Tag : Premium Hair Booster
5 ทรงผมสุดปัง! เปลี่ยนสาวผมบาง ให้ดูผมหนาขึ้นทันตา
5 ทรงผมสุดปัง! เปลี่ยนสาวผมบาง ให้ดูผมหนาขึ้นทันตา

ผมบาง ปัญหาเส้นผมที่ทำให้สาว ๆ หลายคนขาดความมั่นใจไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะทำผมทรงไหน ๆ ก็ไม่สวยตรงใจ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไป เพราะวันนี้นามนินเราได้รวบรวมเอา 5 ทรงผมสุดปัง! สำหรับผู้หญิงผมบาง ที่สามารถช่วยเนรมิตผมของสาว ๆ ให้ดูหนา และสวยงามเข้ากับใบหน้าได้มากขึ้น มาฝากกัน ตามมาอ่านพร้อม ๆ กันได้เลย 

สาเหตุที่ทำให้ผู้หญิงผมบาง
ก่อนจะไปดูว่ามีทรงผมสำหรับผู้หญิงผมบางทรงไหนบ้างนั้น ลองมาดูกันก่อนว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้สาว ๆ หลายคนต้องเผชิญกับปัญหาผมบางนั้นเกิดจากอะไร? เพื่อที่จะได้หาทางออกในการดูแลรักษาผมบางได้อย่างตรงจุด ดังนี้
  • กรรมพันธุ์ หากพบคนในครอบครัวมีประวัติผมร่วง ผมบาง 
  • ความไม่สมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย โดยเฉพาะผู้หญิงที่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์ หลังคลอด หรือวัยหมดประจำเดือน
  • อายุที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เซลล์รากผมเสื่อมสภาพ และอ่อนแอ
  • การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาเคมีบำบัดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  • ภาวะความเครียด หรือภาวะทางจิตใจต่าง ๆ ที่ทำให้ร่างกายทำงานผิดปกติ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพเส้นผม
  • ภาวะขาดสารอาหาร ร่างกายได้รับสารอาหารบำรุงเส้นผมไม่เพียงพอ 
  • โรคภัยไข้เจ็บบางชนิด เช่น โรคต่อมไทรอยด์เป็นพิษ 
  • ไลฟ์สไตล์ที่ทำร้ายสุขภาพเส้นผม เช่น การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ 
  • การดูแลเส้นผมที่ผิดวิธี เช่น ใช้สารเคมีกับเส้นผมมากเกิน รวบผมตึงเกินไป หรือการเกาหนังศีรษะอย่างรุนแรง 

    ผู้หญิงผมบางทำทรงผมแบบไหนดี? 
หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาผมบาง จนทำทรงผมเดิมไม่ได้ เพราะเริ่มสังเกตเห็นหนังศีรษะชัดมากขึ้น จนทำให้ขาดความมั่นใจ และรู้สึกว่าทรงผมเดิมอาจไม่เข้ากับตัวเองอีกต่อไป แนะนำให้ลองทำทรงผมสำหรับผู้หญิงผมบางดังต่อไปนี้ รับรองว่าสามารถช่วยทำให้เส้นผมที่เคยดูบาง ลีบ แบน กลับมาดูเหมือนหนาขึ้น และเสริมบุคลิกภาพให้มั่นใจกว่าเดิมได้อย่างแน่นอน

1. ทรงผมบ๊อบเท 
ทรงผมบ๊อบเท เป็นทรงผมสั้นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยความเก๋ไก๋และสามารถปรับเปลี่ยนได้หลากหลายสไตล์ โดยมีลักษณะเด่นคือ ผมด้านหน้ายาวกว่าด้านหลัง จึงช่วยพรางสายตาให้ผมดูหนาขึ้นและมีมิติมากยิ่งขึ้น



2. ผมประบ่าทรง Wolf Cut 
ถ้าอยากได้ผมที่ดูหนา และดูทันสมัยต้องไม่พลาดทรง Wolf Cut เด็ดขาด! ซึ่งเป็นทรงผมที่ให้ลุคเท่ ๆ สไตล์วินเทจ แต่ก็ยังคงความหวานและน่ารักได้ในเวลาเดียวกัน โดยจะเป็นทรงผมคล้าย ๆ กับทรงบ๊อบ แต่จะใช้เทคนิคการซอยและสไลด์ผม ทำให้เกิดเลเยอร์ที่ช่วยเพิ่มมิติและวอลลุ่มให้กับเส้นผม จึงทำให้ผมดูหนาขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ 


3. ทรงผมไว้หน้าม้า
ไม่ว่าคุณจะผมยาว หรือผมสั้น ถ้าอยากให้ผมดูหนา แนะนำให้แบ่งผมด้านหน้ามาตัดเป็นทรงหน้าม้า เพื่อพรางตาให้ผมโดยรวมดูหนาขึ้นได้ เพราะจะช่วยดึงดูดสายตาให้คนส่วนใหญ่ไปโฟกัสที่ผมหน้าม้ามากกว่านั่นเอง ซึ่งสามารถทำได้ทั้งหน้าม้าตรง หน้าม้าซีทรู หรือหน้าผากปัดข้างก็ได้


4. ทรงผมดัดลอนคลาย
รู้หรือไม่? การทำผมให้ดูยุ่งนิด ๆ เป็นลอนใหญ่หน่อย ๆ จะช่วยทำให้ผมของคุณดูหนาขึ้นได้ ไม่ว่าคุณจะมีผมสั้น หรือยาว แนะนำว่าให้ดัดลอนใหญ่ ๆ พร้อมกับทำให้ลอนคลายตัวเล็กน้อย ก็จะช่วยให้ดูผมเยอะพองหนาได้ขึ้นเท่าตัวเลยทีเดียว


5. ทรงผมปัดข้างแสกลึก 
สำหรับสาวผมบางที่ผมยาว แล้วไม่รู้จะทำทรงผมไหนดีที่ช่วยให้ผมดูหนาขึ้น แนะนำว่าให้ลองเปลี่ยนการแสกกลางมาเป็นแสกข้างแบบลึกดู เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้ผมดูหนาขึ้นแล้ว ยังเป็นทรงผมที่มีส่วนช่วยให้โคนผมยกขึ้น พาให้เส้นผมดูมีวอลลุ่ม ไม่ลีบแบนอย่างเดิมอีกด้วย 


ไม่ต้องเสียเวลาทำทรงผม เรียกคืนผมหนาได้ด้วยโปรแกรม PHB 
หากคุณอยากจบปัญหาผมบางอย่างตรงจุด ให้เส้นผมสุขภาพดี มีลักษณะเส้นใหญ่ ดกหนา แบบไม่ต้องแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ โปรแกรม PHB หรือ Premium Hair Booster ของที่นามนินคลินิกสามารถช่วยคุณได้ โปรแกรมนี้เป็นทรีตเมนต์บำรุงผมแบบฉีดที่คิดค้นและพัฒนาสูตรโดยคุณหมอนิน แพทย์ประจำคลินิก สามารถฟื้นบำรุงสุขภาพเซลล์รากผมให้แข็งแรง ลดการขาดหลุดร่วงที่เป็นสาเหตุของปัญหาผมบางได้อย่างตรงจุด และสามารถช่วยกระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 



อีกทั้งยังเป็นโปรแกรมดูแลสุขภาพเส้นผมและหนังศีรษะที่ใช้เวลาทำหัตถการไม่นานเพียงแค่ 30-40 นาทีต่อครั้งเท่านั้น ที่สำคัญไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หลังทำสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ และยิ่งหากเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่อง 2-3 ครั้งขึ้นไป หรือตามที่คุณหมอประเมินไว้เบื้องต้นตามลักษณะของปัญหาแต่ละบุคคล ก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ช่วยให้คุณกลับมามีผมหนาแน่นเต็มพื้นที่ได้อีกครั้ง โดยไม่ต้องพึ่งการทำทรงผมปกปิดปัญหาผมบางเลย

สรุป

สำหรับคนที่มีปัญหาผมบาง กวนใจอยู่ นอกจากการเลือกทำทรงผมที่เหมาะสำหรับผู้หญิงผมบางแล้ว โปรแกรม PHB ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยเนรมิตผมหนาให้คุณได้อีกครั้ง หากคุณกำลังอยากแก้ปัญหาผมบาง ต้องการฟื้นบำรุงเส้นผมให้ดกหนา สามารถเข้ามาปรึกษาที่นามนินคลินิกได้เลย เราใส่ใจในการรักษาทุกเคส ประเมินแนวทางการรักษาอย่างตรงจุด พร้อมให้คำแนะนำอย่างจริงใจ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตรงใจคนไข้ ช่วยเสริมบุคลิกภาพ และช่วยให้คนไข้กลับมามีความสุขและเติมเต็มความมั่นใจได้อีกครั้ง


เทคนิคสร้างความแข็งแรงให้ “เส้นผม” และ “หนังศีรษะ”
เส้นผมและหนังศีรษะ คือส่วนสำคัญของร่างกายที่มองข้ามไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับหลาย ๆ คน เส้นผมที่หนาแน่น แลดูสุขภาพดี ยังเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเสริมรูปลักษณ์และบุคลิกภาพ พร้อมทั้งบ่งบอกตัวตนในสไตล์ของแต่ละคน ความเรียบร้อยและดูดีของเส้นผมบนศีรษะ ยังสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในการดูแลตัวเองของเจ้าของเส้นผมได้เป็นอย่างดี



นั่นจึงทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกกังวลใจไม่น้อย เมื่อเกิดความผิดปกติขึ้นกับเส้นผมและหนังศีรษะ ไม่ว่าจะเป็นอาการคัน มีรังแค ผมแห้งแตกปลาย ผมมันจับตัวเป็นก้อน รวมไปถึงอาการผมร่วง ที่ทำให้ดูผมบาง หรือเสี่ยงที่จะเกิดภาวะผมล้าน ซึ่งล้วนทำให้เจ้าของเส้นผมเกิดไม่ความไม่มั่นใจในตัวเอง เนื่องจากเสียบุคลิกหรือดูไม่ดีเวลาออกไปพบปะผู้คน ต้องคอยพะวงกับการปกปิดร่องรอยปัญหาผมอยู่ตลอดเวลา


การทำความเข้าใจและสังเกตพฤติกรรมต่าง ๆ ของตนเอง ที่อาจส่งผลถึงสภาพเส้นผมและหนังศีรษะ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการมองหาสาเหตุและแนวทางแก้ปัญหาผมอย่างตรงจุด ก่อนอื่น มาทำความรู้จักกับหนังศีรษะของเรากันก่อน โดยทั่วไป สภาพปัญหาหนังศีรษะจะแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ

  • สำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะแห้ง สังเกตได้ว่าเมื่อสัมผัสเส้นผม มักจะรู้สึกแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื้น ส่วนหนังศีรษะก็รู้สึกแห้งตึง อาจมีขุยเล็ก ๆ สีขาว ๆ หลุดออกมา รวมถึงมีอาการคันด้วย

  • สำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะมัน วิธีสังเกตง่าย ๆ ก็คือ หลังจากสระผมเพียงไม่ถึงวัน เส้นผมโดยเฉพาะบริเวณโคนผมก็เริ่มมีมีน้ำมันมาเคลือบแล้ว ทำให้ผมดูลีบแบน ไม่สะอาด อีกทั้งบางคนยังเริ่มมีกลิ่นอับหรือกลิ่นชื้นตามมา

ดังนั้น สัญญาณต่อไปนี้ อาจเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเราควรเริ่มลุกขึ้นมาดูแลเส้นผมและหนังศีรษะให้ดีกว่าเดิม ลองเช็คดูซิว่า เรามีอาการเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน

  • ผมแห้ง
  • ผมแตกปลาย
  • ผมชี้ฟู ไม่มีน้ำหนัก
  • ผมมัน
  • คันหนังศีรษะ
  • รังแค
  • ผมร่วง
  • รอยแสกผมกว้าง
  • ผมด้านหน้าเว้าลึก
  • ผมบางกลางศีรษะ

เมื่อรู้จักสภาพปัญหาผมของตนเองในเบื้องต้นแล้ว ขั้นต่อไปก็คือการลองทำความเข้าใจสาเหตุความผิดปกติของเส้นผมและหนังศีรษะที่อาจเป็นไปได้ เหล่านี้เป็นตัวอย่างปัจจัยที่ทำให้คนส่วนใหญ่สูญเสียความสมดุลของหนังศีรษะ และสะท้อนออกมาในรูปแบบของปัญหาผมต่าง ๆ กัน โดยเฉพาะอาการผมร่วง ผมบาง ไปจนถึงภาวะผมล้าน ซึ่งต้องการการบำรุง ดูแล และทางออกในการแก้ปัญหาที่ซับซ้อนกว่าปัญหาผมแบบอื่น ๆ

  • กรรมพันธุ์ที่ถ่ายทอดกันมาในครอบครัว
  • ความเครียด
  • การขาดสารอาหารที่เหมาะสม
  • ผลข้างเคียงจากโรค
  • ผลข้างเคียงจากการรับประทานยาบางชนิด
  • ความเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ภาวะหลังคลอด

พฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัว เช่น
  • การสระผมบ่อยเกินไป หรือสระผมด้วยน้ำอุ่นจัดเกินไป
  • การหวีผมขณะผมเปียก หรือหวีผมแรงเกินไป
  • การปล่อยให้เส้นผมเปียกหรือชื้นเป็นเวลานาน
  • การยืด ดัด ย้อม ทำสีผม หรือใช้สารเคมีกับเส้นผมมากเกินไป
  • การใส่หมวกหรือมัดผมที่รัดแน่นเป็นเวลานานเกินไป
  • การดึงผมขณะอยู่ในภาวะเครียด

ซึ่งนอกจากการลองสังเกตสภาพปัญหาและอาการผิดปกติของเส้นผมด้วยตนเองแล้ว การเข้ามาปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผม ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการประเมินสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาผม และยังนำไปสู่การออกแบบวิธีการรักษาที่เหมาะสม ตอบโจทย์ ตรงจุดได้ต่อไปอีกด้วย



ที่นามนิน คุณหมอนิน หรือแพทย์หญิงนิล นามทองต้น แพทย์เฉพาะทางด้านการปลูกผม ไม่เพียงสั่งสมทักษะและประสบการณ์ด้านการดูแลเส้นผมจากทั้งในประเทศและต่างประเทศมาอย่างยาวนาน แต่ยังมีแนวทางการรักษาที่เต็มไปด้วยความใส่ใจตั้งแต่วันแรก ผ่านเทคนิควิธีและขั้นตอนต่าง ๆ เหล่านี้

  • การประเมินสภาพปัญหา และวิเคราะห์แนวทางรักษาแบบเฉพาะบุคคล โดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลาง ด้วยความเข้าใจเป็นอย่างดีว่า คนไข้แต่ละคนมีลักษณะปัญหาที่แตกต่างกัน ไม่ซ้ำกันเลย จึงไม่สามารถใช้สูตรสำเร็จในการรักษาได้ แต่ต้องวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับคนไข้ที่สุด แบบเคสต่อเคส


  • การตั้งใจรับฟังเสียงของคนไข้ตั้งแต่วันแรกของการพูดคุยปรึกษา เพื่อทำความเข้าใจถึงความกังวลใจของคนไข้ รวมถึงรับทราบโจทย์ความต้องการของคนไข้ ซึ่งจะนำไปสู่การออกแบบแนวทางการรักษาร่วมกันของทั้งคนไข้และแพทย์ 

  • การสื่อสารกับคนไข้อย่างใกล้ชิด เป็นกันเอง เข้าใจง่าย ตรงไปตรงมา อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง และพยายามอธิบายให้คนไข้เห็นภาพขั้นตอนการรักษา รวมถึงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้เสมอ

  • คุณหมอนินไม่ยึดติดกับการแก้ปัญหาด้วยวิธีการปลูกผมถาวรเท่านั้น แต่ยึดเอาสภาพปัญหาผมและลักษณะอาการของคนไข้เป็นหลัก ว่าควรรักษาด้วยวิธีแบบใดตามลำดับ ซึ่งหลายเคสไม่จำเป็นต้องพึ่งการปลูกผม เพียงแต่ใช้ผลิตภัณฑ์หรือเข้ารับบริการ Treatment ฟื้นบำรุงที่เหมาะสม ก็สามารถตอบโจทย์ปัญหาของคนไข้ได้

  • การพัฒนาเทคนิคการรักษาที่เอื้อให้คนไข้สะดวกสบายมากที่สุด การลงมือปลูกผมให้คนไข้ด้วยตนเอง รวมถึงการนำประสบการณ์การรักษาที่ผ่านมา มาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ Treatment เพื่อช่วยดูแลปัญหาผมของคนไข้ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น

  • การติดตามผลการรักษาทุกระยะอย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถปรับเปลี่ยนแนวทางการรักษาตามจริงได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งยังให้คำปรึกษาและตอบข้อสงสัยของคนไข้ด้วยตนเองเสมอ

สำหรับผลิตภัณฑ์บำรุง และบริการ Treatment ที่คุณหมอนินเลือกสรรมาเพื่อคนไข้ของนามนินโดยเฉพาะ ถือเป็นส่วนสำคัญในเส้นทางการรักษาตามลำดับความเหมาะสม โดยเริ่มตั้งแต่ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวันอย่างเช่นแชมพูทำความสะอาดผม ไปจนถึง Treatment ฟื้นบำรุงสำหรับฉีดเข้าที่หนังศีรษะได้อย่างปลอดภัย



Mojelim Elixir Shampoo
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมและหนังศีรษะสุดอ่อนโยน จากโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านเส้นผมของเกาหลี การันตีส่วนผสมที่ผ่านการทดสอบทางการแพทย์แล้วว่าได้มาตรฐาน ไม่ก่อให้เกิดการะคายเคืองทางผิวหนัง มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยรักษาความสมดุลระหว่างความมันและความชุ่มชื้นบนหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม ฟื้นบำรุงให้เส้นผมนุ่ม แข็งแรงจากภายใน ทั้งยังสามารถใช้ได้ทั้งผู้ที่มีสภาพผมแห้งและผมมัน 



Elixir Hair Serum by NEAT HAIR NUE
เซรั่มสำหรับทาเพื่อบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง เงางาม กระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผมได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผม ทั้งยังช่วยลดการเกิดผมหงอกก่อนวัยอันควร โดดเด่นด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% เช่น สารสกัดจากดอกอัญชัน หญ้าหางม้า เมล็ดข้าวสาลี ธูปฤาษี เป็นต้น



VITA H
วิตามินรวมสำหรับรับประทาน เน้นคุณประโยชน์ในการบำรุงลึกถึงระดับรากผมอย่างล้ำลึก พร้อมทั้งอุดมไปด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เพื่อช่วยลดการอักเสบของหนังศีรษะ ลดความมัน เสริมโครงสร้างเส้นผมให้แข็งแรง ซ่อมแซมเนื้อเยื่อเส้นผม ลดการหลุดร่วง กระตุ้นการเจริญเติบโต ให้เส้นผมแข็งแรง สุขภาพดีจากภายใน



Natural Fixing Spray
สเปรย์จัดแต่งทรงผมที่อ่อนโยนต่อเส้นผมและหนังศีรษะ ด้วยน้ำดอกกุหลาบบัลกาเรีย น้ำมันจากผลอโวคาโด และส่วนผสมจากธรรมชาติอื่น ๆ 100% นอกจากจะช่วยจัดแต่งทรงผมให้อยู่ทรงอย่างเป็นธรรมชาติแล้ว ยังเสริมบำรุงให้ผมเงางาม  นุ่มสลวย มีน้ำหนัก ดูสุขภาพดี ไม่ระคายเคืองหนังศีรษะ และไม่ทิ้งคราบ จึงทำความสะอาดง่าย ปลอดภัยต่อทุกสภาพเส้นผม



Premium Hair Booster Treatment
ทรีตเมนท์สำหรับฉีดบำรุงที่พัฒนาขึ้นโดยคุณหมอนิน เพื่อดูแลเส้นผมให้แข็งแรงขึ้นตั้งแต่ระดับเซลล์รากผม เหมาะสำหรับผู้ที่รูขุมขนบนหนังศีรษะยังไม่ปิด หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาผมร่วง ผมบาง ในระยะเริ่มต้น โดย Premium Hair Booster Treatment จะช่วยกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม ลดการหลุดร่วง เสริมให้เส้นผมที่เคยเล็ก ลีบ แบน มีขนาดที่หนาขึ้น ใหญ่ขึ้น จึงช่วยให้ผมดูหนาขึ้น ดกดำขึ้นได้ในที่สุด


การปลูกผมเทคนิค NEAT
เป็นเทคนิคที่พัฒนาต่อยอดขึ้นโดยคุณหมอนิน โดยเป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมต้นทุนจากด้านหลังท้ายทอย ซึ่งเป็นบริเวณที่เส้นผมมีคุณสมบัติทนทาน ไม่หลุดร่วงง่าย มาปลูกใหม่ในบริเวณที่เป็นปัญหา เพื่อเติมเต็มให้ผมดูหนาแน่นขึ้น ซึ่งคุณหมอจะมีเทคนิคต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคขั้นบันไดเพื่อซ่อนแผลด้านหลัง เทคนิคการปลูกผมแทรก เพื่อให้ผมใหม่กลมกลืนไปกับผมเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ รวมถึงการออกแบบกำหนด Hairline หรือกรอบหน้าใหม่ในกรณีปลูกผมด้านหน้า เพื่อปรับสัดส่วนใบหน้าให้สมดุล ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การปลูกผมเทคนิค NEAT เป็นวิธีการรักษาที่กินเวลายาวนานถึง 1 ปีเต็ม เส้นผมใหม่จึงจะเติบโตอย่างสมบูรณ์ตามวงจรธรรมชาติ ซึ่งคุณหมอจะคอยติดตามผลและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางการรักษา

ทั้งหมดนี้ คือแนวทางการฟื้นบำรุงผมหนาแน่นและแข็งแรงจากคุณหมอนิน ที่ออกแบบมาสำหรับคนรักเส้นผมโดยเฉพาะ เพื่อช่วยคืนความสุขและความมั่นใจให้กับเจ้าของเส้นผมอีกครั้ง โดยเริ่มต้นง่าย ๆ เพียงแค่ก้าวเข้ามาปรึกษากับคุณหมอนินที่นามนินนั่นเอง

“ผมบาง” แก้โจทย์ไม่ซ้ำ เพื่อคำตอบเฉพาะเคส
ที่ผ่านมา ภาพจำของการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง มักจะเป็นภาพของผู้ชายเป็นส่วนใหญ่ แต่ในปัจจุบัน มีผู้หญิงจำนวนมากขึ้นเลือกเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญเพื่อดูแลปัญหาผมบาง ซึ่งมีตั้งแต่วัยเพิ่งเริ่มทำงาน ไปจนถึงผู้สูงวัย อย่างไรก็ตาม การรักษาอาการผมบางนั้น ไม่มีสูตรสำเร็จที่สามารถใช้ได้กับทุกคน เพราะนอกจากปัญหาผมของผู้หญิงกับผู้ชายจะแตกต่างกันแล้ว ผู้หญิงแต่ละคนก็ยังมีรูปแบบและสาเหตุของอาการผมบางไม่เหมือนกัน  ดังนั้น แพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผม จึงยิ่งมีบทบาทสำคัญในการวิเคราะห์และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล เพื่อให้ตอบโจทย์ปัญหาผมของคนไข้ได้อย่างตรงจุดมากที่สุด

และนี่คือคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการรักษาเบื้องต้น จากคุณหมอนิน หรือแพทย์หญิงนิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผมจากคลินิกนามนิน ที่จะช่วยให้คุณผู้หญิงเห็นภาพว่า อาการผมบางแต่ละแบบ มีทางเลือกที่เป็นไปได้ในการรักษาและฟื้นฟูอย่างไรบ้าง


ผมบางทั่วศีรษะ
สำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาผมบางทั้งบริเวณหน้าผากด้านหน้า ตรงกลางศีรษะ รวมถึงท้ายทอยด้านหลังด้วย คุณหมอไม่แนะนำให้ปลูกผม เนื่องจากการปลูกผมนั้น เป็นการเจาะย้ายกราฟต์ผมต้นทุนจาก Safe Zone ด้านหลังท้ายทอยมาปลูกในพื้นที่ที่มีปัญหา ซึ่งผมต้นทุนด้านหลังท้ายทอยนี้ จะมีความแข็งแรงทนทานต่อการหลุดร่วงมากกว่าผมส่วนอื่น ๆ แต่สำหรับคุณผู้หญิงโดยทั่วไปจะไม่ได้มี Safe Zone เหมือนคุณผู้ชาย ในบางคนอาจมีผมต้นทุนที่มีคุณสมบัติต้านการหลุดร่วงอยู่เพียงไม่มาก หรือไม่มีเลย ยิ่งในกรณีที่ผมด้านหลังท้ายทอยเริ่มหลุดร่วง นั่นแปลว่าผมตรงส่วนนั้นมีลักษณะลีบ บาง และไม่แข็งแรง จึงไม่ควรเจาะย้ายไปปลูกใหม่ เพราะมีโอกาสสูงที่กราฟต์ผมใหม่จะหลุดร่วงด้วยเช่นกัน อีกทั้งเมื่อเจาะย้ายกราฟต์ผมออกไป ก็จะไม่มีผมใหม่งอกขึ้นแล้ว ส่งผลให้บริเวณด้านหลังท้ายทอยยิ่งดูบางลงไปอีก 

แต่ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะคุณหมอจะตรวจประเมินและออกแบบการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนมากที่สุด โดยเป็นไปได้ตั้งแต่การรับประทานยา การทาเซรั่มบำรุงผม การรับประทานวิตามิน รวมถึงการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment ซึ่งเหมาะกับสภาพหนังศีรษะที่ยังมีรูขุมขนอยู่ เพียงแต่เส้นผมมีขนาดลีบเล็ก บาง ไม่แข็งแรง และจะไม่ได้ผลหากรูขุมขนบนหนังศีรษะปิดไปแล้วหรือเข้าสู่ภาวะผมล้าน


ผมบางเฉพาะกลางศีรษะ
หากมีอาการผมบางกลางศีรษะ รวมไปถึงรอยแสกผมกว้าง โดยที่ผมด้านหลังท้ายทอยยังดูหนาแน่นเป็นปกติ คุณหมออาจวางแผนการรักษาจากทางเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่การรับประทานยา การทาเซรั่ม การรับประทานวิตามิน รวมถึงการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment อย่างไรก็ตาม การปลูกผมก็ยังเป็นหนึ่งในตัวเลือกลำดับท้าย ๆ ที่เป็นไปได้ ซึ่งคุณหมอจะพิจารณาจากสภาพเส้นผมของคนไข้เป็นหลักนั่นเอง


ผมบริเวณหน้าผากถอยร่นหรือเว้าสูง
หากปัญหาผมเกิดขึ้นเฉพาะบริเวณหน้าผากด้านหน้า โดยที่ผมในบริเวณอื่นไม่ได้มีปัญหาหลุดร่วงหรือมีอาการผมบาง ในกรณีนี้ คุณหมอแนะนำให้ปลูกผมปรับกรอบหน้าใหม่ ตามหลักสัดส่วนทองคำหรือ Golden Ratio แล้วจึงเสริมการฟื้นบำรุงด้วยการทาเซรั่ม การรับประทานวิตามิน หรือการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment ซึ่งสามารถฉีดบำรุงได้อย่างต่อเนื่องภายใต้คำแนะนำของแพทย์


แน่นอนว่า หัวใจสำคัญอยู่ที่ความสามารถของแพทย์ในการประเมินปัญหาเป็นรายบุคคล เพื่อออกแบบการรักษาในเบื้องต้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นการปลูกผมเสมอไป จากนั้นจึงติดตามผลลัพธ์ทุก ๆ ระยะ เพื่อเพิ่มระดับการรักษาให้เข้มข้นขึ้น จนได้ประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งหมดนี้ การันตีด้วยคนไข้ของคุณหมอนิน ซึ่งมีคนไข้เก่าจำนวนมากที่ยังคงเลือกเข้ารับการรักษาและบำรุงผมอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากพอใจในผลลัพธ์ และประทับใจในการรักษาที่ซื่อสัตย์ จริงใจ ตรงไปตรงมา ของคุณหมอนินนั่นเอง

สำหรับคุณผู้หญิงท่านใดที่ต้องการปรึกษากับคุณหมอนิน
สามารถติดต่อนัดหมายผ่านช่องทาง ดังนี้
Line@ : namninclinic
โทร. 093-093-5639
.
หรือต้องการดูข้อมูลเพิ่มเติมตามช่องทางด้านล่างนี้ค่ะ

ผมร่วง ผมบาง รักษาอย่างไร ไม่ต้องกินยา
การรับประทานยารักษาอาการผมร่วง ผมบาง เป็นทางออกที่คุณผู้ชายจำนวนมากเลือกใช้เพื่อจัดการกับปัญหาเส้นผม ซึ่งเป็นปัญหากวนใจที่ส่งผลกระทบต่อรูปลักษณ์ บุคลิกภาพ และความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยยาสำหรับรับประทานนั้น มักจะได้ผลสำหรับผู้ที่มีอาการผมร่วง ผมบาง จากสาเหตุของกรรมพันธุ์และฮอร์โมนในร่างกาย 

ก่อนอื่น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า คุณผู้ชายที่สืบต่อกรรมพันธุ์ผมร่วงจากคนในครอบครัว จะมีเอนไซม์ชื่อ 5-alpha reductase บริเวณหนังศีรษะ เอนไซม์ตัวนี้เอง ที่จะเปลี่ยนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (testosterone) ให้กลายเป็นฮอร์โมนไดไฮโดรเทสโทสเตอโรน (dihydrotestosterone) หรือที่เรียกว่าฮอร์โมน DHT และฮอร์โมน DHT นี้ ก็เป็นตัวการที่ทำให้รูขุมขนบนหนังศีรษะเล็กลง ผมที่งอกออกมาจึงอ่อนแอ มีขนาดเล็ก ลีบแบน ทำให้ขาดหลุดร่วงได้ง่ายกว่าปกติ แม้เจ้าของเส้นผมจะยังอายุน้อยอยู่ก็ตาม ซึ่งการรับประทานยา จะช่วยเข้าไปหยุดยั้งการทำงานของฮอร์โมน DHT เจ้าปัญหา ทำให้เส้นผมหลุดร่วงน้อยลงนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการรับประทานยา จะเป็นวิธีได้ผลในการลดอาการหลุดร่วงของเส้นผม กระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม และช่วยให้เส้นผมมีขนาดหนาขึ้น จนหลาย ๆ คนสามารถจบการรักษาด้วยการรับประทานยาเพียงวิธีเดียวได้ โดยไม่ต้องเสริมด้วยการรักษารูปแบบอื่น ๆ แต่สำหรับคนไข้อีกหลาย ๆ เคส ยาสำหรับรับประทาน อาจไม่ใช่ทางออกที่ตอบโจทย์การรักษาอย่างตรงจุด เนื่องด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้

  • เลือกใช้ยาไม่ตรงกับสาเหตุของปัญหาผมร่วง ผมบาง เนื่องจากสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงอาจเกิดจากปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ฮอร์โมน โรคภัยไข้เจ็บ การขาดสารอาหาร หรือพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมโดยไม่รู้ตัวของเราเอง อย่างเช่นการสูบบุหรี่ การสระผมผิดวิธี หรือการสวมหมวกที่รัดศีรษะแน่นเกินไปอยู่บ่อย ๆ ก็เป็นได้
  • ไม่ได้ใช้ยาอย่างถูกต้องภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้ชำนาญ
  • วิธีการรักษา หรือขนาดยาที่ใช้ ไม่เหมาะสมกับระยะหรือความรุนแรงของอาการที่เป็น
  • ยาที่เลือกใช้ อาจให้ผลที่แตกต่างกันในบริเวณต่าง ๆ ของหนังศีรษะ เช่นบริเวณด้านหน้า หรือบริเวณกลางศีรษะ
  • การตอบสนองต่อยาของตัวคนไข้เอง ซึ่งแต่ละคนอาจไม่เท่ากัน 
  • ในคนไข้ที่มีอาการผมบางอย่างรุนแรงจนเข้าสู่ภาวะผมล้าน รากผมในชั้นหนังศีรษะอาจจะเสื่อมไปแล้ว จึงไม่สามารถรักษาด้วยการรับประทานยา ซึ่งจะทำงานด้วยการกระตุ้นการเจริญเติบโตที่รากผมโดยตรง
  • สำหรับคนไข้บางคน ยังรู้สึกเป็นกังวลต่อผลข้างเคียงของการใช้ยารับประทานบางชนิด ที่อาจส่งผลสภาพอารมณ์รวมถึงสมรรถภาพทางเพศ

ในกรณีเหล่านี้ แพทย์ผู้ชำนาญสามารถช่วยแนะนำวิธีการรักษาด้วยแนวทางอื่น ๆ โดยไม่ต้องรับประทานยา ซึ่งมีความเป็นไปได้ตั้งแต่การเข้ารับการปลูกผมถาวรโดยไม่ต้องผ่าตัด หรือการเข้ารับบริการ Treatment ตามที่แพทย์แนะนำเพื่อเสริมความแข็งแรง ดกดำ เงางาม ให้กับเส้นผม

NEAT 
เทคนิคปลูกผมถาวรจากนามนิน

ปัจจุบัน เทคนิคการปลูกผมถาวรแบบ FUE (Follicular Unit Extraction) มีความล้ำหน้าแตกต่างจากเทคนิคการปลูกผมถาวรแบบ FUT (Follicular Unit Transplantation) ในอดีต ซึ่งเดิมเป็นการผ่าตัดเพื่อนำชิ้นหนังศีรษะด้านหลังท้ายทอยที่มีกราฟต์ผมแข็งแรง มาปลูกในบริเวณที่เป็นปัญหาผมร่วงและผมบาง แต่เทคนิค FUE ได้เปลี่ยนให้การปลูกผมโดยไม่ต้องผ่าตัดสามารถทำได้จริง โดยใช้วิธีเจาะย้ายเฉพาะกราฟต์ผมจากด้านหลังท้ายทอยทีละกราฟต์ เพื่อนำมาปลูกในบริเวณที่เป็นปัญหาแทน เนื่องจากผมด้านหลังท้ายทอยหรือที่เรียกว่า Safe Zone มีความคงทนแข็งแรงเป็นพิเศษ ไม่หลุดร่วงง่าย และจะยังคงคุณสมบัติเช่นนี้ต่อไปแม้จะย้ายมาปลูกในพื้นที่ใหม่แล้วก็ตาม เทคนิค FUE จึงลดโอกาสการเกิดรอยแผลขนาดใหญ่ที่ทำให้คนไข้ต้องพักฟื้นเป็นเวลานานจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน


และแพทย์ของนามนินก็ได้พัฒนาเพิ่มเติมจากเทคนิค FUE จนกลายเป็น “NEAT” เทคนิคปลูกผมขั้นสูงเอกสิทธิ์เฉพาะของนามนิน เทคนิคนี้มีความโดดเด่นอยู่ที่ทักษะ ประสบการณ์ และความชำนาญของแพทย์ ซึ่งลงมือปลูกผมให้กับคนไข้ด้วยตัวเองทุกกราฟต์ ด้วยความละเอียด ประณีต ใส่ใจ ทั้งยังอาศัยมุมมองเชิงศิลป์หลอมรวมกับศาสตร์การแพทย์ เพื่อทำการรักษาอาการผมร่วงและผมบางให้กับคนไข้ ไปพร้อม ๆ กับการช่วยให้คนไข้กลับมามีสัดส่วนใบหน้าที่สมดุลขึ้น จึงเสริมรูปลักษณ์ บุคลิกภาพ และความมั่นใจไปอีกขั้น 


ที่สำคัญแพทย์จะรับฟังปัญหาของคนไข้ และออกแบบการรักษาแบบเฉพาะบุคคล ไม่มีสูตรสำเร็จ ด้วยความเข้าใจว่าคนไข้แต่ละคนมาด้วยลักษณะปัญหา สภาพผม และเงื่อนไขที่แตกต่างกัน ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการรักษาโดยยึดคนไข้เป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง



ไม่เพียงเท่านั้น แพทย์ยังเลือกใช้อุปกรณ์เจาะย้ายรวมถึงอุปกรณ์ปลูกผมที่ได้คุณภาพ นำเข้าจากต่างประเทศ ช่วยเพิ่มความแม่นยำปลอดภัยตลอดทุกขั้นตอนการปลูกผม และยังเสริมเทคนิคต่าง ๆ ที่จะช่วยให้คนไข้ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น ลดอาการเจ็บ บวม จนแทบไม่ต้องพักฟื้น และได้ผลลัพธ์การรักษาที่น่าพอใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนไข้ที่มีอาการผมร่วง ผมบาง อย่างรุนแรง จนเข้าสู่ภาวะผมล้าน ทำให้รากผมฝ่อหรือเสื่อมไปจนไม่สามารถรักษาด้วยการรับประทานหรือทายาต่าง ๆ ได้แล้ว การปลูกผมใหม่คือทางออกเดียวที่จะช่วยคืนความหนาแน่นของเส้นผมอย่างถาวรให้กับคุณผู้ชายได้อีกครั้ง

Premium Hair Booster Treatment 
บูสต์ผมหนาขึ้นด้วยวิธีง่าย ๆ

สำหรับใครที่เพิ่งพบว่าตนเองมีปัญหาผมร่วง ผมบาง แต่ยังมีรูรากผม  นามนินขอแนะนำ “Premium Hair Booster” ซึ่งเป็น Treatment ฉีดบำรุงที่เหมาะสำหรับสภาพหนังศีรษะซึ่งรูขุมขนหรือรากผมบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง ต้องยังไม่ฝ่อหรือเสื่อมไป เนื่องจาก Premium Hair Booster จะตรงเข้าฟื้นฟูดูแลรากผม กระตุ้นการทำงานของรากผมทำให้เส้นผมงอกขึ้นมาใหม่ และลดโอกาสการหลุดร่วงของเส้นผม ขณะเดียวกันก็บำรุงให้เส้นผมที่เคยอ่อนแอ มีขนาดเล็ก ลีบ บาง มีความแข็งแรงขึ้น มีขนาดเส้นผมที่หนาและใหญ่ขึ้น จึงส่งผลให้ผมบริเวณนั้นดูหนาแน่นขึ้นได้


วิธีการก็ง่าย ๆ เพียงฉีดบำรุงเข้าที่หนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็น ไม่ต้องพักฟื้น มีความปลอดภัยสูง ปราศจากผลข้างเคียงอื่น ๆ และสามารถเข้ารับบริการอย่างต่อเนื่องได้หลายครั้งภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เพื่อผลลัพธ์ผมดูหนาขึ้น ดกดำเงางามขึ้น และกลับมาแข็งแรงสุขภาพดีจากภายใน 



ทั้งนี้ แพทย์ผู้ชำนาญของนามนิน ยังได้เตรียมออกแบบแผนการรักษาด้วย Premium Hair Booster Treatment โดยไม่จำเป็นต้องรับประทานยา จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหาแนวทางการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ที่สะดวกสบายและได้ผลดีขึ้นกว่าที่เคย

ฟื้นบำรุงผมคูณสอง
ด้วย NEAT + Premium Hair Booster 

ขณะเดียวกัน สำหรับคนไข้ในบางเคส แพทย์อาจแนะนำให้ใช้ทั้ง 2 วิธีในการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง ทั้งการปลูกผมถาวรเทคนิค NEAT ร่วมกับการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment เพื่อเป็นการดูแลผมอย่างต่อเนื่อง โดยวิธีนี้จะเหมาะกับคนไข้ที่มีปัญหาผมบางกินบริเวณกว้าง และการปลูกผมเพียงอย่างเดียวยังไม่สามารถเติมเต็มความหนาแน่นได้ครอบคลุมทั่วทุกพื้นที่ เนื่องจากกราฟต์ผมต้นทุนของคนไข้เองที่จะนำมาปลูกใหม่มีอยู่เพียงจำกัด จึงต้องอาศัยการฉีดบำรุงช่วยเสริม 

ซึ่งที่ผ่านมา คนไข้ที่มีอาการผมร่วง ผมบาง ค่อนข้างรุนแรงเช่นนี้ มักเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ อย่างเช่น คนไข้ผ่านการปลูกผมครั้งแรกมาแล้ว แต่เป็นการรักษาที่ไม่ได้ประสิทธิภาพเพียงพอ จึงต้องมาปลูกแก้ไขเป็นครั้งที่ 2 หรือคนไข้ผ่านการปลูกผมครั้งแรกมาแล้ว แต่ไม่ได้ใส่ใจดูแลสุขภาพผมอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมใหม่หลุดร่วง และเกิดภาวะผมล้านต่อในบริเวณข้างเคียง กรณีนี้คนไข้มักจะเหลือกราฟต์ผมต้นทุนไม่เพียงพอที่จะปลูกใหม่เพียงวิธีเดียว



นอกจากนั้น ยังรวมถึงสาเหตุอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการที่คนไข้ตัดสินใจมาพบแพทย์เมื่ออายุมากแล้ว ทำให้ปัญหาผมบางกินบริเวณกว้างขึ้น หรือเกิดขึ้นพร้อมกันหลายจุด อีกทั้งกราฟต์ผมต้นทุนก็เริ่มเสื่อมสภาพไปตามวัย หรือในบางเคส แม้คนไข้จะมียังอายุไม่มาก แต่ปล่อยให้ปัญหาผมบางเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปีโดยไม่เริ่มต้นรักษาแต่เนิ่น ๆ ก็มีโอกาสที่พื้นที่ผมบางจะขยายตัวจนเป็นปัญหาใหญ่ได้เช่นกัน


ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้วิเคราะห์สภาพปัญหา และออกแบบแนวทางการรักษาที่ดีที่สุดร่วมกันกับคนไข้ ซึ่งแพทย์อาจแนะนำให้ฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment ก่อนการปลูกผม หรือหลังการปลูกผม และประเมินความถี่ในการเข้ารับบริการที่เหมาะสม โดยแพทย์จะคอยติดตามผลลัพธ์เพื่อให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การปลูกผมเทคนิค NEAT และการฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster Treatment เป็นทางเลือกที่วางใจได้ในการรักษาอาการผมร่วง ผมบาง โดยไม่ต้องรับประทานยา สามารถตอบโจทย์ในการคืนความหนาแน่นและความแข็งแรงให้กับเส้นผมได้จริง

รับมือกับปัญหาผมบางของคุณแม่และภาวะผมร่วงหลังคลอด
เก็บตกกิจกรรมดี ๆ ในงาน Amarin Baby & Kids Fair Play กับเสวนาหัวข้อ “รับมือกับปัญหาผมบางของคุณแม่ และภาวะผมร่วงหลังคลอด”


ผมบางรับมือได้สไตล์คุณผู้หญิง
ทำความเข้าใจปัญหา “ผมบาง” ของผู้หญิงทุกวัย  คุณแม่หลังคลอด และคุณผู้ชาย ทั้งจากสาเหตุทางกรรมพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน รวมไปถึงพฤติกรรมเสี่ยงทำร้ายผมโดยไม่รู้ตัว
.
รับฟังคำแนะนำเพื่อรับมือกับภาวะผมร่วง ผมบาง สำหรับผู้หญิงวัยทำงาน คุณแม่หลังคลอด ผู้สูงวัย ที่อยากคืนความมั่นใจด้วยผมสวย หนาแน่น สุขภาพดี 


.
พิเศษกับ Q&A Live Session  เคลียร์ทุกคำถามคาใจ สำหรับคนรักเส้นผม โดย พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม จาก #นามนินคลินิก อาจารย์พิเศษ หลักสูตรปริญญาโท วิชา Hair Transplantation  สาขาวิชาเวชศาสตร์ความงาม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
.
บรรยากาศเป็นไปอย่างสบายๆ เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ รวมถึงประสบการณ์ตรงในการเลี้ยงลูกของแม่ๆ ที่มาเข้าร่วมฟัง 

รับชม คลิปย้อนหลังได้ที่ 
https://fb.watch/roCcEQPn43/

ถึงเวลารักษา “ผมร่วง” หรือยัง?
สังเกตกันมั้ยว่า ผมของคนเราหลุดร่วงเป็นปกติในทุก ๆ วัน ซึ่งนั่นเป็นไปตามธรรมชาติของวงจรเส้นผม ที่เมื่อหลุดร่วงไปก็จะงอกขึ้นมาทดแทนใหม่อยู่เรื่อย ๆ ไม่มีสิ้นสุดตลอดชีวิตของเจ้าของเส้นผม 

แต่เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าในแต่ละวัน ผมที่หลุดร่วงออกมาตอนเรากำลังสระผม ตอนเรากำลังหวีผม หรือหล่นอยู่บนหมอน รวมไปถึงตามพื้นบ้านนั้น มีจำนวนมากจนน่ากังวลว่าเราจะเริ่มเข้าสู่ภาวะ “ผมร่วง” ซึ่งจะนำไปสู่อาการ “ผมบางและผมล้าน” แล้ว และยังเป็นสัญญาณว่าควรต้องรีบปรึกษาแพทย์ หรือเข้ารับการรักษาก่อนจะสายเกินไป


อาการ “ผมร่วง” มีที่มาจากหลายปัจจัยเลยทีเดียว ที่เราคุ้นเคยกันดีก็คงเป็นผมร่วงจาก “กรรมพันธุ์” ส่งต่อกันมาในครอบครัวทั้งแบบรุ่นสู่รุ่นหรือแบบข้ามรุ่น แม้ว่านี่จะเป็นสาเหตุหลักของปัญหาผมร่วง ผมบาง ในผู้ชาย แต่ผู้หญิงก็มีโอกาสผมร่วงจากพันธุกรรมได้ แม้ไม่มากเท่าผู้ชายก็ตาม

ไม่เพียงเท่านั้น สาเหตุต่าง ๆ ต่อไปนี้ ก็อาจส่งผลให้คุณผู้หญิงเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะผมร่วงได้เช่นกัน 
  • อายุที่เพิ่มขึ้น
  • ผลข้างเคียงจากโรคประจำตัว
  • ระดับฮอร์โมนในร่างกาย
  • ภาวะหลังคลอดบุตร
  • ความเครียด


ทั้งนี้ ยังรวมไปพฤติกรรมทำร้ายเส้นผมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งหลาย ๆ คนอาจทำไปโดยไม่รู้ตัว และส่งผลให้เส้นผมอ่อนแอลง จนขาดหลุดร่วงง่ายก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็น
  • การใช้ความร้อนหรือสารเคมีกับเส้นผมมากเกินไป
  • การสระผมผิดวิธี
  • การขาดสารอาหารบางชนิด
  • การนอนดึก หรือนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ
  • การสูบบุหรี่

ส่วนวิธีการสังเกตว่า อาการผมร่วงของเรายังอยู่ในระดับปกติ หรือควรต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาที่ถูกต้องแล้ว สามารถสังเกตได้จาก “จำนวนเส้นผมที่หลุดร่วง” เพราะผมของคนเราโดยปกติจะหลุดร่วงได้ถึงวันละ 70 – 100 เส้น หากพบว่าผมร่วงมากกว่านั้น ติดต่อกันเป็นเวลานานหลาย ๆ วัน แสดงว่าเกิดความผิดปกติบางอย่างขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ อาจสังเกตร่วมกับรูปแบบของผมบางในลักษณะต่าง ๆ อย่างเช่นอาการ “ผมร่วงทั่วทั้งศีรษะ” มักจะเป็นที่รู้จักกันในชื่อ โรคผมร่วงเฉียบพลัน ซึ่งแต่ละคนจะมีผมร่วงมากหรือน้อยไม่เท่ากัน แต่จะไม่ถึงขั้นศีรษะล้าน เกิดจากการที่เส้นผมเข้าสู่ระยะพักตัวพร้อม ๆ กัน โดยมีสาเหตุได้จากทั้งผลข้างเคียงของโรคต่าง ๆ ตลอดจนภาวะทางจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล หรือโรคซึมเศร้า

และในบางราย อาจเกิดอาการ “ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ” หลายจุดพร้อมกัน ซึ่งเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของภูมิคุ้มกันในร่างกาย ที่ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของรากผมลดลง จนไปหยุดการเจริญเติบโตของเส้นผม เกิดขึ้นจากผลข้างเคียงของโรคต่าง ๆ ความเครียด หรือการพักผ่อนไม่เพียงพอ และหากเป็นสาเหตุจากพันธุกรรม จะสังเกตเห็นผมเริ่มบางบริเวณรอยแสกกลางศีรษะก่อน แล้วจึงขยายออกไปด้านข้าง

เพราะฉะนั้นแล้ว ถ้าหากสงสัยว่าเกิดอาการผมร่วงมากผิดปกติ สิ่งแรกที่ควรทำก็คือการเข้ามาพูดคุยปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญของนามนิน โดยแพทย์จะช่วยวินิจฉัยแบบเฉพาะบุคคลเพื่อหาสาเหตุของอาการผมร่วง และออกแบบแนวทางการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งนอกจากจะรักษาด้วยวิธีรับประทานยาลดผมร่วงตามที่แพทย์แนะนำแล้ว ที่นามนิน แพทย์จะช่วยแนะนำทางเลือกอื่น ๆ ในการบำรุงเส้นผมและบรรเทาอาการผมร่วงได้อย่างปลอดภัย 


  • การใช้เซรั่ม Elixir Hair Serum by NEAT HAIRNUE จากส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% เพื่อฟื้นบำรุงเส้นผมอย่างอ่อนโยน 

  • การรับประทาน VITA H ซึ่งแพทย์ค้นคว้าและคัดสรรวิตามินรวมถึงสารสกัดมากคุณค่ามาอย่างตั้งใจ เพื่อการบำรุงรากผมอย่างล้ำลึก

  • การฉีดบำรุงด้วย Premium Hair Booster เข้าที่หนังศีรษะบริเวณที่มีปัญหาผมบางโดยตรง เพื่อกระตุ้นการทำงานลึกถึงระดับรากผม ลดการหลุดร่วงตั้งแต่การฉีดครั้งแรก เร่งการงอกใหม่ของเส้นผม ทั้งยังเสริมความแข็งแรงของเส้นผม จากที่เคยลีบ เล็ก แบน ให้ดูหนาและใหญ่ขึ้น จึงสามารถคืนความหนาแน่น ให้ผมดูดกดำ เงางาม สุขภาพดีได้อย่างที่ต้องการ


ที่สำคัญ การรักษาอาการผมร่วงนั้น มีปัจจัยความสำเร็จที่มองข้ามไม่ได้เลยก็คือเรื่อง “ระยะเวลา” เพราะยิ่งเราสังเกตพบความผิดปกติเร็ว และเข้ามาปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสในการฟื้นฟูดูแลเส้นผมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดนั่นเอง

ผมบางของผู้หญิง แตกต่างจากของผู้ชาย
 ตอบปัญหาคาใจ ปัญหาผมบางในผู้หญิงแตกต่างจากผู้ชายอย่างไร?

ปัญหาผมร่วง เป็นปัญหาที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากเจอทั้งนั้น หากเกิดขึ้นแล้วก็มักสร้างความหนักใจให้มากทีเดียว ทำให้หลายคนต้องสูญเสียความมั่นใจไปไม่ใช่น้อย หมดพลังความกล้าหาญ และออร่าอันน่าดึงดูดได้ 

รู้หรือไม่? ว่าความจริงแล้วปัญหาเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทั้งผู้ชายและผู้หญิง แต่จะมีความรุนแรงแตกต่างกันออกไปในแต่ละบุคคล ซึ่งอายุก็ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหานี้ด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะในสาว ๆ ยิ่งกังวลใจกับปัญหานี้มาก เพราะทรงผมมีผลต่อหน้าตา ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเสริมบุคลิกมากพอ ๆ กับการแต่งตัวเลย จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมผู้หญิงถึงให้ความสำคัญกับเส้นผมมาก ๆ นั่นเอง


เผยความต่างปัญหาผมบางระหว่างผู้หญิงกับผู้ชาย

ปัญหาผมบางในผู้หญิง

สำหรับปัญหาผมบางในผู้หญิงมักจะมีอาการเริ่มขึ้นจากผมบางในช่วงบริเวณรอยผมแสกกลาง เมื่อมองแล้วจะสามารถเห็นหนังศีรษะได้อย่างชัดเจน และเมื่อนานวันขึ้น ผมก็จะเริ่มร่วงมากยิ่งขึ้นและขยายตัวออกเป็นวงกลมกลางศีรษะ 

ซึ่งปัญหาผมบางที่เกิดขึ้นในผู้หญิงมักจะเกิดจากฮอร์โมนและพันธุกรรมเป็นหลัก สามารถแบ่งระดับความรุนแรงของปัญหาผมบางในผู้หญิงได้เป็น 3 ระยะหลัก ๆ คือ
  • ระยะแรก ในระยะนี้จะเห็นได้เลยว่าผมบางลงมากกว่าปกติ จนทำให้เห็นรอยแสกกลางที่กว้างขึ้น และเริ่มเห็นหนังศีรษะตรงรอยแสกผมได้ชัดเจน
  • ระยะที่สอง ในระยะนี้จะเห็นได้ว่าปัญหาผมบางจะอยู่ในระดับปานกลาง คือ เริ่มจะเห็นรอยแสกกลางที่กว้างขึ้นและเห็นหนังศีรษะที่ชัดเจนมากขึ้นกว่าระยะแรก 
  • ระยะสุดท้าย ในระยะนี้จะเห็นได้ชัดเลยว่ามีผมบางลงมาก รอยแสกกลางขยายกว้าง จนทำให้เห็นเป็นหนังศีรษะเป็นบริเวณกว้างอย่างชัดเจนเลย



ปัญหาผมบางในผู้ชาย

โดยส่วนใหญ่แล้วจะเห็นได้จากแนวผมบริเวณกรอบหน้าหรือบริเวณกลางศีรษะเริ่มบางลง อาจจะเกิดขึ้นแบบพร้อมกันทั้งสองบริเวณ หรือเกิดขึ้นบริเวณใดบริเวณหนึ่งก็ได้เช่นกัน หากว่าปล่อยให้เกิดปัญหาผมร่วงไปเรื่อย ๆ ก็จะทำให้บริเวณที่มีปัญหาค่อย ๆ ขยายวงกว้างมากขึ้น จนกลายเป็นวงที่ใหญ่ขึ้นได้ ซึ่งจำเป็นต้องรักษา เพราะถ้าปล่อยไว้ก็อาจจะลามไปจนทำให้เหลือผมอยู่แค่ในบริเวณหลังกกหูและท้ายทอยนั่นเอง

ปัญหาผมบางที่เกิดขึ้นในผู้ชายหลัก ๆ แล้วมักเกิดจากฮอร์โมน DHT ที่เข้าไปยับยั้งการเจริญเติบโตของเส้นผม ส่งผลให้รากผมไม่แข็งแรง ในที่สุดรากผมก็จะฝ่อและหายไป แต่ที่ยังเห็นว่ามีส่วนของผมที่ยังคงเหลืออยู่ในบริเวณหลังกกหูและท้ายทอยนั้น ก็เป็นเพราะว่าเส้นผมในส่วนนั้น คือ “เส้นผมถาวร” นั่นเอง โดยฮอร์โมนดังกล่าวจะไม่มีการออกฤทธิ์ทำลายผมเหล่านี้ และเส้นผมชนิดนี้ก็มีเฉพาะในผู้ชายเท่านั้น




ปัญหาผมบางระหว่างผู้หญิงกับผู้ชายต่างกันอย่างไร?

เมื่อเทียบถึงความแตกต่างของปัญหาผมบางในผู้หญิงกับผู้ชายแล้ว พบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงมักจะเกิดขึ้นในบริเวณช่วงกลางศีรษะ หรือทั่วศีรษะมากกว่า แต่ก็มีโอกาสพบปัญหานี้ในบริเวณกรอบหน้าเหมือนกับผู้ชายได้เช่นกัน  ทั้งนี้ปัญหาผมบางในผู้หญิง อาจไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการปลูกผมอย่างคุณผู้ชายเสมอไป เนื่องจากในผู้หญิงจะไม่มีโซนผมถาวรบริเวณด้านท้ายทอยแบบของผู้ชาย ส่งผลให้ผู้หญิงมักมีต้นทุนผมเหลือน้อย และรากผมแข็งแรงไม่พอต่อการหยุดปัญหาผมบางได้ด้วยการปลูกผมนั่นเอง 


ผู้หญิงสามารถปลูกผมได้ไหม? หรือควรแก้ปัญหาผมบางด้วยวิธีไหนดี?

แม้ปัญหาผมบางที่เกิดขึ้นในผู้หญิงและผู้ชายจะมีความแตกต่างกัน อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในผู้หญิงหรือผู้ชายก็ล้วนแต่จะต้องได้รับการรักษาและหาแนวทางแก้ไข เพื่อไม่ให้ปัญหาผมร่วงลุกลามจนเกิดปัญหาผมบางที่ขยายบริเวณกว้างขึ้น

ซึ่งผู้หญิงจะไม่มีโซนผมถาวรเหมือนกับในผู้ชาย จึงไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิธีการปลูกผมเพียงอย่างเดียว เพราะมีโอกาสสูงที่ผมจะกลับมาร่วงได้อีกครั้ง จึงจำเป็นต้องใช้การบำรุงเส้นผมให้แข็งแรงเข้าช่วย ในขณะที่ผู้ชายจะสามารถรักษาได้ด้วยการนำผมบริเวณท้ายทอยมาปลูกทดแทนผมที่บางได้ 

ดังนั้นปัญหาผมบางในผู้หญิงจะแนะนำให้แก้ไขด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างการทำทรีตเมนต์โปรแกรม Premium Hair Booster เป็นประจำ จะช่วยฟื้นฟูผมให้กลับมามีสุขภาพดีได้อีกครั้ง เข้าจัดการกับปัญหาผมบางได้อย่างตรงจุด สามารถช่วยเสริมประสิทธิภาพหลังการปลูกผมได้ 





เป็นวิธีที่ให้ประสิทธิภาพดีไม่ว่าจะผมร่วงในผู้หญิงหรือผู้ชาย แม้จะมีสาเหตุผมร่วงมาจากพันธุกรรมก็ตาม การบำรุงผมด้วยทรีตเมนต์อย่างต่อเนื่อง ก็สามารถช่วยบรรเทาปัญหาผมร่วง ไม่ให้เกิดปัญหาบานปลายได้ หากทำร่วมกับการปลูกผมจะยิ่งช่วยเสริมประสิทธิภาพ มอบหนังศีรษะและเส้นผมที่แข็งแรงยิ่งขึ้น พร้อมบำรุงรักษาผมที่ปลูกให้อยู่กับเราได้ยาวนานขึ้น
ปัญหาผมร่วง ผมบาง เป็นปัญหาใกล้ตัว สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน อยู่ที่ว่าปัญหานี้จะเกิดขึ้นช้าหรือเร็วเท่านั้นเอง ถึงอย่างนั้นเมื่อเกิดปัญหาผมร่วงขึ้นแล้วก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ เพราะคิดว่าไม่น่าจะเป็นอะไรจนอาจนำไปสู่ปัญหาผมร่วงที่บานปลายยิ่งขึ้นได้ จึงควรหมั่นสังเกตสุขภาพเส้นผมของตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้เห็นถึงความผิดปกติและสามารถหาแนวทางรักษาได้อย่างทันท่วงที 









ไม่ว่าจะเป็นคุณผู้หญิงหรือคุณผู้ชาย ก็สามารถขอรับคำปรึกษาจากคลินิกนามนินของเราเพื่อรับบริการฉีดบำรุงเส้นผมด้วยโปรแกรม Premium Hair Booster Treatment หรือปรึกษาคุณหมอนินเพื่อเลือกบริการและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การรักษากับปัญหาผมบางที่มีได้ เพื่อเรียกคืนเส้นผมสุขภาพดี ช่วยบูสต์รอยยิ้มและพลังความมั่นใจในการใช้ชีวิตของคุณได้อีกครั้ง 

ยาคุมกำเนิดทำผมร่วง ทำยังไงดี?
ผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ของการใช้ "ยาคุมกำเนิด" ที่อาจพบได้ คือ “ผมร่วง”  เพราะยาคุมกำเนิดประกอบด้วยฮอร์โมนเพศถ้าหากมีภาวะผมบาง ผมร่วงจากกรรมพันธุ์ก็มีโอกาสสูงที่ผมบาง ผมร่วงจากกรรมพันธุ์ก็มีโอกาสสูงที่ผมร่วงมากกว่าคนปกติ

สำหรับยาคุมกำเนิดสร้างมาจากฮอร์โมนเพศหญิงสองชนิด คือ estrogen และ progesterone บางยี่ห้ออาจะมีเฉพาะ progesterone เพียงอย่างเดียว เมื่อกินยาคุมกำเนิดเข้าไปแล้วจะมีกลไกยังยั้งการตกไข่

สำหรับยาคุมกำเนิดที่มี progesterone (progestin) สูง จะมี androgen index สูง ออกฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเพศชายที่ทำให้ผมร่วง ทำให้เกิดภาวะผมร่วงได้มากขึ้น  หากยาคุมนั้น มี progesterone อยู่ด้วย


สำหรับวงจรของรากผม มี 3  ระยะ ได้แก่
  • Anagen phase ระยะที่กระเปาะผมจะอยู่ลึกสุด สร้างเซลล์และเจริญเติบโตออกมาเป็นเส้นผม
  • Catagen phase ระยะที่กระเปาะผมหยุดสร้างผม รากผมจะแยกตัวออกจากเส้นเลือดที่เลี้ยงผม ผมจึงขาดสารอาหาร เตรียมพร้อมหลุดร่วง
  • Telogen phase  ระยะที่รากผมจะหยุดสร้างเส้นผม เพื่อเตรียมสร้างเส้นผมชุดใหม่



การกินยาคุมกำเนิด จึงทำให้เส้นผมจาก Anagen phase ไปเป็น Telogen phase ได้เร็วกว่าปกติ กลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมร่วงมากขึ้น โดยปกติผมคนเราจะร่วงประมาณวันละ 100 เส้น ดังนั้นถ้าหากเรากินยาคุมกำเนิดแล้วพบว่ามีผมร่วง อาจจะเฝ้าดูอาการในช่วงระยะ 3 เดือนแรกก่อน

ถ้าหากหลังจาก 3 เดือนไปแล้วผมยังร่วงต่อเนื่อง แนวทางการรักษา มีได้หลายวิธี 
1.เปลี่ยนยาคุมกำเนิด
อย่างแรกที่อาจจะทำได้ทันทีคือ การเปลี่ยนชนิดยาที่ใช้อยู่ ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรเลือกใช้แบบไหน หรือหากจะเปลี่ยนยาคุมใหม่ควรจะถามเพิ่มเติมด้วยว่ามีผลข้างเคียงอะไรบ้าง

2.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงเส้นผม
หากร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ประกอบการกินยาคุมเข้าไปก็อาจจะเป็นปัจจัยที่เร่งให้ผมร่วงมากขึ้น แนะนำให้กลับมาดูแลและบำรุงเส้นผมด้วยการใช้เซรั่มทาเส้นผมไปพร้อมกับการกินวิตามินที่ดูแลด้านเส้นผมโดยเฉพาะเพื่อช่วยลดการหลุดร่วงและเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผม



3.รับบริการโปรแกรม Premium Hair Booster
เป็นโปรแกรมที่ได้รับการออกแบบโดยคุณหมอนิน เพื่อคนที่ต้องการฟื้นฟูดูแลผม ผมร่วง ผมบาง ผมบางผู้หญิงให้กลับมาสุขภาพดีจากภายใน และยังเหมาะกับผู้ที่เพิ่งเริ่มมีปัญหาผมร่วงและผมบางในระยะเริ่มต้น ไม่ว่าจะเกิดจากกรรมพันธุ์ ภาวะทางสุขภาพ ความเครียด การขาดสารอาหาร หรือการใช้สารเคมีในการแต่งผม หรือการกินยาบางชนิดและมีผลข้างเคียง 


ดังนั้นการกินยาคุมกำเนิดทำให้ผมร่วงได้หรือไม่  ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นๆ ประกอบกันไปด้วย แนวทางการรักษาดังกล่าวจึงเป็นข้อแนะนำเบื้องต้น ซึ่งถ้าหากต้องการคำแนะนำที่ตรงกับปัญหาเส้นผมของท่าน นามนิน คลินิกแนะนำให้เข้ารับการปรึกษาจากคุณหมอนิน เพื่อให้คุณหมอได้ตรวจ วินิจฉัยและประเมินการรักษาได้เหมาะสมมากที่สุด



นามนิน คำตอบของ “คนรักผม”
“เส้นผม” เป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงอัตลักษณ์ของแต่ละคนได้อย่างชัดเจนไม่ต่างจากเสื้อผ้าที่เลือกสวมใส่ในแต่ละวัน โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่ไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนไป ทุกเพศทุกวัยมีอิสระในการที่จะเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น การย้อม ยืด ดัด ไดร์ เป็นเรื่องธรรมดาสามัญที่ใครๆ ก็ทำกัน และยังไม่นับมลภาวะต่างๆ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่น แสงแดด ฝุ่น ควัน ที่ทำร้ายเส้นผมอยู่ตลอดเวลา ปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมจึงตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


ปัญหาบางอย่างอาจดูแลด้วยตัวเองได้หากเป็นในระยะเริ่มต้น เช่น ผมแห้งเสียจากการทำเคมี การเลือกผลิตภัณฑ์ที่วางขายในท้องตลาดมาใช้แก้ปัญหาอาจยังพอช่วยได้ แต่หากปัญหาผมแห้งเสียรุนแรงขึ้นจนเริ่มผมร่วง ผมบาง หรือมีปัญหาอื่นๆร่วมด้วย ผลิตภัณฑ์ต่างๆเหล่านั้นก็ไม่สามารถช่วยได้อีกต่อไป ก็ถึงเวลาที่ต้องแก้ไขปัญหาจากภายในและฟื้นฟูอย่างถูกวิธี

นามนิน เข้าใจถึงปัญหาเกี่ยวกับเส้นผมที่มีความละเอียดอ่อนและซับซ้อน จึงได้พัฒนาและพร้อมให้คำปรึกษาทุกปัญหาเกี่ยวกับเส้นผม ออกแบบการรักษา ดูแลและฟื้นฟูเส้นผมโดยแพทย์เฉพาะทาง ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีปัญหาผมร่วงผมบางเพียงอย่างเดียวจึงจะมาพบแพทย์ได้ เพียงแค่คุณเป็น “คนรักผม” ก็มาที่นามนินได้ตลอดเวลา

เริ่มต้น หากต้องการให้เส้นผมได้รับการดูแลเป็นพิเศษ แนะนำ Hair Spa ของนามนิน เป็นการดูแลเส้นผมที่ประกอบไปด้วยโปรแกรม Namnin Perfect Hair Treatment ที่ผสานศาสตร์การนวดบำรุงหนังศีรษะเพื่อกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด ลดอาการปวดศีรษะ บรรเทาความเมื่อยล้าจากการทำงาน ร่วมกับการฟื้นฟูเส้นผมด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ช่วยปรับสมดุล



หนังศีรษะ มีคุณสมบัติลดการหลุดร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม ส่งผลให้ผมแข็งแรง เงางาม มีน้ำหนักตั้งแต่โคนจรดปลาย และในทุกขั้นตอนการทำทรีทเม้นต์ คุณจะสัมผัสได้ถึงความสบายและผ่อนคลายเหมือนอยู่ในสปา การได้ดูแลเส้นผมที่รักพร้อมกับได้ฮีลใจตัวเองไปด้วย เป็นโมเมนต์ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองดูสักครั้งค่ะ


อีกหนึ่งบริการในกลุ่ม Hair Spa คือ Namnin Natural Hair Color เป็นการปิดผมขาวจากสารสกัดธรรมชาติ พร้อมบำรุงเส้นผมอย่างอ่อนโยน ในการทำทรีทเม้นต์ คุณจะได้รับการย้อมผมด้วยสารบำรุงออร์แกนิก ที่ผสานพลังและคุณค่าของธัญพืชและสมุนไพรกว่า 30 ชนิด ปราศจากแอมโมเนีย เฮนน่า และสารเคมีอันตราย ปิดท้ายด้วยการเสริมความแข็งแรงของเส้นผมด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงผมเข้มข้น ที่คัดสรรมาเพื่อดูแลเส้นผมให้เงางามและสุขภาพดีกว่าที่เคย 



สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมร่วงและบาง หากต้องการฟื้นคืนสุขภาพเส้นผม ทรีทเม้นต์หนึ่งของนามนินที่ตอบโจทย์ได้ดีมากคือ Premium Hair Booster การบำรุงผมที่เสริมความแข็งแรงจากภายใน กระตุ้นการทำงานของเซลล์รากผม ส่งผลให้ผมที่อ่อนแอกลับมาแข็งแรง เส้นผมมีขนาดใหญ่ขึ้น หนาแน่น ดกดำ เงางาม และสุขภาพดีจากรากจรดปลายผม ไม่มีผลข้างเคียง และสัมผัสได้ว่าเส้นผมแข็งแรงขึ้นตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ารับบริการ




ทุกคนที่เข้ามารับบริการจะได้รับการการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาโดยคุณหมอนิน ซึ่งเป็นแพทย์ผู้ชำนาญด้านการปลูกผม โดยจะเป็นการออกแบบการฟื้นฟูและรักษาเฉพาะรายบุคคล เพื่อให้ผู้รับบริการได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เพื่อให้หน้าผู้รับบริการกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีอิสระในแบบของตัวเอง แล้วให้นามนินเป็นผู้ดูแลเส้นผมที่คุณรัก  Enjoy your life

คุณแม่มือใหม่ ทำไมผมร่วงหลังคลอด?
โลกของคุณแม่มือใหม่ ไม่ได้สวยงามชวนฝันเหมือนในละครโทรทัศน์ ไหนจะต้องรับบทบาทคุณแม่ดูแลเจ้าตัวเล็ก 24 ชั่วโมง อดหลับอดนอน รับมือกับความเครียดสารพัดเรื่อง คุณแม่หลายคนยังต้องกังวลกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกายและจิตใจ ต้องพยายามดูแลตัวเองทั้งที่ในแต่ละวันก็แทบไม่มีเวลา ทั้งยังต้องมาเจอกับปัญหาอย่างเช่น “ภาวะผมร่วงหลังคลอด” ที่ทำเอาคุณแม่หลายคนเสียขวัญเพราะผมร่วงในแต่ละวันเป็นร้อย ๆ เส้น!! จนเกิดคำถามมากมายว่าร่างกายมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรือเปล่า ผมจะร่วงแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน  มีวิธีช่วยหยุดอาการผมร่วงได้หรือไม่ 

...คำตอบอยู่ในอีกไม่กี่บรรทัดข้างล่างนี้แล้ว มาทำความเข้าใจภาวะผมร่วงหลังคลอดของเหล่าคุณแม่มือใหม่ไปพร้อม ๆ กันเลย...


ผมร่วงหลังคลอด ...ผิดปกติหรือไม่...

ภาวะผมร่วงหลังคลอด ไม่ใช่อาการผิดปกติ หรืออาจเป็นอันตรายแต่อย่างใด ตามสถิติแล้ว จะมีคุณแม่ถึงประมาณร้อยละ 50 ที่ต้องเผชิญกับอาการผมร่วงหลังคลอด และผมที่ร่วงเป็นหลักร้อยเส้นนั้น ก็เรียกได้ว่าเป็นแค่ปริมาณส่วนน้อยเพียงร้อยละ 5-15 ของเส้นผมทั้งหมดบนหนังศีรษะเท่านั้นเอง และโดยปกติผมของคนเราก็อาจร่วงได้ถึง 100 เส้นต่อวันอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นต้องกังวลใจมากจนเกินไป


คุณแม่มือใหม่ ...ทำไมจึงผมร่วง...

นอกจากปัจจัยอย่างเช่นความเครียด ความกังวลในเรื่องต่าง ๆ รวมถึงการรับประทานอาหารที่ไม่สมดุลแล้ว สาเหตุหลักของภาวะผมร่วงหลังคลอด ก็คือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนภายในร่างกายของคุณแม่นั่นเอง ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เพื่อให้เข้าใจและเห็นภาพมากขึ้น มาทำความรู้จักกับวงจรชีวิตของเส้นผมกันก่อน ประกอบไปด้วย 3 ระยะ ได้แก่

  • ระยะงอกของเส้นผม (Anagenic Phase)
  • ระยะพักของเส้นผม (Catagen Phase)
  • ระยะเตรียมหลุดร่วง (Telogen Phase)

เมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ ร่างกายจะสร้างฮอร์โมนเอสโตรเจนในระดับสูงขึ้น และสร้างออกมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ซึ่งเจ้าฮอร์โมนเอสโตรเจนนี้เอง จะไปกระตุ้นให้เส้นผมเกือบทั้งศีรษะเข้าสู่ระยะเจริญเติบโตพร้อม ๆ กัน มีเพียงส่วนน้อยมาก ๆ ที่อยู่ในระยะพัก (Catagen Phase) และเตรียมหลุดร่วง ผลที่ตามมาก็คือ จากเดิมก่อนตั้งครรภ์ที่คุณแม่เคยผมร่วงตามธรรมชาติวันละ 70-100 เส้น กลายเป็นว่าพอตั้งครรภ์แล้ว ผมจะหลุดร่วงน้อยลง แลดูหนาดกดำขึ้นตลอด 9 เดือน 

แต่พอคลอดแล้ว ฮอร์โมนเอสโตรเจนในร่างกายจะลดระดับลงอย่างรวดเร็ว เส้นผมจำนวนมากที่เคยอยู่ในระยะเจริญเติบโตเพราะฮอร์โมนเลี้ยงระดับไว้ จึงหยุดการเจริญเติบโตอย่างกะทันหัน พากันเข้าสู่ระยะพัก (Catagen Phase) ตามมาด้วยระยะเตรียมหลุดร่วง (Telogen Phase) ทำให้ผมร่วงพร้อม ๆ กันมากกว่าปกติ นับเป็นร้อย ๆ เส้นอย่างที่เราเห็น บางครั้งอาจร่วงมากถึง 400-500 เส้นต่อวันทีเดียว ซึ่งภาวะผมร่วงหลังคลอดนี้ มีอีกชื่อหนึ่งว่า ภาวะ Telogen Effluvium แบบเฉียบพลันนั่นเอง


นานแค่ไหน ...กว่าผมจะหยุดร่วง...

โดยเฉลี่ยแล้ว คุณแม่มือใหม่มักจะมีอาการผมร่วงหนักประมาณ 3 เดือน ซึ่งภาวะผมร่วงหลังคลอดนี้จะเริ่มปรากฏชัดขึ้นในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังคลอด และในช่วงเดือนที่ 6-12 ฮอร์โมนเอสโตรเจนจะค่อย ๆ ปรับเข้าสู่ระดับปกติ ภาวะ Telogen Effluvium จะค่อย ๆ หายไป จนกระทั่งผมเริ่มหยุดร่วงมากผิดปกติในที่สุด ดังนั้น หลังคลอดไปแล้ว 1 ปีถึง 1 ปีครึ่ง เส้นผมของคุณแม่ก็จะกลับมาหนาแน่นเหมือนเดิม


ชวนคุณแม่ ...ดูแลเส้นผมหลังคลอด...

แม้ว่าอาการผมร่วงหลังคลอดจะอยู่กับคุณแม่เพียงแค่ชั่วคราว แต่ระหว่างที่ผมร่วงเยอะ ๆ นั้นก็คงจะทำให้คุณแม่จิตตกและเครียดกังวลอยู่ไม่น้อย แม้ว่าเราจะหยุดอาการผมร่วงไม่ได้ แต่ก็ยังมีอีกหลาย ๆ วิธีที่จะช่วยฟื้นฟูดูแลสุขภาพผม รวมถึงมีข้อแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อป้องกันไม่ให้สุขภาพผมของคุณแม่อ่อนแอลงไปกว่าเดิม 

  • เริ่มจากขั้นตอนการสระเพื่อทำความสะอาดเส้นผม แนะนำให้เลือกใช้แชมพูที่มีความอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง และสามารถนวดหนังศีรษะเบา ๆ ระหว่างสระผม เพื่อกระตุ้นให้เลือดมาเลี้ยงรากผมได้ดีขึ้น

  • เสริมด้วยการใช้ครีมนวดบำรุงเส้นผมตั้งแต่ช่วงกลางผมถึงปลายผม เพื่อให้เส้นผมเงางาม มีน้ำหนัก แต่ระวังอย่าชโลมครีมนวดบริเวณหนังศีรษะโดยตรง เพราะจะยิ่งเพิ่มความมันให้กับหนังศีรษะ จนเกิดการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุอีกข้อหนึ่งทำให้เกิดอาการผมร่วงได้

  • เรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัวอย่างเช่นการหวีผม ก็สามารถส่งผลต่อความทนทานแข็งแรงของเส้นผมได้เช่นกัน ขอแนะนำให้หวีผมอย่างเบามือ เพราะยิ่งหวีแรง ยิ่งเพิ่มโอกาสที่ผมจะขาดหลุดร่วง และการหวีผมบ่อย ๆ  ยังเป็นการกระตุ้นให้ต่อมไขมันในชั้นหนังศีรษะ ผลิตน้ำมันออกมาเกินความจำเป็น ส่งผลให้ผมยิ่งร่วงมากขึ้นได้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เราไม่ควรหวีผม สัมผัสเส้นผม หรือรบกวนหนังศีรษะระหว่างวันบ่อยจนเกินไปนั่นเอง

เราอาจจะเห็นคุณแม่มือใหม่หลายคนเตรียมตัวด้วยการตัดผมสั้น เพราะดูแลง่าย โอกาสหลุดร่วงน้อย และช่วยให้ไม่ต้องมัดผมบ่อย ๆ เพราะการมัดผมเท่ากับเป็นการดึงผมให้ตึงขึ้น ทั้งที่โคนผมมีความอ่อนแออยู่แล้ว จึงอาจหลุดร่วงได้ง่ายกว่าเดิมอีก

  • หลีกเลี่ยงการใช้ความร้อนกับเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นการไดร์เพื่อเป่าผมให้แห้ง การหนีบผม หรือการดัดผม เพราะจะยิ่งทำให้เส้นผมบางลง ทางที่ดีควรเว้นการจัดแต่งทรงผมที่ต้องใช้ความร้อนสูงไปสักระยะ 

  • อาหารก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของการบำรุงผมเช่นเดียวกัน โดยหลักการง่าย ๆ คือการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยสังกะสี ธาตุเหล็ก ไอโอดีน ไบโอติน หรือโอเมก้า 3 เป็นต้น

  • พักผ่อนให้เพียงพอ และหาเวลาในการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ



Premium Hair Booster ...นวัตกรรมลดผมร่วงจากนามนิน

และถ้าคุณแม่ท่านไหนกำลังมองหา Treatment บำรุงผมชั้นลึก เพื่อผมสุขภาพดีจากภายใน นามนินขอแนะนำ นวัตกรรม Premium Hair Booster ที่พัฒนาขึ้นโดยคุณหมอนิน - แพทย์หญิงดิลกณิกนันต์ นามทองต้น แพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผม เพื่อคืนความหนาแน่น ดกดำ แข็งแรงให้กับเส้นผม ด้วยพลังบำรุงจาก Exosome อนุภาคไซส์จิ๋วระดับนาโนซึ่งเป็นสารชีวโมเลกุลที่แยกออกมาจากสเต็มเซลล์ หรือเซลล์ต้นกำเนิด โดยมีขนาดของอนุภาคเพียง 30 – 100 นาโนเมตรเท่านั้น เรียกได้ว่าเล็กกว่าเซลล์ทั่วไปถึง 1/1000 เท่า ซึ่งภายในประกอบด้วยสารชีวโมเลกุลต่าง ๆ นับพันชนิด และโปรตีนอีกหลายประเภท มากกว่าสารชีวโมเลกุลและโปรตีนที่พบใน PRP หรือเกล็ดเลือดเข้มข้นเป็นพันเท่า ทั้งยังเสริมด้วยวิตามินสูตรเฉพาะของนามนิน ในการทำงานร่วมกับ Exosome เพื่อการออกฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่สำคัญ นวัตกรรมนี้ยังมีความปลอดภัยสูง เพียงใช้วิธีการฉีดเข้าสู่หนังศีรษะ สารสำคัญต่าง ๆ จะตรงเข้าซ่อมแซมเซลล์ที่เสื่อมสภาพ และฟื้นฟูการสร้างเซลล์ใหม่ ได้ลึกถึงระดับการแสดงออกของยีน (Epigenetic) โดยไม่มีอาการเจ็บ ไม่ทิ้งรอยแผล ไม่มีผลข้างเคียง และไม่ต้องพักฟื้นหรือดูแลเป็นพิเศษ 

Premium Hair Booster ยังให้ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้ตั้งแต่ครั้งแรก ในการลดอาการผมร่วง กระตุ้นการงอกใหม่ของเส้นผม และช่วยให้เส้นผมที่เคยลีบบางมีขนาดใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น ทั้งยังตอบโจทย์การฟื้นฟูภาวะผมร่วงจากสาเหตุอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ ภาวะทางสุขภาพ ความเครียด การขาดสารอาหาร หรือการโดนทำร้ายจากสารเคมีอีกด้วย 



อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคุณแม่สังเกตว่า แม้เมื่อผ่านไปแล้ว 1 ปี ผมยังคงหลุดร่วงมากกว่า 100 เส้นต่อวัน กรณีนี้ขอแนะนำให้คุณแม่ปรึกษากับแพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผม เพื่อวิเคราะห์หาสาเหตุอื่น ๆ นอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน และวางแผนการดูแลฟื้นฟูสุขภาพผมแบบเฉพาะบุคคลร่วมกัน

ภาวะ “เครียด” ตัวการ “ผมร่วง”
ในแต่ละวัน เราต้องเจอกับปัญหาน่าหนักใจสารพัดเรื่องที่ทำให้เกิดความเครียดสะสม ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การเรียน ปัญหาครอบครัว ปัญหาส่วนตัว หรือความเจ็บป่วยต่าง ๆ และเมื่อเครียดแล้ว ผลต่อเนื่องที่ตามมายังกระทบทั้งในด้านของจิตใจและร่างกายไปพร้อม ๆ กัน หนึ่งในนั้นก็คือ “อาการผมร่วง” ซึ่งหลายคนยังสงสัยว่า เครียดจนผมร่วง เป็นแค่คำเปรียบเปรย หรือว่าความเครียดเป็นตัวการทำให้เกิดผมร่วงได้จริง ๆ


และสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งของอาการผมร่วง ก็คือภาวะเครียดตามที่พูดกันนั่นเอง เพราะเส้นผมของเรานั้นค่อนข้างอ่อนไหว ไวต่อการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์และฮอร์โมนของร่างกาย และความเครียดก็ไปกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือที่เรียกเล่น ๆ ว่าฮอร์โมนความเครียด ที่ส่งผลต่อการทำงานของร่างกายในทุก ๆ ส่วน รวมถึงเส้นผมและหนังศีรษะด้วย ซึ่งเราสามารถแบ่งประเภทของอาการผมร่วงจากความเครียดออกเป็น 3 แบบ

Telogen Effluvium 
เมื่อความเครียดสะสมมากขึ้น โดยเฉพาะความเครียดจากความเจ็บป่วยและความเครียดทางอารมณ์ รากผมจะเข้าสู่ช่วงระยะพักตัว หยุดการสร้างเส้นผมใหม่ ซึ่งระยะต่อไปก็คือระยะเตรียมหลุดร่วง ดังนั้น พอเราหวีผมหรือสระผม ก็จะพบว่าเส้นผมหลุดร่วงออกมามากกว่าปกติ 2-3 เท่า

Alopecia Areata
ในรูปแบบนี้ ความเครียดจะทำให้เกิดความผิดปกติในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย กระทบไปถึงรูขุมขนบนหนังศีรษะ ทำให้ผมหลุดร่วงได้ง่ายขึ้น และอาจกลายเป็นสาเหตุของภาวะผมบาง ไปจนถึงผมล้านเลยก็เป็นได้

Trichotillomania
กรณีนี้ ความเครียดอาจไม่ได้ส่งผลต่อเส้นผมและหนังศีรษะโดยตรง แต่ไปกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมทำร้ายเส้นผม ไม่ว่าจะเป็นการจับผม ดึงผม ม้วนผม หรือแกะเกาหนังศีรษะ และทำบ่อย ๆ เข้าโดยไม่รู้ตัว จนผมเริ่มร่วงและบางลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งผู้ที่เผชิญปัญหานี้อาจต้องปรึกษาแพทย์เพื่อรับยาคลายกังวลร่วมด้วย

นอกจากนั้น ความเครียดยังส่งผลข้างเคียง ทำให้นอนหลับไม่เพียงพอ ร่างกายอ่อนแอ ระดับภูมิคุ้มกันลดลง รวมถึงกระตุ้นให้ต่อมไขมันในชั้นหนังศีรษะสร้างไขมันเพิ่มขึ้นจนเกิดการอุดตันของรูขุมขน และทั้งหมดนั้นนำไปสู่ภาวะผมร่วงในที่สุด

เมื่อสังเกตตัวเองว่ามีความเครียดเกิดขึ้น เราสามารถจัดการกับความเครียดได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการหาเวลาผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ การออกกำลังกาย การพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่เหมาะสมครบถ้วน รวมถึงการเสริมด้วยวิตามินสำคัญต่าง ๆ 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังสามารถเลือกเสริมความแข็งแรงให้กับเส้นผมและหนังศีรษะได้โดยตรง จากตัวช่วยที่คัดสรรโดยแพทย์ผู้ชำนาญด้านเส้นผมตัวจริง 

โดยนามนินขอแนะนำ 
Elixir Hair Serum by NEAT HAIRNUE 
เซรั่มกระตุ้นการเกิดใหม่ของเส้นผม ที่รวมคุณค่าจากสารสกัดธรรมชาติ 100% 


VITA H 
วิตามินรวมตัวท็อปเพื่อการบำรุงรากผมอย่างล้ำลึก 
ทั้งยังสามารถเข้ารับบริการ Treatment คุณภาพจากนามนิน 


Namnin Perfect Hair Treatment
โปรแกรมบำรุงกึ่งสปาเพื่อการผ่อนคลายและดูแลเส้นผม ช่วยฟื้นฟูและสร้างผมสุขภาพดีจากภายใน


Premium Hair Booster
นวัตกรรมคืนความหนาแน่น ดกดำ ให้กับเส้นผม ด้วยการผสานพลังบำรุงจากอนุภาคไซส์จิ๋วระดับนาโนที่ชื่อ Exosome เสริมด้วยวิตามินสูตรเฉพาะของนามนิน




แต่ถ้าลองจัดการกับต้นตอความเครียดแล้ว และเสริมการบำรุงเส้นผมและหนังศีรษะในแบบต่าง ๆ แล้ว สังเกตพบว่าผมยังคงหลุดร่วงต่อเนื่องอย่างผิดปกติ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อวิเคราะห์สาเหตุที่แท้จริงของปัญหา และออกแบบแนวทางแก้ไขที่ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุดที่สุดนั่นเอง