Tag : โปรแกรม PHB
ผู้หญิงข้ามเพศกับปัญหาแนวผม เรื่องเล็กๆ ที่ไม่เล็ก
เมื่อพูดถึงความสวยงาม “แนวผม” คือหนึ่งในรายละเอียดสำคัญที่หลายคนอาจมองข้าม แต่สำหรับผู้หญิงข้ามเพศ แนวผมไม่ใช่แค่เรื่องของทรงผม หรือผมหนาบางเท่านั้น หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของภาพลักษณ์ ความรู้สึกกลมกลืนกับเพศสภาพ และความมั่นใจในทุกครั้งที่มองกระจก

บทความนี้อยากชวนทุกคนมาทำความเข้าใจปัญหาเส้นผมในผู้หญิงข้ามเพศอย่างลึกซึ้ง พร้อมแนวทางดูแลและทางเลือกในการแก้ไขอย่างเหมาะสม โดยหัวใจสำคัญคือ “ทุกคนมีสิทธิ์เป็นตัวเองได้อย่างมั่นใจ ในแบบที่คุณเลือกเอง”

ผู้หญิงข้ามเพศ (Transgender Woman) คือบุคคลที่กำเนิดเป็นเพศชาย (Assigned Male at Birth) แต่มีอัตลักษณ์ทางเพศเป็นผู้หญิง และใช้ชีวิตในบทบาทของผู้หญิงอย่างแท้จริง เส้นทางของการก้าวผ่านนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละคน บางคนเลือกใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนร่วมกับยาลดฮอร์โมนเพศชาย ส่งผลให้ผิวพรรณละเอียดอ่อนขึ้น การกระจายไขมันมีความเป็นผู้หญิงมากขึ้น และหนวดเคราลดลง บางคนเลือกผ่าตัดหน้าอกหรือผ่าตัดยืนยันเพศ ในขณะที่บางคนอาจเลือกที่จะไม่ทำหัตถการทางการแพทย์ใด ๆ เลย ซึ่งไม่ว่าจะเลือกทางใด ล้วนเป็นการตัดสินใจที่งดงามและถูกต้องในแบบของตัวเองค่ะ

อย่างไรก็ตาม มีปัญหาหนึ่งที่ผู้หญิงข้ามเพศจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญร่วมกัน นั่นคือ “ปัญหาเส้นผมและแนวผม” เนื่องจากโดยกำเนิดเป็นเพศชาย รากผมจำนวนมากจึงมีความไวต่อฮอร์โมน DHT (Dihydrotestosterone) มาตั้งแต่ต้น บางคนมีลักษณะแนวผมแบบผู้ชาย เช่น หน้าผากกว้าง แนวผมรูปตัว M หรือมุมขมับที่ลึกชัด ซึ่งอาจเริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่วัยรุ่น แม้ภายหลังจะเริ่มใช้ฮอร์โมนเอสโตรเจนและลดฮอร์โมนเพศชายแล้วก็ตาม ฮอร์โมนสามารถช่วยชะลอการหลุดร่วง และเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมที่ยังมีอยู่ได้ในระดับหนึ่ง แต่แนวผมที่ถอยร่นไปแล้ว โดยเฉพาะบริเวณขมับและหน้าผาก มักไม่สามารถฟื้นกลับมาได้เองค่ะ


ปัญหาเส้นผมในผู้หญิงข้ามเพศมักไม่ได้มีเพียงเรื่องเดียว แต่เป็นหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ 
  • แนวผมหน้าผากที่ยังคงแข็ง มุมขมับชัด ทำให้กรอบหน้าไม่ละมุน
  • ผมบางบริเวณขมับและกลางศีรษะ คล้าย Male Pattern Hair Loss
  • เส้นผมเล็กและบาง จากผลของ DHT ที่สะสมมาในอดีต
  • และที่สำคัญที่สุด คือความรู้สึกว่า “เรายังไม่เป็นตัวเองอย่างสมบูรณ์”


เมื่อแนวผมเดิมยังคงสะท้อนโครงสร้างแบบผู้ชาย จึงเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการแต่งหน้า การทำผม หรือการใช้ชีวิตประจำวัน หลายคนต้องปิดหน้าผาก เลี่ยงทรงผมที่ชอบ และรู้สึกว่ายังไม่กลมกลืนกับภาพผู้หญิงในแบบที่ตัวเองเป็น

สำหรับผู้หญิงข้ามเพศ “เส้นผม” นั้นสะท้อนภาพลักษณ์ ความมั่นใจ และตัวตนได้อย่างชัดเจน การดูแลเส้นผมจึงควรมองแบบองค์รวมทั้งภายในภายนอก เช่น เรื่องฮอร์โมน สุขภาพหนังศีรษะ และโครงสร้างแนวผม หากผมยังหนาแน่นอยู่ การดูแลหนังศีรษะ ลดการอักเสบ และเสริมด้วยการบำรุงจะช่วยให้เส้นผมแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย แต่หากเป็นเรื่องแนวผมเดิมไม่ตอบโจทย์ตัวตนที่เป็น การออกแบบแนวผมใหม่ให้มีความโค้ง นุ่ม ละมุน ปรับมุมขมับ และสร้างกรอบหน้าให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น จะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ได้อย่างชัดเจน

เทคนิค NEAT จึงถูกออกแบบมาเพื่อมอบมากกว่าเส้นผม แต่คือการสร้าง “กรอบหน้าใหม่” ที่สอดคล้องกับตัวตนของคุณ ซึ่งทุกขั้นตอนเริ่มจากการรับฟัง คุณหมอนินจะให้ความสำคัญกับความรู้สึก ความกังวล และความคาดหวังของผู้เข้ารับบริการเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงประเมินพื้นที่ปลูกผม และใช้หลัก Golden Ratio ในการออกแบบแนวผมใหม่ให้รับกับสัดส่วนใบหน้า ผสานทั้งศาสตร์การแพทย์และความงามเข้าด้วยกันอย่างประณีต


ในขั้นตอนการปลูกผม คุณหมอนินจะลงมือปลูกด้วย Implanter ขนาด 0.6 มิลลิเมตร ปลูกแทรกทีละกราฟต์พร้อมทั้งจัดวางทิศทางของเส้นผมให้อิงไปกับผมเดิม คำนึงถึงความหนาแน่นและลักษณะของเส้นผมในแต่ละบริเวณ พร้อมไล่ระดับความหนาบางอย่างเหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้คือแนวผมใหม่ที่เชื่อมต่อกับผมเดิมอย่างกลมกลืน ดูเป็นธรรมชาติ และช่วยปรับกรอบหน้าให้ละมุนขึ้นอย่างชัดเจน


หลังการปลูกผม คุณหมอนินยังดูแลต่อเนื่องยาวนานถึง 1 ปี เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดีและยั่งยืนที่สุด

หากประเมินว่าควรเสริมการบำรุง จะมีการแนะนำโปรแกรม PHB หรือ Hair Revive Program ตามความเหมาะสม สองโปรแกรมนี้จะมีเทคนิคแตกต่างกันเล็กน้อย โปรแกรม PHB จะเป็นการฉีดสารบำรุงเข้าที่หนังศีรษะ เพื่อเติมเต็มความแข็งแรงให้รากผมโดยตรง ช่วยให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวา ดกดำ และเงางามขึ้น ส่วน Hair Revive Program เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงลึกแต่ไม่สะดวกใจกับการใช้เลือดของตนเอง เป็นการบำรุงด้วยเทคนิค Microneedle Therapy โดยใช้เข็มขนาดเล็กเพียง 0.5 มิลลิเมตร สะกิดเบา ๆ บนหนังศีรษะ เพื่อเปิดทางให้ตัวยาซึมซาบได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผมใหม่ จากนั้นจึงลงผลิตภัณฑ์บำรุงเฉพาะจุด เพื่อเสริมความแข็งแรงให้รากผมในระยะยาว ซึ่งคุณหมอนินจะเป็นผู้ให้คำแนะนำและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมให้แต่ละท่านค่ะ


ความสวยของผู้หญิงข้ามเพศ ไม่ได้อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงให้เหมือนใคร แต่อยู่ที่การได้เป็นตัวเองในแบบที่สบายใจและมั่นคงที่สุด ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงไหนของเส้นทางชีวิต การดูแลตัวเองคือของขวัญที่คุณมอบให้ตัวเองได้เสมอ โดยเฉพาะเรื่องของ “เส้นผม” คุณควรได้รับการดูแลด้วยความเข้าใจที่แท้จริงค่ะ
ปลูกผม ปรับกรอบหน้าใหม่ สไตล์คุณผู้หญิง
แนวผมด้านหน้า หรือ Hairline คือหัวใจสำคัญข้อหนึ่งของการปลูกผมเทคนิค NEAT ที่แพทย์ใส่ใจเป็นพิเศษในการเติมเต็มเส้นผมแบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น เพราะไม่เพียงช่วยคืนความหนาแน่นให้กลับมา แต่ยังช่วยแต่งกรอบหน้าเพื่อเสริมความงาม ปรับบุคลิก และสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของเส้นผมด้วย

การปลูกผมปรับกรอบหน้า จึงต้องอาศัยทั้ง ศาสตร์และศิลป์ เพื่อตอบโจทย์การรักษาฟื้นฟูตามหลักการแพทย์ ที่ไม่ลืมคำนึงถึงความสวยงามและความพึงพอใจของคนไข้แบบเฉพาะบุคคล นั่นทำให้แพทย์ออกแบบการปลูกผมปรับกรอบหน้าสำหรับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย ให้มีความแตกต่างกัน 

แม้ว่าแพทย์จะออกแบบและวาดเส้น Hairline ใหม่ บนหลักการหนึ่งเดียว นั่นคือหลักสัดส่วนทองคำ หรือ Golden Ratio ซึ่งเป็นสูตรความงามที่เที่ยงแท้ของธรรมชาติ เพื่อให้แนวผมบริเวณหน้าผากได้สัดส่วนรับกับใบหน้าอย่างสมดุล แต่ก็ยังมีรายละเอียดที่ต่างกันไปสำหรับคุณผู้ชายกับคุณผู้หญิง


ขณะที่คุณผู้ชายมีรูปหน้าทั่วไปเป็นทรงเหลี่ยม จึงต้องการเส้น Hairline ที่จะช่วยขับกรอบหน้าให้ดูคมเข้ม โดดเด่น ปรับบุคลิกให้ดูสมาร์ทน่ามองมากยิ่งขึ้น นี่จึงเป็นแนวเส้น Hairline ที่เหมาะสมกับใบหน้าของคุณผู้ชาย 
  • Low Hairline เหมาะกับใบหน้ารูปเหลี่ยม
  • Receding or M-shape เหมาะกับใบหน้ารูปเหลี่ยมจัตุรัส
  • Straight-lined เหมาะกับใบหน้ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

และสำหรับคุณผู้หญิง ซึ่งมีรูปหน้าโค้งมน แพทย์แนะนำให้เพิ่มความหวานละมุนให้ใบหน้า ปรับบุคลิกให้ดูสดใสและแลดูอ่อนเยาว์ไปพร้อม ๆ กัน ด้วยแนวเส้น Hairline เหล่านี้
  • Widow 's Peak เหมาะกับใบหน้ารูปหัวใจ
  • Bell-shaped เหมาะกับใบหน้ารูปไข่ หรือหน้ารูปทรงกลม


ที่สำคัญ หลักการเลือกใช้กราฟต์ผมในการปลูกใหม่ก็มีความแตกต่างกันด้วย ในเคสของคุณผู้ชาย แพทย์จะเน้นปลูกผมด้านหน้าให้หนาแน่น ส่วนเคสของคุณผู้หญิง แพทย์จะเพิ่มความละเอียดประณีตในปลูก โดยเลือกกราฟต์ผมให้เหมาะสมกับตำแหน่งต่าง ๆ บริเวณแนวผมด้านหน้า เพื่อให้ขนาดความหนาของเส้นผมไล่ระดับกันจากด้านนอกเข้าไปด้านใน จนแลดูใกล้เคียงผมธรรมชาติมากที่สุด
  • แนวไรผมด้านนอกสุด เลือกใช้กราฟต์ผมเส้นเดี่ยว ที่มีขนาดเล็กและบาง (Fine Follicle)
  • แนวผมที่ลึกเข้ามาเล็กน้อย เลือกใช้กราฟต์ผมเส้นเดี่ยว (Single Follicle)
  • แนวผมที่ลึกเข้ามาด้านในสุด เลือกใช้กราฟต์ผมที่มีผมหลายเส้น (Multiple Follicles)


และหากคุณผู้หญิงท่านไหนที่ยังมีความกังวล หรือมีข้อสงสัยเพิ่มเติม ขอให้วางใจได้เลย เพราะแพทย์ของนามนิน ให้ความสำคัญกับการพูดคุยอย่างใกล้ชิดกับคนไข้ตั้งแต่วันแรก เพื่ออธิบายให้คนไข้เข้าใจกระบวนการรักษา รวมถึงเพื่อทราบความต้องการของคนไข้ และนำมาเป็นโจทย์ในการออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดนั่นเอง



ที่สำคัญ แพทย์จะยังอยู่เคียงข้างคุณไปจนถึงวันสุดท้ายของเส้นทางการรักษา โดยมีการติดตามผลหลังปลูก และให้คำปรึกษาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นข้อปฏิบัติต่าง ๆ ในการดูแลตนเองอย่างง่าย ๆ แนะนำผลิตภัณฑ์ช่วยดูแลเส้นผม รวมไปถึงแนะนำบริการทรีตเมนท์ ที่จะช่วยฟื้นบำรุงทั้งผมเก่าและผมปลูกใหม่ไปพร้อม ๆ กัน ได้แก่

  • โปรแกรม PHB 
โดดเด่นด้วยคุณสมบัติบูสต์กระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน เร่งการสร้างเซลล์ผมใหม่ เสริมความแข็งแรงให้ทั้งเส้นผมและหนังศีรษะ ช่วยชะลออาการผมร่วง ผมบาง ขั้นตอนสะดวกสบายเพียงใช้วิธีฉีดเข้าสู่หนังศีรษะในจุดที่มีปัญหาโดยตรง ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น ปลอดภัย ปราศจากผลข้างเคียง ทั้งยังสามารถสังเกตผลลัพธ์ความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ


  • โปรแกรม Hair Revive
ฟื้นบำรุงผมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ร่วมกับสารอาหารมากคุณประโยชน์ โดยใช้ Microneedle ช่วยเปิดผิวเพื่อเพิ่มการดูดซึมตัวยา ทั้งช่วยฟื้นฟูรากผม ลดการหลุดร่วง เสริมความหนาให้กับเส้นผม กระตุ้นการงอกใหม่ และลดการอักเสบของหนังศีรษะ เหมาะกับผู้ที่ไม่สะดวกรับบริการทรีตเมนท์ที่จำเป็นต้องใช้เลือดของตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา และยังเหมาะกับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป


สัมผัส ศาสตร์และศิลป์ ของการปลูกผมปรับกรอบหน้า อีกหนึ่งความใส่ใจเพื่อคุณผู้หญิงจากนามนิน และพิสูจน์ผลลัพธ์บุคลิกใหม่ สู่ความมั่นใจในทุกก้าวการใช้ชีวิตของคุณได้ตั้งแต่วันนี้

ปฏิทินดูแลผมหลังปลูก ฉบับนามนิน
เมื่อขั้นตอนการดูแล “หลังปลูกผม” ก็นับเป็นช่วงเวลาสำคัญไม่แพ้การเตรียมตัวก่อนปลูกผม หรือวันที่แพทย์ลงมือปลูกผมเลย 

...แต่เราให้ความสำคัญกับขั้นตอนหลังปลูกนี้เพียงพอหรือยัง...

ขั้นตอนการดูแลหลังปลูกผม ซึ่งกินเวลาแสนยาวนาน จากช่วงสัปดาห์แรก ๆ ที่เส้นผมใหม่ยังเสี่ยงต่อการหลุดร่วงและต้องการการดูแลประคับประคองเป็นพิเศษ ไปจนถึงช่วงหลายเดือนที่เส้นผมใหม่ต้องผ่านการหลุดร่วงและงอกขึ้นอีกครั้ง ต่อเนื่องจนครบขวบปีเต็ม ๆ กว่าผมจะเติบโตแข็งแรงตามวงจรธรรมชาติ ...ทั้งหมดนี้ หากละเลยความใส่ใจในช่วงใดช่วงหนึ่งไป อาจให้ผลลัพธ์ผมใหม่ที่ไม่สมบูรณ์เต็มที่ และสุดท้าย อาจไม่คุ้มกับการลงทุนปลูกผมครั้งหนึ่งในชีวิต...

แน่นอนว่า แพทย์ปลูกผมจะยังคงติดตามผลและให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง แต่การปลูกผมจะสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างแพทย์และคนไข้ ดังนั้น คนไข้เองจึงเรียกได้ว่าเป็นคนสำคัญที่สุด ที่จะดูแลทะนุถนอมผมปลูกใหม่ให้อยู่รอดและเติบโตได้อย่างที่ตั้งใจ

และไม่ต้องกังวลใจไป เพราะนามนินได้รวบรวมข้อควรระวัง หรือข้อปฏิบัติเบื้องต้นง่าย ๆ ในการดูแลตัวเอง แบ่งตามปฏิทินหลังปลูกผมช่วงสำคัญต่าง ๆ ตลอดระยะการดูแลหลังปลูก ดังนี้


1 วันหลังปลูก
บริเวณที่ปลูกผมใหม่เหลือเพียงรอยปลูกผมเป็นจุด ๆ ขนาดเล็ก กระจายตัวสม่ำเสมอ มีอาการแดงที่หนังศีรษะเล็กน้อย

3 - 5 วันหลังปลูก
สะเก็ดแผลขนาดเล็ก ๆ เริ่มแห้ง

1 สัปดาห์หลังปลูก
อาการแดงที่หนังศีรษะเริ่มหายไป สะเก็ดแผลเริ่มหลุดร่วง

2 สัปดาห์หลังปลูก
สะเก็ดแผลร่วงหมดแล้ว และผมใหม่เริ่มงอกให้เห็นประมาณ 2 – 3 มิลลิเมตร 

คำแนะนำในการดูแลตัวเอง ช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังปลูก
นี่เป็นช่วงสำคัญที่สุด เนื่องจากรากผมจะฝังตัวกับชั้นหนังศีรษะหลังจากพ้น 2 สัปดาห์แรกไปแล้ว

  • คนไข้อาจมีอาการบวมตรงบริเวณหน้าผากได้ โดยอัตราการเกิดน้อยมาก หรือแทบไม่มี ซึ่งอาการจะหายไปไปภายใน 1 สัปดาห์ จึงแนะนำให้คนไข้นอนหมอนสูงเพื่อลดอาการบวม (เฉพาะช่วง 3 – 5 วันแรก)
  • ควรสวมเสื้อกระดุมหน้า เพื่อหลีกเลี่ยงกรสวมผ่านทางหัว (เฉพาะช่วง 3 – 5 วันแรก)
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ๆ
  • หลีกเลี่ยงการกระทบกระแทกบริเวณที่เพิ่งปลูกผมใหม่ รวมถึงการใส่หมวกที่คับแน่นจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน เช่นแสงแดดกลางแจ้งแรง ๆ โยคะร้อน อบซาวน่า น้ำอุ่น รวมถึงไดร์เป่าผมลมร้อน 
  • หลีกเลี่ยงการแคะ แกะ เกา บริเวณผมปลูกใหม่
  • หลีกเลี่ยงท่านอนที่อาจกระทบกระเทือนทำให้ผมปลูกใหม่หลุดได้ เช่น หากปลูกผมบริเวณหน้าผาก ไม่ควรนอนตะแคง แต่ควรนอนหงาย 
  • สามารถตัดผมได้ เมื่อผ่าน 2 สัปดาห์แรกไปแล้ว 

ทราบหรือไม่ว่า คนไข้สามารถสระผมและบำรุงผมได้ด้วยตัวเองที่บ้าน โดยนามนินจะจัดชุดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมสูตรอ่อนโยน รวมถึงผลิตภัณฑ์ดูแลหลังปลูกผมอื่น ๆ นำเข้าจากโรงพยาบาลปลูกผมชั้นนำของเกาหลีไว้ให้ 
  • สำหรับขั้นตอนการสระผมก็ไม่ยุ่งยาก เพียงใช้น้ำอุณหภูมิห้องไหลผ่าน ชโลมแชมพูตรงบริเวณที่เพิ่งปลูกผมใหม่ ทิ้งไว้ประมาณ 3 – 5 นาที แล้วล้างออก ก่อนเป่าให้แห้งด้วยไดร์เป่าผมแบบลมเย็น
  • ใช้ BALLVIC SHAMPOO พ่นบริเวณที่ปลูก ทิ้งไว้ 2 – 3 นาที แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำเย็น และใช้ BALLVIC SOLUTION พ่นบริเวณที่ปลูก ทุก ๆ 2 – 3 ชั่วโมง ซึ่งจะช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดการอักเสบและการติดเชื้อ ลดการเกิดขุยหรือสะเก็ดที่หนังศีรษะ จึงช่วยเพิ่มอัตราการอยู่รอดของกราฟต์ผมที่เพิ่งปลูกไว้
  • หลังจาก 1 สัปดาห์ สามารถใช้ Hair Serum ของนามนิน ทาบริเวณผมปลูกใหม่ รวมถึงบริเวณอื่น ๆ ที่มีอาการผมบาง โดยทาเป็นประจำ เช้า – เย็น


1 เดือนหลังปลูก
ผมปลูกใหม่ทยอยหลุดร่วงจนเกือบหมด

คำแนะนำเมื่อผมใหม่เริ่มหลุดร่วง
  • ไม่ต้องตกใจไป เพราะนี่คือภาวะ Shock Loss ซึ่งผมปลูกใหม่จะหลุดร่วงตามวงจรผมธรรมชาติ ขณะที่รากผมฝังตัวในชั้นหนังศีรษะเรียบร้อยแล้ว เพียงรอให้ผมค่อย ๆ งอกใหม่ และเติบโตตามปกติอีกครั้ง หลังจากช่วงเดือนที่ 4 เป็นต้นไป
  • ทั้งนี้ ยังคงแนะนำให้งดกิจกรรมซาวน่า ตลอดช่วง 1 เดือนหลังปลูก
  • และยังคงแนะนำให้งดกิจกรรมว่ายน้ำ ตลอดช่วง 1 เดือนหลังปลูก

4 เดือนหลังปลูก
ผมที่หลุดร่วงไป เริ่มขึ้นใหม่อีกครั้ง เป็นเส้นผมที่มีความหนาและแข็งแรงกว่าเดิม


6 เดือนหลังปลูก
ผมใหม่ขึ้นประมาณ 50% 


1 ปีหลังปลูก
ผมใหม่ขึ้นและเติบโตเต็มที่ แต่ยังสามารถหนาแน่นขึ้นได้อีก


คำแนะนำช่วง 1 ปีแรกหลังปลูก
  • ยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในการดัด ยืด ย้อม หรือฟอกสีผม ตลอด 1 ปี
เพราะเป็นปัจจัยที่ทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้
  • ยังไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีนโควิดในช่วง 1 ปีนี้

1 ปีครึ่งหลังปลูก
ผมใหม่เติบโตอย่างสมบูรณ์ และจะหลุดร่วง งอกใหม่ ตามวงจรธรรมชาติ อยู่กับคนไข้ไปได้ตลอดชีวิต

คำแนะนำในการดูแลผมต่อเนื่อง ตั้งแต่วันแรก จนแม้พ้นช่วง 1 ปีไปแล้ว
  • บำรุงเส้นผมใหม่และเส้นผมเดิมไปพร้อม ๆ กัน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดภาวะผมบางขึ้นได้อีก
  • เสริมการดูแลเส้นผม ด้วยวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้ ตามคำแนะนำของแพทย์
- รับประทานยา
- รับประทานวิตามิน
- ทาเซรั่ม
- เข้ารับบริการทรีตเมนต์ต่าง ๆ เช่น ฉายแสง LLL, โปรแกรม PHB, หรือโปรแกรม Hair Revive




ทั้งหมดนี้ แพทย์ของนามนินจะเป็นผู้ช่วยถ่ายทอดในแบบที่เข้าใจง่าย ทั้งยังคอยติดตามดูแลผลหลังปลูกตลอด 1 ปีเต็ม เพื่อตอบข้อสงสัยและให้คำปรึกษาได้เสมอทุกครั้งที่คนไข้ต้องการ คนไข้จึงวางใจได้ในผลลัพธ์ผมปลูกใหม่ที่หนาแน่น แข็งแรง สุขภาพดี พร้อมใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ด้วยความมั่นใจอีกครั้ง

ผู้ชายกับผมบาง : 5 พฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว
การเปลี่ยนแปลงของเส้นผมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อก้าวผ่านแต่ละช่วงวัย ผมอาจบางลง หลุดร่วงง่ายขึ้น หรือหนังศีรษะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลมากเกินไป หากเราเข้าใจสาเหตุและเริ่มดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมค่ะ

สำหรับผู้ชายหลายท่าน ปัญหาเส้นผมไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์หรืออายุเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากกิจวัตรประจำวันที่ทำจนเคยชิน โดยไม่รู้ว่ากำลังค่อย ๆ ส่งผลกระทบต่อเส้นผมทีละนิด ในบทความนี้ นามนิน จึงอยากชวนคุณผู้ชายให้ลองมองเส้นผมด้วยความเข้าใจมากขึ้น ผ่าน 5 พฤติกรรมที่หลายคนอาจทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำร้ายเส้นผมของตนเอง

1. ใช้ความร้อนและเคมีกับเส้นผม การเป่าผมด้วยลมร้อนจัด หรือการย้อม ดัด ยืดผม อาจช่วยให้ดูเรียบร้อยหรือเสริมบุคลิกในระยะสั้น แต่ความร้อนและสารเคมีเหล่านี้ส่งผลให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้น แห้ง เปราะ และอ่อนแอลง เมื่อทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง เส้นผมจะขาดง่ายและหลุดร่วงมากขึ้นค่ะ

2. ไม่รักษาความสะอาดของเส้นผมและหนังศีรษะ การสระผมไม่สม่ำเสมอ เว้นระยะนานเกินไป และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะ จะทำให้ความมัน เหงื่อ และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ไปอุดตันรูขุมขน ทำให้รากผมอ่อนแอ ก่อให้เกิดอาการคันหรือรังแคตามมา

3. ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และโภชนาการที่ไม่เหมาะสม ด้วยภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน อาจทำให้หลายคนพักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อร่างกายอ่อนล้า ระบบฟื้นฟูตามธรรมชาติก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะการขาดโปรตีนซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นผม จะทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น

4. การรัดผมแน่นหรือใส่หมวกเป็นเวลานาน ผู้ชายผมยาวที่ชอบมัดผมแน่นๆ การทำงานที่ต้องใส่หมวกตลอดเวลา หรืออาชีพที่ต้องใส่หมวกกันน็อกตลอดทั้งวัน อาจทำให้หนังศีรษะอับชื้นและรากผมถูกดึงรั้งอยู่ตลอดเวลา เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน เส้นผมจะอ่อนแอและหลุดร่วงง่ายกว่าปกติค่ะ

5. ขาดการดูแลบำรุงเส้นผมอย่างต่อเนื่อง ผู้ชายหลายคนอาจมองว่าการดูแลเส้นผมไม่ใช่เรื่องจำเป็น และไม่ต้องบำรุงเพิ่มเติม แต่ในความเป็นจริง เส้นผมต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอไม่ต่างจากสุขภาพด้านอื่น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพเส้นผมและการเข้ารับบริการดูแลเส้นผมอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เส้นผมแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว


การปรับพฤติกรรมบางอย่างสามารถช่วยชะลอปัญหาผมร่วงได้ โดยการเริ่มต้นที่ทำได้ด้วยตัวเองคือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นผม ควรเลือกจากแหล่งที่ย่อยง่าย เช่น ปลา ไข่ ถั่ว และถั่วเหลือง รวมถึงแร่ธาตุและวิตามินอย่างธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบีรวม ที่ช่วยเสริมการสร้างเซลล์ผมใหม่ ตลอดจนกรดไขมันดี Omega-3 จากปลาทะเลและเมล็ดแฟลกซ์ ที่ช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะและบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง หลุดร่วงได้ยากขึ้นค่ะ 

นอกจากการดูแลเส้นผมด้วยตัวเองแล้ว หากต้องการการบำรุงที่ลึกถึงรากผมและเข้มข้นขึ้น ที่นามนิน เรามีโปรแกรม PHB และโปรแกรม Hair Revive ที่เป็นทางเลือกในการดูแลเส้นผมที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเห็นผลลัพธ์ชัดเจน โปรแกรม PHB เป็นการฉีดบำรุงหนังศีรษะโดยการใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการเอง ผสานกับวิตามินสูตรของนามนิน คลินิก ฉีดตรงเข้าสู่หนังศีรษะในบริเวณที่ต้องการฟื้นฟู ส่วน โปรแกรม Hair Revive เป็นการใช้ ไมโครนีดเดิล (Microneedle) ซึ่งเป็นเข็มขนาดเล็กสะกิดหนังศีรษะในระดับตื้น เปิดช่องรูขุมขนลึกประมาณ 1 มิลลิเมตร เพื่อส่งสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวที่ลึกกว่า ช่วยฟื้นฟูรากผม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้เข้ารับบริการที่ไม่สะดวกผ่านกระบวนการที่ต้องใช้เลือดของตัวเองค่ะ 



แต่หากแพทย์ประเมินว่าปัญหาผมร่วงนั้นไม่สามารถฟื้นตัวได้เหมือนเดิม การปลูกผมด้วยเทคนิค NEAT เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ให้ผลลัพธ์ถาวร เป็นอีกแนวทางที่ช่วยเติมเต็มความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง โดยคุณหมอนินจะใช้ Implanter ขนาด 0.6 มิลลิเมตร ปลูกผมแทรกทีละกราฟต์ พร้อมจัดวางทิศทางให้สอดคล้องกับเส้นผมเดิม คำนึงถึงความหนาแน่นและลักษณะเส้นผมในแต่ละบริเวณอย่างละเอียด เพื่อให้แนวผมใหม่เชื่อมต่อกับผมเดิมได้อย่างกลมกลืน ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่เพียงความประณีตทางเทคนิค แต่คือความใส่ใจในทุกขั้นตอน จากแพทย์ผู้ลงมือปลูกผมด้วยตัวเองอย่างแท้จริง



“เส้นผม” อาจเป็นสิ่งที่ผู้ชายหลายคนมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของความสวยงาม แต่แท้จริงแล้ว เส้นผมคือสิ่งที่สะท้อนภาพลักษณ์ ความมั่นใจ การใส่ใจดูแลตัวเองได้ชัดเจนไม่น้อยไปกว่าเครื่องแต่งกาย สิ่งสำคัญคือการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพเส้นผม ซึ่งที่นามนิน เราพร้อมให้คำปรึกษาและการดูแลที่เหมาะสมกับทุกปัญหา เพื่อให้คุณมั่นใจได้ในทุกช่วงวัยค่ะ

นามนินกับก้าวใหม่ ในทีมวิจัยระดับนานาชาติ พิสูจน์พลังสารสกัดธรรมชาติฟื้นผมร่วง
ปัจจุบัน หนึ่งในเทรนด์เด่นของโลกก็คือการดูแลสุขภาพโดยหันกลับสู่วิถีธรรมชาติ หรือพึ่งพาสารประกอบที่มีความเป็นออร์แกนิกมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การบำรุงสุขภาพ “เส้นผมและหนังศีรษะ” ซึ่งเราจะพบเห็นการนำ “สารสกัดจากธรรมชาติ” มาเป็นส่วนสำคัญในผลิตภัณฑ์และบริการเกี่ยวกับการรักษา ดูแล ฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะต่าง ๆ มากขึ้น 

ทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงเส้นผมสูตรออร์แกนิก ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค ที่เริ่มให้ความสำคัญ และหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ ซึ่งเพิ่มความเชื่อมั่นในความปลอดภัยได้มากขึ้น เพื่อไม่ต้องกังวลกับผลข้างเคียงจากสารเคมี

ที่นามนิน เราพร้อมรุดหน้าไปในจังหวะเดียวกันกับเทรนด์สุขภาพของโลก ด้วยความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคและคนรักเส้นผมอย่างแท้จริง จึงเกิดเป็นความตั้งใจที่จะเลือกสรรและต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีกว่าให้กับคนไข้อยู่เสมอ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ แพทย์หญิงนิล นามทองต้น หรือคุณหมอนิน ไม่เคยหยุดที่จะค้นคว้าพัฒนาเทคนิค บริการ หรือผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลเส้นผมในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้คนไข้ได้สัมผัสประสบการณ์การรักษาที่น่าพึงพอใจยิ่งกว่า ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ควบคู่ไปกับผลลัพธ์เส้นผมและหนังศีรษะที่ดีขึ้น ภายใต้การดูแลความปลอดภัยโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด

และก้าวสำคัญของคุณหมอนิน ก็คือการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมนักวิจัยด้านการแพทย์ในระดับนานาชาติ ซึ่งรวมคณะแพทย์จากสถาบันชั้นนำทั้งจากเกาหลีใต้ ไทย และอินโดนีเซีย เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการนำ “ไคโตซาน (Chitosan)” ในรูปแบบของสารสกัดธรรมชาติจากพืช มาเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาภาวะผมร่วง ผมบาง โดยงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Craniofacial Surgery 


เป็นที่ทราบกันดีว่า วิธีการทั่วไปที่นิยมใช้ในการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ในปัจจุบัน คือการใช้ยาไมนอกซิดิล (Minoxidil) และฟิแนสเตอไรด์ (Finasteride) ซึ่งแม้จะให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดคือการเกิดผลข้างเคียงต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย อีกทั้งตัวยาดังกล่าวยังมีการตอบสนองที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล นั่นทำให้ทีมแพทย์ผู้วิจัย มาร่วมมือกันศึกษาการใช้สารสกัดธรรมชาติ “ไคโตซาน” ที่ปลอดภัยกว่า และสามารถเป็นทางเลือกใหม่ให้กับคนไข้ นอกเหนือจากตัวยาเดิม ๆ



และจากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ทีมแพทย์ได้ใช้ไคโตซาน ร่วมกับ Microneedle เพื่อส่งสารสกัดธรรมชาติเข้าสู่ชั้นหนังศีรษะในระดับตื้น ให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม โดยทีมแพทย์พบผลลัพธ์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทางเลือกการรักษาภาวะผมร่วงในรูปแบบใหม่ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน นั่นคือมีการตอบสนองทางคลินิกในระยะแรกจากการใช้บนหนังศีรษะมนุษย์ หากใช้เป็นประจำต่อเนื่องกัน 6 เดือน สามารถเพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผม เพิ่มจำนวนเส้นผมให้ดูหนาแน่นขึ้นได้ และให้ประสิทธิภาพการฟื้นฟูเส้นผมใกล้เคียงกับไมนอกซิดิล 

ทางทีมแพทย์ยังได้ศึกษาวรรณกรรมทางการแพทย์ก่อนหน้า ซึ่งผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า สามารถใช้ผลิตภัณฑ์จากไคโตซานบนผิวหนัง ที่ความเข้มข้นสูงสุด 2% ได้อย่างปลอดภัย และให้ประสิทธิผลที่ดีในการเร่งสมานแผลและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ที่สำคัญ ทีมแพทย์ยังไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ ระหว่างการศึกษาในครั้งนี้  อีกทั้งยังพบว่า การใช้ไคโตซาน มีแนวโน้มความปลอดภัยที่สูงกว่า ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองน้อยกว่า เนื่องจาก
  • ดูดซึมเข้าสู่ระบบร่างกายน้อยมาก (Minimal systemic absorption) 
  • ไม่มีผลต่อฮอร์โมน (Absence of hormonal effects)

คุณหมอนินยังเสริมจากประสบการณ์ส่วนตัวกว่าสิบปีในวงการปลูกผมว่า คุณหมอได้มีโอกาสพบปัญหาผมหลากหลายรูปแบบ และเข้าใจว่าทางเลือกในการรักษาแก้ปัญหาผมยังมีอยู่เพียงไม่มาก อีกทั้งการรักษาบางรูปแบบ เช่น การใช้ยา อาจส่งผลข้างเคียงในคนไข้บางคนได้ และโดยเฉพาะสำหรับคนไข้ผู้หญิง ซึ่งไม่สามารถใช้ยากดฮอร์โมน ก็เท่ากับทางเลือกในการรักษาที่แคบลงไปอีก 



ดังนั้น การศึกษาวิจัยเพื่อเปิดทางไปสู่ตัวเลือกสารสกัดจากธรรมชาติใหม่ ๆ ในการดูแลเส้นผม จะช่วยให้คนไข้มีทางเลือกในการรักษาที่เหมาะกับตนเองมากขึ้น ต่อจากนี้ งานวิจัยอาจจะขยายผลโดยทดลองในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้น ลองเพิ่มระยะความลึกของ Microneedle รวมไปถึงเปรียบเทียบการใช้งานสารสกัดในปริมาณที่มากกว่าเดิม เพื่อให้การนำไคโตซานมาใช้จริงในอนาคต เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อคนไข้มากที่สุด

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ผมร่วงหรือผมบาง สามารถปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อวางแผนออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุด โดยแพทย์อาจแนะนำตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุง การเข้ารับบริการ Hair Treatment ไปจนถึงการปลูกผมถาวร ซึ่งนามนินขอแนะนำการปลูกผมถาวรเทคนิค NEAT ที่คุณหมอนินพัฒนาต่อยอดเทคนิคขึ้นเอง และได้ช่วยเปลี่ยนภาพจำอันน่ากลัวของการผ่าตัดเพื่อปลูกผมในอดีต กลายเป็นหัตถการปลูกผมที่สะดวกสบาย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องโกนผม ปลูกผมด้วยแพทย์เองทุกเส้น ลดอาการเจ็บหรือบวม จึงแทบไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที ทั้งยังดูแลรักษาหลังปลูกได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ที่สำคัญ คุณหมอนินจะเป็นผู้ดูแลติดตามผล และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าผลลัพธ์เส้นผมจะเติบโตแข็งแรงอย่างสมบูรณ์ คืนความหนาแน่นพร้อมกับความมั่นใจให้คนไข้

และความมั่นใจนี่เอง คือปลายทางของการฟื้นบำรุงผมที่คุณหมอนินอยากเห็นในคนไข้ทุกคน เพราะเส้นผมคือส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่มีผลต่อภาพลักษณ์และบุคลิกของเจ้าของเส้นผมโดยตรง หากปัญหาผมได้รับการดูแลจนสามารถคืนผมหนาแน่น สุขภาพดีจากภายในได้สำเร็จ คนไข้ก็จะเริ่มคืนความมั่นใจ และพร้อมก้าวออกไปใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มที่



นวดศีรษะวันละนิด หรือดูแลลึกถึงรากผม? เลือกวิธีที่ใช่ให้ผมคุณ
เส้นผมของเรา มักเปลี่ยนแปลงเงียบ ๆ โดยไม่ส่งเสียง....บางคนอาจเริ่มสังเกตว่า หางม้าที่เคยแน่นดูบางลงกว่าที่เคย หรือเวลาสระผม เส้นผมหลุดติดมือมากกว่าปกติ ตอนแรกอาจดูเหมือนไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ถ้าสัญญาณเล็ก ๆ เหล่านี้เกิดบ่อยขึ้น ก็อาจถึงเวลาที่เราจะหันมาใส่ใจเส้นผมให้มากขึ้นอีกนิด เพราะบางครั้ง เส้นผมก็เป็นหนึ่งในภาษาของร่างกายที่อยากบอกอะไรบางอย่างกับเราค่ะ

แม้จะฟังดูน่ากังวล แต่ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะการดูแลเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย และที่สำคัญ คุณสามารถเริ่มได้ด้วยตัวเองทันที สิ่งง่ายๆ ที่อยากชวนให้ลองก็คือ “การนวดศีรษะ” ที่อาจจะดูธรรมดา แต่ได้ผลเกินคาดค่ะ แค่การนวดหนังศีรษะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้วของเราเอง ก็สามารถช่วยกู้สถานการณ์ผมร่วง ผมบางได้แล้ว เพราะมีทั้งงานวิจัยและคำแนะนำจากแพทย์มากมายที่บอกตรงกันว่า การนวดช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต เพิ่มการส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังรูขุมขน เสริมให้รากผมแข็งแรงขึ้น ยืดระยะการเติบโตของเส้นผม และลดการหลุดร่วงได้อย่างเห็นผล และที่สำคัญคือ มันไม่ได้ดีแค่กับเส้นผม แต่ยังดีต่อใจเราด้วย เพราะการนวดยังช่วยคลายเครียด ลดอาการออฟฟิศซินโดรม และช่วยให้ร่างกายกลับมาสมดุลอย่างอ่อนโยน เปรียบเหมือนรางวัลเล็ก ๆ ที่เรามอบให้ตัวเองในแต่ละวัน 


สำหรับคนที่อยากเริ่มต้น ลองเริ่มจากท่าง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเองก่อนเลยค่ะ ขอแนะนำ 4 ท่านวดที่สามารถทำได้ทุกวัน ใช้เวลาเพียง 3-5 นาทีเท่านั้น
  • นวดปลายนิ้วแบบวงกลม ใช้นิ้วมือทั้งสองข้าง กดเบา ๆ เป็นวงกลมไล่ทั่วศีรษะ เริ่มจากกลางหัวไปยังข้างหู ท้ายทอย แล้ววนกลับมาด้านหน้า เหมือนใช้นิ้ววาดเส้นทางความผ่อนคลายไปทั่วศีรษะเลยค่ะ
  • นวดขณะสระผม ระหว่างใช้แชมพู ลองนวดศีรษะเบา ๆ ไปด้วย ช่วยให้ล้างสิ่งตกค้างได้ล้ำลึกขึ้น พร้อมผ่อนคลายไปในตัว
  • นวดขมับด้วยนิ้วโป้ง กดเบา ๆ บริเวณขมับ ช่วยให้รู้สึกโล่ง โปร่งเบา โดยเฉพาะในวันที่สมองล้า เหมาะมากกับช่วงที่อยาก “รีเซ็ต” ตัวเอง
  • นวดด้วยน้ำมันบำรุง เลือกน้ำมันที่เหมาะกับสภาพผม เช่น มะพร้าวเพื่อลดผมร่วง หรือเปเปอร์มิ้นท์เพื่อกระตุ้นเลือด แล้วนวดวนเบา ๆ ก่อนอบผ้าร้อน บอกเลยว่า ทั้งสบาย ทั้งบำรุงในขั้นตอนเดียวค่ะ
แต่ในบางครั้ง ถึงแม้เราจะดูแลเต็มที่แค่ไหน ผมก็ยังร่วงไม่หยุด หรือเริ่มบางจนเห็นหนังศีรษะมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าใครอยู่ในจุดนั้น ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะที่นามนินคลินิก เรามีทางเลือกดี ๆ ที่ช่วยฟื้นฟูเส้นผมได้แบบตรงจุดมากขึ้น ด้วยโปรแกรมดูแลเส้นผมแบบ “ลึกถึงราก” ที่คุณหมอนินได้ออกแบบให้เหมาะกับสภาพปัญหาและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนที่สุดค่ะ

PHB Program สำหรับคนที่เริ่มมีปัญหา อยากฟื้นฟูไวและเห็นผลเร็ว โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่าผมร่วงมากผิดปกติ หรือเส้นผมเริ่มบางลงอย่างชัดเจน จุดเด่นคือ การใช้เลือดของเราเองนำมาสกัดร่วมกับวิตามินสูตรเฉพาะของนามนิน แล้วฉีดกลับเข้าไปที่หนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นให้เซลล์รากผมซ่อมแซมตัวเองจากภายใน ฟังดูอาจรู้สึกว่าซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วเป็นหัตถการที่สะดวกสบาย ใช้เวลาเพียง 40-60 นาทีเท่านั้นค่ะ หลังเข้ารับบริการไม่ต้องพักฟื้น และที่สำคัญคือเห็นผลลัพธ์ได้เร็ว ใน 3–7 วันแรก ผมร่วงจะเริ่มลดน้อยลงอย่างชัดเจน และภายใน 1–3 เดือน ผมใหม่จะเริ่มงอกขึ้นอย่างแข็งแรง ทั้งยังช่วยเพิ่มความหนา เงางาม และความมีชีวิตชีวาให้เส้นผมของเราอย่างเป็นธรรมชาติ



Hair Revive Program สำหรับคนที่ต้องการบำรุงลึกแต่ไม่สะดวกใจกับการใช้เลือดตัวเอง หรือปัญหาผมร่วงมาจากหลากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด ฮอร์โมน พันธุกรรม หรือผมบางหลังคลอด โปรแกรมนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีเลยค่ะ เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดหนังศีรษะด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุง จากนั้นฉายแสงเลเซอร์ (LLLT) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดการหลุดร่วงของเส้นผม



จากนั้นใช้เทคนิคเปิดผิวด้วย Microneedle Therapy เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กเพียง 0.5 มิลลิเมตร สะกิดที่หนังศีรษะเบาๆ เพื่อเพิ่มการดูดซึมของตัวยา พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผมใหม่ แล้วจึงลงผลิตภัณฑ์บำรุงในจุดที่มีปัญหา เพื่อช่วยให้รากผมแข็งแรงและลดการอักเสบ โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่เคยทำเคมี ทำสี หรือใช้ความร้อนกับเส้นผมมานาน จนรู้สึกว่าผมอ่อนแอ และยังเหมาะกับคนที่เคยปลูกผมแล้ว ต้องการบำรุงให้ผมใหม่เติบโตดีในระยะยาวค่ะ

และไม่ว่าคุณจะเลือกโปรแกรมไหน ทั้ง PHB และ Hair Revive ก็ออกแบบมาให้เข้ารับบริการได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ทิ้งรอยแผล และสามารถผสานเข้ากับแผนการดูแลผมอื่น ๆ ซึ่งคุณหมอนินจะเป็นผู้ประเมินและดูแลแผนการรักษาให้แบบใกล้ชิดทุกขั้นตอนค่ะ

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากการนวดเบา ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน หรือเลือกดูแลแบบลึกถึงรากกับนามนิน เราเชื่อว่า ทุกการใส่ใจที่คุณมีให้เส้นผมในวันนี้ จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะสุขภาพผมที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามภายนอก แต่คือความมั่นใจที่ส่งผลถึงตัวตนภายใน และทุกก้าวที่คุณกล้ากลับมายืนอย่างมั่นใจในแบบที่เป็นคุณเองค่ะ

หากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลเส้นผมที่เหมาะกับตัวเอง ลองแวะมาคุยกับคุณหมอนิน ที่ นามนินคลินิก ได้นะคะ เราพร้อมดูแลคุณอย่างเข้าใจ เพราะบางครั้ง การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ก็เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ แค่ “ปลายนิ้ว” เท่านั้นเองค่ะ

“หลังท้ายทอย” จะเป็นอย่างไร เมื่อย้าย “กราฟต์ผม” ออกไปปลูกใหม่แล้ว
ก่อนจะตัดสินใจปลูกผมครั้งหนึ่งในชีวิต จะดีกว่าไหม หากคนไข้ได้ลองทำความเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญเกี่ยวกับการปลูกผม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของ “กราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย”

การปลูกผมถาวร คือการเจาะย้ายกราฟต์ผมต้นทุนคุณภาพดีจากด้านหลังท้ายทอย เพื่อนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หากถามว่าทำไมต้องเป็นพื้นที่หลังท้ายทอย คำตอบก็คือ เพราะพื้นที่ตรงนี้ เป็นจุดที่กราฟต์ผมมีความแข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย เนื่องจากสามารถต้านทานอิทธิพลจากฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมร่วง เราจึงเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า “Safe Zone” โดยกราฟต์ผมที่ย้ายไปปลูกใหม่ จะสามารถเติบโต หลุดร่วง และงอกใหม่ตามวงจรเส้นผมธรรมชาติไปได้ตลอดชีวิตของคนไข้ ที่สำคัญ ผมที่นำไปปลูกใหม่ จะต้องเป็นกราฟต์ผมของคนไข้เองเท่านั้น ไม่สามารถใช้ของคนอื่นได้ 


คำถามต่อมาที่น่าจะเกิดขึ้นในใจของหลาย ๆ คนก็คือ เมื่อย้ายกราฟต์ผมต้นทุนออกไปแล้ว บริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยจะเป็นอย่างไร ผมจะสามารถงอกขึ้นใหม่ตามปกติได้อีกไหม

คำตอบก็คือ เมื่อย้ายกราฟต์ผมออกไปแล้ว ตรงจุดนั้นจะไม่มีผมงอกขึ้นมาใหม่ได้อีก นั่นเป็นเพราะว่า ในการปลูกผม เราต้องเจาะย้ายทั้งเส้นผมและรากผมออกไปพร้อม ๆ กัน ไม่ต่างจากการปลูกต้นไม้ ที่จำเป็นต้องมีส่วนของรากอยู่ด้วย เพื่อการเจริญเติบโตต่อเนื่องต่อไปได้ เมื่อรากผมได้รับการปลูกหรือฝังตัวในพื้นที่ใหม่ วงจรเส้นผมจึงจะยังคงทำงานเป็นปกติได้ตามเดิม 

และเมื่อ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยไม่เหลือรากผมอยู่แล้ว จึงไม่สามารถสร้างเซลล์รากผมขึ้นใหม่ หรือมีผมงอกขึ้นมาใหม่ได้ ถึงตรงนี้หลายคนต้องเริ่มกังวลใจแล้วแน่ ๆ ว่าหลังปลูกผมแล้ว ผมด้านหลังท้ายทอยจะต้องแหว่งหายไป เหลือแต่รอยแผลจากการเจาะย้ายใช่หรือไม่

ในจุดนี้ ใครก็ตามที่กำลังจะเข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT กับคุณหมอนิน ขอให้สบายใจได้เลย เพราะแม้ว่าผมจะไม่สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ แต่คุณหมอนินได้ออกแบบต่อยอดเทคนิคเสริมเพื่อให้ผมด้านหลังดูเป็นปกติ โดยคุณหมอนินจะใช้ เทคนิคเจาะย้ายผมออกแบบขั้นบันได เป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมออกแบบแถบเว้นแถบ และไม่ต้องโกนผมทิ้ง เพื่อซ่อนรอยแผลแนบเนียนไปกับเส้นผมเดิม ขณะเดียวกัน คุณหมอจะเจาะย้ายกราฟต์แบบกระจายให้เกิดความสม่ำเสมอ ไม่เจาะออกแค่จุดใดเพียงจุดเดียว เพื่อไม่ให้ผมบางหรือหายไปเป็นหย่อม ๆ 


อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยซ่อนรอยแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็คืออุปกรณ์เจาะย้ายกราฟต์ผม ที่มีขนาดของหัวเจาะเล็กเป็นพิเศษ ทั้งยังสามารถปรับให้พอดีกับขนาดของกราฟต์ผมของคนไข้ได้ จึงไม่เพียงให้ผลลัพธ์การเก็บกราฟต์ผมที่สมบูรณ์ แต่ยังช่วยให้รอยแผลที่เหลืออยู่มีขนาดเล็กมาก ๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น ดังนั้น คนไข้จึงสามารถจัดแต่งทรงผมได้อย่างอิสระ แม้ผ่านการปลูกผมมาแล้วก็ตาม

และความโดดเด่นอีกประการหนึ่งของเทคนิค NEAT ก็คือการที่คุณหมอนินเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้คนไข้เองทั้งหมด แบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น ทำให้สามารถควบคุมทุกจังหวะการปลูกได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นทิศทางและองศาผมที่กลมกลืนไปกับผมเดิม ระยะความลึกในการปักกราฟต์ รวมถึงความหนาแน่นของผมที่พอเหมาะ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อความอยู่รอดของผมใหม่ และความสวยงามเนียนตาของผมในภาพรวมด้วย




ไม่เพียงเท่านั้น คุณหมอนินยังดูแลติดตามผลตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม พร้อมแนะนำบริการ Treatment ที่จะช่วยเสริมให้ทั้งผมใหม่และผมเดิมแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ได้แก่

  • PHB Treatment
โปรแกรมฟื้นบำรุงผม ที่สามารถรับบริการต่อเนื่องหลังจากปลูกผมใหม่ได้ ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม ให้เส้นผมและหนังศีรษะแข็งแรง เร่งการงอกใหม่ และชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ โดยสังเกตผลลัพธ์ได้ตั้งแต่การรับบริการครั้งแรก


  • Hair Revive Treatment
โปรแกรมดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ที่เหมาะกับผู้เข้ารับการปลูกผมแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป โดยอาศัยสารสกัดจากธรรมชาติและสารอาหารผมมากคุณค่า มอบการบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดโอกาสผมหลุดร่วง พร้อมทั้งกระตุ้นให้ผมใหม่งอกเร็วขึ้น 


นี่คือส่วนหนึ่งของความใส่ใจจากคุณหมอนิน ที่มองเห็นและเข้าใจ pain point ของคนไข้ จึงพยายามต่อยอดเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อให้คนไข้เกิดความสะดวกสบาย สามารถใช้ชีวิตประจำวันหลังปลูกผมได้อย่างมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่

ดูแลสุขภาพดีแค่ไหน แต่ยังเหนื่อยใจเพราะ “ผมร่วง”
สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง คือรางวัลของคนที่ดูแลตัวเองอย่างตั้งใจเต็มที่ หลายคนหมั่นออกกำลังกายเพื่อร่างกายฟิตแอนด์เฟิร์มเป็นประจำ หลายคนเลือกรับประทานแต่อาหารที่ดีมีประโยชน์ แต่คนรักสุขภาพเหล่านี้ บางคนกลับยังต้องเผชิญกับปัญหาน่าเหนื่อยใจอย่างเช่น “ผมร่วงและผมบาง” 


ทั้งที่ดูแลตัวเองดีขนาดนี้ 
แต่ทำไมสุขภาพผมถึงไม่ดีตามไปด้วยนะ
นั่นเป็นเพราะว่า ภาวะผมร่วงและผมบาง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แม้ว่าเจ้าของเส้นผมจะดูแลสุขภาพดีแค่ไหน แต่ถ้ายังไม่ใช่การดูแลปัญหาผมอย่างตรงจุดตรงสาเหตุ ก็อาจจะไม่สามารถยับยั้งหรือชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ 

ผมร่วงระดับไหน 
ที่ควรเริ่มกังวลใจได้แล้ว
มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ที่จริงแล้ว ผมของคนเราจะหลุดร่วงเป็นปกติอยู่ทุก ๆ วัน ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผม แต่อาการผมร่วงที่อาจเรียกได้ว่าผิดปกติ และเป็นสัญญาณว่าควรได้รับการดูแลรักษา สามารถสังเกตเบื้องต้นง่าย ๆ ได้ดังนี้

  • เส้นผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ สังเกตได้จากเวลาที่เราสระผม หวีผม กวาดพื้นห้อง หรือสังเกตผมที่ร่วงบนหมอน
  • ผมร่วงจำนวนมากแบบเฉียบพลัน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ผมร่วงเป็นหย่อม จนมองเห็นหนังศีรษะ
  • ผมร่วง ร่วมกับอาการอักเสบและเป็นแผลบนหนังศีรษะ

ได้เวลาค้นหาสาเหตุที่จริงของอาการ “ผมร่วง”
เมื่อเริ่มรู้สึกแล้วว่า อาการผมร่วงของเรา น่าจะอยู่ในระดับที่ผิดปกติ ขั้นถัดมาคือการสังเกตตัวเองเพื่อมองหาสาเหตุของภาวะผมร่วง หรือปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านเส้นผม เพื่อร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุ รวมถึงแนวทางรักษา ซึ่งสาเหตุของการที่ผมหลุดร่วงมากกว่าที่ควร มาจากปัจจัยที่หลากหลาย นอกเหนือไปจากการดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวม

ย้อนมองคนใกล้ตัว 
มีใครในครอบครัว ผมบางหรือผมล้านบ้างไหม
ปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณผู้ชายส่วนมากต้องเผชิญกับอาการผมร่วง ผมบาง ที่อาจนำไปสู่ภาวะผมล้านในที่สุด ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่มีอาการผมร่วงจากพันธุกรรม มักจะมีเจ้าฮอร์โมนที่ชื่อ DHT เป็นสาเหตุสำคัญร่วมด้วย โดยเอนไซม์ 5-alpha reductase ที่หนังศีรษะ จะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ให้กลายเป็นฮอร์โมน ไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (Dihydrotestosterone) หรือ DHT ซึ่งจะพบเป็นปริมาณมากในผู้ที่ได้รับกรรมพันธุ์ผมร่วงผมบาง ส่งต่อกันมาจากคนในครอบครัว เพราะพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดว่ารูขุมขนจะไวต่อ DHT มากน้อยแค่ไหน


ฮอร์โมน DHT จะเข้าไปจับกับตัวรับสัญญาณที่บริเวณรูขุมขนหรือรากผม ส่งผลให้วงจรชีวิตตามธรรมชาติของเส้นผมเปลี่ยนไป นั่นคือทำให้ระยะเจริญเติบโตของเส้นผมบนหนังศีรษะสั้นลง ขณะเดียวกันก็ทำให้ระยะพักตัว หรือระยะที่เส้นผมเก่าจะถูกดันให้หลุดร่วง เพื่อเตรียมฟื้นฟูสร้างเส้นผมใหม่ กินเวลานานขึ้น ทำให้เส้นผมหลุดร่วงไปก่อนเวลาอันควร อีกทั้งงอกใหม่ช้าลง ๆ ไม่เพียงเท่านั้น ฮอร์โมน DHT ยังส่งผลให้รูขุมขนเล็กลง รากผมอ่อนแอลง เส้นผมที่งอกใหม่จึงมีขนาดเล็ก บาง ไม่แข็งแรง เสี่ยงต่อการหลุดร่วงมากขึ้น หรืออาจถึงขั้นหยุดงอกใหม่ตลอดไป  

ลองสำรวจสภาพใจดูบ้าง 
เพราะบางครั้งเราอาจจะเครียดโดยไม่รู้ตัว
ความเครียด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมหลุดร่วงผิดปกติได้เช่นกัน เพราะเมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งจะไปรบกวนวงจรชีวิตตามธรรมชาติของเส้นผม ทำให้เข้าสู่ระยะพักตัวเป็นเวลานานขึ้น วงจรชีวิตผมสั้นลง และหลุดร่วงเร็วกว่าที่ควร ความเครียดยังส่งผลต่อพฤติกรรมบางอย่างที่อาจจะทำร้ายเส้นผมซ้ำได้อีก เช่น การแกะเกา หรือดึงผมตัวเองโดยไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้รากผมเสียหาย และงอกใหม่ช้าลง 

ส่วนใครที่มักจะนอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ นี่ก็เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเช่นกัน ทั้งยังรบกวนการผลิตโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ที่มีส่วนในการสร้างเซลล์ผมอีกด้วย

กินอาหารดี 
แต่บางทีอาจไม่ครบตามหลักโภชนาการก็เป็นได้
แม้ว่าเราจะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่อาจจะยังตกหล่นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดูแลเส้นผมไป โดยเฉพาะวิตามินหรือแร่ธาตุที่จำเป็น อย่างเช่น ไบโอติน ธาตุเหล็ก หรือสังกะสี รวมไปถึงโปรตีนที่อาจจะยังไม่เพียงพอ ซึ่งโครงสร้างส่วนใหญ่ของเส้นผมคือโปรตีนนั่นเอง ที่สำคัญ ยังควรต้องระมัดระวังเรื่องการสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย เพราะ 2 สิ่งนี้ ก็เป็นตัวการที่กระตุ้นให้เกิดอาการผมร่วงโดยตรงเช่นกัน


เรื่องเล็กที่เรามักมองข้าม 
สำรวจพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว
แม้จะเป็นพฤติกรรมเล็ก ๆ แต่เมื่อทำบ่อย ๆ วนซ้ำเป็นประจำ ก็อาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เส้นผมของเราอ่อนแอลงได้เหมือนกัน เริ่มจากการสระผมบ่อยเกินไป ที่ทำให้หนังศีรษะแห้ง จนส่งผลให้รากผมอ่อนแอลง เสี่ยงต่อการหลุดร่วงของเส้นผม บางคนอาจใช้แชมพูทำความสะอาดที่ไม่เหมาะกับเส้นผม หรือมีสารเคมีที่ทำให้ผมอ่อนแอลง หรือบางคนหวีผมขณะผมเปียกหลังสระเสร็จใหม่ ๆ ซึ่งผมที่เปียกคือผมที่อยู่ในช่วงเปราะบาง ทำให้ขาดง่ายกว่าปกติ


การจัดแต่งทรงผม ก็มีส่วนทำให้ผมร่วงได้ เพราะเป็นการใช้สารเคมีต่าง ๆ กับเส้นผมและหนังศีรษะโดยตรง และบางครั้งก็มีการใช้ความร้อนที่มากเกินไป ซึ่งหากผมไม่ได้รับการบำรุงดูแลอย่างดี ก็จะยิ่งถูกทำร้ายได้ง่ายขึ้น

ส่วนใครที่มักจะใช้ชีวิตประจำวันกลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่มีหมวก หรือร่ม ช่วยปกป้องเส้นผม ก็อาจถูกทำร้ายจากแสงแดดได้ เช่นผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำ เป็นต้น

วัยและโรคภัยไข้เจ็บ 
อีกสาเหตุหนึ่งของอาการผมร่วง
ทราบหรือไม่ว่า ผู้ชายที่เข้าสู่ช่วงอายุ 30 – 40 ปี มักจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเส้นผม ทั้งผมร่วงมากขึ้น ผมบางลง หรือผมบริเวณหน้าผากเว้าเข้าไปเป็นรูปตัว M ลึกขึ้นกว่าเดิม และยังรวมถึงสาเหตุจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อย่างเช่นการที่ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ การได้รับเคมีบำบัด หรืออาจมีโรคผิวหนังบางชนิดเกิดขึ้นบริเวณหนังศีรษะ เป็นต้น

แม้ว่าใคร ๆ ก็มีโอกาสเผชิญกับปัญหาผมร่วงและผมบาง จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งที่ดูแลสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะผมร่วง ผมบาง เป็นอาการที่คุณผู้ชายสามารถดูแลหรือรักษาให้ดีขึ้นได้ (ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผมของแต่ละคน) และเมื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกแนวทางการฟื้นฟูเส้นผมที่เหมาะสมและตอบโจทย์มากที่สุด

แนะวิธีรับมือปัญหาผมร่วง ผมบาง เบื้องต้น
สำหรับคุณผู้ชาย

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมในชีวิตในประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสระผม หวีผม จัดแต่งทรงผม หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องรับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน
  • พฤติกรรมต่าง ๆ ยังรวมไปถึงการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดูแลจิตใจไม่ให้เกิดความเครียด และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • เลือกรับประทานอาหารถูกต้องครบถ้วนตามหลักโภชนาการ เน้นสารอาหารที่หลากหลายและจำเป็นสำหรับการดูแลเส้นผม เช่น วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี ไบโอติน สังกะสี ธาตุเหล็ก รวมถึงสารอาหารสำคัญอย่าง โปรตีน ซึ่งในปัจจุบันสามารถเลือกรับประทานโปรตีน ในรูปของเปปไทด์ที่สกัดจากพืช เช่นถั่วลันเตาหรือถั่วเหลืองได้อย่างสะดวกสบาย
  • อีกทางเลือกหนึ่งที่คุณผู้ชายสามารถดูแลตัวเองได้ง่าย ๆ ก็คือการทาเซรั่มบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเส้นผม กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และดูแลหนังศีรษะให้แข็งแรง

ผมร่วงจนเหนื่อยใจ 
ได้เวลาปรึกษาแพทย์
หลายคนอาจจะปล่อยเวลาล่วงเลยจนอาการผมร่วงอยู่ในระดับที่รุนแรงขึ้น บางคนเริ่มสังเกตเห็นหนังศีรษะตรงบริเวณที่ผมบางชัดขึ้น ถึงตรงนี้ นามนินขอแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการดูแลฟื้นฟูเส้นผม เพื่อวางแผนการรักษาอย่างตรงจุด ด้วยวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้

ปลูกผมถาวร เทคนิค NEAT 
เป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง โดยไม่ต้องโกนผม ไม่ต้องผ่าตัด เพียงใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการปลูกผมโดยเฉพาะ จึงลดอาการบวม เจ็บ เลือดออกน้อย รอยแผลเล็ก จนแทบไม่ต้องพักฟื้น หลังปลูกเสร็จสามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที โดยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ให้ตอบโจทย์สภาพปัญหาและความต้องการของคนไข้อย่างแท้จริง อาศัยทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ในการเติมเต็มเส้นผม เพื่อคืนความมั่นใจให้กับคนไข้ 

ที่สำคัญ เทคนิค NEAT เป็นการปลูกผมโดยแพทย์เองแบบเส้นต่อเส้น จึงวางใจได้ในประสิทธิภาพ ความละเอียดพิถีพิถันและความใส่ใจ แพทย์ยังต่อยอดเทคนิคต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนไข้ ทั้งในขณะเข้ารับการปลูกผม และเมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหลังปลูก




ทั้งนี้ แพทย์ให้แนะนำให้เริ่มเข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT โดยไม่ต้องรอให้สูงวัย หรือรอให้ปัญหาผมบางรุนแรงเสียก่อน และนี่คือเหตุผลที่คุณผู้ชายควรเริ่มรักษาตั้งแต่ผมเริ่มร่วงเพียงไม่มาก หรือผมเริ่มบางเพียงเล็กน้อย  

  • ข้อแรก การปลูกผมเป็นการใช้กราฟต์ผมคุณภาพดีจากด้านหลังท้ายทอยของคนไข้เอง ซึ่งมีปริมาณจำกัด และอาจเหลือน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้น การเริ่มปลูกผมตั้งแต่อายุยังน้อย พื้นที่ผมบางยังไม่กว้าง ทำให้มั่นใจได้ว่า จะมีกราฟต์ผมเพียงพอสำหรับปลูกใหม่ 
  • ต่อเนื่องจากข้อแรก เมื่อใช้จำนวนกราฟต์ผมน้อยในการปลูกใหม่ นั่นหมายความว่า ค่าใช้จ่ายก็จะยังไม่สูงเมื่อเทียบกับผู้ที่ผมบางหรือผมล้านรุนแรงเป็นวงกว้าง
  • ข้อต่อมา หากปลูกผมตั้งแต่ในช่วงวัยหนุ่ม ซึ่งปัญหาผมบางยังไม่รุนแรง หลังปลูกเพื่อเติมเต็มผมใหม่แล้ว ภาพลักษณ์และบุคลิกจะยังดูไม่เปลี่ยนไปมาก จนแทบไม่มีใครสังเกตหรือทักว่าไปปลูกผมมา จึงไม่ต้องกังวลในจุดนี้
  • สุดท้าย แพทย์จะติดตามดูแลผลทุกระยะด้วยตัวเอง ตลอดเวลา 1 ปีเต็ม จนกว่าผมใหม่จะเติบโตแข็งแรงอย่างสมบูรณ์ ผลลัพธ์ที่ได้จึงอยู่กับคนไข้ไปได้นานที่สุด

PHB Treatment
นอกจากการปลูกผมถาวรแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับบริการ Treatment อย่างเช่นโปรแกรม PHB ที่ออกแบบมาเพื่อบำรุงและฟื้นฟูผมถึงชั้นลึก ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน ทั้งเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผมและหนังศีรษะ เร่งการสร้างเซลล์ผมใหม่ พร้อมชะลอผมหลุดร่วง 



โปรแกรม PHB มีขั้นตอนที่สะดวกสบาย เพียงใช้วิธีฉีดเข้าสู่หนังศีรษะโดยตรงในจุดที่มีปัญหา โดยไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มพบปัญหาผมร่วง ผมบาง ในระยะเริ่มต้น ซึ่งคนไข้สามารถสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่เข้ารับบริการครั้งแรก

Hair Revive Treatment
สำหรับ Hair Revive Treatment เป็นโปรแกรมที่เน้นคุณประโยชน์จากสารสกัดจากธรรมชาติร่วมกับสารอาหารผม ช่วยให้สุขภาพผมแข็งแรงขึ้น ลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย กระตุ้นการเจริญเติบโตของรากผม เร่งการงอกใหม่ และลดโอกาสผมหลุดร่วง โดยจะเป็นการเปิดผิวด้วย Microneedle Therapy ความลึก 0.5 มิลลิเมตร ให้ผิวพร้อมเต็มที่สำหรับรับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์ที่จะทาลงบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง

Hair Revive Treatment ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงจากหลากหลายสาเหตุที่นำเสนอไว้ในช่วงต้น ทั้งยังเหมาะกับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป



หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณผู้ชายเข้าใจที่มาที่ไปของอาการผมร่วง ผมบาง ได้ดีขึ้น เพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะที่ถูกต้อง หรือสามารถเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ของนามนินได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

ฟื้นฟูผมบางจากภาวะ SLE ด้วยโปรแกรม PHB และ Hair Revive Program
โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง หรือที่เรียกว่า Systemic Lupus Erythematosus (SLE) เป็นภาวะเรื้อรังที่เกิดจากความแปรปรวนของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งในภาวะปกติ “ระบบภูมิคุ้มกัน” จะทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ แต่สำหรับผู้ป่วย SLE ระบบภูมิคุ้มกันกลับเข้าใจผิดว่าร่างกายตัวเองคือศัตรู จึงสร้างแอนติบอดีโจมตีเนื้อเยื่อต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการอักเสบในหลายอวัยวะ เช่น ผิวหนัง ข้อต่อ ไต หัวใจ ปอด เลือด และระบบประสาท ทำให้อาการของผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกันไป บางคนอาจมีเพียงผื่นและผมร่วง ขณะที่บางคนอาจประสบอาการภายในร่วมด้วย


หนึ่งในอาการที่ส่งผลต่อความมั่นใจของหลายคนคือ “ภาวะผมร่วง” ซึ่งมักเกิดจากรูขุมขนที่ถูกกระทบจากความแปรปรวนของระบบภูมิคุ้มกัน รากผมอาจอักเสบหรือหยุดทำงานชั่วคราว ส่งผลให้เส้นผมหลุดร่วงง่าย และบางครั้งอาจมาพร้อมกับผิวหนังอักเสบร่วมด้วย ลักษณะผมร่วงจาก SLE มักเป็นแบบกระจายทั่วศีรษะ หรือร่วงเป็นหย่อมๆ โดยไม่ทิ้งแผลเป็น และมักสัมพันธ์กับช่วงที่โรคลุกลามหรือการใช้ยาบางชนิด


หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังเผชิญกับภาวะนี้ หรือรู้สึกกังวลใจทุกครั้งที่เห็นเส้นผมหลุดร่วงและบางลง นามนินคลินิกขออยู่เคียงข้าง เพื่อดูแลและช่วยให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นใจ เพราะตราบใดที่รูขุมขนยังสมบูรณ์และไม่ถูกทำลายถาวร การฟื้นฟูอย่างถูกวิธีจะสามารถช่วยให้ผมกลับมางอกใหม่ได้อีกครั้ง ด้วย โปรแกรม PHB และ Hair Revive Program ที่ได้รับออกแบบและพัฒนาโดย พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม ซึ่งทั้งสองโปรแกรมเป็นทางเลือกในการฟื้นฟูเส้นผมโดยไม่จำเป็นต้องปลูกผมค่ะ 

ในทุกขั้นตอนของโปรแกรม PHB และ Hair Revive Program คุณหมอนินจะดูแลด้วยตัวเอง เริ่มจากการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจปัญหาเฉพาะบุคคล และตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมกับหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสมที่สุด เพราะเส้นผมและรากผมของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การดูแลอย่างตรงจุดจึงเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูค่ะ

เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการดูแล คุณจะได้รับการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแสงเลเซอร์อ่อนโยนที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ปุ่มผมให้สามารถลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงรากผมได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตบริเวณหนังศีรษะ เสริมให้รากผมแข็งแรงและพร้อมสำหรับการฟื้นตัว


สองโปรแกรมนี้จะมีเทคนิคแตกต่างกันเล็กน้อย โปรแกรม PHB จะเป็นการฉีดสารบำรุงเข้าที่หนังศีรษะ เพื่อเติมเต็มความแข็งแรงให้รากผมโดยตรง ช่วยให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวา ดกดำ และเงางามขึ้น ส่วน Hair Revive Program เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงลึกแต่ไม่สะดวกใจกับการใช้เลือดของตนเอง เป็นการบำรุงด้วยเทคนิค Microneedle Therapy โดยใช้เข็มขนาดเล็กเพียง 0.5 มิลลิเมตร สะกิดเบา ๆ บนหนังศีรษะ เพื่อเปิดทางให้ตัวยาซึมซาบได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผมใหม่ จากนั้นจึงลงผลิตภัณฑ์บำรุงเฉพาะจุด เพื่อเสริมความแข็งแรงให้รากผมในระยะยาว ซึ่งคุณหมอนินจะเป็นผู้ให้คำแนะนำและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมให้แต่ละท่านค่ะ



เมื่อดูแลต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งสองโปรแกรมจะค่อย ๆ กระตุ้นให้เส้นผมกลับมางอกใหม่ เพิ่มความหนาแน่น และทำให้เส้นผมดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมที่เคยบางจะค่อย ๆ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมคืนความมั่นใจให้คุณได้อย่างอ่อนโยนและยั่งยืน

แม้การเผชิญกับโรค SLE อาจเป็นเส้นทางที่ยาวนานและต้องอาศัยทั้งความอดทนและกำลังใจ แต่โปรดรู้ไว้ว่าคุณไม่ได้เดินอยู่ลำพัง ทุกการดูแลและความตั้งใจเล็ก ๆ ที่คุณมอบให้ตัวเองในแต่ละวัน ล้วนเป็นก้าวสำคัญของการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ นามนินคลินิกเชื่อว่า “ความงามและความมั่นใจ” ไม่ได้หายไปพร้อมกับเส้นผมที่ร่วงหล่น หากแต่สามารถกลับมาได้เสมอ เมื่อได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ขอเพียงคุณเปิดใจให้เราดูแลไปพร้อมกัน ผมที่เคยอ่อนแอจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มและความมั่นใจจากภายในค่ะ 



PHB & Hair Revive ฟื้นผมแบบไหนให้ตอบโจทย์
โปรแกรม Treatment คือหนึ่งในศาสตร์การดูแลเส้นผม ที่นามนินตั้งใจพัฒนาต่อยอดเพื่อการฟื้นบำรุงเส้นผมที่แข็งแรงโดยเฉพาะ Treatment หลากหลายโปรแกรมเหล่านี้ กลายเป็นตัวเลือกที่เปิดกว้างมากขึ้น เพื่อให้คุณหมอและคนไข้ร่วมกันออกแบบเส้นทางการรักษาได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด หลาย ๆ โปรแกรม สามารถเข้ารับบริการร่วมกันได้ และบางโปรแกรมก็ยังสามารถรับบริการเสริมร่วมกับการปลูกผมแบบถาวรเทคนิค NEAT เพื่อยกระดับการดูแลเส้นผมให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น 

มาทำความรู้จักส่วนหนึ่งของโปรแกรม Treatment ที่นามนินคัดสรรมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ซึ่งโปรแกรมฟื้นบำรุง ของนามนินนั้น ได้รับการออกแบบมาอย่างหลากหลาย เพื่อให้สามารถตอบโจทย์กลุ่มคนไข้ที่มีปัญหาเส้นผมแตกต่างกัน 

หากคุณเพิ่งเริ่มสังเกตพบปัญหา ผมร่วง ผมบาง ในระยะเริ่มต้น...

นามนินขอแนะนำ โปรแกรม PHB โปรแกรมที่ช่วยบำรุงและฟื้นฟูเส้นผม ช่วยบูสต์กระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน เพื่อให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเอง และเร่งการสร้างเซลล์ผมใหม่ เสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมชะลออาการผมร่วง ผมบาง ได้อย่างตรงจุด ที่สำคัญ ยังสามารถพิสูจน์ผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ตั้งแต่เข้ารับบริการครั้งแรก




ขั้นตอนการรับบริการโปรแกรม PHB 
มีขั้นตอนที่สะดวกสบาย เพียงใช้วิธีฉีดเข้าสู่หนังศีรษะโดยตรง ในจุดที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง โดยไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น ปลอดภัย ปราศจากผลข้างเคียง ทั้งยังสามารถรับบริการพร้อมกับ Treatment อื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกันได้ หรือในบางกรณี คุณหมออาจพิจารณาให้คนไข้รับบริการ PHB เสริมกับการปลูกผมเทคนิค NEAT ด้วยเช่นกัน


สำหรับผู้เข้ารับบริการ PHB จะสามารถสังเกตผลลัพธ์ผมร่วงลดน้อยลงภายใน 3 – 7 วัน เส้นผมเริ่มงอกใหม่ภายใน 1 – 3 เดือน อีกทั้งเพิ่มขนาดเส้นผมให้หนาและใหญ่ขึ้น จนแลดูหนาขึ้นภายใน 3 – 4 เดือน พร้อมบำรุงผมให้ดูดกดำ เงางาม สุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

หากคุณกำลังเผชิญปัญหา ผมร่วง ผมบาง จากหลายสาเหตุ...

นามนินขอแนะนำ Hair Revive Program โปรแกรมฟื้นบำรุงผมใหม่ ที่อาศัยพลังจากสารสกัดธรรมชาติร่วมกับสารอาหารผมมากคุณประโยชน์ต่าง ๆ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุต่าง ๆ เหล่านี้
  • พันธุกรรมที่ส่งต่อจากคนในครอบครัว
  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
  • ความเครียด
  • การขาดสารอาหาร
  • ภาวะหลังคลอดบุตร
  • ผมถูกทำร้ายจากการใช้สารเคมี


Hair Revive Program ตอบโจทย์คนรักเส้นผมที่ไม่สะดวกรับบริการ Treatment ที่จำเป็นต้องใช้เลือดของตัวเองเป็นส่วนหนึ่งในการรักษา และยังเหมาะกับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมแล้ว ตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอ

  • ขั้นตอนในการเข้ารับบริการ Hair Revive Program
  • ทำความสะอาดหนังศีรษะด้วยแชมพู ก่อนทำหัตถการ
  • ฉายแสงด้วยเครื่อง LLLT กระตุ้นการไหลเวียนและลดการหลุดร่วง
  • เปิดผิวด้วย Microneedle Therapy ความลึก 0.5 มิลลิเมตร เพื่อเพิ่มการดูดซึมตัวยา กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระตุ้นการสร้างเซลล์รากผม
  • ทาผลิตภัณฑ์ลงบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือมีอาการอักเสบ
  • งดสระผมหรือใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม ในช่วง 24 ชั่วโมงหลังการรักษา




Hair Revive Program มอบผลลัพธ์สุขภาพแข็งแรง ลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ฟื้นฟูและกระตุ้นการเจริญเติบโตของรากผม ลดโอกาสผมหลุดร่วง รวมถึงกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม

และนี่ก็คือผลลัพธ์ความใส่ใจของนามนิน ในรูปแบบของโปรแกรมฟื้นบำรุงที่หลากหลาย รวมถึงแนวทางการรักษาใหม่ ๆ ที่เราพยายามพัฒนาต่อยอดอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ตอบโจทย์คนไข้ของนามนินได้ดียิ่งกว่าที่เคย
เติมอาหารผม ด้วย “วิตามิน” แก้ผมร่วง
วันนี้ คุณเติมอาหารดี ๆ ให้เส้นผมหรือยัง ? 

เส้นผมก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่ต้องการอาหารมาหล่อเลี้ยงเพื่อการเจริญเติบโตและการทำงานของเซลล์ที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน และหนึ่งในอาหารที่คนรักผมควรเลือกรับประทานเพื่อบำรุงผมให้แข็งแรง ก็คือ “วิตามิน” ซึ่งเป็นสารอาหารเปี่ยมคุณประโยชน์ที่จำเป็นต่อการทำงานแทบทุกส่วนของร่างกาย 

นามนินจึงขอแนะนำคุณประโยชน์ของวิตามินชนิดต่าง ๆ ที่จะช่วยเสริมให้เส้นผมสุขภาพดีจากภายใน ไม่หลุดร่วงง่าย ไม่ต้องโบกมือบ๊ายบายเส้นผมไปก่อนเวลาอันควร เพราะบางครั้งสาเหตุของอาการผมร่วง ก็มาจากการขาดวิตามินบางชนิดได้เหมือนกัน โดยเราสามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินสูง หรือรับประทานวิตามินเสริมเพื่อบำรุงและฟื้นฟูเส้นผม ภายใต้คำแนะนำของแพทย์


Biotin 
ช่วยเสริมสร้างเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนส่วนประกอบหลักของผม กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง ลดอาการผมเปราะบาง แห้งเสีย ขาดหลุดร่วงง่าย
แหล่งอาหาร – ปลาแซลมอน ไข่ ตับ ถั่ว มันหวาน อะโวคาโด

Vitamin D 
ช่วยเสริมการทำงานของรูขุมขนให้เป็นไปอย่างปกติ กระตุ้นการสร้างเซลล์ผมใหม่ เพิ่มความเงางามให้เส้นผม หากขาดวิตามินดี จะยิ่งเสี่ยงต่ออาการผมร่วงเป็นหย่อม ๆ
แหล่งอาหาร - นม ไข่ ปลาแซลมอน (หรือสามารถใช้วิธีออกไปรับแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าก็ได้เช่นกัน)

Vitamin E 
มีส่วนสำคัญในการสร้างเคราติน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะ ทำให้เส้นผมแข็งแรง เงางาม ดูมีชีวิตชีวา
แหล่งอาหาร - เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว ธัญพืชต่าง ๆ

Vitamin A 
มีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของเซลล์ทุกส่วนในร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังกระตุ้นการผลิตซีบัม หรือน้ำมันตามธรรมชาติ ทำให้หนังศีรษะไม่แห้ง โดยควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
แหล่งอาหาร – ผักใบเขียว มะเขือเทศ ฟักทอง ผลไม้ ตับ น้ำมันปลา ไข่ นม

Vitamin C 
ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน บำรุงรากผม ลดการอักเสบ พร้อมปกป้องเส้นผมจากสารอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุทำให้ผมอ่อนแอหลุดร่วงง่ายได้เช่นกัน
แหล่งอาหาร - ส้ม มะนาว ฝรั่ง ผักคะน้า ผักโขม ผักกาดขาว ดอกกะหล่ำ

Vitamin B รวม 
ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดไปที่หนังศีรษะ เสริมบำรุงรากผมให้แข็งแรง
แหล่งอาหาร -  เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะปลา ไข่ ถั่ว ผักใบเขียว 


เมื่ออาหารผมที่ดี คือทางเลือกในการปกป้องและแก้ปัญหาเส้นผมจากภายใน ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาใส่ใจดูแลเส้นผม และบอกรักผมด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างเช่นการเติมวิตามินที่ใช่ให้เส้นผมนั่นเอง

เติมความมั่นใจ “กรอบหน้า ด้วยแนวทางที่ใช่สำหรับคุณ
ในปัจจุบัน เทรนด์การเสริมความงามไม่ใช่แค่เรื่องของใบหน้า รูปร่าง หรือผิวพรรณเท่านั้นแล้วค่ะ เพราะ “กรอบหน้า” ก็เป็นอีกหนึ่งจุดสำคัญที่ช่วยเสริมให้ใบหน้าสมดุล ดูละมุนและโดดเด่นขึ้น โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีปัญหาแนวผมไม่ชัด หน้าผากกว้าง หรือผมบางบางจุด สามารถปรับให้ดูมีมิติมากขึ้นได้ด้วยเทคนิคหลากหลายรูปแบบ

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า การสักไรผม (Hairline Tattoo) และ Scalp Micropigmentation (SMP) กันมาบ้าง เทคนิคทั้งสองนี้อาจดูคล้ายกัน เพราะต่างก็ช่วยให้แนวผมดูชัดและเต็มขึ้น แต่จริง ๆ แล้วมีรายละเอียดที่แตกต่างกันอยู่ค่ะ การสักไรผม ใช้เทคนิคแบบเดียวการสักทั่วไป มุ่งเน้นการวาดแนวไรผมแบบชัดเจน ส่วน SMP เป็นการฝังเม็ดสีเลียนแบบลักษณะของเส้นผม หรือเงาผม ลงในชั้นตื้นของผิวหนัง ช่วยทำให้แนวผมดูชัดเจน ช่วยพรางบริเวณผมบางให้ดูแน่นขึ้น ซึ่งข้อดีของสองเทคนิคนี้คือ เห็นผลรวดเร็ว ไม่ต้องรอนาน


แต่ในบางกรณี การสักไรผม หรือ SMP อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นเล็กๆ บริเวณไรผมได้ และสีที่ฝังไว้ในผิวหนังอาจทำให้บริเวณนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อที่ส่งผลต่อสภาพผิวหนัง หากในอนาคตต้องการปลูกผมเพื่อปรับกรอบหน้า ปัญหาที่อาจพบได้คือ หนังศีรษะบริเวณนั้นอาจมีรอยแผลเป็นหรือพังผืด ซึ่งอาจทำให้เป็นข้อจำกัดในการปลูกผม ดังนั้น ไม่ว่าจะเลือกวิธีใด สิ่งสำคัญคือการเข้าใจปัญหาและความต้องการของตัวเองอย่างแท้จริงก่อนค่ะ เพราะเป้าหมายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนอาจต้องการผลลัพธ์ที่รวดเร็ว ขณะที่บางคนอาจมองหาแนวทางที่ตอบโจทย์ในระยะยาว


สำหรับผู้ที่กำลังมองหาทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานและถาวร การปลูกผม เป็นอีกหนึ่งวิธีที่เหมาะสมกับคุณค่ะ ที่นามนิน หนึ่งในขั้นตอนสำคัญก่อนสิ่งอื่นใด คือการพบแพทย์ โดยคุณหมอนินจะเป็นผู้ตรวจและวิเคราะห์สภาพหนังศีรษะให้ผู้เข้ารับบริการทุกคนด้วยตัวเอง หากมีปัญหารอยแผลเป็นบริเวณหนังศีรษะ หรือเคยผ่านการสักไรผมและ SMP มาก่อน สามารถเปิดใจปรึกษาคุณหมอนินได้ในทุกแง่มุม ทั้งความคาดหวัง และความกังวลใจ คุณหมอนินจะอธิบายอย่างตรงไปตรงมาถึงข้อจำกัดและความเป็นไปได้ในการแก้ปัญหา เพื่อความเข้าใจที่ตรงกันก่อนจะตัดสินใจเข้ารับการปลูกผมค่ะ

NEAT เป็นเทคนิคการปลูกผมที่มอบทั้ง “เส้นผม” และ“กรอบหน้าใหม่” เริ่มด้วยการประเมินปัญหาและวางแนวทางการรักษาทั้งหมดโดยคุณหมอนิน ซึ่งคุณหมอจะพิจารณาความกังวลของผู้เข้ารับบริการเป็นลำดับแรก จากนั้นจึงประเมินพื้นที่ในการปลูกผมและใช้หลัก Golden Ratio ช่วยในการออกแบบแนวผมใหม่ให้รับกับสัดส่วนใบหน้า พร้อมคำนึงถึงความชอบชอบส่วนตัวของแต่ละคนร่วมด้วย
ในการปลูกผม คุณหมอนินจะลงมือปลูกผมด้วย Implanter ขนาด 0.6 มิลลิเมตร ใช้เทคนิคปลูกแทรกทีละกราฟต์ด้วยความประณีต จัดวางทิศทางให้อิงไปกับเส้นผมเดิม โดยคำนึงถึงความหนาแน่นและลักษณะของเส้นผมแต่ละบริเวณ ไล่ระดับความหนาบางอย่างเหมาะสมเพื่อให้เส้นผมปลูกใหม่นั้นเชื่อมต่อกับแนวผมเดิมที่มีอยู่ได้อย่างกลมกลืน


หลังการปลูกผม คุณหมอนินยังดูแลต่อเนื่องอีก 1 ปี ในช่วงเวลานี้ หากคุณหมอประเมินแล้วว่าควรเข้ารับบริการดูแลหลังการปลูกผมเพื่อเสริมผลลัพธ์ให้ดียิ่งขึ้น จะแนะนำการฉีดบำรุงด้วยโปรแกรม PHB หรือโปรแกรม Peptide hair treatment ที่เป็นการเสริมผลลัพธ์หลังการปลูกผมทั้งสองโปรแกรม ซึ่งมีรายละเอียดในการทำบริการต่างกันเล็กน้อยค่ะ 

โปรแกรม PHB เป็นการฉีดบำรุงหนังศีรษะโดยการใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการเองผสานกับวิตามินสูตรของนามนิน คลินิก ส่วน โปรแกรม Hair Revive  เป็นการใช้ไมโครนีดเดิล (Microneedle) ซึ่งเป็นเข็มขนาดเล็กสะกิดหนังศีรษะ เพื่อเปิดช่องรูขุมขนลึกประมาณ 1 มม. พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ช่วยให้ผมใหม่แข็งแรง สุขภาพดี ไม่หลุดร่วงง่าย ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้เข้ารับบริการที่ไม่สะดวกผ่านกระบวนการที่ต้องใช้เลือดของตัวเอง ทั้งนี้ คุณหมอนินจะประเมินและวิเคราะห์ความเหมาะสมในการเข้ารับบริการเป็นรายบุคคลค่ะ

การดูแลเส้นผมหรือปรับกรอบหน้า ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของความงามภายนอก แต่คือการเติมเต็มความมั่นใจในแบบที่คุณเป็น ทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด คือทางเลือกที่สอดคล้องกับตัวตนและความรู้สึกของคุณอย่างแท้จริง และเมื่อเริ่มต้นด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมความเข้าใจที่ชัดเจน นั่นคือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่งดงามและมีความหมายสำหรับตัวคุณค่ะ




รากผมอ่อนแอ สัญญาณเงียบที่ไม่ควรมองข้าม
เคยรู้สึกไหมคะว่าทำไมผมดูบางลง ทั้งที่ก็ยังดูแลตัวเองเหมือนเดิม นั่นเป็นเพราะรากผมเราเริ่มอ่อนแอลง และพยายามส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือจากเราอยู่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นผมที่หลุดร่วงมากขึ้น ผมที่ดูบางลง หรือหนังศีรษะที่เริ่มมีปัญหา ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามไปมากกว่านี้ นามนิน คลินิก จะพาคุณไปสำรวจตัวเองว่า “รากผมเราเริ่มอ่อนแอลงหรือยัง” และมีวิธีไหนบ้างที่จะดูแลก่อนสายเกินไปค่ะ

Q : “เราจะรู้ได้ยังไงว่ารากผมเราเริ่มอ่อนแอลงแล้ว?”
  • เส้นผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ เกินวันละ 50-100 เส้น โดยเฉพาะในขณะสระผม หรือแปรงผม
  • เส้นผมแห้ง เปราะบาง หักง่าย ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม และยาวช้ากว่าปกติ เป็นเพราะโครงสร้างเส้นผมอ่อนแอลง อาจขาดสารอาหารหรือเลือดไปเลี้ยงรากผมไม่เพียงพอ เส้นผมที่ขึ้นใหม่จึงขนาดเล็กลงและไม่ยืดหยุ่นเหมือนเดิม 
  • หนังศีรษะขาดความสมดุล - แห้ง ลอก คัน หรือมันเกินไป เกิดจากการไหลเวียนเลือดที่รากผมไม่ดีหรือเกิดการอักเสบของหนังศีรษะซึ่งส่งผลต่อรากผมโดยตรง
  • ผมดูบางลงเรื่อย ๆ แม้ไม่ได้ตัดผมหรือเปลี่ยนทรงผม และเมื่อส่องกระจก จะเริ่มเห็นรอยแสกดูกว้างขึ้น โดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะที่เคยมีเส้นผมเป็นจุดบังแสง เริ่มดูโปร่งๆ บางๆ เห็นหนังศีรษะได้ชัดเจนขึ้น


Q : “ถ้ามีปัญหาผมบางบริเวณกลางศีรษะ แต่ยังไม่ถึงขั้นศีรษะล้าน ต้องแก้ปัญหาด้วยการปลูกผมอย่างเดียวไหม หรือยังมีทางเลือกอื่นอยู่?”
A: การแก้ปัญหาผมบางบริเวณกลางศีรษะนั้นไม่จำเป็นต้องปลูกผมอย่างเดียวเสมอไปค่ะ ถ้ายังอยู่ในช่วงผมบางระยะเริ่มต้น ยังมีรูรากผมเหลืออยู่ ก็ยังมีโอกาสสูงมากที่จะฟื้นฟูรากผมที่ยังมีอยู่ให้แข็งแรงขึ้น พร้อมกับกระตุ้นการงอกใหม่ไปพร้อมกันเพื่อให้เส้นผมกลับมาหนาแน่นเหมือนเดิมได้

ซึ่งที่นามนิน เรามีโปรแกรม PHB ที่เป็นกระบวนการบำรุงและฟื้นฟูเส้นผมที่ออกแบบและพัฒนาโดย พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม เพื่อแก้ปัญหาผมบาง พร้อมทั้งเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมและหนังศีรษะได้โดยไม่ต้องปลูกผม เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาผมบางอย่างได้ผลค่ะ


Q : "โปรแกรม PHB เหมาะกับใคร? ระหว่างคนที่ยังไม่ต้องปลูกผมหรือคนที่ปลูกผมไปแล้ว?"
A : PHB เป็นโปรแกรมที่คุณหมอนินออกแบบมาเพื่อให้ตอบโจทย์ทั้งสองกลุ่มค่ะ โดยเฉพาะคนที่กำลังอยู่ในช่วง "ระหว่างทาง" ที่ยังไม่ได้อยากปลูกผมตอนนี้ แต่ก็เริ่มรู้สึกว่าผมบางลง หรือเริ่มไม่มั่นใจกับสภาพเส้นผมในปัจจุบัน โดยสรุปแล้ว โปรแกรมนี้เหมาะกับ
  • ผู้ที่เริ่มมีปัญหาผมบางในระยะแรก เช่น คนที่สังเกตว่าผมเริ่มบางลงบริเวณกลางศีรษะหรือรอยแสกกว้างขึ้น ซึ่งหากแพทย์ตรวจแล้วว่ายังมี "รูรากผม" อยู่ ก็ยังมีโอกาสฟื้นฟูได้ด้วยการกระตุ้นและบำรุงอย่างเหมาะสม โดยยังไม่ต้องปลูกผม
  • ผู้ที่อยู่ในช่วงเตรียมตัวก่อนปลูกผม บางคนอาจมีแนวโน้มต้องปลูกผมในอนาคต แต่ยังไม่ถึงเวลาเหมาะสม หรืออยากให้สภาพหนังศีรษะและรากผมแข็งแรงที่สุดก่อน เพื่อให้การปลูกผมได้ผลดี PHB ก็สามารถเป็นขั้นตอนการ "เตรียมความพร้อม" ได้อย่างดี
  • ผู้ที่ต้องการเสริมผลลัพธ์หลังการปลูกผม การดูแลต่อเนื่องมีผลอย่างมากต่อความสำเร็จของเส้นผมที่ปลูกใหม่ โปรแกรม PHB จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่แพทย์จะแนะนำเพื่อช่วยเสริมความแข็งแรงให้รากผมใหม่ และลดโอกาสการหลุดร่วงซ้ำ

Q : “ขั้นตอนการเข้ารับบริการมีอะไรบ้าง แล้วแพทย์ดูแลด้วยตัวเองตั้งแต่ต้นจนจบเลยไหม?”
A : ไม่ต้องกังวลเลยค่ะ โปรแกรม PHB นี้ คุณหมอนินดูแลด้วยตัวเองในทุกขั้นตอน เริ่มต้นด้วยการปรึกษาปัญหาเส้นผมกับคุณหมอ เพื่อวิเคราะห์สภาพเส้นผมและหนังศีรษะเพื่อวางแผนการรักษา ซึ่งขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะคุณหมอจะตรวจสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อดูว่ารากผมแข็งแรงแค่ไหน  และจะวางแผนการรักษาให้ตรงกับปัญหาเป็นรายบุคคลค่ะ

จากนั้นเข้ารับบริการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy) เป็นแสงเลเซอร์คลื่นแสงความถี่ต่ำที่จะตรงเข้ากระตุ้นการทำงานของเซลล์ปุ่มผม (Dermal Papilla Cells) ที่ทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารจากเลือดมาเลี้ยงเซลล์รากผม การฉายแสง LLLT เข้าจุดนี้โดยตรงจะกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น สารอาหารและออกซิเจนจึงมาเลี้ยงบริเวณรากผมได้มากขึ้น 

ขั้นตอนสุดท้ายคือเข้ารับการฉีดบำรุงที่หนังศีรษะเพื่อฟื้นฟูรากผมให้แข็งแรง ดกดำ เงางาม ช่วยให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่งค่ะ


Q : "หลังจากเข้ารับบริการโปรแกรม PHB แล้ว เส้นผมจะกลับมาหนาแน่นขึ้นจริงไหม?"
A : โปรแกรม PHB จะช่วยลดอาการผมร่วง กระตุ้นรากผมให้กลับมางอกใหม่ บำรุงเส้นผมให้มีขนาดใหญ่ขึ้นและเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผม หลังจากการเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนขึ้น เส้นผมบริเวณหนังศีรษะที่เคยบางจะเริ่มหนาแน่นและดกดำขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ค่ะ


Q : "จริงๆ แล้วบำรุงผมก็มีหลายแบบ ทำไมถึงต้องเลือกโปรแกรม PHB?"
A : เพราะจุดเด่นของการฉีดบำรุงโปรแกรม PHB คือ คุณหมอนินเป็นผู้ดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเองค่ะ การเข้ารับบริการก็ง่าย สบาย ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาต่อครั้งเพียง 40-60 นาที เห็นผลลัพธ์ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ และคุณหมอยังเพิ่มความมั่นใจในผลลัพธ์ด้วยการถ่ายรูป Before & After เปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งหลังเข้ารับบริการอีกด้วย

เพราะสุขภาพเส้นผมที่ดี เริ่มจากรากผมที่แข็งแรงค่ะ ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าผมบางลง หรือหนังศีรษะเริ่มส่งสัญญาณบางอย่าง อย่าปล่อยให้ปัญหาลุกลามไปมากกว่านี้ นามนิน คลินิก เราพร้อมดูแลด้วยโปรแกรม PHB ที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อผมทุกเส้นที่คุณรัก เพราะการเริ่มดูแลอย่างใส่ใจวันนี้ จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญของการกลับมามั่นใจในแบบที่คุณเคยเป็นได้อีกครั้งค่ะ



“ดูแลหลังปลูก” เพื่อผมดีไม่มีวันเปลี่ยน
หลายคนคงสงสัยว่า การปลูกผมถาวรนั้น จะให้ผลลัพธ์ที่ “ถาวร” สมชื่อหรือไม่ เป็นไปได้จริงหรือที่ผมปลูกใหม่จะสามารถอยู่กับเราไปอีกแสนนานจนถึงวันที่อายุมากขึ้น และถึงขั้นที่ว่าอยู่ได้ตลอดชีวิต โดยไม่กลับมาหลุดร่วงและบางลงอีกเลย

“คำตอบก็คือ เป็นไปได้ ถ้าผมใหม่ได้รับการดูแลหลังปลูกที่ดีเพียงพอ

แต่ก่อนจะไปขยายความกันว่า การดูแลหลังปลูกที่ดีเพียงพอ หมายถึงอะไร เราขอชวนมาทำความเข้าใจธรรมชาติและวัฏจักรของเส้นผมให้มากขึ้นไปพร้อมกัน เพราะนั่นคือปัจจัยหนึ่งที่จะอธิบายได้ว่า ทำไมผมปลูกใหม่จึงต้องการการดูแลอย่างดีจากแพทย์และเจ้าของเส้นผม และหากขาดการดูแลอย่างใส่ใจและต่อเนื่อง อาจเกิดอะไรขึ้นกับเส้นผมหลังปลูกของเราได้บ้าง 

ความท้าทาย ในการดูแลหลังปลูกผม
หลังปลูกผมจบ ไม่ได้หมายความว่าปัญหาผมบางและศีรษะล้านจะจบตามไปด้วยเสมอไป แพทย์ของนามนินย้ำกับคนไข้เสมอว่า การปลูกผมเป็นการแก้ปัญหาเพื่อช่วยให้หนังศีรษะที่แม้จะอยู่ในภาวะศีรษะล้าน ไม่มีรูรากผมแล้ว ยังสามารถกลับมามีเส้นผมตามวงจรธรรมชาติได้ อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณผู้ชายที่มีปัญหาผมร่วง ผมบางจากกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันมาในครอบครัว แม้จะปลูกผมใหม่เรียบร้อยแล้ว แต่ฮอร์โมน DHT ก็ยังเป็นฮอร์โมนเจ้าปัญหาที่ต้องระวังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ฮอร์โมน DHT มีบทบาทอย่างไรในสมการการเกิดภาวะผมร่วงและผมบาง หากคุณผู้ชายสืบต่อกรรมพันธุ์ผมบางจากคนในครอบครัว จะพบว่าที่บริเวณหนังศีรษะมีเอนไซม์ชื่อ 5-alpha reductase โดยเอนไซม์ตัวนี้จะเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) ให้กลายเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (dihydrotestosterone) หรือเรียนอย่างย่อว่า DHT ซึ่งจะส่งผลทำให้รูขุมขนบนหนังศีรษะมีขนาดเล็กลง ดังนั้น ผมที่งอกขึ้นมาใหม่จึงมีขนาดเล็ก ลีบแบน และอ่อนแอจนหลุดร่วงได้ง่ายก่อนเวลาอันควร แม้ในคุณผู้ชายที่ยังอายุไม่มากหรืออยู่ในวัยหนุ่ม ก็ได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT จนนำไปสู่ภาวะผมร่วงผมบางได้เช่นกัน

ส่วนการปลูกผมใหม่นั้น จะเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอย บริเวณที่เรียกว่า Safe Zone เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่กราฟต์ผมมีคุณสมบัติในการต้านทานฮอร์โมน DHT ทำให้ไม่หลุดร่วงง่าย และเมื่อย้ายมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมบาง ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้า หรือกลางศีรษะ คุณสมบัติเหล่านั้นก็จะยังคงอยู่ จึงสามารถแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง แบบถาวรได้ หากได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม


แต่เราไม่ควรลืมว่า หลังปลูกผมใหม่แล้ว ฮอร์โมน DHT ก็จะยังออกฤทธิ์อยู่ในบริเวณข้างเคียงอื่น ๆ ที่เป็นเส้นผมเดิม ทำให้เส้นผมเดิมมีโอกาสที่จะทยอยหลุดร่วง และกลายเป็นที่มาของภาวะผมล้านต่อก็เป็นได้ 

ขณะเดียวกัน แม้ผมปลูกใหม่จะรอดพ้นจากอิทธิพลของฮอร์โมน DHT แต่ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงอีกมากมาย ที่อาจทำให้ผมอ่อนแอ หลุดร่วง ไม่ได้ผลลัพธ์ความหนาแน่นที่ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ เริ่มตั้งแต่ช่วงแรกหลังปลูกผมใหม่ ๆ เซลล์รากผมของคนไข้จะยังไม่ฝังตัวในชั้นหนังศีรษะอย่างมั่นคงดีนัก เส้นเลือดเล็ก ๆ ก็ยังอยู่ในระหว่างกระบวนการเชื่อมต่อกันเพื่อทำหน้าที่ลำเลียงอาหารไปหล่อเลี้ยงเส้นผม จึงมีโอกาสที่รากผมจะหลุดร่วงได้ง่ายมาก ๆ หรือที่เรียกว่า ปลูกผมไม่ติด ช่วงเวลานี้จึงเป็นเวลาสำคัญที่จะต้องดูแลทะนุถนอมเส้นผมเป็นอย่างดี รวมถึงระวังพฤติกรรมในชีวิตประจำวันต่าง ๆ ที่อาจทำให้ผมปลูกใหม่หลุดร่วงโดยไม่ได้ตั้งใจ จนแก้ปัญหาผมบางได้ไม่สำเร็จ

และไม่ใช่แค่ช่วงแรก ๆ ของการปลูกผมใหม่เท่านั้น แต่ผมใหม่ยังต้องการการดูแลอย่างใส่ใจตลอด 1 ปีเต็มหลังปลูก นั่นเป็นเพราะว่าผมปลูกใหม่ต้องใช้เวลาถึง 1 ปีกว่าจะเจริญเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามวงจรธรรมชาติ แล้วจึงให้ผลลัพธ์ผมสวย สุขภาพดี แลดูหนาแน่นอย่างเต็มที่ 

ดังนั้นแล้ว การดูแลหลังปลูกผมที่ดี จึงเป็นการดูแลทั้งเส้นผมปลูกใหม่ และเส้นผมเดิม ให้ยังคงอยู่ และลดโอกาสการหลุดร่วงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปอีกกี่ปี เส้นผมที่แพทย์ลงมือปลูกไว้ให้ ก็จะยังแข็งแรง สุขภาพดี ไม่หลุดร่วงง่าย ราวกับเพิ่งปลูกผมใหม่ปีแรกนั่นเอง

ดูแลอย่างไร ผมใหม่หลังปลูก
ถึงตรงนี้ คนไข้ของนามนินสามารถวางใจได้อย่างเต็มที่ เพราะภารกิจการดูแลผมใหม่หลังปลูกนั้น เป็นส่วนสำคัญในแผนการรักษาฟื้นฟูเส้นผมที่แพทย์ออกแบบมาอย่างใส่ใจ ทั้งยังตั้งใจที่จะดูแลต่อเนื่องใกล้ชิดตลอด 1 ปีเต็มตั้งแต่วันแรก โดยแพทย์จะนัดเข้ามาดูแลติดตามผลทุกระยะ พร้อมให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง ย้ำเตือนข้อควรระวังต่าง ๆ และให้ข้อมูลความรู้ที่เป็นประโยชน์ เพื่อให้คนไข้รับมือการภาวะการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมและหนังศีรษะได้ด้วยความเข้าใจ 


และเพื่อให้การดูแลตนเองที่บ้านเป็นเรื่องง่าย ๆ แพทย์จะจัดชุดผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและบำรุงเส้นผมให้คนไข้กลับไป พร้อมทั้งนัดเข้ามารับบริการ Treatment บำรุงต่าง ๆ เพื่อเสริมความแข็งแรงและลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผม แพทย์ยังคอยตอบคำถามหรือข้อสงสัยให้กับคนไข้ด้วยตัวเองอย่างใกล้ชิด ตลอดเส้นทางการรักษาและดูแลหลังปลูก 

ไม่เพียงเท่านั้น แม้ผ่านช่วง 1 ปีเต็มไปแล้ว คนไข้หลาย ๆ ท่านก็ยังคงเข้ามารับคำแนะนำจากแพทย์ของนามนินในการดูแลและบำรุงเส้นผมต่อเนื่อง ผลลัพธ์เส้นผมจึงยังคงหนาแน่น แข็งแรง ดูสุขภาพดีเหมือนเพิ่งปลูกเมื่อปีแรก ซึ่งตัวช่วยจากนามนินที่จะเสริมประสิทธิภาพการดูแลหลังปลูกผมก็มีหลากหลาย โดยแพทย์จะเป็นผู้แนะนำวิธีที่เหมาะสมและตอบโจทย์การดูแลคนไข้แต่ละคนมากที่สุด 

  • Mojelim Elixir Shampoo
แชมพูทำความสะอาดอย่างอ่อนโยนล้ำลึกที่ส่งตรงจากโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านเส้นผมที่เกาหลี ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่า ไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองทางผิวหนัง มาพร้อมคุณสมบัติในการช่วยรักษาสมดุลระหว่างความมันและความชุ่มชื้นบนหนังศีรษะ ผมจึงสะอาด นุ่มสลวย หลุดร่วงน้อยลง แนะนำใช้คู่กับครีมนวด Mojelim Elixir Treatment เพื่อผสานพลังบำรุงแบบคูณสอง


  • VITA H 
วิตามินรวมตัวสำคัญที่แพทย์ค้นคว้าและคัดสรรมาเพื่อดูแลสุขภาพเส้นผมโดยเฉพาะ รับประทานง่ายและสะดวกในรูปแบบแคปซูล ทั้งยังเสริมคุณค่าด้วยสารสกัดจากแหล่งอาหารธรรมชาติหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น 
สารสกัดจากข้าวกล้องและผลกระบองเพชร ช่วยลดความมัน การเกิดสิว และการอักเสบของหนังศีรษะ
D-Biotin ทำหน้าที่เสริมความแข็งแรงให้กับโครงสร้างเส้นผม
Zinc Gluconate ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อของเส้นผม พร้อมเสริมการเติบโตของเส้นผมอย่างต่อเนื่อง
Iron Amino Acid Chelate บำรุงรากผมให้แข็งแรง ลดการหลุดร่วงของเส้นผม
Vitamin B Premix ช่วยฟื้นฟูให้เส้นผมกลับมาสุขภาพดีอีกครั้ง


  • Elixir Hair Serum by NEAT HAIRNUE
ผลิตภัณฑ์บำรุงที่มาในรูปแบบเซรั่ม ตรงเข้าฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะ กระตุ้นและเร่งการเกิดใหม่ของเส้นผม พร้อมลดโอกาสผมหลุดร่วงก่อนเวลาอันควรของทั้งผมปลูกใหม่และผมเดิม เซรั่มประกอบด้วยส่วนผสมสำคัญจากธรรมชาติ 100% ได้แก่สารสกัดจากดอกอัญชัน หญ้าหางม้า เมล็ดข้าวสาลี และธูปฤาษี ช่วยเสริมให้เส้นผมดกดำ เงางาม สุขภาพดี


  • โปรแกรมฉีดบำรุง PHB
บริการ Treatment บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ที่เหมาะกับผู้มีอาการผมร่วง ผมบาง ในระยะเริ่มต้น หรือผู้ที่เข้ารับการปลูกผมแล้ว และต้องการคงผลลัพธ์ความหนาแน่นของเส้นผม ไม่ให้เกิดภาวะล้านต่อจากอิทธิพลของฮอร์โมน DHT โดยแพทย์จะฉีดบำรุงเข้าที่หนังศีรษะ เพื่อช่วยฟื้นฟูสภาพเส้นผม จากผมเส้นเล็ก ลีบแบน ก็จะมีขนาดหนาและใหญ่ขึ้น จนแลดูดกดำและหนาแน่นขึ้น


โปรแกรม PHB ยังกระตุ้นการทำงานของรากผม เร่งการงอกใหม่ให้เร็วขึ้นและมากขึ้น พร้อมกับลดการหลุดร่วง ซึ่งสามารถพิสูจน์ผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ตั้งแต่การเข้ารับบริการครั้งแรก ที่สำคัญ คนไข้ไม่ต้องพักฟื้น และไม่ต้องกังวลกับผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งนี้ แพทย์อาจแนะนำให้รับบริการร่วมกับโปรแกรม Treatment อื่น ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีขึ้น

และนี่ก็คือเส้นทางการรักษาตลอดจนการดูแลหลังปลูกผม ที่แพทย์และคนไข้จะได้ออกแบบแนวทางร่วมกันแบบเฉพาะบุคคล ขึ้นกับสภาพปัญหาและความต้องการของคนไข้แต่ละคน ซึ่งแพทย์และคนไข้จะจับมือเดินร่วมทางเคียงข้างกันไปจนสุดทาง เพื่อให้เส้นผมที่คุณรักอยู่กับคุณไปได้อีกนานแสนนาน



เส้นผมใหม่ เปิดโลกใหม่ เติมเต็มความมั่นใจในทุกวัน
ถ้าความมั่นใจไม่มีวันหมดอายุ การปลูกผมเพื่อเสริมความมั่นใจก็ไม่จำกัดอายุเช่นเดียวกัน

ในปัจจุบัน การปลูกผมเป็นเทรนด์ที่ทุกคนสามารถทำได้ไม่ว่าจะเพศไหนหรือวัยใดก็ตาม โดยเฉพาะเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยกลางคน ปัญหาผมร่วงและผมบางมักเป็นเรื่องที่หลายคนต้องเผชิญ เส้นผมที่เคยหนาแน่นเริ่มบางลงจนส่งผลกับบุคลิกภาพและความมั่นใจ ทั้งในการใช้ชีวิตประจำวัน การเข้าสังคมหรือแม้กระทั่งกระทบต่อการทำงาน 

การปลูกผมช่วยฟื้นฟูบุคลิกภาพและความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง การมีเส้นผมหนาแน่นและสุขภาพดีไม่เพียงแต่ทำให้รูปลักษณ์ภายนอกดูดีขึ้น แต่ยังฟื้นฟูความรู้สึกภายในจิตใจได้อย่างมาก จากประสบการณ์ตรงของผู้ที่เข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT กับคุณหมอนิน หลายคนจะมี “จุดเปลี่ยน” ที่เหมือนกันคือ จากที่เคยคิดว่า พออายุมากแล้ว ชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากมาย ใส่ใจตัวเองน้อยลง ทิ้งความฝันที่เคยอยากทำ และไม่คิดอยากลองทำอะไรใหม่ๆ อีก แต่หลังการปลูกผม ทัศนคติก็เปลี่ยนไป เส้นผมใหม่ทำให้รู้สึกมั่นใจ สดใสและมีพลัง ได้กลับมามองโลกในมุมมองใหม่ พร้อมเผชิญกับทุกโอกาสในชีวิต เปิดใจลองทำสิ่งใหม่ๆ การใช้ชีวิตมีความหมายมากขึ้นและมีความสุขในทุกวัน


NEAT เทคนิคการปลูกผมที่เป็นการผสานกันอย่างลงตัวระหว่างศาสตร์และศิลป์ ที่คิดค้นและพัฒนาโดย พญ.นิล นามทองต้น หรือคุณหมอนิน แพทย์ผู้ปลูกผมที่เข้าใจดีว่า “เส้นผม” นั้นส่งผลต่อคุณภาพชีวิตได้มากเพียงใด คุณหมอนินได้ออกแบบ NEAT มาเพื่อมอบทั้งความสวยงามและความสะดวกสบายให้ทุกคน เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ตอบโจทย์ชีวิตยุคใหม่ที่ทุกอย่างต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตประจำวัน และหัวใจสำคัญของการปลูกผมเทคนิค NEAT คือ คุณหมอนินเป็นผู้ลงมือเองในทุกขั้นตอน ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้ามาปรึกษาคุณหมอ และดูแลอยู่เคียงข้างจนครบ 1 ปีเต็มหลังการปลูกผม จนกว่าเส้นผมใหม่จะเติบโต แข็งแรง

ไม่ว่าปัญหาเส้นผมจะเป็นอย่างไร กังวลใจอะไรเป็นพิเศษ ความคาดหวังที่คิดไว้จะเป็นไปได้จริงเพียงใด หลังปลูกผมจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง คำถามเหล่านี้และข้อสงสัยอื่นๆ อีกมากมาย ผู้เข้ารับบริการสามารถถามคุณหมอนินได้โดยตรง คุณหมอพร้อมให้ปรึกษา อธิบายเหตุและผลอย่างตรงไปตรงมากับทุกคนทุกเคส NEAT จึงเป็นการปลูกผมที่ได้รับการแนะนำต่อกันเป็นวงกว้าง ด้วยความใส่ใจ จริงใจ และการดูแลอย่างใกล้ชิดตั้งแต่วันแรกสร้างความประทับใจให้ผู้เข้ารับบริการทุกคนตลอดมา 




สิ่งที่นอกเหนือจากความใส่ใจของคุณหมอนิน ผลลัพธ์ของการปลูกผมเทคนิค NEAT ก็เห็นได้อย่างชัดเจน ทั้งกรอบหน้าใหม่ที่ช่วยเสริมให้รูปหน้ามีสัดส่วนที่สวยงามขึ้น เส้นผมใหม่ที่คุณหมอนินลงมือปลูกด้วยตัวเองทุกเส้นขึ้นหนาแน่นและกลมกลืนกับผมเดิม ที่สำคัญคือ หลังการปลูกผม คุณหมอก็ยังคงดูแลต่อเนื่อง ติดตามผลเป็นระยะ ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา จึงไม่น่าแปลกใจ ที่ใครๆ ต่างก็เชื่อมั่นและประทับใจในการปลูกผมเทคนิค NEAT ของนามนิน

นอกจากจะพัฒนาการปลูกผม NEAT จนเป็นที่ยอมรับแล้ว คุณหมอยังได้มุ่งมั่นค้นคว้า พัฒนาเทคนิคการฟื้นฟูและดูแลเส้นผมในรูปแบบวิธีการอื่นๆ ที่จะช่วยให้เส้นผมที่ปลูกใหม่และเส้นผมเดิมนั้นแข็งแรงอย่างยาวนานไปพร้อมกัน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมประเภทต่างๆ ที่อ่อนโยนและเหมาะสมที่จะใช้ภายหลังการปลูกผม เช่น แชมพู ครีมนวดผม เซรั่มบำรุงเส้นผมและสเปรย์จัดแต่งทรงผม 

และไม่ว่าจะผ่านการปลูกผมไปนานกี่ปีก็ตาม หลายคนยังมั่นใจเลือกให้คุณหมอนินดูแลสุขภาพเส้นผมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเข้ารับบริการโปรแกรม PHB ตามที่คุณหมอนินแนะนำ เพื่อเป็นการฉีดบำรุงทั้งเส้นผมใหม่และเส้นผมเดิมให้แข็งแรงอย่างยาวนานไปพร้อมกัน



การปลูกผมไม่ใช่แค่เพื่อรูปลักษณ์ภายนอก แต่เป็นการเสริมสร้างความมั่นใจจากภายใน เมื่อมีความมั่นใจ เราจะมีพลังในการทำสิ่งต่างๆ อย่างเต็มที่ และจะรู้สึกได้ด้วยตัวเองว่าการใช้ชีวิตมีความหมายมากขึ้น เปิดโอกาสให้ตัวเองได้กลับมารู้สึกดีในทุกๆ วัน เหมือนกับได้เปิดโลกใบใหม่ให้กับตัวเองที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความสุขอีกครั้งหนึ่ง

ผมร่วง ไม่ใช่เรื่องเล็ก เข้าใจให้ลึกก่อนสายเกินไป
หากเริ่มสังเกตว่าเส้นผมบางลง ผมหลุดร่วงมากผิดปกติ หรือเริ่มเห็นหนังศีรษะชัดขึ้นเมื่อมองในกระจก ขอให้รู้ไว้ว่า......คุณไม่ได้เผชิญปัญหานี้เพียงลำพังค่ะ ยังมีผู้ชายอีกจำนวนมากที่กำลังเผชิญกับปัญหาผมร่วงผมบางอยู่เช่นเดียวกัน ซึ่งภาวะนี้เกิดขึ้นจากหลายปัจจัยในชีวิตประจำวันที่ส่งผลต่อสุขภาพเส้นผมมากกว่าที่คุณคิด

ในแต่ละวัน คุณอาจเผลอทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว ตั้งแต่การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมตามความเคยชินและความสะดวก ซึ่งอาจไม่เหมาะสมกับเส้นผมและหนังศีรษะ เช่น หนังศีรษะแห้ง แต่ใช้แชมพูสำหรับผมมัน เส้นผมจะยิ่งแห้งกว่าเดิมและหลุดร่วงง่าย หรือบางพฤติกรรมที่อาจดูเป็นเรื่องเล็กน้อย เช่น การไดร์ผมด้วยลมร้อนจัด การเซ็ตผมด้วยเจล แว็กซ์ สเปรย์ฉีดผมแล้วไม่ล้างให้สะอาด หรือบางคนชอบใส่หมวกแน่นๆ ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้การไหลเวียนเลือดไม่ดีและอาจมีความอับชื้น มีสิ่งสกปรกติดค้างอยู่ในหนังศีรษะ ซึ่งทำให้รากผมอ่อนแอและหลุดร่วงง่ายขึ้นโดยที่คุณเองก็ไม่ทันสังเกต

นอกจากนี้ สไตล์การใช้ชีวิตบางรูปแบบก็ส่งผลเสียต่อเส้นผมได้ค่ะ เช่น การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ นอนน้อย ร่างกายไม่ได้ฟื้นฟูตัวเอง หรือการรับประทานของทอด ของมันเป็นประจำ ดื่มน้ำอัดลมที่มีน้ำตาลสูง เมื่อร่างกายสะสมไขมันและน้ำตาลเป็นจำนวนมาก ระบบในร่างกายจะเกิดการอักเสบแบบเรื้อรัง ส่งผลให้รากผมไม่แข็งแรง ก็ทำให้ผมร่วงได้ หรือแม้แต่สายรักสุขภาพที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตและออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นพิเศษก็ไม่ควรประมาทค่ะ เพราะคุณอาจจะละเลยการปกป้องเส้นผมจากแสงแดด โดยเฉพาะรังสี UVA และ UVB ที่สามารถทำลายโครงสร้างโปรตีนเคราตินในเส้นผม ทำให้ผมแห้งเสียและหลุดร่วงง่ายขึ้น ยิ่งหากมีเหงื่อสะสมร่วมด้วยและไม่ได้รับการทำความสะอาดที่ดีพอ ก็ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหารังแค หนังศีรษะลอก และการอักเสบที่อาจลุกลามไปสู่ภาวะผมร่วงได้เช่นกัน


นอกจากปัจจัยภายนอกอย่างเช่นไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมส่วนตัวแล้ว ปัญหาผมร่วงในผู้ชายยังสัมพันธ์โดยตรงกับฮอร์โมนเพศชายอีกด้วยค่ะ ในร่างกายผู้ชายจะมีฮอร์โมนเพศที่ชื่อว่า "เทสโทสเทอโรน" (Testosterone) ซึ่งฮอร์โมนนี้บางส่วนจะถูกเปลี่ยนไปเป็น "DHT" (Dihydrotestosterone) ซึ่ง DHT นี้เอง ที่เป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมบาง ถึงแม้ทุกคนจะมี DHT อยู่ในร่างกายเหมือนกัน แต่คนที่มี “พันธุกรรมผมบาง” หรือมีประวัติศีรษะล้านในครอบครัว มักจะมีความไวของรากผมต่อ DHT สูงกว่าคนทั่วไป จึงเกิดอาการผมบางได้เร็วและง่ายกว่า ฮอร์โมนตัวนี้จะค่อย ๆ ทำให้รูขุมขนหดเล็กลง เส้นผมที่ขึ้นใหม่จะบางลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายไม่สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ โดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะและ M Shape ตรงหน้าผากค่ะ

และหากมีปัจจัยเสริมอื่นๆ ที่ส่งผลต่อเส้นผมร่วมด้วย โดยเฉพาะ “ความเครียด” ก็จะยิ่งทำให้ผมอ่อนแอลงไปกว่าเดิม เมื่อร่างกายเผชิญความเครียด ระบบจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลเพิ่มขึ้น ซึ่งฮอร์โมนนี้จะไปรบกวนสมดุลของฮอร์โมนเทสโทสเทอโรนในร่างกาย เร่งกระบวนการเปลี่ยนเทสโทสเทอโรนเป็น DHT มากขึ้น ทำให้ปัญหาผมร่วงรุนแรงขึ้นตามมา นอกจากนี้ ความเครียดยังอาจทำให้เส้นผมเข้าสู่ระยะพักพร้อมกันจำนวนมาก เกิดเป็นภาวะผมร่วงเฉียบพลันได้อีกด้วย

แล้วจะแก้ไขได้อย่างไร??? ไม่ยากเกินความสามารถค่ะ ขั้นตอนแรก ให้ทำความเข้าใจก่อนว่า “ผมร่วง” ไม่ใช่เรื่องที่ต้องยอมรับสภาพหรือยอมแพ้ เพราะถ้าเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงโดยเร็ว ก็มีโอกาสในการรักษาและฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงได้ค่ะ โดยเริ่มต้นจาก “การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน” เช่น เลือกใช้แชมพูที่เหมาะกับสภาพผม สระผมให้สะอาดทุกครั้งหลังการใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม หลีกเลี่ยงความร้อนสูงที่ทำร้ายหนังศีรษะ หากต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งหรืออยู่กลางแดดเป็นเวลานาน ควรใช้หมวกหรือผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดสำหรับเส้นผมร่วมด้วย และเพิ่มการดูแลสุขภาพโดยรวมเข้าไปอีกสักนิดก็จะยิ่งช่วยได้มากเลยค่ะ เช่น การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 7-8 ชั่วโมง รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เลือกอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อเส้นผม เช่น ธาตุเหล็ก ซิงก์ และไบโอติน ลดหรือเลิกสูบบุหรี่ รวมถึงการหาวิธีคลายความเครียดในแบบที่ชอบ เช่น การออกกำลังกายเบาๆ ฟังเพลง ดูภาพยนตร์ หรือพักผ่อนในสถานที่เงียบสงบ สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงของผมร่วงได้ และยังช่วยให้สุขภาพร่างกายโดยรวมแข็งแรงขึ้นด้วย

นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมส่วนตัวแล้ว นามนินขอแนะนำอีกวิธีหนึ่งของการฟื้นฟูผมร่วง ผมบางที่เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจน คือ โปรแกรม PHB ค่ะ เริ่มต้นง่ายๆ ด้วยการเข้ามาปรึกษากับคุณหมอนิน คุณหมอจะตรวจประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เมื่อวิเคราะห์สาเหตุของผมร่วงได้แล้ว คุณหมอจะวางแผนการรักษาที่เหมาะสมโดยเฉพาะเป็นรายบุคคล จากนั้นเข้ารับบริการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะให้สามารถนำสารอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงบริเวณรากผมได้มากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ
  • เส้นผมแข็งแรงและยืดหยุ่นมากขึ้น
  • กระตุ้นการสร้างเส้นผมใหม่และเร่งการเจริญเติบโตของเส้นผม
  • ลดหรือชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมเดิม
  • สร้างสมดุลและเสริมความแข็งแรงให้หนังศีรษะ ลดอาการคัน แห้งและมัน


และขั้นตอนสุดท้ายของโปรแกรม PHB คือ การฉีดบำรุง เพื่อกระตุ้นรากผม ฟื้นฟูเส้นผมให้แข็งแรงและดกดำขึ้น ช่วยให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง การฟื้นฟูเส้นผมด้วยการฉีดบำรุงโปรแกรม PHB นี้เป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ โดยคุณหมอนินเป็นผู้ดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง และการเข้ารับบริการก็ง่าย สบาย ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาต่อครั้งเพียง 40-60 นาทีเท่านั้นค่ะ รับรองว่าไม่กระทบชีวิตประจำวันแน่นอน




ปัญหาผมร่วงไม่ใช่เรื่องที่ต้องอายหรือเป็นเรื่องที่ต้องแก้ปัญหาเพียงลำพัง ถ้าเข้าใจสาเหตุ และเริ่มต้นดูแลอย่างถูกวิธี การมีเส้นผมที่แข็งแรงก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินตัว และ “นามนิน” พร้อมอยู่เคียงข้างคุณเสมอ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในจุดไหนของเส้นทางการดูแลเส้นผม เราพร้อมให้คำปรึกษาและอยู่เคียงข้างคุณเสมอค่ะ




ฮอร์โมนเปลี่ยน…ผมร่วง? รู้ทันก่อนสาย!
“ฮอร์โมนเปลี่ยน ผมร่วง” เป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้กับผู้หญิงหลายช่วงวัย โดยเฉพาะผู้ที่เข้าสู่ช่วงวัยใกล้หมดประจำเดือน และหลังการคลอดบุตร

ฮอร์โมนตัวสำคัญที่เปลี่ยนไปก็คือ “เอสโตรเจน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนหลักในร่างกายของผู้หญิง มีบทบาทสำคัญในการควบคุมหลายระบบในร่างกาย รวมถึงการเจริญเติบโตของเส้นผมด้วย โดยฮอร์โมนเอสโตรเจนจะช่วยกระตุ้นให้เส้นผมอยู่ในระยะการเจริญเติบโต (Anagen Phase) ได้นานขึ้น ทำให้เส้นผมยาว หนาแน่น และไม่หลุดร่วงง่าย หากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง เส้นผมจะดูสุขภาพดีและหนาขึ้น แต่เมื่อระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลง เช่น อายุเข้าสู่วัย 30 ไปจนถึงช่วงใกล้หมดประจำเดือนและหลังการคลอดบุตร จะส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมเปลี่ยนไป ทำให้เส้นผมบางลงหรือหลุดร่วงได้ง่ายขึ้นค่ะ โดยสามารถสังเกตอาการผมร่วงที่ผิดปกติได้จากสัญญาณต่างๆ ต่อไปนี้

เส้นผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ โดยเฉลี่ยผมจะร่วงประมาณวันละ 50-100 เส้น แต่หากพบว่าผมร่วงมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อเส้นผมเริ่มหลุดร่วงมากในช่วงเวลาเดียวกัน เช่น ในขณะสระผม หรือแปรงผม นั่นอาจเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนได้ นอกจากนี้ เส้นผมจะแห้งและเปราะบาง ไม่เงางามแข็งแรงเหมือนเดิม และในบางครั้ง การลดลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนอาจทำให้ผมร่วงเป็นหย่อมๆ หรือเกิดจุดผมบางที่เห็นได้ชัดเจนค่ะ


หากเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติเหล่านี้ได้เร็วเท่าไหร่ การรีบปรึกษาแพทย์ก็จะช่วยให้การรักษาได้ผลลัพธ์ที่ดีได้โดยเร็วเท่านั้น โดยไม่ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่เสียบุคลิกภาพหรือความมั่นใจ โดยเฉพาะที่นามนิน แพทย์จะให้คำปรึกษา ประเมินปัญหา และวางแนวทางการรักษาปัญหาผมร่วงให้เหมาะสมเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ คุณหมอนินจะเป็นผู้พิจารณาแต่ละเคสด้วยตัวเองค่ะ

แนวทางในการรักษาปัญหาผมร่วงของนามนินมีหลายวิธี เริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและโภชนาการ เช่น การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อเส้นผม พักผ่อนให้เพียงพอ จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมได้ค่ะ อีกแนวทางหนึ่งคือ การใช้ยา Minoxidil ทาบริเวณที่เป็นปัญหา เป็นยาที่นิยมใช้ในการรักษาอาการผมบางในผู้หญิง ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและชะลอการหลุดร่วง สะดวกในการใช้ แต่อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนค่ะ นอกจากนี้ ยังมีการรับประทานวิตามิน VITA H ของนามนินเพื่อบำรุงเส้นผม ลดการหลุดร่วงพร้อมเติมสารอาหารให้เส้นผม ช่วยให้ผมที่งอกใหม่มีเส้นหนาและแข็งแรงยิ่งขึ้น


อีกทางเลือกหนึ่งคือ ฟื้นฟูเส้นผมด้วยการฉีดบำรุงโปรแกรม PHB ซึ่งเป็นวิธีที่เห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ โดยคุณหมอนินเป็นผู้ดูแลทุกขั้นตอนด้วยตัวเอง และการเข้ารับบริการก็ง่าย สบาย ไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาต่อครั้งเพียง 40-60 นาทีค่ะ


เริ่มต้นด้วยการปรึกษากับคุณหมอนิน ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด คุณหมอจะตรวจประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุและวิเคราะห์ปัญหาผมบางของผู้เข้ารับบริการ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมโดยเฉพาะเป็นรายบุคคล จากนั้นเข้ารับบริการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะ เพิ่มความแข็งแรงของรากผม ทำให้เส้นผมดูหนาขึ้นและสุขภาพดี


ขั้นตอนสุดท้ายคือ การฉีดบำรุงโดยคุณหมอนิน ซึ่งการฉีดบำรุงนี้จะกระตุ้นรากผม ฟื้นฟูเส้นผมให้แข็งแรงและดกดำขึ้น ช่วยให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งหนึ่ง และเพิ่มความมั่นใจในผลลัพธ์ด้วยการเปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งหลังเข้ารับบริการค่ะ




แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้หญิงได้ไม่น้อย เพราะอาจทำให้ผมร่วงหรือบางลง แต่หากรีบปรึกษาแพทย์ทันทีที่เริ่มสังเกตเห็นผมร่วงมากผิดปกติ เส้นผมของคุณก็จะกลับมามีสุขภาพดีได้เหมือนเดิม เสริมบุคลิกภาพ เพิ่มความมั่นใจและทำให้รู้สึกดีกับตัวเองทุกครั้งที่มองกระจกค่ะ
“เคราติน” เกราะป้องกันเส้นผม
หลายครั้งที่เราสังเกตเห็นสัญญาณความอ่อนแอของเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นผมชี้ฟู แห้งกร้าน แตกปลาย เปราะขาดง่าย  นั่นก็เป็นเพราะเส้นผมขาดปราการชั้นนอกสุดที่ทำหน้าที่ช่วยปกป้องผมจากปัจจัยทำร้ายผมต่าง ๆ นามนินจึงขอพาไปทำความรู้จักกับเกราะปกป้องผมตัวสำคัญที่ชื่อว่า “เคราติน” (Keratin) พร้อมกับเคล็ดลับเสริมเคราติน เพื่อฟื้นบำรุงให้ผมสวยสุขภาพดี 


“เคราติน” เป็นเส้นใยโปรตีนชนิดหนึ่ง ซึ่งความจริงแล้ว ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง และเป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผม เล็บ และผิวหนัง โดยเฉพาะเส้นผมของเรา มีเคราตินประกอบอยู่ถึงร้อยละ 90 ทีเดียว

ที่โครงสร้างของชั้นนอกสุดของเส้นผมนั้น เซลล์เคราตินชนิดแข็งจะเรียงซ้อนกันหลายชั้นแบบเกล็ดปลา จนเกิดเป็นเกล็ดผม (Cuticle) ซึ่งถัดจากชั้นเกล็ดผม ก็จะเป็นชั้นเนื้อผมและแกนผมที่อยู่ด้านในสุด เราจึงเปรียบเกล็ดผมหรือเคราตินได้กับเกราะปกป้องเส้นผมจากรังสี UV ในแสงแดด ความร้อน สารเคมี รวมถึงมลภาวะหรือสิ่งสกปรกต่าง ๆ ไม่ให้ซึมผ่านเข้าไปในเส้นผม พร้อมกับปกป้องชั้นเนื้อผมไม่ให้สูญเสียน้ำมันตามธรรมชาติ

ขณะเดียวกัน หากเกล็ดผมชั้นนอกเรียงตัวเป็นระเบียบ ก็จะส่งผลให้เส้นผมเรียบเนียนสลวย ดูมีชีวิตชีวา เงางามเป็นประกาย นุ่มลื่น จัดทรงง่าย ทั้งยังทำให้โครงสร้างผมแข็งแรง มีความยืดหยุ่น ต้านทานต่อแรงกดดัน ไม่แตกปลายหรือเปราะขาดได้ง่ายอีกด้วย

ทราบหรือไม่ว่า อาจมีบางช่วงเวลาที่เกล็ดผมเปิด ทำให้เส้นผมอยู่ในภาวะอ่อนแอ สูญเสียความชุ่มชื้น ถูกทำร้ายหรือเปราะขาดง่าย เช่นเวลาที่ผมเปียก ระหว่างสระผมหรือขณะว่ายน้ำ จึงแนะนำให้ระวังดูแลเส้นผมเป็นพิเศษ อีกทั้งยังควรระวังการใช้สารเคมีกับเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นการทำสีผม ยืดผม หรือดัดผม เนื่องจากเป็นสาเหตุทำให้เส้นผมสูญเสียเคราตินได้นั่นเอง

ทั้งนี้ เราสามารถเสริมเคราตินกลับคืนให้กับเส้นผมได้ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน รวมถึง “ไบโอติน” หรือวิตามินบี 7 ซึ่งทำหน้าที่เสริมโครงสร้างของเคราตินให้แข็งแรง ตัวอย่างของอาหารบำรุงผมที่เราขอแนะนำ ได้แก่ อาหารตระกูลไข่ ถั่วต่าง ๆ ตับ แซลมอน คะน้า แครอท มันเทศ และเมล็ดทานตะวัน เรียกได้ว่าเป็นทางเลือกอาหารสุขภาพ ที่ไม่เพียงบำรุงผม แต่ยังรวมถึงเล็บและผิวหนังที่มีเคราตินเป็นโครงสร้างประกอบด้วยเช่นกัน


และหากใครกำลังมองหาแนวทางการบำรุงเส้นผม ที่ไม่ได้เน้นแค่เคราตินหรือโครงสร้างชั้นนอก แต่เป็นการฟื้นฟูดูแลเส้นผมทุกองค์ประกอบแบบเต็มขั้นในระดับลึกถึงรากผม ทั้งยังเสริมเรื่องลดอาการหลุดร่วงของเส้นผมด้วย นามนินขอแนะนำโปรแกรมทรีตเมนต์ PHB เพียงฉีดบำรุงที่หนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ก็จะช่วยยกระดับความแข็งแรงให้กับเส้นผม ทำให้เส้นผมมีขนาดใหญ่และหนาขึ้น จนแลดูดกดำและหนาแน่นขึ้นกว่าที่เคย ทั้งยังช่วยให้ผมกลับมาเงางาม สุขภาพดีจากภายใน โดยไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผมบางในระยะเริ่มต้น สามารถสังเกตผลลัพธ์ได้ตั้งแต่การเข้ารับบริการในครั้งแรก ๆ 

ที่สำคัญ หากมีข้อสงสัยหรือความกังวลเกี่ยวกับปัญหาผม ไม่ว่าจะอยู่ในระยะเริ่มต้น หรือในระยะใดก็ตาม สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ของนามนินได้ เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการรักษาที่ตรงจุดที่สุดนั่นเอง

นามนิน “ใส่ใจเพื่อคุณคนใหม่”




ลด ละ เลิกสูบบุหรี่ : เพื่อผลลัพธ์เส้นผมที่ดีหลังการปลูกผม
หลังการปลูกผม แพทย์จะแนะนำให้ “งดสูบบุหรี่” อย่างน้อย 2 สัปดาห์ หลายคนจึงอาจสงสัยว่าบุหรี่มีผลกระทบกับเส้นผมจริงหรือ? หากคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังตัดสินใจจะปลูกผม หรือเข้ารับการปลูกผมมาแล้ว การศึกษาและทำความเข้าใจผลกระทบจากการสูบบุหรี่ที่มีต่อเส้นผมจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นค่ะ

บุหรี่ : ภัยร้ายทำลายเส้นผม
ในบุหรี่เต็มไปด้วยสารพิษอันตราย ไม่ว่าจะเป็นบุหรี่ธรรมดาหรือบุหรี่ไฟฟ้าก็ตาม เพราะมีสารเคมีที่ส่งผลเสียต่อร่างกายและเส้นผมอยู่มากมาย เช่น นิโคติน ทาร์ และก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์ โดยเฉพาะ “นิโคติน” ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในบุหรี่ทั้งสองแบบ มีผลกระทบโดยตรงต่อเส้นผมคือทำให้หลอดเลือดหดตัวและการไหลเวียนของเลือดไปยังรากผมไม่ดีเท่าที่ควร เส้นผมจึงขาดสารอาหารและออกซิเจนที่จำเป็นสำหรับการเจริญเติบโต ส่งผลให้ผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่ายค่ะ 
นอกจากนี้ “นิโคติน” ยังเร่งการผลิตฮอร์โมน DHTหรือ ไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เส้นผมไม่เจริญเติบโตและหลุดร่วงง่าย การสูบบุหรี่จึงสัมพันธ์กับอาการผมร่วง ผมบาง ที่นำไปสู่ภาวะศีรษะล้านได้


งดสูบบุหรี่หลังปลูกผม : เพิ่มอัตราการงอกของเส้นผมใหม่
ผู้ที่เข้ารับการปลูกผม การสูบบุหรี่จะทำให้ผลลัพธ์ไม่ดีตามที่ต้องการ เนื่องจากรากของเส้นผมที่ปลูกใหม่นั้นต้องการเลือดและออกซิเจนช่วยในการเจริญเติบโต ถ้าการไหลเวียนของเลือดไม่ดี เส้นผมใหม่อาจจะงอกช้า ไม่เติบโตเต็มที่และหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้การสูบบุหรี่ยังทำให้แผลจากการปลูกผมหายช้าอีกด้วยค่ะ แพทย์จึงแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ทั้งบุหรี่ธรรมดาและบุหรี่ไฟฟ้าอย่างน้อย 3 วัน ก่อนการปลูกผม เพื่อให้ระดับออกซิเจนในเลือดสูงขึ้นและเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการฟื้นตัว และหลังการปลูกผมควรงดสูบบุหรี่ต่อไปอีกอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้เส้นผมใหม่ได้เติบโตได้อย่างเต็มที่และเพิ่มอัตราการรอดของเส้นผมใหม่ให้ได้มากที่สุด

การเลิกบุหรี่ : ไม่ง่ายแต่คุ้มค่า
การเลิกบุหรี่ไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะคนที่สูบบุหรี่มานานและอาจรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนั้นทำได้ยาก แต่เชื่อเถอะค่ะ หากได้ลองท้าทายตัวเองโดยเริ่มจากการค่อยๆ ลดปริมาณการสูบลง คุณก็จะรับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย ไม่ใช่แค่กับเส้นผม แต่สุขภาพโดยรวมจะดีขึ้นแน่นอน

หลังการปลูกผม หากยังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้อย่างเด็ดขาด ก็แนะนำให้ลดความถี่และปริมาณการสูบให้น้อยลง และสามารถปรึกษาแพทย์เพื่อเข้ารับบริการโปรแกรม PHB อย่างเหมาะสมร่วมด้วยได้ เพื่อช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดให้ดีขึ้น เร่งการงอกของเส้นผมใหม่และฟื้นฟูเส้นผมเดิมให้แข็งแรงไปพร้อมกัน


การเข้ารับบริการโปรแกรม PHB ใช้เวลาประมาณ 40-60 นาทีต่อครั้งเท่านั้น โดยแพทย์จะตรวจสภาพเส้นผมเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคลก่อน จากนั้นจึงเข้ารับการฉายแสง LLLT เพื่อเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และต่อด้วยการฉีดบำรุงเพื่อกระตุ้นรากผม ฟื้นฟูเส้นผมให้แข็งแรงและดกดำขึ้น หลังรับบริการสามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งขั้นตอนทั้งหมดของโปรแกรม PHB  คุณหมอนินเป็นผู้ดูแลด้วยตัวเอง โดยคุณหมอจะเปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงหลังการเข้ารับบริการทุกครั้ง




การสูบบุหรี่ไม่เพียงแต่ทำร้ายสุขภาพร่างกาย แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นผมด้วย การงดสูบบุหรี่ทั้งก่อนและหลังการปลูกผมตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เส้นผมที่ปลูกใหม่แข็งแรงและเติบโตอย่างเต็มที่ และหากสามารถเลิกสูบบุหรี่ได้อย่างเด็ดขาด จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงแค่เส้นผมใหม่ที่แข็งแรง แต่ยังส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีและชีวิตที่ยืนยาวค่ะ

ถอดรหัสสาเหตุผมร่วงในผู้หญิง
ผมร่วงไม่ต้องกังวล เริ่มต้นฟื้นฟูง่ายๆ ด้วยการดูแลอย่างถูกวิธี

ปัญหาผมร่วงเป็นเรื่องที่ผู้หญิงหลายคนอาจเคยเผชิญหรือกำลังเผชิญอยู่ ถึงแม้ว่าเส้นผมจะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่สำคัญ แต่เมื่อเริ่มร่วงไปทีละเส้น ก็สามารถสร้างความกังวลใจไม่น้อยเลยทีเดียว สาเหตุที่ทำให้ผมร่วงนั้นมีมากมาย และแต่ละสาเหตุก็มีผลต่อเส้นผมในลักษณะที่แตกต่างกัน เรามาทำความรู้จักกับสาเหตุที่พบได้บ่อย พร้อมทั้งวิธีการดูแลและฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาสวยงามและแข็งแรงกันค่ะ

1. พฤติกรรมการดูแลเส้นผม เช่น การยืดผม ดัดผม หรือทำสีผม รวมถึงการใช้ความร้อนจากเครื่องมือจัดแต่งทรงต่างๆ หรืออยู่ในที่มีความร้อนสูงนานๆ เช่น การซาวน่าเป็นเวลานานเกินไป อาจทำให้เส้นผมและหนังศีรษะสูญเสียความชุ่มชื้น ทำให้ผมแห้ง หยาบกระด้าง หรือเกิดการแตกปลายและหลุดร่วงได้ง่าย เพราะความร้อนจะทำลายโครงสร้างของเส้นผม ทำให้ผมอ่อนแอลง


2. การทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นเวลานาน โดยเฉพาะในวันที่แดดร้อนจัด หากไม่มีการปกป้องเส้นผมหรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องเส้นผมจากแสงแดดอย่างเหมาะสม อาจทำให้ผมได้รับความเสียหายจากรังสี UV ซึ่งทำให้เส้นผมอ่อนแอ บางลง และหลุดร่วงได้ง่าย 


3. การคลอดบุตร หลังการคลอดบุตร ฮอร์โมนในร่างกายของผู้หญิงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ส่งผลให้วงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ในช่วงนี้ ผมอาจร่วงมากขึ้นกว่าปกติ ถึงจะเป็นภาวะผมร่วงชั่วคราว แต่ก็อาจทำให้เกิดความกังวลและเสียความมั่นใจได้หากต้องกลับไปทำงานหรือการใช้ชีวิตประจำวัน


4. การขาดสารอาหารที่จำเป็น โดยเฉพาะการขาดโปรตีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญในการสร้างเส้นผมที่แข็งแรง หากร่างกายไม่ได้รับโปรตีนเพียงพอ ผมจะแห้งกระด้าง แลดูไม่เงางาม เส้นผมเริ่มอ่อนแอลงและร่วงได้ง่าย 


สำหรับสาว ๆ ที่กำลังประสบปัญหาผมร่วงจากสาเหตุเหล่านี้อยู่ อย่าเพิ่งวิตกกังวลไปค่ะ เพราะปัญหานี้สามารถป้องกันและแก้ไขได้โดยเริ่มต้นจากการดูแลเส้นผมอย่างถูกวิธี ขั้นแรกคือระมัดระวังการใช้ความร้อนกับเส้นผม เช่น การเป่าแห้งด้วยลมร้อน หนีบ ยืดหรือดัดผม นอกจากเส้นผมจะโดนทำร้ายจากความร้อนแล้ว สารเคมีที่ใช้กับเส้นผมก็มีผลทำให้ผมอ่อนแอลงด้วย นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีความร้อนสูงเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรสวมหมวกหรือใช้สเปรย์กันแดดสำหรับเส้นผมเพื่อปกป้องจากรังสี UV ที่อาจทำลายเส้นผมให้แห้งและเปราะบางได้

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กันค่ะ ควรเลือกแชมพูและครีมนวดที่มีส่วนผสมของสารบำรุงผม เช่น เคราตินหรือโปรตีน ซึ่งจะช่วยฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผมได้และการบำรุงผมอย่างต่อเนื่องจะช่วยลดปัญหาผมแห้งแตกปลาย และทำให้ผมดูเงางามและมีสุขภาพดีขึ้น 

และหากกำลังมองหาวิธีฟื้นฟูเส้นผมที่แห้งเสียพร้อมทั้งกระตุ้นให้รากผมงอกใหม่ได้ด้วย โปรแกรม PHB ของนามนินเป็นคำตอบที่ตอบโจทย์ค่ะ เพราะโปรแกรมนี้ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเซลล์เส้นผม ซ่อมแซมและฟื้นคืนเส้นผมได้พร้อมกัน เริ่มต้นด้วยการปรึกษาคุณหมอนินเพื่อวางแผนการรักษา คุณหมอจะตรวจสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์สภาพผมและปัญหาที่เกิดขึ้น หลังจากนั้นจะได้รับการฉายแสง Low-Level Laser Therapy (LLLT) ที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดและกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม ขั้นตอนสุดท้ายคือการฉีดบำรุงเข้าไปที่รากผม เพื่อฟื้นฟูและเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมกลับมาดกดำและหนาขึ้น โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงที่หนังศีรษะยังมีรากผมอยู่ หรือผู้ที่ต้องการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับเส้นผมค่ะ







การรับบริการใช้เวลาประมาณ 40-60 นาที จึงสะดวกสบายและไม่รบกวนชีวิตประจำวัน หลังเข้ารับบริการ สามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ เพียงหลีกเลี่ยงการโดนน้ำที่หนังศีรษะใน 24 ชั่วโมงแรก จากนั้นสามารถสระผมหรือเช็ดผมอย่างเบามือได้ตามปกติ


การดูแลเส้นผมอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการปกป้อง บำรุง หรือฟื้นฟูเส้นผม จะช่วยให้คุณมีเส้นผมที่แข็งแรง สวยงาม และเปล่งประกายสุขภาพดี พร้อมเสริมความมั่นใจให้กับทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การเริ่มต้นดูแลเส้นผมอย่างถูกต้องเหมาะสมในตอนนี้ จะถนอมให้เส้นผมที่คุณรักคงอยู่กับคุณไปได้อย่างยาวนานค่ะ



ผสาน 2 ศาสตร์ฟื้นฟูผม NEAT + PHB
เส้นผมอาจเป็นเพียงองค์ประกอบเล็ก ๆ ของร่างกายมนุษย์ ส่องกระจกก็เห็นทุกวันจนชินตา หวีผมหรือสระผมก็ได้ใช้มือสัมผัสอยู่บ่อย ๆ จนเราแทบไม่ได้ใส่ใจ แต่เมื่อถึงวันที่เส้นผมแสนธรรมดาหลุดร่วงจากไปมากผิดปกติ เมื่อนั้นหลายคนจึงเริ่มรับรู้ว่า เส้นผมสำคัญกับเรามากขนาดไหน เพราะเวลาส่องกระจก ภาพใบหน้าตัวเองที่เห็นอาจดูเปลี่ยนไปจากเดิม เวลาหวีผมหรือสระผม ก็อาจรู้สึกได้ว่าความหนาแน่นที่เคยสัมผัสได้เต็มมือ ลดหายไปจากเดิมเช่นกัน 

ปัญหาเส้นผมจึงไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพทางกาย แต่เป็นปัญหาสุขภาพทางใจด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเส้นผมคือส่วนเสริมความงามให้กับใบหน้า คือส่วนสร้างบุคลิกภาพให้ดูดี และคือส่วนสะท้อนตัวตนหรือสไตล์ของเจ้าของเส้นผม ซึ่งแพทย์ของนามนินเข้าใจอย่างลึกซึ้งว่า เส้นผมมีความหมายกับคนไข้มากแค่ไหน และการปลูกผมคืนความสุขความมั่นใจให้กับคนไข้นั้น จะช่วยเปิดไปสู่โอกาสการใช้ชีวิตใหม่ ๆ ได้มากมายเพียงใด

แพทย์ของนามนินจึงอาศัยทักษะและประสบการณ์ที่ยังคงศึกษาและพัฒนาตัวเองไม่เคยหยุด นำมาต่อยอดเทคนิคปลูกผมที่ก้าวหน้ายิ่งขึ้นในปัจจุบัน ให้สามารถตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้ดีกว่าเดิม โดยมีหัวใจสำคัญ คือการนำ “ศาสตร์” และ “ศิลป์” มาผสานกันในภารกิจดูแลฟื้นฟูเส้นผม ดังนั้น นอกจากศาสตร์การรักษาอาการผมร่วง ผมบาง และกระบวนการปลูกผมที่ถูกต้องปลอดภัยตามหลักการแพทย์แล้ว แพทย์จะใช้มุมมองเชิงศิลปะในการเติมเต็มเส้นผม โดยคำนึงถึงสัดส่วนที่สมดุลของใบหน้า รูปลักษณ์ความงาม และบุคลิกภาพที่ปรับให้ดูดีขึ้นได้ จนคนไข้รู้สึกราวกับเปลี่ยนเป็นคนใหม่หลังปลูกผม 

ที่สำคัญ แพทย์ของนามนินยังเติม “ความใส่ใจ” ไปพร้อมกับศาสตร์และศิลป์ในทุก ๆ ขั้นตอนการปลูกผม ซึ่งคนไข้จะสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาพูดคุยปรึกษา เนื่องจากแพทย์จะออกแบบแนวทางแก้ปัญหาผมแบบเฉพาะบุคคลโดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง เคสใหม่ คิดใหม่ ไม่มีซ้ำ ไม่มีสูตรสำเร็จ ทั้งยังลงมือปลูกผมให้ด้วยตัวเองแบบเส้นต่อเส้น และดูแลติดตามผลพร้อมให้คำแนะนำหลังปลูกตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าผมใหม่จะเติบโตแข็งแรง แลดูหนาแน่นเป็นธรรมชาติ 



และเพื่อผลลัพธ์ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น แพทย์จึงนำ 2 ศาสตร์การฟื้นฟูผมมาผสานกัน นั่นคือการปลูกผมเทคนิค NEAT ซึ่งแพทย์ของนามนินต่อยอดขึ้นเพื่อคนรักเส้นผมโดยเฉพาะ เสริมด้วยการฉีดบำรุง PHB หลังปลูก หากใครที่สงสัยว่า ทั้ง 2 ศาสตร์นี้จะช่วยเสริมพลังบำรุงและฟื้นฟูดูแลผมได้ตรงจุดอย่างไร เราคงต้องขอย้อนกลับไปเล่าถึงต้นตอปัญหาผมร่วงและผมบางของทั้งคุณผู้ชายและคุณผู้หญิง ซึ่งแม้จะมีสาเหตุและลักษณะที่ต่างกัน แต่แพทย์ก็สามารถเลือกใช้ NEAT + PHB เพื่อตอบโจทย์ปัญหาแต่ละแบบได้อย่างลงตัว

หลายคนน่าจะพอทราบแล้วว่า ปัญหาผมร่วง ผมบาง ที่อาจนำไปสู่ภาวะผมล้านของคุณผู้ชายนั้น มีสาเหตุส่วนใหญ่จากกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันรุ่นสู่รุ่นในครอบครัว บางคนได้รับกรรมพันธุ์เช่นนี้จากรุ่นพ่อแม่ แต่บางคนก็อาจจะได้รับข้ามรุ่นมาจากปู่ย่าตายายเลยก็เป็นได้ อาการผมร่วง ผมบาง จะเริ่มปรากฏหลังพ้นช่วงวัยรุ่นเป็นต้นไป และอาการจะค่อย ๆ รุนแรงขึ้นตามวัยที่เพิ่มขึ้น สังเกตลักษณะของผมบางตามกรรมพันธุ์แบบคุณผู้ชายได้ดังนี้

  • แนวผมบริเวณหน้าผากร่นลึกขึ้น และเว้าเข้าไป 2 ข้างขมับเป็นรูปตัว M
  • ผมบางลงเฉพาะบริเวณกลางศีรษะ เป็นรูปตัว O
  • ทั้งนี้ ในบางราย อาจจะเกิดอาการผมบางทั้งในแบบ M และ O ควบคู่กัน และในท้ายที่สุด ผมทั่วศีรษะก็จะบางลงตามไปด้วย จนอาจเหลือแต่ผมบริเวณท้ายทอยด้านข้างและด้านหลัง



ที่มาของการอาการผมร่วงและผมบางในกรณีนี้ เกิดจากเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่เพิ่มระดับขึ้นบริเวณหนังศีรษะ ซึ่งเอนไซม์เจ้าปัญหาตัวนี้ จะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย Testosterone ให้กลายเป็นฮอร์โมน Dihydrotestosterone หรือ DHT ส่งผลให้รูขุมขนบริเวณหนังศีรษะมีขนาดเล็กลง ทำร้ายรากผมให้อ่อนแอ ทำให้ผมที่งอกขึ้นมาใหม่มีลักษณะเส้นเล็กบางและสั้น หลุดร่วงได้ง่ายก่อนเวลาอันควร เนื่องจากมีวงจรระยะเจริญเติบโตสั้น ขณะเดียวกันก็มีระยะพักที่ยาวขึ้น จึงใช้เวลานานกว่าเดิมในการงอกขึ้นใหม่ ทั้งยังสังเกตได้ว่า เส้นผมดูแห้งกร้าน ไม่มีชีวิตชีวา ไม่เงางามเหมือนเดิม

สำหรับคุณผู้ชายที่มีปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์ ซึ่งมีตัวการคือฮอร์โมน DHT แพทย์จึงแนะนำให้ปลูกผมเพื่อแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดที่สุด โดยจะเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย หรือที่เรียกว่า Safe Zone ไปปลูกใหม่ในบริเวณที่มีภาวะผมบางเพื่อคืนความหนาแน่น ซึ่งกราฟต์ผมด้านหลังท้ายทอย มีคุณสมบัติพิเศษคือทนทานต่อฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT เส้นผมบริเวณนี้จึงแข็งแรง ไม่หลุดร่วงง่าย แม้จะย้ายไปปลูกใหม่ในบริเวณอื่น ก็ยังสามารถหลุดร่วงและงอกใหม่ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผม อยู่กับศีรษะของเราไปได้ตลอดชีวิต

อย่างไรก็ตาม คุณผู้ชายบางท่านอาจพบปัญหาผมร่วงและบางต่อเนื่องหลังปลูกผมไปแล้ว เนื่องจากผมเดิมยังคงได้รับผลกระทบจากฮอร์โมน DHT อยู่ ตรงนี้เองที่ NEAT + PHB จะเข้ามาตอบโจทย์ โดยหลังจากปลูกผมใหม่ด้วยเทคนิค NEAT ไปแล้ว แพทย์จะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง และแนะนำให้คนไข้เข้ารับบริการฉีดบำรุง PHB ในระยะหลังปลูกด้วย


PHB คือทรีตเมนต์บำรุงที่จะช่วยฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง ไม่ว่าจะเป็นผมเดิม หรือผมใหม่ที่เพิ่งปลูก สำหรับผมเดิมที่ลักษณะเล็ก ลีบ แบน จากฤทธิ์ของฮอร์โมน DHT จะได้รับการบำรุงให้มีขนาดเส้นผมที่ใหญ่ขึ้น หนาขึ้น สุขภาพดีขึ้นจากภายใน ขณะเดียวกันก็ยืดระยะเจริญเติบโต ลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผม พร้อมกับลดเวลาระยะพัก ทำให้เส้นผมงอกใหม่เร็วขึ้นด้วย 

คนไข้หลาย ๆ ท่านเข้ารับการฉีดบำรุง PHB ตามคำแนะนำของแพทย์อย่างต่อเนื่อง เส้นผมเดิมและเส้นผมใหม่จึงแข็งแรง แลดูหนาแน่น ดกดำ บางท่านยังคงวางใจให้แพทย์ของนามนินดูแลด้วยการฉีด PHB แม้ครบระยะติดตามผลหลังปลูก 1 ปีเต็มไปแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นความตั้งใจของแพทย์ที่จะมอบการดูแลต่อเนื่องให้กับคนไข้อย่างเต็มที่



ทั้งนี้ ในส่วนของคุณผู้หญิง แพทย์จะออกแบบแนวทางการรักษาที่ต่างออกไป ขึ้นอยู่กับลักษณะอาการของแต่ละเคส 

  • หากคุณผู้หญิงมีปัญหาผมบางด้านหน้า หรือผมร่นลึกบริเวณหน้าผาก กรณีนี้ แพทย์สามารถปลูกผมใหม่เพื่อปรับกรอบหน้าให้สมส่วนตามหลัก Golden Ratio ได้ 
  • แต่หากคุณผู้หญิงมีปัญหาผมบางทั่วศีรษะ ที่อาจเกิดจากกรรมพันธุ์ การปลูกผมอาจไม่ใช่ทางออกที่เหมาะสม เนื่องจากผู้หญิงไม่มีบริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอย ที่เส้นผมมีคุณสมบัติทนทานต่อการหลุดร่วงเหมือนผู้ชาย เป็นไปได้ว่า แม้จะทำการปลูกผมใหม่แล้ว เส้นผมใหม่ก็ยังมีโอกาสหลุดร่วงได้ในอนาคต กรณีนี้ แพทย์จะแนะนำการฉีดบำรุงด้วย PHB เพื่อฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะให้กลับมาแข็งแรง แทนการปลูกผม
  • และสำหรับคุณผู้หญิงที่เผชิญกับปัญหาผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม เช่นการยืด ดัด ทำสี รวมไปถึงสาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่นภาวะผมร่วงหลังคลอด การฉีดบำรุง PHB ก็เป็นทางเลือกที่แพทย์แนะนำเช่นกัน






จุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหาเส้นผม จึงเป็นการก้าวเข้ามาพูดคุยปรึกษากับแพทย์ได้ตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้แพทย์ตรวจสภาพผม วิเคราะห์ปัญหา และรับฟังความต้องการของคนไข้ ซึ่งจะนำไปสู่การออกแบบแนวทางการรักษา ผสาน 2 ศาสตร์ NEAT + PHB เข้าด้วยกัน จนตอบโจทย์การฟื้นฟูดูแลผมของคนไข้แต่ละคนได้มากที่สุดนั่นเอง


ฟื้นผมอย่างไร เมื่อ “คลอรีน” ตัวร้าย ทำผมเสีย
สังเกตมั้ยว่า หากเราว่ายน้ำเป็นเวลานาน ๆ เมื่อขึ้นจากสระว่ายน้ำ และลองเอามือสัมผัสเส้นผม จะรู้สึกว่าผมที่เคยนุ่มลื่น กลับแห้งและกระด้างกว่าปกติ ซึ่งหลายคนคงเคยทราบแล้วว่า ตัวการสำคัญที่ทำร้ายผมของเรา ก็คือ “คลอรีน” ในสระว่ายน้ำ


ที่จริงแล้ว คลอรีน นับเป็นสารเคมีที่อยู่ใกล้ตัวพวกเราทุกคนมาก ๆ เพราะในกระบวนการทำน้ำประปาที่เราใช้อาบ ซักล้าง หรือแม้กระทั่งดื่มอยู่ทุกวัน ก็ต้องผ่านการบำบัดฆ่าเชื้อโรคด้วยสารคลอรีน โดยควบคุมให้สารคลอรีนที่หลงเหลือในน้ำ ให้อยู่ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตรายและสามารถอุปโภคบริโภคได้อย่างปลอดภัย 

และด้วยจุดประสงค์เดียวกัน คลอรีนจึงเป็นสารฆ่าเชื้อตัวสำคัญที่ใช้กับสระว่ายน้ำ เนื่องจากสระว่ายน้ำมีพื้นที่กว้างใหญ่ มีผู้เข้ามาใช้บริการหลากหลาย ยากต่อการดูแลทำความสะอาด ขณะที่คุณสมบัติของคลอรีนนั้น เป็นสารอนินทรีย์ทรงพลังที่มีประสิทธิภาพสูงในการฆ่าเชื้อโรค ไม่ว่าจะเป็นไวรัส หรือแบคทีเรีย แต่ก็มีความปลอดภัยสูงเช่นกัน ทั้งยังสามารถสลายตัวได้รวดเร็วในธรรมชาติ 

อย่างไรก็ตาม การสลายตัวของคลอรีนนั้น ก็ต้องอาศัยระยะเวลา ซึ่งขึ้นอยู่กับความเข้มข้นหรือปริมาณของคลอรีนในน้ำด้วย ดังนั้น เมื่อเราลงว่ายน้ำในสระ จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยที่จะต้องสัมผัสกับคลอรีนปริมาณมาก 

“คลอรีน” ตัวการทำร้ายผม??
มาลองทำความเข้าใจให้ลึกอีกนิด ว่าคลอรีนส่งผลเสียต่อเส้นผมของเราอย่างไร การที่คลอรีนมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรคได้ดีนั้น ก็เนื่องจากผนังเซลล์ของเจ้าเชื้อโรคต่าง ๆ มีโปรตีนเป็นส่วนประกอบ เมื่อคลอรีนทำปฏิกิริยากับโปรตีน ซึมผ่านผนังเซลล์ และเข้าไปทำลายเอนไซม์ในเซลล์ของเชื้อโรค ก็จะทำให้เชื้อโรคตายได้ 

และถ้าใครรู้จักโครงสร้างเส้นผมของคนเรา ก็คงพอจะนึกออกแล้วว่า คลอรีนกลายเป็นตัวร้ายทำลายผมได้อย่างไร นั่นก็เพราะส่วนประกอบสำคัญของเส้นผม คือ “โปรตีน” นั่นเอง โดยอยู่ในรูปของโปรตีนเส้นใยที่เรียกว่า “เคราติน” หากเส้นใยเคราตินเกาะยึดกันอย่างแข็งแรง ก็จะช่วยทำหน้าที่ปกป้องเส้นผม ให้เส้นผมนุ่มลื่นสุขภาพดี ไม่อ่อนแอ เปราะบาง หรือแตกปลาย


แต่เมื่อเส้นผมสัมผัสกับคลอรีน คลอรีนจะไปทำลายโปรตีนในเส้นผม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใครที่ชอบว่ายน้ำกลางแดดแรง ๆ รังสี UV ที่มีความเข้มข้นสูง จะไปกระตุ้นให้เกล็ดผมเปิดออก ยิ่งทำให้คลอรีนแทรกซึมเข้าถึงแกนผมได้เร็วขึ้น ไม่เพียงเท่านั้น ความร้อนจากแสงแดดเอง รวมถึงความเป็นกรดด่างของน้ำ ก็จะทำปฏิกิริยากับคลอรีน ส่งผลทำร้ายเส้นผมรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

ผลลัพธ์ที่เกิดกับเส้นผมหลังสัมผัสสารคลอรีน จึงทำให้ผมแห้ง แข็งกระด้าง ไร้น้ำหนัก โครงสร้างผมเปราะบางและอ่อนแอลง หากใครทำสีผม ก็อาจรู้สึกว่าสีผมซีดลงอีกด้วย และคลอรีนยังไปชะล้างไขมันตามธรรมชาติที่ช่วยปกป้องหนังศีรษะและเส้นผมออก เส้นผมจึงยิ่งแห้ง ชี้ฟู และสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น

ปกป้องและฟื้นบำรุงผมเสียจาก “คลอรีน” 
แม้จะทราบแล้วว่าคลอรีนในสระว่ายน้ำส่งผลเสียต่อเส้นผม แต่แน่นอนว่าเราไม่จำเป็นต้องหันหลังให้กับกิจกรรมสุดโปรดช่วงซัมเมอร์ หรือต้องหยุดออกกำลังกายทางน้ำไป ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อช่วยปกป้องเส้นผมของเราจากฤทธิ์ของคลอรีน

  • ลองใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบเส้นผม หรือครีมปรับสภาพผม เพื่อไม่ให้คลอรีนตรงเข้าทำร้ายเส้นผมได้โดยตรง
  • สวมหมวกว่ายน้ำ เพราะนี่คือไอเท็มที่ช่วยป้องกันไม่ให้คลอรีนสัมผัสกับเส้นผมได้เป็นอย่างดี
  • หลีกเลี่ยงการลงสระว่ายน้ำช่วงเที่ยง เพื่อไม่ให้แดดร้อนจัดและรังสี UV เข้มข้น เปิดเกล็ดผมจนสามารถรับคลอรีนได้แบบเต็ม ๆ 
  • รีบอาบน้ำสระผมให้สะอาดทันทีหลังขึ้นจากสระ เพื่อขจัดสารคลอรีนที่ตกค้างอยู่บนร่างกาย หากเลือกใช้แชมพูที่อ่อนโยน ปราศจากสารเคมี ก็จะยิ่งช่วยถนอมเส้นผมได้ดีขึ้น
  • บำรุงผมให้แข็งแรงสุขภาพดีจากภายใน เพื่อพร้อมรับมือกับมลภาวะหรือสารเคมีต่าง ๆ ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็น

“Namnin Hair Identify” ก้าวแรกที่ใช่ ของคนรักผม
และสำหรับใครที่กำลังมองหาผู้ช่วยคนสำคัญ ในการบำรุงผมให้แข็งแรง ฟื้นฟูผมแห้งเสีย จากคลอรีนหรือสารเคมีใด ๆ ก็ตาม นามนินขอแนะนำก้าวแรกของการดูแลเส้นผมที่หลาย ๆ คนมักมองข้าม นั่นคือการวิเคราะห์สภาพเส้นผม เพื่อรู้จักและเข้าใจเส้นผมของเราอย่างแท้จริง นำไปสู่การบำรุงดูแลอย่างตรงจุดในขั้นตอนต่อไป



“Namnin Hair Identify” คือโปรแกรมวิเคราะห์เส้นผมและหนังศีรษะด้วย AI ซึ่งจะยกระดับการวินิจฉัยและติดตามผลการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยคุณสมบัติความฉลาดและการประมวลผลที่เหนือระดับของ AI ระบบวิเคราะห์เส้นผมของนามนินจึงสามารถทำการวิเคราะห์เชิงลึกได้ทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการประเมินความหนาแน่นของเส้นผม วัดขนาดรูขุมขน หรือตรวจสอบสภาพหนังศีรษะได้อย่างละเอียด ที่สำคัญ ยังสามารถวิเคราะห์ปัญหาต่าง ๆ ได้หลากหลาย ทั้งเรื่องของสภาพความมัน ความแห้ง รังแค หรือการอักเสบ

ความโดดเด่นของ Namnin Hair Identify อยู่ที่เทคโนโลยีกล้องขยายกำลังสูง ตรวจจับรายละเอียดในระดับไมโครสโคปได้อย่างชัดเจน โดยทำงานร่วมกับ AI ที่ประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว จึงสามารถวิเคราะห์และสร้างรายงานผลแบบเรียลไทม์ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย กลายเป็นตัวช่วยสำคัญให้แพทย์สามารถอธิบายผลการวิเคราะห์ และให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคลที่เหมาะสมและตรงจุดได้ทันที ทั้งยังนำไปสู่การวางแผนการรักษาที่ตอบโจทย์คนไข้มากยิ่งขึ้นกว่าที่เคย



ระบบวิเคราะห์ดังกล่าวยังสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของเส้นผมและหนังศีรษะต่อเนื่องในระยะยาว ซึ่งจะช่วยในการเปรียบเทียบผลก่อนและหลังรักษาได้อย่างชัดเจน รวมถึงช่วยในการปรับแผนการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วย

ขั้นตอนในการรับบริการ Namnin Hair Identify ก็สะดวกสบาย เริ่มต้นจากการเก็บภาพถ่ายมุมกว้างทั้งด้านหน้า ท้ายทอย กลางศีรษะ และด้านข้างซ้ายขวาจนครบ จากนั้นนำกล้อง Trichoscope ส่องตรวจเส้นผมและหนังศีรษะในระดับไมโครสโคปิก แล้วจึงเป็นหน้าที่ของ AI ช่วยวิเคราะห์ประมวลผล โดยมีการเทียบกับฐานข้อมูลทางการแพทย์ สรุปผลและวางแผนการรักษา เพื่อท้ายที่สุด แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาผลการวิเคราะห์อีกครั้ง ก่อนจะอธิบายให้คนไข้ฟัง และออกแบบแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคลที่เหมาะสมที่สุดร่วมกัน เช่นการเข้ารับบริการทรีตเมนต์   การปรับสูตรผลิตภัณฑ์บำรุงต่าง ๆ ไปจนถึงการปลูกผมถาวร ทั้งยังสามารถจัดส่งรายงานวิเคราะห์ผลทางอีเมล และบันทึกข้อมูลเก็บไว้ในระยะยาว เพื่อเป็นประโยชน์ในการติดตามผลการรักษาอีกด้วย







ทั้งนี้ ใครที่กำลังประสบปัญหาผมแห้งเสียจากการสัมผัสคลอรีน หรือสารเคมีอื่น ๆ หนึ่งในบริการทรีตเมนต์ที่นามนินขอแนะนำ ก็คือ PHB โปรแกรมฟื้นบำรุงผมที่มอบความสะดวกสบาย และผลลัพธ์ที่สังเกตได้ตั้งแต่การรับบริการครั้งแรก โดยแพทย์จะทำการฉายแสง Low-Level Laser Therapy หรือ LLLT ที่บริเวณหนังศีรษะ เพื่อช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือด แล้วจึงฉีดบำรุงเพื่อกระตุ้นรากผม ฟื้นฟูและเสริมสร้างความแข็งแรง ซึ่งโปรแกรม PHB ยังสามารถลดการหลุดร่วงของเส้นผม เร่งการงอกใหม่ และเพิ่มความดกดำหนาแน่นของเส้นผมได้อีกด้วย โปรแกรมนี้จะใช้เวลาประมาณ 40 – 60 นาที ที่สำคัญ ไม่จำเป็นต้องพักฟื้นหลังเข้ารับบริการ สามารถใช้ชีวิตประจำวันหรือกลับไปทำงานได้เป็นปกติ

เพียงแค่รู้เทคนิควิธีปกป้องดูแลผม ฟื้นบำรุงผม และเตรียมพร้อมรับมือกับความเสี่ยงผมถูกทำร้ายได้อย่างเหมาะสม เท่านี้ ไม่ว่าใครก็สามารถใช้ชีวิตและทำกิจกรรมโปรดได้อย่างเต็มที่ ไม่มีพลาด 





ซาวน่า & อบไอน้ำ ทำร้ายผมจริงหรือ?
การใช้บริการห้องซาวน่า หรือห้องอบไอน้ำ น่าจะเป็นกิจกรรมโปรดของใครหลาย ๆ คนที่รักสุขภาพและต้องการการผ่อนคลาย ซึ่งหากเราลองสำรวจความกังวลของผู้ใช้บริการ ประเด็นที่น่าจะอยู่ในอันดับต้น ๆ ก็คงหนีไม่พ้นความกังวลที่เกี่ยวกับ “เส้นผม” โดยเฉพาะคำถามที่ว่า ความร้อนในห้องซาวน่าหรือห้องอบไอน้ำนั้น จะส่งผลทำร้ายเส้นผม จนถึงขั้นทำให้ผมร่วงได้หรือไม่

แน่นอนว่า การใช้บริการห้องซาวน่า หรือห้องอบไอน้ำ โดยทั่วไปแล้วไม่น่าจะมีผลกระทบต่อเส้นผม เราจึงยังสามารถใช้บริการได้อย่างวางใจ ประเด็นสำคัญน่าจะอยู่ที่ “ระยะเวลา” ในการเข้าใช้บริการมากกว่า หากใช้เวลานานเกินไป ก็เป็นไปได้ที่เส้นผมของเราจะได้รับผลทางอ้อมจากความร้อนในห้องได้เช่นกัน

นั่นเป็นเพราะเมื่ออยู่ในห้องซาวน่า หรือห้องอบไอน้ำ ร่างกายของเราจะขับเหงื่อออกมาในปริมาณมาก หนังศีรษะก็จะยิ่งมีความชื้น เมื่อหนังศีรษะมัน ก็มีโอกาสที่จะเกิดรูขุมขนอุดตันตามมา กลายเป็นว่าทำให้หนังศีรษะแห้งลง เกิดการอักเสบ ระคายเคือง พร้อมกับเส้นผมที่อ่อนแอลง จนผมหลุดร่วงได้ง่ายกว่าปกติ

นามนินเองก็มีตัวอย่างที่น่าสนใจของคนไข้ที่เข้ามาปรึกษาปัญหาผมร่วงเฉียบพลัน โดยคนไข้ท่านนี้ผ่านการปลูกผมกับแพทย์ของนามนิน และเข้ารับการบำรุงดูแลเส้นผมตลอด 3 ปีโดยไม่เคยมีปัญหาใด ๆ จนกระทั่งคนไข้กลับมาพบแพทย์ด้วยอาการผมร่วงผิดปกติ ซึ่งวิเคราะห์ว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากการใช้บริการห้องอบไอน้ำเป็นเวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ทำให้หนังศีรษะและเส้นผมได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานานเกินไป จนเกิดผลกระทบดังที่อธิบายไปแล้วข้างต้น







ทั้งนี้ แพทย์ของนามนินแนะนำคนไข้เข้ารับบริการทรีตเมนต์ PHB ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่การพูดคุยปรึกษากับแพทย์ เพื่อวางแผนการรักษาร่วมกัน จากนั้นแพทย์จะตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมและหนังศีรษะ แล้วจึงให้บริการฉายแสง Low-Level Laser Therapy หรือ LLLT ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด และเร่งการงอกใหม่ ตามมาด้วยการฉีดบำรุงลึกถึงชั้นรากผม เพื่อฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรง มีขนาดใหญ่และหนาขึ้น ชะลอการหลุดร่วง เพิ่มโอกาสการงอกใหม่ของเส้นผมให้มากขึ้นและเร็วขึ้น คนไข้จึงได้ผลลัพธ์ผมที่แลดูหนาแน่นและดกดำขึ้น ตั้งแต่การรักษาเพียงครั้งแรก 



ข้อดีของบริการทรีตเมนต์ PHB ยังรวมถึงความสะดวกสบายที่คนไข้ได้รับรับ เนื่องจากใช้เวลาเพียง 40 – 60 นาที หลังเข้ารับบริการ สามารถทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ



ดังนั้นแล้ว กิจกรรมซาวน่าหรืออบไอน้ำ จึงไม่ได้เป็นตัวการทำร้ายผม หากใช้บริการอย่างเหมาะสม และสำหรับใครที่กำลังหาสาเหตุของอาการผมเสีย ผมร่วง ผมบาง ว่าเกิดจากอะไร จะเป็นพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัวหรือเปล่า หรือเกิดจากปัจจัยอื่น ๆ คุณสามารถเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ของนามนินได้ เพื่อเริ่มต้นก้าวแรกของการรักษาอย่างถูกต้อง นำไปสู่การออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล ที่จะให้ผลลัพธ์ตอบโจทย์สภาพปัญหาและความต้องการของคุณได้อย่างตรงจุดอย่างแท้จริง

เครียด มลภาวะ ฮอร์โมน สาเหตุของผมร่วง
ผมร่วง ผมบาง เป็นปัญหาที่ผู้หญิงหลายคนต้องเผชิญ และมักเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน แต่ 3 ปัจจัยหลักที่เราจะพูดถึงวันนี้คือ ความเครียด มลภาวะ และฮอร์โมน

1. ความเครียด เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้ผมร่วง เนื่องจาก เมื่อร่างกายได้รับความเครียด จะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอลในปริมาณสูง จะส่งผลกระทบต่อวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้ผมร่วงเร็วขึ้นและมีการเจริญเติบโตช้าลง ความเครียดยังสามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดปัญหาผมบางหรือศีรษะล้านได้


2. มลภาวะ โดยเฉพาะฝุ่น ควัน หรือสารเคมีจากสิ่งแวดล้อมสามารถทำร้ายหนังศีรษะและเส้นผมได้ มลภาวะเหล่านี้สามารถทำให้รูขุมขนอ่อนแอลง ส่งผลให้เส้นผมหลุดร่วงง่ายและชะลอการเจริญเติบโตของผมใหม่ได้



3. ฮอร์โมน ฮอร์โมนก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผมบางและร่วงได้ โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีผลต่อการเติบโตของเส้นผม เมื่อระดับฮอร์โมนนี้ลดลง เช่น ในช่วงวัยหมดประจำเดือนหรือหลังคลอด อาจทำให้เกิดปัญหาผมบางได้


ที่ นามนินคลินิก เรามี โปรแกรม PHB ที่พัฒนาโดยคุณหมอนิน ซึ่งเป็นทรีตเม้นต์แบบฉีดที่บำรุงผมอย่างล้ำลึก ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาผมร่วงและผมบาง นอกจากนี้เรายังมีการตรวจสภาพหนังศีรษะและเส้นผมด้วยเทคโนโลยี Hair Identify ที่จะช่วยระบุปัญหาที่ทำให้ผมร่วง เช่น การอุดตันของรูขุมขนหรือการขาดสารอาหาร 




โปรแกรม PHB มีสารอาหารที่ช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม และเสริมความแข็งแรงให้รากผม ซึ่งโปรแกรมนี้จะช่วยลดการหลุดร่วงของผมและบำรุงหนังศีรษะให้กลับมามีสุขภาพดีอีกครั้ง
หลังจากการเข้ารับการบริการที่นามนินคลินิก คุณจะเห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจนภายในระยะเวลาอันสั้น ผมร่วงน้อยลงและเส้นผมที่งอกใหม่จะดูหนาดกดำและแข็งแรงขึ้น 

อย่าปล่อยให้ปัญหาผมร่วงและบางทำลายความมั่นใจของคุณอีกต่อไป เริ่มต้นดูแลเส้นผมของคุณด้วย โปรแกรม PHB เพื่อผมสวยสุขภาพดีที่คุณคู่ควร






โปรแกรม PHB แก้ผมบางร่วงเพื่อผู้หญิงทุกวัย
ปัญหาผมบางในผู้หญิงเป็นสิ่งที่พบได้บ่อยและอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของผู้หญิงจำนวนมาก สาเหตุของอาการผมบางมีหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นฮอร์โมน พันธุกรรม หรือภาวะขาดสารอาหาร การทำความเข้าใจและเข้าถึงวิธีการรักษาที่เหมาะสมสามารถช่วยฟื้นฟูความมั่นใจและสุขภาพของเส้นผมได้

สาเหตุของปัญหาผมบางในผู้หญิง
1. พันธุกรรมและฮอร์โมน : พันธุกรรมมีผลสำคัญต่ออาการผมบาง โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีประวัติครอบครัวเกี่ยวกับผมบางในช่วงวัยกลางคน ฮอร์โมนก็เป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่มีผลต่อการเติบโตของเส้นผม เมื่อระดับฮอร์โมนนี้ลดลง เช่น ในช่วงวัยหมดประจำเดือนหรือหลังคลอด อาจทำให้เกิดปัญหาผมบางได้
2. ภาวะขาดสารอาหาร : การขาดสารอาหารที่จำเป็น เช่น ธาตุเหล็ก โปรตีน และวิตามินบี โดยเฉพาะวิตามินบี 7 (ไบโอติน) จะทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่าย ผู้หญิงที่มีภาวะโลหิตจางมักมีความเสี่ยงต่อผมบางมากกว่าคนทั่วไป
3. ความเครียดและการใช้สารเคมี : ความเครียดมีผลต่อการร่วงของเส้นผมชั่วคราว เพราะฮอร์โมนเครียดที่ร่างกายหลั่งออกมาส่งผลกระทบต่อรูขุมขน นอกจากนี้ การใช้สารเคมีในการทำผม เช่น การทำสี ยืด ดัด และการใช้ความร้อนสูงจากอุปกรณ์ตกแต่งผมบ่อยครั้ง ก็สามารถทำให้เส้นผมอ่อนแอและร่วงง่ายขึ้น



วิธีการรักษาปัญหาผมบางเบื้องต้น
1.  การใช้ยาทาเฉพาะที่  : ยา Minoxidil เป็นยาที่นิยมใช้ในการรักษาอาการผมบางในผู้หญิง โดยมีคุณสมบัติช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผมและชะลอการหลุดร่วง ผลลัพธ์อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน แต่เป็นวิธีที่ปลอดภัยและสะดวกในการใช้
2.  การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและโภชนาการ : การรับประทานอาหารที่อุดมด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามินบี และไบโอตินอย่างเพียงพอ ช่วยส่งเสริมสุขภาพเส้นผมและลดการหลุดร่วง การนอนหลับที่เพียงพอและการจัดการความเครียดก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมได้
3.  การรับประทานยากดฮอร์โมน : ในกรณีที่อาการผมบางมีสาเหตุมาจากฮอร์โมนแอนโดรเจนซึ่งมีบทบาทในการทำให้เส้นผมร่วงในผู้หญิง ยาที่ใช้ยับยั้งผลของฮอร์โมนเพศชายอาจถูกนำมาใช้ในการรักษา ยานี้มีคุณสมบัติช่วยลดการผลิตฮอร์โมนแอนโดรเจน และยับยั้งผลกระทบที่ฮอร์โมนนี้มีต่อรูขุมขน ซึ่งช่วยชะลอการหลุดร่วงและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม อย่างไรก็ตาม ยานี้อาจมีผลข้างเคียง เช่น การยับยั้งน้ำในร่างกายและความดันโลหิต ดังนั้นการใช้ยากดฮอร์โมนควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

การฟื้นฟูเส้นผมด้วย : โปรแกรม PHB
การเข้ารับบริการโปรแกรม PHB  เป็นกระบวนการฟื้นฟูเส้นผมที่ออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยมีขั้นตอนการดูแลจากคุณหมอนิน แพทย์ปลูกผมนามนินคลินิก เพื่อให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด




ขั้นตอนการเข้ารับบริการ
1. ปรึกษาและวางแผนการรักษากับคุณหมอนิน
เริ่มต้นด้วยการปรึกษากับคุณหมอนินเป็นขั้นตอนสำคัญ คุณหมอจะตรวจประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจถึงสาเหตุและปัญหาผมบางของผู้เข้ารับบริการโดยเฉพาะ จากนั้นจึงวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและเฉพาะเจาะจงสำหรับแต่ละคน พร้อมให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการดูแลที่ควรปฏิบัติตามเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา

2. การรับบริการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy)
การฉายแสง LLLT เป็นเทคโนโลยีการกระตุ้นรากผมด้วยเลเซอร์พลังงานต่ำ แสงเลเซอร์จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณหนังศีรษะและเพิ่มความแข็งแรงของรากผม ทำให้เส้นผมดูหนาขึ้นและสุขภาพดี



3. การฉีดบำรุงโดยคุณหมอนิน
คุณหมอนินจะเป็นผู้ฉีดสารบำรุงเข้าสู่บริเวณรากผมด้วยความประณีต การฉีดบำรุงนี้จะช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมและหนังศีรษะ พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง การฉีดบำรุงโดยผู้มีประสบการณ์ยังช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในการรักษา



การรับบริการ PHB ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดจากคุณหมอนินจะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ถูกออกแบบมาอย่างมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงและสุขภาพดีในระยะยาว
เคล็ดลับผมสวย เริ่มต้นที่หนังศีรษะ
หนังศีรษะที่แข็งแรงเป็นรากฐานสำคัญของเส้นผมที่สวยงามและแข็งแรง สำหรับผู้หญิงที่กังวลเกี่ยวกับปัญหาผมบาง การดูแลหนังศีรษะอย่างถูกวิธีเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันและชะลอการเกิดปัญหานี้ บทความนี้จะแนะนำวิธีการดูแลหนังศีรษะอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันผมบางในผู้หญิง

1. ทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างสม่ำเสมอ

การรักษาความสะอาดของหนังศีรษะเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันผมบาง


1.1 เลือกแชมพูที่เหมาะสม
  • ใช้แชมพูที่อ่อนโยนและเหมาะกับสภาพหนังศีรษะของคุณ
  • หลีกเลี่ยงแชมพูที่มีส่วนผสมของซัลเฟต ซิลิโคน และพาราเบน ซึ่งอาจทำให้หนังศีรษะแห้งและระคายเคือง
  • สำหรับผู้ที่มีปัญหารังแค ควรเลือกแชมพูที่มีส่วนผสมของสารต้านเชื้อรา เช่น คีโตโคนาโซล หรือไพริไทออนซิงก์

1.2 เทคนิคการสระผมที่ถูกต้อง
  • ใช้น้ำอุ่น ไม่ร้อนจัด เพื่อไม่ให้หนังศีรษะแห้ง
  • นวดแชมพูลงบนหนังศีรษะเบาๆ ด้วยปลายนิ้ว ไม่ใช้เล็บขูด
  • ล้างแชมพูออกให้สะอาดหมดจด ไม่ให้มีสารตกค้างบนหนังศีรษะ

1.3 ความถี่ในการสระผม
  • สระผมทุกวันหรือทุกสองวัน ขึ้นอยู่กับสภาพหนังศีรษะและเส้นผม
  • หากหนังศีรษะมันง่าย อาจต้องสระผมบ่อยขึ้น แต่ระวังไม่ให้สระบ่อยเกินไปจนหนังศีรษะแห้ง

2. การบำรุงหนังศีรษะ

นอกจากการทำความสะอาด การบำรุงหนังศีรษะก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน



2.1 การนวดหนังศีรษะ
  • นวดหนังศีรษะเบาๆ วันละ 5-10 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด
  • ใช้นิ้วมือนวดเป็นวงกลมเล็กๆ ทั่วศีรษะ
  • สามารถใช้น้ำมันบำรุงผมช่วยในการนวดได้ เช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันอาร์แกน หรือน้ำมันโจโจบา

2.2 การใช้ทรีทเมนต์บำรุงหนังศีรษะ
  • ใช้ทรีทเมนต์บำรุงหนังศีรษะสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ เช่น อโลเวรา ชาเขียว หรือโรสแมรี่
  • ทาทรีทเมนต์ให้ทั่วหนังศีรษะ นวดเบาๆ และทิ้งไว้ตามเวลาที่แนะนำบนฉลาก

3. การปกป้องหนังศีรษะจากปัจจัยภายนอก

ปัจจัยภายนอกสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพของหนังศีรษะและเส้นผมได้


3.1 ป้องกันแสงแดด
  • สวมหมวกหรือใช้ร่มเมื่อต้องอยู่กลางแจ้งเป็นเวลานาน
  • ใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผมจากแสงแดดที่มี SPF

3.2 ระวังการใช้ความร้อน
  • ลดการใช้เครื่องเป่าผม เครื่องหนีบผม หรือเครื่องม้วนผม
  • หากจำเป็นต้องใช้ ให้ตั้งอุณหภูมิต่ำและใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันความร้อนก่อนเสมอ

3.3 หลีกเลี่ยงการรัดผมแน่นเกินไป
  • ไม่รัดผมแน่นจนเกินไป เพื่อลดแรงดึงที่รากผม
  • สลับตำแหน่งการรัดผม ไม่รัดซ้ำที่เดิมทุกวัน
  • ใช้ที่รัดผมแบบผ้าหรือแบบไม่มีโลหะเพื่อลดการดึงรั้งและการแตกหักของเส้นผม

4. การรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหนังศีรษะ

อาหารที่รับประทานมีผลโดยตรงต่อสุขภาพของหนังศีรษะและเส้นผม


4.1 โปรตีน
  • รับประทานโปรตีนคุณภาพดีเพื่อเสริมสร้างเคราติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเส้นผม
  • แหล่งโปรตีนที่ดี ได้แก่ ไข่ ปลา เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ถั่ว และเต้าหู้

4.2 วิตามินและแร่ธาตุ
  • รับประทานอาหารที่อุดมด้วยวิตามินบี โดยเฉพาะไบโอติน เช่น ไข่ ถั่ว และธัญพืช
  • เพิ่มการบริโภคอาหารที่มีธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินซี เพื่อส่งเสริมการไหลเวียนของเลือดและการสร้างคอลลาเจน

4.3 ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อรักษาความชุ่มชื้นให้กับร่างกายและหนังศีรษะ

5. การจัดการความเครียด

ความเครียดเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาผมร่วงและผมบาง



5.1 ฝึกเทคนิคผ่อนคลายความเครียด
  • ทำสมาธิหรือโยคะเป็นประจำ
  • ฝึกหายใจลึกๆ เมื่อรู้สึกเครียด

5.2 ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน เพื่อลดความเครียดและกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด

5.3 นอนหลับให้เพียงพอ
  • พยายามนอนหลับให้ได้ 7-9 ชั่วโมงต่อคืน
  • รักษาตารางการนอนให้สม่ำเสมอ แม้ในวันหยุด

6. การตรวจสุขภาพเป็นประจำ

การตรวจสุขภาพเป็นประจำช่วยให้สามารถตรวจพบและแก้ไขปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลต่อสภาพหนังศีรษะและเส้นผมได้อย่างทันท่วงที

6.1 ตรวจระดับฮอร์โมน
  • ตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์และฮอร์โมนเพศเป็นประจำ โดยเฉพาะหลังวัยทอง

6.2 ตรวจสอบระดับวิตามินและแร่ธาตุ
  • ตรวจสอบระดับธาตุเหล็ก วิตามินดี และวิตามินบี12 ซึ่งการขาดสารอาหารเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพของเส้นผม

6.3 ปรึกษาแพทย์ผิวหนังหรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผม
  • หากสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของหนังศีรษะหรือเส้นผมที่ผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที



สรุป

การดูแลหนังศีรษะอย่างถูกวิธีเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันปัญหาผมบางในผู้หญิง การทำความสะอาดอย่างเหมาะสม การบำรุงหนังศีรษะ การปกป้องจากปัจจัยภายนอก การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การจัดการความเครียด และการตรวจสุขภาพเป็นประจำ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในการรักษาสุขภาพของหนังศีรษะและป้องกันปัญหาผมบาง การดูแลอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องจะช่วยให้คุณมีเส้นผมที่แข็งแรง สวยงาม และลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาผมบางในระยะยาว

ผมทำสี สวยได้อย่างมั่นใจ ด้วย​โปรแกรม PHB
 การทำสีผมเป็นสิ่งที่หลายคนหลงรัก บางคนทำสีเพื่ออำพรางผมขาว บางคนทำสีเพราะอยากเปลี่ยนลุคตามเทรนด์แฟชั่น และในปัจจุบัน การทำสีผมก็ง่ายและสะดวกสบายขึ้นมาก มีผลิตภัณฑ์มากมายให้เลือกใช้ตามความต้องการ แต่รู้ไหมคะ การทำสีผมบ่อยๆ อาจทำให้ผมร่วง ผมบาง หนังศีรษะมีปัญหาและอาจเสี่ยงต่อโรคมะเร็งได้ มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ทำสีผมและวิธีดูแลเส้นผมกันในบทความนี้ค่ะ

ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมโดยทั่วไปแล้วสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก

1. ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมชนิดชั่วคราว: เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับคนที่อยากได้สีสันสดใสแบบที่เปลี่ยนได้ตามเทรนด์ สีจะเคลือบอยู่แค่ชั้นนอกของเส้นผม สามารถล้างออกได้หลังการสระผม 1-2 ครั้ง

2. ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมชนิดกึ่งถาวร: สีสามารถซึมเข้าไปสู่ชั้นกลางของเส้นผมได้ จะติดทนนานประมาณ 3-5 สัปดาห์ เช่น แชมพูย้อมสีผมและโฟมย้อมสีผม

3. ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมชนิดถาวร: สีจะติดอยู่กับเส้นผมอย่างถาวร ทนทานต่อการสระผม โดยเฉพาะประเภทซึมเข้าในเส้นผม จะมีสารเคมีเป็นส่วนผสมหลัก 2 ชนิด ชนิดแรก อาจเป็นของเหลวหรือครีม มีสารออกฤทธิ์สำคัญ คือ สารออกซิเดชั่น หรือที่เรียกว่า สีพารา อยู่ในสภาวะด่าง โดยส่วนใหญ่จะใช้แอมโมเนียปรับสภาพความเป็นกรด-ด่าง ซึ่งค่าความด่างจะช่วยให้ส่วนชั้นนอกของเส้นผมบวม และพองขึ้น ทำให้สีซึมเข้าไปอยู่ในเส้นผม แต่หากสภาพความเป็นด่างมากเกินไปก็จะเป็นอันตรายต่อเส้นผม ชนิดที่ 2 เรียกว่า “น้ำยาผสม” ซึ่งนิยมใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ความเข้มข้น 6% หากใช้ความเข้มข้นเกินที่กำหนด จะทำให้ผมแห้ง และทำลายเส้นผม และอาจทำให้ระคายเคืองหนังศีรษะได้ ในเบื้องต้น จึงควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแต่ละผลิตภัณฑ์ให้ถูกต้อง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ถึงแม้ว่าการทำสีผมอาจจะมีอันตราย แต่สำหรับบางคน การเปลี่ยนสีผมก็เป็นสิ่งสำคัญในการแสดงความเป็นตัวเองและเสริมความมั่นใจ นามนิน เข้าใจถึงความต้องการของผู้หญิงและเข้าใจทุกปัญหาของเส้นผม คุณหมอนินจึงได้พัฒนาและต่อยอดโปรแกรม PHB ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อฟื้นฟูและบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง ลดการหลุดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ และช่วยให้เส้นผมมีสุขภาพดีขึ้นจากรากจรดปลาย เพื่อให้ผู้หญิงได้สวย มั่นใจได้เท่าที่ใจที่ต้องการ



โปรแกรม PHB คือทรีตเมนต์ประเภทฉีดบำรุงเส้นผมสูตรเฉพาะของนามนิน ช่วยบูสต์กระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน มีความปลอดภัย และสะดวกสบายสำหรับผู้เข้ารับบริการ เพียงใช้วิธีการฉีดเข้าสู่บริเวณหนังศีรษะในจุดที่มีปัญหาผมร่วงและผมบาง โดยไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น และปราศจากผลข้างเคียงใด ๆ ทั้งยังสามารถรับบริการพร้อมกับ Treatment อื่น ๆ ได้ในคราวเดียว




ไม่ว่าจะมีปัญหาผมร่วง ผมบางจากสาเหตุใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นจากกรรมพันธุ์ อายุที่มากขึ้น หรือการสะสมของสารเคมีจากการทำสีผม ขอเพียงยังมีรากผมที่สามารถเจริญเติบโตได้อยู่ โปรแกรม PHB ก็สามารถฟื้นฟูเส้นผมเหล่านั้นให้หนาแน่น ดูดกดำ เงางาม และสุขภาพดีขึ้นได้

นอกจากความสวยแล้ว ความปลอดภัยและสุขภาพผมที่ดีอย่างยั่งยืนก็ต้องมาคู่กันด้วยค่ะ สอบถามรายละเอียดและรับคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลเส้นผมเพิ่มเติมได้ที่นามนิน เราพร้อมดูแลเส้นผมที่คุณรักค่ะ 

3 ระยะ “ผมถอยร่น” ที่ควรรักษาก่อนสาย
ขณะที่กำลังส่องกระจกในทุก ๆ วัน คุณผู้ชายเคยสังเกตผมของตัวเองหรือไม่ ว่ามี ความเปลี่ยนแปลง อย่างไรเกิดขึ้นบ้าง ทราบหรือไม่ว่า สัญญาณเล็ก ๆ ที่เราสังเกตเห็น อาจจะช่วยให้ตัวเราในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้า ไม่ต้องเผชิญกับปัญหาผมร่วง ผมบาง จนนำไปสู่ภาวะผมล้านที่รุนแรงเกินจะรักษาหรือแก้ไขก็เป็นได้

นั่นก็เพราะอาการผมร่วง ผมบาง มักจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนหลายคนไม่ทันสังเกตเห็นสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในช่วงแรก ๆ หรือแม้เมื่อเริ่มสังเกตเห็นแล้ว ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการดูแลรักษา ด้วยเหตุผลต่าง ๆ อย่างเช่น บางคนอาจจะคิดว่า ผมเพิ่งเริ่มถอยร่นและบางลงเพียงเล็กน้อย ไม่น่าต้องกังวลใจ บางคนลังเลว่า วัยของตัวเองเหมาะกับการรักษาปัญหาผมร่วง ผมบางแล้วหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ยังอยู่ในวัยหนุ่ม รู้สึกว่าตัวเองยังอายุน้อยเกินไปที่จะเริ่มรักษา ส่วนผู้ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงอายุสูงวัย ก็รู้สึกไปอีกแบบว่าตัวเองอายุมากเกินกว่าจะมาดูแลปัญหาผมในวัยนี้แล้ว ขณะที่อีกหลาย ๆ คนก็เลือกปล่อยปัญหาผมถอยร่นทิ้งไว้ เพราะไม่มีเวลาดูแล เพราะกังวลและไม่มั่นใจในวิธีการรักษา หรือเพราะมองไม่เห็นภาพว่า ปัญหาผมในวันนี้อาจจะรุนแรงขึ้นจนยากที่จะเยียวยาฟื้นฟูในวันข้างหน้า

ดังนั้น นามนินจึงขอชวนคุณผู้ชายมาสังเกตภาวะผมถอยร่นของตนเอง รวมถึงแนะนำวิธีการดูแลปัญหาผม ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปในแต่ละระยะ หรือลักษณะอาการ แม้ผมถอยร่นในระยะแรกที่อาจจะมองเห็นได้ยาก เราก็มีจุดสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คุณผู้ชายนำมาใช้เป็นแนวทางได้อย่างแน่นอน มาดูไปพร้อม ๆ กันว่า ผมของเราอยู่ในภาวะผมถอยร่นระยะที่น่าเป็นห่วงมากน้อยแค่ไหน


ระยะที่ 1 ผมหยุดยาว สัญญาณแรกของผมถอยร่น

สำหรับคุณผู้ชายที่เริ่มมีภาวะผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุของกรรมพันธุ์ที่ส่งต่อกันมาในครอบครัว ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผมในผู้ชายทั่วโลก จุดสังเกตก็คือผมด้านหน้า โดยทั่วไปแล้ว ผมทั่วศีรษะจะยาวขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าหากสังเกตเห็นว่า ผมด้านหน้าไม่ยาวเพิ่มเลย ในขณะที่ผมในบริเวณอื่น ๆ ยังคงยาวต่อเนื่องเป็นปกติ  ก็เรียกได้ว่าเป็นสัญญาณแรกสุดของภาวะผมถอยร่นแล้ว 



ในระยะนี้ แม้ว่าผมจะยังไม่เริ่มร่วงเลยก็ตาม แต่นามนินก็ขอแนะนำให้คุณผู้ชายเริ่มเข้ามาพูดคุยปรึกษากับแพทย์ได้เลยโดยไม่ต้องรีรอ เพื่อไม่ให้ปัญหาผมลุกลามรุนแรงขึ้น โดยวิธีการรักษาพื้นฐานเบื้องต้น อาจจะอยู่ในรูปแบบของการรับประทานยาหรือวิตามิน รวมไปถึงการทาเซรั่มบำรุงผม

หากใครสังเกตพบสัญญาณผมถอยร่นของตัวเองได้ตั้งแต่ในระยะนี้ นับว่าโชคดีมาก ๆ และมีโอกาสสูงที่จะสามารถหยุดภาวะผมถอยร่น ไม่ให้ผมเริ่มร่วง บาง และขยายพื้นที่ไปยังส่วนอื่น ๆ ของศีรษะได้


ระยะที่ 2 ผมถอยร่น จนกลายเป็น M shape 

หลังจากผมด้านหน้าเริ่มหยุดยาว หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที ระยะต่อไปคงจะเป็นภาพที่หลาย ๆ คนคุ้นเคย นั่นก็คืออาการที่ผมร่วง จนผมถอยร่น เว้าลึกเข้าไปทั้ง 2 ข้างบริเวณหน้าผาก กลายเป็นรูปตัว M 

หากเข้าสู่ระยะนี้ เท่ากับแนวไรผมที่เคยทำหน้าที่เป็น “กรอบหน้า” จะหายไป ผลที่ตามมาก็คือรูปหน้าที่ไม่ได้สัดส่วน หน้าผากสูงและกว้าง ชวนให้ดูสูงวัยกว่าอายุจริง เมื่อภาวะผมถอยร่นเข้าสู่ระยะนี้ เจ้าของเส้นผมไม่เพียงสูญเสียเส้นผมที่ร่วงหลุดไป แต่ยังสูญเสียความมั่นใจเวลาต้องออกไปพบปะผู้คนภายนอกด้วย เพราะเส้นผมและกรอบหน้า ส่งผลต่อรูปลักษณ์และบุคลิกภาพโดยตรง

ซึ่งทางออกที่ดีที่สุดในการคืนกรอบหน้า และยังนับเป็นโอกาสในการออกแบบกรอบหน้าใหม่ให้ได้สัดส่วนลงตัวกับใบหน้าของเราด้วยเลย ก็คือการ “ปลูกผม” นั่นเอง 

แพทย์จะเป็นผู้ออกแบบแนว Hairline หรือกรอบหน้าใหม่ โดยอิงตามความต้องการหรือความจำเป็นของคนไข้ และอาศัยหลักสัดส่วนทองคำของใบหน้า หรือ Golden Ratio เพื่อคืนความสมส่วนด้วยกรอบหน้าที่จะเสริมความคม เข้ม ปรับลุคให้ดูดีขึ้น ดูสมาร์ทขึ้นได้ พร้อมทั้งได้แนวไรผมที่แลดูเป็นธรรมชาติ 


ทั้งนี้ แพทย์จะกำหนดพื้นที่ปลูกผมใหม่ และคำนวณกราฟต์ผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอยที่ต้องใช้ในการปลูกให้เหมาะสมคุ้มค่า เนื่องจากผมต้นทุนของแต่ละคนมีอยู่เพียงจำกัด เมื่อย้ายผมต้นทุนออกจากด้านหลังท้ายทอยแล้ว ก็จะต้องนำกราฟต์ผมมาคัดแยก ตัดแต่ง ให้ได้ขนาด ความหนาบาง และจำนวนเส้นผมต่อ 1 กราฟต์ที่พอดี 

และเมื่อเข้าสู่ขั้นตอนของการปลูกผมใหม่ แพทย์จะต้องอาศัยความละเอียดพิถีพิถันเป็นพิเศษ เนื่องจากแนวไรผมบริเวณหน้าผาก ประกอบไปด้วยผมเส้นอ่อนด้านนอกสุด ก่อนจะค่อย ๆ ไล่ระดับลึกเข้ามากลายเป็นผมเส้นใหญ่และหน้าขึ้น ดังนั้น แพทย์จึงต้องคัดเลือกลักษณะของเส้นผมที่เหมาะสม ค่อย ๆ ปักกราฟต์ให้เรียงตัวกันเป็นระเบียบ เนียนตา ได้ความหนาแน่นที่พอดี พร้อมได้ทิศทางและองศาของเส้นผมที่แลดูกลมกลืนไปกับเส้นผมเดิมเพราะแนวกรอบหน้าก็ไม่ต่างจากด่านแรกของเส้นผมที่จะดึงดูดสายตาผู้คนเมื่อมองเห็น

ระยะที่ 3 ผมเริ่มบางจากกลางศีรษะ

นอกจากเส้นผมจะถอยร่นเว้าลึกเข้ามาบริเวณหน้าผากแล้ว ในกรณีนี้ เส้นผมอาจจะเริ่มหลุดร่วงและเห็นความบางที่ชัดเจนโดยเริ่มจากบริเวณกลางศีรษะ ซึ่งก็เป็นจุดที่ผู้คนทั่วไปมองเห็นได้ง่ายเช่นกัน


หากใครสังเกตตัวเองว่ามีภาวะผมถอยร่อนอยู่ในระยะนี้ โดยที่ไม่มีอาการผมบางด้านหน้าหรือ M Shape ร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำให้ฉีดบำรุงด้วย โปรแกรม PHB ซึ่งจะตรงเข้าฟื้นฟูลึกถึงระดับเซลล์รากผม ช่วยให้เส้นผมมีขนาดใหญ่และหนาขึ้น ลดโอกาสการหลุดร่วง พร้อมทั้งกระตุ้นให้เส้นผมงอกใหม่เร็วขึ้น จึงทำทำให้ผมแลดูดกดำขึ้น หนาแน่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ วิธีการก็สะดวกสบายและปลอดภัย เพียงฉีดเข้าไปที่หนังศีรษะบริเวณที่ผมร่วงและผมบาง และสามารถเข้ามารับการฉีดบำรุงได้อย่างต่อเนื่องภายใต้คำแนะนำของแพทย์


ในความเป็นจริงแล้ว ภาวะผมถอยร่นยังมีระยะที่ 4 ด้วย ซึ่งเป็นระยะที่พ้นไปจากลักษณะอาการข้างต้น ทั้งอาการผมด้านหน้าหยุดยาว อาการผมร่นลึกเป็นรูป M Shape และอาการผมบางกลางศีรษะ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้ดูแลรักษา ก็จะเข้าสู่ระยะที่ปัญหาผมยิ่งขยายพื้นที่รุนแรงขึ้น เช่น ผมด้านหน้าและกลางศีรษะอาจบางลงจนเชื่อมต่อถึงกันเป็นพื้นที่ใหญ่ และเข้าสู่ภาวะผมล้าน ที่อาจจะสายเกินการฟื้นฟูให้เส้นผมกลับมาในที่สุด 

ในกรณีนี้ การแก้ปัญหาจะอาศัยวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการรีบเข้ามารักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ และไม่สามารถการันตีได้ว่า จะได้ผลลัพธ์ผมที่กลับมาหนาแน่นเหมือนเดิม เนื่องจากข้อจำกัดด้านผมต้นทุนที่มักจะอ่อนแอและเหลือน้อยลงตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม แพทย์จะช่วยคำนวณกราฟต์ผมให้ใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด และอาจแนะนำให้ปลูกผมร่วมกับการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster เพื่อช่วยเสริมให้ผมกลับมาได้มากที่สุดบนข้อจำกัดของคนไข้แต่ละคนเอง


และเนื่องจากปัญหาผมของคนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน หากสังเกตพบภาวะถอยร่นของเส้นผม ในระยะใดระยะหนึ่ง ก็ควรรีบเข้ามาปรึกษาแพทย์ เพื่อร่วมกันวางแผนและออกแบบแนวทางรักษาแบบเฉพาะบุคคล เพื่อตอบโจทย์การรักษาได้อย่างตรงจุด ที่สำคัญ ยิ่งสังเกตพบเร็ว ตัดสินใจเข้ามาพบแพทย์เร็ว ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสความสำเร็จในการรักษาอย่างแน่นอน




ไขข้อสงสัย! 5 ฮอร์โมน สาเหตุหลักของปัญหาผมร่วง มีอะไรบ้าง?
"รู้ทัน 5 ฮอร์โมนต้นเหตุปัญหาผมร่วงที่คุณควรรู้!"
ในทุก ๆ วันเส้นผมของเราก็มักจะหลุดร่วงเป็นปกติอยู่แล้ว โดยจะมีปริมาณประมาณ 50-100 เส้นต่อวันตามวงจรชีวิตของเส้นผม แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่อายุมากขึ้น บวกกับมีพฤติกรรมเสี่ยงที่มีส่วนทำให้รากผมอ่อนแอ วงจรชีวิตของเส้นผมก็จะสั้นลงเรื่อย ๆ และทำให้เส้นผมหลุดร่วงมากกว่าปกติ และกลายเป็นปัญหาผมบางบริเวณกว้างได้ในที่สุด


รู้หรือไม่? ว่านอกเหนือไปจากอายุที่เพิ่มขึ้น และการมีพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างที่เสี่ยงทำให้รากผมอ่อนแอ หลุดร่วงได้ง่ายแล้ว ก็ยังมีปัจจัยเรื่องของฮอร์โมนด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายไม่แพ้ปัจจัยอื่น ๆ เลย ซึ่งวันนี้นามนินจะขออาสาพาทุกคนมาทำความรู้จักกับฮอร์โมนของร่างกาย ที่เป็นสาเหตุของปัญหาผมร่วงกันว่ามีฮอร์โมนอะไรบ้าง? แล้วจะมีวิธีรักษาปัญหาผมร่วงจากฮอร์โมนเหล่านี้ได้อย่างไร? ตามมาอ่านพร้อม ๆ กันได้เลย

5 ฮอร์โมน สาเหตุของปัญหาผมร่วง

1. ฮอร์โมน DHT
ฮอร์โมนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผมร่วง ผมบางที่ได้ยินกันบ่อยมากที่สุดเลยก็คือ ฮอร์โมน DHT หรือ ฮอร์โมน Dihydrotestosterone ซึ่งพบได้บ่อยในเพศชาย แต่ก็สามารถพบได้ในเพศหญิงเช่นเดียวกัน เพียงแต่จะมีปริมาณที่น้อยกว่าเท่านั้น 
ซึ่งฮอร์โมน DHT มีคุณสมบัติคอยควบคุมการทำงานเส้นผมและขนทั่วร่างกาย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ฮอร์โมนนี้มีความแปรปรวน หรือผิดปกติขึ้น ก็มักจะส่งผลเสียต่อเส้นผมและหนังศีรษะ โดยจะไปออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผมชุดใหม่ ทั้งยังมีส่วนทำให้เส้นผมชุดเก่าไม่ได้รับสารอาหารที่มากพอ จึงทำให้รากผมอ่อนแอ และเกิดเป็นปัญหาผมร่วงตามมานั่นเอง  

2. ฮอร์โมนเอสโตรเจน
ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) หรือฮอร์โมนเพศหญิงที่คอยช่วยดูแลระบบการทำงานต่าง ๆ ของร่างกายเพศหญิงให้เป็นไปอย่างปกติและมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ฮอร์โมนชนิดนี้มีระดับต่ำกว่าปกติ หรือมีความแปรปรวน ก็จะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ 
และหนึ่งในปัญหาที่พบได้บ่อยเนื่องจากความแปรปรวนของฮอร์โมนเอสโตรเจนก็คือปัญหาผมร่วง รากผมอ่อนแอ ทั้งยังทำให้มีลักษณะเส้นผมเล็บ ลีบ แบน ชี้ฟู จัดทรงยากร่วมด้วย ซึ่งปัญหาความผิดปกติของฮอร์โมนเอสโตรเจนนี้ มักจะพบได้บ่อยในผู้หญิงวัยทอง วัยหมดประจำเดือน รวมถึงคุณแม่หลังคลอดนั่นเอง

3. ฮอร์โมนคอร์ติซอล
ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) หรือที่หลาย ๆ คนรู้จักกันดีว่าเป็นฮอร์โมนความเครียด เพราะร่างกายมักจะหลั่งฮอร์โมนนี้ออกมาเมื่อมีความเครียดเกิดขึ้น และฮอร์โมนตัวนี้นั้นก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายมากมาย โดยเฉพาะระบบการทำงานของเส้นผม โดยฮอร์โมนคอร์ติซอลจะเข้าไปทำให้วงจรชีวิตของเส้นผมสั้นลงกว่าปกติ จนเกิดเป็นปัญหาผมหลุดร่วงได้ในที่สุด

4. ฮอร์โมนไทรอยด์
ปัญหาผมร่วงเนื่องจากฮอร์โมนไทรอยด์ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะเพศไหน ๆ เพราะเมื่อไหร่ที่ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ ก็จะทำให้ต่อมไขมันในร่างกายทำงานผิดปกติตามไปด้วย ซึ่งจะกระตุ้นร่างกายให้ผลิตไขมันออกมาบนผิวหนังมากกว่าเดิม โดยเฉพาะบริเวณหนังศีรษะ และหากมีความมันส่วนเกินเกาะอยู่ตามเส้นผมและหนังศีรษะมากก็ไป ก็อาจทำให้รากผมเกิดการอุดตัน อ่อนแอลง และสังเกตเห็นถึงผมที่ร่วงเยอะมากกว่าเดิมได้

5. ฮอร์โมนอินซูลิน
เราอาจจะคุ้นเคยกันดีว่าอินซูลินเป็นฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และสัมพันธ์กับผู้ป่วยเบาหวาน แต่ไม่เพียงเท่านั้นฮอร์โมนนี้ยังส่งผลเสียต่อการทำงานของรากผม และมีส่วนทำให้ผมหลุดร่วงง่ายได้เช่นกัน ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ดังนี้
  • การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด: อินซูลินมีหน้าที่หลักในการนำน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่เซลล์เพื่อใช้เป็นพลังงาน แต่หากมีระดับอินซูลินผิดปกติ ไม่ว่าจะสูงเกินไปหรือต่ำเกินไป จะส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่คงที่ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ รวมถึงปัญหาผมร่วงได้
  • การไหลเวียนเลือด: ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเกินไปเป็นเวลานาน อาจทำให้อวัยวะต่าง ๆ รวมถึงหนังศีรษะได้รับความเสียหาย และส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงรากผม ทำให้รากผมได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ และอ่อนแอลง
  • การอักเสบ: ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังอาจกระตุ้นให้เกิดการอักเสบในร่างกาย ซึ่งรวมถึงหนังศีรษะด้วยเช่นกัน และการอักเสบนี้ก็จะทำลายเซลล์รากผมและทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น

แนวทางการป้องกันและรักษาผมร่วง เนื่องจากฮอร์โมน
เมื่อผมร่วงมากกว่าที่เคย อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าฮอร์โมนในร่างกายของคุณมีความผิดปกติอยู่ก็เป็นได้ ซึ่งปัญหานี้จะมีวิธีป้องกันและรักษาปัญหาผมร่วงเนื่องจากฮอร์โมนได้ ดังนี้

1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนบางชนิดก็มีผลมาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันที่ไม่เหมาะสม เช่น ความเครียดทำให้หลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลมากกว่าปกติ การทานอาหารที่มีปริมาณน้ำตาลสูง ก็ล้วนส่งผลให้ฮอร์โมนอินซูลินสูงตามไปด้วย ซึ่งการปรับเปลี่ยนโดยหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเหล่านี้ ก็จะช่วยบรรเทาปัญหาผมร่วง ผมบางได้


2. ใช้ยารักษาผมร่วงตามแพทย์สั่ง
หากมีปัญหาผมร่วงเนื่องจากฮอร์โมนและได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์อย่างเหมาะสม ส่วนใหญ่แพทย์จะทำการจ่ายยาในการควบคุมระดับฮอร์โมนให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ขณะเดียวกันก็สามารถเลือกใช้ยารักษาผมร่วงเพื่อเสริมสร้างรากผมให้แข็งแรง กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมควบคู่ไปด้วยได้ เช่น กลุ่มยาฟีนาสเตอไรด์ หรือกลุ่มยาไมนอกซิดิล เป็นต้น

3. เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะ
นอกจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันให้เหมาะสมแล้ว เพื่อเป็นการบำรุงสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างต่อเนื่อง นามนินคลินิกขอแนะนำให้ลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะร่วมด้วย เช่น 
  • ELIXIR HAIR SERUM BY NEAT HAIRNUE เซรั่มสูตรพิเศษที่คิดค้นโดยคุณหมอนิน พัฒนาขึ้นเพื่อบำรุงเส้นผมให้กับคนที่มีปัญหาผมบางโดยเฉพาะ ช่วยลดการหลุดร่วงของเส้นผม พร้อมบำรุงเส้นผมให้ดกหนาและแข็งแรง
  • VITAMIN H วิตามินบำรุงผมของนามนิน ที่ผสานคุณประโยชน์จากสารสกัดธรรมชาติหลากหลายชนิด ช่วยลดความมันและการอักเสบของหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม พร้อมเติมสารอาหารให้เส้นผม ช่วยให้ผมที่งอกใหม่มีเส้นหนาและแข็งแรงยิ่งขึ้น


4. เข้ารับบริการโปรแกรมทรีตเมนต์บำรุงรากผมให้แข็งแรง
สำหรับใครที่อยากเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ก็สามารถเลือกเข้ารับบริการโปรแกรมทรีตเมนต์บำรุงรากผมให้แข็งแรง อย่างเช่น โปรแกรม PHB หรือ Premium Hair Booster กับที่นามนินคลินิกได้เช่นกัน ซึ่งเป็นโปรแกรมทรีตเมนต์ฉีดบำรุงทั่วหนังศีรษะสูตรพิเศษ ที่ได้รับการออกแบบมาให้ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมบางและหลุดร่วงง่ายโดยเฉพาะ แม้จะมีปัญหาผมร่วงจนกราฟต์ผมเหลือน้อย ไม่เพียงพอต่อการปลูกผมแล้ว วิธีนี้ก็สามารถช่วยให้คุณกลับมามีเส้นผมหนาแน่นเต็มพื้นที่ได้อีกครั้ง 



5. เข้ารับการปลูกผมถาวร
ถ้าคุณมีปัญหาผมร่วงเนื่องจากฮอร์โมน และเกิดปัญหาผมบางเป็นบริเวณกว้าง จนทำให้ขาดความมั่นใจเป็นอย่างมาก การปลูกผมถาวรก็ถือเป็นอีกหนึ่งแนวการดูแลรักษาปัญหาผมร่วงจากฮอร์โมนที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะจบปัญหาผมบางได้จริงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอาศัยการนำเส้นผมที่มีสุขภาพดีจากบริเวณท้ายทอยมาปลูกยังบริเวณที่ผมบางหรือไม่มีผม เพื่อให้ได้เส้นผมใหม่ที่แข็งแรง และเป็นธรรมชาติ กลับมามีผมดกหนาได้อีกครั้ง 




สรุป
 
ฮอร์โมนที่ทำให้ผมร่วงนั้นมีอยู่หลากหลายชนิด เพื่อให้การรักษาปัญหาผมร่วงเนื่องจากฮอร์โมนเห็นผล และตรงจุดมากที่สุด นามนินคลินิกขอแนะนำว่าควรเข้าพบแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อรับการวินิจฉัยถึงสาเหตุของผมร่วงที่แท้จริงว่า เกิดจากฮอร์โมนชนิดใด? รวมถึงจะมีแนวทางในการรักษาปัญหาผมร่วงอย่างไรบ้าง? ที่จะเหมาะสมมากที่สุด 

เพราะปัญหาผมร่วง ผมบาง หากปล่อยไว้นาน ก็ยิ่งรักษายาก และสร้างแผลใจให้คุณมากยิ่งขึ้นในทุก ๆ วัน ดังนั้นหากรักษาเร็ว ก็มีโอกาสสูงที่จะกลับมามีผมดกหนาได้ดังเดิม แถมค่าใช้จ่ายในการรักษาก็ไม่สูงเท่ามารักษาตอนที่ปัญหาลุกลามไปแล้วนั่นเอง

เติม “วิตามิน” ตัวเด่น ให้เส้นผม
หากคนเราขาดสารอาหารที่จำเป็น ระบบต่าง ๆ ในร่างกายก็คงทำงานไม่ได้ตามปกติ ส่งผลต่อความสมบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย เช่นเดียวกันกับ “เส้นผม” ซึ่งต้องการสารอาหารมาบำรุงหล่อเลี้ยงตั้งแต่ระดับเซลล์รากผม เพื่อให้เส้นผมเจริญเติบโต ไม่อ่อนแอจนหลุดร่วงง่ายก่อนเวลาอันควร 

และหนึ่งในสารอาหารบำรุงผมก็คือบรรดาวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ นามนินจึงขอชวนเหล่าคนรักผม มาเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเติมวิตามินและแร่ธาตุตัวเด่นให้เส้นผมไปด้วยกัน



วิตามินบี 7
หรือในอีกชื่อที่เราคุ้นหูกันก็คือไบโอติน (Biotin) ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นช่วยกระตุ้นให้เกิดการงอกใหม่ของเส้นผม และสามารถใช้ได้ผลกับผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคผมร่วงเป็นหย่อม (Alopecia Areata) ด้วย โดยไบโอตินมีความสำคัญต่อการเจริญเติบโตของเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ที่มีการสร้างใหม่และแบ่งตัวอยู่ตลอดเวลาอย่างเส้นผม รวมถึงยังมีส่วนในการเสริมสร้างเคราติน (Keratin) ซึ่งเป็นโครงสร้างหลักของเส้นผมด้วย

แหล่งวิตามินบี 7: ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วเหลือง ธัญพืชไม่ขัดสีต่าง ๆ เนื้อปลา เนื้อสัตว์ และไข่

วิตามินดี
ที่ผ่านมา มีการศึกษาพบว่าการขาดวิตามินดีส่งผลต่ออาการผมร่วงเป็นหย่อม หากเติมวิตามินดี ก็จะช่วยฟื้นฟูให้ภาวะผมร่วงลดลง ทั้งนี้ วิตามินดียังช่วยในการดูดซึมแคลเซียม ซึ่งทำให้กระดูกและฟันแข็งแรง และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อีกด้วย

แหล่งวิตามินดี: ปลาที่มีไขมันสูง เห็ด นมถั่วเหลือง โยเกิร์ต รวมถึงการรับแสงแดดตามธรรมชาติ

วิตามินซี
แม้ไม่ได้บรรเทาภาวะผมร่วงโดยตรง แต่วิตามินซีมีส่วนช่วยเพิ่มการผลิตฮอร์โมนสำคัญในเซลล์รากผม ซึ่งจะส่งผลต่อการงอกใหม่ของเส้นผม โดยเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องร่างกายโดยรวม จึงช่วยลดความเสี่ยงที่เซลล์รากผมจะทำงานผิดปกติเนื่องจากการรบกวนของอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผมงอกใหม่สามารถเติบโตต่อเนื่องได้อย่างราบรื่นนั่นเอง

แหล่งวิตามินซี: ผัก ผลไม้ เช่น ฝรั่ง มะขามป้อม มะละกอ ส้ม พริกหวาน คะหน้า บรอกโคลี ดอกกะหล่ำ ผักโขม

สังกะสี 
สังกะสี หรือ Zinc มีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมเส้นผม และช่วยให้ต่อมไขมันบริเวณหนังศีรษะทำงานเป็นปกติ พร้อมกับเสริมเคราติน ซึ่งเป็นโครงสร้างของเส้นผม ช่วยให้ผมเงางาม แข็งแรง ไม่เปราะบางจนขาดหรือหลุดร่วงง่าย สังกะสียังทำหน้าที่ช่วยในการแบ่งเซลล์และเป็นส่วนประกอบสำคัญในเอนไซม์บางชนิด ซึ่งพบว่าหากปริมาณเอนไซม์นี้ลดลง จะส่งผลต่อโรคผมร่วงเป็นหย่อมอีกด้วย

แหล่งสังกะสี: เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ตับ ไข่ เต้าหู้ ธัญพืช ถั่วต่าง ๆ

ธาตุเหล็ก
แร่ธาตุชนิดนี้จะช่วยให้เซลล์ต่าง ๆ สามารถแบ่งตัวได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงเซลล์รากผม เนื่องจากเป็นส่วนประกอบสำคัญในเม็ดเลือดแดง มีส่วนช่วยในการขนส่งออกซิเจนและลำเลียงสารอาหารไปเลี้ยงรากผมให้แข็งแรง ทั้งนี้ พบว่าการที่ร่างกายมีระดับธาตุเหล็กต่ำ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดภาวะผมร่วงได้ 

แหล่งธาตุเหล็ก: เนื้อสัตว์ ผักใบเขียว ถั่วเมล็ดแห้ง ตับ เครื่องใน ไข่แดง อาหารทะเล

และถ้าใครที่อยากได้ความสะดวกสบายในการเติมวิตามินและแร่ธาตุให้กับเส้นผมมากยิ่งขึ้น นามนินรวบรวมคุณค่าของวิตามินต่าง ๆ มาไว้ให้แล้วใน “VITA H” ซึ่งแพทย์ของนามนินค้นคว้าและคัดสรรมาเพื่อผลลัพธ์ในการบำรุงรากผมได้อย่างล้ำลึก ในรูปแบบของแคปซูล สามารถรับประทานได้ง่าย นอกจากจะได้คุณประโยชน์จากวิตามินต่าง ๆ แบบเต็ม ๆ แล้ว ยังเสริมด้วยคุณค่าสารสกัดจากธรรมชาติแท้ ๆ โดยประกอบด้วย


สารสกัดจากข้าวกล้องและผลกระบองเพชร (Rice Bran and Cactus Extract) ช่วยยับยั้งการผลิตฮอร์โมนบางชนิดโดยธรรมชาติ ส่งผลต่อการลดความมัน การเกิดสิว และการอักเสบของหนังศีรษะ

D-Biotin เสริมโครงสร้างเส้นผมให้แข็งแรง

Zinc Gluconate ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อเส้นผม และเสริมสร้างการเจริญเติบโต

Iron Amino Acid Chelate ลดการหลุดร่วง และช่วยให้รากผมแข็งแรง

Vitamin B Premix บำรุงเส้นผมให้กลับมาสุขภาพดี


และนี่ก็เป็นเคล็ดลับดี ๆ ที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงของเส้นผมจากภายใน ตอบโจทย์โดนใจคนรักเส้นผมอย่างแน่นอน ซึ่งหากใครมีข้อสงสัยหรือความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาเส้นผม สามารถเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญของนามนินได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อมาร่วมกันออกแบบเส้นทางฟื้นฟูและบำรุงผม ที่ทั้งปลอดภัยและได้ประสิทธิภาพอย่างแน่นอน
คืนความมั่นใจ ให้สาวผมบาง ด้วย PHB
การมีผมบางจากกรรมพันธุ์อาจเป็นเรื่องที่ดูเหมือนไกลตัว แต่รู้ไหมคะ? ปัญหานี้เกิดขึ้นกับผู้หญิงถึง 40% และเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดผมบางที่มีชื่อว่า “โรคผมร่วงกรรมพันธุ์ (Androgenetic Alopecia)” ซึ่งเกิดจากยีนที่ยังไม่สามารถระบุชื่อได้ แต่รู้แน่ชัดว่ามีส่วนทำให้ผมบาง ปัญหานี้พบได้ผู้หญิงช่วงอายุ 15 – 40 ปี อาการของโรคนี้เริ่มต้นที่บริเวณกลางศีรษะและอาจขยายออกไปเป็นวงกลม เป็นรูปแบบ Female Pattern Hair Loss (FPHL) แบ่งตามระยะอาการผมบางได้ 3 ระยะ ดังนี้
Type I : ผมเริ่มบางที่กลางศีรษะ เริ่มเห็นหนังศีรษะเล็กน้อย
Type II : ผมบางมากขึ้น พื้นที่ที่เห็นหนังศีรษะกว้างขึ้น
Type III : ผมบางที่สุด เห็นหนังศีรษะในบริเวณกว้าง



นอกจากนี้ ยังมีอีกบางรูปแบบที่อาจพบได้แต่เป็นจำนวนน้อย เช่น ผมบางรุนแรงที่กลางศีรษะ เห็นหนังศีรษะในพื้นที่กว้างมาก และแบบ Frontal ผมบางรุนแรงที่เริ่มจากด้านหน้า ซึ่งพบได้น้อยในผู้หญิง แต่ถ้าพบก็อาจหมายถึงปัญหาที่ต้องดูแลอย่างเร่งด่วนค่ะ 

แม้ว่าโรคผมร่วงกรรมพันธุ์จะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่นามนินคลินิกมีวิธีการที่ช่วยลดอาการผมร่วงและกระตุ้นการเติบโตของผมใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นั่นก็คือ โปรแกรม PHB เป็นการฉีดบำรุงผมที่ออกแบบมาเพื่อดูแลรักษาปัญหาผมบางได้อย่างตรงจุด ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหาผมบางทั่วทั้งศีรษะ ฟื้นบำรุงผมบางที่กลางศีรษะ หรือการฟื้นฟูผมบางบริเวณกรอบหน้าที่อาจทำให้หน้าผากดูกว้าง รูปหน้าไม่ได้สัดส่วนที่สมดุล



โปรแกรม PHB ประกอบไปด้วยสารชีวโมเลกุลและสารบำรุงที่ช่วยฟื้นฟูรากผมลึกถึงเซลล์ กระตุ้นให้รากผมแข็งแรง ลดปัญหาผมขาดหลุดร่วง เสริมการเติบโตของผมใหม่ให้มีความหนาและสุขภาพดีขึ้น การเข้ารับบริการใช้เวลาเพียง 30-40 นาทีต่อครั้ง สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ ซึ่งหลังจากการเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง จะสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้
  • ผมเริ่มหลุดร่วงน้อยลงใน 3-7 วัน
  • สังเกตเห็นผมชุดใหม่ใน 1-3 เดือน
  • ผมที่ขึ้นใหม่หนาและดูสุขภาพดีขึ้น



ที่นามนินคลินิก คุณหมอนินจะประเมินปัญหาและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ทุกปัญหาได้รับการดูแลและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนั้น อาจจะมีในบางกรณีที่ควรต้องเข้ารับการปลูกผมร่วมด้วย เช่น การปลูกผมปรับกรอบหน้าเพื่อแก้ปัญหาหน้าผากเว้าสูง คุณหมอนินจะแนะนำเทคนิค NEAT ที่คุณหมอเป็นผู้ปลูกผมเองทุกกราฟต์ พร้อมทั้งออกแบบ Hairline ใหม่ที่เหมาะสมกับรูปหน้า ปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุลขึ้น เมื่อการปลูกผมเสร็จสมบูรณ์ ก็จะได้ผลลัพธ์ทั้งเส้นผมใหม่ที่หนาแน่นกว่าเดิม และรูปหน้าที่สวยงาม เสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจให้มากขึ้น   

หากต้องการฟื้นฟูเส้นผมและกลับมามั่นใจในตัวเองอีกครั้ง นามนินคลินิก เราพร้อมให้คำปรึกษา เพื่อมอบการดูแลเส้นผมอย่างมีประสิทธิภาพและสะดวกสบายที่สุดค่ะ


ผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้า แก้อย่างไรดี?
ศัลยกรรมดึงหน้า เป็นอีกหนึ่งหัตถการที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสามารถเรียกคืนใบหน้าที่อ่อนเยาว์ ผิวที่กระชับขึ้น และเพิ่มความมั่นใจให้คน ๆ นั้นได้มากเลยทีเดียว แต่รู้หรือไม่? ว่าการศัลยกรรมดึงหน้ามีส่วนทำให้เกิดปัญหาผมร่วง ผมบางในอนาคตได้  

สาเหตุของอาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้า
เพราะในการเย็บแผลศัลยกรรมดึงหน้าจำเป็นต้องเย็บในบริเวณที่ชิดกับไรผมมากที่สุด ไม่ว่าจะช่วงบริเวณไรผมหน้าผากก็ดี หรือไรผมบริเวณหน้าใบหูก็ดี ซึ่งในบางครั้งการเข้ารับบริการดึงหน้าก็อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดแผลบริเวณไรผมตามกรอบหน้า และทำให้เส้นผมไม่สามารถงอกกลับมาใหม่ได้ในระยะแรก จึงเกิดปัญหาผมบางในที่สุดได้ 

ขณะเดียวกันสาเหตุของอาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้าก็อาจมีสาเหตุมาจากภาวะทางร่างกายที่เกิด Shock Loss ส่งผลให้ผมร่วงชั่วคราว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับอาการผมร่วงหลังคลอด เนื่องจากเส้นผมมีอาการเครียดมากกว่าปกติ  เพราะได้รับการบาดเจ็บของรากผมและผิวหนังบริเวณโดยรอบ โดยเฉพาะจากการกรีดแผล เย็บแผลจากการศัลยกรรมดึงหน้านั่นเอง



นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าผู้ที่เคยเข้ารับบริการศัลยกรรมดึงหน้ากว่า 8.4% ต้องเผชิญกับอาการผมร่วงหลังศัลยกรรม โดยจะมีภาวะ Telogen Effluvium หรือภาวะผมร่วงแบบเฉียบพลันในช่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้าผ่านไปแล้วประมาณ 2 เดือน 

ซึ่งจะสังเกตเห็นว่าบริเวณไรผมบางลงตรงบริเวณหน้าผากที่มีรอยแผลผ่าตัดดึงหน้า ทำให้มองเห็นรอยแผลเป็นได้ชัด โดยในรายงานเชื่อว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการผมร่วง ผมบางนั้นเกิดจากรูขุมขนเส้นผมเกิดความเสียหายเพราะการเย็บแผลผ่าตัดดึงหน้าที่แน่นเกินไป จนทำให้เกิดเป็นภาวะผมร่วงเฉียบพลันได้  

อย่างไรก็ตามภาวะ Shock Loss และภาวะ Telogen Effluvium หรืออาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้าสามารถดีขึ้นได้ภายใน 6-8 เดือนหลังจากศัลยกรรม เส้นผมจะกลับมาดกหนา และแข็งแรงได้อีกครั้ง แต่ในบางรายก็อาจต้องเผชิญกับภาวะที่ทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจนี้นานนับปีก็มี ฉะนั้นแล้วถ้าอยากให้ผมกลับมาดกหนาและฟื้นฟูได้เร็วกว่าเดิม ควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญอย่างนามนินคลินิก เพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวโดยเร็วจะดีที่สุด 

แก้อาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้า อย่างไรดี? 

อาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้าถือเป็นอาการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนอกจากจะรอระยะเวลาให้รากผมกลับมาฟื้นตัวแข็งแรงอีกครั้งตามธรรมชาตินานกว่า 6-8 เดือนแล้ว เราก็สามารถมองหาทางเลือกในการกระตุ้นและบำรุงให้รากผมกลับมาแข็งแรง เพิ่มความดกหนาให้แก่เส้นผมบนหนังศีรษะได้ เช่น การใช้ยา การปลูกผม หรือแม้กระทั่งการฉีดบำรุงดูแลสุขภาพเส้นผมอย่างล้ำลึกถึงเซลล์รากผมอย่างโปรแกรม PHB ที่นามนิน 

Premium Hair Booster Treatment ตัวช่วยจัดการปัญหาผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้า 
โปรแกรมบูสเตอร์สุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะระดับพรีเมียมนี้ อาศัยส่วนผสมหลากหลายชนิดทั้งสารชีวโมเลกุล สารบำรุงโปรตีน ตลอดจนวิตามินต่าง ๆ ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยแพทย์ผู้ชำนาญของนามนิน 

ทรีตเมนต์ PHB สามารถช่วยยับยั้งกลไกการอักเสบของเซลล์รากผม ซ่อมแซมเซลล์รากผมที่เสียหาย พร้อมชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์รากผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ 1-3 ครั้งที่เข้ารับบริการ 

  • อาการผมร่วงหลังศัลยกรรมดึงหน้าจะค่อย ๆ ดีขึ้นและมีผมร่วงน้อยลงภายใน 3-7 วัน
  • เส้นผมชุดใหม่เริ่มงอก เห็นเป็นเส้นผมอ่อน หรือลูกผมขึ้นในช่วง 1-3 เดือนหลังฉีด
  • เส้นผมมีขนาดที่ใหญ่และแลดูหนาแน่นขึ้นกว่าเดิม หลังจากฉีด โปรแกรม PHB ไปแล้วประมาณ 2-4 เดือน



เรียกได้ว่าโปรแกรม PHB ของนามนินเป็นทางเลือกในการฟื้นบำรุงปัญหาผมร่วง ผมบางหลังผ่าตัดศัลยกรรมดึงหน้าที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะไม่เพียงแต่จะสามารถกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมและบำรุงเส้นผมได้อย่างล้ำลึก พร้อมช่วยแก้ปัญหาผมร่วงได้อย่างตรงจุดแล้ว ยังเป็นวิธีที่ไม่เจ็บเลย ไม่มีรอยแผล ไม่ต้องเสียเวลาพักฟื้น และยังเห็นผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงได้อย่างชัดเจนในระยะเวลาไม่นานอีกด้วย 

สอบถามหรือปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ Line @namninclinic