Tag : Hair revive program
ผู้ชายกับผมบาง : 5 พฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว
การเปลี่ยนแปลงของเส้นผมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เมื่อก้าวผ่านแต่ละช่วงวัย ผมอาจบางลง หลุดร่วงง่ายขึ้น หรือหนังศีรษะไม่แข็งแรงเหมือนเดิม แต่การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลมากเกินไป หากเราเข้าใจสาเหตุและเริ่มดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมค่ะ

สำหรับผู้ชายหลายท่าน ปัญหาเส้นผมไม่ได้เกิดจากกรรมพันธุ์หรืออายุเพียงอย่างเดียว แต่อาจมาจากกิจวัตรประจำวันที่ทำจนเคยชิน โดยไม่รู้ว่ากำลังค่อย ๆ ส่งผลกระทบต่อเส้นผมทีละนิด ในบทความนี้ นามนิน จึงอยากชวนคุณผู้ชายให้ลองมองเส้นผมด้วยความเข้าใจมากขึ้น ผ่าน 5 พฤติกรรมที่หลายคนอาจทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังทำร้ายเส้นผมของตนเอง

1. ใช้ความร้อนและเคมีกับเส้นผม การเป่าผมด้วยลมร้อนจัด หรือการย้อม ดัด ยืดผม อาจช่วยให้ดูเรียบร้อยหรือเสริมบุคลิกในระยะสั้น แต่ความร้อนและสารเคมีเหล่านี้ส่งผลให้เส้นผมสูญเสียความชุ่มชื้น แห้ง เปราะ และอ่อนแอลง เมื่อทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง เส้นผมจะขาดง่ายและหลุดร่วงมากขึ้นค่ะ

2. ไม่รักษาความสะอาดของเส้นผมและหนังศีรษะ การสระผมไม่สม่ำเสมอ เว้นระยะนานเกินไป และการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะ จะทำให้ความมัน เหงื่อ และสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ไปอุดตันรูขุมขน ทำให้รากผมอ่อนแอ ก่อให้เกิดอาการคันหรือรังแคตามมา

3. ความเครียด การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ และโภชนาการที่ไม่เหมาะสม ด้วยภาระหน้าที่และความรับผิดชอบในชีวิตประจำวัน อาจทำให้หลายคนพักผ่อนไม่เพียงพอ เมื่อร่างกายอ่อนล้า ระบบฟื้นฟูตามธรรมชาติก็จะทำงานได้ไม่เต็มที่ นอกจากนี้ การรับประทานอาหารไม่ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะการขาดโปรตีนซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นผม จะทำให้เส้นผมอ่อนแอและหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น

4. การรัดผมแน่นหรือใส่หมวกเป็นเวลานาน ผู้ชายผมยาวที่ชอบมัดผมแน่นๆ การทำงานที่ต้องใส่หมวกตลอดเวลา หรืออาชีพที่ต้องใส่หมวกกันน็อกตลอดทั้งวัน อาจทำให้หนังศีรษะอับชื้นและรากผมถูกดึงรั้งอยู่ตลอดเวลา เมื่อเกิดขึ้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน เส้นผมจะอ่อนแอและหลุดร่วงง่ายกว่าปกติค่ะ

5. ขาดการดูแลบำรุงเส้นผมอย่างต่อเนื่อง ผู้ชายหลายคนอาจมองว่าการดูแลเส้นผมไม่ใช่เรื่องจำเป็น และไม่ต้องบำรุงเพิ่มเติม แต่ในความเป็นจริง เส้นผมต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอไม่ต่างจากสุขภาพด้านอื่น การเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสภาพเส้นผมและการเข้ารับบริการดูแลเส้นผมอย่างถูกต้อง จะช่วยให้เส้นผมแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้นในระยะยาว


การปรับพฤติกรรมบางอย่างสามารถช่วยชะลอปัญหาผมร่วงได้ โดยการเริ่มต้นที่ทำได้ด้วยตัวเองคือการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะโปรตีน ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเส้นผม ควรเลือกจากแหล่งที่ย่อยง่าย เช่น ปลา ไข่ ถั่ว และถั่วเหลือง รวมถึงแร่ธาตุและวิตามินอย่างธาตุเหล็ก สังกะสี และวิตามินบีรวม ที่ช่วยเสริมการสร้างเซลล์ผมใหม่ ตลอดจนกรดไขมันดี Omega-3 จากปลาทะเลและเมล็ดแฟลกซ์ ที่ช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะและบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง หลุดร่วงได้ยากขึ้นค่ะ 

นอกจากการดูแลเส้นผมด้วยตัวเองแล้ว หากต้องการการบำรุงที่ลึกถึงรากผมและเข้มข้นขึ้น ที่นามนิน เรามีโปรแกรม PHB และโปรแกรม Hair Revive ที่เป็นทางเลือกในการดูแลเส้นผมที่อยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเห็นผลลัพธ์ชัดเจน โปรแกรม PHB เป็นการฉีดบำรุงหนังศีรษะโดยการใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการเอง ผสานกับวิตามินสูตรของนามนิน คลินิก ฉีดตรงเข้าสู่หนังศีรษะในบริเวณที่ต้องการฟื้นฟู ส่วน โปรแกรม Hair Revive เป็นการใช้ ไมโครนีดเดิล (Microneedle) ซึ่งเป็นเข็มขนาดเล็กสะกิดหนังศีรษะในระดับตื้น เปิดช่องรูขุมขนลึกประมาณ 1 มิลลิเมตร เพื่อส่งสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวที่ลึกกว่า ช่วยฟื้นฟูรากผม กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้เข้ารับบริการที่ไม่สะดวกผ่านกระบวนการที่ต้องใช้เลือดของตัวเองค่ะ 



แต่หากแพทย์ประเมินว่าปัญหาผมร่วงนั้นไม่สามารถฟื้นตัวได้เหมือนเดิม การปลูกผมด้วยเทคนิค NEAT เป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ให้ผลลัพธ์ถาวร เป็นอีกแนวทางที่ช่วยเติมเต็มความมั่นใจให้กลับมาอีกครั้ง โดยคุณหมอนินจะใช้ Implanter ขนาด 0.6 มิลลิเมตร ปลูกผมแทรกทีละกราฟต์ พร้อมจัดวางทิศทางให้สอดคล้องกับเส้นผมเดิม คำนึงถึงความหนาแน่นและลักษณะเส้นผมในแต่ละบริเวณอย่างละเอียด เพื่อให้แนวผมใหม่เชื่อมต่อกับผมเดิมได้อย่างกลมกลืน ผลลัพธ์ที่ได้จึงไม่ใช่เพียงความประณีตทางเทคนิค แต่คือความใส่ใจในทุกขั้นตอน จากแพทย์ผู้ลงมือปลูกผมด้วยตัวเองอย่างแท้จริง



“เส้นผม” อาจเป็นสิ่งที่ผู้ชายหลายคนมองข้าม เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของความสวยงาม แต่แท้จริงแล้ว เส้นผมคือสิ่งที่สะท้อนภาพลักษณ์ ความมั่นใจ การใส่ใจดูแลตัวเองได้ชัดเจนไม่น้อยไปกว่าเครื่องแต่งกาย สิ่งสำคัญคือการเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพเส้นผม ซึ่งที่นามนิน เราพร้อมให้คำปรึกษาและการดูแลที่เหมาะสมกับทุกปัญหา เพื่อให้คุณมั่นใจได้ในทุกช่วงวัยค่ะ

นามนินกับก้าวใหม่ ในทีมวิจัยระดับนานาชาติ พิสูจน์พลังสารสกัดธรรมชาติฟื้นผมร่วง
ปัจจุบัน หนึ่งในเทรนด์เด่นของโลกก็คือการดูแลสุขภาพโดยหันกลับสู่วิถีธรรมชาติ หรือพึ่งพาสารประกอบที่มีความเป็นออร์แกนิกมากขึ้น ไม่เว้นแม้แต่การบำรุงสุขภาพ “เส้นผมและหนังศีรษะ” ซึ่งเราจะพบเห็นการนำ “สารสกัดจากธรรมชาติ” มาเป็นส่วนสำคัญในผลิตภัณฑ์และบริการเกี่ยวกับการรักษา ดูแล ฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะต่าง ๆ มากขึ้น 

ทั้งหมดนี้ สอดคล้องกับแนวโน้มของตลาดผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุงเส้นผมสูตรออร์แกนิก ที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และยังเป็นไปในทิศทางเดียวกับเทรนด์พฤติกรรมผู้บริโภค ที่เริ่มให้ความสำคัญ และหันมาเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ ซึ่งเพิ่มความเชื่อมั่นในความปลอดภัยได้มากขึ้น เพื่อไม่ต้องกังวลกับผลข้างเคียงจากสารเคมี

ที่นามนิน เราพร้อมรุดหน้าไปในจังหวะเดียวกันกับเทรนด์สุขภาพของโลก ด้วยความเข้าใจในความต้องการของผู้บริโภคและคนรักเส้นผมอย่างแท้จริง จึงเกิดเป็นความตั้งใจที่จะเลือกสรรและต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีกว่าให้กับคนไข้อยู่เสมอ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่ แพทย์หญิงนิล นามทองต้น หรือคุณหมอนิน ไม่เคยหยุดที่จะค้นคว้าพัฒนาเทคนิค บริการ หรือผลิตภัณฑ์สำหรับการดูแลเส้นผมในรูปแบบใหม่ ๆ เพื่อให้คนไข้ได้สัมผัสประสบการณ์การรักษาที่น่าพึงพอใจยิ่งกว่า ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ควบคู่ไปกับผลลัพธ์เส้นผมและหนังศีรษะที่ดีขึ้น ภายใต้การดูแลความปลอดภัยโดยแพทย์อย่างใกล้ชิด

และก้าวสำคัญของคุณหมอนิน ก็คือการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมนักวิจัยด้านการแพทย์ในระดับนานาชาติ ซึ่งรวมคณะแพทย์จากสถาบันชั้นนำทั้งจากเกาหลีใต้ ไทย และอินโดนีเซีย เพื่อศึกษาประสิทธิภาพในการนำ “ไคโตซาน (Chitosan)” ในรูปแบบของสารสกัดธรรมชาติจากพืช มาเป็นทางเลือกใหม่ในการรักษาภาวะผมร่วง ผมบาง โดยงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Craniofacial Surgery 


เป็นที่ทราบกันดีว่า วิธีการทั่วไปที่นิยมใช้ในการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ในปัจจุบัน คือการใช้ยาไมนอกซิดิล (Minoxidil) และฟิแนสเตอไรด์ (Finasteride) ซึ่งแม้จะให้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดคือการเกิดผลข้างเคียงต่อระบบต่าง ๆ ในร่างกาย อีกทั้งตัวยาดังกล่าวยังมีการตอบสนองที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล นั่นทำให้ทีมแพทย์ผู้วิจัย มาร่วมมือกันศึกษาการใช้สารสกัดธรรมชาติ “ไคโตซาน” ที่ปลอดภัยกว่า และสามารถเป็นทางเลือกใหม่ให้กับคนไข้ นอกเหนือจากตัวยาเดิม ๆ



และจากการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ ทีมแพทย์ได้ใช้ไคโตซาน ร่วมกับ Microneedle เพื่อส่งสารสกัดธรรมชาติเข้าสู่ชั้นหนังศีรษะในระดับตื้น ให้เกิดการกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม โดยทีมแพทย์พบผลลัพธ์ที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาทางเลือกการรักษาภาวะผมร่วงในรูปแบบใหม่ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน นั่นคือมีการตอบสนองทางคลินิกในระยะแรกจากการใช้บนหนังศีรษะมนุษย์ หากใช้เป็นประจำต่อเนื่องกัน 6 เดือน สามารถเพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผม เพิ่มจำนวนเส้นผมให้ดูหนาแน่นขึ้นได้ และให้ประสิทธิภาพการฟื้นฟูเส้นผมใกล้เคียงกับไมนอกซิดิล 

ทางทีมแพทย์ยังได้ศึกษาวรรณกรรมทางการแพทย์ก่อนหน้า ซึ่งผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า สามารถใช้ผลิตภัณฑ์จากไคโตซานบนผิวหนัง ที่ความเข้มข้นสูงสุด 2% ได้อย่างปลอดภัย และให้ประสิทธิผลที่ดีในการเร่งสมานแผลและฟื้นฟูเนื้อเยื่อ ที่สำคัญ ทีมแพทย์ยังไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ ระหว่างการศึกษาในครั้งนี้  อีกทั้งยังพบว่า การใช้ไคโตซาน มีแนวโน้มความปลอดภัยที่สูงกว่า ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองน้อยกว่า เนื่องจาก
  • ดูดซึมเข้าสู่ระบบร่างกายน้อยมาก (Minimal systemic absorption) 
  • ไม่มีผลต่อฮอร์โมน (Absence of hormonal effects)

คุณหมอนินยังเสริมจากประสบการณ์ส่วนตัวกว่าสิบปีในวงการปลูกผมว่า คุณหมอได้มีโอกาสพบปัญหาผมหลากหลายรูปแบบ และเข้าใจว่าทางเลือกในการรักษาแก้ปัญหาผมยังมีอยู่เพียงไม่มาก อีกทั้งการรักษาบางรูปแบบ เช่น การใช้ยา อาจส่งผลข้างเคียงในคนไข้บางคนได้ และโดยเฉพาะสำหรับคนไข้ผู้หญิง ซึ่งไม่สามารถใช้ยากดฮอร์โมน ก็เท่ากับทางเลือกในการรักษาที่แคบลงไปอีก 



ดังนั้น การศึกษาวิจัยเพื่อเปิดทางไปสู่ตัวเลือกสารสกัดจากธรรมชาติใหม่ ๆ ในการดูแลเส้นผม จะช่วยให้คนไข้มีทางเลือกในการรักษาที่เหมาะกับตนเองมากขึ้น ต่อจากนี้ งานวิจัยอาจจะขยายผลโดยทดลองในกลุ่มตัวอย่างที่ใหญ่ขึ้น ลองเพิ่มระยะความลึกของ Microneedle รวมไปถึงเปรียบเทียบการใช้งานสารสกัดในปริมาณที่มากกว่าเดิม เพื่อให้การนำไคโตซานมาใช้จริงในอนาคต เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อคนไข้มากที่สุด

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ผมร่วงหรือผมบาง สามารถปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านเส้นผมและหนังศีรษะ เพื่อวางแผนออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสมและตรงจุด โดยแพทย์อาจแนะนำตั้งแต่การใช้ผลิตภัณฑ์ฟื้นบำรุง การเข้ารับบริการ Hair Treatment ไปจนถึงการปลูกผมถาวร ซึ่งนามนินขอแนะนำการปลูกผมถาวรเทคนิค NEAT ที่คุณหมอนินพัฒนาต่อยอดเทคนิคขึ้นเอง และได้ช่วยเปลี่ยนภาพจำอันน่ากลัวของการผ่าตัดเพื่อปลูกผมในอดีต กลายเป็นหัตถการปลูกผมที่สะดวกสบาย ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องโกนผม ปลูกผมด้วยแพทย์เองทุกเส้น ลดอาการเจ็บหรือบวม จึงแทบไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที ทั้งยังดูแลรักษาหลังปลูกได้ง่าย ๆ ไม่ยุ่งยาก ที่สำคัญ คุณหมอนินจะเป็นผู้ดูแลติดตามผล และให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอด 1 ปีเต็ม จนกว่าผลลัพธ์เส้นผมจะเติบโตแข็งแรงอย่างสมบูรณ์ คืนความหนาแน่นพร้อมกับความมั่นใจให้คนไข้

และความมั่นใจนี่เอง คือปลายทางของการฟื้นบำรุงผมที่คุณหมอนินอยากเห็นในคนไข้ทุกคน เพราะเส้นผมคือส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่มีผลต่อภาพลักษณ์และบุคลิกของเจ้าของเส้นผมโดยตรง หากปัญหาผมได้รับการดูแลจนสามารถคืนผมหนาแน่น สุขภาพดีจากภายในได้สำเร็จ คนไข้ก็จะเริ่มคืนความมั่นใจ และพร้อมก้าวออกไปใช้ชีวิตของตัวเองได้อย่างเต็มที่



นวดศีรษะวันละนิด หรือดูแลลึกถึงรากผม? เลือกวิธีที่ใช่ให้ผมคุณ
เส้นผมของเรา มักเปลี่ยนแปลงเงียบ ๆ โดยไม่ส่งเสียง....บางคนอาจเริ่มสังเกตว่า หางม้าที่เคยแน่นดูบางลงกว่าที่เคย หรือเวลาสระผม เส้นผมหลุดติดมือมากกว่าปกติ ตอนแรกอาจดูเหมือนไม่มีอะไรน่ากังวล แต่ถ้าสัญญาณเล็ก ๆ เหล่านี้เกิดบ่อยขึ้น ก็อาจถึงเวลาที่เราจะหันมาใส่ใจเส้นผมให้มากขึ้นอีกนิด เพราะบางครั้ง เส้นผมก็เป็นหนึ่งในภาษาของร่างกายที่อยากบอกอะไรบางอย่างกับเราค่ะ

แม้จะฟังดูน่ากังวล แต่ไม่ต้องตกใจไปค่ะ เพราะการดูแลเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงนั้น ไม่ใช่เรื่องยากเลย และที่สำคัญ คุณสามารถเริ่มได้ด้วยตัวเองทันที สิ่งง่ายๆ ที่อยากชวนให้ลองก็คือ “การนวดศีรษะ” ที่อาจจะดูธรรมดา แต่ได้ผลเกินคาดค่ะ แค่การนวดหนังศีรษะเบา ๆ ด้วยปลายนิ้วของเราเอง ก็สามารถช่วยกู้สถานการณ์ผมร่วง ผมบางได้แล้ว เพราะมีทั้งงานวิจัยและคำแนะนำจากแพทย์มากมายที่บอกตรงกันว่า การนวดช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต เพิ่มการส่งออกซิเจนและสารอาหารไปยังรูขุมขน เสริมให้รากผมแข็งแรงขึ้น ยืดระยะการเติบโตของเส้นผม และลดการหลุดร่วงได้อย่างเห็นผล และที่สำคัญคือ มันไม่ได้ดีแค่กับเส้นผม แต่ยังดีต่อใจเราด้วย เพราะการนวดยังช่วยคลายเครียด ลดอาการออฟฟิศซินโดรม และช่วยให้ร่างกายกลับมาสมดุลอย่างอ่อนโยน เปรียบเหมือนรางวัลเล็ก ๆ ที่เรามอบให้ตัวเองในแต่ละวัน 


สำหรับคนที่อยากเริ่มต้น ลองเริ่มจากท่าง่าย ๆ ที่ทำได้ด้วยตัวเองก่อนเลยค่ะ ขอแนะนำ 4 ท่านวดที่สามารถทำได้ทุกวัน ใช้เวลาเพียง 3-5 นาทีเท่านั้น
  • นวดปลายนิ้วแบบวงกลม ใช้นิ้วมือทั้งสองข้าง กดเบา ๆ เป็นวงกลมไล่ทั่วศีรษะ เริ่มจากกลางหัวไปยังข้างหู ท้ายทอย แล้ววนกลับมาด้านหน้า เหมือนใช้นิ้ววาดเส้นทางความผ่อนคลายไปทั่วศีรษะเลยค่ะ
  • นวดขณะสระผม ระหว่างใช้แชมพู ลองนวดศีรษะเบา ๆ ไปด้วย ช่วยให้ล้างสิ่งตกค้างได้ล้ำลึกขึ้น พร้อมผ่อนคลายไปในตัว
  • นวดขมับด้วยนิ้วโป้ง กดเบา ๆ บริเวณขมับ ช่วยให้รู้สึกโล่ง โปร่งเบา โดยเฉพาะในวันที่สมองล้า เหมาะมากกับช่วงที่อยาก “รีเซ็ต” ตัวเอง
  • นวดด้วยน้ำมันบำรุง เลือกน้ำมันที่เหมาะกับสภาพผม เช่น มะพร้าวเพื่อลดผมร่วง หรือเปเปอร์มิ้นท์เพื่อกระตุ้นเลือด แล้วนวดวนเบา ๆ ก่อนอบผ้าร้อน บอกเลยว่า ทั้งสบาย ทั้งบำรุงในขั้นตอนเดียวค่ะ
แต่ในบางครั้ง ถึงแม้เราจะดูแลเต็มที่แค่ไหน ผมก็ยังร่วงไม่หยุด หรือเริ่มบางจนเห็นหนังศีรษะมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าใครอยู่ในจุดนั้น ไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะที่นามนินคลินิก เรามีทางเลือกดี ๆ ที่ช่วยฟื้นฟูเส้นผมได้แบบตรงจุดมากขึ้น ด้วยโปรแกรมดูแลเส้นผมแบบ “ลึกถึงราก” ที่คุณหมอนินได้ออกแบบให้เหมาะกับสภาพปัญหาและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนที่สุดค่ะ

PHB Program สำหรับคนที่เริ่มมีปัญหา อยากฟื้นฟูไวและเห็นผลเร็ว โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่เริ่มรู้สึกว่าผมร่วงมากผิดปกติ หรือเส้นผมเริ่มบางลงอย่างชัดเจน จุดเด่นคือ การใช้เลือดของเราเองนำมาสกัดร่วมกับวิตามินสูตรเฉพาะของนามนิน แล้วฉีดกลับเข้าไปที่หนังศีรษะ เพื่อกระตุ้นให้เซลล์รากผมซ่อมแซมตัวเองจากภายใน ฟังดูอาจรู้สึกว่าซับซ้อน แต่จริง ๆ แล้วเป็นหัตถการที่สะดวกสบาย ใช้เวลาเพียง 40-60 นาทีเท่านั้นค่ะ หลังเข้ารับบริการไม่ต้องพักฟื้น และที่สำคัญคือเห็นผลลัพธ์ได้เร็ว ใน 3–7 วันแรก ผมร่วงจะเริ่มลดน้อยลงอย่างชัดเจน และภายใน 1–3 เดือน ผมใหม่จะเริ่มงอกขึ้นอย่างแข็งแรง ทั้งยังช่วยเพิ่มความหนา เงางาม และความมีชีวิตชีวาให้เส้นผมของเราอย่างเป็นธรรมชาติ



Hair Revive Program สำหรับคนที่ต้องการบำรุงลึกแต่ไม่สะดวกใจกับการใช้เลือดตัวเอง หรือปัญหาผมร่วงมาจากหลากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด ฮอร์โมน พันธุกรรม หรือผมบางหลังคลอด โปรแกรมนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีเลยค่ะ เริ่มต้นด้วยการทำความสะอาดหนังศีรษะด้วยแชมพูสูตรอ่อนโยน เพื่อเตรียมผิวให้พร้อมรับการบำรุง จากนั้นฉายแสงเลเซอร์ (LLLT) เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและลดการหลุดร่วงของเส้นผม



จากนั้นใช้เทคนิคเปิดผิวด้วย Microneedle Therapy เป็นการใช้เข็มขนาดเล็กเพียง 0.5 มิลลิเมตร สะกิดที่หนังศีรษะเบาๆ เพื่อเพิ่มการดูดซึมของตัวยา พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผมใหม่ แล้วจึงลงผลิตภัณฑ์บำรุงในจุดที่มีปัญหา เพื่อช่วยให้รากผมแข็งแรงและลดการอักเสบ โปรแกรมนี้เหมาะกับคนที่เคยทำเคมี ทำสี หรือใช้ความร้อนกับเส้นผมมานาน จนรู้สึกว่าผมอ่อนแอ และยังเหมาะกับคนที่เคยปลูกผมแล้ว ต้องการบำรุงให้ผมใหม่เติบโตดีในระยะยาวค่ะ

และไม่ว่าคุณจะเลือกโปรแกรมไหน ทั้ง PHB และ Hair Revive ก็ออกแบบมาให้เข้ารับบริการได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ทิ้งรอยแผล และสามารถผสานเข้ากับแผนการดูแลผมอื่น ๆ ซึ่งคุณหมอนินจะเป็นผู้ประเมินและดูแลแผนการรักษาให้แบบใกล้ชิดทุกขั้นตอนค่ะ

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะเริ่มต้นจากการนวดเบา ๆ ด้วยตัวเองที่บ้าน หรือเลือกดูแลแบบลึกถึงรากกับนามนิน เราเชื่อว่า ทุกการใส่ใจที่คุณมีให้เส้นผมในวันนี้ จะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะสุขภาพผมที่ดี ไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามภายนอก แต่คือความมั่นใจที่ส่งผลถึงตัวตนภายใน และทุกก้าวที่คุณกล้ากลับมายืนอย่างมั่นใจในแบบที่เป็นคุณเองค่ะ

หากคุณกำลังมองหาวิธีดูแลเส้นผมที่เหมาะกับตัวเอง ลองแวะมาคุยกับคุณหมอนิน ที่ นามนินคลินิก ได้นะคะ เราพร้อมดูแลคุณอย่างเข้าใจ เพราะบางครั้ง การเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ ก็เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ แค่ “ปลายนิ้ว” เท่านั้นเองค่ะ

“หลังท้ายทอย” จะเป็นอย่างไร เมื่อย้าย “กราฟต์ผม” ออกไปปลูกใหม่แล้ว
ก่อนจะตัดสินใจปลูกผมครั้งหนึ่งในชีวิต จะดีกว่าไหม หากคนไข้ได้ลองทำความเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นที่สำคัญเกี่ยวกับการปลูกผม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของ “กราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอย”

การปลูกผมถาวร คือการเจาะย้ายกราฟต์ผมต้นทุนคุณภาพดีจากด้านหลังท้ายทอย เพื่อนำมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หากถามว่าทำไมต้องเป็นพื้นที่หลังท้ายทอย คำตอบก็คือ เพราะพื้นที่ตรงนี้ เป็นจุดที่กราฟต์ผมมีความแข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย เนื่องจากสามารถต้านทานอิทธิพลจากฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ผมร่วง เราจึงเรียกพื้นที่ตรงนี้ว่า “Safe Zone” โดยกราฟต์ผมที่ย้ายไปปลูกใหม่ จะสามารถเติบโต หลุดร่วง และงอกใหม่ตามวงจรเส้นผมธรรมชาติไปได้ตลอดชีวิตของคนไข้ ที่สำคัญ ผมที่นำไปปลูกใหม่ จะต้องเป็นกราฟต์ผมของคนไข้เองเท่านั้น ไม่สามารถใช้ของคนอื่นได้ 


คำถามต่อมาที่น่าจะเกิดขึ้นในใจของหลาย ๆ คนก็คือ เมื่อย้ายกราฟต์ผมต้นทุนออกไปแล้ว บริเวณ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยจะเป็นอย่างไร ผมจะสามารถงอกขึ้นใหม่ตามปกติได้อีกไหม

คำตอบก็คือ เมื่อย้ายกราฟต์ผมออกไปแล้ว ตรงจุดนั้นจะไม่มีผมงอกขึ้นมาใหม่ได้อีก นั่นเป็นเพราะว่า ในการปลูกผม เราต้องเจาะย้ายทั้งเส้นผมและรากผมออกไปพร้อม ๆ กัน ไม่ต่างจากการปลูกต้นไม้ ที่จำเป็นต้องมีส่วนของรากอยู่ด้วย เพื่อการเจริญเติบโตต่อเนื่องต่อไปได้ เมื่อรากผมได้รับการปลูกหรือฝังตัวในพื้นที่ใหม่ วงจรเส้นผมจึงจะยังคงทำงานเป็นปกติได้ตามเดิม 

และเมื่อ Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยไม่เหลือรากผมอยู่แล้ว จึงไม่สามารถสร้างเซลล์รากผมขึ้นใหม่ หรือมีผมงอกขึ้นมาใหม่ได้ ถึงตรงนี้หลายคนต้องเริ่มกังวลใจแล้วแน่ ๆ ว่าหลังปลูกผมแล้ว ผมด้านหลังท้ายทอยจะต้องแหว่งหายไป เหลือแต่รอยแผลจากการเจาะย้ายใช่หรือไม่

ในจุดนี้ ใครก็ตามที่กำลังจะเข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT กับคุณหมอนิน ขอให้สบายใจได้เลย เพราะแม้ว่าผมจะไม่สามารถงอกขึ้นมาใหม่ได้ แต่คุณหมอนินได้ออกแบบต่อยอดเทคนิคเสริมเพื่อให้ผมด้านหลังดูเป็นปกติ โดยคุณหมอนินจะใช้ เทคนิคเจาะย้ายผมออกแบบขั้นบันได เป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมออกแบบแถบเว้นแถบ และไม่ต้องโกนผมทิ้ง เพื่อซ่อนรอยแผลแนบเนียนไปกับเส้นผมเดิม ขณะเดียวกัน คุณหมอจะเจาะย้ายกราฟต์แบบกระจายให้เกิดความสม่ำเสมอ ไม่เจาะออกแค่จุดใดเพียงจุดเดียว เพื่อไม่ให้ผมบางหรือหายไปเป็นหย่อม ๆ 


อีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยซ่อนรอยแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็คืออุปกรณ์เจาะย้ายกราฟต์ผม ที่มีขนาดของหัวเจาะเล็กเป็นพิเศษ ทั้งยังสามารถปรับให้พอดีกับขนาดของกราฟต์ผมของคนไข้ได้ จึงไม่เพียงให้ผลลัพธ์การเก็บกราฟต์ผมที่สมบูรณ์ แต่ยังช่วยให้รอยแผลที่เหลืออยู่มีขนาดเล็กมาก ๆ จนแทบสังเกตไม่เห็น ดังนั้น คนไข้จึงสามารถจัดแต่งทรงผมได้อย่างอิสระ แม้ผ่านการปลูกผมมาแล้วก็ตาม

และความโดดเด่นอีกประการหนึ่งของเทคนิค NEAT ก็คือการที่คุณหมอนินเป็นผู้ลงมือปลูกผมให้คนไข้เองทั้งหมด แบบกราฟต์ต่อกราฟต์ เส้นต่อเส้น ทำให้สามารถควบคุมทุกจังหวะการปลูกได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นทิศทางและองศาผมที่กลมกลืนไปกับผมเดิม ระยะความลึกในการปักกราฟต์ รวมถึงความหนาแน่นของผมที่พอเหมาะ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลต่อความอยู่รอดของผมใหม่ และความสวยงามเนียนตาของผมในภาพรวมด้วย




ไม่เพียงเท่านั้น คุณหมอนินยังดูแลติดตามผลตลอดระยะเวลา 1 ปีเต็ม พร้อมแนะนำบริการ Treatment ที่จะช่วยเสริมให้ทั้งผมใหม่และผมเดิมแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ได้แก่

  • PHB Treatment
โปรแกรมฟื้นบำรุงผม ที่สามารถรับบริการต่อเนื่องหลังจากปลูกผมใหม่ได้ ภายใต้คำแนะนำของคุณหมอ เพื่อกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม ให้เส้นผมและหนังศีรษะแข็งแรง เร่งการงอกใหม่ และชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ โดยสังเกตผลลัพธ์ได้ตั้งแต่การรับบริการครั้งแรก


  • Hair Revive Treatment
โปรแกรมดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ที่เหมาะกับผู้เข้ารับการปลูกผมแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป โดยอาศัยสารสกัดจากธรรมชาติและสารอาหารผมมากคุณค่า มอบการบำรุงให้เส้นผมแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดโอกาสผมหลุดร่วง พร้อมทั้งกระตุ้นให้ผมใหม่งอกเร็วขึ้น 


นี่คือส่วนหนึ่งของความใส่ใจจากคุณหมอนิน ที่มองเห็นและเข้าใจ pain point ของคนไข้ จึงพยายามต่อยอดเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อให้คนไข้เกิดความสะดวกสบาย สามารถใช้ชีวิตประจำวันหลังปลูกผมได้อย่างมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่

ดูแลสุขภาพดีแค่ไหน แต่ยังเหนื่อยใจเพราะ “ผมร่วง”
สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง คือรางวัลของคนที่ดูแลตัวเองอย่างตั้งใจเต็มที่ หลายคนหมั่นออกกำลังกายเพื่อร่างกายฟิตแอนด์เฟิร์มเป็นประจำ หลายคนเลือกรับประทานแต่อาหารที่ดีมีประโยชน์ แต่คนรักสุขภาพเหล่านี้ บางคนกลับยังต้องเผชิญกับปัญหาน่าเหนื่อยใจอย่างเช่น “ผมร่วงและผมบาง” 


ทั้งที่ดูแลตัวเองดีขนาดนี้ 
แต่ทำไมสุขภาพผมถึงไม่ดีตามไปด้วยนะ
นั่นเป็นเพราะว่า ภาวะผมร่วงและผมบาง อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ แม้ว่าเจ้าของเส้นผมจะดูแลสุขภาพดีแค่ไหน แต่ถ้ายังไม่ใช่การดูแลปัญหาผมอย่างตรงจุดตรงสาเหตุ ก็อาจจะไม่สามารถยับยั้งหรือชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ 

ผมร่วงระดับไหน 
ที่ควรเริ่มกังวลใจได้แล้ว
มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า ที่จริงแล้ว ผมของคนเราจะหลุดร่วงเป็นปกติอยู่ทุก ๆ วัน ตามวงจรธรรมชาติของเส้นผม แต่อาการผมร่วงที่อาจเรียกได้ว่าผิดปกติ และเป็นสัญญาณว่าควรได้รับการดูแลรักษา สามารถสังเกตเบื้องต้นง่าย ๆ ได้ดังนี้

  • เส้นผมร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน ติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ สังเกตได้จากเวลาที่เราสระผม หวีผม กวาดพื้นห้อง หรือสังเกตผมที่ร่วงบนหมอน
  • ผมร่วงจำนวนมากแบบเฉียบพลัน อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • ผมร่วงเป็นหย่อม จนมองเห็นหนังศีรษะ
  • ผมร่วง ร่วมกับอาการอักเสบและเป็นแผลบนหนังศีรษะ

ได้เวลาค้นหาสาเหตุที่จริงของอาการ “ผมร่วง”
เมื่อเริ่มรู้สึกแล้วว่า อาการผมร่วงของเรา น่าจะอยู่ในระดับที่ผิดปกติ ขั้นถัดมาคือการสังเกตตัวเองเพื่อมองหาสาเหตุของภาวะผมร่วง หรือปรึกษาแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านเส้นผม เพื่อร่วมกันวิเคราะห์หาสาเหตุ รวมถึงแนวทางรักษา ซึ่งสาเหตุของการที่ผมหลุดร่วงมากกว่าที่ควร มาจากปัจจัยที่หลากหลาย นอกเหนือไปจากการดูแลสุขภาพร่างกายโดยรวม

ย้อนมองคนใกล้ตัว 
มีใครในครอบครัว ผมบางหรือผมล้านบ้างไหม
ปัจจัยด้านกรรมพันธุ์ คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณผู้ชายส่วนมากต้องเผชิญกับอาการผมร่วง ผมบาง ที่อาจนำไปสู่ภาวะผมล้านในที่สุด ส่วนใหญ่แล้ว ผู้ที่มีอาการผมร่วงจากพันธุกรรม มักจะมีเจ้าฮอร์โมนที่ชื่อ DHT เป็นสาเหตุสำคัญร่วมด้วย โดยเอนไซม์ 5-alpha reductase ที่หนังศีรษะ จะเปลี่ยนฮอร์โมนเพศชาย เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ให้กลายเป็นฮอร์โมน ไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (Dihydrotestosterone) หรือ DHT ซึ่งจะพบเป็นปริมาณมากในผู้ที่ได้รับกรรมพันธุ์ผมร่วงผมบาง ส่งต่อกันมาจากคนในครอบครัว เพราะพันธุกรรมจะเป็นตัวกำหนดว่ารูขุมขนจะไวต่อ DHT มากน้อยแค่ไหน


ฮอร์โมน DHT จะเข้าไปจับกับตัวรับสัญญาณที่บริเวณรูขุมขนหรือรากผม ส่งผลให้วงจรชีวิตตามธรรมชาติของเส้นผมเปลี่ยนไป นั่นคือทำให้ระยะเจริญเติบโตของเส้นผมบนหนังศีรษะสั้นลง ขณะเดียวกันก็ทำให้ระยะพักตัว หรือระยะที่เส้นผมเก่าจะถูกดันให้หลุดร่วง เพื่อเตรียมฟื้นฟูสร้างเส้นผมใหม่ กินเวลานานขึ้น ทำให้เส้นผมหลุดร่วงไปก่อนเวลาอันควร อีกทั้งงอกใหม่ช้าลง ๆ ไม่เพียงเท่านั้น ฮอร์โมน DHT ยังส่งผลให้รูขุมขนเล็กลง รากผมอ่อนแอลง เส้นผมที่งอกใหม่จึงมีขนาดเล็ก บาง ไม่แข็งแรง เสี่ยงต่อการหลุดร่วงมากขึ้น หรืออาจถึงขั้นหยุดงอกใหม่ตลอดไป  

ลองสำรวจสภาพใจดูบ้าง 
เพราะบางครั้งเราอาจจะเครียดโดยไม่รู้ตัว
ความเครียด ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมหลุดร่วงผิดปกติได้เช่นกัน เพราะเมื่อเกิดความเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งจะไปรบกวนวงจรชีวิตตามธรรมชาติของเส้นผม ทำให้เข้าสู่ระยะพักตัวเป็นเวลานานขึ้น วงจรชีวิตผมสั้นลง และหลุดร่วงเร็วกว่าที่ควร ความเครียดยังส่งผลต่อพฤติกรรมบางอย่างที่อาจจะทำร้ายเส้นผมซ้ำได้อีก เช่น การแกะเกา หรือดึงผมตัวเองโดยไม่รู้ตัว ยิ่งทำให้รากผมเสียหาย และงอกใหม่ช้าลง 


ส่วนใครที่มักจะนอนน้อย พักผ่อนไม่เพียงพอ นี่ก็เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลเช่นกัน ทั้งยังรบกวนการผลิตโกรทฮอร์โมน (Growth Hormone) ที่มีส่วนในการสร้างเซลล์ผมอีกด้วย

กินอาหารดี 
แต่บางทีอาจไม่ครบตามหลักโภชนาการก็เป็นได้
แม้ว่าเราจะเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ แต่อาจจะยังตกหล่นสารอาหารที่จำเป็นต่อการดูแลเส้นผมไป โดยเฉพาะวิตามินหรือแร่ธาตุที่จำเป็น อย่างเช่น ไบโอติน ธาตุเหล็ก หรือสังกะสี รวมไปถึงโปรตีนที่อาจจะยังไม่เพียงพอ ซึ่งโครงสร้างส่วนใหญ่ของเส้นผมคือโปรตีนนั่นเอง ที่สำคัญ ยังควรต้องระมัดระวังเรื่องการสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย เพราะ 2 สิ่งนี้ ก็เป็นตัวการที่กระตุ้นให้เกิดอาการผมร่วงโดยตรงเช่นกัน


เรื่องเล็กที่เรามักมองข้าม 
สำรวจพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว
แม้จะเป็นพฤติกรรมเล็ก ๆ แต่เมื่อทำบ่อย ๆ วนซ้ำเป็นประจำ ก็อาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เส้นผมของเราอ่อนแอลงได้เหมือนกัน เริ่มจากการสระผมบ่อยเกินไป ที่ทำให้หนังศีรษะแห้ง จนส่งผลให้รากผมอ่อนแอลง เสี่ยงต่อการหลุดร่วงของเส้นผม บางคนอาจใช้แชมพูทำความสะอาดที่ไม่เหมาะกับเส้นผม หรือมีสารเคมีที่ทำให้ผมอ่อนแอลง หรือบางคนหวีผมขณะผมเปียกหลังสระเสร็จใหม่ ๆ ซึ่งผมที่เปียกคือผมที่อยู่ในช่วงเปราะบาง ทำให้ขาดง่ายกว่าปกติ


การจัดแต่งทรงผม ก็มีส่วนทำให้ผมร่วงได้ เพราะเป็นการใช้สารเคมีต่าง ๆ กับเส้นผมและหนังศีรษะโดยตรง และบางครั้งก็มีการใช้ความร้อนที่มากเกินไป ซึ่งหากผมไม่ได้รับการบำรุงดูแลอย่างดี ก็จะยิ่งถูกทำร้ายได้ง่ายขึ้น

ส่วนใครที่มักจะใช้ชีวิตประจำวันกลางแจ้งเป็นเวลานาน ๆ โดยไม่มีหมวก หรือร่ม ช่วยปกป้องเส้นผม ก็อาจถูกทำร้ายจากแสงแดดได้ เช่นผู้ที่ออกกำลังกายกลางแจ้งเป็นประจำ เป็นต้น

วัยและโรคภัยไข้เจ็บ 
อีกสาเหตุหนึ่งของอาการผมร่วง
ทราบหรือไม่ว่า ผู้ชายที่เข้าสู่ช่วงอายุ 30 – 40 ปี มักจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของเส้นผม ทั้งผมร่วงมากขึ้น ผมบางลง หรือผมบริเวณหน้าผากเว้าเข้าไปเป็นรูปตัว M ลึกขึ้นกว่าเดิม และยังรวมถึงสาเหตุจากปัญหาสุขภาพอื่น ๆ อย่างเช่นการที่ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติ การได้รับเคมีบำบัด หรืออาจมีโรคผิวหนังบางชนิดเกิดขึ้นบริเวณหนังศีรษะ เป็นต้น

แม้ว่าใคร ๆ ก็มีโอกาสเผชิญกับปัญหาผมร่วงและผมบาง จากหลากหลายสาเหตุ ทั้งที่ดูแลสุขภาพของตัวเองเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะผมร่วง ผมบาง เป็นอาการที่คุณผู้ชายสามารถดูแลหรือรักษาให้ดีขึ้นได้ (ขึ้นอยู่กับสภาพปัญหาผมของแต่ละคน) และเมื่อทราบสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกแนวทางการฟื้นฟูเส้นผมที่เหมาะสมและตอบโจทย์มากที่สุด

แนะวิธีรับมือปัญหาผมร่วง ผมบาง เบื้องต้น
สำหรับคุณผู้ชาย

  • ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมในชีวิตในประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการสระผม หวีผม จัดแต่งทรงผม หรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องรับแสงแดดโดยตรงเป็นเวลานาน
  • พฤติกรรมต่าง ๆ ยังรวมไปถึงการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การดูแลจิตใจไม่ให้เกิดความเครียด และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
  • เลือกรับประทานอาหารถูกต้องครบถ้วนตามหลักโภชนาการ เน้นสารอาหารที่หลากหลายและจำเป็นสำหรับการดูแลเส้นผม เช่น วิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี ไบโอติน สังกะสี ธาตุเหล็ก รวมถึงสารอาหารสำคัญอย่าง โปรตีน ซึ่งในปัจจุบันสามารถเลือกรับประทานโปรตีน ในรูปของเปปไทด์ที่สกัดจากพืช เช่นถั่วลันเตาหรือถั่วเหลืองได้อย่างสะดวกสบาย
  • อีกทางเลือกหนึ่งที่คุณผู้ชายสามารถดูแลตัวเองได้ง่าย ๆ ก็คือการทาเซรั่มบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ ซึ่งมาพร้อมคุณสมบัติที่ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเส้นผม กระตุ้นการไหลเวียนเลือด และดูแลหนังศีรษะให้แข็งแรง

ผมร่วงจนเหนื่อยใจ 
ได้เวลาปรึกษาแพทย์
หลายคนอาจจะปล่อยเวลาล่วงเลยจนอาการผมร่วงอยู่ในระดับที่รุนแรงขึ้น บางคนเริ่มสังเกตเห็นหนังศีรษะตรงบริเวณที่ผมบางชัดขึ้น ถึงตรงนี้ นามนินขอแนะนำให้เข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้มีประสบการณ์ด้านการดูแลฟื้นฟูเส้นผม เพื่อวางแผนการรักษาอย่างตรงจุด ด้วยวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้

ปลูกผมถาวร เทคนิค NEAT 
เป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยมาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง โดยไม่ต้องโกนผม ไม่ต้องผ่าตัด เพียงใช้อุปกรณ์ขนาดเล็กพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อการปลูกผมโดยเฉพาะ จึงลดอาการบวม เจ็บ เลือดออกน้อย รอยแผลเล็ก จนแทบไม่ต้องพักฟื้น หลังปลูกเสร็จสามารถใช้ชีวิตประจำวันต่อได้ทันที โดยแพทย์จะเป็นผู้วางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ให้ตอบโจทย์สภาพปัญหาและความต้องการของคนไข้อย่างแท้จริง อาศัยทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ในการเติมเต็มเส้นผม เพื่อคืนความมั่นใจให้กับคนไข้ 

ที่สำคัญ เทคนิค NEAT เป็นการปลูกผมโดยแพทย์เองแบบเส้นต่อเส้น จึงวางใจได้ในประสิทธิภาพ ความละเอียดพิถีพิถันและความใส่ใจ แพทย์ยังต่อยอดเทคนิคต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนไข้ ทั้งในขณะเข้ารับการปลูกผม และเมื่อกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหลังปลูก




ทั้งนี้ แพทย์ให้แนะนำให้เริ่มเข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT โดยไม่ต้องรอให้สูงวัย หรือรอให้ปัญหาผมบางรุนแรงเสียก่อน และนี่คือเหตุผลที่คุณผู้ชายควรเริ่มรักษาตั้งแต่ผมเริ่มร่วงเพียงไม่มาก หรือผมเริ่มบางเพียงเล็กน้อย  

  • ข้อแรก การปลูกผมเป็นการใช้กราฟต์ผมคุณภาพดีจากด้านหลังท้ายทอยของคนไข้เอง ซึ่งมีปริมาณจำกัด และอาจเหลือน้อยลงเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้น การเริ่มปลูกผมตั้งแต่อายุยังน้อย พื้นที่ผมบางยังไม่กว้าง ทำให้มั่นใจได้ว่า จะมีกราฟต์ผมเพียงพอสำหรับปลูกใหม่ 
  • ต่อเนื่องจากข้อแรก เมื่อใช้จำนวนกราฟต์ผมน้อยในการปลูกใหม่ นั่นหมายความว่า ค่าใช้จ่ายก็จะยังไม่สูงเมื่อเทียบกับผู้ที่ผมบางหรือผมล้านรุนแรงเป็นวงกว้าง
  • ข้อต่อมา หากปลูกผมตั้งแต่ในช่วงวัยหนุ่ม ซึ่งปัญหาผมบางยังไม่รุนแรง หลังปลูกเพื่อเติมเต็มผมใหม่แล้ว ภาพลักษณ์และบุคลิกจะยังดูไม่เปลี่ยนไปมาก จนแทบไม่มีใครสังเกตหรือทักว่าไปปลูกผมมา จึงไม่ต้องกังวลในจุดนี้
  • สุดท้าย แพทย์จะติดตามดูแลผลทุกระยะด้วยตัวเอง ตลอดเวลา 1 ปีเต็ม จนกว่าผมใหม่จะเติบโตแข็งแรงอย่างสมบูรณ์ ผลลัพธ์ที่ได้จึงอยู่กับคนไข้ไปได้นานที่สุด

PHB Treatment
นอกจากการปลูกผมถาวรแล้ว แพทย์อาจแนะนำให้เข้ารับบริการ Treatment อย่างเช่นโปรแกรม PHB ที่ออกแบบมาเพื่อบำรุงและฟื้นฟูผมถึงชั้นลึก ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผมจากภายใน ทั้งเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผมและหนังศีรษะ เร่งการสร้างเซลล์ผมใหม่ พร้อมชะลอผมหลุดร่วง 



โปรแกรม PHB มีขั้นตอนที่สะดวกสบาย เพียงใช้วิธีฉีดเข้าสู่หนังศีรษะโดยตรงในจุดที่มีปัญหา โดยไม่ทิ้งรอยแผล ไม่ต้องพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มพบปัญหาผมร่วง ผมบาง ในระยะเริ่มต้น ซึ่งคนไข้สามารถสังเกตเห็นผลลัพธ์ได้ตั้งแต่เข้ารับบริการครั้งแรก

Hair Revive Treatment
สำหรับ Hair Revive Treatment เป็นโปรแกรมที่เน้นคุณประโยชน์จากสารสกัดจากธรรมชาติร่วมกับสารอาหารผม ช่วยให้สุขภาพผมแข็งแรงขึ้น ลดการอักเสบ ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย กระตุ้นการเจริญเติบโตของรากผม เร่งการงอกใหม่ และลดโอกาสผมหลุดร่วง โดยจะเป็นการเปิดผิวด้วย Microneedle Therapy ความลึก 0.5 มิลลิเมตร ให้ผิวพร้อมเต็มที่สำหรับรับการบำรุงจากผลิตภัณฑ์ที่จะทาลงบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง

Hair Revive Treatment ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาผมร่วงจากหลากหลายสาเหตุที่นำเสนอไว้ในช่วงต้น ทั้งยังเหมาะกับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป



หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณผู้ชายเข้าใจที่มาที่ไปของอาการผมร่วง ผมบาง ได้ดีขึ้น เพื่อนำไปสู่แนวทางการรักษาฟื้นฟูเส้นผมและหนังศีรษะที่ถูกต้อง หรือสามารถเข้ามาปรึกษาพูดคุยกับแพทย์ของนามนินได้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ได้ประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

ฟื้นฟูผมบางจากภาวะ SLE ด้วยโปรแกรม PHB และ Hair Revive Program
โรคภูมิคุ้มกันทำลายตัวเอง หรือที่เรียกว่า Systemic Lupus Erythematosus (SLE) เป็นภาวะเรื้อรังที่เกิดจากความแปรปรวนของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งในภาวะปกติ “ระบบภูมิคุ้มกัน” จะทำหน้าที่ปกป้องร่างกายจากเชื้อโรคต่างๆ แต่สำหรับผู้ป่วย SLE ระบบภูมิคุ้มกันกลับเข้าใจผิดว่าร่างกายตัวเองคือศัตรู จึงสร้างแอนติบอดีโจมตีเนื้อเยื่อต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดการอักเสบในหลายอวัยวะ เช่น ผิวหนัง ข้อต่อ ไต หัวใจ ปอด เลือด และระบบประสาท ทำให้อาการของผู้ป่วยแต่ละคนแตกต่างกันไป บางคนอาจมีเพียงผื่นและผมร่วง ขณะที่บางคนอาจประสบอาการภายในร่วมด้วย


หนึ่งในอาการที่ส่งผลต่อความมั่นใจของหลายคนคือ “ภาวะผมร่วง” ซึ่งมักเกิดจากรูขุมขนที่ถูกกระทบจากความแปรปรวนของระบบภูมิคุ้มกัน รากผมอาจอักเสบหรือหยุดทำงานชั่วคราว ส่งผลให้เส้นผมหลุดร่วงง่าย และบางครั้งอาจมาพร้อมกับผิวหนังอักเสบร่วมด้วย ลักษณะผมร่วงจาก SLE มักเป็นแบบกระจายทั่วศีรษะ หรือร่วงเป็นหย่อมๆ โดยไม่ทิ้งแผลเป็น และมักสัมพันธ์กับช่วงที่โรคลุกลามหรือการใช้ยาบางชนิด


หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังเผชิญกับภาวะนี้ หรือรู้สึกกังวลใจทุกครั้งที่เห็นเส้นผมหลุดร่วงและบางลง นามนินคลินิกขออยู่เคียงข้าง เพื่อดูแลและช่วยให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างมั่นใจ เพราะตราบใดที่รูขุมขนยังสมบูรณ์และไม่ถูกทำลายถาวร การฟื้นฟูอย่างถูกวิธีจะสามารถช่วยให้ผมกลับมางอกใหม่ได้อีกครั้ง ด้วย โปรแกรม PHB และ Hair Revive Program ที่ได้รับออกแบบและพัฒนาโดย พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม ซึ่งทั้งสองโปรแกรมเป็นทางเลือกในการฟื้นฟูเส้นผมโดยไม่จำเป็นต้องปลูกผมค่ะ 

ในทุกขั้นตอนของโปรแกรม PHB และ Hair Revive Program คุณหมอนินจะดูแลด้วยตัวเอง เริ่มจากการพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจปัญหาเฉพาะบุคคล และตรวจวิเคราะห์สภาพเส้นผมกับหนังศีรษะอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสมที่สุด เพราะเส้นผมและรากผมของแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การดูแลอย่างตรงจุดจึงเป็นหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูค่ะ

เมื่อเข้าสู่ขั้นตอนการดูแล คุณจะได้รับการฉายแสง LLLT (Low-Level Laser Therapy) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแสงเลเซอร์อ่อนโยนที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ปุ่มผมให้สามารถลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนมาหล่อเลี้ยงรากผมได้ดียิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตบริเวณหนังศีรษะ เสริมให้รากผมแข็งแรงและพร้อมสำหรับการฟื้นตัว


สองโปรแกรมนี้จะมีเทคนิคแตกต่างกันเล็กน้อย โปรแกรม PHB จะเป็นการฉีดสารบำรุงเข้าที่หนังศีรษะ เพื่อเติมเต็มความแข็งแรงให้รากผมโดยตรง ช่วยให้เส้นผมที่อ่อนแอกลับมามีชีวิตชีวา ดกดำ และเงางามขึ้น ส่วน Hair Revive Program เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบำรุงลึกแต่ไม่สะดวกใจกับการใช้เลือดของตนเอง เป็นการบำรุงด้วยเทคนิค Microneedle Therapy โดยใช้เข็มขนาดเล็กเพียง 0.5 มิลลิเมตร สะกิดเบา ๆ บนหนังศีรษะ เพื่อเปิดทางให้ตัวยาซึมซาบได้ดียิ่งขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเซลล์ผมใหม่ จากนั้นจึงลงผลิตภัณฑ์บำรุงเฉพาะจุด เพื่อเสริมความแข็งแรงให้รากผมในระยะยาว ซึ่งคุณหมอนินจะเป็นผู้ให้คำแนะนำและเลือกแนวทางการดูแลที่เหมาะสมให้แต่ละท่านค่ะ



เมื่อดูแลต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ ทั้งสองโปรแกรมจะค่อย ๆ กระตุ้นให้เส้นผมกลับมางอกใหม่ เพิ่มความหนาแน่น และทำให้เส้นผมดูสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เส้นผมที่เคยบางจะค่อย ๆ กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมคืนความมั่นใจให้คุณได้อย่างอ่อนโยนและยั่งยืน

แม้การเผชิญกับโรค SLE อาจเป็นเส้นทางที่ยาวนานและต้องอาศัยทั้งความอดทนและกำลังใจ แต่โปรดรู้ไว้ว่าคุณไม่ได้เดินอยู่ลำพัง ทุกการดูแลและความตั้งใจเล็ก ๆ ที่คุณมอบให้ตัวเองในแต่ละวัน ล้วนเป็นก้าวสำคัญของการฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ นามนินคลินิกเชื่อว่า “ความงามและความมั่นใจ” ไม่ได้หายไปพร้อมกับเส้นผมที่ร่วงหล่น หากแต่สามารถกลับมาได้เสมอ เมื่อได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ขอเพียงคุณเปิดใจให้เราดูแลไปพร้อมกัน ผมที่เคยอ่อนแอจะกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมรอยยิ้มและความมั่นใจจากภายในค่ะ 



แพทย์ไทยร่วมทีม ผลงานวิจัยนานาชาติชี้ “ไคโตซาน“ สารสกัดธรรมชาติทางเลือกใหม่ เสริมการงอกของเส้นผม ผลลัพธ์เทียบ Minoxidil 5%
ปัญหาผมร่วง ผมบาง เป็นเรื่องที่หลายคนกังวล โดยเฉพาะภาวะ ผมร่วงแบบพันธุกรรม (Androgenetic alopecia) และ ผมร่วงกระจาย (Diffuse hair loss) ซึ่งพบได้บ่อยทั้งในผู้ชายและผู้หญิง ประมาณ 50% ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี ปัจจุบันการรักษามาตรฐานที่นิยมคือ ไมนอกซิดิล ( minoxidil ) และ ฟิแนสเตอไรด์ (finasteride ) แต่ก็มีผู้ที่ตอบสนองต่อการรักษาไม่เท่ากัน และมีข้อจำกัด เช่น ผลข้างเคียงต่อระบบร่างกาย และการตอบสนองที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ทำให้เกิดความสนใจในทางเลือกอื่น ๆ ที่ไม่พึ่งฮอร์โมนเพิ่มมากขึ้น

ล่าสุดทีมนักวิจัยจากนานาชาติ ได้ร่วมกันศึกษาประสิทธิภาพของ ไคโตซาน (Chitosan) สารสกัดจากธรรมชาติจากพืช ที่มีคุณสมบัติที่สามารถนำมาใช้เสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม



การวิจัยครั้งนี้จัดทำโดยคณะแพทย์จากหลายสถาบันในประเทศเกาหลีใต้  ประเทศไทย และอินโดนีเซีย ซึ่งหนึ่งในคณะแพทย์ผู้ร่วมวิจัยคือ พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม จาก นามนิน คลินิก ประเทศไทย ซึ่งได้เข้าร่วมออกแบบและวิเคราะห์ผลการศึกษา

ผลลัพธ์จากการศึกษานี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาทางเลือกการรักษาผมร่วงรูปแบบใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับฮอร์โมน
การใช้ไคโตซานอาจมี ข้อได้เปรียบที่สำคัญ ได้แก่
 • การดูดซึมเข้าสู่ระบบร่างกายน้อยมาก (minimal systemic absorption)
 • ไม่มีผลต่อฮอร์โมน (absence of hormonal effects)



แสดงให้เห็นถึง ความปลอดภัยที่ดีและการตอบสนองทางคลินิกในระยะแรก จากการใช้บนหนังศีรษะของมนุษย์  สามารถเพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของเส้นผม, จำนวนของเส้นผม และความพึงพอใจของผู้ป่วยได้ โดยไม่พบผลข้างเคียงใด ๆ ระหว่างการศึกษา

นอกจากนี้ วรรณกรรมทางการแพทย์ก่อนหน้านี้ที่ศึกษา ผลิตภัณฑ์ไคโตซานทาผิวหนัง ยังสนับสนุนว่า ความเข้มข้น สูงสุดถึง 2% สามารถใช้ได้อย่าง ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ในการเร่งการสมานแผลและการฟื้นฟูเนื้อเยื่อ

ผลการศึกษานี้สนับสนุนว่า ไคโตซาน โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับไมโครนีดเดิล อาจเป็นทางเลือกที่ไม่ใช้ฮอร์โมน (non-hormonal alternative) เป็นแนวทางการรักษาใหม่ที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับการฟื้นฟูเส้นผม

รายละเอียดงานวิจัยฉบับเต็ม
https://journals.lww.com/jcraniofacialsurgery/abstract/9900/comparative_efficacy_of_topical_chitosan_and.3275.aspx

หมายเหตุ
Journal of Craniofacial Surgery เป็นวารสารทางการแพทย์ที่มีการผ่านการตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ (peer-reviewed journal) เน้นเผยแพร่บทความวิจัยและบทความวิชาการด้านศัลยกรรมใบหน้าและกะโหลกศีรษะ รวมถึงศัลยกรรมตกแต่งเด็กและศัลยกรรมช่องปาก มีลักษณะเป็นวารสารวิชาการแบบตีพิมพ์เป็นระยะ (bi-monthly) โดยสำนักพิมพ์ที่มีชื่อเสียง Lippincott Williams & Wilkins


เติมอาหารผม ด้วย “วิตามิน” แก้ผมร่วง
วันนี้ คุณเติมอาหารดี ๆ ให้เส้นผมหรือยัง ? 

เส้นผมก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ที่ต้องการอาหารมาหล่อเลี้ยงเพื่อการเจริญเติบโตและการทำงานของเซลล์ที่มีประสิทธิภาพเช่นกัน และหนึ่งในอาหารที่คนรักผมควรเลือกรับประทานเพื่อบำรุงผมให้แข็งแรง ก็คือ “วิตามิน” ซึ่งเป็นสารอาหารเปี่ยมคุณประโยชน์ที่จำเป็นต่อการทำงานแทบทุกส่วนของร่างกาย 

นามนินจึงขอแนะนำคุณประโยชน์ของวิตามินชนิดต่าง ๆ ที่จะช่วยเสริมให้เส้นผมสุขภาพดีจากภายใน ไม่หลุดร่วงง่าย ไม่ต้องโบกมือบ๊ายบายเส้นผมไปก่อนเวลาอันควร เพราะบางครั้งสาเหตุของอาการผมร่วง ก็มาจากการขาดวิตามินบางชนิดได้เหมือนกัน โดยเราสามารถเลือกรับประทานอาหารที่มีวิตามินสูง หรือรับประทานวิตามินเสริมเพื่อบำรุงและฟื้นฟูเส้นผม ภายใต้คำแนะนำของแพทย์


Biotin 
ช่วยเสริมสร้างเคราติน ซึ่งเป็นโปรตีนส่วนประกอบหลักของผม กระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม ทำให้เส้นผมแข็งแรง ลดอาการผมเปราะบาง แห้งเสีย ขาดหลุดร่วงง่าย
แหล่งอาหาร – ปลาแซลมอน ไข่ ตับ ถั่ว มันหวาน อะโวคาโด

Vitamin D 
ช่วยเสริมการทำงานของรูขุมขนให้เป็นไปอย่างปกติ กระตุ้นการสร้างเซลล์ผมใหม่ เพิ่มความเงางามให้เส้นผม หากขาดวิตามินดี จะยิ่งเสี่ยงต่ออาการผมร่วงเป็นหย่อม ๆ
แหล่งอาหาร - นม ไข่ ปลาแซลมอน (หรือสามารถใช้วิธีออกไปรับแสงแดดอ่อน ๆ ในตอนเช้าก็ได้เช่นกัน)

Vitamin E 
มีส่วนสำคัญในการสร้างเคราติน ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มการไหลเวียนเลือดที่หนังศีรษะ ทำให้เส้นผมแข็งแรง เงางาม ดูมีชีวิตชีวา
แหล่งอาหาร - เนื้อสัตว์ นม ไข่ ถั่ว ธัญพืชต่าง ๆ

Vitamin A 
มีส่วนสำคัญในการเจริญเติบโตของเซลล์ทุกส่วนในร่างกาย ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ทั้งยังกระตุ้นการผลิตซีบัม หรือน้ำมันตามธรรมชาติ ทำให้หนังศีรษะไม่แห้ง โดยควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
แหล่งอาหาร – ผักใบเขียว มะเขือเทศ ฟักทอง ผลไม้ ตับ น้ำมันปลา ไข่ นม

Vitamin C 
ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน บำรุงรากผม ลดการอักเสบ พร้อมปกป้องเส้นผมจากสารอนุมูลอิสระ ที่เป็นสาเหตุทำให้ผมอ่อนแอหลุดร่วงง่ายได้เช่นกัน
แหล่งอาหาร - ส้ม มะนาว ฝรั่ง ผักคะน้า ผักโขม ผักกาดขาว ดอกกะหล่ำ

Vitamin B รวม 
ช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือดไปที่หนังศีรษะ เสริมบำรุงรากผมให้แข็งแรง
แหล่งอาหาร -  เนื้อสัตว์ โดยเฉพาะปลา ไข่ ถั่ว ผักใบเขียว 


เมื่ออาหารผมที่ดี คือทางเลือกในการปกป้องและแก้ปัญหาเส้นผมจากภายใน ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาใส่ใจดูแลเส้นผม และบอกรักผมด้วยวิธีง่าย ๆ อย่างเช่นการเติมวิตามินที่ใช่ให้เส้นผมนั่นเอง

ยกหน้า Endotine ทำให้ผมร่วงจริงหรือ?
อาการ “ผมร่วง” หลังการทำศัลยกรรม เป็นปัญหาที่อาจพบได้ในบางกรณี เนื่องจากการทำศัลยกรรมบางครั้งจำเป็นต้องมีการผ่าตัดและการเย็บแผลในบริเวณหนังศีรษะ เท่ากับว่าอาจเกิดความเสี่ยงที่จะไปรบกวนหรือกระทบกระเทือนรากผมบริเวณนั้น จนเกิดภาวะผมร่วงตามมาได้

Endotine เป็นหัตถการหนึ่งที่เน้นดูแลปัญหาใบหน้าส่วนบน ได้แก่ช่วงหน้าผากและคิ้ว จึงมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบถึงรากผมได้เช่นกัน โดย Endotine เป็นชื่อเรียกเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ขนาดเล็กที่เป็นส่วนหนึ่งของการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า ผลิตจากวัสดุทางการแพทย์ สามารถย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ Endotine จะถูกสอดเข้าไปใต้ผิวหนัง เพื่อยึดกับเนื้อเยื่อและช่วยยกกระชับผิวหนังที่หย่อนคล้อยให้กลับมาเต่งตึงขึ้น สามารถยกกระชับใบหน้าได้หลายส่วน เช่น แก้ม คาง แต่ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก คือการใช้ Endotione ยกกระชับหน้าผากและคิ้ว เพื่อปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย และคืนความอ่อนเยาว์ให้กับใบหน้าอีกครั้ง



ทั้งนี้ แผลผ่าตัดที่เกิดขึ้นจากการทำ Endotine ยกกระชับหน้าผากและคิ้ว จะได้รับการซ่อนไว้ในบริเวณไรผม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอาการ “ผมร่วง” ได้ หากแพทย์ผู้ทำหัตถการไม่ได้มีความชำนาญในการผ่าตัด หรือมีความระมัดระวังมากเพียงพอ แผลดังกล่าวอาจไปกระทบกระเทือนให้รากผมเกิดความเสียหาย หรืออีกกรณีหนึ่ง หลังทำหัตถการเรียบร้อยแล้ว คนไข้ขาดความเอาใจใส่ที่จะดูแลแผลให้ดี จนเกิดอาการแทรกซ้อนหรือติดเชื้อ ก็ส่งผลให้รากผมเกิดการบาดเจ็บ เสียหายได้เช่นกัน






อย่างไรก็ตาม หากแพทย์ผู้ทำหัตถการ เลือกตำแหน่งหรือวางแนวแผลผ่าตัดที่เหมาะสม พร้อมกับเพิ่มความระมัดระวังทะนุถนอมรากผมไม่ให้ถูกรบกวนหรือทำลายระหว่างผ่าตัด ก็จะลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผมได้
และสำหรับคนไข้บางรายที่เผชิญกับภาวะผมร่วงหลังการทำหัตถการ Endotine ก็ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะโดยทั่วไป อาการเหล่านั้นจะเกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ซึ่งผมของคนไข้จะเริ่มกลับมาหลังผ่านไป 6 - 8 เดือน ขณะที่คนไข้บางคนอาจเผชิญภาวะผมร่วงกินพื้นที่กว้าง หรือในระยะเวลาที่นานกว่านั้น ซึ่งคนไข้สามารถดูแลตนเองเบื้องต้นได้ ด้วยการทาเซรั่มลดการหลุดร่วงและเร่งการงอกใหม่ของเส้นผม หรือรับประทานวิตามินบำรุงที่อุดมไปด้วยสารอาหารผมมากคุณประโยชน์โดยตรง

แต่สำหรับใครที่ต้องการฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาเร็วขึ้น ปัจจุบันนามนินมีโปรแกรมแก้ปัญหาผมร่วงหลัก 2 แบบ คือ
Hair Revive Program และ PHB  ซึ่งต่างให้ผลลัพธ์ที่ดี แต่มีวิธีการรักษาแตกต่างกัน

Hair Revive Program
โปรแกรมลดโอกาสผมหลุดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม มีข้อดีคือไม่จำเป็นต้องใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการ ระหว่างทำจะใช้แสงเลเซอร์พลังต่ำ (LLLT) และใช้ Microneedle สะกิดหนังศีรษะเพื่อส่งสารบำรุงสู่ผิวชั้นลึก


PHB
เป็นทรีตเมนต์ที่ต้องใช้เลือดของผู้เข้ารับบริการ โดยแพทย์จะนำเลือดไปผ่านกระบวนการแยกส่วนประกอบพร้อมกับเพิ่มวิตามินของนามนินเข้าไปแล้วจึงฉีดกลับเข้าสู่หนังศีรษะโดยตรง วิธีนี้ช่วยฟื้นฟูรากผม ลดการหลุดร่วง และกระตุ้นให้ผมงอกใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเร่งฟื้นฟูเส้นผม หรืออยู่ในช่วงเริ่มมีปัญหาผมบาง




ไม่ว่าคุณจะเลือก Hair Revive Program หรือ PHB ทั้งสองวิธีล้วนออกแบบมาเพื่อฟื้นบำรุงและเสริมความแข็งแรงของรากผม ให้เส้นผมค่อย ๆ กลับมาดกหนาและมีสุขภาพดีอีกครั้ง โดยแพทย์จะช่วยประเมินและเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดกับสภาพผมและความต้องการของคุณ