SPOTLIGHT
ประสบการณ์จริงจากผู้ปลูกผม
Tag : นามนินคลินิก
NEAT การปลูกผมที่ให้มากกว่าเส้นผมใหม่ ในวัย 50+
ความมั่นใจ ไม่มีวันเกษียน

การปลูกผมเทคนิค NEAT ให้ผลลัพธ์มากกว่า “เส้นผมใหม่” แล้วสิ่งนั้นคืออะไร? คุณนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ ให้เกียรติมาแชร์ประสบการณ์นั้นให้เราได้ร่วมประทับใจไปด้วยกันค่ะ

คุณนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ ประธานกรรมการ บริษัท มารีน สเคป (ประเทศไทย) ผู้บริหารเชียงใหม่ ซู อควาเรียม ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ทะเลบนยอดดอย” แห่งเดียวในโลก และยังดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการด้านบริหาร สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ร่วมบริหาร “สวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ ซาฟารี” ได้เล่าให้ฟังว่า เริ่มสังเกตเห็นตัวเองผมบางผิดปกติหลังจากกลับจากเที่ยวต่างประเทศ เมื่อต้องเข้าร่วมประชุมและถ่ายรูปแล้วเห็นว่าผมบางลง เส้นเล็กลง โดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะ เหลือเส้นผมด้านหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น



ทันทีที่สังเกตเห็นปัญหา คุณนฤทัตจึงรีบปรึกษารุ่นน้องที่เป็นแพทย์ และได้รับคำแนะนำให้รู้จักกับ พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม นามนิน คลินิก เพราะสิ่งสำคัญที่คุณนฤทัตต้องการคือ “ต้องการปลูกผมกับแพทย์ที่มีเทคนิคและทักษะในการปลูกผม” ซึ่งคุณหมอนินและการปลูกผมเทคนิค NEAT เป็นคำตอบที่ตรงกับความต้องการ จึงตัดสินใจบินมาจากเชียงใหม่เพื่อเข้ารับการปลูกผมที่นามนิน คลินิก

แม้จะผ่านมาแล้วเกือบ 1 ปี คุณนฤทัตก็ยังคงจำประสบการณ์ในวันเข้ารับการปลูกผมได้อย่างแม่นยำ  ในวันนั้น คุณหมอนินออกแบบกรอบหน้าใหม่ให้เหมาะกับบุคลิกภาพและเสริมรูปหน้าให้ดูดีขึ้นเพื่อแก้ปัญหา M Shape ที่เป็นมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยที่ออสเตรเลีย และใช้เทคนิคการนำผมด้านหลังออกแบบขั้นบันไดทีละกราฟต์ ไม่ต้องโกนผม หัวใจสำคัญคือใช้เทคนิค NEAT ที่เป็นการปลูกผมแทรกทีละกราฟต์ในบริเวณที่เป็นปัญหา คุณหมอนินปลูกผมอย่างพิถีพิถัน จัดวางทิศทางและความหนาแน่นอย่างประณีต จึงใช้เวลานานในการปลูกผม จนคุณนฤทัตแทบจะถอดใจ แต่คุณหมอนินไม่ยอมถอดใจ จนในที่สุดก็ปลูกผมจนสำเร็จ และผลลัพธ์ที่ออกมานั้นคุ้มค่ากับความอดทนมาก “ครั้งแรกที่มา นึกว่า 2-3 ชม. ผมจำได้เลยว่า ผมมา 10 โมง เสร็จตี 3 แล้วเวลามาเห็นหมอทำเองแล้ว ผมยอมรับว่าที่จ่ายไปคุ้มมาก เพราะขนาดผมเป็นคนไข้ ผมจำได้ ตอนตี 1 ผมบอกว่า ผมไม่เอาแล้ว ผมเลิกแล้ว ไม่ไหวแล้วหมอ”  “ตอนนั้นผมรู้สึกว่า โอ้โห หมอเขาตั้งใจมากกว่าเราอีก ทำไมแค่นี้เราอดทนไม่ได้ แล้วผมรู้ว่าหมออยู่ตลอด หมอไม่ได้เดินไปไหน”

ด้วยตำแหน่งผู้บริหารจึงมีภาระหน้าที่มากมายต้องรับผิดชอบ ซึ่งคุณนฤทัตบอกว่าการเลือกปลูกผมเทคนิค NEAT เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะหลังปลูกผมไม่ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันเลย สามารถทำงานได้ตามปกติ “ตอนแรกนึกว่าจะเจ็บมาก แต่ไม่เจ็บเลย หมอมือนุ่มด้วย มีเทคนิคทำให้เราไม่เจ็บ แล้วตอนฉีดยาชาก็ยิ่งไม่เจ็บ ช่วงอาทิตย์แรกไม่ได้เจ็บตรงหัวเลย” และที่ทำให้รู้สึกดีมากคือ “ปลูกไม่ถึง 5 วัน แต่ถ่ายรูปออกมาดูดี”

หลังการปลูกผม คุณหมอนินยัง Follow up ต่อเนื่อง และให้คำแนะนำในการดูแลเส้นผมอย่างใกล้ชิด แม้คุณนฤทัตจะยังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ แต่ก็พยายามปรับลดความถี่และปริมาณให้น้อยลงตามที่คุณหมอแนะนำ “ทำให้เราคิด เวลาสูบบุหรี่เราก็กลัวว่าผมมันจะหลุดมั้ย เราก็สูบน้อยหน่อย ทำให้กิจวัตรเราปรับปรุงขึ้นบ้าง” คุณหมอนินยังขอเสริมว่า การปลูกผมต้องการเลือดไปเลี้ยงมากกว่าปกติ เพื่อเพิ่มอัตราการงอกของผมใหม่และการสมานแผล ซึ่งในบุหรี่มีสารนิโคตินที่ทำให้เส้นเลือดตีบ หดตัว  ทำลายรากผม ถ้าเป็นไปได้ แพทย์ก็จะแนะนำให้เลิกสูบบุหรี่ แต่หากไม่สามารถเลิกได้ คุณหมอจะมีวิธีการอื่นเพื่อบำรุงเส้นผมร่วมด้วย เช่น การกินยา การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และการฉีดบำรุงด้วยโปรแกรม PHB ซึ่งคุณนฤทัตมีวินัยสูงมากในการดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ จึงเข้ารับการฉีดบำรุงอย่างสม่ำเสมอเดือนละ 1 ครั้ง




แล้วสิ่งที่ได้หลังการปลูกผมที่นอกจากเส้นผมใหม่คืออะไร คุณนฤทัตเล่าว่า “ผมว่าเสริมบุคลิกภาพกับความมั่นใจ อันนี้ 100% และอันที่สอง การปลูกผม ผมเชื่อว่าทำให้เรามีวินัยมากขึ้น อันนี้สำคัญเลย เพราะว่า เมื่อก่อนความมีวินัยของผมเรื่องอาบน้ำอาบท่า ผมไม่ค่อยสนใจ เวลาอาบน้ำก็เอาผ้าเช็ดผมปุ๊บๆๆๆ เสร็จแล้วก็แต่งตัวแล้วออกเลย เดี๋ยวนี้ต้องเป่าผม ดูหน้าดูตาตัวเองก่อน ทำให้เรามีวินัยมากขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น”

“จริงๆ แล้ว เดือนที่ 3-4 ผมมั่นใจแล้ว ความมั่นใจมันทำให้เราประสบความสำเร็จได้เยอะ อย่างเราไปคุยงาน เราดูดีนะ เวลาแต่งชุดก็ทำให้เรามีความมั่นใจ ทำให้เรากล้าตัดสินใจมากขึ้น กล้าพบคนมากขึ้น และก็มีวินัยมากขึ้น” ซึ่งคุณนฤทัตบินจากชียงใหม่มา Follow up กับคุณหมอนินทุกเดือน พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตัวเอง ไม่สระผมด้วยน้ำร้อน เป่าผมด้วยลมเย็น ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของนามนินเพียงอย่างเดียว เมื่อถามว่า ชีวิตประจำวันยุ่งยากขึ้นหรือไม่ คุณนฤทัตก็บอกว่า “ชีวิตประจำวันก็ง่าย เมื่อมีวินัยมากขึ้น”

ผลลัพธ์การปลูกผมไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัยหรืออายุ แต่ขึ้นอยู่กับวินัยในการดูแลตัวเอง และการให้ความร่วมมือในระยะยาวกับแพทย์ นอกจากนี้ เส้นผมใหม่ก็เปิดให้เห็นแง่มุมใหม่ในการใช้ชีวิตอย่างที่คุณนฤทัตได้สัมผัสมาแล้วด้วยตัวเอง “อย่างน้อยๆ เราก็คิดว่า ถ้าเรามองตัวเองว่าเราเป็นเด็กขึ้น พลังเราก็กลับมาเยอะขึ้น ความมั่นใจทุกอย่างมันก็จะดีขึ้น และผมแนะนำเลยว่า ผมเชื่อว่าคนปลูกผมจะเพิ่มวินัยให้กับตัวเอง อันนี้เป็นประเด็นที่ผมว่าดีสำหรับคนที่ปลูกผมด้วย มันดีรอบด้านนะฮะ ผมว่า ทำให้เราเปลี่ยนชีวิตได้ดีพอสมควร”



ในปัจจุบัน คุณนฤทัตปลูกผมมาครบ 1 ปี เทคนิค NEAT ได้เปลี่ยนความกลัวการปลูกผมที่เคยมีให้เป็นประสบการณ์ที่ดี และมอบความประทับใจให้เกินกว่าที่คาดไว้ สิ่งสำคัญคือได้กลับมาดูแลตัวเอง มีแรงบันดาลใจที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุข กล้าทำในสิ่งที่เคยคิดว่าคงจะทำไม่ได้แล้วด้วยวัยที่มากขึ้น มีพลังมากขึ้น และสุดท้าย คุณนฤทัตฝากบอกว่า “เราเป็นผู้ชาย บางทีลืมมองตัวเองเรื่องรักสวยรักงาม ผมเลยอยากแนะนำ ถ้ามีกำลังทรัพย์และคิดว่าดูแลตัวเองได้ ผมว่าควรจะรีบมาทำ ไม่ต้องเสียดายเงินเลย เพราะว่าถ้าอยู่อีก 20 ปี คิดว่าวันละไม่กี่สิบบาท อย่างที่สอง ผมยกตัวอย่าง เล็บหลุดเรายังอยากไปต่อเล็บเลย แล้วทำไมเราต่อผมได้ เป็นของจริงด้วย ทำไมเราไม่รีบทำ แล้วความมั่นใจมันกลับมาเยอะ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราจะเริ่มรักตัวเองมากขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น”

"NEAT การปลูกผมที่ให้คุณได้มากกว่าเส้นผมใหม่"

ปลูกผมผลลัพธ์สวยตรงใจ กานดาคอนเฟิร์ม
อีกหนึ่งศิลปินนักร้องที่จะมาคอนเฟิร์มว่า การปลูกผมเทคนิค Microplus N ปลูกผมแล้วได้ผลลัพธ์ตรงใจจริงๆ คือ คุณ กานดา อาร์สยาม หรือที่รู้จักกันดีในนาม “นางร้ายป้ายแดง” ที่ลุคในการทำงานจะดูตัวเป็นแม่ตัวมารดา ร้ายๆ แรงๆ ก็ตาม แต่ตัวจริงน่ารัก อัธยาศัยดี เป็นผู้หญิงที่สวย คมเข้มและมาพร้อมความมั่นใจมากๆ


แต่ก่อนที่จะมั่นใจได้ขนาดนี้ คุณกานดาเคยมีปัญหาผมด้านหน้าที่บางลงเรื่อยๆ เพราะด้วยการทำงานทำให้ต้องรวบผมตึงมาตลอดระยะเวลา 9 ปี จนเมื่อผมด้านหน้าเริ่มเว้าสูงจึงรู้สึกไม่มั่นใจ “ตั้งแต่ซิงเกิลแรกแล้วนะคะ ผมจะรวบตึงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ผมหลุดร่วง ใช้สเปรย์ ทำสีบ่อย หน้าผากสูง มันเหมือนมันล้านเลยค่ะ ทำให้ไม่มั่นใจในตัวเอง” แต่ก็ไม่เคยรู้ว่าจะแก้ปัญหาได้อย่างไร จนเห็นเพื่อนศิลปินที่ได้เข้ามารับการปลูกผมที่นามนิน เช่น คุณลูลู่ คุณลาล่า และคุณนุช วิลาวัลย์ ที่หลังปลูกผมทุกคนมีเส้นผมใหม่ขึ้นมาจริงๆ และดูมีอิสระที่จะทำผมทรงไหนก็ได้ ไม่มีข้อจำกัดในการทำงาน คุณกานดาจึงเริ่มสนใจและนัดหมายเพื่อเข้าปรึกษาคุณหมอนินด้วยตัวเอง


“คุณหมอให้คำปรึกษาที่ดีมากๆ เลยค่ะ เขาจะรู้ว่าเรามีปัญหาตรงไหน ซึ่งเขาแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด ใช่ค่ะ หนูมีปัญหาตรงนี้ มันสูงไป แล้วมันทำให้หน้าของเราไม่เพอร์เฟค ต้องแอบมาคอนซีลเลอร์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งคุณหมอก็แก้ปัญหาได้ดีมากๆ เลยค่ะ”

เพื่อแก้ปัญหาหน้าผากเว้าสูง คุณหมอนินแนะนำให้คุณกานดาเข้ารับการปลูกผมเทคนิค Microplus N เพื่อปรับกรอบหน้าให้มีสัดส่วนที่สวยงามขึ้น และเติมเต็มเส้นผมด้านหน้าด้วยความหนาแน่นที่เป็นธรรมชาติได้อย่างที่ต้องการ และที่ต้องเป็นเทคนิค Microplus N เท่านั้น เพราะคุณกานดายังมีภาพจำจากคนรอบตัวบางคนอยู่ว่าการปลูกผมนั้นต้องเจ็บ แต่เมื่อได้สัมผัสการปลูกผม Microplus N ที่คุณหมอนินปลูกผมทุกเส้นให้ด้วยตัวเองแล้ว คุณกานดาคอนเฟิร์มว่า ปลูกผมไม่เจ็บ หลังปลูกผมไม่บวมช้ำ ไม่ต้องพักฟื้น ขึ้นคอนเสิร์ตต่อในวันรุ่งขึ้นได้ทันที


“กานดาต้องขอบอกก่อนว่า เพื่อนที่ใกล้ชิด รุ่นพี่ที่เขาไปปลูกผมมา ทำให้กานดากลัวอยู่อย่างหนึ่งคือ เจ็บมาก ย้ายเซลล์จากข้างหลังมาทำข้างหน้า มันก็ต้องเจ็บสองต่อ พักฟื้นมันน่าจะนาน ซึ่งพี่เขาบอกว่า ไม่เจ็บ เจ็บแค่ตอนฉีดยาชา พูดตรงๆ เลยนะคะทุกคนว่า เจ็บวันเดียว เพราะว่าตอนที่กานดามาทำ วันรุ่งขึ้นกานดาแสดงคอนเสิร์ต ไม่มีเจ็บ ไม่มีปวดใดๆ เลย อีกวันนึง ต้องไปทำการแต่งหน้าทำผม ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไร เพราะเรารู้สึกว่าหน้าเราสวยแล้ว ตอนที่กานดาแต่งหน้า ก็รู้สึกว่าตัวเองมีคอนทัวร์เสร็จเรียบร้อยแล้ว”


เมื่อถามถึงความรู้สึกที่ได้รับหลังการปลูกผม คำตอบที่ได้รับคือ “คอมพลีท” เพราะทั้งกรอบหน้าและเส้นผมใหม่ที่ปลูกนั้นสวยตรงใจ แก้ปัญหาได้อย่างตรงจุดอย่างที่ต้องการ

“จะมีกรอบหน้าแล้ว คอมพลีท เมื่อก่อนต้องตัดหน้าม้าเพื่อปกปิดสิ่งที่ตัวเองขาดหายไป ตอนนี้ทิศทางของผมจะทำทรงอะไรก็คือ เพอร์เฟค”

“พอหลังจากทำเสร็จแล้ว มีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทั้งที่ผมยังไม่ขึ้น ยังเป็นตอ การย้ายเซลล์จากข้างหลังมาปลูกข้างหน้า จะมีผมเส้นเล็กๆ เหมือนโครงสร้างของผมที่เรามีปัญหา ต่อไปมันยาวขึ้น เราจะสวย กรอบหน้าเราจะเป็นแบบนี้ รู้สึกมั่นใจขึ้นค่ะทุกคน เดินไปไหนก็รู้สึก อุ้ย อยากโชว์ ฉันไปปลูกผมมา”


หลังปลูกผมได้ 10 เดือน คุณกานดาก็สัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงได้ด้วยตัวเอง รูปลักษณ์ภายนอกที่สวยและดูดีส่งผลให้มีความมั่นใจมากขึ้น กรอบหน้าที่คมชัดทำให้แต่งหน้าสวย และเส้นผมใหม่ก็ทำให้มั่นใจกับทุกทรงผมยิ่งขึ้น

นอกจากจะได้สัมผัสกับผลลัพธ์การปลูกผมเทคนิค Microplus N ด้วยตัวเองแล้ว การดูแลหลังการปลูกผมของนามนินก็ยังทำให้คุณกานดาประทับใจมากยิ่งขึ้นไปอีก “ประทับใจในตัวคุณหมอนิน คือเขาจะ follow up อยู่ตลอดเวลา เป็นยังไงบ้าง วันนี้ไปไหน ทำผมทรงอะไร ระวังหน่อยนะ ติดตามอยู่ตลอดเวลา”



เมื่อได้รับความรู้สึกดีๆ จากการปลูกผมที่นามนินแล้ว คุณกานดาจึงขอฝากถึงคนที่กำลังพบเจอปัญหาผมร่วงผมบางอยู่ด้วยว่า “ใครที่มีปัญหา ไม่มั่นใจในตัวเอง ไม่มั่นใจในรูปหน้า โดนบูลลี่เหมือนกับที่กานดาโดน อยากให้เข้ามาปรึกษาคุณหมอก่อน หมอจะแนะนำดีมากค่ะ ใครที่มีปัญหาน้อย ฉีดก่อนมั้ย ใช้สเปรย์ก่อนมั้ย กินยาก่อนมั้ยคะ ปัญหามาก ต้องปลูกแบบไหน ต้องทำยังไง”

และกับเทคนิค Microplus N ที่คุณกานดาได้สัมผัสถึงความพิเศษมาแล้วด้วยตัวเอง ก็ฝากไว้อย่างสวยๆ ว่า “ถ้าเราอยากสวย อยากมั่นใจ ลองเปิดใจค่ะทุกคน เทคนิคที่เราไม่เคยได้รับรู้มาก่อน ทำให้ผมเกิดขึ้นได้ ดกดำ สลวย มันมีอยู่จริงค่ะ กานดาคอนเฟิร์ม”

แค่เริ่มต้นด้วยการเปิดใจ แล้วนามนินจะเปิดโลกใบใหม่ ที่พร้อมดูแลทุกปัญหาเส้นผมให้คุณ



สุเมธ องอาจ เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ ด้วยการปลูกผม
Sumeth Singer, transformed himself into a new person. with hair transplant
ดิว เดอะสตาร์ 4 ปลูกผม และปลูกหนวดเครา
ดิว เดอะสตาร์ 4 แชร์ประสบการณ์ในการปลูกผมครั้งแรก(จากคลินิกอื่น) และตัดสินใจปลูกผม และหนวดเครา ครั้งที่ 2 ที่นามนิน คลินิก 
ศิต วงโมทีฟ หลังปลูกผมรู้สึกเป็นวัยรุ่น
ลาล่า ปลื้มหลังปลูกผมเทคนิค NEAT กรอบหน้าชัด

หลังปลูกผม ปลูกคิ้ว 1 ปี
Hair and eyebrows transplant to enhance personality
สร้างลุคเจ้าสาวที่มั่นใจ ด้วยการปลูกผมปรับกรอบหน้า
ครั้งหนึ่งในชีวิต
ปลูกผมเติมเต็มฝันเจ้าสาวคนสวย


วันแต่งงาน เรียกได้ว่าเป็น “ครั้งหนึ่งในชีวิต” ที่ผู้หญิงแทบทุกคนต่างวาดภาพตนเองสวยที่สุดในชุดเจ้าสาว เช่นเดียวกับคุณหมอริน - สุมาลี จำรัส แพทย์เฉพาะทางด้านความงาม แต่เมื่อวันสำคัญของชีวิตใกล้เข้ามาถึง กลับยังมีสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณหมอรินต้องกังวลใจ ก็คือจะทำอย่างไรกับ “ปัญหาเส้นผม”

“จริง ๆ ไม่ได้ชอบไว้หน้าม้านะคะ อยากรวบผมตึงแบบคนอื่นบ้าง แต่ปกติเป็นคนรวบผมไม่ได้เลย มันค่อนข้างขึ้นไปเยอะมาก ไปด้านข้างด้วย แนวผมไม่สวย ดูเหมือนผู้ชาย เวลาออกงานทีไรก็ค่อนข้างลำบาก”

คุณหมอรินจึงตัดสินใจบอกลาปัญหาผมบางจากกรรมพันธุ์บริเวณหน้าผากที่เป็นมาตั้งแต่เด็ก

“คิดว่าพร้อมที่จะทำแล้ว เพราะวางแผนว่าจะมีงานแต่ง ก็เลยเลือกที่จะปลูกผม เพื่อช่วยให้กรอบหน้าดีขึ้น”

ดังนั้น หลังจากเข้ามาพบกับคุณหมอนินเพื่อพูดคุยทำความเข้าใจปัญหาที่มีอยู่แล้ว สิ่งแรกที่คุณหมอนินทำจึงเป็นการชวนคุณหมอรินออกแบบกรอบหน้ากันใหม่

“คุณหมอนินจะถามความต้องการของเราก่อน แล้วลองวาดกรอบหน้าออกมา บอกข้อจำกัดว่าถ้าลงมามากอาจจะโดนบริเวณกล้ามเนื้อ ทำให้ปลูกไม่ติด และช่วยเสริมกันระหว่างความต้องการของเรากับความเป็นไปได้ที่กราฟต์ผมจะติด”



คุณหมอรินยังเล่าถึงบรรยากาศในวันที่เข้ามารับการปลูกผม ซึ่งใช้เวลาอย่างเต็มที่ถึง 10 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในขั้นตอนที่ต้องอาศัยความพิถีพิถันแบบสุด ๆ ก็คือการปักกราฟต์ผม

“ก่อนทำกลัวเจ็บนิดนึง แต่พอทำจริงเรียกได้ว่าไม่เจ็บเมื่อเทียบกับการทำศัลยกรรมอย่างอื่น บรรยากาศก็สบาย ๆ เปิดเพลงฟัง คุณหมอนินเป็นคนลงมือปักกราฟต์ผมให้ โดยดูแนวผมว่าไปทางไหน ควรปักอย่างไร เพื่อเวลาผมยาวจะได้ชี้ไปตามแนวเดิม ไม่ดูหลอก ถ้าปักสวนกับแนวเดิม ก็จะชี้ไปชี้มา ไม่สวย”



และเมื่อปลูกผมเสร็จ คุณหมอรินก็สามารถไปทำงานในวันรุ่งขึ้นได้ทันที เนื่องจากไม่มีแผลและไม่มีเลือดออก ซึ่งจากนั้นคุณหมอนินก็คอยดูแลให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง ทั้งในช่วงสำคัญอย่างช่วง 2 สัปดาห์แรก และในช่วงที่ผมปลูกใหม่จะร่วงตามธรรมชาติ

“ช่วงสองอาทิตย์แรก หมอจะบอกให้เราดูแลผมเป็นพิเศษนิดนึง เพราะถ้ากราฟต์ผมติดก็จะติดเลย แต่ถ้าหลุดไปเยอะ ก็มีโอกาสติดน้อย ดังนั้นเลยพยายามดูแลตัวเอง พอสองเดือนผ่านไป ผมเริ่มร่วง ก็ลุ้นนิดนึงว่ามันจะขึ้นมั้ย แต่หมอนินจะทักมาถามเพื่อติดตามอาการตลอด และแนะนำว่าไม่ต้องกลัว เดี๋ยวมันก็ขึ้นมาใหม่”


เมื่อเวลาผ่านไป คุณหมอรินก็ได้พิสูจน์ผลลัพธ์ผมหนาแน่นเป็นธรรมชาติ กรอบหน้าสวยขึ้น แบบที่ใครเห็นก็ต้องทัก

“ชอบมากเลยค่ะ เพราะว่ามันเป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ตอนนี้ผมขึ้นเยอะเลย ยาวแล้วด้วย ทิศทางเส้นผมก็ดูสวย หลังจากไปปลูกมา ลงรูปทางโซเชียลมีเดีย มีคนทักถามมาเยอะ เราก็แนะนำที่นี่ทุกคนเลย จะบอกว่าไม่เจ็บ ไม่ต้องกลัว ผมขึ้นจริง ไปคุยได้ว่าเราอยากได้แนวไหน เพราะหมอจะช่วยตัดสินใจร่วมกัน”

และอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้คุณหมอรินวางใจที่จะเข้ารับการปลูกผมที่นี่ ก็คือเรื่องของเทคนิคที่โดดเด่นและแตกต่าง

“เราถามคุณหมอนินถึงเรื่องวิธีการปลูกผม เทคนิคเฉพาะที่เขาไปเรียนมา มันแตกต่างจากที่อื่นยังไง ก็คิดถูกแล้วที่ทำที่นี่ เพราะความแตกต่างก็คือเครื่องมือเล็กที่สุดในตลาดตอนนี้แล้ว ทำให้รูขนาดเล็กมากและช่วยให้กราฟต์ผมติดดีขึ้น ลดโอกาสการเกิดแผลเป็นจากการปลูกผมให้น้อยลง”


คุณหมอรินเสริมว่า นอกจากความใจดีของคุณหมอนิน และความใส่ใจที่จะให้คำปรึกษาอยู่เสมอแล้ว คุณหมอนินยังใจเย็นเป็นที่หนึ่ง

“ประทับใจหมอนิน รับฟังความคิดเห็นของคนไข้ดี ให้คำตอบที่ชัดเจน ใจเย็น เพราะการปลูกผมต้องใช้เวลาเป็นปี ถ้าหมอกระวนกระวายไปพร้อมกับคนไข้ เช่นในช่วงที่ผมร่วง ก็จะยิ่งทำให้คนไข้กังวลไปใหญ่ แต่หมอมีความใจเย็น ทำให้คนไข้สบายใจตามไปด้วย”

แล้วผลลัพธ์ผมสวย ก็คืนความมั่นใจให้กับว่าที่เจ้าสาวอย่างคุณหมอรินได้อีกครั้ง

“ตอนถ่ายพรีเวดดิ้ง ต้องรวบเอาผมหน้าม้าขึ้น ก็โอเคเลยค่ะ จริง ๆ เส้นผมมีความสำคัญ มันคืออวัยวะของเราเลยนะ พอเรามีความสวยงาม ก็มีความมั่นใจมากขึ้น แล้วภาพลักษณ์เราก็ดีขึ้น ถ้าเรามีความมั่นใจ เราก็ทำอะไรได้ดีขึ้นทุกอย่างค่ะ”

สุเมธ องอาจ เปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่
ขอยืนหนึ่งในวงการ ยืดอายุงานด้วยการปลูกผม

ทุกคนคงรู้จักคุณเมธ - สุเมธ องอาจ ในฐานะศิลปินและนักแสดงมากฝีมือ ภายใต้ลุคสบาย ๆ อบอุ่น และเป็นกันเอง ซึ่งก่อนหน้าที่คุณสุเมธจะตัดสินใจเข้ารับการปลูกผมกับคลินิกนามนินนั้น เจ้าตัวแทบไม่เคยใส่ใจในปัญหาเส้นผมของตัวเองเลย!!

“จริง ๆ ผมก็ไม่ค่อยสังเกตตัวเอง รู้ว่าคันหัวและผมร่วงเรื่อย ๆ แต่ผมเป็นคนไม่สนใจตัวเองเลย ด้วยความที่รู้สึกว่าผมก็ 50 แล้ว เดี๋ยวอีกหน่อยก็เกษียณ และจะผันตัวไปทำเบื้องหลัง ก็เลยไม่สนใจดูแลอะไร”


และนี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณเมธเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของเส้นผม และเลือกลุกขึ้นมาจัดการจบปัญหาผมในวัย 51 ปี

“ช่วงโควิด มีน้องมาถ่ายไลฟ์สด ซึ่งไม่มีการแต่งหน้าทำผมอะไรทั้งสิ้น ช่วงนั้นผมยาวขึ้นด้วย ก็เลยเห็นว่าตรงไหนมันหายไปเยอะ จะมีหน้าผากเข้าไปซ้ายขวา ลึกเข้าไปเป็นนิ้วเหมือนกัน และด้านหลังศีรษะที่เป็นขวัญ มันกว้างขึ้น น้องก็เลยทักว่า พี่เมธ ไม่ได้แล้ว เริ่มเข้าไปลึกแล้ว...”

คุณเมธเริ่มได้รับคำแนะนำจากคนรอบข้างหลาย ๆ คน จนเห็นว่า ยังมีหนทางยืดอายุการทำงานออกไปได้อีก ทุกวันนี้ ด้วยความสามารถในการสื่อสารอารมณ์การแสดง เราจึงเห็นคุณเมธในบทคุณพ่ออยู่บ่อย ๆ เรียกได้ว่าคิวงานชุกแทบจะทุกช่อง คุณเมธมองว่าหากจบปัญหาผมได้ ก็น่าจะยืนหนึ่งในวงการไปอีกนาน

“ในเมื่อทุกคนบอกว่า เฮ้ยพี่ พี่ยังได้อีกหลายปี เจอผู้หลักผู้ใหญ่ รุ่นพี่ เขาก็บอกถ้ายื้อได้ก็ยื้อไว้เถอะ ถ้าสามารถป้องกันหรือทำให้ดีกว่าเดิมได้ ก็ควรทำ ถ้าเส้นผมมันยังไปได้เรื่อย ๆ อายุงานก็จะยาวขึ้น น่าจะอยู่ได้อีกหลายสิบปี เลยรู้สึกว่า ถ้ามันมีผลดีกับงานก็น่าทำเพราะถ้าเถิกกว่านี้อาจต้องกลายเป็นบทตาบทปู่ในอนาคต ซึ่งโอกาสงานก็จะน้อยลง”


และคลินิกนามนินก็เป็นตัวเลือกที่คุณเมธเดินเข้ามาปรึกษา เนื่องจากเห็นตัวอย่างของรุ่นพี่รุ่นน้องในวงการที่เข้ามารับการปลูกผมแล้ว ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจ ดูหนุ่มขึ้น (ทำเอาคุณสุเมธแอบกังวล เดี๋ยวจะโดนลดจากบทพ่อกลายเป็นบทพระเอก!!) ทั้งยังประทับใจในการรักษาของคุณหมอนินเป็นพิเศษ


"คุยกระบวนการรักษากับคุณหมอนินก็โอเค คุยถูกคอ คุณหมออธิบายการรักษาได้เข้าใจง่ายดี ผมก็ดูทั้งหมดว่ากระบวนการมันไม่ได้มีอะไรน่ากลัว ไม่มีอะไรตกค้าง หรือมีผลข้างเคียงอะไร”


คุณเมธย้อนเล่าประสบการณ์ในวันที่มาปลูกผมกับคุณหมอนินว่า เป็นการนอนรักษาในบรรยากาศสบาย ๆ หลังจากฉีดยาชาแล้วก็ไม่เจ็บเลย คุณหมอนินเป็นผู้ดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะช่วงที่ใช้เครื่องมือขนาดเล็กเพียง 0.6 มิลลิเมตรในการปลูกผมใหม่ทีละกราฟต์ลงในบริเวณที่เป็นปัญหา ซึ่งในวันนั้น คุณหมอให้เวลากับคุณเมธอย่างเต็มที่ ร่วม 10 ชั่วโมงเลยทีเดียว ที่สำคัญ ไม่ต้องพักฟื้นนานอย่างที่คิด


“ผมก็ทำงานต่อเลยนะ เว้นไปวันหนึ่ง ซึ่งต้องทำโน่นทำนี่ในบ้าน ไม่ได้นอนพักฟื้นเป็นผู้ป่วย เพียงแต่ต้องระวังหัวไม่ให้เสียดสีมาก จากนั้นอีกวันก็ไปทำงานเลย เพราะถ่ายละคร 2 เรื่องพร้อมกันพอดี”


สำหรับผลการรักษา คุณเมธเล่าว่าในบริเวณที่ปลูกใหม่ไม่ได้มีแผล ส่วนด้านหลังที่ดึงกราฟต์ผมออกไปเป็นแถบเล็ก ๆ สลับเว้นวรรคกัน ก็สามารถไว้ผมยาวปิดได้พอดี และวันนี้เส้นผมก็ขึ้นใหม่เกือบครบสมบูรณ์


“ตอนนี้ผมก็ขึ้นเต็มแล้วนะ มีแค่บางจุดที่หลุดไปนิดเดียว คิดว่าโอเคเลย คุณหมอก็บอกว่าผมที่ปลูกใหม่น่ะแข็งแรงแน่ เพราะเป็นผมที่มาจากท้ายทอยซึ่งแข็งแรงที่สุด แต่ผมเดิมก็ต้องคอยดูแลดี ๆ ด้วย”


เห็นอย่างนี้แล้ว ใครที่เป็นแฟนคลับหรือชื่นชอบผลงานของคุณเมธ ก็สบายใจได้เลยว่า จะได้เห็นคุณเมธอวดเส้นผมหนาแน่นสุขภาพดี และโชว์ฝีไม้ลายมือทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังอยู่ในวงการนี้ต่อไปอีกนานแสนนานอย่างแน่นอน

“สำหรับผม เส้นผมจะช่วยให้อายุการทำงานนานขึ้น เรียกว่ามีงานทำไปได้โดยไม่ต้องมีวันเกษียณ ซึ่งเป็นงานที่เลี้ยงดูผมและครอบครัว ผมสามารถทำไปได้ถึงอายุ 70 80 ตัวผมแข็งแรงอยู่แล้ว แต่เส้นผมตัวเดียวเท่านั้นที่จะกำหนดให้เราแก่หรือหนุ่ม ดังนั้น ผมจริงมีไว้ดีที่สุดครับ”