Tag : หมอปลูกเองทุกกราฟต์
ผมหยุดยาว สัญญาณแรกสู่ภาวะผมล้าน
โดยธรรมชาติแล้ว เส้นผมของเราจะค่อย ๆ ยาวขึ้นเรื่อย ๆ ทีละนิด ตามวงจรปกติของเส้นผม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่คุณผู้ชายส่องกระจกแล้วเริ่มสังเกตเห็นว่า ทำไมผมยังมีความยาวเท่าเดิม? เหมือนไม่ได้เพิ่มความยาวขึ้นเลย โดยเฉพาะผมบริเวณด้านหน้า ทราบหรือไม่ว่า ความผิดปกติแม้เพียงจุดเล็ก ๆ เช่นนี้ อาจเป็นสัญญาณแรกเริ่มของภาวะผมร่วง ผมบาง ซึ่งหากคุณผู้ชายปล่อยปละละเลย ก็อาจนำไปสู่ภาวะผมล้านในท้ายที่สุดก็เป็นได้

ดังนั้น แม้ว่าคุณผู้ชายจะยังไม่เข้าสู่ช่วงอายุสูงวัย ก็ควรเริ่มสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเส้นผมตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยอาศัยจุดสังเกตง่าย ๆ 3 จุดต่อไปนี้

  • ผมด้านหน้า ไม่ยาวเพิ่มขึ้นเลย จากปกติที่จะต้องยาวขึ้นทีละนิด
  • ผมอาจจะยังไม่เริ่มร่วงจนเห็นได้ชัด แต่แค่หยุดยาวก็ควรให้ความใส่ใจเป็นพิเศษแล้ว
  • ลักษณะอาการเช่นนี้ มักจะมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันในครอบครัว

ถ้าสังเกตพบอาการดังกล่าวนี้ นามนินแนะนำให้ลองเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านเส้นผม เพราะหากมองข้ามความผิดปกติเล็ก ๆ อย่างเช่นอาการผมหยุดยาว ก็เท่ากับมองข้ามสัญญาณเตือนของปัญหาเส้นผมที่รุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็น


ภาวะผมถอยร่นบริเวณหน้าผาก เพราะเมื่อผมเริ่มหยุดยาว ในลำดับต่อไป ผมก็อาจจะอ่อนแอจนหลุดร่วงได้ คุณผู้ชายจึงมักจะสังเกตเห็นผมถอยร่นเข้าไปเป็นรูปตัว M ก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ในวัยหนุ่ม นอกจากนั้น อาจเกิดภาวะผมร่วง ผมบาง ในบริเวณอื่น ๆ ของศีรษะได้ด้วย เช่นบริเวณกลางศีรษะ หรือในรูปแบบที่เรียกว่า ผมบางแบบตัว O
และเมื่ออาการผมร่วง ผมบาง เริ่มรุนแรงขึ้น ก็แน่นอนว่ามีโอกาสนำไปสู่ภาวะผมล้านได้


ไม่เพียงเท่านั้น ภาวะผมบางยังส่งผลในมุมของบุคลิกและภาพลักษณ์ เพราะกรอบหน้าที่เปลี่ยนไปจากผมที่ถอยร่นสูงขึ้น ก็ทำให้สัดส่วนใบหน้าไม่สมดุล แลดูสูงวัยกว่าอายุจริง ผมที่บางลงยังทำให้เจ้าของเส้นผมต้องคอยกังวลใจ และขาดความมั่นใจในการออกไปพบปะผู้คน ในการทำงาน หรือในชีวิตประจำวัน 

ด้วยเหตุผลเหล่านี้เอง ทั้งในแง่ของสุขภาพผม และผลกระทบด้านภาพลักษณ์ ต่อเนื่องมาถึงด้านจิตใจ จึงเป็นคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมเราจึงควรให้ความสำคัญกับการดูแลปัญหาเส้นผมตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยไม่ต้องรอให้สูงวัยก่อน หรือรอให้ปัญหารุนแรงขึ้นจนเห็นได้ชัดเสียก่อน ซึ่งเมื่อเข้ามาปรึกษากับแพทย์ แพทย์จะช่วยประเมินและวิเคราะห์ปัญหาผม รวมถึงออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ตัวอย่างเช่น

  • การรับประทานยา
  • การรับประทานวิตามินบำรุง
  • การทาเซรั่ม
  • การเข้ารับบริการทรีตเมนต์ PHB
  • การเข้ารับการปลูกผมถาวร

การปลูกผมถาวร ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางรักษา จึงไม่มีคำว่า เร็วเกินไป ถ้าถามว่าการปลูกผมเร็วมีข้อดีอย่างไร สามารถอธิบายด้วยปัจจัยคำตอบเหล่านี้

เพราะ “กราฟต์ผม” ไม่ได้มีเพียงพอตลอดไป
“กราฟต์ผมต้นทุน” เป็นกุญแจสำคัญทีเดียวในสมการนี้ เนื่องจากการปลูกผมถาวรแบบ FUE คือการเจาะย้ายกราฟต์ผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอย เพื่อนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่เป็นปัญหา โดยปกติแล้ว ผมบริเวณท้ายทอยนั้น คือส่วนที่แข็งแรงทนทานต่อการหลุดร่วงมากที่สุด เพราะมีคุณสมบัติต้านทานฮอร์โมน DHT หรือ Dihydrotestosterone ที่ส่งผลทำให้รูขุมขนบนหนังศีรษะมีขนาดเล็กลง เส้นผมอ่อนแอ เล็ก ลีบแบน และหลุดร่วงง่ายก่อนเวลาอันควร ที่สำคัญ แม้จะย้ายกราฟต์ผมมาปลูกใหม่แล้ว คุณสมบัติพิเศษนี้ก็จะยังคงอยู่ไปตลอด


อย่างไรก็ตาม กราฟต์ผมที่ว่านี้ไม่ได้มีจำนวนมาก หรือไม่ได้มีเพียงพอไปตลอดชีวิตของคนเรา ยิ่งอายุมากขึ้น กราฟต์ผมต้นทุนก็ยิ่งเหลือน้อยลงตามธรรมชาติ ตรงกันข้ามกับพื้นที่ผมบางที่จะยิ่งขยายวงกว้างขึ้นตามวัย จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อปริมาณกราฟต์ผมต้นทุนสวนทางกับพื้นที่ปลูกใหม่ ก็เป็นไปได้ว่า กราฟต์ผมอาจจะไม่เพียงพอ หรือเหลือพอแค่ให้ปลูกเสริมแบบเฉลี่ย แต่ไม่สามารถปลูกได้หนาแน่นเต็มที่ เพราะจะต้องไม่ลืมคำนึงว่า แพทย์ไม่สามารถเจาะย้ายผมบริเวณด้านหลังท้ายทอยออกได้ทั้งหมด ยังต้องเหลือไว้บางส่วนด้วยเพื่อไม่ให้ผมด้านหลังดูบางจนเกินไป 

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากรอจนเข้าสู่ภาวะผมล้าน ก็มีโอกาสที่กราฟต์ผมจะไม่เพียงพอ จนไม่สามารถปลูกผมถาวรเพื่อแก้ปัญหาได้

ตรงกันข้าม ถ้าคุณผู้ชายตัดสินใจปลูกผมตั้งแต่ยังอายุไม่มาก ซึ่งกราฟต์ผมต้นทุนด้านหลังท้ายทอยยังมีอยู่ในปริมาณมาก ขณะเดียวกัน พื้นที่ผมบางที่ต้องการการปลูกใหม่ ก็ยังไม่กินพื้นที่กว้าง ปัจจัยเอื้อเหล่านี้ก็ช่วยให้แพทย์สามารถคำนวณกราฟต์ผมต้นทุนเพื่อปลูกใหม่ได้อย่างหนาแน่นเต็มที่ โดยไม่ต้องกลัวว่ากราฟต์ผมจะไม่พอ ยิ่งไปกว่านั้น แพทย์ยังสามารถวางแผนเหลือกราฟต์ผมไว้เผื่อในกรณีต้องมีการปลูกผมใหม่เป็นครั้งที่ 2 ในอนาคตได้อีกด้วย




เพราะยิ่งปลูกผมเร็ว = จุดเริ่มต้นการบำรุงต่อเนื่องแต่เนิ่น ๆ
หลังจากทำหัตถการปลูกผมแล้ว แพทย์ของนามนินจะคอยดูแลติดตามผลอย่างตลอด 18 เดือน ซึ่งเป็นระยะที่ผมปลูกใหม่จะเติบโตอย่างสมบูรณ์ เห็นผลลัพธ์ความหนาแน่นได้อย่างเต็มที่ พร้อมกันนั้นแพทย์ก็จะแนะนำให้บำรุงผมในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ผลิตภัณฑ์หรือเซรั่มบำรุง วิตามินสำหรับรับประทาน รวมไปถึงทรีตเมนต์ฟื้นฟูดูแลเส้นผม 
ซึ่งทั้งหมดนี้ แม้จะพ้นระยะติดตามผล 18 เดือนไปแล้ว แพทย์ก็จะยังให้คำแนะนำใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องของการดูแลตัวเอง และการบำรุงเสริม เพราะถึงแม้จะปลูกผมใหม่เรียบร้อยแล้ว แต่ผมเดิมในบริเวณอื่น ๆ ก็ยังมีโอกาสได้รับอิทธิพลจากฮอร์โมน DHT และเกิดภาวะผมร่วงต่อได้อีก ดังนั้น หากเส้นผมไม่ว่าจะเป็นผมเดิมหรือผมใหม่ ได้รับการบำรุงภายใต้การดูแลของแพทย์ ก็จะช่วยให้ผมแข็งแรง สุขภาพดี ลดโอกาสการหลุดร่วงในระยะยาวได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ 


เพราะภาพลักษณ์และความมั่นใจ เสริมได้ ไม่ต้องรอตอนแก่
จะดีกว่าหรือไม่ หากเราสังเกตพบสัญญาณแรกเริ่มของภาวะผมร่วง ผมบาง หรือเริ่มมีอาการในช่วงต้น แล้วรีบปรึกษาแพทย์เพื่อรักษาทันที ก็จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ ปรับบุคลิก และคืนความมั่นใจให้กับเจ้าของเส้นผมได้ โดยไม่ต้องรอให้ปัญหาผมรุนแรงขึ้น หรือรอให้อายุมากขึ้น ที่สำคัญ เส้นผมหนาแน่นสุขภาพดีเช่นนี้ ก็มีโอกาสจะอยู่กับเราไปได้ตลอดชีวิต 


นอกจากนั้น หลาย ๆ คนมักจะกังวลไม่อยากให้คนรอบตัวหรือเพื่อนร่วมงานทักหลังปลูกผมเสร็จใหม่ ๆ ว่า ...ไปทำอะไรมา ทำไมถึงดูเปลี่ยนไป ไปปลูกผมมาหรือเปล่า... ซึ่งหากเรารอจนปัญหาผมรุนแรง ผมบางเป็นวงกว้าง หรือผมถอยร่นบริเวณหน้าผากเข้ามาลึกมาก ๆ หลังปลูกผมใหม่ ๆ แน่นอนว่า ผมของเราจะหนาแน่นขึ้น มีการปรับกรอบหน้าทำให้รูปหน้าเปลี่ยน แลดูสมาร์ทและอ่อนวัยยิ่งขึ้น จึงไม่แปลกที่คนรอบข้างจะสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงได้ชัด แต่ถ้าหากเริ่มปลูกผมตอนที่ปัญหาผมยังไม่รุนแรง หลังปลูกเสร็จ คนรอบตัวอาจจะยังไม่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงมากนัก เจ้าของเส้นผมจึงไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครทัก สามารถรับการรักษาได้อย่างสบายใจมากขึ้น 

เพราะการปลูกผม คือการลงทุนที่คุ้มค่า
บางคนยังเข้าใจผิดว่า หากปัญหาผมอยู่ในระยะเริ่มแรก อาจจะทำให้การปลูกผมถาวร เป็นการลงทุนที่ไม่คุ้มค่า แต่ด้วยเหตุผลที่เล่ามาทั้งหมด คงจะเห็นแล้วว่า ยิ่งใส่ใจเข้ารับการรักษาด้วยการปลูกผมเร็ว ก็ยิ่งคุ้มค่ามากขึ้น เพราะแพทย์ไม่จำเป็นต้องใช้กราฟต์ผมต้นทุนมาก ๆ ในการปลูก เพื่อเติมเต็มพื้นที่ผมบาง ซึ่งจำนวนกราฟต์ผมต้นทุนนี้เองเป็นปัจจัยหนึ่งในการคำนวณค่าใช้จ่ายในการปลูกผมด้วย อีกทั้งแพทย์ยังสามารถวางแผนการบำรุงดูแลเส้นผมในระยะยาว เพื่อลดโอกาสเกิดภาวะผมร่วงและผมบางต่อเนื่อง 


ที่สำคัญ หากตัดสินใจปลูกผมตั้งแต่อายุยังไม่มาก ก็สามารถปรับบุคลิกและภาพลักษณ์ พร้อมคืนความมั่นใจให้กลับมาได้โดยไม่ต้องรอให้สูงวัยเสียก่อน เพราะถึงเวลานั้นอาจจะสายเกินที่จะรักษาด้วยการปลูกผมแล้วก็เป็นได้

ร่องรอยเล็ก ๆ หรือสัญญาณแรกเริ่ม อย่างเช่นการที่ผมเริ่มหยุดยาว จึงมีความสำคัญไม่น้อย เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จในการชะลออาการผมร่วง ผมบาง และเป็นโอกาสให้เจ้าของเส้นผมรีบเข้ารับการรักษาฟื้นฟูได้ทันเวลา ภายใต้คำแนะนำและการดูแลของแพทย์ เพื่อให้เส้นผมกลับมาหนาแน่น สุขภาพดี มอบความมั่นใจให้คุณไปอีกแสนนาน
ปลูกผม เติมเต็มใจวัย 50+
จากประสบการณ์ในการดูแลคนไข้มาแล้วทุกช่วงอายุ ตั้งแต่วัยยังไม่ถึง 20 ไปจน 70-80 ปี ทำให้นามนินเข้าใจว่า เรื่องของ “เส้นผม” มีความสำคัญกับคนทุกวัยไม่แพ้กัน โดยเฉพาะคนสูงวัย หรือใครที่เริ่มเข้าสู่ช่วงอายุ 50+ 

เชื่อมั้ยว่า ภาพเดิม ๆ ของผู้สูงวัยที่ได้แต่เก็บตัวอยู่บ้านนั้นแทบไม่มีอีกแล้ว วัย 50+ ที่เราเห็นคือคนที่เต็มไปด้วยพลัง Active ยังออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ เข้าสังคมพบปะผู้คน เพื่อนฝูง ครอบครัว หลายคนยังทำงานในตำแหน่งสำคัญ ๆ กลายเป็นวัยที่ยิ่งมองเห็นคุณค่าของตัวเองและเลือกใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ ดังนั้น คำพูดที่ว่า อายุมากแล้วจะต้องดูแลตัวเองให้ดูดีไปทำไม จึงใช้ไม่ได้อีกต่อไปกับคนสูงวัยในยุคนี้ 


นั่นจึงทำให้นามนินได้มีโอกาสร่วมเปลี่ยนและปรับรูปลักษณ์ บุคลิกภาพ รวมไปถึงความมั่นใจ ให้กับคนวัย 50+ มาแล้วมากมาย ผ่านศาสตร์และศิลป์ของการปลูกผม นามนินขอรวบรวมเสียงตอบรับของคนไข้วัยเก๋า มาสรุปให้ฟังตรงนี้อีกครั้งว่า คนสูงวัย ได้อะไรจากการปลูกผม

  • เติมผมส่วนที่ดูบาง ให้กลับมาหนาแน่น
  • ผมใหม่แลดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสมกับวัย
  • รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไป มองมุมไหนก็ดูดีขึ้น
  • ช่วยย้อนวัยทำให้แลดูหนุ่มขึ้น สมาร์ทขึ้น
  • ปรับบุคลิกภาพ เพิ่มความน่าเชื่อถือ
  • ลดความกังวลใจ ในการจัดแต่งทรงผมเพื่อคอยระวังปกปิดปัญหาผม
  • ลดเวลาแต่งตัวและแต่งทรงผมหน้ากระจก (เพราะดูดีโดยแทบไม่ต้องทำอะไรเลย)
  • คืนความมั่นใจ ความภูมิใจ เวลาออกไปพบปะคนภายนอก
  • เสียงชื่นชมจากเพื่อนร่วมงาน เพื่อนฝูง และครอบครัว
  • สุขภาพจิตใจที่ดีขึ้น ส่งผลไปถึงความสัมพันธ์ที่ดีในครอ
  • ได้ความคุ้มค่า เพราะเรายังมีเวลาใช้ชีวิตอีกหลายสิบปี

คนไข้วัย 50+ ของนามนิน ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ตัดสินใจถูกจริง ๆ ที่เลือกเข้ารับบริการปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาเส้นผม ซึ่งหลาย ๆ คนต้องทนอยู่กับปัญหามานานเป็นสิบ ๆ ปี แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ผลลัพธ์ความสำเร็จปลายทางเหล่านี้เท่านั้น ที่ทำให้การปลูกผมกลายเป็นคำตอบที่ใช่ ยืนหนึ่งสำหรับคนวัย 50+ แต่ยังรวมถึงเส้นทางการรักษาภายใต้การดูแลอย่างดีของแพทย์ผู้ชำนาญ ที่มอบประสบการณ์น่าประทับใจให้กับคนไข้ทุก ๆ คนด้วย


และแนวทางการรักษาที่เรากำลังพูดถึง ก็คือ การปลูกผมเทคนิค NEAT หรือการปลูกผมถาวรด้วยเทคนิคขั้นสูง เอกสิทธิ์เฉพาะของนามนิน ซึ่งคุณหมอนิน - แพทย์หญิงนิล นามทองต้น พัฒนาต่อยอดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ประสิทธิภาพการรักษาและความสะดวกสบายของคนไข้มากยิ่งขึ้น 

โดยการปลูกผมเทคนิค NEAT จะเริ่มตั้งแต่ก้าวแรกที่คนไข้เข้ามาปรึกษาปัญหากับคุณหมอนิน ซึ่งคุณหมอนินจะรับฟังอย่างตั้งใจ และออกแบบแนวทางการรักษาร่วมกันแบบเฉพาะบุคคล ให้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนมากที่สุด มีการประเมินพื้นที่ปลูกผม และคำนวณกราฟต์ผมที่ต้องย้ายจากด้านหลังท้ายทอยเพื่อนำไปปลูกใหม่ ให้เกิดความคุ้มค่ามากที่สุด พร้อมทั้งอธิบายขั้นตอนการรักษาเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนในเบื้องต้น รวมทั้งพูดคุยถึง


ผลลัพธ์ความเป็นไปได้ ว่าจะสามารถคืนผมหนาแน่นได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร

เมื่อวันทำหัตถการปลูกผมมาถึง คุณหมอนินจะเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้ด้วยตนเองแบบเส้นต่อเส้น เสริมด้วยเทคนิคต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คนไข้รู้สึกสะดวกสบาย ไม่ต้องกังวลกับอาการเจ็บ บวม ช้ำ โดยคุณหมอนินเลือกสรรอุปกรณ์ปลูกผมที่ได้มาตรฐาน อีกทั้งยังมีเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณหมอติดตามอาการของคนไข้อย่างใกล้ชิดได้ตลอดการทำหัตถการ




ไม่เพียงเท่านั้น คุณหมอนินยังคอยดูแล ติดตามผลทุกระยะ พร้อมให้คำปรึกษาไปตลอด 1 ปีเต็มหลังการปลูกผม และยังเสริมด้วยชุดผลิตภัณฑ์และบริการทรีตเมนต์เพื่อการบำรุงต่าง ๆ เพื่อช่วยให้เส้นผมใหม่อยู่รอด เติบโต แข็งแรง พร้อมคืนความมั่นใจให้กับคนไข้วัย 50+ ได้ในทุก ๆ สถานการณ์ของชีวิต 

สุดท้ายนี้ คุณหมอขอฝากคำแนะนำไปถึงคนที่เริ่มเข้าสู่ช่วงสูงวัย และอาจกำลังลังเลใจที่จะลองปลูกผมดีหรือไม่ ว่าควรรีบมาปรึกษาและออกแบบการรักษาร่วมกันตั้งแต่เนิ่น ๆ ตอนที่สภาพผมยังสุขภาพดีอยู่ ยังไม่อ่อนแอหรือเหลือน้อยลงไปตามวัย เพราะยิ่งเริ่มรักษาเร็วเท่าไหร่ ผลลัพธ์ที่ได้ก็จะยิ่งดีขึ้นเท่านั้น

5 พฤติกรรมทำร้ายเส้นผม ที่ควรต้องบำรุงผมเพิ่มเป็นพิเศษ
เส้นผมของคุณหลุดร่วงเยอะ จนมีปัญหาผมบางหรือไม่?   ปัญหาผมร่วง ผมบางนี้ แม้ว่าจะมีสาเหตุหลักมาจากกรรมพันธุ์ หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน แต่รู้หรือไม่? ว่าบางครั้งปัญหาดังกล่าวก็มีสาเหตุหลักมาจากพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม ที่คุณไม่อาจรู้ตัวอยู่ก็เป็นได้ 

ลองมาไขคำตอบกันในบทความนี้   เพื่อดูว่าคุณมีพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมเหล่านี้หรือไม่?   และจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือบำรุงผมอย่างไรดี ให้เส้นผมกลับมาแข็งแรง ดกดำ และเงางามได้อีกครั้ง
5 พฤติกรรมทำร้ายเส้นผม ที่ควรต้องบำรุงผมเป็นพิเศษ ถ้าไม่อยากผมบาง  
1.การใช้ความร้อนกับเส้นผม
อุปกรณ์จัดแต่งทรงผมไม่ว่าจะเป็นไดร์เป่าผม ที่หนีบผม มักเป็นขั้นตอนที่อาศัยความร้อน ซึ่งอาจมีส่วนทำให้เส้นผมเสียหายได้ ทั้งชี้ฟู แห้งกรอบ เปราะบาง และขาดหลุดร่วงง่าย หากจำเป็นต้องใช้ความร้อนกับเส้นผม แนะนำให้มองหาผลิตภัณฑ์ที่ป้องกันความร้อนร่วมด้วย ก็จะช่วยปกป้องเส้นผมได้ดีขึ้นในระดับหนึ่ง



2. การทำสี หรือใช้สารเคมีกับเส้นผม
การทำสีผม ยืดผม ดัดผม เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมมาโดยตลอด เพราะช่วยปรับลุคเปลี่ยนสไตล์ให้สวยงามมากยิ่งขึ้นได้ แต่ถ้าหากทำเป็นประจำบวกกับไม่มีการดูแลสุขภาพเส้นผมอย่างถูกวิธี ก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะได้ เกิดเป็นปัญหารากผมอ่อนแอ ผมแห้งกร้าน หนังศีรษะขาดความชุ่มชื้น และเกิดปัญหาผมขาดหลุดร่วง  จนทำให้ผมบางในที่สุด 

เนื่องจากสารเคมีเหล่านี้จะสามารถซึมเข้าสู่โครงสร้างเส้นผม และทำลายเซลล์รากผมให้เสื่อมสภาพได้ แต่หากจำเป็นต้องทำสี ดัดผม หรือยืดผมอยู่ตลอดนั้น แนะนำว่าควรเลือกแชมพู ครีมนวด หรือสเปรย์บำรุงผม รวมทั้งทรีตเมนต์สูตรที่อ่อนโยนต่อสุขภาพเส้นผม และหนังศีรษะจะดีที่สุด

3.การรวบผมแน่นเกินไป
การมัดผมแน่น รวบผมตึงเกินไป แม้จะทำให้ลุคของคุณดูสวยโฉบเฉี่ยวอย่างสมบูรณ์แบบ แต่ก็อาจนำมาซึ่งการทำร้ายรากผมให้อ่อนแอ เนื่องจากถูกดึงรั้งมากเกินไป และอาจส่งผลให้ผมขาดหลุดร่วงได้ง่ายในอนาคต แนะนำว่าควรเปลี่ยนทรงผม หรือเลือกใช้วิธีรัดผมด้วยอุปกรณ์อื่น ๆ แทนยางรัดผม อย่างการใช้กิ๊ฟหนีบผมแทน เพื่อคลายผมไม่ให้แน่นจนเกินไป ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาผมบาง ร่นลึกบริเวณหน้าผากได้

หรือกรณีที่ต้องทำทรงผมรวมตึง เพื่อเสริมบุคลิกจริง ๆ ก็จำเป็นต้องทะนุบำรุงเส้นผมเพิ่มเติม ด้วยโปรแกรมทรีตเมนต์สูตรต่าง ๆ ที่จะช่วยลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมร่วมด้วย ซึ่งที่นามนินเราก็มีโปรแกรมบำรุงผมสูตรพิเศษอย่าง PHB หรือ Premium Hair Booster ให้บริการ ซึ่งจะช่วยให้รากผมของคุณแข็งแรง แม้จะรวบตึงตลอด ผมก็ไม่ขาดหลุดร่วงง่ายนั่นเอง 

4. การหวีผม หรือการสางผมผิดวิธี 
เมื่อไหร่ที่ผมพันกัน เชื่อว่าหลายคนก็พยายามที่จะใช้หวีหวีผม และสางผมแรง ๆ เพื่อให้เส้นผมที่พันกันนั้นคลายตัวออก แต่หากทำรุนแรงมากเกินไปก็อาจทำให้รากผมอ่อนแอ และเกิดเป็นปัญหาผมขาดหลุดร่วงได้ 

ที่สำคัญเลยการหวีผมขณะที่ผมเปียกอยู่ก็มีส่วนทำให้เส้นผมขาดหลุดร่วงได้ง่ายเช่นกัน ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเหล่านี้ จะช่วยคงผมดกดำสลวยเงางามให้อยู่กับคุณได้อย่างยาวนานเลยล่ะ

5. การสระผมผิดวิธี
แม้ว่าการสระผมจะเป็นวิธีที่ช่วยชะล้างสิ่งสกปรกบนหนังศีรษะให้หมดจด ป้องกันรูขุมขนบนหนังศีรษะอุดตันจนเป็นสาเหตุหนึ่งของปัญหาผมร่วง แต่ถ้าสระผมผิดวิธีก็อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีได้ เช่น การใช้แชมพูเทลงบนหนังศีรษะโดยตรง การสระผมด้วยน้ำอุ่น การเกาหนังศีรษะแรง ๆ ขณะสระผม หรือแม้แต่การชโลมครีมนวดผมทั่วหนังศีรษะ 

ซึ่งถ้าคุณมีพฤติกรรมเหล่านี้อยู่ แนะนำว่าควรรีบปรับเปลี่ยนโดยเร็ว เพราะพฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการทำร้ายเส้นผมและหนังศีรษะอย่างเป็นประจำ โดยที่คุณเองก็ไม่รู้ตัวเลยล่ะ


พฤติกรรมทำร้ายผม ดูแลด้วยโปรแกรม PHB    
สำหรับใครที่ต้องการเสริมสร้างความมั่นใจและบุคลิกที่ดี ที่ต้องแต่งหน้าทำผมอยู่ตลอด นามนินเชื่อว่าคุณไม่สามารถเลี่ยงพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม เช่น การใช้ความร้อน หรือการใช้สารเคมีในการเปลี่ยนทรงผมเพื่อให้ตอบโจทย์สำหรับการปรับลุคได้อย่างแน่นอน แต่รู้หรือไม่? ว่าเราก็ยังสามารถดูแลให้สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะแข็งแรงอยู่เสมอได้  

ด้วยโปรแกรม PHB ทรีตเมนต์แบบฉีดบำรุงผมได้ทั่วหนังศีรษะ ไม่เพียงแต่เฉพาะบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบางเท่านั้น ซึ่งทรีตเมนต์ PHB เป็นสูตรพิเศษเฉพาะที่นามนิน อัดแน่นไปด้วยสารอาหารและวิตามินที่จำเป็นต่อการบำรุงรากผมให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มขนาดเส้นผมให้มีเส้นใหญ่หนา เพื่อลดการขาดหลุดร่วงของเส้นผมได้โดยเฉพาะ และช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพหนังศีรษะให้แข็งแรงได้ในระยะยาว



ไม่ว่าจะมีสาเหตุผมร่วงจากพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมมามากน้อยแค่ไหน โปรแกรม PHB ของนามนินก็เอาอยู่ สามารถซ่อมแซมเซลล์รากผมที่เสื่อมสภาพ ให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งช่วยยับยั้งและชะลอการอักเสบของเซลล์รากผมได้อีกด้วย

โปรแกรม PHB เหมาะกับ:
  • ผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง
  • ผู้ที่มีหนังศีรษะอ่อนแอ
  • ผู้ที่มีผมเสียแห้งกร้าน 
  • ผู้ที่ต้องการบำรุงผมอย่างล้ำลึก




โปรแกรมนี้ สามารถช่วยแก้ปัญหาผมบางได้อย่างเห็นผลชัดเจน โดยไม่ต้องผ่าตัดเลย ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น ปราศจากผลข้างเคียง และทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้ชำนาญการ เพราะนามนินเราคำนึงถึงความปลอดภัยของคนไข้ และประสิทธิผลในการรักษาเป็น 2 อันดับแรกเสมอ รับรองเลยว่านามนินจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

“ผมหงอกหลังการปลูกผม” ต้องกังวลไหม?
ต้องกังวลไหมกับภาวะผมหงอกหลังการปลูกผม?

ก่อนจะตอบ เรามาทำความเข้าใจกับการเกิดผมหงอกหลังการปลูกผมกันก่อนค่ะ “ผมหงอก” เกิดจากความผิดปกติในการทำงานของเซลล์เมลาโนไซท์ (Melanocyte) ที่ทำหน้าที่ผลิตเม็ดสีเมลานิน (Melanin) ในเส้นผมและทำให้เส้นผมมีสีเข้มตามธรรมชาติ ซึ่งหากเซลล์นี้ทำงานผิดปกติหรือหยุดการผลิตเม็ดสี เส้นผมที่ขึ้นใหม่ก็จะกลายเป็นผมหงอกนั่นเอง

กระบวนการในการปลูกผม มีบางขั้นตอนที่ทำให้เกิดแผลที่หนังศีรษะเล็กๆหลายจุด เช่น การเจาะย้ายกราฟต์ผม ซึ่งอาจทำให้สร้างความเครียดต่อเซลล์ต่างๆบนหนังศีรษะ รวมถึงเซลล์เมลาโนไซท์ด้วย เมื่อเกิดความเครียดสูงก็อาจหยุดทำงานได้ หลังการปลูกผม บางคนจึงอาจเจอภาวะผมหงอกได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านหลังที่เจาะนำกราฟต์ผมออก หรืออาจจะเป็นบริเวณใกล้เคียง


ในการปลูกผมเทคนิค NEAT คุณหมอนินจะเป็นผู้วางแผนและดูแลการเจาะย้ายกราฟต์ผมด้วยตัวเองทุกกระบวนการ ตั้งแต่การตัดสินใจเลือกใช้อุปกรณ์อย่างเหมาะสม โดยอุปกรณ์เจาะย้ายนั้นจะมีขนาดเล็กพิเศษ และสามารถปรับเปลี่ยนขนาดของหัวเจาะให้เหมาะสมกับขนาดกราฟต์ผมที่แตกต่างกันของแต่ละคนได้ นอกจากนี้ยังควบคุมทีมสหวิชาชีพให้ทำหัตถการอย่างประณีต เพื่อให้หนังศีรษะได้รับความกระทบกระเทือนน้อยที่สุด เมื่อคนไม่เครียด เซลล์ต่างๆ ก็ไม่เครียดค่ะ



ผมหงอกหลังการปลูกผมเป็นภาวะชั่วคราว เมื่อชั้นหนังแท้ฟื้นตัว เซลล์ต่างๆ กลับมาทำงานตามปกติ ผมก็จะกลับมามีสีเข้มเหมือนเดิม ทั้งนี้  อาการ ความรุนแรง และลักษณะการเกิดผมหงอกหลังการปลูกผมนั้นจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล คาดเดาไม่ได้ บางคนอาจไม่เจอภาวะนี้เลย แต่อาจเกิดขึ้นกับบางคนก็เป็นได้


คุณหมอนินเข้าใจถึงความรู้สึกกังวลที่เกิดจากความไม่รู้ ความคาดหวัง และภาวะต่างๆ ที่ผู้เข้ารับการปลูกผมต้องพบเจอหลังการปลูกผม คุณหมอจึงเป็นผู้ติดตามผลการรักษาด้วยตนเอง หากมีข้อสงสัยหรือกังวลใจใดๆ ก็สามารถปรึกษาคุณหมอได้ด้วยตัวเองในวันนัดได้เลย ทำให้ 1 ปีหลังการปลูกผมเป็นช่วงเวลาที่อุ่นใจ สบายใจ และน่าประทับใจของผู้เข้ารับบริการทุกคนตลอดมา

เมื่อมาถึงตรงนี้ คำตอบของคำถามที่ว่า “ต้องกังวลไหมกับภาวะผมหงอกหลังการปลูกผม” คือ “หากทุกขั้นตอนในการปลูกผมนั้นถูกต้อง และมีการดูแลต่อเนื่องหลังที่ดีการปลูกผม ก็ไม่ต้องกังวลใดๆ” เพราะการปลูกผมนั้นไม่ได้จบภายในวันเดียว แต่ผลลัพธ์นั้นขึ้นอยู่กับการดูแล ติดตามผล ให้คำปรึกษาและแนะนำอย่างถูกต้องกันยาวๆตลอดหลังการปลูกผมด้วย

กล้าพูดได้เลยว่า นอกจากการดูแลเส้นผมด้วยความเข้าใจแล้ว “นามนิน” ยังดูแลไปถึงจิตใจของผู้เข้ารับบริการด้วย เพื่อให้เส้นผมใหม่นั้นเป็นไปตามที่วางแผนไว้ สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุดค่ะ




ผมร่วง ผมบาง รักษาอย่างไร ไม่ต้องกินยา
การรับประทานยารักษาอาการผมร่วง ผมบาง เป็นทางออกที่คุณผู้ชายจำนวนมากเลือกใช้เพื่อจัดการกับปัญหาเส้นผม ซึ่งเป็นปัญหากวนใจที่ส่งผลกระทบต่อรูปลักษณ์ บุคลิกภาพ และความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยยาสำหรับรับประทานนั้น มักจะได้ผลสำหรับผู้ที่มีอาการผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุของกรรมพันธุ์และฮอร์โมนในร่างกาย 

ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คุณผู้ชายที่สืบต่อกรรมพันธุ์ผมร่วงจากคนในครอบครัว จะมีเอนไซม์ชื่อ 5-alpha reductase บริเวณหนังศีรษะ เอนไซม์ตัวนี้เอง ที่จะเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) ให้กลายเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (dihydrotestosterone) หรือที่เรียกว่าฮอร์โมน DHT และฮอร์โมน DHT นี้ ก็เป็นตัวการที่ทำให้รูขุมขนบนหนังศีรษะเล็กลง ผมที่งอกออกมาจึงอ่อนแอ มีขนาดเล็ก ลีบแบน ทำให้ขาดหลุดร่วงได้ง่ายกว่าปกติ แม้เจ้าของเส้นผมจะยังอายุน้อยอยู่ก็ตาม ซึ่งการรับประทานยา จะช่วยเข้าไปหยุดยั้งการทำงานของฮอร์โมน DHT เจ้าปัญหา ทำให้เส้นผมหลุดร่วงน้อยลงนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการรับประทานยา จะเป็นวิธีได้ผลในการลดอาการหลุดร่วงของเส้นผม กระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม และช่วยให้เส้นผมมีขนาดหนาขึ้น จนหลาย ๆ คนสามารถจบการรักษาด้วยการรับประทานยาเพียงวิธีเดียวได้ โดยไม่ต้องเสริมด้วยการรักษารูปแบบอื่น ๆ แต่สำหรับคนไข้อีกหลาย ๆ เคส ยาสำหรับรับประทาน อาจไม่ใช่ทางออกที่ตอบโจทย์การรักษาอย่างตรงจุด เนื่องด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้

  • เลือกใช้ยาไม่ตรงกับสาเหตุของปัญหาผมร่วง ผมบาง เนื่องจากสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงอาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน โรคภัยไข้เจ็บ การขาดสารอาหาร หรือพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัวของเราเอง อย่างเช่นการสูบบุหรี่ การสระผมผิดวิธี หรือการสวมหมวกที่รัดศีรษะแน่นเกินไปอยู่บ่อย ๆ ก็เป็นได้
  • ไม่ได้ใช้ยาอย่างถูกต้องภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้ชำนาญ
  • วิธีการรักษา หรือขนาดยาที่ใช้ ไม่เหมาะสมกับระยะหรือความรุนแรงของอาการที่เป็น
  • ยาที่เลือกใช้ อาจให้ผลที่แตกต่างกันในบริเวณต่าง ๆ ของหนังศีรษะ เช่นบริเวณด้านหน้า หรือบริเวณกลางศีรษะ
  • การตอบสนองต่อยาของตัวคนไข้เอง ซึ่งแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน 
  • ในคนไข้ที่มีอาการผมบางอย่างรุนแรงจนเข้าสู่ภาวะผมล้าน รากผมในชั้นหนังศีรษะอาจจะเสื่อมไปแล้ว จึงไม่สามารถรักษาด้วยการรับประทานยา ซึ่งจะทำงานด้วยการกระตุ้นการเจริญเติบโตที่รากผมโดยตรง
  • สำหรับคนไข้บางคน ยังรู้สึกเป็นกังวลต่อผลข้างเคียงของการใช้ยารับประทานบางชนิด ที่อาจส่งผลสภาพอารมณ์รวมถึงสมรรถภาพทางเพศ

ในกรณีเหล่านี้ แพทย์ผู้ชำนาญสามารถช่วยแนะนำวิธีการรักษาด้วยแนวทางอื่น ๆ โดยไม่ต้องรับประทานยา ซึ่งมีความเป็นไปได้ตั้งแต่การเข้ารับการปลูกผมถาวรโดยไม่ต้องผ่าตัด หรือการเข้ารับบริการ Treatment ตามที่แพทย์แนะนำเพื่อเสริมความแข็งแรง ดกดำ เงางาม ให้กับเส้นผม

NEAT 
เทคนิคปลูกผมถาวรจากนามนิน

ปัจจุบัน เทคนิคการปลูกผมถาวรแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) มีความล้ำหน้าแตกต่างจากเทคนิคการปลูกผมถาวรแบบ FUT (Follicular Unit Transplantation) ในอดีต ซึ่งเดิมเป็นการผ่าตัดเพื่อนำชิ้นหนังศีรษะด้านหลังท้ายทอยที่มีกราฟต์ผมแข็งแรง มาปลูกในบริเวณที่เป็นปัญหาผมร่วงและผมบาง แต่เทคนิค FUE ได้เปลี่ยนให้การปลูกผมโดยไม่ต้องผ่าตัดสามารถทำได้จริง โดยใช้วิธีเจาะย้ายเฉพาะกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยทีละกราฟต์ เพื่อนำมาปลูกในบริเวณที่เป็นปัญหาแทน เนื่องจากผมด้านหลังท้ายทอยหรือที่เรียกว่า Safe Zone มีความคงทนแข็งแรงเป็นพิเศษ ไม่หลุดร่วงง่าย และจะยังคงคุณสมบัติเช่นนี้ต่อไปแม้จะย้ายมาปลูกในพื้นที่ใหม่แล้วก็ตาม เทคนิค FUE จึงลดโอกาสการเกิดรอยแผลขนาดใหญ่ที่ทำให้คนไข้ต้องพักฟื้นเป็นเวลานานจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน


และแพทย์ของนามนินก็ได้พัฒนาเพิ่มเติมจากเทคนิค FUE จนกลายเป็น “NEAT” เทคนิคปลูกผมขั้นสูงเอกสิทธิ์เฉพาะของนามนิน เทคนิคนี้มีความโดดเด่นอยู่ที่ทักษะ ประสบการณ์ และความชำนาญของแพทย์ ซึ่งลงมือปลูกผมให้กับคนไข้ด้วยตัวเองทุกกราฟต์ ด้วยความละเอียด ประณีต ใส่ใจ ทั้งยังอาศัยมุมมองเชิงศิลป์หลอมรวมกับศาสตร์การแพทย์ เพื่อทำการรักษาอาการผมร่วงและผมบางให้กับคนไข้ ไปพร้อม ๆ กับการช่วยให้คนไข้กลับมามีสัดส่วนใบหน้าที่สมดุลขึ้น จึงเสริมรูปลักษณ์ บุคลิกภาพ และความมั่นใจไปอีกขั้น 


ที่สำคัญแพทย์จะรับฟังปัญหาของคนไข้ และออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ไม่มีสูตรสำเร็จ ด้วยความเข้าใจว่าคนไข้แต่ละคนมาด้วยลักษณะปัญหา สภาพผม และเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการรักษาโดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง



ไม่เพียงเท่านั้น แพทย์ยังเลือกใช้อุปกรณ์เจาะย้ายรวมถึงอุปกรณ์ปลูกผมที่ได้คุณภาพ นำเข้าจากต่างประเทศ ช่วยเพิ่มความแม่นยำปลอดภัยตลอดทุกขั้นตอนการปลูกผม และยังเสริมเทคนิคต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ลดอาการเจ็บ บวม จนแทบไม่ต้องพักฟื้น และได้ผลลัพธ์การรักษาที่น่าพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนไข้ที่มีอาการผมร่วง ผมบาง อย่างรุนแรง จนเข้าสู่ภาวะผมล้าน ทำให้รากผมฝ่อหรือเสื่อมไปจนไม่สามารถรักษาด้วยการรับประทานหรือทายาต่าง ๆ ได้แล้ว การปลูกผมใหม่คือทางออกเดียวที่จะช่วยคืนความหนาแน่นของเส้นผมอย่างถาวรให้กับคุณผู้ชายได้อีกครั้ง

Premium Hair Booster Treatment 
บูสต์ผมหนาขึ้นด้วยวิธีง่าย ๆ

สำหรับใครที่เพิ่งพบว่าตนเองมีปัญหาผมร่วง ผมบาง แต่ยังมีรูรากผม  นามนินขอแนะนำ “Premium Hair Booster” ซึ่งเป็น Treatment ฉีดบำรุงที่เหมาะสำหรับสภาพหนังศีรษะซึ่งรูขุมขนหรือรากผมบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ต้องยังไม่ฝ่อหรือเสื่อมไป เนื่องจาก Premium Hair Booster จะตรงเข้าฟื้นฟูดูแลรากผม กระตุ้นการทำงานของรากผมทำให้เส้นผมงอกขึ้นมาใหม่ และลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผม ขณะเดียวกันก็บำรุงให้เส้นผมที่เคยอ่อนแอ มีขนาดเล็ก ลีบ บาง มีความแข็งแรงขึ้น มีขนาดเส้นผมที่หนาและใหญ่ขึ้น จึงส่งผลให้ผมบริเวณนั้นดูหนาแน่นขึ้นได้


วิธีการก็ง่าย ๆ เพียงฉีดบำรุงเข้าที่หนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น ไม่ต้องพักฟื้น มีความปลอดภัยสูง ปราศจากผลข้างเคียงอื่น ๆ และสามารถเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องได้หลายครั้งภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ผมดูหนาขึ้น ดกดำเงางามขึ้น และกลับมาแข็งแรงสุขภาพดีจากภายใน 



ทั้งนี้ แพทย์ผู้ชำนาญของนามนิน ยังได้เตรียมออกแบบแผนการรักษาด้วย Premium Hair Booster Treatment โดยไม่จำเป็นต้องรับประทานยา จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแนวทางการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ที่สะดวกสบายและได้ผลดีขึ้นกว่าที่เคย

ฟื้นบำรุงผมคูณสอง
ด้วย NEAT + Premium Hair Booster 

ขณะเดียวกัน สำหรับคนไข้ในบางเคส แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ทั้ง 2 วิธีในการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ทั้งการปลูกผมถาวรเทคนิค NEAT ร่วมกับการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment เพื่อเป็นการดูแลผมอย่างต่อเนื่อง โดยวิธีนี้จะเหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาผมบางกินบริเวณกว้าง และการปลูกผมเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถเติมเต็มความหนาแน่นได้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ เนื่องจากกราฟต์ผมต้นทุนของคนไข้เองที่จะนำมาปลูกใหม่มีอยู่เพียงจำกัด จึงต้องอาศัยการฉีดบำรุงช่วยเสริม 

ซึ่งที่ผ่านมา คนไข้ที่มีอาการผมร่วง ผมบาง ค่อนข้างรุนแรงเช่นนี้ มักเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ อย่างเช่น คนไข้ผ่านการปลูกผมครั้งแรกมาแล้ว แต่เป็นการรักษาที่ไม่ได้ประสิทธิภาพเพียงพอ จึงต้องมาปลูกแก้ไขเป็นครั้งที่ 2 หรือคนไข้ผ่านการปลูกผมครั้งแรกมาแล้ว แต่ไม่ได้ใส่ใจดูแลสุขภาพผมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมใหม่หลุดร่วง และเกิดภาวะผมล้านต่อในบริเวณข้างเคียง กรณีนี้คนไข้มักจะเหลือกราฟต์ผมต้นทุนไม่เพียงพอที่จะปลูกใหม่เพียงวิธีเดียว



นอกจากนั้น ยังรวมถึงสาเหตุอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่คนไข้ตัดสินใจมาพบแพทย์เมื่ออายุมากแล้ว ทำให้ปัญหาผมบางกินบริเวณกว้างขึ้น หรือเกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุด อีกทั้งกราฟต์ผมต้นทุนก็เริ่มเสื่อมสภาพไปตามวัย หรือในบางเคส แม้คนไข้จะมียังอายุไม่มาก แต่ปล่อยให้ปัญหาผมบางเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปีโดยไม่เริ่มต้นรักษาแต่เนิ่น ๆ ก็มีโอกาสที่พื้นที่ผมบางจะขยายตัวจนเป็นปัญหาใหญ่ได้เช่นกัน


ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์สภาพปัญหา และออกแบบแนวทางการรักษาที่ดีที่สุดร่วมกันกับคนไข้ ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้ฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment ก่อนการปลูกผม หรือหลังการปลูกผม และประเมินความถี่ในการเข้ารับบริการที่เหมาะสม โดยแพทย์จะคอยติดตามผลลัพธ์เพื่อให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การปลูกผมเทคนิค NEAT และการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment เป็นทางเลือกที่วางใจได้ในการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง โดยไม่ต้องรับประทานยา สามารถตอบโจทย์ในการคืนความหนาแน่นและความแข็งแรงให้กับเส้นผมได้จริง

คลายข้อสงสัย เลือกปลูกผมแบบไหนได้ผลลัพธ์ตรงใจที่สุด
“การปลูกผม” แตกต่างจากศัลยกรรมอื่นที่สามารถเปลี่ยนไปมาได้ ไม่ถูกใจก็แก้ไขใหม่ แต่การปลูกผมนั้นมีข้อจำกัด คือ ต้องใช้ต้นทุนเส้นผมของตัวเอง และเป็นต้นทุนที่ใช้แล้วหมดไป การตัดสินใจเลือกการปลูกผมจึงเป็นสิ่งที่ยากมาก ยิ่งในปัจจุบันที่มีการโฆษณาเทคนิคการปลูกผมต่างๆ มากมาย ก็ยิ่งทำให้การตัดสินใจยากขึ้นไปอีก
.
ถ้าอยากปลูกผมแล้วได้ “เส้นผมจริงๆ” อย่างที่คาดหวัง ต้องเลือกอย่างไร? ต้องเข้าก่อนใจว่า ในทุกขั้นตอนของ “การปลูกผม” ล้วนมีความสำคัญและมีผลต่อการงอกของเส้นผมใหม่ทั้งสิ้น จึงควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนการตัดสินใจ ซึ่งจะมีด้านใดบ้างนั้น เราได้รวบรวมมาให้ในบทความนี้ค่ะ
.
ผู้ลงมือทำหัตถการปลูกผม
ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับบริการจนวันสุดท้ายที่เส้นผมใหม่สมบูรณ์ มีปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะทำให้มั่นใจได้มากที่สุดคือ “แพทย์ผู้ปลูกผม” ที่ต้องทำงานเป็นทีมเดียวกันกับคุณตั้งแต่วันแรก ทั้งเป็นผู้ที่รับฟังปัญหา ประเมินความคาดหวัง รู้ข้อจำกัด สร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ออกแบบการรักษา ลงมือปลูกผมด้วยตัวเอง รวมถึงการดูแลต่อเนื่องหลังการปลูกผม


.
ความเชี่ยวชาญของแพทย์และทีม
ในทุกขั้นตอนของการปลูกผมส่งผลต่อการงอกของเส้นผมใหม่ เริ่มตั้งแต่การย้ายรากผม ด้วยเครื่องมือที่เหมาะสมกับขนาดของกราฟต์ผม เพราะกราฟต์ผมของแต่ละคนมีขนาดไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกัน ความชำนาญในการนำกราฟต์ผมออกมาอย่างสมบูรณ์  เพราะนั่นเป็นต้นทุนสำคัญในการปลูกผม



ขั้นตอนการย้ายกราฟต์ผม
จะใช้เวลาประมาณ 3-6 ชั่วโมง โดยคุณหมอนินเป็นผู้วางแผนและดูแลด้วยตัวเองทุกกระบวนการ ตั้งแต่การตัดสินใจเลือกใช้อุปกรณ์เจาะย้ายที่เหมาะสมกับกราฟต์ผมของผู้เข้ารับบริการ และยังเป็นผู้ควบคุมทีมสหวิชาชีพในการทำหัตถการอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา หลังจากที่ย้ายกราฟต์ผมออกมาแล้ว ต้องรีบนำไปแช่ในน้ำยารักษาสภาพผมทันทีเพื่อให้กราฟต์ผมอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดก่อนการนำไปปลูก ซึ่งหากไม่ควบคุมขั้นตอนนี้ให้ดี กราฟต์ผมอาจจะเสียหายหรือตายก่อนที่จะนำไปปลูก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ปลูกผมแล้วผมไม่ขึ้น



การปลูกผมโดยแพทย์ทุกกราฟต์
ในการปลูกผมเทคนิค NEAT ของนามนิน แพทย์จะเป็นผู้ปลูกผมด้วยตัวเอง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกกราฟต์ผมต้นทุนที่ปลูกลงไปนั้นจะงอกขึ้นใหม่ตามที่วางแผนไว้ ซึ่งในขั้นตอนนี้แพทย์จะต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ จัดวางผมแต่ละเส้นในตำแหน่งที่เหมาะสม ปลูกลงไปในระดับที่ลึกพอดีต่อการงอกใหม่ของรากผม ในระหว่างการปลูกก็ต้องคำนึงถึงความหนาแน่นและทิศทางของผม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติที่สุดด้วย 


การดูแลติดตามหลังปลูกผม
นอกเหนือไปจากขั้นตอนการปลูกผมในวันที่เข้ารับการบริการแล้ว อีกปัจจัยหนึ่งที่คนมักมองข้ามไปในการตัดสินใจปลูกผมคือ กระบวนการดูแลหลังการปลูกผม ซึ่งผู้เข้ารับบริการควรต้องได้รับคำแนะนำอย่างถูกต้องเหมาะสมจากแพทย์ตลอดระยะเวลา 1 ปี หลังการปลูกผม เพราะมีภาวะต่างๆที่อาจต้องพบเจอ เช่น ภาวะผมร่วงหลังการปลูกผม (Shock Loss) หรือการเข้ารับบริการทรีทเม้นต์ที่เหมาะสมตามระยะเวลา เพื่อให้เส้นผมใหม่นั้นเป็นไปตามที่วางแผนไว้ สมบูรณ์และแข็งแรงที่สุด


ชุดผลิตภัณฑ์ดูแลหลังปลูกผม
ที่นามนิน ทันทีที่การปลูกผมเสร็จเรียบร้อย ผู้เข้ารับบริการจะได้รับชุดผลิตภัณฑ์การดูแลเส้นผมที่คัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อนำกลับไปดูแลตัวเองต่อที่บ้าน สะดวกสบายและมั่นใจได้ 100% เรื่องความปลอดภัย  เพราะคุณหมอนินเป็นผู้เลือกผลิตภัณฑ์แต่ละชิ้นให้ด้วยตัวเอง 


ติดตามการรักษาโดยแพทย์
การนัดติดตามผลหลังการปลูกผม คุณหมอนินจะเป็นผู้ประเมินและติดตามการรักษาด้วยตนเอง หากมีข้อสงสัยหรือกังวลใจใดๆ ก็สามารถปรึกษาคุณหมอได้ด้วยตัวเองในวันนัดได้เลย ทำให้ 1 ปีหลังการปลูกผมเป็นช่วงเวลาที่อุ่นใจ สบายใจ และน่าประทับใจของผู้เข้ารับบริการทุกคนตลอดมา


หากอ่านมาจนถึงบรรทัดนี้แล้วยังลังเล ตัดสินใจไม่ได้ว่าการปลูกผมแบบไหนจะเหมาะสมกับตัวเอง ไม่ว่าจะอยากปลูกผมครั้งเดียวจบหรือปลูกผมแล้วได้เส้นผมจริงๆ การเปิดใจเข้าไปปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่สุด เพราะปัญหาเส้นผมเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มีรายละเอียดและขั้นตอนที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เราจะเข้าใจและแก้ไขได้ด้วยตัวเอง และสำหรับบางคนที่ยังมีข้อจำกัดเรื่องต้นทุนเส้นผมเข้ามาเป็นเดิมพันอีก “รีบปรึกษาแพทย์” เป็นคำแนะนำที่ตรงไปตรงมาและจริงใจที่สุดจากนามนินค่ะ    

เทคนิคปลูกผม “สร้างกรอบหน้า”
“กรอบหน้า” คือตัวแปรสำคัญต่อ “ความงาม” บนใบหน้าโดยรวม โดยเฉพาะสำหรับคุณผู้หญิง บางคนมีใบหน้าหวาน หรือใบหน้าดุ ก็เนื่องจากลักษะของกรอบหน้า หรือบางคนที่มีกรอบหน้าช่วงแนวไรผมบริเวณหน้าผากค่อนข้างสูงหรือร่นลึกเข้าไป ก็ทำให้ใบหน้าดูไม่สมส่วน ดูสูงวัยกว่าอายุจริง จนอาจถึงขั้นเสียบุคลิกภาพ และบั่นทอนความมั่นใจในการออกไปพบปะผู้คนก็เป็นได้

การทำหัตถการ “ปลูกผม” นั้น หลายครั้งไม่เพียงเพื่อช่วยเติมเต็มความหนาแน่นให้กับผมบนศีรษะ แต่ยังเป็นโอกาสในการ “สร้างกรอบหน้า” ใหม่อีกด้วย โดยเฉพาะที่นามนินคลินิก ซึ่งการปลูกผมมีความหมายทั้งในเชิงศาสตร์และเชิงศิลป์ คุณหมอนิน - แพทย์หญิงนิล นามทองต้น จึงไม่เคยละเลยที่จะใช้ศาสตร์การแพทย์เพื่อรักษาอาการผมร่วงและผมบางด้วยการปลูกผม พร้อมกับใช้มุมมองเชิงศิลปะในการเสริมแต่งความงามอย่างเป็นธรรมชาติให้กับใบหน้าของคนไข้ด้วย

โดยหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่คุณหมอจะต้องใช้ความชำนาญเชิงศิลป์เป็นพิเศษ ก็คือการ “สร้างกรอบหน้า” ใหม่ ด้วยการออกแบบและวาด Hairline หรือแนวผมบริเวณหน้าผาก ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ปัญหาแนวผมร่นลึกแล้ว ยังเป็นการอาศัยหลักสัดส่วนทองคำ หรือ Golden Ratio ออกแบบแนวผมใหม่เพื่อปรับให้รูปหน้าของคนไข้มีความสมส่วน ชวนมอง ในขั้นตอนนี้ คนไข้เองก็จะมีส่วนร่วมในการสะท้อนความต้องการ และออกแบบกรอบหน้าร่วมกับคุณหมอด้วย โดยคุณหมอจะเน้นการออกแบบให้เข้ากับสไตล์หรือบุคลิกของคนไข้แบบเฉพาะบุคคล เพื่อกรอบหน้าใหม่ที่ สวยเป๊ะ แบบไม่มีโป๊ะ เพราะคุณหมอเข้าใจเป็นอย่างดีว่า บุคลิกภาพและความงาม สำคัญกับผู้หญิงขนาดไหน


แต่การสร้างกรอบหน้าใหม่ให้ออกมา เป๊ะ ได้ดังใจ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ของแพทย์ปลูกผมที่มีความชำนาญอย่างมาก ซึ่งหลังจากเจาะย้ายกราฟต์ผมคุณภาพดีออกจากด้านหลังท้ายทอยแล้ว จะต้องนำกราฟต์ผมเหล่านั้นมาแช่ในน้ำยาคงสภาพผม ก่อนจะนำไปวิเคราะห์โครงสร้างของเส้นผม และตัดแต่งเพื่อให้ได้กราฟต์ผมที่เหมาะสมกับการปลูกในแต่ละจุด


นั่นเป็นเพราะเส้นผมของคนเราในแต่ละจุดบนหนังศีรษะ อาจะมีขนาดเส้นเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน มีความหนาบางไม่เท่ากัน และที่สำคัญ มีจำนวนเส้นผมต่อ 1 กราฟต์ผมไม่เท่ากันด้วย ตรงนี้เองที่เป็นหัวใจสำคัญในการปลูกผมสร้างกรอบหน้าไม่ให้โป๊ะ เพราะหากมองข้ามการคัดเลือกกราฟต์ผมที่เหมาะสม แนว Hairline ที่ปลูกใหม่ก็จะออกมาดูไม่เป็นธรรมชาติอย่างแน่นอน

ที่นามนินคลินิก คุณหมอนินจะใส่ใจเป็นพิเศษในการคัดเลือกกราฟต์ผมมาปลูกเพื่อสร้างกรอบหน้าเนียนสวย ซึ่งเป็นขั้นตอนที่พิถีพิถันและละเอียดอ่อน โดยคุณหมอจะแบ่งพื้นที่ปลูกผมออกเป็น 3 โซน ได้แก่

  • แนวไรผมบริเวณด้านนอกสุด ถ้าสังเกตดี ๆ ผมตรงส่วนนี้จะเป็นไรผมเส้นอ่อน ๆ ที่มีความอ่อนนุ่ม เล็ก และบางที่สุด ดังนั้น จึงต้องเลือกกราฟต์ผมเส้นเดี่ยว (หมายถึงมีจำนวนผม 1 เส้นต่อ 1 กราฟต์ผม หรือ Single follicle) และจะต้องมีขนาดเส้นบาง (Fine follicle) เพื่อให้ใกล้เคียงกับไรผมจริง ๆ นั่นเอง
  • ถัดจากแนวไรผมเข้ามา สังเกตว่าผมจะค่อย ๆ มีขนาดเส้นใหญ่ขึ้น คุณหมอจึงเลือกใช้กราฟต์ผมเส้นเดี่ยว (Single follicle) ที่มีขนาดปกติ มาปลูกในบริเวณนี้
  • จากนั้นก็มาถึงผมส่วนที่อยู่ลึกเข้ามามากที่สุด ผมตรงนี้จะมีความหนาแน่น ขนาดเส้นใหญ่และหนากว่าอย่างเห็นได้ชัด คุณหมอจึงเลือกกราฟต์ผมที่มีจำนวนผม 2 – 4 เส้นต่อ 1 กราฟต์ (Multiple follicles) เป็นผมทั่วไปที่มีขนาดเส้นใหญ่และหนา 


จะเห็นว่า เมื่อคัดเลือกกราฟต์ผมด้วยความละเอียดเช่นนี้แล้ว แนวผมบริเวณหน้าผากที่ปลูกใหม่ จะค่อย ๆ ไล่ระดับความหนาบางและความหนาแน่นของเส้นผมอย่างเป็นธรรมชาติ ยิ่งบวกกับทักษะการปลูกผมของคุณหมอ ที่ เป๊ะ ทั้งการวางทิศทางองศาผม การประเมินระยะความลึกในการปักกราฟต์ที่เหมาะสม รวมถึงการกระจายเส้นผมให้หนาแน่นพอดี ไม่แน่นเกินไป และไม่บางเกินไป จึงได้ผลลัพธ์แนวผมใหม่ที่ดูแล้วเนียนตาสุด ๆ จนแทบไม่รู้ว่านี่คือผมปลูกใหม่ กลายเป็นกรอบหน้าที่ช่วยปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนสมดุล และขับเน้นความงามของผู้หญิงแต่ละคนให้ฉายชัดออกมาได้อย่างแท้จริง

ผสาน 2 ศาสตร์กู้ผมบาง NEAT + PHB
เพราะโลกนี้ไม่ได้มีคำตอบเดียวเสมอไป และจะดีกว่าไหม ถ้าเราสามารถผสาน 2 คำตอบ เพื่อแก้ปัญหาให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นกว่าเดิม

“การปลูกผมถาวร เทคนิค NEAT” คือคำตอบที่ใช่สำหรับหลาย ๆ คนที่กำลังเผชิญปัญหาผมร่วง ผมบาง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะผมล้าน เนื่องจากเป็นการเติมเต็มความหนาแน่นให้กับบริเวณที่ผมบาง ด้วยการย้ายกราฟต์ผมด้านหลังท้ายทอยของเราเองมาปลูกใหม่ และผมใหม่นี้ หากดูแลเป็นอย่างดี ก็จะอยู่กับเราไปตลอดชีวิต 

แต่ก็มีบางกรณีเช่นกัน ที่การปลูกผมถาวรเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถแก้ปัญหาผมบางของคนไข้ได้ 100% เนื่องจากสภาพปัญหาผมของแต่ละคน ที่มาพบแพทย์ด้วยระดับความรุนแรงและปัจจัยแวดล้อมต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน ในกรณีนี้ แพทย์หญิงนิล นามทองต้น หรือคุณหมอนิน แห่งนามนินคลินิก จะช่วยวิเคราะห์และอาจให้คำแนะนำในการผสานศาสตร์การรักษาแบบที่ 2 ร่วมด้วย นั่นคือการฉีดบำรุงด้วย “PHB Treatment” คำตอบที่แสนสะดวกสบายสำหรับคนรักผม ซึ่งสามารถเพิ่มความหนา ดกดำ และความแข็งแรงของเส้นผมได้เช่นกัน


ทำความรู้จัก NEAT

NEAT คือเทคนิคปลูกผมของนามนิน เป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณที่กราฟต์ผมมีคุณสมบัติความแข็งแรง ทนทาน ไม่หลุดร่วงง่าย นำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่ปัญหาผมร่วงและผมบาง โดยแพทย์ผู้ชำนาญและมากประสบการณ์เป็นผู้ลงมือทำหัตถการปลูกผมแบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น มีการเสริมเทคนิคที่พัฒนาโดยแพทย์เพื่อช่วยให้ประสิทธิภาพการรักษาเป็นที่น่าพอใจ เอื้อต่อความสะดวกสบายของคนไข้มากที่สุด 

ทั้งยังเลือกสรรอุปกรณ์ปลูกผมที่มีคุณภาพ นำเข้าจากต่างประเทศ ช่วยให้สามารถปลูกผมได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย ที่สำคัญ NEAT เป็นการรวมทักษะของแพทย์ทั้งในเชิงศาสตร์และศิลป์ หมายถึงว่า แพทย์ใช้ศาสตร์การปลูกผมที่น่าเชื่อถือในการรักษา ขณะเดียวกันก็อาศัยมุมมองเชิงศิลปะผ่านเส้นผม เพื่อเสริมเติมความงามให้กับคนไข้ไปในเวลาเดียวกันด้วย เพราะเข้าใจว่าเส้นผมมีความหมายต่อรูปลักษณ์ บุคลิก และความมั่นใจของคนไข้มากแค่ไหนนั่นเอง


ทำความรู้จัก PHB Treatment

PHB Treatment เป็นทรีตเมนต์ฉีดบำรุงที่สะดวกสบาย เพียงฉีดเข้าที่หนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมบาง โดยมีข้อแม้ว่า รูขุมขนหรือรากผมบริเวณนั้นต้องยังไม่ปิด ยังสามารถฟื้นฟูและเติบโตได้ต่อ โดย PHB จะตรงเข้าบำรุงเส้นผมที่เคยลีบ เล็ก บาง ให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น หนาขึ้น แข็งแรงขึ้น พร้อมทั้งชะลอการหลุดร่วง และกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมอีกด้วย

ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นผมที่ดูหนาขึ้น ดกดำเงางามขึ้น และกลับมาแข็งแรงสุขภาพดีจากภายใน ทั้งยังมีความปลอดภัยสูง ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น และปราศจากผลข้างเคียงอื่น ๆ สามารถเข้ารับบริการต่อเนื่องได้หลายครั้งตามคำแนะนำของแพทย์



NEAT + PHB เหมาะกับใคร

สำหรับคนไข้หลาย ๆ คน สามารถจบปัญหาผมร่วง ผมบาง ได้ในการปลูกผมเทคนิค NEAT เพียงครั้งเดียว และอีกหลายคนเช่นกัน ที่คุณหมอแนะนำให้ฉีดบำรุง PHB Treatment โดยไม่ต้องเข้ารับการปลูกผม เนื่องจากปัญหาผมบางยังอยู่ในระยะเริ่มแรก 

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายเคสที่คุณหมอวิเคราะห์แล้วว่า การผสาน 2 ศาสตร์ ทั้ง NEAT และ PHB Treatment จะเป็นคำตอบที่ลงตัวที่สุด สำหรับปัญหาของคนไข้

  • เริ่มจากคนไข้ที่มีปัญหาผมบางกินบริเวณกว้าง จนการปลูกผมเพียงอย่างเดียว ไม่สามารถเติมเต็มความหนาแน่นได้อย่างครอบคลุม

  • คนไข้มีจำนวนกราฟต์ผมต้นทุน ซึ่งอยู่บริเวณท้ายทอยด้านหลังศีรษะ เหลืออยู่น้อย ไม่เพียงพอต่อการนำไปปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมบางได้อย่างทั่วถึง

  • คนไข้เคยเข้ารับการปลูกผมมาแล้ว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ อาจเกิดจากการรักษาที่ไม่ได้ประสิทธิภาพ ทำให้ผมยังคงบางอยู่ (ในกรณีนี้ หมายความว่า กราฟต์ผมต้นทุนของคนไข้ ถูกดึงมาใช้ไปแล้วบางส่วน 1 รอบ ยิ่งทำให้ส่วนที่เหลือมีแนวโน้มที่จะไม่เพียงพอต่อการปลูกแก้ไขครั้งที่ 2)

  • คนไข้ผ่านการปลูกผมครั้งแรกมาแล้ว แต่ละเลยที่จะดูแลสุขภาพผมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมใหม่หลุดร่วง หรือเกิดภาวะผมล้านต่อในบริเวณข้างเคียง เนื่องจากขาดการบำรุงรักษาอย่างเหมาะสม

  • คนไข้มาพบคุณหมอเมื่ออายุมากแล้ว ทำให้ผมบางรุนแรง หรือบางในหลาย ๆ จุดพร้อมกัน เช่นตรงกลางศีรษะและแนวผมบริเวณหน้าผาก ในกรณีนี้ มักจะพบว่ากราฟต์ผมต้นทุนเองก็จะเริ่มเสื่อมสภาพไปตามวัยด้วยเช่นกัน ทำให้ยิ่งเหลือกราฟต์ผมต้นทุนซึ่งสามารถนำไปปลูกใหม่ได้จริง ๆ น้อยลงไปอีก

  • คนไข้ยังอายุไม่มาก แต่ปล่อยให้เกิดปัญหาผมบางต่อเนื่องนานหลายปี โดยไม่ได้เริ่มต้นรักษาแต่เนิ่น ๆ ก็มีโอกาสนำไปสู่ภาวะผมบางรุนแรง จนไม่สามารถพึ่งพาการปลูกผมได้เพียงวิธีเดียวเช่นกัน




ปรึกษาแพทย์ 
เพื่อออกแบบแนวทางการรักษาสำหรับคุณโดยเฉพาะ

ถ้าคุณกำลังกังวลใจว่า ปัญหาผมบางที่เผชิญอยู่นี้ มีความรุนแรงอยู่ในระดับไหน กราฟต์ผมต้นทุนด้านหลังท้ายทอยที่จะนำไปปลูกใหม่ มีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน และเราเป็นคนหนึ่งที่จะต้องรักษาภาวะผมบาง ด้วยการผสาน 2 ศาสตร์ NEAT และ Premium Hair Booster Treatment หรือไม่ ทางที่ดีที่สุด คือการเข้ามาพูดคุยปรึกษากับคุณหมอ เพราะคุณหมอจะช่วยวิเคราะห์ปัญหา สภาพผม และออกแบบแนวทางการรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อตอบโจทย์คนไข้แต่ละคนมากที่สุด เนื่องจากทุกคนมาด้วยปัญหา เงื่อนไข และความต้องการที่แตกต่างกัน ซึ่งคุณหมอจะรับฟังเสียงของคนไข้อย่างเต็มที่ และชวนให้วางแผนการรักษาร่วมกันไปจนถึงปลายทาง

ตัวอย่างเช่น คนไข้ท่านหนึ่งซึ่งมีปัญหาผมบางพร้อมกันหลายจุด แต่กราฟต์ผมต้นทุนไม่เพียงพอที่จะปลูกได้ครอบคลุมทุกจุด ก็มีการวางแผนร่วมกันกับคุณหมอ ว่าจะปลูกเน้นไปยังบริเวณที่คนไข้ต้องการ หรือมีความกังวลเป็นพิเศษ เช่นแนวผมบริเวณหน้าผากซึ่งเป็นจุดที่ช่วยสร้างความมั่นใจเวลาออกไปพบปะกับผู้คนภายนอก ส่วนผมบางกลางศีรษะ อาศัยการฉีดบำรุงด้วย PHB Treatment ซึ่งเมื่อเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง ก็พบว่าผมดูหนาและดกดำขึ้นจริง ทำให้คนไข้ท่านนี้สามารถแก้ปัญหาผมบางได้พร้อมกันทั้ง 2 จุดอย่างที่ต้องการ

ทั้งนี้ การฉีดบำรุงด้วย PHB Treatment มีความปลอดภัยสูง สามารถทำได้ทั้งก่อนการปลูกผม หรือหลังการปลูกผม โดยความถี่ในการเข้ารับบริการนั้น ก็ขึ้นอยู่สภาพปัญหาของแต่ละคนเช่นกัน เช่น หลังปลูกผมแล้ว อาจฉีดบำรุงด้วย PHBTreatment ทุก 2 – 4 สัปดาห์ ต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี เป็นต้น ซึ่งคุณหมอจะคอยติดตามผลลัพธ์อยู่เสมอ เพื่อปรับแนวทางการรักษาให้เหมาะสมมากที่สุดได้ตลอดเวลา


กุญแจสำคัญ คือ ความใส่ใจ

และหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้การผสาน 2 ศาสตร์แก้ปัญหาผมบางประสบความสำเร็จ ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ก็คือ ความใส่ใจ จากคุณหมอนิน ที่ดูแลตั้งแต่วันแรกที่คนไข้เข้ามาปรึกษาปัญหา ออกแบบวิธีการรักษาที่ตรงจุดและตอบโจทย์ ลงมือปลูกผมด้วยตัวเองแบบเส้นต่อเส้น ทั้งยังติดตามผลตลอด 1 ปีเต็มอย่างใกล้ชิด คอยให้คำแนะนำและตอบคำถามคาใจของคนไข้อย่างจริงใจ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายที่เส้นผมใหม่อวดความหนาแน่นและสมบูรณ์แข็งแรงเต็มที่ กลายเป็นมิตรภาพความผูกพันระหว่างคุณหมอกับคนไข้ บนเส้นทางการรักษาและฟื้นฟูดูแลผมตามแบบฉบับของนามนิน ที่รอให้คุณเข้ามาพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้ววันนี้


ผมบางของผู้หญิง รักษาได้ไหม
ไขข้อสงสัย ผมร่วงเยอะ เกิดจากอะไร?
เรื่องของเส้นผมเป็นเรื่องที่หลาย ๆ คนใส่ใจมากเป็นพิเศษ เพราะผมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของใบหน้าที่ช่วยเสริมบุคลิกให้ดูดี จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องดูแลและบำรุงเส้นผมให้สุขภาพดีอยู่เสมอ 

อย่างไรก็ตามทุกวันจะมีผมหลุดร่วงเองตามธรรมชาติอยู่แล้วเป็นเรื่องปกติ แต่หากผมหลุดร่วงมากเกินไปนั่นก็อาจจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงอะไรบางอย่าง ซึ่งปัญหานี้เกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร? มีหนทางในการรักษาอย่างไรบ้าง? นามนินจะพามาไขข้อสงสัยกัน

ผมร่วงเยอะ เกิดขึ้นจากอะไร?
ลักษณะของผมร่วงที่เกิดขึ้นจะมีความรุนแรงที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ปกติแล้วในแต่ละวันเส้นผมของคนเราจะมีการหลุดร่วงอยู่แล้วประมาณ 50-100 เส้น ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เนื่องจากบนศีรษะจะมีเส้นผมอยู่มากถึง 100,000 เส้น โดยจะมีการหลุดร่วงของเส้นผมได้ตามกระบวนการเจริญเติบโตของเส้นผม และหลังจากนั้นก็จะมีผมใหม่งอกขึ้นมาแทนที่ ซึ่งจะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ตามวงจรชีวิตของเส้นผม

แต่เมื่ออายุมากขึ้น ความหนาแน่นของเส้นผมก็จะน้อยลงตามไปด้วย เนื่องจากวงจรชีวิตของเส้นผมสั้นขึ้น จึงทำให้ผมร่วงถี่มากขึ้น ผมจะค่อย ๆ บางลง และอาจไม่มีการงอกใหม่ขึ้นมาทดแทนอีกต่อไป



นอกจากนี้พันธุกรรมก็ถือเป็นสาเหตุของปัญหาผมร่วงที่พบได้บ่อย หากคนในครอบครัวส่วนใหญ่มีผมบาง ก็จะส่งผ่านทางพันธุกรรมได้ด้วยเช่นกัน และอาจเกิดขึ้นได้จากปัจจัยอื่น ๆ ดังนี้
  • ความเครียด 
  • มลภาวะ
  • การเจ็บป่วย เช่น การติดเชื้อที่หนังศีรษะ, โรคที่ทำให้เกิดแผลบนหนังศีรษะ และโรคไทรอยด์ เป็นต้น
  • การผ่าตัด
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น  การตั้งครรภ์, การคลอดบุตร หรือการอยู่ในวัยหมดประจำเดือน
  • ผลกระทบจากยาที่ใช้รักษา เช่น ยารักษาโรคมะเร็ง, ภาวะซึมเศร้า หรือโรคความดันโลหิตสูง
  • การลดน้ำหนักเยอะมากในระยะเวลาที่สั้น
  • มีไข้สูง 
  • ขาดสารอาหาร เช่น การขาดธาตุเหล็ก หรือโปรตีน เป็นต้น

แบบไหนถึงเรียกว่า ผมร่วงเยอะผิดปกติ? 
ทุก ๆ วันผมของคนเราจะมีการหลุดร่วงอยู่แล้ว แต่จะร่วงในปริมาณที่น้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับปริมาณเส้นผมที่มีอยู่บนศีรษะ ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว ผู้หญิงจะมีผมร่วงเยอะกว่าผู้ชาย โดยผู้หญิงมักจะมีผมร่วงเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 100-150 เส้น ขึ้นอยู่กับสภาพเส้นผมและสุขภาพโดยรวม 

ส่วนผู้ชายจะมีผมร่วงโดยเฉลี่ยในแต่ละวันอยู่ที่ประมาณ 50-60 เส้น หากเยอะกว่านี้ก็พึงสังเกตได้ว่า อาจมีความผิดปกติเกิดขึ้น  ซึ่งแน่นอนว่าการนับจำนวนเส้นผมเป็นเรื่องที่ยาก แต่ก็สามารถสังเกตได้เองเลย เพราะถ้าเกิดปัญหาผมหลุดร่วงเยอะจริง ๆ จะมีผมร่วงอยู่ตามที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ทั้งเวลาที่อาบน้ำ สระผม การนอนบนหมอน การหวีผม หรือตามพื้นบ้านนั่นเอง

ผมร่วงเยอะ สามารถรักษาได้อย่างไร?
ผมร่วงเป็นปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้ใครหลาย ๆ คน แต่ก็ยังพอมีแนวทางที่สามารถรักษาได้  ดังนี้
1. การรับประทานวิตามินเสริม
วิธีแรกที่สามารถช่วยรักษาปัญหาผมร่วงได้ คือ การรับประทานวิตามินเสริม เพราะหากร่างกายขาดสารอาหารบางอย่างที่จำเป็นต่อเส้นผม ก็จะส่งผลให้รากผมอ่อนแอ และขาดหลุดร่วงได้ง่าย 

วิตามินบำรุงเส้นผมอย่าง VITAMIN H ของนามนิน จะช่วยบำรุงรากผม ให้ผมที่งอกใหม่ได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอ มีเส้นผมที่หนาและแข็งแรงยิ่งขึ้น โดยผสานคุณประโยชน์จากทั้ง
  • สารสกัดจากข้าวกล้องและผลกระบองเพชร ช่วยลดความมันและการอักเสบของหนังศีรษะ 
  • Biotin ช่วยเสริมสร้างให้ผมแข็งแรงมากขึ้น 
  • Zinc Gluconate ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเส้นผม 
  • Iron Amino Acid Chelate ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม และเติมสารอาหารให้เส้นผม 
  • Vitamin B Premix ช่วยบำรุงเส้นผมให้นุ่มสลวยสุขภาพดี 
ซึ่งสารอาหารบำรุงผมทั้งหมดนี้ ก็มีผนวกรวมมาไว้แล้วในอาหารเสริม VITAMIN H  เพราะเส้นผมสวยสุขภาพดี เริ่มต้นได้จากรากผมที่แข็งแรงนั่นเอง


2. การรับประทานยาตามแพทย์สั่ง
อีกหนึ่งวิธีการรักษาปัญหาผมร่วงเยอะ ที่ดูจะช่วยจบปัญหาผมบางได้อย่างตรงจุด คือ การพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และทำการรักษา โดยแพทย์จะมีการจ่ายยาช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผมตามอาการที่เป็น และสาเหตุของปัญหาผมร่วง ซึ่งมีทั้งรูปแบบยากินและยาทา หรืออาจมีการทำหัตถการอื่น ๆ เพิ่มเติม ตามปัญหาเส้นผมที่มี



3. การทำทรีตเมนต์บำรุงเส้นผม
การทำทรีตเมนต์บำรุงเส้นผม ก็เป็นอีกวิธีการที่สามารถช่วยรักษาอาการผมร่วงได้เช่นกัน โดยจะช่วยกระตุ้นให้เกิดการงอกของเส้นผมใหม่ ๆ อีกทั้งยังช่วยบำรุงและรักษาเส้นผมที่มีอยู่ ให้แข็งแรงยิ่งขึ้นด้วย 

หากคุณกำลังมองหาโปรแกรมทำทรีตเมนต์บำรุงเส้นผมอยู่ ที่เห็นผลลัพธ์หลังการทำได้อย่างน่าพึงพอใจ กลับมามีผมหนาขึ้นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำ ก็อยากแนะนำให้ลองใช้บริการ PHB ทรีทเม้นท์บำรุงรากผม สูตรของนามนิน จะช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน อีกทั้งยังช่วยให้เซลล์รากผมเกิดการซ่อมแซมตัวเอง และกลับมาทำหน้าที่สร้างเส้นผมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น



4. การฉายแสง
การฉายแสงเป็นวิธีการรักษาผมร่วงด้วยการใช้แสงจาก LED หรือ Light Emitting Diode ในการบำบัดด้วยคลื่นแสง ที่มีความยาวคลื่นเฉพาะ นำมาช่วยกระตุ้นรากผม และยับยั้งการหลุดร่วงของเส้นผม เพื่อแก้ปัญหาและรักษาผมร่วงได้แบบที่ไม่ต้องเจ็บตัว ปลอดภัย และไม่เกิดบาดแผล 





5. การปลูกผม
อีกหนึ่งวิธีจัดการกับปัญหาผมร่วงได้อย่างยั่งยืน นั่นก็คือ การปลูกผม เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบันนี้ เนื่องจากสามารถเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน ที่นามนินเองก็มีโปรแกรมปลูกผมด้วยเทคนิค NEAT ให้บริการ 

ซึ่งเป็นเทคนิคพิเศษจากนามนิน ที่ดูแลในทุก ๆ ขั้นตอนโดยแพทย์ที่มีความชำนาญในการรักษาและประเมินอาการ รวมถึงวางแผนการรักษาให้เหมาะกับปัญหาของแต่ละบุคคล และทำการปลูกผมโดยแพทย์เองทุกกราฟต์ ทำให้ได้แนวผมสวย มีทิศทางตามองศาผมเดิม ดูเป็นธรรมชาติ แถมไม่ต้องพักฟื้นหลังทำเล




สรุป
หากใครกำลังเผชิญกับปัญหาผมบางอยู่ ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะนามนินเองก็มีวิธีการหลากหลายรูปแบบที่สามารถรักษาและบรรเทาอาการผมร่วงให้คุณได้อย่างตรงจุด ทั้งนี้หากพบปัญหาผมบาง ก็ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรรีบไปปรึกษาแพทย์ เพื่อประเมินอาการและหาวิธีการรักษาที่เหมาะสมต่อไป ก่อนที่อาการจะดำเนินไปมากขึ้น ซึ่งจะยากต่อการแก้ไข แถมยังมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงกว่าการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ อีกด้วย