Tag : Chitosan
ทางออกของปัญหาผมบาง ด้วย Hair Revive Program
เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ชายวัยทำงาน
ในช่วงวัย 30–40 ปีของผู้ชาย หลายคนกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทสำคัญของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตในหน้าที่การงาน การเป็นผู้นำในองค์กร หรือการสร้างธุรกิจของตัวเองให้มั่นคงมากยิ่งขึ้น ช่วงเวลานี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นช่วงที่ "บุคลิกภาพ" มีบทบาทสำคัญในการสร้างความมั่นใจในทุก ๆ ก้าวของชีวิต และหนึ่งในรายละเอียดเล็ก ๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม แต่กลับส่งผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมอย่างมาก ก็คือ "เส้นผม" ที่ช่วยเติมเต็มความดูดีได้อย่างเป็นธรรมชาติ

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความรับผิดชอบและความเร่งรีบในแต่ละวัน ผู้ชายจำนวนไม่น้อยเริ่มเผชิญกับปัญหาเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นผมบาง ผมเส้นเล็ก ลีบแบน ซึ่งมักค่อย ๆ เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความเครียดจากการทำงาน รวมถึงรูปแบบการใช้ชีวิต เช่น การออกกำลังกายกลางแจ้ง อย่างการตีกอล์ฟหรือเทนนิส การทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก หรือแม้แต่การผ่อนคลายด้วยการเข้าซาวน่า ซึ่งล้วนทำให้เส้นผมและหนังศีรษะต้องเผชิญกับความร้อนและอับชื้นอยู่บ่อยครั้ง เมื่อเวลาผ่านไปโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ปัญหาผมร่วงหรือผมบางจึงเริ่มชัดเจนขึ้น แม้จะยังไม่ถึงขั้นศีรษะล้าน แต่ก็เป็นสัญญาณเล็ก ๆ ที่กำลังบอกเราว่า หนังศีรษะและรากผมกำลังต้องการการดูแลอย่างใส่ใจมากขึ้น

จุดเริ่มต้นของ Hair Revive Program
จากความกังวลเล็ก ๆ ที่ค่อย ๆ เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ซึ่งบางคนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญ แต่สำหรับคุณหมอนิน ปัญหานี้ได้รับการใส่ใจอย่างจริงจัง จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา Hair Revive Program โปรแกรมฟื้นบำรุงเส้นผมจากนามนิน เพื่อดูแลทั้งเส้นผมและหนังศีรษะอย่างอ่อนโยน พร้อมช่วยเสริมความมั่นใจให้กลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ

Hair Revive Program เป็นการต่อยอดจากงานวิจัยระดับนานาชาติ ที่คุณหมอนินร่วมมือกับทีมแพทย์ชั้นนำจากเกาหลีใต้และอินโดนีเซีย เพื่อค้นหาสารสกัดธรรมชาติจากพืช ที่สามารถช่วยในเรื่องผมร่วง ผมบาง โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง งานวิจัยในหัวข้อ Comparative Efficacy of Topical Chitosan and Minoxidil in Hair Loss: A Controlled Study with Microneedling ได้รับการตีพิมพ์ใน The Journal of Craniofacial Surgery วารสารชั้นนำด้านศัลยกรรมกะโหลกศีรษะและใบหน้าระดับนานาชาติ



สารสกัดไคโตซานจากเห็ด: สิ่งที่งานวิจัยค้นพบ
สารสกัดที่คุณหมอนินและทีมแพทย์ให้ความสนใจในงานวิจัยชิ้นนี้ คือ สารสกัดไคโตซานจากเห็ด ซึ่งมีคุณสมบัติเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม สามารถพัฒนาไปเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากตัวยาเดิม ๆ ที่ใช้กันอยู่ทั่วไปได้



จากการทดลองในผู้ป่วยจริงเป็นระยะเวลา 6 เดือน ทีมวิจัยพบว่าสารสกัดไคโตซานจากเห็ดในปริมาณที่เหมาะสม ให้ผลลัพธ์ที่เทียบเคียงได้กับการรักษาด้วย Minoxidil โดยไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในหลายตัวชี้วัดสำคัญ


ผลการเปรียบเทียบกับ Minoxidil: ทั้งสองกลุ่มให้ผลด้านขนาดเส้นผมและความพึงพอใจใกล้เคียงกัน (P=0.69 และ P=0.58 ตามลำดับ) และที่สำคัญ กลุ่ม Chitosan เกิดการระคายเคืองน้อยกว่า โดยไม่มีผลข้างเคียงทางระบบฮอร์โมน ซึ่งเป็นข้อด้อยที่พบได้ใน Minoxidil บางราย


ออกแบบมาสำหรับผู้ชายวัยทำงาน
โปรแกรมนี้ถูกออกแบบมาด้วยความเข้าใจผู้ชายวัยทำงานโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาผมร่วง ผมบาง และมองหาการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก หรือไม่สะดวกกับการรักษาบางรูปแบบที่ต้องใช้เลือดของตนเอง Hair Revive Program จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการดูแลหนังศีรษะอย่างนุ่มนวล ควบคู่กับการฟื้นฟูรากผมให้กลับมาแข็งแรง ด้วยการผสานคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติและสารอาหารที่จำเป็น

ขั้นตอนการดูแล
เริ่มต้นจากการที่แพทย์ประเมินสภาพเส้นผมและหนังศีรษะอย่างละเอียด รวมถึงตรวจสอบสภาวะการอักเสบ เพื่อวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล จากนั้นเข้าสู่ขั้นตอนการฉายแสงด้วย Low-Level Laser Therapy (LLLT) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดการหลุดร่วง จากนั้นเปิดผิวด้วย Microneedle therapy เพื่อเพิ่มการดูดซึมตัวยา กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและกระตุ้นการสร้างเซลล์รากผม แล้วทาสารสกัดไคโตซานลงบนบริเวณหนังศีรษะที่มีปัญหาผมบาง ผมร่วง หรือการอักเสบ Hair Revive Program ใช้เวลาเข้ารับบริการประมาณ 45–60 นาที หลังเข้ารับบริการสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ชายวัยทำงานที่ต้องการดูแลตัวเองโดยไม่กระทบกับตารางชีวิตที่เร่งรีบ



ผลลัพธ์ที่คาดหวัง
ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของเส้นผมเท่านั้น แต่ยังเป็นการฟื้นฟูสุขภาพหนังศีรษะโดยรวมอย่างอ่อนโยน ช่วยลดการอักเสบ ลดการสะสมของแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของปัญหาผมร่วง เมื่อหนังศีรษะกลับมาแข็งแรง การหลุดร่วงก็ลดลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมทั้งกระตุ้นให้รากผมที่เคยอ่อนแอกลับมาเติบโตได้ดีขึ้น เส้นผมใหม่จึงมีความหนา แน่น และแข็งแรงมากยิ่งขึ้น



เมื่อภาพลักษณ์ภายนอกได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม สิ่งที่ตามมาคือความมั่นใจที่สะท้อนออกมาจากภายใน ไม่ว่าจะเป็นในการทำงาน การพบปะผู้คน หรือทุกก้าวของชีวิต

หมายเหตุ: ข้อมูลงานวิจัยอ้างอิงจาก Wan et al., The Journal of Craniofacial Surgery (2025) ซึ่งเป็นการศึกษาในกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็ก คณะวิจัยระบุว่าจำเป็นต้องมีการศึกษาขนาดใหญ่เพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลในระยะยาว ผลลัพธ์ที่ได้รับอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

บทความโดย: นามนิน คลินิก | แพทย์ด้านเส้นผมและหนังศีรษะ | เผยแพร่ : พฤษภาคม 2569

พญ.นิล นามทองต้น ได้รับเกียรติเป็นวิทยากร Daegu ARCHE Symposium ณ เมืองแดกู ประเทศเกาหลีใต้
พญ.นิล นามทองต้น (ว44659) แพทย์ปลูกผม นามนินคลินิก  จากประเทศไทย ได้รับเชิญเป็นวิทยากรในงานประชุมวิชาการ  Daegu ARCHE Symposium ซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองแดกู ประเทศเกาหลีใต้

การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีวิชาการที่รวบรวมคณาจารย์แพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ได้แก่ อาจารย์แพทย์ด้านการปลูกผม อาจารย์แพทย์ผิวหนัง และศัลยแพทย์ตกแต่งจากเมืองแดกู เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน Aesthetic medicine และ Hair restoration ในระดับวิชาชีพ


ภายในงาน พญ.นิลได้ร่วมบรรยายเชิงคลินิก พร้อมการสาธิตแบบ Live Hands-on ถ่ายทอดการดูแลหลังหัตถการ (post-procedural care) และการใช้ไคโตซานโมเลกุลขนาดต่ำในบริบทของการฟื้นฟูผิวและหนังศีรษะ


ในโอกาสนี้ พญ.นิลรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเวทีกับ นพ. Han-Byeol Jung แพทย์ผิวหนัง และ นพ. Won-Seok Choi ผู้อำนวยการ V Plastic Surgery รวมถึงขอขอบคุณ ARCHE Doum สำหรับคำเชิญในการบรรยายครั้งสำคัญนี้


อีกทั้งยังนับเป็นความภาคภูมิใจส่วนตัวที่ นพ. Yong Do Park แห่ง Mojelim Hair Transplant ซึ่งเป็นอาจารย์ด้านการปลูกผมของ พญ.นิล ให้เกียรติเข้าร่วมรับฟังการบรรยายในครั้งนี้


การได้รับเชิญเป็นวิทยากรในเวทีที่มีผู้เข้าร่วมเป็นอาจารย์แพทย์และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง สะท้อนถึงการยอมรับในระดับนานาชาติ และบทบาทของแพทย์ไทยในการมีส่วนร่วมพัฒนาองค์ความรู้ด้านการดูแลเส้นผมและการปลูกผมและเวชศาสตร์ความงาม

นามนิน คลินิก ยังคงมุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานการรักษาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดที่ว่าการปลูกผมคือทั้งศาสตร์และศิลป์ พร้อมยกระดับองค์ความรู้ผ่านการแลกเปลี่ยนทางวิชาการในระดับสากล
พญ.นิล นามทองต้น ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และถ่ายทอดแนวคิดและผลการวิจัย
ไคโตซานในงาน OSCANG 2025
OSCANG 2025 | Day 2
สถานที่: China Central Television (CCTV) 
สถานีโทรทัศน์แห่งชาติของประเทศจีน 
ปักกิ่ง, สาธารณรัฐประชาชนจีน


วันที่สองของการประชุม OSCANG 2025 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2025 ยังคงมุ่งเน้นการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการรักษาและฟื้นฟูเส้นผมในเชิงคลินิกอย่างต่อเนื่อง โดยขยายประเด็นจากระดับทฤษฎีไปสู่การประยุกต์ใช้จริง ผ่านการพูดคุยร่วมกันระหว่างแพทย์ไทย บริษัทไบโอเทคจากประเทศจีน เกาหลีใต้  และรัฐบาลจีน ร่วมมือกับสื่อสถานีโทรทัศน์แห่งชาติของจีน



กิจกรรมสำคัญของวันนี้ คือ คุณหมอนิน ได้ร่วมอภิปรายเชิงลึกเกี่ยวกับแนวทางการดูแลเส้นผม ควบคู่กับการสาธิตการใช้งานจริงของ ไคโตซาน (Chitosan) ซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ถูกนำมาประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ที่มีภาวะผมบาง ในฐานะหนึ่งในคณะแพทย์ผู้ร่วมวิจัย   โดยถ่ายทอดทั้งมุมมองทางวิชาการ ประสบการณ์จากการใช้งานจริง และกระบวนการติดตามผลการดูแล ภายใต้แนวคิดการรักษาที่คำนึงถึงความเหมาะสมของแต่ละบุคคลและการดูแลอย่างต่อเนื่อง




อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งมีกำหนดเริ่มดำเนินการที่นิคมอุตสาหกรรม Shangrao ในเดือนมีนาคม 2026 ที่เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ได้แก่ บริษัท DOUM (เกาหลีใต้), Namnin Clinic (ประเทศไทย), Shandong Fokun Group และ OSCANG Medical Science & Technology


การเข้าร่วมประชุม OSCANG 2025 ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวของนามนิน คลินิก ในการพัฒนาการดูแลเส้นผม ด้วยองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยี ซึ่งจะถูกนำมาปรับประยุกต์ และต่อยอดให้เหมาะสมกับบริบทการดูแลผู้รับบริการของนามนิน เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างรอบด้านและสอดคล้องกับแนวทางทางการแพทย์ในปัจจุบัน

พญ.นิล นามทองต้น เข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีรักษาผมทางคลินิก OSCANG 2025
OSCANG 2025 | Day 1 
สถานที่: โรงพยาบาลปลูกผม Yonghe 
ปักกิ่ง, สาธารณรัฐประชาชนจีน

พญ.นิล นามทองต้น (ว44659) แพทย์ปลูกผมจาก นามนิน คลินิก ได้เข้าร่วมการประชุมแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีการรักษาผมทางคลินิก OSCANG 2025 ณ  Yonghe Hair transplant hospital สาขาหลัก Beijing โรงพยาบาลปลูกผมขนาดใหญ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่มีสาขากว่า 63 สาขา เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2025 การประชุมจัดขึ้นโดย Jiangxi OSCANG Medical Science & Technology ร่วมกับการสนับสนุนด้านเทคนิคจากบริษัท DOUM (ประเทศเกาหลีใต้) และความร่วมมือด้านคลินิกจากกลุ่มการแพทย์ Yonghe



การประชุม OSCANG 2025 เป็นเวทีวิชาการที่รวบรวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและบริษัทไบโอเทคจากหลากหลายประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านการรักษาและฟื้นฟูเส้นผมเชิงคลินิก ครอบคลุมตั้งแต่กลไกการรักษา การฟื้นฟูเส้นผม ไปจนถึงการนำผลงานวิจัยเข้าสู่การใช้งานจริงภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์

ในโอกาสนี้ คุณหมอนินได้ร่วมอภิปรายแนวทางการรักษาปัญหาผมบางควบคู่กับการสาธิตการใช้ ไคโตซาน (Chitosan) สารสกัดจากธรรมชาติที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม ในฐานะหนึ่งในคณะแพทย์ผู้ร่วมวิจัย เพื่อปรับสภาพแวดล้อมของหนังศีรษะให้เหมาะต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมมากขึ้นสะท้อนบทบาทของแพทย์ไทยบนเวทีวิชาการระดับนานาชาติ 




จากการเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้ คุณหมอนินได้แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ด้านเทคโนโลยี แนวคิดการรักษา และแนวทางการดูแลผู้รับบริการในบริบทสากล ซึ่งจะนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการรักษาด้านการปลูกผมและฟื้นฟูเส้นผมของนามนิน คลินิก โดยคำนึงถึงหลักวิชาการ ความปลอดภัย และความเหมาะสมกับผู้รับบริการต่อไป

พญ.นิล นามทองต้น ถ่ายทอดแนวคิดและผลการวิจัย
ไคโตซานในงาน AMWC South East Asia 2025
คุณหมอนินร่วมบรรยายวิชาการ ในหัวข้อ “Advance in Microneedles Research Based on Promoting Hair Regrowth with Chitosan” ในงานประชุม AMWC South East Asia วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568



ภายในงาน คุณหมอนินได้นำเสนอข้อมูลจากผลการวิจัยเกี่ยวกับการใช้ ไคโตซานซึ่งเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ถูกนำมาพัฒนาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการส่งเสริมการงอกของเส้นผม งานวิจัยดังกล่าวได้เปรียบเทียบผลลัพธ์กับการใช้ Minoxidil 5% และพบประเด็นที่น่าสนใจหลายด้าน ทั้งในเชิงประสิทธิภาพของสารและการประยุกต์ใช้ร่วมกับไมโครนีดเดิลเพื่อเพิ่มการซึมผ่านของสารสู่หนังศีรษะ ร่วมกับ Dr .Won Seok Choi ,Plastic Surgeon,South Korea .
 



การบรรยายได้รับความสนใจอย่างดีจากแพทย์จากหลายประเทศที่เข้าร่วมฟังในงานครั้งนี้ ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้และมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับแนวทางฟื้นฟูปัญหาผมบางด้วยวิธีที่อาศัยสารจากธรรมชาติเป็นพื้นฐาน






ในช่วงท้าย คุณหมอนินได้กล่าวถึงความตั้งใจในการค้นคว้าและติดตามความก้าวหน้าด้านการดูแลเส้นผมอย่างต่อเนื่อง เพราะเห็นถึงความสำคัญของปัญหานี้จากการดูแลคนไข้มามากมาย และหวังว่างานวิจัยเหล่านี้จะช่วยเปิดโอกาสให้เกิดแนวทางที่เหมาะสมกับผู้มีปัญหาผมร่วงผมบางในอนาคต