Tag : พญ.นิล นามทองต้น
เทคนิค NEAT ภารกิจฟื้นผมใหม่ โดย “คุณหมอนิน”
หากถามว่าอะไรคือสิ่งที่ส่งให้ชื่อของ “นามนิน” มีความโดดเด่นและได้รับการยอมรับเป็นวงกว้างในวงการปลูกผม แน่นอนว่าคำตอบก็คือการปลูกผม “เทคนิค NEAT” ที่พัฒนาโดย “คุณหมอนิน - แพทย์หญิงนิล นามทองต้น” จนกลายเป็นเทคนิคปลูกผมถาวรขั้นสูง เอกสิทธิ์เฉพาะหนึ่งเดียวของนามนิน ซึ่งเป็นผลลัพธ์จากความตั้งใจพัฒนาต่อยอดวิธีการฟื้นฟูเส้นผมแบบไม่มีวันหยุดของคุณหมอนิน เพื่อมอบประสบการณ์การปลูกผมสุด Exclusive ให้กับคนไข้


สำหรับเทคนิค N / E / A / T หรือ Namnin Exclusive Advanced Hair Transplant Technique คือเทคนิคปลูกผมสุดประณีตจากนามนิน ที่เกิดจากความใส่ใจเต็มร้อยของคุณหมอนิน ในการใช้ศาสตร์และศิลป์เพื่อแก้ปัญหาผมได้อย่างตอบโจทย์และตรงจุด โดยมีความหมายซ่อนอยู่ในทุกตัวอักษร สะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในแบบที่แตกต่าง

N – Namnin
บ่งบอกถึงการดูแลทุกขั้นตอนในการปลูกผมโดยคุณหมอนิน แพทย์ผู้ชำนาญตัวจริง ตั้งแต่ประเมินปัญหา ออกแบบแนวทางการรักษา จากนั้นจึงลงมือปลูกผมใหม่ให้คนไข้ด้วยตนเองแบบเส้นต่อเส้น ก่อนจะดูแลและติดตามผลทุก ๆ ระยะ ตลอดเวลา 18 เดือน จนกระทั่งเส้นผมใหม่เติบโตแข็งแรงอย่างสมบูรณ์



E – Exclusive
สื่อถึงแนวทางออกแบบการรักษาแบบ “เฉพาะบุคคล” ด้วยความเข้าใจว่า คนไข้แต่ละคนมาด้วยปัญหาที่แตกต่างแบบไม่ซ้ำกันเลย อีกทั้งคนไข้ยังมีหลากหลายเพศ หลายวัย ต่างเงื่อนไข ต่างความต้องการและความจำเป็น ดังนั้นจึงต้องออกแบบวิธีการรักษาใหม่ทุกครั้ง แบบเคสต่อเคส ไม่มีสูตรสำเร็จ เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดมากที่สุด



A – Advanced
สะท้อนคุณภาพการปลูกผมที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานระดับสากล จากทักษะและประสบการณ์ของคุณหมอนิน ทั้งยังเพิ่มความพิถีพิถันและใส่ใจในทุกขั้นตอนการรักษา เพื่อลดทุกความกังวลของคนไข้ และเพิ่มความมั่นใจในประสิทธิภาพการรักษา 



T - Technique
คุณหมอนินยังพัฒนาเทคนิคต่าง ๆ ที่จะแก้ปัญหา pain point เดิม ๆ และช่วยเสริมให้ผลลัพธ์การปลูกผมตอบโจทย์ความต้องการของคนไข้ได้มากขึ้น อย่างเช่นเทคนิคการย้ายผมออกจากด้านหลังท้ายทอยแบบขั้นบันได เพื่อซ่อนรอยแผลแนบเนียน ไม่ต้องโกนผมทิ้ง สามารถจัดแต่งทรงผมได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องคอยปกปิด รวมถึงเทคนิคในการปักกราฟต์ผม ที่นอกจากคุณหมอนินจะเป็นผู้ลงมือปลูกเองแล้ว ยังเน้นการปักกราฟต์ผมให้เรียงตัวไปในทิศทางเดียวกับเส้นผมเดิม เลือกขนาดและความหนาบางของเส้นผมที่เหมาะกับแต่ละโซน ปักกราฟต์ด้วยระยะความลึกที่เหมาะสม และให้ได้ความหนาแน่นที่กำลังดี ซึ่งทั้งหมดนี้ นอกจากจะทำให้ได้ผลลัพธ์ผมใหม่ที่กลมกลืน เป็นธรรมชาติ อยู่รอด ไม่หลุดร่วงง่ายแล้ว ยังช่วยให้คนไข้ไม่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนาน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติแทบจะในทันที


ศาสตร์การฟื้นฟูผมเป็นภารกิจสำคัญ และนับเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับแพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผม เรียกได้ว่ามีความแตกต่างจากการศัลยกรรมประเภทอื่น ๆ เนื่องจากจำเป็นต้องใช้ผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอยของผู้เข้ารับการปลูกผมเองเท่านั้น ซึ่งผมต้นทุนที่ว่าก็มีข้อจำกัด อาจไม่ได้มีเพียงพอสำหรับปลูกซ้ำได้หลาย ๆ ครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนไข้ที่มีปัญหาสภาพผมอ่อนแอ หรือปล่อยให้ภาวะผมร่วง ผมบาง เกิดขึ้นเป็นเวลานานโดยไม่ได้รักษา ก็จะยิ่งเหลือผมต้นทุนน้อยลงไปอีก ทำให้แพทย์ต้องใช้ทักษะในการวางแผนใช้ผมต้นทุนด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะคนไข้แต่ละคน อาจปลูกผมได้เพียง 1 – 2 ครั้งเท่านั้นในชีวิต

ไม่เพียงเท่านั้น การปลูกผมยังเต็มไปด้วยขั้นตอนมากมาย ตั้งแต่การเจาะย้ายกราฟต์ผมออก และนำไปปลูกใหม่ในพื้นที่ที่เป็นปัญหา ซึ่งนามนินมีทีมผู้ช่วยแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนพัฒนาทักษะจากคุณหมอนินโดยตรง เพื่อให้มั่นใจได้ว่า คนไข้จะได้รับการดูแลอย่างถูกต้องตามหลักวิชาแพทย์

และคุณหมอนินยังให้ความสำคัญกับขั้นตอนการดูแลระยะยาวหลังปลูกผม ซึ่งจะมีการติดตามผล และให้คำแนะนำตลอดเส้นทางการรักษาที่ยาวนานถึง 18 เดือน เพื่อผลลัพธ์ผมใหม่ที่สมบูรณ์เต็มที่ โดยในทุกขั้นตอนที่กล่าวมา คุณหมอนินไม่เคยหยุดพัฒนาเทคนิคและผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อเสริมการรักษาให้เข้ากับคนไข้แต่ละเคสมากที่สุด


ขณะเดียวกัน คุณหมอนินยังมีความเชี่ยวชาญในการดูแลเส้นผมที่ไม่ใช่แค่การปลูกผม เพราะมีคนไข้หลาย ๆ เคสที่ไม่เหมาะกับการรักษาด้วยวิธีการปลูกผมใหม่ อย่างเช่นในคนไข้ผู้หญิงที่มีปัญหาผมบางทั่วศีรษะ ทั้งด้านหน้า ตรงกลางศีรษะ รวมถึงท้ายทอยด้านหลัง ซึ่งโดยปกติ ผู้หญิงจะมี Safe Zone หรือบริเวณที่มีผมต้นทุนให้นำไปปลูกใหม่ได้น้อยกว่าผู้ชายอยู่แล้ว ผู้หญิงบางคนอาจจะมีผมต้นทุนน้อยเป็นพิเศษหรือไม่มีเลย และถ้าหากผมด้านหลังท้ายทอยเริ่มหลุดร่วง ก็แปลว่าผมบริเวณนั้นอ่อนแอ เล็ก ลีบ บาง ไม่แข็งแรงพอที่จะย้ายนำไปปลูกใหม่ เพราะหากย้ายไปก็อาจจะหลุดร่วงซ้ำได้อีก ส่วนบริเวณท้ายทอยก็จะยิ่งดูบางลงไปอีก 

นี่เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างปัญหาของคนไข้ ที่เป็นแรงผลักดันให้คุณหมอนินคิดค้นและพัฒนาตัวช่วยต่าง ๆ เพื่อตอบโจทย์การรักษาอาการผมร่วง ผมบาง โดยไม่ได้พึ่งพาการปลูกผมถาวร ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานยา การทาเซรั่ม การรับประทานวิตามิน รวมถึงการเข้ารับบริการทรีตเมนท์หลากหลายรูปแบบ ซึ่งนวัตกรรมการรักษาล่าสุดที่คุณหมอนินพัฒนาขึ้น ก็คือการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster เข้าที่หนังศีรษะ เหมาะสำหรับสภาพหนังศีรษะที่ยังมีรูขุมขนอยู่ ไม่ได้ปิดไปแล้วหรือเข้าสู่ภาวะผมล้าน

โดย Premium Hair Booster จะตรงเข้าบำรุงเส้นผมลึกถึงระดับเซลล์ เปลี่ยนผมเส้นเล็ก ลีบ บาง ให้กลับมามีขนาดใหญ่ขึ้น หนาขึ้น แข็งแรงขึ้น จนช่วยเพิ่มความดกดำและความหนาแน่นให้กับเส้นผมได้ ทั้งยังช่วยลดอัตราการหลุดร่วงของเส้นผม พร้อมทั้งกระตุ้นและเร่งเส้นผมให้เกิดใหม่อีกด้วย ซึ่งคุณหมอนินยังบูรณาการการใช้ Premium Hair Booster สำหรับคนไข้ผู้ชายที่ต้องการการฟื้นบำรุงผมได้ด้วยเช่นกัน



จากทักษะ ความใส่ใจ และประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน ทำให้เมื่อไม่นานมานี้ คุณหมอนิน ได้รับเกียรติจากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เชิญให้รับตำแหน่งอาจารย์พิเศษ หลักสูตรปริญญาโท ในวิชา Hair Transplantation สาขาวิชาเวชศาสตร์ความงาม เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์เหล่านั้นให้กับนักศึกษาแพทย์ด้วย ซึ่งก็เป็นไปตามความตั้งใจของคุณหมอนิน ที่อยากเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริม ผลักดัน และยกระดับวงการปลูกผมของประเทศไทย ให้เติบโตและพัฒนาไปข้างหน้า จนสามารถแข่งขันกับนานาประเทศได้ไม่แพ้ใคร




หลักสูตรปลูกผมสำหรับแพทย์ Advance Hand-on Hair Transplantation Training
เติมเต็มประสบการณ์และอัปเดตทักษะความรู้ด้านการปลูกผม กับแพทย์หญิงนิล นามทองต้น แพทย์ผู้พัฒนาเทคนิค NEAT ในหลักสูตรอบรมด้านการปลูกผมขั้นสูง ด้วยเทคนิค Micrograft Forceps FUE เจาะลึกทฤษฎีตามหลักการแพทย์อย่างเข้มข้น ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การเตรียมเครื่องมือทำหัตถการ การออกบแบบแนวผมด้านหน้า รวมถึงเทคนิคการย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย นำมาเตรียมสภาพให้พร้อม และปลูกบนพื้นที่ให้ดูเป็นธรรมชาติ พร้อมลงมือปลูกผมจริงให้ผู้เข้ารับบริการในห้องหัตถการ เพื่อฝึกทักษะการใช้อุปกรณ์จริง โดยเป็นกลุ่มขนาดเล็ก เป็นหลักสูตรที่ถ่ายทอดเนื้อหาได้อย่างทั่วถึง ครบจบทุกขั้นตอนในเวลาเพียง 2 วัน ซึ่งจะทำให้ผู้รับการอบรมเข้าใจทุกกระบวนการในการทำงานอย่างชัดเจน

นามนินขอแสดงความยินดีกับแพทย์ทุกท่าน ที่ผ่านการอบรมด้วยดีค่ะ



10 ชั่วโมงแห่งความใส่ใจ จากแพทย์ สู่คุณคนใหม่
นี่คือเวลา 10 ชั่วโมง 
...ที่บางคนต้องใช้เวลาศึกษาและตัดสินใจอยู่หลายปี
...ที่บางคนบอกว่าเป็นการลงทุนครั้งสำคัญโอกาสเดียวของชีวิต
...และหลาย ๆ คน เฝ้ารอที่จะได้เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ หลังจาก 10 ชั่วโมงนี้

นั่นทำให้แพทย์หญิงนิล นามทองต้น หรือคุณหมอนิล แห่งคลินิกนามนิน เลือกที่จะทุ่มเทและใส่ใจไปกับ 10 ชั่วโมงในการปลูกผมใหม่ให้กับคนไข้ ซึ่งหากถามว่าทำไมจึงต้องกินเวลายาวนานถึง 10 ชั่วโมงต่อเนื่องกัน คำตอบก็คือ เพราะการปลูกผมเป็นหัตถการที่ซับซ้อนและละเอียดอ่อน ต้องอาศัยศาสตร์การแพทย์ในการรักษา และมุมมองเชิงศิลป์ในการสร้างสรรค์ความงาม ผสานเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังเป็นการทำงานกับ เส้นผม ที่มีขนาดเล็กมาก ๆ และหากไม่ระวังก็อาจพลั้งทำร้ายเส้นผมได้โดยง่าย 

การปลูกผมจึงไม่ใช่ภารกิจที่ใครก็ทำได้ ที่นามนิน ผู้ชำนาญตัวจริงเท่านั้นที่จะได้ทำหน้าที่สำคัญนี้ และนี่ก็คือ 10 ชั่วโมงการทำงานของทีมแพทย์ เพื่อลงมือปลูกผมใหม่ และเปลี่ยนเจ้าของเส้นผมเป็น คนใหม่ อย่างที่ใจต้องการ

วางแนวทางการรักษาร่วมกัน
30 – 40 นาที
คุณหมอนิลจะเริ่มต้นด้วยการชวนคนไข้นั่งลงพูดคุยกันถึงปัญหา ความกังวลใจ และความต้องการของคนไข้ เพื่อทำความเข้าใจเจ้าของเส้นผมให้มากที่สุด ก่อนจะวิเคราะห์ปัญหาผม และออกแบบแนวทางการรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง เพราะคนไข้แต่ละคนมาด้วยปัญหาและปัจจัยแวดล้อมที่แตกต่างกัน บางคนเพิ่งเริ่มมีอาการผมบางในระยะเริ่มต้น บางคนมาเมื่อผมบางจนใกล้เข้าสู่ภาวะผมล้านแล้ว บางคนมีกราฟต์ผมต้นทุนบริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยจำนวนมาก แต่บางคนมีไม่เพียงพอ 


ซึ่งตรงนี้ คุณหมอนิลจะช่วยประเมินพื้นที่ปลูกผมว่ากินบริเวณกว้างแค่ไหน คำนวณกราฟต์ผมต้นทุนที่ต้องใช้ว่ามีเพียงพอหรือไม่ หากไม่พอจะแก้ปัญหาอย่างไร เช่น เฉลี่ยกราฟต์ผมให้ปลูกได้ครอบคลุมโดยไม่ต้องหนาแน่นมาก หรือเลือกปลูกผมเฉพาะจุดที่จำเป็นจริง ๆ รวมไปถึงการทำ Treatment บำรุงอื่น ๆ เสริมควบคู่กัน 

ไม่เพียงเท่านั้น คุณหมอนิลยังวาดแนว Hairline หรือกรอบหน้าบริเวณหน้าผากให้ใหม่ เพื่อช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนที่สมดุลตามหลัก Golden Ratio โดยไม่ลืมที่จะสอบถามความต้องการของคนไข้เช่นเคย จึงแน่ใจได้ว่า เส้นทางการรักษาที่วางไว้นั้น เกิดจากการร่วมกันคิดของทั้งสองฝ่าย คือแพทย์และคนไข้ อย่างแท้จริง


เตรียมพื้นที่ศีรษะด้านหลังท้ายทอย
20 – 30 นาที
เนื่องจากจะต้องมีการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากบริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยไปปลูกใหม่ ซึ่งกราฟต์ผมบริเวณนี้ เป็นกราฟต์ผมที่มีคุณสมบัติแข็งแรง ทนทานต่อการหลุดร่วงมากที่สุด คุณหมอนิลจึงได้เวลานำคนไข้เข้าสู่ห้องหัตถการ และเริ่มด้วยการเตรียมพื้นที่ศีรษะด้านหลังท้ายทอยให้พร้อม โดยใช้ทักษะเฉพาะตัวของคุณหมอนิลเอง ลงมือตัดผมให้กับคนไข้ พร้อมกับใช้เทคนิคซ่อนแผลแบบขั้นบันได เพื่อที่ว่าเมื่อปลูกผมเสร็จเรียบร้อย คนไข้จะได้ไม่ต้องคอยกังวลปกปิดรอยแผลด้านหลัง จนไปจำกัดอิสระในการจัดแต่งหรือทำทรงผมต่าง ๆ ซึ่งเทคนิคที่ว่านี้ คุณหมอนิลก็เป็นผู้พัฒนาขึ้น เพื่อให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายมากที่สุดนั่นเอง



เจาะย้ายกราฟต์ผมออก
3 – 6 ชั่วโมง
สำหรับขั้นตอนการเจาะย้ายกราฟต์ผมออกจากด้านหลังท้ายทอย คุณหมอนิลเป็นผู้วางแผนการใช้เครื่องมือต่าง ๆ โดยอุปกรณ์เจาะย้ายกราฟต์ผมนั้น จะมีขนาดเล็กพิเศษ เพื่อให้หลงเหลือรอยแผลน้อยที่สุด ทั้งยังสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของหัวเจาะ ให้เหมาะสมกับกราฟต์ผมที่แตกต่างกันของแต่ละคนได้ 

ในขั้นตอนนี้ ผู้ที่ลงมือเจาะย้ายกราฟต์ผมจะเป็นทีมสหวิชาชีพของนามนิน ที่ผ่านการฝึกฝนอย่างเข้มข้นจากคุณหมอนิล อีกทั้งคุณหมอนิลยังเป็นผู้ควบคุมการทำหัตถการในขั้นตอนนี้ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิดตลอดเวลาด้วย


ไม่เพียงเท่านั้น กราฟต์ผมที่เจาะย้ายออกมาแล้ว จะต้องนำไปแช่ในน้ำยารักษาสภาพผมทันที ก่อนจะเข้าสู่ขั้นตอนของการคัดเลือกกราฟต์ และตัดแต่งกราฟต์ เนื่องจากพื้นที่ปลูกผมใหม่แต่ละจุดอาจจำเป็นต้องใช้กราฟต์ผมที่มีขนาดเล็กใหญ่แตกต่างกัน จึงจะดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ เช่นบริเวณ แนวไรผม นั้น ต้องใช้กราฟต์ผมเส้นเล็ก บาง และมีจำนวนเส้นผมต่อกราฟต์เพียงเส้นเดียว ส่วนบริเวณ กลางศีรษะ อาจต้องใช้กราฟต์ผมเส้นหนาใหญ่ และมีจำนวนเส้นผมต่อกราฟต์ 3 - 4 เส้น การคัดเลือกและตัดแต่งกราฟต์ จึงเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่สะท้อนถึงความละเอียดอ่อนของการปลูกผม ที่คุณหมอนิลให้ความสำคัญไม่แพ้ขั้นตอนไหน ๆ ได้เป็นอย่างดี

หลังจากนี้จะเป็นการพักรับประทานอาหารหรือของว่างเพื่อเติมพลัง และพักให้ร่างกายได้ผ่อนคลายประมาณ 30 – 45 นาที โดยมีขั้นตอนที่เป็นหัวใจหลักของการปลูกผมรออยู่ในช่วงต่อไป

ปลูกผมใหม่ด้วยแพทย์แบบเส้นต่อเส้น
3 – 6 ชั่วโมง
ในที่สุดก็มาถึงขั้นตอนของการปักกราฟต์ผมที่เตรียมเอาไว้อย่างดี ลงบนพื้นที่หนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง และแน่นอนว่า อาจจะมีกราฟต์ผมที่รอการปักมากเป็นจำนวนนับหลายพันเส้น แต่ทั้งหมดนั้น จะมีคุณหมอนิลเพียงคนเดียว ที่ทำหน้าที่ปักกราฟต์ผมทีละกราฟต์ ด้วยความละเอียด ประณีต พิถีพิถัน โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่จะส่งผลต่อความอยู่รอดของกราฟต์ผมใหม่ให้มากที่สุด ดังนี้

  • ทิศทางในการเรียงตัวของกราฟต์ผมใหม่ รวมถึงองศาความลาดเอียงในการปัก เพื่อให้ผมใหม่ดูกลมกลืนไปกับเส้นผมเดิม แลดูใกล้เคียงผมธรรมชาติ ที่สำคัญ ไม่ชี้ย้อนผิดทิศผิดทาง ซึ่งโดยปกติแล้ว กว่าจะรู้ว่าผมใหม่เรียงตัวตามทิศทางเดิมหรือไม่ ก็ต้องรอให้ผมยาวขึ้นเมื่อผ่านไปแล้วหลายเดือน ทั้งยังไม่สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ หรืออาจแก้ไขไม่ได้อีกแล้ว เรื่องของทิศทางและองศาจึงเป็นที่ต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษ

  • ระยะความลึกในการปักกราฟต์ หากปักกราฟต์ผมตื้นเกินไป อาจจะหลุดร่วงง่าย และส่งผลให้เส้นเลือดต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ในการลำเลียงอาหารมาเลี้ยงเส้นผม ไม่สามารถเชื่อมต่อกันได้อย่างสมบูรณ์ ทำให้เส้นผมอ่อนแอ ไม่แข็งแรง

  • ความหนาแน่นในการปักกราฟต์ แพทย์ผู้ชำนาญจะปักกราฟต์ผมให้ได้ความหนาแน่นกำลังดี ไม่มากหรือน้อยเกินไป เพราะหากน้อยเกินไป ผมของคนไข้อาจจะยังดูบางจนแทบไม่ช่วยแก้ปัญหา หรือถ้าหากแน่นเกินไป ก็เสี่ยงที่กราฟต์ผมจะเบียดกันจนหลุดร่วงได้ง่ายกว่าที่ควร


ที่สำคัญ คุณหมอนินยังเลือกใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย นำเข้าจากต่างประเทศ นั่นคือ Implanter Pen หรือปากกาปลูกผม ที่มีขนาดเล็กพิเศษเพียง 0.6 มิลลิเมตร นับเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้การปลูกผมสามารถทำได้อย่างแม่นยำ ลดความผิดพลาด ทั้งยังช่วยให้แผลมีขนาดเล็ก เลือดออกน้อย ลดอาการบวมช้ำที่เป็นภาพจำน่ากลัวฝังใจใครหลาย ๆ คน และนั่นก็ทำให้คนไข้ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถลุกขึ้นมาทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้นด้วย



ทั้งนี้ เวลาที่ใช้ในการปลูกผมจริง ๆ อาจมากหรือน้อยกว่านี้ก็เป็นได้ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของปัญหา และจำนวนกราฟต์ผมที่ใช้ในการปลูกแต่ละเคส โดยตลอดกระบวนการทั้งหมดนี้ คุณหมอนิลจะเป็นผู้ควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิด และคอยอธิบายให้คนไข้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องหัตถการ เพื่อคลายความกังวลของคนไข้ 

และเมื่อผ่านพ้น 10 ชั่วโมงแห่งความทุ่มเทใส่ใจนี้ไป ก็ไม่ได้หมายความว่า คุณหมอกับคนไข้มาถึงเส้นชัยแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังต้องจับมือกันประคับประคองดูแลเส้นผมที่เพิ่งปลูกไปนั้น ให้อยู่รอด เติบโต แข็งแรง โดยมีคุณหมอนิลเป็นผู้คอยติดตามผลทุกระยะ และให้คำปรึกษาด้วยตัวเองอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงแนะนำ Treatment และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง จนกว่าคนไข้จะได้พิสูจน์ผลลัพธ์ผมใหม่ว่าคุ้มค่ากับที่รอคอยมานาน พร้อม ๆ กับการได้เปลี่ยนตัวเองเป็น คนใหม่ ที่มั่นใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม