่มีหนังศีรษะอ่อนแอ
  • ผู้ที่มีผมเสียแห้งกร้าน 
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผมอย่างล้ำลึก




โปรแกรมนี้ สามารถช่วยแก้ปัญหาผมบางได้อย่างเห็นผลชัดเจน โดยไม่ต้องผ่าตัดเลย ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น ปราศจากผลข้างเคียง และทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการ เพราะนามนินเราคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้ และประสิทธิผลในการรักษาเป็น 2 อันดับแรกเสมอ รับรองเลยว่านามนินจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

เทคนิคสร้างความแข็งแรงให้ “เส้นผม” และ “หนังศีรษะ”
เส้นผมและหนังศีรษะ คือส่วนสำคัญของร่างกายที่มองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับหลาย ๆ คน เส้นผมที่หนาแน่น แลดูสุขภาพดี ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมรูปลักษณ์และบุคลิกภาพ พร้อมทั้งบ่งบอกตัวตนในสไตล์ของแต่ละคน ความเรียบร้อยและดูดีของเส้นผมบนศีรษะ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในการดูแลตัวเองของเจ้าของเส้นผมได้เป็นอย่างดี



นั่นจึงทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับเส้นผมและหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นอาการคัน มีรังแค ผมแห้งแตกปลาย ผมมันจับตัวเป็นก้อน รวมไปถึงอาการผมร่วง ที่ทำให้ดูผมบาง หรือเสี่ยงที่จะเกิดภาวะผมล้าน ซึ่งล้วนทำให้เจ้าของเส้นผมเกิดไม่ความไม่มั่นใจในตัวเอง เนื่องจากเสียบุคลิกหรือดูไม่ดีเวลาออกไปพบปะผู้คน ต้องคอยพะวงกับการปกปิดร่องรอยปัญหาผมอยู่ตลอดเวลา


การทำความเข้าใจและสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ของตนเอง ที่อาจส่งผลถึงสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการมองหาสาเหตุและแนวทางแก้ปัญหาผมอย่างตรงจุด ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับหนังศีรษะของเรากันก่อน โดยทั่วไป สภาพปัญหาหนังศีรษะจะแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ

  • สำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะแห้ง สังเกตได้ว่าเมื่อสัมผัสเส้นผม มักจะรู้สึกแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื้น ส่วนหนังศีรษะก็รู้สึกแห้งตึง อาจมีขุยเล็ก ๆ สีขาว ๆ หลุดออกมา รวมถึงมีอาการคันด้วย

  • สำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะมัน วิธีสังเกตง่าย ๆ ก็คือ หลังจากสระผมเพียงไม่ถึงวัน เส้นผมโดยเฉพาะบริเวณโคนผมก็เริ่มมีมีน้ำมันมาเคลือบแล้ว ทำให้ผมดูลีบแบน ไม่สะอาด อีกทั้งบางคนยังเริ่มมีกลิ่นอับหรือกลิ่นชื้นตามมา

ดังนั้น สัญญาณต่อไปนี้ อาจเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเราควรเริ่มลุกขึ้นมาดูแลเส้นผมและหนังศีรษะให้ดีกว่าเดิม ลองเช็คดูซิว่า เรามีอาการเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

  • ผมแห้ง
  • ผมแตกปลาย
  • ผมชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก
  • ผมมัน
  • คันหนังศีรษะ
  • รังแค
  • ผมร่วง
  • รอยแสกผมกว้าง
  • ผมด้านหน้าเว้าลึก
  • ผมบางกลางศีรษะ

เมื่อรู้จักสภาพปัญหาผมของตนเองในเบื้องต้นแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการลองทำความเข้าใจสาเหตุความผิดปกติของเส้นผมและหนังศีรษะที่อาจเป็นไปได้ เหล่านี้เป็นตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้คนส่วนใหญ่สูญเสียความสมดุลของหนังศีรษะ และสะท้อนออกมาในรูปแบบของปัญหาผมต่าง ๆ กัน โดยเฉพาะอาการผมร่วง ผมบาง ไปจนถึงภาวะผมล้าน ซึ่งต้องการการบำรุง ดูแล และทางออกในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนกว่าปัญหาผมแบบอื่น ๆ

  • กรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดกันมาในครอบครัว
  • ความเครียด
  • การขาดสารอาหารที่เหมาะสม
  • ผลข้างเคียงจากโรค
  • ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาบางชนิด
  • ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ภาวะหลังคลอด

พฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว เช่น
  • การสระผมบ่อยเกินไป หรือสระผมด้วยน้ำอุ่นจัดเกินไป
  • การหวีผมขณะผมเปียก หรือหวีผมแรงเกินไป
  • การปล่อยให้เส้นผมเปียกหรือชื้นเป็นเวลานาน
  • การยืด ดัด ย้อม ทำสีผม หรือใช้สารเคมีกับเส้นผมมากเกินไป
  • การใส่หมวกหรือมัดผมที่รัดแน่นเป็นเวลานานเกินไป
  • การดึงผมขณะอยู่ในภาวะเครียด

ซึ่งนอกจากการลองสังเกตสภาพปัญหาและอาการผิดปกติของเส้นผมด้วยตนเองแล้ว การเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผม ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการประเมินสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาผม และยังนำไปสู่การออกแบบวิธีการรักษาที่เหมาะสม ตอบโจทย์ ตรงจุดได้ต่อไปอีกด้วย



ที่นามนิน คุณหมอนิน หรือแพทย์หญิงนิล นามทองต้น แพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกผม ไม่เพียงสั่งสมทักษะและประสบการณ์ด้านการดูแลเส้นผมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน แต่ยังมีแนวทางการรักษาที่เต็มไปด้วยความใส่ใจตั้งแต่วันแรก ผ่านเทคนิควิธีและขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้

  • การประเมินสภาพปัญหา และวิเคราะห์แนวทางรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง ด้วยความเข้าใจเป็นอย่างดีว่า คนไข้แต่ละคนมีลักษณะปัญหาที่แตกต่างกัน ไม่ซ้ำกันเลย จึงไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จในการรักษาได้ แต่ต้องวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับคนไข้ที่สุด แบบเคสต่อเคส


  • การตั้งใจรับฟังเสียงของคนไข้ตั้งแต่วันแรกของการพูดคุยปรึกษา เพื่อทำความเข้าใจถึงความกังวลใจของคนไข้ รวมถึงรับทราบโจทย์ความต้องการของคนไข้ ซึ่งจะนำไปสู่การออกแบบแนวทางการรักษาร่วมกันของทั้งคนไข้และแพทย์ 

  • การสื่อสารกับคนไข้อย่างใกล้ชิด เป็นกันเอง เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และพยายามอธิบายให้คนไข้เห็นภาพขั้นตอนการรักษา รวมถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้เสมอ

  • คุณหมอนินไม่ยึดติดกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีการปลูกผมถาวรเท่านั้น แต่ยึดเอาสภาพปัญหาผมและลักษณะอาการของคนไข้เป็นหลัก ว่าควรรักษาด้วยวิธีแบบใดตามลำดับ ซึ่งหลายเคสไม่จำเป็นต้องพึ่งการปลูกผม เพียงแต่ใช้ผลิตภัณฑ์หรือเข้ารับบริการ Treatment ฟื้นบำรุงที่เหมาะสม ก็สามารถตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้

  • การพัฒนาเทคนิคการรักษาที่เอื้อให้คนไข้สะดวกสบายมากที่สุด การลงมือปลูกผมให้คนไข้ด้วยตนเอง รวมถึงการนำประสบการณ์การรักษาที่ผ่านมา มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ Treatment เพื่อช่วยดูแลปัญหาผมของคนไข้ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

  • การติดตามผลการรักษาทุกระยะอย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาตามจริงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งยังให้คำปรึกษาและตอบข้อสงสัยของคนไข้ด้วยตนเองเสมอ

สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุง และบริการ Treatment ที่คุณหมอนินเลือกสรรมาเพื่อคนไข้ของนามนินโดยเฉพาะ ถือเป็นส่วนสำคัญในเส้นทางการรักษาตามลำดับความเหมาะสม โดยเริ่มตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่างเช่นแชมพูทำความสะอาดผม ไปจนถึง Treatment ฟื้นบำรุงสำหรับฉีดเข้าที่หนังศีรษะได้อย่างปลอดภัย



Mojelim Elixir Shampoo
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะสุดอ่อนโยน จากโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านเส้นผมของเกาหลี การันตีส่วนผสมที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าได้มาตรฐาน ไม่ก่อให้เกิดการะคายเคืองทางผิวหนัง มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยรักษาความสมดุลระหว่างความมันและความชุ่มชื้นบนหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม ฟื้นบำรุงให้เส้นผมนุ่ม แข็งแรงจากภายใน ทั้งยังสามารถใช้ได้ทั้งผู้ที่มีสภาพผมแห้งและผมมัน 



Elixir Hair Serum by NEAT HAIR NUE
เซรั่มสำหรับทาเพื่อบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง เงางาม กระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผม ทั้งยังช่วยลดการเกิดผมหงอกก่อนวัยอันควร โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% เช่น สารสกัดจากดอกอัญชัน หญ้าหางม้า เมล็ดข้าวสาลี ธูปฤาษี เป็นต้น



VITA H
วิตามินรวมสำหรับรับประทาน เน้นคุณประโยชน์ในการบำรุงลึกถึงระดับรากผมอย่างล้ำลึก พร้อมทั้งอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะ ลดความมัน เสริมโครงสร้างเส้นผมให้แข็งแรง ซ่อมแซมเนื้อเยื่อเส้นผม ลดการหลุดร่วง กระตุ้นการเจริญเติบโต ให้เส้นผมแข็งแรง สุขภาพดีจากภายใน



Natural Fixing Spray
สเปรย์จัดแต่งทรงผมที่อ่อนโยนต่อเส้นผมและหนังศีรษะ ด้วยน้ำดอกกุหลาบบัลกาเรีย น้ำมันจากผลอโวคาโด และส่วนผสมจากธรรมชาติอื่น ๆ 100% นอกจากจะช่วยจัดแต่งทรงผมให้อยู่ทรงอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว ยังเสริมบำรุงให้ผมเงางาม  นุ่มสลวย มีน้ำหนัก ดูสุขภาพดี ไม่ระคายเคืองหนังศีรษะ และไม่ทิ้งคราบ จึงทำความสะอาดง่าย ปลอดภัยต่อทุกสภาพเส้นผม



Premium Hair Booster Treatment
ทรีตเมนท์สำหรับฉีดบำรุงที่พัฒนาขึ้นโดยคุณหมอนิน เพื่อดูแลเส้นผมให้แข็งแรงขึ้นตั้งแต่ระดับเซลล์รากผม เหมาะสำหรับผู้ที่รูขุมขนบนหนังศีรษะยังไม่ปิด หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาผมร่วง ผมบาง ในระยะเริ่มต้น โดย Premium Hair Booster Treatment จะช่วยกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม ลดการหลุดร่วง เสริมให้เส้นผมที่เคยเล็ก ลีบ แบน มีขนาดที่หนาขึ้น ใหญ่ขึ้น จึงช่วยให้ผมดูหนาขึ้น ดกดำขึ้นได้ในที่สุด


การปลูกผมเทคนิค NEAT
เป็นเทคนิคที่พัฒนาต่อยอดขึ้นโดยคุณหมอนิน โดยเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณที่เส้นผมมีคุณสมบัติทนทาน ไม่หลุดร่วงง่าย มาปลูกใหม่ในบริเวณที่เป็นปัญหา เพื่อเติมเต็มให้ผมดูหนาแน่นขึ้น ซึ่งคุณหมอจะมีเทคนิคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคขั้นบันไดเพื่อซ่อนแผลด้านหลัง เทคนิคการปลูกผมแทรก เพื่อให้ผมใหม่กลมกลืนไปกับผมเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงการออกแบบกำหนด Hairline หรือกรอบหน้าใหม่ในกรณีปลูกผมด้านหน้า เพื่อปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุล ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การปลูกผมเทคนิค NEAT เป็นวิธีการรักษาที่กินเวลายาวนานถึง 1 ปีเต็ม เส้นผมใหม่จึงจะเติบโตอย่างสมบูรณ์ตามวงจรธรรมชาติ ซึ่งคุณหมอจะคอยติดตามผลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางการรักษา

ทั้งหมดนี้ คือแนวทางการฟื้นบำรุงผมหนาแน่นและแข็งแรงจากคุณหมอนิน ที่ออกแบบมาสำหรับคนรักเส้นผมโดยเฉพาะ เพื่อช่วยคืนความสุขและความมั่นใจให้กับเจ้าของเส้นผมอีกครั้ง โดยเริ่มต้นง่าย ๆ เพียงแค่ก้าวเข้ามาปรึกษากับคุณหมอนินที่นามนินนั่นเอง

รอยแสกกว้าง รักษาได้ไม่ยาก
นอกจากจะต้องกังวลปัญหาไรผมสูง หน้าผากกว้าง ผมบางทั่วศีรษะเห็นชัดแล้ว สาว ๆ หลายคนก็ยังต้องกังวลกับปัญหารอยแสกผมกว้างอีกด้วย ซึ่งถ้าปล่อยไว้ ไม่หาวิธีการรักษาที่เหมาะสมในการแก้ปัญหา ก็อาจทำให้เกิดปัญหาผมบางจนเห็นหนังศีรษะชัดได้ ซึ่งทำให้สูญเสียความมั่นใจสุด ๆ

โดยทั่วไปแล้วรอยแสกกว้างนั้นถือเป็นลักษณะผมบางรูปแบบหนึ่งที่พบมากในเพศหญิง มีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์ และพฤติกรรมการแสกผมในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะส่งผลต่อการขึ้นใหม่ของเส้นผมที่จะเบนไปตามทิศทางที่แสกผม หรือมีการมัดผมที่รวบตึงจนเกินไป บวกกับความแข็งแรงของรากผมลดลง เมื่ออายุมากขึ้น ก็ทำให้เส้นผมหลุดร่วง เกิดรอยแสกกว้าง และมีปัญหาผมบางลงในที่สุด 

ปัญหารอยแสกกว้างแบบไหนที่ควรกังวล 
ผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่ออายุเริ่มมากขึ้น จะเริ่มมีปัญหาผมบางจากบริเวณกลางศีรษะ ปรากฏเป็นรอยแสกผมกว้างเห็นชัด ซึ่งสามารถแบ่งระยะผมบางได้ตามระดับความรุนแรง เป็น 4 ระดับ ดังนี้
  • ระดับ 1 ที่สามารถสังเกตได้จากผมร่วงมากกว่า 200 เส้นต่อวัน
  • ระดับ 2 ลูกผมบริเวณกลางศีรษะขึ้นใหม่ลดน้อยลง
  • ระดับ 3 ที่รอยแสกผมมีลักษณะคล้ายกับต้นคริสต์มาสและเห็นหนังศีรษะชัดเจน  
  • ระดับ 4 ที่รอยแสกกลางไม่มีผมชุดใหม่ขึ้นเลย มองเห็นหนังศีรษะชัด และหนังศีรษะมีลักษณะเรียบไร้รูขุมขน  


วิธีป้องกันปัญหารอยแสกผมกว้าง
นอกจากสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดรอยแสกผมกว้างจะมาจากกรรมพันธุ์แล้ว พฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็มีส่วนทำให้เกิดรอยแสกผมกว้างได้เช่นกัน ซึ่งมีวิธีป้องกันปัญหารอยแสกกว้าง ดังนี้

  • เปลี่ยนรอยแสกผม เช่น จากเดิมเคยไว้แสกกลาง อาจไว้แสกข้างไปทางซ้าย หรือขวาแทน เพื่อปรับแนวการขึ้นใหม่ของเส้นผม และยังเป็นการเปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนลุค ให้น่าสนใจกว่าเดิมอีกด้วย 
  • เลี่ยงการมัดผม หรือรวบผมตึงเกินไป เพราะอาจเป็นการทำร้ายรากผมให้อ่อนแอได้
  • เลี่ยงการทำผมบ่อย ๆ หรือใช้สารเคมีกับเส้นผมและหนังศีรษะบ่อย ๆ เช่น การดัด ยืด ทำสีผม
  • เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะสูตรอ่อนโยน ป้องกันการหลุดร่วงเส้นผม
  • ไม่หวีผมขณะผมเปียก เพื่อป้องกันผมร่วง 
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น อาหารกลุ่มโปรตีน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงให้รากผม 

ทั้งนี้หากเผชิญกับปัญหารอยแสกผมกว้างที่รุนแรง ควรรีบปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก (ระยะ1-2) ก็ยิ่งดี  เพื่อรับการวินิจฉัยถึงสาเหตุ และรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมทันที เพื่อป้องกันไม่ให้รอยแสกกว้างกว่าเดิมในอนาคต 

และที่สำคัญหากเริ่มรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นก็จะยิ่งเห็นผลได้ดีในระยะเวลารวดเร็ว  แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายในการรักษาอีกด้วย แต่จะรักษาด้วยวิธีไหนดีที่เจ็บตัวน้อยที่สุด และให้ประสิทธิภาพหลังการรักษาที่ดี ติดตามบทความของนามนินกันต่อเลย

โปรแกรม PHB รักษารอยแสกกว้างโดยไม่ต้องผ่าตัด 
เพราะปัญหารอยแสกกว้างส่วนใหญ่มีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์ แม้การปลูกผมจะช่วยให้ผมหนาขึ้นได้ แต่ในอนาคตก็มีโอกาสที่จะเกิดรอยแสกกว้างเห็นชัดขึ้นอีก ฉะนั้นที่นามนินเราจะดูแลปัญหารอยแสกกว้าง ผมบางในผู้หญิงสำหรับเคสผมร่วงจากกรรมพันธุ์ ที่ไม่เหมาะกับการปลูกผม ด้วยเทคนิคพิเศษจากนามนิน ที่ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นด้วยโปรแกรม PHB 


โปรแกรมทรีตเมนต์ที่จะช่วยบำรุงดูแลผมอย่างล้ำลึกได้ถึงเซลล์รากผม อัดแน่นไปด้วยสารชีวโมเลกุลวิตามิน โปรตีน สารอาหารที่จำเป็นต่อการบำรุงรากผมโดยเฉพาะ คิดค้นสูตรโดยแพทย์ผู้ชำนาญของนามนิน



ขณะเดียวกันโปรแกรม PHB ยังเห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ เช่น
  • สัมผัสได้ถึงเส้นผมร่วงลดน้อยลงภายใน 3-7 วันหลังเข้ารับบริการ  
  • สังเกตเห็นเส้นผมอ่อน เส้นผมงอกใหม่ใน 1-3 เดือนหลังเข้ารับบริการ
  • รู้สึกว่าเส้นผมมีลักษณะเส้นใหญ่ขึ้น ปริมาณความหนาแน่นมากขึ้นใน 2-4 เดือน
  • ภายใน 6-9 เดือนจะเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด 


นอกจากนี้ โปรแกรม PHB   ยังถือเป็นวิธีการรักษารอยแสกกว้างที่สะดวกสบาย ไม่สร้างความเจ็บปวดให้แก่ผู้เข้ารับบริการ ไม่ต้องกังวลถึงผลข้างเคียง หรือรอยแผลที่อาจเห็นชัดอีกด้วย 
สำหรับใครที่กังวลปัญหารอยแสกกว้าง สัญญาณผมบางอยู่ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะรอยแสกกว้าง เป็นแล้วสามารถรักษาได้ และไม่จำเป็นต้องผ่าตัด หรือปลูกผม นามนินขอแนะนำทรีตเมนต์ฉีดบำรุงเส้นผมด้วยโปรแกรม PHB นี้เลย การันตีผลลัพธ์จากคนไข้มากมายว่าสามารถฟื้นบำรุงรากผมให้แข็งแรงได้จากภายใน เพิ่มปริมาณผมให้หนาแน่นดกดำกว่าเดิม  




ทั้งนี้เพื่อการรักษาที่เห็นผลและตรงจุด หากพบสัญญาณผมบาง เริ่มสังเกตเห็นรอยแสกผมกว้าง ควรเข้ารับการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการ และวางแผนวิธีการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสมให้เร็วที่สุด จะได้ช่วยหยุดการลุกลามของปัญหาผมบางนี้ได้ ก่อนจะทำให้คุณสูญเสียความมั่นใจไปมากกว่านี้นั่นเอง


รับมือกับปัญหาผมบางของคุณแม่และภาวะผมร่วงหลังคลอด
เก็บตกกิจกรรมดี ๆ ในงาน Amarin Baby & Kids Fair Play กับเสวนาหัวข้อ “รับมือกับปัญหาผมบางของคุณแม่ และภาวะผมร่วงหลังคลอด”


ผมบางรับมือได้สไตล์คุณผู้หญิง
ทำความเข้าใจปัญหา “ผมบาง” ของผู้หญิงทุกวัย  คุณแม่หลังคลอด และคุณผู้ชาย ทั้งจากสาเหตุทางกรรมพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมไปถึงพฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายผมโดยไม่รู้ตัว
.
รับฟังคำแนะนำเพื่อรับมือกับภาวะผมร่วง ผมบาง สำหรับผู้หญิงวัยทำงาน คุณแม่หลังคลอด ผู้สูงวัย ที่อยากคืนความมั่นใจด้วยผมสวย หนาแน่น สุขภาพดี 


.
พิเศษกับ Q&A Live Session  เคลียร์ทุกคำถามคาใจ สำหรับคนรักเส้นผม โดย พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม จาก #นามนินคลินิก อาจารย์พิเศษ หลักสูตรปริญญาโท วิชา Hair Transplantation  สาขาวิชาเวชศาสตร์ความงาม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
.
บรรยากาศเป็นไปอย่างสบายๆ เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ รวมถึงประสบการณ์ตรงในการเลี้ยงลูกของแม่ๆ ที่มาเข้าร่วมฟัง 

รับชม คลิปย้อนหลังได้ที่ 
https://fb.watch/roCcEQPn43/

ผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้า แก้อย่างไรดี?
ศัลยกรรมดึงหน้า เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถเรียกคืนใบหน้าที่อ่อนเยาว์ ผิวที่กระชับขึ้น และเพิ่มความมั่นใจให้คน ๆ นั้นได้มากเลยทีเดียว แต่รู้หรือไม่? ว่าการศัลยกรรมดึงหน้ามีส่วนทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางในอนาคตได้  

สาเหตุของอาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้า
เพราะในการเย็บแผลศัลยกรรมดึงหน้าจำเป็นต้องเย็บในบริเวณที่ชิดกับไรผมมากที่สุด ไม่ว่าจะช่วงบริเวณไรผมหน้าผากก็ดี หรือไรผมบริเวณหน้าใบหูก็ดี ซึ่งในบางครั้งการเข้ารับบริการดึงหน้าก็อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดแผลบริเวณไรผมตามกรอบหน้า และทำให้เส้นผมไม่สามารถงอกกลับมาใหม่ได้ในระยะแรก จึงเกิดปัญหาผมบางในที่สุดได้ 

ขณะเดียวกันสาเหตุของอาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้าก็อาจมีสาเหตุมาจากภาวะทางร่างกายที่เกิด Shock Loss ส่งผลให้ผมร่วงชั่วคราว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับอาการผมร่วงหลังคลอด เนื่องจากเส้นผมมีอาการเครียดมากกว่าปกติ  เพราะได้รับการบาดเจ็บของรากผมและผิวหนังบริเวณโดยรอบ โดยเฉพาะจากการกรีดแผล เย็บแผลจากการศัลยกรรมดึงหน้านั่นเอง



นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้ที่เคยเข้ารับบริการศัลยกรรมดึงหน้ากว่า 8.4% ต้องเผชิญกับอาการผมร่วงหลังศัลยกรรม โดยจะมีภาวะ Telogen Effluvium หรือภาวะผมร่วงแบบเฉียบพลันในช่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้าผ่านไปแล้วประมาณ 2 เดือน 

ซึ่งจะสังเกตเห็นว่าบริเวณไรผมบางลงตรงบริเวณหน้าผากที่มีรอยแผลผ่าตัดดึงหน้า ทำให้มองเห็นรอยแผลเป็นได้ชัด โดยในรายงานเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการผมร่วง ผมบางนั้นเกิดจากรูขุมขนเส้นผมเกิดความเสียหายเพราะการเย็บแผลผ่าตัดดึงหน้าที่แน่นเกินไป จนทำให้เกิดเป็นภาวะผมร่วงเฉียบพลันได้  

อย่างไรก็ตามภาวะ Shock Loss และภาวะ Telogen Effluvium หรืออาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้าสามารถดีขึ้นได้ภายใน 6-8 เดือนหลังจากศัลยกรรม เส้นผมจะกลับมาดกหนา และแข็งแรงได้อีกครั้ง แต่ในบางรายก็อาจต้องเผชิญกับภาวะที่ทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจนี้นานนับปีก็มี ฉะนั้นแล้วถ้าอยากให้ผมกลับมาดกหนาและฟื้นฟูได้เร็วกว่าเดิม ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญอย่างนามนินคลินิก เพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วจะดีที่สุด 

แก้อาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้า อย่างไรดี? 

อาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้าถือเป็นอาการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนอกจากจะรอระยะเวลาให้รากผมกลับมาฟื้นตัวแข็งแรงอีกครั้งตามธรรมชาตินานกว่า 6-8 เดือนแล้ว เราก็สามารถมองหาทางเลือกในการกระตุ้นและบำรุงให้รากผมกลับมาแข็งแรง เพิ่มความดกหนาให้แก่เส้นผมบนหนังศีรษะได้ เช่น การใช้ยา การปลูกผม หรือแม้กระทั่งการฉีดบำรุงดูแลสุขภาพเส้นผมอย่างล้ำลึกถึงเซลล์รากผมอย่างโปรแกรม PHB ที่นามนิน 

Premium Hair Booster Treatment ตัวช่วยจัดการปัญหาผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้า 
โปรแกรมบูสเตอร์สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะระดับพรีเมียมนี้ อาศัยส่วนผสมหลากหลายชนิดทั้งสารชีวโมเลกุล สารบำรุงโปรตีน ตลอดจนวิตามินต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยแพทย์ผู้ชำนาญของนามนิน 

ทรีตเมนต์ PHB สามารถช่วยยับยั้งกลไกการอักเสบของเซลล์รากผม ซ่อมแซมเซลล์รากผมที่เสียหาย พร้อมชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์รากผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 1-3 ครั้งที่เข้ารับบริการ 

  • อาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้าจะค่อย ๆ ดีขึ้นและมีผมร่วงน้อยลงภายใน 3-7 วัน
  • เส้นผมชุดใหม่เริ่มงอก เห็นเป็นเส้นผมอ่อน หรือลูกผมขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังฉีด
  • เส้นผมมีขนาดที่ใหญ่และแลดูหนาแน่นขึ้นกว่าเดิม หลังจากฉีด โปรแกรม PHB ไปแล้วประมาณ 2-4 เดือน



เรียกได้ว่าโปรแกรม PHB ของนามนินเป็นทางเลือกในการฟื้นบำรุงปัญหาผมร่วง ผมบางหลังผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะไม่เพียงแต่จะสามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมและบำรุงเส้นผมได้อย่างล้ำลึก พร้อมช่วยแก้ปัญหาผมร่วงได้อย่างตรงจุดแล้ว ยังเป็นวิธีที่ไม่เจ็บเลย ไม่มีรอยแผล ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น และยังเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนในระยะเวลาไม่นานอีกด้วย 

สอบถามหรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Line @namninclinic
ผมบางของผู้หญิง รักษาได้ไหม
ไขข้อสงสัย ผมร่วงเยอะ เกิดจากอะไร?
เรื่องของเส้นผมเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะผมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของใบหน้าที่ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดี จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องดูแลและบำรุงเส้นผมให้สุขภาพดีอยู่เสมอ 

อย่างไรก็ตามทุกวันจะมีผมหลุดร่วงเองตามธรรมชาติอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่หากผมหลุดร่วงมากเกินไปนั่นก็อาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงอะไรบางอย่าง ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร? มีหนทางในการรักษาอย่างไรบ้าง? นามนินจะพามาไขข้อสงสัยกัน

ผมร่วงเยอะ เกิดขึ้นจากอะไร?
ลักษณะของผมร่วงที่เกิดขึ้นจะมีความรุนแรงที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ปกติแล้วในแต่ละวันเส้นผมของคนเราจะมีการหลุดร่วงอยู่แล้วประมาณ 50-100 เส้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากบนศีรษะจะมีเส้นผมอยู่มากถึง 100,000 เส้น โดยจะมีการหลุดร่วงของเส้นผมได้ตามกระบวนการเจริญเติบโตของเส้นผม และหลังจากนั้นก็จะมีผมใหม่งอกขึ้นมาแทนที่ ซึ่งจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตามวงจรชีวิตของเส้นผม

แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความหนาแน่นของเส้นผมก็จะน้อยลงตามไปด้วย เนื่องจากวงจรชีวิตของเส้นผมสั้นขึ้น จึงทำให้ผมร่วงถี่มากขึ้น ผมจะค่อย ๆ บางลง และอาจไม่มีการงอกใหม่ขึ้นมาทดแทนอีกต่อไป



นอกจากนี้พันธุกรรมก็ถือเป็นสาเหตุของปัญหาผมร่วงที่พบได้บ่อย หากคนในครอบครัวส่วนใหญ่มีผมบาง ก็จะส่งผ่านทางพันธุกรรมได้ด้วยเช่นกัน และอาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยอื่น ๆ ดังนี้
  • ความเครียด 
  • มลภาวะ
  • การเจ็บป่วย เช่น การติดเชื้อที่หนังศีรษะ, โรคที่ทำให้เกิดแผลบนหนังศีรษะ และโรคไทรอยด์ เป็นต้น
  • การผ่าตัด
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น  การตั้งครรภ์, การคลอดบุตร หรือการอยู่ในวัยหมดประจำเดือน
  • ผลกระทบจากยาที่ใช้รักษา เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง, ภาวะซึมเศร้า หรือโรคความดันโลหิตสูง
  • การลดน้ำหนักเยอะมากในระยะเวลาที่สั้น
  • มีไข้สูง 
  • ขาดสารอาหาร เช่น การขาดธาตุเหล็ก หรือโปรตีน เป็นต้น

แบบไหนถึงเรียกว่า ผมร่วงเยอะผิดปกติ? 
ทุก ๆ วันผมของคนเราจะมีการหลุดร่วงอยู่แล้ว แต่จะร่วงในปริมาณที่น้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับปริมาณเส้นผมที่มีอยู่บนศีรษะ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงจะมีผมร่วงเยอะกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงมักจะมีผมร่วงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100-150 เส้น ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมและสุขภาพโดยรวม 

ส่วนผู้ชายจะมีผมร่วงโดยเฉลี่ยในแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 50-60 เส้น หากเยอะกว่านี้ก็พึงสังเกตได้ว่า อาจมีความผิดปกติเกิดขึ้น  ซึ่งแน่นอนว่าการนับจำนวนเส้นผมเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็สามารถสังเกตได้เองเลย เพราะถ้าเกิดปัญหาผมหลุดร่วงเยอะจริง ๆ จะมีผมร่วงอยู่ตามที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งเวลาที่อาบน้ำ สระผม การนอนบนหมอน การหวีผม หรือตามพื้นบ้านนั่นเอง

ผมร่วงเยอะ สามารถรักษาได้อย่างไร?
ผมร่วงเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้ใครหลาย ๆ คน แต่ก็ยังพอมีแนวทางที่สามารถรักษาได้  ดังนี้
1. การรับประทานวิตามินเสริม
วิธีแรกที่สามารถช่วยรักษาปัญหาผมร่วงได้ คือ การรับประทานวิตามินเสริม เพราะหากร่างกายขาดสารอาหารบางอย่างที่จำเป็นต่อเส้นผม ก็จะส่งผลให้รากผมอ่อนแอ และขาดหลุดร่วงได้ง่าย 

วิตามินบำรุงเส้นผมอย่าง VITAMIN H ของนามนิน จะช่วยบำรุงรากผม ให้ผมที่งอกใหม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ มีเส้นผมที่หนาและแข็งแรงยิ่งขึ้น โดยผสานคุณประโยชน์จากทั้ง
  • สารสกัดจากข้าวกล้องและผลกระบองเพชร ช่วยลดความมันและการอักเสบของหนังศีรษะ 
  • Biotin ช่วยเสริมสร้างให้ผมแข็งแรงมากขึ้น 
  • Zinc Gluconate ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเส้นผม 
  • Iron Amino Acid Chelate ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม และเติมสารอาหารให้เส้นผม 
  • Vitamin B Premix ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวยสุขภาพดี 
ซึ่งสารอาหารบำรุงผมทั้งหมดนี้ ก็มีผนวกรวมมาไว้แล้วในอาหารเสริม VITAMIN H  เพราะเส้นผมสวยสุขภาพดี เริ่มต้นได้จากรากผมที่แข็งแรงนั่นเอง


2. การรับประทานยาตามแพทย์สั่ง
อีกหนึ่งวิธีการรักษาปัญหาผมร่วงเยอะ ที่ดูจะช่วยจบปัญหาผมบางได้อย่างตรงจุด คือ การพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และทำการรักษา โดยแพทย์จะมีการจ่ายยาช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมตามอาการที่เป็น และสาเหตุของปัญหาผมร่วง ซึ่งมีทั้งรูปแบบยากินและยาทา หรืออาจมีการทำหัตถการอื่น ๆ เพิ่มเติม ตามปัญหาเส้นผมที่มี



3. การทำทรีตเมนต์บำรุงเส้นผม
การทำทรีตเมนต์บำรุงเส้นผม ก็เป็นอีกวิธีการที่สามารถช่วยรักษาอาการผมร่วงได้เช่นกัน โดยจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการงอกของเส้นผมใหม่ ๆ อีกทั้งยังช่วยบำรุงและรักษาเส้นผมที่มีอยู่ ให้แข็งแรงยิ่งขึ้นด้วย 

หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมทำทรีตเมนต์บำรุงเส้นผมอยู่ ที่เห็นผลลัพธ์หลังการทำได้อย่างน่าพึงพอใจ กลับมามีผมหนาขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ก็อยากแนะนำให้ลองใช้บริการ PHB ทรีทเม้นท์บำรุงรากผม สูตรของนามนิน จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน อีกทั้งยังช่วยให้เซลล์รากผมเกิดการซ่อมแซมตัวเอง และกลับมาทำหน้าที่สร้างเส้นผมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น



4. การฉายแสง
การฉายแสงเป็นวิธีการรักษาผมร่วงด้วยการใช้แสงจาก LED หรือ Light Emitting Diode ในการบำบัดด้วยคลื่นแสง ที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ นำมาช่วยกระตุ้นรากผม และยับยั้งการหลุดร่วงของเส้นผม เพื่อแก้ปัญหาและรักษาผมร่วงได้แบบที่ไม่ต้องเจ็บตัว ปลอดภัย และไม่เกิดบาดแผล 





5. การปลูกผม
อีกหนึ่งวิธีจัดการกับปัญหาผมร่วงได้อย่างยั่งยืน นั่นก็คือ การปลูกผม เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้ เนื่องจากสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ที่นามนินเองก็มีโปรแกรมปลูกผมด้วยเทคนิค NEAT ให้บริการ 

ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษจากนามนิน ที่ดูแลในทุก ๆ ขั้นตอนโดยแพทย์ที่มีความชำนาญในการรักษาและประเมินอาการ รวมถึงวางแผนการรักษาให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล และทำการปลูกผมโดยแพทย์เองทุกกราฟต์ ทำให้ได้แนวผมสวย มีทิศทางตามองศาผมเดิม ดูเป็นธรรมชาติ แถมไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเล




สรุป
หากใครกำลังเผชิญกับปัญหาผมบางอยู่ ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะนามนินเองก็มีวิธีการหลากหลายรูปแบบที่สามารถรักษาและบรรเทาอาการผมร่วงให้คุณได้อย่างตรงจุด ทั้งนี้หากพบปัญหาผมบาง ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินอาการและหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป ก่อนที่อาการจะดำเนินไปมากขึ้น ซึ่งจะยากต่อการแก้ไข แถมยังมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงกว่าการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ อีกด้วย

ถึงเวลารักษา “ผมร่วง” หรือยัง?
สังเกตกันมั้ยว่า ผมของคนเราหลุดร่วงเป็นปกติในทุก ๆ วัน ซึ่งนั่นเป็นไปตามธรรมชาติของวงจรเส้นผม ที่เมื่อหลุดร่วงไปก็จะงอกขึ้นมาทดแทนใหม่อยู่เรื่อย ๆ ไม่มีสิ้นสุดตลอดชีวิตของเจ้าของเส้นผม 

แต่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าในแต่ละวัน ผมที่หลุดร่วงออกมาตอนเรากำลังสระผม ตอนเรากำลังหวีผม หรือหล่นอยู่บนหมอน รวมไปถึงตามพื้นบ้านนั้น มีจำนวนมากจนน่ากังวลว่าเราจะเริ่มเข้าสู่ภาวะ “ผมร่วง” ซึ่งจะนำไปสู่อาการ “ผมบางและผมล้าน” แล้ว และยังเป็นสัญญาณว่าควรต้องรีบปรึกษาแพทย์ หรือเข้ารับการรักษาก่อนจะสายเกินไป


อาการ “ผมร่วง” มีที่มาจากหลายปัจจัยเลยทีเดียว ที่เราคุ้นเคยกันดีก็คงเป็นผมร่วงจาก “กรรมพันธุ์” ส่งต่อกันมาในครอบครัวทั้งแบบรุ่นสู่รุ่นหรือแบบข้ามรุ่น แม้ว่านี่จะเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผมร่วง ผมบาง ในผู้ชาย แต่ผู้หญิงก็มีโอกาสผมร่วงจากพันธุกรรมได้ แม้ไม่มากเท่าผู้ชายก็ตาม

ไม่เพียงเท่านั้น สาเหตุต่าง ๆ ต่อไปนี้ ก็อาจส่งผลให้คุณผู้หญิงเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะผมร่วงได้เช่นกัน 
  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • ผลข้างเคียงจากโรคประจำตัว
  • ระดับฮอร์โมนในร่างกาย
  • ภาวะหลังคลอดบุตร
  • ความเครียด


ทั้งนี้ ยังรวมไปพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งหลาย ๆ คนอาจทำไปโดยไม่รู้ตัว และส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอลง จนขาดหลุดร่วงง่ายก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็น
  • การใช้ความร้อนหรือสารเคมีกับเส้นผมมากเกินไป
  • การสระผมผิดวิธี
  • การขาดสารอาหารบางชนิด
  • การนอนดึก หรือนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • การสูบบุหรี่

ส่วนวิธีการสังเกตว่า อาการผมร่วงของเรายังอยู่ในระดับปกติ หรือควรต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาที่ถูกต้องแล้ว สามารถสังเกตได้จาก “จำนวนเส้นผมที่หลุดร่วง” เพราะผมของคนเราโดยปกติจะหลุดร่วงได้ถึงวันละ 70 – 100 เส้น หากพบว่าผมร่วงมากกว่านั้น ติดต่อกันเป็นเวลานานหลาย ๆ วัน แสดงว่าเกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ อาจสังเกตร่วมกับรูปแบบของผมบางในลักษณะต่าง ๆ อย่างเช่นอาการ “ผมร่วงทั่วทั้งศีรษะ” มักจะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ โรคผมร่วงเฉียบพลัน ซึ่งแต่ละคนจะมีผมร่วงมากหรือน้อยไม่เท่ากัน แต่จะไม่ถึงขั้นศีรษะล้าน เกิดจากการที่เส้นผมเข้าสู่ระยะพักตัวพร้อม ๆ กัน โดยมีสาเหตุได้จากทั้งผลข้างเคียงของโรคต่าง ๆ ตลอดจนภาวะทางจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล หรือโรคซึมเศร้า

และในบางราย อาจเกิดอาการ “ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ” หลายจุดพร้อมกัน ซึ่งเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของภูมิคุ้มกันในร่างกาย ที่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของรากผมลดลง จนไปหยุดการเจริญเติบโตของเส้นผม เกิดขึ้นจากผลข้างเคียงของโรคต่าง ๆ ความเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ และหากเป็นสาเหตุจากพันธุกรรม จะสังเกตเห็นผมเริ่มบางบริเวณรอยแสกกลางศีรษะก่อน แล้วจึงขยายออกไปด้านข้าง

เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าหากสงสัยว่าเกิดอาการผมร่วงมากผิดปกติ สิ่งแรกที่ควรทำก็คือการเข้ามาพูดคุยปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญของนามนิน โดยแพทย์จะช่วยวินิจฉัยแบบเฉพาะบุคคลเพื่อหาสาเหตุของอาการผมร่วง และออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากจะรักษาด้วยวิธีรับประทานยาลดผมร่วงตามที่แพทย์แนะนำแล้ว ที่นามนิน แพทย์จะช่วยแนะนำทางเลือกอื่น ๆ ในการบำรุงเส้นผมและบรรเทาอาการผมร่วงได้อย่างปลอดภัย 


  • การใช้เซรั่ม Elixir Hair Serum by NEAT HAIRNUE จากส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% เพื่อฟื้นบำรุงเส้นผมอย่างอ่อนโยน 

  • การรับประทาน VITA H ซึ่งแพทย์ค้นคว้าและคัดสรรวิตามินรวมถึงสารสกัดมากคุณค่ามาอย่างตั้งใจ เพื่อการบำรุงรากผมอย่างล้ำลึก

  • การฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster เข้าที่หนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมบางโดยตรง เพื่อกระตุ้นการทำงานลึกถึงระดับรากผม ลดการหลุดร่วงตั้งแต่การฉีดครั้งแรก เร่งการงอกใหม่ของเส้นผม ทั้งยังเสริมความแข็งแรงของเส้นผม จากที่เคยลีบ เล็ก แบน ให้ดูหนาและใหญ่ขึ้น จึงสามารถคืนความหนาแน่น ให้ผมดูดกดำ เงางาม สุขภาพดีได้อย่างที่ต้องการ


ที่สำคัญ การรักษาอาการผมร่วงนั้น มีปัจจัยความสำเร็จที่มองข้ามไม่ได้เลยก็คือเรื่อง “ระยะเวลา” เพราะยิ่งเราสังเกตพบความผิดปกติเร็ว และเข้ามาปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูดูแลเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

ยาคุมกำเนิดทำผมร่วง ทำยังไงดี?
ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ของการใช้ "ยาคุมกำเนิด" ที่อาจพบได้ คือ “ผมร่วง”  เพราะยาคุมกำเนิดประกอบด้วยฮอร์โมนเพศถ้าหากมีภาวะผมบาง ผมร่วงจากกรรมพันธุ์ก็มีโอกาสสูงที่ผมบาง ผมร่วงจากกรรมพันธุ์ก็มีโอกาสสูงที่ผมร่วงมากกว่าคนปกติ

สำหรับยาคุมกำเนิดสร้างมาจากฮอร์โมนเพศหญิงสองชนิด คือ estrogen และ progesterone บางยี่ห้ออาจะมีเฉพาะ progesterone เพียงอย่างเดียว เมื่อกินยาคุมกำเนิดเข้าไปแล้วจะมีกลไกยังยั้งการตกไข่

สำหรับยาคุมกำเนิดที่มี progesterone (progestin) สูง จะมี androgen index สูง ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศชายที่ทำให้ผมร่วง ทำให้เกิดภาวะผมร่วงได้มากขึ้น  หากยาคุมนั้น มี progesterone อยู่ด้วย


สำหรับวงจรของรากผม มี 3  ระยะ ได้แก่
  • Anagen phase ระยะที่กระเปาะผมจะอยู่ลึกสุด สร้างเซลล์และเจริญเติบโตออกมาเป็นเส้นผม
  • Catagen phase ระยะที่กระเปาะผมหยุดสร้างผม รากผมจะแยกตัวออกจากเส้นเลือดที่เลี้ยงผม ผมจึงขาดสารอาหาร เตรียมพร้อมหลุดร่วง
  • Telogen phase  ระยะที่รากผมจะหยุดสร้างเส้นผม เพื่อเตรียมสร้างเส้นผมชุดใหม่



การกินยาคุมกำเนิด จึงทำให้เส้นผมจาก Anagen phase ไปเป็น Telogen phase ได้เร็วกว่าปกติ กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงมากขึ้น โดยปกติผมคนเราจะร่วงประมาณวันละ 100 เส้น ดังนั้นถ้าหากเรากินยาคุมกำเนิดแล้วพบว่ามีผมร่วง อาจจะเฝ้าดูอาการในช่วงระยะ 3 เดือนแรกก่อน

ถ้าหากหลังจาก 3 เดือนไปแล้วผมยังร่วงต่อเนื่อง แนวทางการรักษา มีได้หลายวิธี 
1.เปลี่ยนยาคุมกำเนิด
อย่างแรกที่อาจจะทำได้ทันทีคือ การเปลี่ยนชนิดยาที่ใช้อยู่ ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรเลือกใช้แบบไหน หรือหากจะเปลี่ยนยาคุมใหม่ควรจะถามเพิ่มเติมด้วยว่ามีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

2.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงเส้นผม
หากร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ประกอบการกินยาคุมเข้าไปก็อาจจะเป็นปัจจัยที่เร่งให้ผมร่วงมากขึ้น แนะนำให้กลับมาดูแลและบำรุงเส้นผมด้วยการใช้เซรั่มทาเส้นผมไปพร้อมกับการกินวิตามินที่ดูแลด้านเส้นผมโดยเฉพาะเพื่อช่วยลดการหลุดร่วงและเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผม



3.รับบริการโปรแกรม Premium Hair Booster
เป็นโปรแกรมที่ได้รับการออกแบบโดยคุณหมอนิน เพื่อคนที่ต้องการฟื้นฟูดูแลผม ผมร่วง ผมบาง ผมบางผู้หญิงให้กลับมาสุขภาพดีจากภายใน และยังเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาผมร่วงและผมบางในระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์ ภาวะทางสุขภาพ ความเครียด การขาดสารอาหาร หรือการใช้สารเคมีในการแต่งผม หรือการกินยาบางชนิดและมีผลข้างเคียง 


ดังนั้นการกินยาคุมกำเนิดทำให้ผมร่วงได้หรือไม่  ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ประกอบกันไปด้วย แนวทางการรักษาดังกล่าวจึงเป็นข้อแนะนำเบื้องต้น ซึ่งถ้าหากต้องการคำแนะนำที่ตรงกับปัญหาเส้นผมของท่าน นามนิน คลินิกแนะนำให้เข้ารับการปรึกษาจากคุณหมอนิน เพื่อให้คุณหมอได้ตรวจ วินิจฉัยและประเมินการรักษาได้เหมาะสมมากที่สุด



นามนิน คำตอบของ “คนรักผม”
“เส้นผม” เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงอัตลักษณ์ของแต่ละคนได้อย่างชัดเจนไม่ต่างจากเสื้อผ้าที่เลือกสวมใส่ในแต่ละวัน โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่ไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนไป ทุกเพศทุกวัยมีอิสระในการที่จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น การย้อม ยืด ดัด ไดร์ เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่ใครๆ ก็ทำกัน และยังไม่นับมลภาวะต่างๆ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น แสงแดด ฝุ่น ควัน ที่ทำร้ายเส้นผมอยู่ตลอดเวลา ปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมจึงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ปัญหาบางอย่างอาจดูแลด้วยตัวเองได้หากเป็นในระยะเริ่มต้น เช่น ผมแห้งเสียจากการทำเคมี การเลือกผลิตภัณฑ์ที่วางขายในท้องตลาดมาใช้แก้ปัญหาอาจยังพอช่วยได้ แต่หากปัญหาผมแห้งเสียรุนแรงขึ้นจนเริ่มผมร่วง ผมบาง หรือมีปัญหาอื่นๆร่วมด้วย ผลิตภัณฑ์ต่างๆเหล่านั้นก็ไม่สามารถช่วยได้อีกต่อไป ก็ถึงเวลาที่ต้องแก้ไขปัญหาจากภายในและฟื้นฟูอย่างถูกวิธี

นามนิน เข้าใจถึงปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมที่มีความละเอียดอ่อนและซับซ้อน จึงได้พัฒนาและพร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม ออกแบบการรักษา ดูแลและฟื้นฟูเส้นผมโดยแพทย์เฉพาะทาง ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีปัญหาผมร่วงผมบางเพียงอย่างเดียวจึงจะมาพบแพทย์ได้ เพียงแค่คุณเป็น “คนรักผม” ก็มาที่นามนินได้ตลอดเวลา

เริ่มต้น หากต้องการให้เส้นผมได้รับการดูแลเป็นพิเศษ แนะนำ Hair Spa ของนามนิน เป็นการดูแลเส้นผมที่ประกอบไปด้วยโปรแกรม Namnin Perfect Hair Treatment ที่ผสานศาสตร์การนวดบำรุงหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการปวดศีรษะ บรรเทาความเมื่อยล้าจากการทำงาน ร่วมกับการฟื้นฟูเส้นผมด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ช่วยปรับสมดุล



หนังศีรษะ มีคุณสมบัติลดการหลุดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม ส่งผลให้ผมแข็งแรง เงางาม มีน้ำหนักตั้งแต่โคนจรดปลาย และในทุกขั้นตอนการทำทรีทเม้นต์ คุณจะสัมผัสได้ถึงความสบายและผ่อนคลายเหมือนอยู่ในสปา การได้ดูแลเส้นผมที่รักพร้อมกับได้ฮีลใจตัวเองไปด้วย เป็นโมเมนต์ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองดูสักครั้งค่ะ


อีกหนึ่งบริการในกลุ่ม Hair Spa คือ Namnin Natural Hair Color เป็นการปิดผมขาวจากสารสกัดธรรมชาติ พร้อมบำรุงเส้นผมอย่างอ่อนโยน ในการทำทรีทเม้นต์ คุณจะได้รับการย้อมผมด้วยสารบำรุงออร์แกนิก ที่ผสานพลังและคุณค่าของธัญพืชและสมุนไพรกว่า 30 ชนิด ปราศจากแอมโมเนีย เฮนน่า และสารเคมีอันตราย ปิดท้ายด้วยการเสริมความแข็งแรงของเส้นผมด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผมเข้มข้น ที่คัดสรรมาเพื่อดูแลเส้นผมให้เงางามและสุขภาพดีกว่าที่เคย 



สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงและบาง หากต้องการฟื้นคืนสุขภาพเส้นผม ทรีทเม้นต์หนึ่งของนามนินที่ตอบโจทย์ได้ดีมากคือ Premium Hair Booster การบำรุงผมที่เสริมความแข็งแรงจากภายใน กระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม ส่งผลให้ผมที่อ่อนแอกลับมาแข็งแรง เส้นผมมีขนาดใหญ่ขึ้น หนาแน่น ดกดำ เงางาม และสุขภาพดีจากรากจรดปลายผม ไม่มีผลข้างเคียง และสัมผัสได้ว่าเส้นผมแข็งแรงขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ




ทุกคนที่เข้ามารับบริการจะได้รับการการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาโดยคุณหมอนิน ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ชำนาญด้านการปลูกผม โดยจะเป็นการออกแบบการฟื้นฟูและรักษาเฉพาะรายบุคคล เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เพื่อให้หน้าผู้รับบริการกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีอิสระในแบบของตัวเอง แล้วให้นามนินเป็นผู้ดูแลเส้นผมที่คุณรัก  Enjoy your life

บุหรี่ไฟฟ้า ภัยเงียบของคนรักผม
“บุหรี่” คือเจ้าของฉายา ฆาตกรผ่อนส่ง ซึ่งหลายคนน่าจะเคยได้ยินคำกล่าวว่า การสูบบุหรี่ 1 ซอง ทำให้ชีวิตสั้นลง 2 ชั่วโมง 20 นาที และการสูบบุหรี่เพียงมวนเดียว ก็ทำให้ชีวิตสั้นลงไป 7 นาที เนื่องจากสารพิษในบุหรี่นั้น เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคร้ายต่าง ๆ หลายโรค รวมทั้งส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายมากมาย และหนึ่งในนั้นก็คือ ส่วนของหนังศีรษะและเส้นผม 

ในช่วงหลังมานี้ เราจึงเริ่มเห็นเทรนด์การใช้ “บุหรี่ไฟฟ้า” แทนบุหรี่ทั่วไปแบบเดิม ซึ่งถ้าไม่นับข้อดีในแง่ของการหยุดส่งควันบุหรี่กลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมารบกวนคนรอบข้างแล้ว ก็ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ว่า บุหรี่ไฟฟ้า ควรจะมาทดแทนบุหรี่ทั่วไปหรือไม่ เป็นอันตรายน้อยลง หรือมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นแค่ไหน แล้วจะสามารถช่วยในการเลิกบุหรี่ได้จริงหรือ อีกทั้งในปัจจุบัน ประเทศไทยก็ยังไม่อนุญาตให้มีการนำเข้า ซื้อขาย หรือครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

การมาถึงของบุหรี่ไฟฟ้า ยังทำให้เกิดคำถามใหม่ ๆ ในแวดวงของคนรักเส้นผม ว่าหากการสูบบุหรี่แบบเดิมมีส่วนทำให้ผมอ่อนแอ หลุดร่วงง่าย จนนำไปสู่ภาวะผมร่วงและผมบางได้แล้ว ถ้าอย่างนั้น บุหรี่ไฟฟ้า จะเป็นอันตรายต่อเส้นผมของเรามากน้อยแค่ไหน ผู้ที่จะเข้ารับการปลูกผม ซึ่งคุณหมอมักจะขอให้งดการสูบบุหรี่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง จะสามารถเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าทดแทนได้หรือไม่ 

...มาทำความเข้าใจบุหรี่ทั้ง 2 แบบ รวมถึงผลลัพธ์ต่อเส้นผมของเราไปพร้อม ๆ กัน...


บุหรี่ทั่วไป VS บุหรี่ไฟฟ้า

เราคงคุ้นเคยกับภาพของบุหรี่ทั่วไป ที่ประกอบด้วยกระดาษ ใบยาสูบ และก้นกรอง เมื่อจุดบุหรี่แล้ว จะเกิดการเผาไหม้ ซึ่งส่วนที่เป็นอันตรายที่สุดของบุหรี่ ก็จะอยู่ที่ “ควันบุหรี่” นั่นเอง เพราะเต็มไปด้วยสารเคมีหลายพันชนิด บ้างเป็นสารพิษและสารก่อมะเร็งที่ทำให้เกิดโรคร้ายตามมาได้หลายประเภท 

กระบวนการเผาไหม้ของบุหรี่ ยังทำให้ผู้สูบได้รับอันตรายจากสารบางตัว เช่น ทาร์ หรือคาร์บอนมอนอกไซด์ ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่า เป็นสาเหตุของโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและโรคมะเร็งอีกด้วย


ขณะที่บุหรี่ไฟฟ้า จะมีหลักการใช้งานแตกต่างออกไป เนื่องจากเป็นอุปกรณ์สำหรับสูบบุหรี่ที่ไม่ได้ใช้การเผาไหม้ แต่อาศัยกลไกไฟฟ้าทำให้เกิดความร้อนและไอน้ำ ประกอบด้วยแบตเตอรี่ Atomizer ที่ทำให้เกิดความร้อนและไอน้ำ รวมถึงน้ำยา ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้าจะไม่ก่อให้เกิดควัน ทำให้สามารถลดความเสี่ยงจากการเผาไหม้ของทาร์ หรือคาร์บอนมอนอกไซด์ได้  อย่างไรก็ตาม เมื่อน้ำยาระเหยเป็นไอและได้รับการสูบเข้าไป  สารประกอบที่เป็นอันตรายบางชนิดก็จะเข้าสู่ร่างกายโดยตรงได้เช่นกัน


มีสารอะไรอยู่ในบุหรี่ ?

สำหรับบุหรี่ทั่วไป หากเกิดการเผาไหม้แล้ว จะทำให้เกิดสารเคมีมากกว่า 4,000 ชนิดเลยทีเดียว ในบรรดาสารเหล่านั้น มีหลายร้อยชนิดที่อาจส่งผลต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ในร่างกาย และมี 42 ชนิดที่เรียกได้ว่าเป็นสารก่อมะเร็ง นอกจากนั้น ยังมีสารพิษอื่น ๆ ที่ประกอบอยู่ในบุหรี่มวนเล็ก ๆ 1 มวน ตัวอย่างเช่น

  • นิโคติน (Nicotine) ซึ่งเป็นสารหลักที่เราจะพูดถึงกันในหัวข้อถัดไป
  • ทาร์ (Tar) หรือน้ำมันดิน จะไปจับอยู่ที่เนื้อปอด ทำให้เยื่อบุหลอดลมทำงานได้ไม่เต็มที่
  • คาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon monoxide) เป็นก๊าซแบบเดียวกับที่ปล่อยจากท่อไอเสียรถยนต์ จะไปขัดขวางการลำเลียงออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง ทำให้เหนื่อยง่าย หัวใจต้องทำงานหนักขึ้น
  • ไฮโดรเจนไดออกไซด์ (Hydrogen dioxide) ทำให้เกิดอาการไอ มีเสมหะ และหลอดลมอักเสบเรื้อรัง
  • ไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen dioxide) ทำลายเยื่อบุหลอดลมจุดสำคัญ ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพองได้
  • แอมโมเนีย (Ammonia) ออกฤทธิ์ระคายเคือง ทำให้เกิดหลอดลมอักเสบ

และในบุหรี่ไฟฟ้า ยังคงมีนิโคตินเป็นสารประกอบหลักเช่นเดิม รวมไปถึงสารอื่น ๆ ตัวอย่างเช่น

  • โพรโพลีนไกลคอล ทำให้เกิดอาการไอ
  • กลีเซอรีน รวมถึงสารแต่งกลิ่นและรส แม้จะเป็นสารเคมีที่สามารถใช้กับอาหารได้อย่างปลอดภัย แต่เมื่อเปลี่ยนรูปเป็นไอและได้รับการสูบเข้าไปแล้ว ยังไม่มีการยืนยันว่าจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อร่างกาย เช่น เกิดการระคายเคืองที่ผิวหนัง ดวงตา และปอด โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง โรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพอง

นอกจากนั้น ยังพบสารประกอบในไอของบุหรี่ไฟฟ้าอีกหลายชนิด ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย เช่น โลหะหนัก สารหนู ฟอร์มาลีน และเบนซีน เป็นต้น ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่นโรคหัวใจ และโรคมะเร็ง



ทำความรู้จัก “นิโคติน”

เราได้ยินกันจนคุ้นหูว่า นิโคติน คือสารพิษตัวร้ายในบุหรี่ วันนี้ เราจะมาทำความรู้จักนิโคตินกันมากขึ้น นิโคตินถือเป็นสารที่ทำให้เกิดการเสพติด ทำให้ผู้สูบบุหรี่อยากกลับมาสูบซ้ำ ๆ โดยสมองจะเกิดการเสพติดหลังได้รับนิโคตินอย่างเร็วที่สุดภายใน 7 วินาทีเท่านั้น (นั่นจึงเป็นที่ถกเถียงกันว่า การสูบบุหรี่ไฟฟ้าซึ่งมีสารเสพติดอย่างนิโคตินเป็นสารประกอบหลัก จะช่วยให้เลิกบุหรี่ได้จริงหรือไม่)

นิโคตินนั้นเรียกได้ว่ามีฤทธิ์แรงมากที่สุดในบรรดาสารต่าง ๆ ในควันบุหรี่ เป็นสารคล้ายน้ำมัน ไม่มีสี หากเข้าสู่ร่างกายแล้ว ร้อยละ 95 ของนิโคตินจะไปจับตัวรวมกันอยู่ปอด ส่วนที่เหลืออาจจะไปเกาะที่ริมฝีปาก และบางส่วนจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ทั้งกระตุ้น กด และกล่อมระบบประสาทส่วนกลาง เพิ่มการหลั่งสารเอพิเนฟรีน และสารอะดรีนาลีน ซึ่งเป็นสาเหตุให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็วขึ้น เพิ่มความเสี่ยงของโรคร้าย ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง มะเร็งปอด ช่องปาก หลอดอาหาร และตับอ่อน รวมไปถึงโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ทั้งยังกระตุ้นการหลั่งคอร์ติซอล ที่ส่งผลให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น นำไปสู่โรคเบาหวานอีกด้วย 



“นิโคติน” อันตรายแฝงต่อเส้นผม

นิโคติน ซึ่งเป็นสารตัวหลักทั้งในบุหรี่ทั่วไปและในบุหรี่ไฟฟ้า จะออกฤทธิ์ทำให้เกิดการหดตัวของเส้นเลือดทั่วร่างกาย หรือที่เรียกว่า Vasoconstriction ไม่ว่าจะเป็นเส้นเลือดหัวใจ เส้นเลือดสมอง รวมถึงเส้นเลือดที่ทำหน้าที่ลำเลียงอาหารและออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงเซลล์รากผม เมื่อรากผมได้รับสารอาหารไม่เต็มที่ ผลที่ตามมาก็คือ รากผมจะอ่อนแอลง ไม่คงทนแข็งแรงเหมือนปกติ ทำให้เส้นผมเปราะขาด หลุดร่วงง่าย

การสูบบุหรี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่มีส่วนทำให้เกิดอาการผมร่วง ผมบาง และผมล้าน ซึ่งงานวิจัยจากหลาย ๆ แหล่งก็ให้ข้อสรุปตรงกันว่า ผู้ที่สูบบุหรี่ มีโอกาสเกิดภาวะผมร่วง ผมบาง ได้มากกว่า และเร็วกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่





“นิโคติน” ศัตรูของผมปลูกใหม่

เมื่อนิโคตินเป็นอันตรายต่อเส้นผมของคนทั่วไป จึงไม่น่าแปลกใจที่คุณหมอจะขอให้ผู้เข้ารับการปลูกผมระมัดระวังเรื่องการสูบบุหรี่เป็นพิเศษ เพราะเส้นผมปลูกใหม่นั้นบอบบาง เสี่ยงต่อการหลุดร่วงมากกว่าเส้นผมทั่วไปหลายเท่า แม้ว่าจะปัจจุบันจะยังไม่มีงานวิจัยที่ชี้ชัดถึงผลกระทบของนิโคตินต่อการงอกของผมปลูกใหม่ แต่เป็นที่แน่ชัดว่า การสูบบุหรี่จะทำให้โอกาสรอดของกราฟต์ผมปลูกใหม่ลดลง หรือทำให้ผมปลูกใหม่ขึ้นช้า เกิดเป็นเส้นผมที่อ่อนแอ ไม่คงทนแข็งแรง และมีขนาดเส้นเล็กบางกว่าที่ควร

นอกจากนั้น การที่นิโคตินไปทำให้เส้นเลือดหดตัว หนังศีรษะที่อาจมีแผลหลงเหลืออยู่หลังการทำหัตถการปลูกผม ก็จะได้รับสารอาหารและออกซิเจนน้อยลง ส่งผลให้แผลยิ่งหายช้า และอาจมีส่วนทำให้กราฟต์ผมหลุดร่วงไปก่อนเวลาอันควร



คำแนะนำจากคุณหมอ

คุณหมอจะแนะนำข้อปฏิบัติสำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ ให้งดการสูบบุหรี่ ทั้งบุหรี่ทั่วไป และบุหรี่ไฟฟ้า ประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการปลูกผม เพื่อเตรียมสภาพของหนังศีรษะและเซลล์รากผมให้พร้อมสำหรับการปลูกผมใหม่อย่างเต็มที่ และควรงดการสูบบุหรี่ 2 สัปดาห์หลังปลูกผมไปแล้วด้วยเช่นกัน เพื่อเพิ่มอัตราการอยู่รอดของเส้นผมปลูกใหม่ให้มากขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น หากใครสามารถเลิกบุหรี่ในระยะยาวได้ ก็จะช่วยคืนความแข็งแรงให้กับเส้นผมเดิม และเพิ่มโอกาสการเติบโตอย่างคงทนถาวรให้กับเส้นผมปลูกใหม่ จนสามารถอยู่คู่กับหนังศีรษะของเราตามวงจรธรรมชาติได้นานขึ้นด้วย

ชุบชีวิต คืนเส้นผม ด้วย PHB
นวัตกรรมบำรุงผมขั้นสุด PHB ได้รับการออกแบบมาเพื่อคนรักเส้นผมทุกคนที่ต้องการฟื้นฟูดูแลผมให้กลับมาสุขภาพดีจากภายใน และยังเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาผมร่วงและผมบางในระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์ ภาวะทางสุขภาพ ความเครียด การขาดสารอาหาร หรือการใช้สารเคมีในการแต่งผม ซึ่งยังไม่จำเป็นต้องเข้ารับการปลูกผมใหม่ ก็สามารถรับบริการ PHB เพื่อคืนความหนาแน่น ดกดำ ให้กับเส้นผมที่คุณรักได้ รวมถึงผู้ที่เข้ารับการปลูกผมมาแล้ว แต่ต้องการเสริมความแข็งแรงและความหนาแน่นของเส้นผมขึ้นไปอีกระดับ ก็สามารถพิสูจน์พลังบำรุงของ PHB ได้เช่นกัน

PHB Treatmentฟื้นฟูปัญหาผมบาง
ในระยะเริ่มต้นบำรุงสู่หนังศีรษะเพื่อให้ตรงเข้าลึกถึงเซลล์รากผม
:: ลดการหลุดร่วง กระตุ้นการงอกของผมใหม่
:: บำรุงเส้นผมให้แข็งแรง เงางาม สุขภาพดี
:: เห็นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ครั้งแรกที่รักษา
:: รับบริการพร้อมกับ Treatment อื่นๆได้
:: ฟื้นฟูให้ผมหนาและแข็งแรงขึ้น สะดวกสบาย ไม่ต้องพักฟื้น











“เส้นผม” ชีวิตจะเสียศูนย์ถ้าปล่อยให้สูญเสีย
ปัญหาผมร่วงผมบางเหมือนระเบิดเวลา ยิ่งรอยิ่งรุนแรง แก้ไขได้ยาก หรือในที่สุดอาจต้องปล่อยให้ปัญหาระเบิดโดยที่ทำอะไรไม่ได้เลย สำหรับผู้ที่ยังไม่มีปัญหาอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกนี้ แต่เมื่อใดที่สังเกตได้ว่าเริ่มมีความผิดปกติเกี่ยวกับเส้นผม เสียงนับถอยหลังของระเบิดเวลาจะดังขึ้นทันที เริ่มด้วยความสงสัย กังวล ตามมาด้วยความพยายามปกปิด หวาดระแวง สูญเสียความมั่นใจ บุคลิกภาพเปลี่ยนไป หากยื้อเวลาไปเรื่อยๆ ก็จะตกอยู่ในสภาพนั้นตลอดไป   



ก่อนหน้านี้การปลูกผมยังเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ยาก ทั้งวิธีการที่ซับซ้อน และน่ากลัว การดูแลหลังการปลูกผมก็มีขั้นตอนมาก ยุ่งยาก ต้องพักฟื้นนาน กระทบชีวิตประจำวันแทบไม่ต่างกับการผ่าตัดใหญ่ การปลูกผมจึงค่อนข้างเป็นเรื่องที่ไกลตัว ต้องเป็นคนที่มีความพร้อมจริงๆ ถึงขั้น “อุทิศตน” จึงจะเข้าถึงการปลูกผมได้

แต่ในปัจจุบัน การปลูกผมพัฒนาขึ้นมาก โดยเฉพาะด้านเทคนิคและอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการปลูกผม ดังที่ พญ.ดิลกณิกนันต์ นามทองต้น หรือคุณหมอนิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผม ผู้ที่เข้าใจถึงความหมายและความสำคัญของเส้นผมว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงบุคลิกภาพและตัวตนได้อย่างชัดเจน จึงได้มุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนาเทคนิคการปลูกผม NEAT และต่อยอดไปถึงการดูแลสุขภาพเส้นผมแบบองค์รวมที่จะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาเส้นผมในภาวะต่างๆ ได้กลับมามั่นใจและสัมผัสกับความสุขกับการใช้ชีวิตได้อีกครั้งหนึ่ง



การปลูกผมเทคนิค NEAT เป็นการผสานกันอย่างลงตัวระหว่างศาสตร์และศิลป์ เพื่อให้การปลูกผมมอบทั้งความสวยงามและความสะดวกสบายให้ผู้เข้ารับบริการ เข้าถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ที่ทุกอย่างต้องไม่กระทบกับกิจวัตรประจำวัน ผลลัพธ์จากการปลูกผมเทคนิค NEAT ที่สัมผัสได้คือ

  • กรอบหน้าใหม่ที่ออกแบบโดยแพทย์ตามหลัก Golden Ratio เสริมให้รูปหน้ามีสัดส่วนที่สวยงามขึ้น
  • การปลูกผมด้วยมือแพทย์ทุกเส้น จึงมั่นใจได้ทั้งความหนาแน่นและทิศทางของผมที่เป็นธรรมชาติ
  • เทคนิคการเจาะนำผมออกจากด้านหลังทีละเส้นแบบขั้นบันได ไม่ต้องโกนผม ไม่ทิ้งรอยแผล 
  • อุปกรณ์ที่ใช้ปลูกผมมีขนาดเล็กมาก ปลูกผมได้ละเอียด แม่นยำ แผลเล็ก เจ็บน้อย ไม่ช้ำบวม ไม่ต้องพักฟื้นหลังการปลูกผม ใช้ชีวิตตามปกติได้ทันที
  • ดูแลหลังการปลูกผมต่อเนื่อง ติดตามผลเป็นระยะ ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด จนกว่าจะได้ผลลัพธ์เป็นเส้นผมใหม่ที่สมบูรณ์





เมื่อการปลูกผมไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอีกต่อไป ก็ไม่ควรปล่อยให้ปัญหาผมร่วงผมบางมาทำลายความมั่นใจและตัวตนของคุณได้อีก เปิดใจให้ NEAT ได้เติมเต็ม “เส้นผมใหม่” ที่จะเปลี่ยนคุณให้เป็นคนใหม่ที่ดูดียิ่งขึ้น พร้อมเปิดโอกาสรับสิ่งดีๆที่จะเข้ามาในชีวิต ซึ่งไม่ได้เป็นคำกล่าวที่เกินจริงแต่อย่างใด เพราะทุกคนที่เลือกปลูกผมเทคนิค NEAT  ต่างได้สัมผัสกับความรู้สึกดีเป็นพิเศษแบบนี้มาแล้วทั้งสิ้น

หยุดวงจรระเบิดเวลาของปัญหาเส้นผมได้ทันที อยู่ที่การตัดสินใจของตัวคุณเอง         
   

ปลูกผมใหม่ ในวัย 50+
ไม่ใช่แค่วัยรุ่นหรือคนหนุ่มสาว แต่คนทุกวัย ก็อยากจะมีรูปลักษณ์ที่ชวนมองหรือบุคลิกที่น่าเชื่อถือ เพื่อเติมเต็มความรู้สึกรักตนเองและมั่นใจในตนเองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า “เส้นผม” เป็นปัจจัยความงามข้อหนึ่ง ที่เปรียบเหมือนเครื่องประดับตามธรรมชาติของร่างกาย ช่วยเสริมความมั่นใจในทุก ๆ วันของการใช้ชีวิต แต่เมื่อเส้นผมแข็งแรงสุขภาพดีไม่ได้คงทนยาวนานพอที่จะอยู่กับเราไปตลอด หลายคนจึงพบปัญหาผมบาง ผมร่วง ไปจนถึงผมล้านเมื่ออายุมากขึ้น 


หากคุณหรือคนในครอบครัว ที่อยู่ในวัย 50+ และกำลังกลุ้มใจกับปัญหาผมล้านหรือผมบางกินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง จนกังวลว่า ปัญหาหนักขนาดนี้ จะยังปลูกผมใหม่ได้อยู่ไหม สิ่งแรกที่คุณควรทำอย่างไม่ต้องลังเลใจ ก็คือการเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับคุณหมอผู้ชำนาญด้านเส้นผม


เพราะคุณหมอคือคนเดียวที่ช่วยวิเคราะห์สภาพปัญหาผม สำรวจปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะประเมินความเป็นไปได้ และออกแบบแนวทางการรักษา เพื่อคืนความหนาแน่นให้กับเส้นผมและหนังศีรษะได้มากที่สุด และนี่ก็คือแนวทางการแก้ปัญหาผมสำหรับคนวัย 50+ ที่แม้ว่าจะมีต้นทุนผมสุขภาพดีไม่มากเท่ากับคนในวัยหนุ่มสาว แต่ก็ยังมีทางออกหลายรูปแบบที่คุณหมอแนะนำเช่นกัน


1 ปลูกผมถาวร

สำหรับแนวทางนี้ คนไข้ในวัย 50+ ส่วนใหญ่จะมีความกังวลใจ เนื่องจากปัญหาผมบางในวัยนี้มักจะขยายเป็นวงกว้าง นั่นหมายความว่าคนไข้ต้องการกราฟต์ผมสำหรับการปลูกใหม่ค่อนข้างมาก ขณะเดียวกันกราฟต์ผมต้นทุนบริเวณด้านหลังท้ายทอย ที่มีคุณสมบัติต้านทานฮอร์โมนที่ส่งผลให้ผมหลุดร่วงง่าย ซึ่งจำเป็นต้องใช้ในการย้ายมาปลูกใหม่ ก็อาจเหลือจำนวนน้อยลง หรือมีความอ่อนแอลงเนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นของเจ้าของเส้นผมเอง


อย่างไรก็ตาม คุณหมอจะช่วยประเมินการใช้กราฟต์ผมที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า เพื่อช่วยแก้ปัญหาผมบางให้ได้มากที่สุด พร้อมกันนั้นก็จะพิจารณาความเป็นไปได้ในการใช้กราฟต์ผมที่นอกเหนือไปจากบริเวณด้านหลังท้ายทอย มาช่วยเสริมด้วยอีกส่วนหนึ่ง 

ที่สำคัญ คุณหมอจะช่วยออกแบบการปลูกผมให้ตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของรูปลักษณ์ หรือบุคลิกภาพ ภายใต้ข้อจำกัดที่มีอยู่ เพื่อให้เส้นผมใหม่ช่วยคืนความมั่นใจให้กับคนไข้ได้ในที่สุด


2 Premium Hair Booster

อีกทางเลือกหนึ่งที่คุณหมอมักแนะนำให้กับคนไข้ไม่ว่าอยู่ในวัยไหนก็ตาม ก็คือการเข้ารับบริการ Treatment บำรุงล้ำลึก ที่คัดสรรโดยนามนิน เพื่อคนรักเส้นผมโดยเฉพาะ โดย Premium Hair Booster เป็นนวัตกรรมที่จะช่วยลดอาการผมร่วง และกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม พร้อมกับฟื้นบำรุงให้เส้นผมที่อ่อนแอ ลีบบาง มีขนาดใหญ่ขึ้น หนาขึ้น และแข็งแรงยิ่งขึ้นจากภายใน เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ภาวะทางสุขภาพ ความเครียด การขาดสารอาหาร ตลอดจนมลภาวะหรือสารเคมี

Premium Hair Booster พัฒนาขึ้นโดยแพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผมของนามนิน อาศัยพลังบำรุงขั้นสุดจากอนุภาคไซส์จิ๋วที่เล็กระดับนาโน หรือเล็กกว่าเซลล์ทั่วไปถึง 1/1000 เท่า ซึ่งแยกออกมาจากสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิด ภายในประกอบด้วยสารชีวโมเลกุลต่าง ๆ นับพันชนิด และโปรตีนอีกหลายประเภท มากกว่าสารชีวโมเลกุลและโปรตีนที่พบใน PRP หรือเกล็ดเลือดเข้มข้นเป็นพันเท่า 

ไม่เพียงเท่านั้น นามนินยังเพิ่มพลังบูสต์เต็มขั้น ด้วยวิตามินสูตรเฉพาะ เพื่อทำงานร่วมกับอนุภาคบำรุงได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นนวัตกรรมที่สะดวกสบาย เพียงฉีดสารบำรุงเข้าสู่หนังศีรษะบริเวณที่ยังมีรูขุมขนอยู่ สารสำคัญต่าง ๆ จะตรงเข้าซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ และฟื้นฟูการสร้างเซลล์ใหม่ โดยไม่ทิ้งรอยแผลหรืออาการเจ็บ ไม่มีผลข้างเคียง และไม่ต้องพักฟื้นหรือดูแลเป็นพิเศษ หลังรับบริการสามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ หรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

Premium Hair Booster ยังให้ผลลัพธ์ที่พิสูจน์เห็นได้ตั้งแต่ครั้งแรก ในการคืนความหนาแน่น ดกดำ แข็งแรงให้กับเส้นผม จึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจและมีความปลอดภัยสูงสำหรับคนทุกวัย แม้ในวัย 50+ ก็ตาม


3 ปลูกผมเทคนิค NEAT + Premium Hair Booster

สำหรับบางกรณีที่มีปัญหาเส้นผมในระดับค่อนข้างรุนแรง คุณหมออาจแนะนำให้เข้ารับการปลูกผมร่วมกับ Treatment ด้วย เพื่อเสริมบำรุงเส้นผมเดิมและเส้นผมใหม่ไปพร้อม ๆ กัน เนื่องจากความแข็งแรงของเส้นผมเดิมก็จะส่งผลดีต่อเส้นผมใหม่ด้วยนั่นเอง 

หากคนไข้ให้ความสนใจเลือกวิธีนี้ หรือคุณหมอมองว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุด ทั้งคุณหมอและคนไข้จะร่วมกันออกแบบการรักษา ว่าควรจะฉีดบำรุงด้วย Premium Booster ก่อน เพื่อเสริมให้ผมแข็งแรง แล้วจึงค่อยเข้ารับการปลูกผม หรือในอีกกรณีหนึ่ง สามารถที่จะเข้ารับการปลูกผมใหม่ให้เรียบร้อยก่อน แล้วจึงฉีดบำรุงตามระยะที่คุณหมอกำหนด ซึ่งมีคนไข้ของนามนินที่เคยเข้ารับบริการด้วยสูตรผสมนี้ และกลับบ้านไปด้วยผลลัพธ์ที่น่าพอใจ


ทั้งนี้ การตัดสินใจจะขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผม รวมถึงความต้องการของผู้เข้ารับบริการเอง ซึ่งคุณหมอจะเปิดใจคุยกับคนไข้อย่างตรงไปตรงมา ถึงความเป็นไปได้จริงในการรักษา ดังนั้น ก้าวแรกที่สำคัญที่สุด จึงเป็นการเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับคุณหมอ เพื่อทำความเข้าใจปัญหา และร่วมกันหาทางฟื้นฟูดูแลเส้นผม 

...เพราะไม่มีคำว่าสูงวัยเกินไป สำหรับการเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ด้วยการกลับมาดูแลตัวเองให้ดูดีอีกครั้ง...

คุณแม่มือใหม่ ทำไมผมร่วงหลังคลอด?
โลกของคุณแม่มือใหม่ ไม่ได้สวยงามชวนฝันเหมือนในละครโทรทัศน์ ไหนจะต้องรับบทบาทคุณแม่ดูแลเจ้าตัวเล็ก 24 ชั่วโมง อดหลับอดนอน รับมือกับความเครียดสารพัดเรื่อง คุณแม่หลายคนยังต้องกังวลกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจ ต้องพยายามดูแลตัวเองทั้งที่ในแต่ละวันก็แทบไม่มีเวลา ทั้งยังต้องมาเจอกับปัญหาอย่างเช่น “ภาวะผมร่วงหลังคลอด” ที่ทำเอาคุณแม่หลายคนเสียขวัญเพราะผมร่วงในแต่ละวันเป็นร้อย ๆ เส้น!! จนเกิดคำถามมากมายว่าร่างกายมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรือเปล่า ผมจะร่วงแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน  มีวิธีช่วยหยุดอาการผมร่วงได้หรือไม่ 

...คำตอบอยู่ในอีกไม่กี่บรรทัดข้างล่างนี้แล้ว มาทำความเข้าใจภาวะผมร่วงหลังคลอดของเหล่าคุณแม่มือใหม่ไปพร้อม ๆ กันเลย...


ผมร่วงหลังคลอด ...ผิดปกติหรือไม่...

ภาวะผมร่วงหลังคลอด ไม่ใช่อาการผิดปกติ หรืออาจเป็นอันตรายแต่อย่างใด ตามสถิติแล้ว จะมีคุณแม่ถึงประมาณร้อยละ 50 ที่ต้องเผชิญกับอาการผมร่วงหลังคลอด และผมที่ร่วงเป็นหลักร้อยเส้นนั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นแค่ปริมาณส่วนน้อยเพียงร้อยละ 5-15 ของเส้นผมทั้งหมดบนหนังศีรษะเท่านั้นเอง และโดยปกติผมของคนเราก็อาจร่วงได้ถึง 100 เส้นต่อวันอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกังวลใจมากจนเกินไป


คุณแม่มือใหม่ ...ทำไมจึงผมร่วง...

นอกจากปัจจัยอย่างเช่นความเครียด ความกังวลในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงการรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลแล้ว สาเหตุหลักของภาวะผมร่วงหลังคลอด ก็คือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนภายในร่างกายของคุณแม่นั่นเอง ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพมากขึ้น มาทำความรู้จักกับวงจรชีวิตของเส้นผมกันก่อน ประกอบไปด้วย 3 ระยะ ได้แก่

  • ระยะงอกของเส้นผม (Anagenic Phase)
  • ระยะพักของเส้นผม (Catagen Phase)
  • ระยะเตรียมหลุดร่วง (Telogen Phase)

เมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนในระดับสูงขึ้น และสร้างออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งเจ้าฮอร์โมนเอสโตรเจนนี้เอง จะไปกระตุ้นให้เส้นผมเกือบทั้งศีรษะเข้าสู่ระยะเจริญเติบโตพร้อม ๆ กัน มีเพียงส่วนน้อยมาก ๆ ที่อยู่ในระยะพัก (Catagen Phase) และเตรียมหลุดร่วง ผลที่ตามมาก็คือ จากเดิมก่อนตั้งครรภ์ที่คุณแม่เคยผมร่วงตามธรรมชาติวันละ 70-100 เส้น กลายเป็นว่าพอตั้งครรภ์แล้ว ผมจะหลุดร่วงน้อยลง แลดูหนาดกดำขึ้นตลอด 9 เดือน 

แต่พอคลอดแล้ว ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจะลดระดับลงอย่างรวดเร็ว เส้นผมจำนวนมากที่เคยอยู่ในระยะเจริญเติบโตเพราะฮอร์โมนเลี้ยงระดับไว้ จึงหยุดการเจริญเติบโตอย่างกะทันหัน พากันเข้าสู่ระยะพัก (Catagen Phase) ตามมาด้วยระยะเตรียมหลุดร่วง (Telogen Phase) ทำให้ผมร่วงพร้อม ๆ กันมากกว่าปกติ นับเป็นร้อย ๆ เส้นอย่างที่เราเห็น บางครั้งอาจร่วงมากถึง 400-500 เส้นต่อวันทีเดียว ซึ่งภาวะผมร่วงหลังคลอดนี้ มีอีกชื่อหนึ่งว่า ภาวะ Telogen Effluvium แบบเฉียบพลันนั่นเอง


นานแค่ไหน ...กว่าผมจะหยุดร่วง...

โดยเฉลี่ยแล้ว คุณแม่มือใหม่มักจะมีอาการผมร่วงหนักประมาณ 3 เดือน ซึ่งภาวะผมร่วงหลังคลอดนี้จะเริ่มปรากฏชัดขึ้นในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังคลอด และในช่วงเดือนที่ 6-12 ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะค่อย ๆ ปรับเข้าสู่ระดับปกติ ภาวะ Telogen Effluvium จะค่อย ๆ หายไป จนกระทั่งผมเริ่มหยุดร่วงมากผิดปกติในที่สุด ดังนั้น หลังคลอดไปแล้ว 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง เส้นผมของคุณแม่ก็จะกลับมาหนาแน่นเหมือนเดิม


ชวนคุณแม่ ...ดูแลเส้นผมหลังคลอด...

แม้ว่าอาการผมร่วงหลังคลอดจะอยู่กับคุณแม่เพียงแค่ชั่วคราว แต่ระหว่างที่ผมร่วงเยอะ ๆ นั้นก็คงจะทำให้คุณแม่จิตตกและเครียดกังวลอยู่ไม่น้อย แม้ว่าเราจะหยุดอาการผมร่วงไม่ได้ แต่ก็ยังมีอีกหลาย ๆ วิธีที่จะช่วยฟื้นฟูดูแลสุขภาพผม รวมถึงมีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สุขภาพผมของคุณแม่อ่อนแอลงไปกว่าเดิม 

  • เริ่มจากขั้นตอนการสระเพื่อทำความสะอาดเส้นผม แนะนำให้เลือกใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง และสามารถนวดหนังศีรษะเบา ๆ ระหว่างสระผม เพื่อกระตุ้นให้เลือดมาเลี้ยงรากผมได้ดีขึ้น

  • เสริมด้วยการใช้ครีมนวดบำรุงเส้นผมตั้งแต่ช่วงกลางผมถึงปลายผม เพื่อให้เส้นผมเงางาม มีน้ำหนัก แต่ระวังอย่าชโลมครีมนวดบริเวณหนังศีรษะโดยตรง เพราะจะยิ่งเพิ่มความมันให้กับหนังศีรษะ จนเกิดการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุอีกข้อหนึ่งทำให้เกิดอาการผมร่วงได้

  • เรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัวอย่างเช่นการหวีผม ก็สามารถส่งผลต่อความทนทานแข็งแรงของเส้นผมได้เช่นกัน ขอแนะนำให้หวีผมอย่างเบามือ เพราะยิ่งหวีแรง ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ผมจะขาดหลุดร่วง และการหวีผมบ่อย ๆ  ยังเป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันในชั้นหนังศีรษะ ผลิตน้ำมันออกมาเกินความจำเป็น ส่งผลให้ผมยิ่งร่วงมากขึ้นได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เราไม่ควรหวีผม สัมผัสเส้นผม หรือรบกวนหนังศีรษะระหว่างวันบ่อยจนเกินไปนั่นเอง

เราอาจจะเห็นคุณแม่มือใหม่หลายคนเตรียมตัวด้วยการตัดผมสั้น เพราะดูแลง่าย โอกาสหลุดร่วงน้อย และช่วยให้ไม่ต้องมัดผมบ่อย ๆ เพราะการมัดผมเท่ากับเป็นการดึงผมให้ตึงขึ้น ทั้งที่โคนผมมีความอ่อนแออยู่แล้ว จึงอาจหลุดร่วงได้ง่ายกว่าเดิมอีก

  • หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นการไดร์เพื่อเป่าผมให้แห้ง การหนีบผม หรือการดัดผม เพราะจะยิ่งทำให้เส้นผมบางลง ทางที่ดีควรเว้นการจัดแต่งทรงผมที่ต้องใช้ความร้อนสูงไปสักระยะ 

  • อาหารก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการบำรุงผมเช่นเดียวกัน โดยหลักการง่าย ๆ คือการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยสังกะสี ธาตุเหล็ก ไอโอดีน ไบโอติน หรือโอเมก้า 3 เป็นต้น

  • พักผ่อนให้เพียงพอ และหาเวลาในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ



Premium Hair Booster ...นวัตกรรมลดผมร่วงจากนามนิน

และถ้าคุณแม่ท่านไหนกำลังมองหา Treatment บำรุงผมชั้นลึก เพื่อผมสุขภาพดีจากภายใน นามนินขอแนะนำ นวัตกรรม Premium Hair Booster ที่พัฒนาขึ้นโดยคุณหมอนิน - แพทย์หญิงดิลกณิกนันต์ นามทองต้น แพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผม เพื่อคืนความหนาแน่น ดกดำ แข็งแรงให้กับเส้นผม ด้วยพลังบำรุงจาก Exosome อนุภาคไซส์จิ๋วระดับนาโนซึ่งเป็นสารชีวโมเลกุลที่แยกออกมาจากสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิด โดยมีขนาดของอนุภาคเพียง 30 – 100 นาโนเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าเล็กกว่าเซลล์ทั่วไปถึง 1/1000 เท่า ซึ่งภายในประกอบด้วยสารชีวโมเลกุลต่าง ๆ นับพันชนิด และโปรตีนอีกหลายประเภท มากกว่าสารชีวโมเลกุลและโปรตีนที่พบใน PRP หรือเกล็ดเลือดเข้มข้นเป็นพันเท่า ทั้งยังเสริมด้วยวิตามินสูตรเฉพาะของนามนิน ในการทำงานร่วมกับ Exosome เพื่อการออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญ นวัตกรรมนี้ยังมีความปลอดภัยสูง เพียงใช้วิธีการฉีดเข้าสู่หนังศีรษะ สารสำคัญต่าง ๆ จะตรงเข้าซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ และฟื้นฟูการสร้างเซลล์ใหม่ ได้ลึกถึงระดับการแสดงออกของยีน (Epigenetic) โดยไม่มีอาการเจ็บ ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่มีผลข้างเคียง และไม่ต้องพักฟื้นหรือดูแลเป็นพิเศษ 

Premium Hair Booster ยังให้ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ในการลดอาการผมร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม และช่วยให้เส้นผมที่เคยลีบบางมีขนาดใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น ทั้งยังตอบโจทย์การฟื้นฟูภาวะผมร่วงจากสาเหตุอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ภาวะทางสุขภาพ ความเครียด การขาดสารอาหาร หรือการโดนทำร้ายจากสารเคมีอีกด้วย 



อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคุณแม่สังเกตว่า แม้เมื่อผ่านไปแล้ว 1 ปี ผมยังคงหลุดร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน กรณีนี้ขอแนะนำให้คุณแม่ปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผม เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุอื่น ๆ นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน และวางแผนการดูแลฟื้นฟูสุขภาพผมแบบเฉพาะบุคคลร่วมกัน

หยุด “ผมมัน” ด้วยการดูแลอย่างอ่อนโยน
        “ผมมัน” เกิดจากต่อมไขมันบนหนังศีรษะผลิตไขมันตามธรรมชาติที่เรียกว่า “ซีบัม” ออกมามากเกินไป ซึ่งโดยปกติ ซีบัม จะเป็นตัวเพิ่มความชุ่มชื่นให้แก่เส้นผมและหนังศีรษะ แต่หากเมื่อใดที่มีมากเกินความจำเป็น ก็จะกลายเป็นสาเหตุของผมมันนั่นเองค่ะ

มีหลายปัจจัยที่ทำให้ต่อมไขมันผลิตซีบัมออกมามากเกินไป อาทิ ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลงในช่วงวัยรุ่น ผู้หญิงช่วงมีประจำเดือน หรือแม้กระทั่งช่วงตั้งครรภ์ และบางส่วนเกิดจากพฤติกรรมของตัวเอง เช่น การสระผมบ่อยเกินไป หรือสระผมน้อยเกินไป สระผมไม่ถูกวิธี เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับเส้นผม หรือขาดการบำรุงดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ

ปัญหาผมมันไม่ได้ส่งผลต่อเฉพาะบุคลิกภาพเท่านั้น แต่หากปล่อยทิ้งไว้อาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดปัญหาหนังศีรษะอื่นๆตามมา ทั้งรูขุมขนอุดตัน สิวหรือเซบเดิร์ม และเป็นสาเหตุของผมร่วงได้
นามนินมีทริคง่ายๆที่รับรองว่าใครๆก็ทำตามได้ เพื่อแก้ปัญหาผมมันกวนใจค่ะ

การสระผมอย่างถูกวิธี โดยเลือกใช้แชมพูสำหรับผมมันโดยเฉพาะ เน้นการทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะอย่างล้ำลึกโดยไม่เพิ่มความชุ่มชื้นมากเกินไป ใช้แชมพูในปริมาณที่เหมาะสมทำความสะอาดบริเวณรากผมและหนังศีรษะ นวดอย่างเบามือจากโคนจรดปลายผม และล้างออกให้สะอาด ไม่ควรเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรง การใช้ครีมนวดผม ควรชะโลมครีมนวดเฉพาะเส้นผม ไม่ให้สัมผัสหนังศีรษะโดยตรง เพราะการใช้ครีมนวดผมที่ไม่เหมาะสมหรือล้างออกไม่หมดจะทำให้ผมมันเร็วขึ้น
เว้นระยะเวลาการสระผมอย่างเหมาะสม ไม่บ่อยเกินไปหรือทิ้งระยะนานเกินไป หากเคยสระผมทุกวันแล้วรู้สึกว่าผมมัน ก็ลองปรับเป็นสระผมวันเว้นวัน รวมถึงลองเปลี่ยนแชมพูและครีมนวดที่ช่วยลดความมันของเส้นผมและหนังศีรษะร่วมด้วย



การรักษาความสะอาดของเครื่องใช้ส่วนตัว เช่น หวี ผ้าขนหนู หมวกคลุมผม โดยเฉพาะหวีที่ใช้มาเป็นเวลานานอาจเป็นแหล่งสะสมของน้ำมันหรือสิ่งตกค้างจากผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม เป็นสาเหตุของผมมันและสกปรกได้
การบำรุงและดูแลเส้นผมอย่างอ่อนโยน มีทั้งที่ทำได้ง่ายๆด้วยตัวเอง ในขั้นตอนของการสระผม หวีผม จัดแต่งทรงผม และการดูแลเส้นผมในระหว่างวัน เพียงลดความรุนแรงลง และไม่เกา ดึง ลูบผม เสยผมมากเกินไป เพราะอาจทำให้หนังศีรษะระคายเคืองจนต่อมไขมันผลิตซีบัมออกมามากเกินไปได้ แต่หากต้องการการดูแลที่ล้ำลึก อ่อนโยนจากผู้เชี่ยวชาญ นามนินขอแนะนำ Namnin Perfect Hair Treatment ที่ผสานการศาสตร์การนวดหนังศีรษะและการทรีทเม้นท์ผมเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อบำรุงหนังศีรษะและเส้นผมอย่างอ่อนโยนและล้ำลึก



     Namnin Perfect Hair Treatment คือโปรแกรม Treatment กึ่งสปาแบบครบวงจร ผสานศาสตร์การนวดบำรุงหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ร่วมกับการคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ช่วยปรับสมดุลหนังศีรษะ ทำความสะอาดผมได้อย่างล้ำลึกโดยไม่เพิ่มความมันให้แก่เส้นผม หลังเข้ารับบริการให้ความรู้สึกสะอาด เส้นผมแข็งแรง เงางาม มีน้ำหนักตั้งแต่โคนจรดปลายผม



ในขั้นตอนแรก ผู้เชี่ยวชาญจะนวดศีรษะด้วย Organic Oil  ช่วยชะล้างสิ่งตกค้าง คราบไขมันและฝุ่นละอองบนหนังศีรษะ สะอาด อ่อนโยน ผ่อนคลาย จากนั้นสระผมด้วย Mojelim Elixir Shampoo นำเข้าจากโรงพยาบาลปลูกผมชั้นนำของเกาหลี ช่วยปรับสมดุลหนังศีรษะ ช่วยให้เส้นผมเงางาม และนวดผมด้วย Mojelim Elixir Treatment ที่อุดมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ บำรุงให้เส้นผมแข็งแรง ลดอาการแห้งเสีย เส้นผมมีน้ำหนัก เงางาม



ขั้นตอนสุดท้าย ซับผมให้แห้งหมาดและนวดบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะด้วยเซรั่ม NEAT HAIRNUE Elixir Hair Serum ซึ่งเป็นสารสกัดธรรมชาติ 100% ช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะ ปรับสมดุล ลดการหลุดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม พิถีพิถันแม้กระทั่งการเป่าผมให้แห้งด้วยลมเย็นบริเวณหนังศีรษะและใช้ลมอุ่นๆบริเวณปลายผม และปิดท้ายด้วยการลงเซรั่มบำรุงปลายผม

หากลองเข้ารับบริการแล้วประทับใจ ก็สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำที่ถูกต้องในการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมไปใช้ดูแลตนเองต่อที่บ้านได้ เพื่อเส้นผมและหนังศีรษะจะได้รับการบำรุงอย่างสม่ำเสมอ ค่ะ

ปรึกษาแพทย์ ในกรณีที่ผมมันมาก มีรังแค รูขุมขนอุดตัน หรือเป็นเซบเดิร์มร่วมด้วย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจนและวางแผนการรักษาอย่างตรงจุดโดยเร็ว เพื่อป้องกันปัญหาผมร่วง ผมบางที่อาจจะเกิดขึ้นตามมาได้ค่ะ 

“นามนิน” เข้าใจเส้นผม เข้าถึงตัวตน
เส้นผม เส้นเล็กละเอียด บางๆเบาๆ ที่มีอิทธิพลต่อจิตใจไม่เบาเลยค่ะ หากอยู่ในวัยที่ยังสามารถเลือกทรงผมได้อย่างใจต้องการ ทรงผมแต่ละทรง สีผมแต่ละสี ล้วนเป็นเครื่องสะท้อนบุคลิกของแต่ละคนได้เป็นอย่างดี จะผมสั้น ผมยาว สีดำ สีน้ำตาลหรือสีสดใสจนแสบตา ก็ล้วนเลือกสรรมาเพื่อบ่งบอกความคิดและอิสระในการใช้ชีวิตในช่วงวัยรุ่นได้ชัดเจน

หากอยู่ในวัยทำงานไปจนถึงวัยกลางคน ทรงผมก็เปลี่ยนสถานะไปเป็นตัวช่วยเสริมบุคลิกภาพให้ดูดี เหมาะสมกับหน้าที่การงาน น่าประทับใจต่อผู้ที่พบเห็น และหากจะมองให้ลึกไปกว่านั้น “สุขภาพเส้นผม” ยังเป็นเสมือนกระจกที่สะท้อนถึงการดูแลตนเองได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  ในทางตำราโหราศาสตร์ของจีน หรือโหงวเฮ้ง ถือว่าเส้นผมเป็นทิศเหนือ ซึ่งมีผลต่ออาชีพการงาน ชื่อเสียงเกียรติยศ ผู้อุปถัมภ์ค้ำจุนและความมั่งคั่งร่ำรวย หลายคนจึงเชื่อว่า การดูแลรักษาสุขภาพของเส้นผมให้นุ่มสลวย เป็นเงางาม มีสุขภาพดีและแข็งแรงอยู่เสมอ ก็จะส่งผลให้โชคชะตาดีขึ้นด้วย ซึ่งเป็นความเชื่อที่ดี เพราะอย่างน้อยการมีสุขภาพผมดีก็ย่อมส่งผลดีต่อบุคลิกของตัวคุณเองอยู่แล้วค่ะ

พญ.ดิลกณิกนันต์ นามทองต้น หรืออาจารย์หมอนิน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกผม เข้าใจถึงความหมายและความสำคัญของเส้นผมว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงบุคลิกภาพและตัวตนได้อย่างชัดเจนเพียงใด จึงได้คิดค้นและพัฒนาเทคนิคการปลูกผมและการดูแลสุขภาพเส้นผมแบบองค์รวมที่จะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาเส้นผมในภาวะต่างๆ ได้กลับมามั่นใจและสัมผัสกับความสุขกับการใช้ชีวิตได้อีกครั้งหนึ่ง

“นามนิน คลินิก” ให้การรักษา ดูแล ฟื้นฟูและบำรุงเส้นผม โดยออกแบบการรักษาเป็นรายบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการที่สุด ถ้าจะถามว่ามีใครที่จะเข้าใจเส้นผมไปมากกว่าตัวเราเอง ก็ต้องตอบว่า ทีมแพทย์ของนามนินนี่แหละค่ะ ที่ “รักและเข้าใจ” เส้นผมได้อย่างลึกซึ้งถึงระดับเซลล์มากกว่าเจ้าของเส้นผมเสียอีก

มามอบอิสระให้กับเส้นผมเพื่อเผยความเป็นตัวของตัวเองในแบบที่คุณต้องการ “นามนิน” พร้อมและรอให้คุณมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของการดูแลเส้นผมอย่างล้ำลึก ที่ให้ผลลัพธ์ได้มากกว่าแค่ “ผมสวย” เพราะเราจะมอบความสุข ความมั่นใจ ตัวตนใหม่ เพื่อให้คุณพร้อมเปิดรับโอกาสใหม่ๆ ในชีวิตที่จะตามมาอีกมากมายจาก “เส้นผม” ของตัวคุณเองค่ะ

เช็คสัญญาณเตือน “ผมบาง ผมล้าน”
โดยทั่วไปแล้ว อาการผมร่วง ผมบาง จนไปสู่ภาวะล้าน เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอาจเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เมื่อเรายังอายุน้อย ๆ นั่นหมายความว่า เราสามารถสังเกตพบอาการดังกล่าวได้ตั้งแต่ระยะที่อาการยังไม่รุนแรง และหากสังเกตพบเร็ว บวกกับพาตนเองเข้าไปปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผมได้เร็ว แน่นอนว่า โอกาสในการรักษา หรือการเข้ารับบริการปลูกผมใหม่ เพื่อให้เส้นผมกลับมาหนาแน่นได้เหมือนเดิม ก็จะยิ่งสูงขึ้น ทั้งยังมีโอกาสวางแผนป้องกันอาการผมร่วง ผมบาง และผมล้าน ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเมื่อเราอายุมากขึ้นด้วย

...มารู้จักกับสัญญาณเตือนเล็ก ๆ ที่จะช่วยให้คุณเช็คสถานะเส้นผมของตนเอง ว่าเข้าสู่ภาวะผมร่วงและผมบางแล้วหรือยัง...

1
ผมร่วง ถือเป็นภาวะปกติของร่างกาย โดยในทุก ๆ วัน เส้นผมที่มาถึงระยะสิ้นสุดของวงจรชีวิตผมแล้ว จะหลุดร่วงไป ประมาณ 70 – 100 เส้นต่อวัน ซึ่งหากเทียบกับปริมาณผมทั้งศีรษะที่มีอยู่ 90,000 – 140,000 เส้น ก็นับว่าเป็นปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น แต่ถ้าลองสังเกตที่หวี หมอน หรือพื้นห้องน้ำ แล้วรู้สึกว่าผมร่วงในจำนวนที่มากกว่านั้นเมื่อไหร่ ก็เริ่มสงสัยได้เลยว่าเราอาจจะเริ่มมีอาการผมร่วงที่ผิดปกติแล้ว

2
ทุกเช้าที่เราส่องกระจก ลองสังเกตแนวผมบริเวณหน้าผากเสียหน่อย ว่าเริ่มถอยร่นลึกเข้าไป จนเห็นพื้นที่หน้าผากมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือยัง เราอาจจะลองวัดระยะจากกลางหว่างคิ้ว ตรงขึ้นไปจนถึงจุดกึ่งกลางของแนวไรผม ซึ่งไม่ควรจะกว้างเกินกว่า 6.5 เซนติเมตร

ที่สำคัญ ในผู้ชายส่วนใหญ่จะเกิดแนวผมรูป M Shape เนื่องจากอาการผมบางจะเกิดบริเวณขมับสองข้างก่อนเพื่อน ถ้าเราลองวัดระยะเฉียงจากหัวคิ้วออกไปถึงแนวผมบริเวณขมับที่อยู่ข้างเดียวกัน โดยวัดถึงจุดที่เว้าลึกเป็นรูปตัว M เข้าไปมากที่สุด หากมีระยะห่างเกิน 8 เซนติเมตร ก็เรียกได้ว่าอาการเริ่มน่าเป็นห่วงแล้วเหมือนกัน



3
ผมเริ่มบางลงบริเวณกลางศีรษะ โดยมากแล้วมักจะใช้เวลาหลายปีกว่าจะขยายกลายเป็นอาการผมล้าน ซึ่งงานวิจัยบางชิ้นก็บอกว่า ผู้ชายชาวเอเชียจะพบอาการผมบางกลางศีรษะมากกว่าแนวผมด้านหน้า 



4
ผมค่อย ๆ บางลงพร้อม ๆ กันทั่วทั้งศีรษะ กรณีนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้เช่นกัน เพราะรูปแบบของอาการผมร่วงและผมบางนั้นเรียกได้ว่าเกิดขึ้นกับทุกคนได้แบบฟรีสไตล์ ไม่จำเป็นต้องเฉพาะเจาะจงในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง ซึ่งรูปแบบนี้มักพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย 


5
ขณะที่หวีผม หรือจัดแต่งทรงผม อย่าลืมให้ความสำคัญกับรอยแสกผมกลางศีรษะ ที่อาจจะเริ่มขยายกว้าง จนเห็นหนังศีรษะชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ เป็นวิธีที่ดีในการสังเกตอาการผมร่วงและผมบางในผู้หญิง ซึ่งถ้ารอยแสกนั้นมีระยะห่างเกิน 1 เซนติเมตร ถือว่าเริ่มมีอาการผมบางแล้วล่ะ 


6
ผมยาวช้าลง เมื่อเทียบกับในอดีต โดยปกติแล้ว ผมของคนเราจะยาวขึ้นปีละ 6 นิ้ว แต่ถ้าใครสังเกตได้ว่า เข้าร้านตัดผมครั้งนี้ ดูเหมือนใช้เวลานานขึ้นกว่าผมจะยาวเท่าเดิม ก็เป็นไปได้ว่าประสิทธิภาพการทำงานของต่อมรากผมอาจจะเริ่มลดลง ซึ่งส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอ หลุดร่วงง่ายขึ้นไปตามวัย


และสุดท้าย สัญญาณเตือนผมร่วง ผมบาง อาจมาในรูปแบบเสียงทักถามด้วยความห่วงใยจากคนใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ๆ หรือคนในครอบครัว ซึ่งอาจสังเกตเห็นความปกติของเส้นผมได้ง่ายกว่าตัวเราเอง อย่าลืมลองเช็คซ้ำอีกครั้งด้วยวิธีต่าง ๆ ที่แนะนำไว้ เพื่อจะได้เริ่มต้นดูแลปัญหาเส้นผมตั้งแต่เนิ่น ๆ และไม่พลาดโอกาสคืนความหนาแน่นและแข็งแรงของเส้นผมให้กลับมาอีกครั้ง ก่อนจะสายเกินไปนั่นเอง

บำรุงผมขั้นสุด ด้วย PHB
นอกจากบริการปลูกผมถาวรด้วยเทคนิค โดยคุณหมอนิน – แพทย์หญิงนิล นามทองต้น (คุณหมอนิน) แพทย์ปลูกผม นามนิน คลินิก ยังมีบริการบำรุงผมใหม่ที่ใช้ชื่อว่า PHB ซึ่งคุณหมอนินเป็นผู้พัฒนาสูตรนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นตัวช่วยในการ Boost ผมให้กลับมาแข็งแรงสุขภาพดีได้อีกครั้ง

โปรแกรม PHB เหมาะสำหรับใคร
การบำรุงผมขั้นสุด โปรแกรม PHB ได้รับการออกแบบมาเพื่อคนรักเส้นผมทุกคนที่ต้องการฟื้นฟูดูแลผม ผมร่วง ผมบาง ผมบางผู้หญิงให้กลับมาสุขภาพดีจากภายใน และยังเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาผมร่วงและผมบางในระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์ ภาวะทางสุขภาพ ความเครียด การขาดสารอาหาร หรือการใช้สารเคมีในการแต่งผม 

ซึ่งยังไม่จำเป็นต้องเข้ารับการปลูกผมใหม่ ก็สามารถรับบริการ โปรแกรม PHB เพื่อคืนความหนาแน่น ดกดำ ให้กับเส้นผมที่คุณรักได้ รวมถึงผู้ที่เข้ารับการปลูกผมมาแล้ว แต่ต้องการเสริมความแข็งแรงและความหนาแน่นของเส้นผมขึ้นไปอีกระดับ ก็สามารถพิสูจน์พลังบำรุงของ โปรแกรม PHB ได้เช่นกัน



บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ
โปรแกรม PHB การบำรุงผมอย่างล้ำลึก  ที่ผนึกกำลัง สารชีวโมเลกุล สารบำรุงโปรตีน และวิตามินต่าง ๆ ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของนามนิน พุ่งตรงเข้ากระตุ้นการทำงานของรากผมอย่างตรงจุด  ลดการหลุดร่วงของเส้นผม เสริมสร้างผมใหม่ให้แข็งแรง สัมผัสประสบการณ์การฟื้นฟูบำรุงเส้นผมที่แตกต่างจนคุณรู้สึกได้ และหาไม่ได้จากที่ไหนอย่างแน่นอน...

ปลอดภัย ใช้ชีวิตได้ปกติ
โปรแกรม PHB  มีความปลอดภัยและให้ความสะดวกสบาย ด้วยเช่นกัน เพียงใช้วิธีการฉีดเข้าสู่บริเวณหนังศีรษะ เพื่อตรงเข้าซ่อมแซมรากผมที่เสื่อมสภาพ และฟื้นฟูการสร้างรากผมใหม่ โดยไม่มีอาการเจ็บ ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่มีผลข้างเคียง และไม่ต้องพักฟื้นหรือดูแลเป็นพิเศษ หลังรับบริการใช้ชีวิตได้ปกติ 

รู้สึกดีขึ้นตั้งแต่ครั้งแรก
โปรแกรม PHB  จะไปช่วยเสริมสร้างและยับยั้งกลไกการอักเสบต่าง ๆ  รวมถึงชะลอความเสื่อม ดูแลรากผมให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ดังนี้

  • อาการผมร่วง เริ่มลดลง
  • รากผมเริ่มกลับมางอกใหม่ ทำให้เส้นผมอ่อนเริ่มขึ้นมา
  • เส้นผมจะมีขนาดใหญ่ขึ้น และเพิ่มความหนาแน่นขึ้น
  • เส้นผมที่ดูอ่อนแอ ขาดการบำรุง เริ่มแข็งแรง ดกดำ เงางาม สุขภาพดี 

เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น แนะนำควรรับบริการ อย่างน้อย 3 ครั้ง 

โปรแกรม PHB เป็น การบำรุงดูแลเส้นผมใหม่ล่าสุดด้วยสูตรเฉพาะของนามนิน และพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นฟื้นฟูผมสุขภาพดีจากภายใน ด้วยความใส่ใจของคุณหมอนิน ... คุณจะได้สัมผัสประสบการณ์การฟื้นบำรุงเส้นผมที่แตกต่างจนคุณรู้สึกได้ และหาไม่ได้จากที่ไหนอย่างแน่นอน...















“ผมบาง” รักษาจบ ครบทุกมิติ
ภาวะผมร่วง ผมบาง เป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทำให้หมดความมั่นใจในรูปลักษณ์ บุคลิกภาพ รวมถึงความอ่อนเยาว์ชวนมอง สาเหตุของปัญหาผมเหล่านี้ มีที่มาค่อนข้างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นความเครียด พฤติกรรมในการใช้ชีวิตประจำวัน สิ่งแวดล้อมหรือมลภาวะ การขาดสารอาหาร การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ผลข้างเคียงจากยาหรือผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ รวมไปถึงโรคที่เกี่ยวกับผิวหนัง และตัวการสำคัญอย่าง “พันธุกรรม” ที่ส่งต่อกันมาในครอบครัว ที่พบได้มากถึงร้อยละ 90 จากบรรดาสาเหตุทั้งหมดที่กล่าวมา

ที่นามนิน คนไข้สามารถเข้ามาพบและพูดคุยปรึกษากับแพทย์ก่อนในเบื้องต้น เพื่อให้แพทย์วิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของภาวะผมร่วงและผมบางที่กำลังเผชิญอยู่ และสามารถวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้อง ครบทุกมิติการดูแลรักษาบนมาตรฐานการแพทย์ เป็นต้นว่า หากพบว่าโรคใดโรคหนึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาผม แพทย์จะแนะนำให้รักษาโรคก่อน เพื่อเป็นการชะลอหรือหยุดการหลุดร่วงของเส้นผมเพิ่มเติม จากนั้นจึงเริ่มแก้ไขปัญหาผมเพื่อเติมเต็มผมในจุดที่ผมบาง ให้กลับมาหนาแน่น แข็งแรง สุขภาพดีกว่าที่เคย

ทั้งนี้ นามนินขอนำเสนอโปรแกรมการรักษาที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเจ้าของเส้นผมได้อย่างตรงจุด 


ปลูกผมด้วยเทคนิค NEAT
NEAT คือชื่อของเทคนิคที่แพทย์ผู้ชำนาญของนามนินพัฒนาขึ้น จนกลายเป็นเทคนิคการปลูกผมขั้นสูงเอกสิทธิ์เฉพาะของนามนิน หรือ Namnin’s Exclusive Advanced Hair Transplant Technique โดยมีจุดเด่นอยู่ที่ความชำนาญด้านการปลูกผมของแพทย์ ซึ่งจะเป็นผู้ลงมือปลูกผมใหม่คนไข้เองทุกกราฟต์ ด้วยความใส่ใจและละเอียดประณีตระดับเส้นต่อเส้น ไม่เพียงเท่านั้น แพทย์ยังออกแบบแนวทางการรักษาแบบ Tailor-made เฉพาะบุคคล ขึ้นอยู่กับลักษณะปัญหา ข้อจำกัด และความต้องการที่ต่างกันไปของคนไข้ เรียกได้ว่า เคสใหม่ คิดใหม่ ไม่มีซ้ำ โดยทั้งหมดอยู่บนมาตรฐานคุณภาพระดับสากล ภายใต้การดูแลอย่างพิถีพิถันของแพทย์

ความโดดเด่นอีกข้อหนึ่ง ยังเป็นเรื่องของเทคนิคที่นามนินต่อยอดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบายและเป้าหมายความงามของคนไข้ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการออกแบบกรอบหน้าใหม่ตามสัดส่วนทองคำหรือ Golden Ratio เทคนิคการเจาะนำผมด้านหลังท้ายทอยออกแบบขั้นบันได ที่สามารถซ่อนแผลได้เนียนกริบ และเทคนิคการปลูกผมแทรก ที่แพทย์จะคำนึงถึงขนาดและความหนาบางของเส้นผม ความโค้งของเส้นผม ในการเลือกกราฟต์ผมมาปักใหม่ และยังปักกราฟต์ผมให้ได้องศาและทิศทางที่เรียงตัวกลมกลืนไปกับเส้นผมเดิม จนได้ผลลัพธ์ที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด 


Premium Hair Booster Treatment
เป็นนวัตกรรมบำรุงผมชั้นลึก ที่เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาภาวะผมบางอยู่ในระยะเริ่มต้น อาศัยพลังการฟื้นฟูดูแลจาก Exosome สารชีวโมเลกุลจากสเต็มเซลล์ที่มีขนาดเล็กระดับนาโน จึงตรงเข้าบูสต์เซลล์ผมให้เกิดการซ่อมแซมและสร้างเซลล์ผมใหม่ได้อย่างเต็มที่ ทั้งยังเสริมด้วยวิตามินสูตรเฉพาะของนามนิน ผสานพลังกันกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม เพื่อช่วยลดอาการผมร่วง และเพิ่มความแข็งแรงให้เส้นผมจากภายใน คนไข้ยังสามารถพิสูจน์ผลลัพธ์ผมสวยและหนาแน่นขึ้นได้อย่างชัดเจนตั้งแต่การทำครั้งแรก 

Hair Growth Treatment
อีกหนึ่งนวัตกรรมฟื้นคืนวงจรชีวิตเส้นผมถึงระดับเซลล์ พร้อมการันตีความปลอดภัยสูงสุด เนื่องจากเป็นการใช้ Growth Factor จากเกล็ดเลือดที่เก็บจากตัวผู้เข้ารับบริการเอง โดยนำเลือดที่เก็บจากข้อพับแขน มาแยกชั้นด้วยเครื่องเหวี่ยงสาร ตลอดขั้นตอนการให้บริการจะไม่มีการเติมสารเคมีใด ๆ และไม่ต้องเสี่ยงกับการผ่าตัด เพราะแพทย์จะฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น ที่เสริมด้วยวิตามินมากคุณประโยชน์ เข้าที่หนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมร่วงและผมบาง แล้วปล่อยให้ Growth Factor และวิตามิน จับมือกันทำงานในการตรงเข้าบำรุงหนังศีรษะ ซ่อมแซมและฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้ง พร้อมกระตุ้นเซลล์รากผมให้สร้างเส้นผมใหม่ที่จะไม่หลุดร่วงง่าย ๆ อีกต่อไป


ทั้ง Premium Hair Booster Treatment และ Hair Growth Treatment นับเป็นส่วนหนึ่งของ Namnin Anti Thinning Hair Program หรือโปรแกรมเพื่อการดูแลรักษาปัญหาผมร่วงและผมบาง ที่นามนินออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ร่วมกับบริการในรูปแบบอื่น ๆ ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ยังไม่ต้องการเข้ารับการปลูกผม ก็สามารถรับมือกับปัญหาผมร่วงและผมบางด้วย Treatment เหล่านี้อย่างได้ผลเช่นกัน

ที่สำคัญ แผนการรักษาเหล่านี้ จะเป็นการวางแผนร่วมกันระหว่างแพทย์ผู้ชำนาญกับคนไข้เจ้าของเส้นผม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบสนองความต้องการของคนไข้ได้อย่างตรงจุดตรงใจ และตอบโจทย์การรักษาตามมาตรฐานการแพทย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ



โปรแกรม PHB เสริมการบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง
โปรแกรม PHB เหมาะสำหรับใคร
โปรแกรม PHB ได้รับการออกแบบมาเพื่อคนรักเส้นผมทุกคนที่ต้องการฟื้นฟูดูแลผม ผมร่วง ผมบาง ผมบางผู้หญิงให้กลับมาสุขภาพดีจากภายใน และยังเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาผมร่วงและผมบางในระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์ ภาวะทางสุขภาพ ความเครียด การขาดสารอาหาร หรือการใช้สารเคมีในการแต่งผม 


นี่คือความก้าวหน้าที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมบางในระยะเริ่มต้น เมื่อรับบริการโปรแกรม PHB  แล้ว จะได้รับพลังการฟื้นฟูดูแลแบบเต็มขั้น กระตุ้นให้รากผมเกิดการซ่อมแซมตัวเอง มาพร้อมกับวิตามินสูตรของนามนิน ที่จะช่วยกันเพิ่มความแข็งแรงของเส้นผม และลดอาการผมหลุดร่วง โดยสามารถพิสูจน์ผลลัพธ์อย่างชัดเจนได้ตั้งแต่การทำครั้งแรก


Booster สูตรที่พัฒนาโดยนามนิน คลินิก
นามนินพัฒนาต่อยอดเพื่อโปรแกรม PHB สามารถออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  สะดวกสบายสำหรับผู้เข้ารับบริการ เพียงใช้วิธีการฉีดเข้าสู่บริเวณหนังศีรษะในจุดที่มีปัญหาผมร่วงและผมบาง โดยไม่ทิ้งรอยแผลและปราศจากผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งยังสามารถรับบริการพร้อมกับ Treatment อื่น ๆ ได้ในคราวเดียว



บอกลาผมร่วง 

PHB จะตรงเข้าฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะ ส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอขาดการบำรุงกลับมาแข็งแรง กระตุ้นเซลล์รากผมให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ จนอาการผมร่วงลดลงภายใน 3 – 7 วัน และสามารถสังเกตเห็นเส้นผมอ่อนเริ่มงอกขึ้นใหม่ภายใน 1 – 3 เดือน อีกทั้งช่วยให้เส้นผมมีขนาดใหญ่ขึ้น แลดูหนาแน่นขึ้นภายใน 2 – 4 เดือน และยังบำรุงผมให้ดูดกดำ เงางาม สุขภาพดีกว่าที่เคย




โปรแกรม PHB เหมาะกับใคร

สำหรับผู้ที่มีภาวะผมร่วงและผมบาง ไม่ว่าจะเกิดจากการใช้สารเคมีตกแต่งผม จากกรรมพันธุ์ จากภาวะทางสุขภาพ จากการขาดสารอาหาร จากความเครียด หรือเป็นผู้ที่ปลูกผมแล้วแต่ต้องการเสริมความแข็งแรงของรากผมและความหนาแน่นของเส้นผม สามารถลองพิสูจน์ความมหัศจรรย์และสังเกตผลลัพธ์เหล่านี้ได้

  • อาการผมร่วงลดลงภายใน 3-7 วัน
  • เส้นผมอ่อนเริ่มขึ้นใหม่ภายใน 1-3 เดือน
  • เส้นผมมีขนาดใหญ่และหนาแน่นขึ้นภายใน 2-4 เดือน



ที่สำคัญ ในการรักษาดูแลผู้ที่มีภาวะผมร่วงและผมบาง ถือเป็นเทคโนโลยีที่ให้ประสิทธิภาพสูง สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ 1-3 ครั้งแรกที่ใช้ หรือตั้งแต่ 1-3 เดือนหลังฉีดครั้งแรก และเห็นผลชัดเจนที่สุดช่วง 6-9 เดือนหลังฉีด อีกทั้งการใช้วิธีฉีดเข้าบริเวณหนังศีรษะ ยังเป็นวิธีที่สะดวกสบาย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้นหรือดูแลเป็นพิเศษ และไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง



โปรแกรม PHB นับเป็นทรีทเม้นท์การรักษาที่สามารถรับบริการพร้อมกับ  Treatment อื่น ๆ ได้ด้วย ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ที่ออกแบบโปรแกรมการรักษาให้เหมาะกับปัญหาเส้นผมของแต่ละบุคคล สามารถเข้ามาปรึกษาและให้แพทย์นามนินวินิจฉัยและออกแบบแนวทางการรักษาได้เพื่อให้ตอบโจทย์คนรักเส้นผมเช่นคุณได้มากที่สุด 

สอบถาม ปรึกษา Line @namninclinic
สาขาพหลโยธิน 34 Tel. 093-093-5639
สาขามหาสารคาม   Tel. 095-610-9954
เจาะลึก 1 วันของการปลูกผม
“จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในวันปลูกผม?” 
คำถามนี้ น่าจะเป็นคำถามที่อยู่ในใจของใครหลาย ๆ คน ที่กำลังศึกษาข้อมูล หรือเตรียมตัวเข้ารับการปลูกผม บางคนอาจกำลังกังวลว่า ขั้นตอนต่าง ๆ จะต้องเริ่มจากอะไร ยุ่งยากหรือไม่ ปลูกผมเจ็บมั้ย ใช้เวลานานแค่ไหน ทำไมนานจัง คุณหมอเป็นผู้ปลูกให้เองหรือเปล่า แล้วเราสามารถบอกทรงผมที่ต้องการกับคุณหมอได้หรือไม่ 

วันนี้ เราจึงชวนมาเจาะลึก 4 ขั้นตอนหลัก ๆ ใน “1 วันของการปลูกผม” เพื่อเคลียร์ทุกข้อสงสัยที่อาจอยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำถาม และช่วยให้คุณเตรียมตัวเข้ารับการปลูกผมเพื่อเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่อย่างสบายหัวใจมากขึ้น 


Step 1 ออกแบบทรงผมและกรอบหน้าใหม่
ระยะเวลา 30 – 45 นาที
เตรียมบอกลาคุณคนเดิมได้เลย เพราะในขั้นตอนนี้ คุณหมอจะเริ่มต้นจากการพูดคุยกับคนไข้เพื่อทำความเข้าใจปัญหาเส้นผม รวมถึงความต้องการของคนไข้เอง ว่าอยากได้รูปหน้าหรือทรงผมใหม่แบบไหน มีข้อจำกัดหรือเงื่อนไขอะไร เพื่อวางแผนแนวทางการรักษาที่ตอบโจทย์ที่สุดร่วมกัน โดยคุณหมอจะคำนวณปริมาณกราฟต์ผมที่จะต้องย้ายออกจากด้านหลังท้ายทอยของคนไข้เอง เพื่อนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่เป็นปัญหาอย่างเหมาะสมที่สุด


เมื่อพร้อมแล้ว คุณหมอจะเริ่มวาดเส้น Hairline หรือกรอบหน้าใหม่ ตามสัดส่วนทองหรือ golden ratio โดยมีเป้าหมายเพื่อปรับแต่งโครงหน้าให้คุณผู้ชายดูสมาร์ทและคมเข้มขึ้น และให้คุณผู้หญิงมีใบหน้าที่ดูอ่อนหวานละมุนละไมยิ่งขึ้น รวมถึงแลดูอ่อนเยาว์ขึ้นด้วย เมื่อได้รูปหน้าใหม่ที่ตรงใจคนไข้แล้ว ก็เข้าสู่ขั้นตอนต่อไปกันเลย


Step 2 เตรียมพื้นที่ด้านหลังท้ายทอย
ระยะเวลา 15 – 30 นาที
สำหรับขั้นตอนนี้ คุณหมอจะใช้เวลาเพียงไม่นานในการค่อย ๆ ตัดแต่งผมด้านหลังท้ายทอยออกด้วยตัวเอง เพื่อเตรียมพื้นที่ให้พร้อมสำหรับการย้ายกราฟต์ผมออก ถึงตรงนี้หลายคนอาจกังวลว่า ผมด้านหลังจะแหว่งหายไปแค่ไหน คนอื่นจะสังเกตเห็นได้ง่ายหรือเปล่า แล้วจะต้องคอยทำทรงผมเพื่อปิดบังรอยแผลด้านหลังหรือไม่ 

คำตอบก็คือไม่ต้องห่วงเลย เพราะคุณหมอได้ออกแบบเทคนิคเพื่อซ่อนแผลด้านหลัง ด้วยการตัดเล็มผมและย้ายกราฟต์ผมออกเป็นลักษณะแถบบาง ๆ สลับกัน “แบบขั้นบันได” ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คุณสามารถทำผมทรงอะไรก็ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะเผลอโชว์รอยแผลจากการปลูกผม


Step 3 ย้ายกราฟต์ผมออก
ระยะเวลา 2 – 3 ชั่วโมง
มาถึงขั้นตอนของการย้ายกราฟต์ผมออกจากด้านหลังท้ายทอย ซึ่งใช้เวลาค่อนข้างนานเนื่องจากเป็นการค่อย ๆ เจาะนำกราฟต์ผมออกทีละกราฟต์โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่จะใช้เครื่องมือนำเข้าจากต่างประเทศที่มีหัวเจาะขนาดเล็กเพียง 0.6 มิลลิเมตร ดังนั้นจึงเหลือไว้เพียงรอยขนาดเล็ก ๆ ด้านหลัง ในขั้นตอนนี้ คนไข้จะอยู่ในท่านอนเพื่อให้รับบริการได้อย่างสะดวกสบายที่สุด

หลังเสร็จสิ้นขั้นตอนการย้ายกราฟต์ผมออก ก็ถึงเวลาที่คนไข้จะหยุดพักเพื่อรับประทานอาหารประมาณ 1 ชั่วโมง ส่วนกราฟต์ผมที่ได้นั้น คุณหมอจะนำไปคัดเลือก แยกขนาด และตัดแต่งเพื่อความเรียบร้อย จนได้กราฟต์ผมที่มีขนาดและคุณภาพเหมาะสมสำหรับนำไปปลูกใหม่


Step 4 ปลูกผมใหม่ แบบ “เส้น-ต่อ-เส้น”
ระยะเวลา 3 – 5 ชั่วโมง
และในขั้นตอนสำคัญนี้เอง คุณหมอจะเป็นผู้ลงมือนำผมใหม่มาปลูกในบริเวณที่เป็นปัญหาด้วยตัวเอง ทีละเส้น ทีละเส้น นี่จึงเป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนอย่างมาก เนื่องจากคุณหมอต้องคอยควบคุมการปักเส้นผมนับพันเส้น โดยคำนึงถึงปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นทิศทาง องศา ความลึก ขนาดเส้นผม หรือความหนาแน่น เพื่อให้เส้นผมใหม่กลมกลืนไปกับเส้นผมเดิม แลดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด 

แน่นอนว่าขั้นตอนนี้ต้องใช้เวลานานสักหน่อย เพราะต้องอาศัยความประณีตและตั้งใจในการทำงานกับเส้นผมเป็นพิเศษ แต่จะนานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์ผมและความซับซ้อนของปัญหาของคนไข้แต่ละคนด้วยนั่นเอง

เมื่อเสร็จสิ้น 1 วันของการปลูกผม คุณหมอจะแนะนำวิธีการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ รวมถึงข้อควรหลีกเลี่ยงต่างๆเพื่อให้กราฟต์ผมใหม่ฝังรากมั่นคงในชั้นหนังศีรษะโดยไม่หลุดร่วงไปง่าย ๆ และสามารถเติบโตแข็งแรงตามวงจรเส้นผมต่อไป เพื่อเปลี่ยนคุณเป็นคนใหม่ได้อย่างที่คุณต้องการ


ผมแข็งแรง ด้วยแสง LLLT
ปัจจุบัน นวัตกรรมใหม่ ๆ ได้รับการคิดค้นขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อการบำรุงดูแลเส้นผมให้แข็งแรงและมีสุขภาพสมบูรณ์ยิ่งขึ้น หนึ่งในนั้นคือนวัตกรรม แสงเลเซอร์ LLLT ซึ่งหลาย ๆ คนอาจจะเคยได้ยินชื่อนี้กันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่แน่ใจว่าแสงเลเซอร์นั้นสามารถช่วยให้ผมแข็งแรงขึ้นได้จริงหรือ และทำได้อย่างไร 
...มาคลายข้อสงสัยเกี่ยวกับแสงเลเซอร์ LLLT ไปพร้อม ๆ กัน...

ชื่อเต็ม ๆ ของ LLLT ก็คือ  Low Level Laser Therapy หมายถึงการรักษาด้วยเลเซอร์คลื่นความถี่ต่ำ โดยเลเซอร์ที่ว่านี้มีความยาวคลื่นที่เหมาะสมอยู่ในช่วง 650 – 680 นาโนเมตร ซึ่งเราสามารถมองเห็นแสงเลเซอร์เป็นสีแดงได้ด้วยตาเปล่า 

เมื่อแสงเลเซอร์ถูกฉายลงบนหนังศีรษะของเรา บรรดาเซลล์ทั้งหลายจะพากันดูดซับพลังงานจากคลื่นความถี่ต่ำ และพลังงานนี้เองจะไปกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด ให้สามารถนำสารอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงบริเวณรากผมมากขึ้น ขณะเดียวกันก็กระตุ้นการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ โดยเฉพาะ

เซลล์รากผม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของสุขภาพเส้นผมเลยก็ว่าได้ ทำให้สามารถดูดซับสารอาหารต่าง ๆ ได้มากขึ้น และพร้อมที่จะสร้างเส้นผมใหม่ที่มีคุณภาพได้อย่างเต็มที่ เส้นผมที่เคยเล็ก ลีบบาง จะกลับหนาและแข็งแรงจากภายในอย่างแท้จริง

แน่นอนว่า ผลลัพธ์ที่ตามมา คือเส้นผมใหม่ที่งอกได้เร็วขึ้น ผมขาดหลุดร่วงน้อยลง ผมที่เคยแลดูบางก็กลับหนาแน่นขึ้นด้วย แสงเลเซอร์ LLLT จึงสามารถรักษาอาการผมร่วงและผมบางจากพันธุกรรม จากความผิดปกติของหนังศีรษะ หรือจากการออกฤทธิ์ของฮอร์โมนได้อย่างปลอดภัย ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับสภาพหนังศีรษะและสุขภาพเส้นผมแต่เดิมของแต่ละคน ตลอดจนสีของหนังศีรษะและเส้นผม รวมถึงความดกหนาของเส้นผมด้วย ซึ่งอาจทำให้เกิดการตอบสนองต่อแสงเลเซอร์และดูดซับพลังงานได้มากน้อยต่างกัน 

ไม่เพียงเท่านั้น พลังแสงเลเซอร์ยังช่วยบำรุงสุขภาพหนังศีรษะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ถ้าคุณเพิ่งเข้ารับการปลูกผมมาใหม่ ๆ แสงเลเซอร์นี้จะช่วยกระตุ้นการสมานแผลบนหนังศีรษะ และลดอาการอักเสบต่าง ๆ ได้ ซึ่งจะส่งผลให้ผมปลูกใหม่เสี่ยงต่อการหลุดร่วงน้อยลง และเห็นผลลัพธ์ผมใหม่ที่หนาแน่นแข็งแรงได้เร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ แพทย์แนะนำให้ผู้เข้ารับบริการสระผมมาก่อน และใช้เวลาในการฉายแสงเลเซอร์ตามคำแนะนำซึ่งจะอยู่ในช่วงระยะเวลาครั้งละ 15 – 30 นาที ความถี่ 2 – 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยทำติดต่อกันอย่างน้อย 4 – 6 เดือน จึงจะเห็นผลลัพธ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งยังไม่ควรรับการฉายแสงบ่อยจนเกินไป เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการศีรษะแห้งได้ และหลังจากการฉายแสง ผู้เข้ารับบริการสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติทันที

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการรักษาด้วย LLLT จะกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมโดยตรง โดยไม่สามารถสร้างเซลล์รากผมใหม่ให้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมได้ ดังนั้น จึงอาจไม่เหมาะกับผู้ที่มีอาการผมล้านอย่างรุนแรงหรือไม่มีรากผมหลงเหลืออยู่แล้ว (ในกรณีนี้ สามารถเข้ามาปรึกษาแพทย์เพื่อร่วมกันหาแนวทางการรักษาที่เหมาะสมต่อไป) 

การฉายแสงเลเซอร์ LLLT ยังเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐาน ไม่มีผลข้างเคียงให้ต้องกังวลใจ เนื่องจากเป็นการใช้คลื่นความถี่ต่ำกระตุ้นหนังศีรษะจากภายนอกหรือบริเวณผิวหนังชั้นบนเท่านั้น ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหรือเจ็บระหว่างการฉายแสงด้วย

แสงเลเซอร์ LLLT จึงเป็นนวัตกรรมที่ “นามนิน” เลือกให้เป็นหนึ่งในบริการ Treatment สำหรับผู้ที่มีอาการผมร่วง ผมบาง และผู้ที่เพิ่งเข้ารับการปลูกผม หรืออยู่ในระหว่างช่วง Shock loss หลังปลูกผม ซึ่งผมปลูกใหม่จะหลุดร่วงไปตามวงจรธรรมชาติก่อนงอกกลับขึ้นใหม่อีกครั้ง เพื่อฟื้นฟูเซลล์รากผมให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคืนความหนาแน่นแข็งแรงให้กับเส้นผมได้อีกครั้ง 

ปลูกผม“ครั้งแรก”เลือกให้ดีที่สุด
“ปลูกผมครั้งแรก” น่าจะเป็นการตัดสินใจที่ใหญ่พอควรสำหรับใครหลาย ๆ คน เพราะเมื่อคุณตอบคำถามแรกของตัวเองได้แล้วว่า จะลองปลูกผมดีหรือไม่ คำถามต่อไปที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ จะเลือกปลูกผมครั้งแรกอย่างไรให้ “ดีที่สุด”

นี่เป็นคำถามที่ไม่ง่ายเลยสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งก้าวเข้าสู่วงการการปลูกผมแบบถาวร ซึ่งคุณอาจจะต้องใช้เวลาไปกับการศึกษาข้อมูลเพื่อการตัดสินใจไม่น้อยเลยทีเดียว แต่นั่นถูกต้องแล้ว!! การเลือกปลูกผมครั้งแรกที่ไหนและอย่างไร เป็นคำถามที่ไม่ง่าย และไม่ควรง่ายด้วย!! เพราะการปลูกผมครั้งแรกนั้นสำคัญที่สุด เส้นผมบนศีรษะของคุณจะเป็นอย่างไรทั้งในวันนี้และในวันข้างหน้า ก็ขึ้นอยู่กับการปลูกผมครั้งแรกนี่เอง 

ทำไมเราจึงย้ำหลายครั้งถึง “ความสำคัญ” ของการ “ปลูกผมครั้งแรก” ต้องเข้าใจก่อนว่า การปลูกผม ไม่ใช่การนำเส้นผมจากใครที่ไหนก็ได้มาปลูกใหม่บนหนังศีรษะของเรา แต่จะต้องเป็นผมจากร่างกายของเราเองเท่านั้น และไม่ใช่ผมทั่วทั้งศีรษะที่จะนำมาปลูกใหม่ได้ แต่จะต้องเป็นผมจากบริเวณ Safe Zone ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1 ใน 4 ของหนังศีรษะเท่านั้น อย่าลืมลองจินตนาการเพิ่มเติมอีกสักนิดว่า แต่ละคนมีปัญหาสุขภาพผม รวมถึงอาการผมร่วงและผมบางรุนแรงไม่เท่ากัน “ทรัพยากรผมต้นทุน” ที่จะสามารถนำไปปลูกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับแต่ละคน จึงมากน้อยต่างกันตามไปด้วย 



เมื่อทรัพยากรผมต้นทุนบริเวณ Safe Zone ของคนเรามีอยู่อย่างจำกัด การบริหารจัดการผมต้นทุนเพื่อนำมาปลูกใหม่อย่างรอบคอบและเหมาะสมตั้งแต่การปลูกครั้งแรก จึงเป็นหัวใจของการรักษา ที่จะส่งผลต่อเส้นผมของเราทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการปลูกผมครั้งแรกจึงสำคัญที่สุด และต้อง “เลือก” แนวทางการรักษาที่ใช่ ด้วยความใส่ใจอย่างแท้จริง

มาทำความเข้าใจธรรมชาติของผมต้นทุนบริเวณ Safe Zone กันอีกสักนิด Safe Zone อาจเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยของเส้นผม ซึ่งผมมีความแข็งแรง ไม่ลีบแบน เรียงตัวค่อนข้างหนาแน่น และทนทานต่อการหลุดร่วงมากที่สุด โดย Safe Zone คือพื้นที่ผมบริเวณท้ายทอย ตั้งแต่เหนือหูด้านซ้ายไปถึงเหนือหูด้านขวา ยาวประมาณ 10 – 12 นิ้ว และสูงประมาณ 3 นิ้ว สังเกตง่าย ๆ ว่า คุณผู้ชายที่มีปัญหาผมร่วงและผมล้าน มักจะหลงเหลือผมตรงท้ายทอยด้านหลังอยู่เป็นบริเวณสุดท้ายนั่นเอง 

เหตุผลที่เส้นผมบริเวณ Safe Zone หรือด้านหลังท้ายทอย มีความแข็งแรงและทนทานต่อการหลุดร่วงมากกว่าผมในบริเวณอื่น ๆ นั้น ก็เพราะรากผมบริเวณนี้ ไม่ ตอบสนองต่อฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (dihydrotestosterone) หรือ DHT เจ้าฮอร์โมนตัวนี้เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้รูขุมขนบนหนังศีรษะของเรามีขนาดเล็กลง ส่งผลให้ผมเกิดใหม่มีรากผมอ่อนแอ จนนำไปสู่อาการผมร่วง ผมบาง และผมล้าน แบบที่เราพบได้ทั่ว ๆ ไป 

โชคดีที่ DHT ไม่สามารถทำลายรากผมบริเวณ Safe Zone ได้ หรืออย่างน้อยก็เข้าไปทำลายได้ช้ากว่าบริเวณอื่น เราจึงยังเหลือเส้นผมคุณภาพดีที่สามารถนำไปปลูกแบบถาวรในบริเวณที่เป็นปัญหาได้ ทั้งยังคงคุณสมบัติเรื่องความทนทานต่อการถูกทำลายจากฮอร์โมน DHT ไม่ว่าจะย้ายไปปลูกใหม่ยังส่วนไหนก็ตามอีกด้วย ทำให้เส้นผมที่ปลูกใหม่เติบโต หลุดร่วง และงอกใหม่ได้ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผมไปได้ตลอดชีวิตของเราเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม หากเราลองคำนวณจำนวนกราฟต์ผมต้นทุนบริเวณ Safe Zone ก็น่าจะอยู่ที่ราว ๆ 12,500 กราฟต์ จากกราฟต์ผมทั้งศีรษะกว่า 50,000 กราฟต์โดยประมาณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงต้องประเมินพื้นที่ที่ต้องการปลูกผม และคำนวณจำนวนกราฟต์ผมที่เหมาะสมที่สุด ก่อนจะทำการย้ายเส้นผมไปปลูกใหม่ ซึ่งจะต้องคำนึงด้วยว่า เมื่อย้ายเส้นผมออกจากบริเวณ Safe Zone แล้ว บริเวณนั้นจะต้องไม่เหลือเส้นผมอยู่น้อยเสียจนดูบางเกินไป ที่สำคัญ ยังต้องคำนึงถึงอนาคต เพราะมีโอกาสที่เราอาจจะต้องพึ่งพาผมบริเวณ Safe Zone เพื่อปลูกผมใหม่อีกครั้งหรือหลายครั้งก็เป็นได้ อีกทั้งถ้าหากเกิดความผิดพลาดใด ๆ ในการปลูกผมครั้งแรก การแก้ไขอาจเป็นเรื่องยาก และแน่นอนว่าคงไม่ได้ผลดีเท่าเดิม 

ดังนั้นแล้ว นอกจากการทำความเข้าใจถึงความสำคัญของการปลูกผมครั้งแรก เนื่องจากทรัพยากรผมต้นทุนที่มีอยู่จำกัด ผู้ที่ตัดสินใจว่าจะเข้ารับการปลูกผมควรศึกษาข้อมูลเพื่อเลือกคลินิก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือ หรือแนวทางการรักษาที่ตอบโจทย์ตนเองมากที่สุด รวมถึงหาโอกาสพูดคุยปรึกษากับแพทย์ก่อนทำการตัดสินใจ เพราะหลายคนเข้าใจผิดว่า ปลูกผมที่ไหนก็เหมือน ๆ กัน แพทย์ก็คงใช้หลักการและเทคนิคไม่ต่างกัน ทำให้หลายคนใช้ปัจจัยด้านตัวเลขค่ารักษาเป็นตัวตัดสิน แต่ที่จริงแล้ว การปลูกผมครั้งแรกให้ดีที่สุดนั้น มีปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามมากมาย ซึ่งเราได้รวบรวมประเด็นสำคัญต่าง ๆ ที่ควรพิจารณาเพื่อเลือกแนวทางการปลูกผมมาไว้ให้ตรงนี้แล้ว


1. ความเชี่ยวชาญของแพทย์

ถ้าใครคิดว่าปลูกผมที่ไหนก็เหมือนกัน เราขอชวนให้ลองคิดใหม่ เพราะแพทย์ผู้ดูแลสุขภาพผมแต่ละคนย่อมมีประสบการณ์  ความเชี่ยวชาญ และแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน จะดีแค่ไหนหากเราได้แก้ปัญหาผมกับแพทย์ที่รู้ลึก รู้จริง แพทย์ที่เข้าใจว่าปัญหาของคนไข้แต่ละคนไม่เหมือนกัน แพทย์ที่มองเห็นความแตกต่างของปัญหาเหล่านั้น และสามารถวิเคราะห์หรือออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคนไข้แต่ละคนโดยเฉพาะ เคสใหม่ คิดใหม่ แบบไม่มีซ้ำกัน

ไม่เพียงเท่านั้น การปลูกผมให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แพทย์ควรยกให้คนไข้เป็นศูนย์กลางในการรักษา โดยเริ่มต้นจากการรับฟังปัญหา ความกังวลใจ และความต้องการที่แท้จริงของคนไข้ เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุด และในการปลูกผมยังเป็นผู้ที่ลงมือปลูกเส้นต่อเส้นด้วยตนเอง   ยังสามารถตอบโจทย์ตัวตนของคนไข้และเรียกคืนความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวันกลับมาได้ด้วย


2. เครื่องมือที่ใช้ในการปลูกผม

นอกจากฝีมือหรือความชำนาญของแพทย์แล้ว ปฏิเสธไม่ได้ว่า เครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่แพทย์เลือกใช้ ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปลูกผมเช่นกัน เราจึงควรมองหาเครื่องมือที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ทุกวันนี้ เครื่องมือที่นำเข้าจากต่างประเทศ มีขนาดเล็กพิเศษจนสามารถช่วยให้แพทย์ลงมือปลูกผมได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวางทิศทางและองศาผม การประมาณความลึกในการปัก การกระจายกราฟต์ผมให้หนาแน่นเหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดอาการเจ็บหรือผลข้างเคียงจากการรักษาได้เป็นอย่างดี


3. วิธีการและเทคนิคในการปลูกผม

การปลูกผมถาวร แบบ FUT หรือ FUE นั้น อาจจะมีหลักการทั่วไปที่ไม่แตกต่างกันนักในแพทย์แต่ละคน อย่างไรก็ตาม แพทย์อาจคิดค้นและพัฒนาเทคนิคใหม่ ๆ ที่ช่วยเสริมให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น การเจาะย้ายกราฟต์ผมออกจากท้ายทอย อาจทำให้คนไข้ต้องคอยกังวลกับการปกปิดรอยแผลด้านหลัง ซึ่งเทคนิคการซ่อนแผลของแพทย์สามารถตอบโจทย์ปัญหานี้ได้ ขณะเดียวกัน การปลูกผมใหม่ในบริเวณที่ผมบาง อาจทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างเส้นผมใหม่และเก่าค่อนข้างชัดเจน ซึ่งแพทย์ก็จะมีเทคนิคเฉพาะตัวในการปลูกผมให้กลมกลืนจนแทบแยกไม่ออกได้เช่นกัน 


4. ความใส่ใจในการรักษา

นี่อาจเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ซ่อนอยู่ระหว่างเส้นทางการรักษา ลองมองหาสถานบริการหรือแพทย์ที่ “ใส่ใจ” ดูแลเส้นผมของเราอย่างดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการพูดคุยก่อนออกแบบวิธีการรักษา หรือการดูแลติดตามผลหลังการปลูก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในระหว่างขั้นตอนการปลูกนั้น แพทย์ที่ใส่ใจจะเป็นผู้ลงมือปลูกผมใหม่ให้คนไข้เองอย่างประณีตทุก ๆ เส้น เพื่อควบคุมคุณภาพการปลูกผมให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจที่สุด ไม่เพียงเท่านั้น ยังเตรียมพร้อมให้คนไข้สามารถออกไปใช้ชีวิตประจำวันดังเดิมได้อย่างรวดเร็วและมั่นใจที่สุดด้วย


5. การดูแลหลังการปลูกผม

นอกเหนือจากการให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันแรกที่คนไข้ก้าวเข้ามารับการปลูกผม รวมถึงให้ข้อมูลที่ชัดเจนตลอดการรักษาเพื่อคลายทุกข้อสงสัยและความกังวลใจของคนไข้แล้ว เราควรพิจารณาถึงบริการดูแลหลังการปลูกผมด้วย เพราะการปลูกผมเป็นหัตถการทางการแพทย์ระยะยาว ที่ต้องอาศัยเวลาถึง 1 ปีเต็มเพื่อให้เส้นผมเติบโตอย่างสมบูรณ์ ในระหว่าง 1 ปีนั้น คนไข้ควรได้รับคำแนะนำ การเอาใจใส่ และการติดตามผลการรักษาอย่างสม่ำเสมอ รวมไปถึงการเตรียมบริการ Treatment กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม ตลอดจนผลิตภัณฑ์บำรุงต่าง ๆ ที่มีความปลอดภัยและช่วยเสริมให้เกิดผลลัพธ์ผมสวย หนาแน่น แข็งแรงสมบูรณ์อย่างเป็นธรรมชาติ

และนี่ก็คือ Checklists สำคัญ สำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจเลือกเข้ารับบริการปลูกผม เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ปลูกผมที่ดีที่สุดตั้งแต่ครั้งแรก ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับการดูแลเส้นผมให้มีสุขภาพดี และอยู่คู่กับหนังศีรษะของคุณไปได้อีกยาวนาน 

“ผมบาง” เพราะชอบ “ดึง” ?? อาจเป็นอาการหนึ่งของโรคทางจิตเวช
ในบางครั้ง ภาวะผมร่วงและผมบาง ก็ไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์ แต่อาจเกิดจากปัญหาพฤติกรรมหรือความเจ็บป่วยทางร่างกายหรือจิตใจก็เป็นได้ หลาย ๆ คนอาจสังเกตว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีพฤติกรรมชอบ “ดึงผม” หรือ “ถอนผม” ตัวเองบ่อย ๆ บางคนมักจะดึงผมเวลาที่ต้องใช้ความคิดหรือรู้สึกเครียด ขณะที่บางคนก็ชอบดึงผมขณะกำลังเพลิดเพลินกับการทำสิ่งต่าง ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจก็มี มารู้ตัวอีกที ผมบริเวณนั้นก็อาจจะบางลงไปเยอะแล้ว ...ทราบหรือไม่ว่า นิสัยชอบดึงผมเช่นนี้ เป็นอาการหนึ่งของโรคทางจิตเวช ที่มีชื่อว่า Trichotillomania หรือ Hair-pulling disorder นั่นเอง...

“โรคดึงผมตนเอง” คือภาวะที่ผู้ป่วยมีพฤติกรรมดึงหรือถอนผมตนเองซ้ำ ๆ ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจ จัดอยู่ในกลุ่มความผิดปกติทางจิตเวชแบบย้ำคิดย้ำทำ หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น โรคซึมเศร้า ความเครียด ความผิดปกติของสารเคมีในสมอง โรคที่เกี่ยวกับหนังศีรษะ หรือแม้แต่กรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดจากสมาชิกในครอบครัว 

นอกจากเส้นผมแล้ว ผู้ป่วยโรคนี้อาจจะมีพฤติกรรมดึงขนบริเวณอื่น ๆ อย่างเช่น ขนคิ้ว ขนตา หรือหนวดเคราก็ได้ด้วย แม้ว่าอาการของโรคอาจส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและสภาวะจิตใจ แต่โรคนี้ในประเทศไทยยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร ทำให้มีผู้ป่วยมาพบแพทย์เพื่อรักษาเพียงไม่มาก 


หากต้องการสังเกตอาการของ “โรคดึงผมตนเอง” ให้ละเอียดขึ้น ลักษณะของอาการสามารถแบ่งได้เป็น 2 แบบ ได้แก่

การดึงผมแบบรู้ตัว 
นั่นคือผู้ป่วยจะตั้งใจและจดจ่ออยู่กับการดึงผมตัวเอง บางคนก็อาจจะมีความเครียดหรือกังวลสะสมอยู่ ขณะที่บางคนรู้สึกคันและไม่สบายหนังศีรษะ หรือแค่เห็นว่าเส้นผมไม่เรียบ เมื่อดึงผมออกแล้วจะรู้สึกดีขึ้น ผ่อนคลาย และสบายใจมากขึ้น

การดึงผมแบบไม่รู้ตัว 
มักเกิดระหว่างทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ หรือทำงาน แล้วเผลอเอามือไปดึงผมโดยไม่ได้ตั้งใจ

อย่างไรก็ตาม พบว่าผู้ป่วยมักจะมีพฤติกรรมการดึงผมทั้งแบบรู้ตัวและไม่รู้ตัวผสมกัน ผู้ป่วยอาจไม่ได้ทำพฤติกรรมนี้ติดต่อกันนาน ๆ แต่จะเป็นการดึงซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เรื่อย ๆ ซึ่งในผู้ป่วยบางคนอาจไม่ยอมรับว่าตนเองมีอาการดังกล่าวก็เป็นได้

สำหรับผลกระทบที่ตามมาจากพฤติกรรมการดึงผมเช่นนี้ แน่นอนว่าการยกมือขึ้นมาดึงผมอยู่ตลอดเวลาย่อมทำให้เสียบุคลิกภาพ ตามมาด้วยความเครียดหรือโรคซึมเศร้า ผู้ป่วยบางรายอาจรับประทานเส้นผมเข้าไปด้วยจนส่งผลเสียต่อระบบลำไส้ ที่สำคัญ เมื่อผู้ป่วยมีพฤติกรรมการดึงผมนาน ๆ อาจทำให้เส้นผมบริเวณนั้นมีรูปทรงผิดปกติ ไม่แข็งแรง เนื่องจากอาการอักเสบของหนังศีรษะที่ถูกทำร้ายบ่อย ๆ รวมไปถึงการเกิดภาวะผมบาง หรือศีรษะล้านเป็นหย่อม ๆ ได้

ผู้ป่วยด้วย “โรคดึงผมตนเอง” สามารถลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือเข้ารับการรักษาไปตามลำดับความรุนแรงของอาการ ดังนี้
  • ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ หรือมีพฤติกรรมดึงผมโดยไม่รู้ตัวหรือไม่ตั้งใจ จำเป็นต้องทำให้ผู้ป่วยทราบและยอมรับเสียก่อนว่าเป็นโรค จึงจะสามารถเริ่มต้นควบคุมพฤติกรรมของตัวเองได้

  • ตัวผู้ป่วยและคนรอบข้าง ช่วยกันสังเกตว่าพฤติกรรมการดึงผมมักเกิดขึ้นเวลาไหน เช่น เวลาเบื่อ เศร้า หรือเครียด และเกิดขึ้นในสถานการณ์ใด หรือระหว่างที่ทำกิจกรรมอะไร เพื่อให้สามารถควบคุมพฤติกรรมได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

  • หลีกเลี่ยงการใช้วิธีต่อว่าหรือตำหนิผู้ป่วยแรง ๆ เพราะอาจทำให้ผู้ป่วยยิ่งมีพฤติกรรมการดึงผมถี่ขึ้น ทางที่ดีควรเลือกใช้วิธีการเตือนอย่างเหมาะสม

การพยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเช่นที่กล่าวมา สามารถทำให้ผู้ป่วยหลาย ๆ คนหายจากโรคได้ แต่สำหรับผู้ป่วยบางคนอาจต้องการการพบแพทย์เพื่อประเมินอาการหรือค้นหาความผิดปกติทางจิตใจ ซึ่งแพทย์อาจใช้วิธีรักษาโดยการให้ยาร่วมด้วย ทั้งนี้ “โรคดึงผมตนเอง” ควรได้รับการดูแลรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เนื่องจากอาการในวัยเด็กหรือวัยรุ่น สามารถรักษาให้หายได้ง่ายกว่าในวัยผู้ใหญ่ และที่สำคัญ วิธีการหนึ่งที่จะช่วยคืนความมั่นใจและบุคลิกภาพที่ดีให้กับผู้ป่วยโรคนี้ได้ ก็คือ “การปลูกผม” โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเติมเต็มเส้นผมบริเวณที่ถูกดึงหายไป ให้กลับมาหนาแน่น แข็งแรงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผู้ป่วยพร้อมที่จะทำการรักษาด้วยวิธีการอื่น ๆ ควบคู่ไปพร้อมกันนั่นเอง