SPOTLIGHT
ประสบการณ์จริงจากผู้ปลูกผม
Tag : เทคนิคNEAT
“สวยในแบบที่เลือกเอง” เปิดเส้นทางผมสวยของคุณหญิง ธิติกานต์
คุณหญิง ธิติกานต์ ศิลปินนักร้องและนักแสดงที่มีผลงานโดดเด่นอย่าง ซิ่นลายโส้ ทางช่องวัน 31 และละครอีกหลายเรื่อง รวมถึง โอปป้าลำซิ่ง ทางช่อง 7HD คุณหญิงจึงเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องดูแลภาพลักษณ์อยู่เสมอ โดยเฉพาะ “เส้นผม” ที่มีผลต่อความมั่นใจในทุกบทบาทที่ได้รับ “เรื่องนี้ได้แต่งตัวสวยและได้ทำผมที่ได้โชว์หน้าเราจริง ๆ...ในเรื่องได้รับบทเป็นนักร้องหมอลำ ก็ใกล้ตัว เพราะเราเป็นศิลปินเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ที่เราทำผมก่อนที่เราจะออกสู่จอ เราต้องไปฟิตติ้งก่อน ว่าทรงไหนที่มันจะเสริมตัวละครและเสริมบุคลิกภาพให้ตัวละคนในเรื่องนั้น สรุปแล้ว มันก็ต้องเป็นทรงที่เป็นเรา รวบตึง และมันก็ค่อนข้างที่จะเห็นชัดว่า ผมเราแน่น มันดูเต็ม”

แต่เบื้องหลังลุคผมสวยที่เห็น คุณหญิงเคยเผชิญกับปัญหาผมบาง โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้า จากการมัดผมต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนเริ่มสังเกตได้ว่าผมบางลงอย่างชัดเจน และผมใหม่ขึ้นช้าลง “เป็นคนที่ลูกผมเยอะอยู่แล้ว หน้าผากค่อนข้างแคบด้วยซ้ำไป แต่พอวันหนึ่งที่เราต้องเริ่มดูแลตัวเองเรื่องของการแต่งหน้าและการทำผมเอง ก็เลยทำให้เราคิดว่าเราจะทำทรงไหนที่เราสามารถทำได้เอง การมัดผมคือการตอบโจทย์สำหรับพี่หญิงมาก ๆ เพราะว่ามันทำได้เอง พอมัดแรกๆ ก็สวย ๆ ดีอยู่ แต่พอมัดเข้าเกือบปีที่ 10 ทำไมรู้สึกว่ามันบางลง ลึกเข้ามากขึ้น โดยเฉพาะตรงที่เคยมีลูกผมเยอะ ๆ ของเราค่ะ บางลงอย่างเป็นได้ชัด และความถี่ของการเกิดผมใหม่มันน้อยลง ผมขึ้นช้าลง จนเรารู้สึกว่า มันบางลงจริง ๆ”


เมื่อรู้สึกว่าผมบางลง คุณหญิงพยายามดูแลตัวเองด้วยวิธีต่างๆ ทั้งเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุง หลีกเลี่ยงการมัดผมในวันที่ไม่ทำงาน หรือใช้ Hair Shadow เพื่อช่วยปกปิด แต่ผลลัพธ์ก็ยังไม่เป็นอย่างที่หวัง “ก่อนที่จะปลูกผม วิธีการแรกนอกจากการใช้ Hair Shadow แล้ว เราจะไปดูตาม internet ว่าสระแชมพูอันนี้นะ หรือเซรั่มบางตัวที่เราได้ยินกันมาว่า หยอดแล้วจะทำให้ดีขึ้น หรือว่าทำให้ผมแข็งแรงขึ้น อะไรประมาณนี้ค่ะ ก็ใช้เยอะเหมือนกันนะคะ แต่ก็รู้สึกว่ามันไม่ค่อยเห็นผลกับพี่หญิง” และยังมีบางชุดความคิดที่ติดอยู่ในใจเกี่ยวกับการปลูกผม “คนรอบตัวพี่หญิงก็มีการปลูกผม พี่หญิงมองว่า มันน่ากลัวนะการปลูกผม คือเราได้รับรู้ข้อมูลมาทำให้เรารู้สึกกลัว เลยทำให้เรายังไม่อยากปลูก อย่างน้องที่รู้จักกันก็หน้าบวมไปเป็นเดือน ๆ เลย และก็ต้องรัดผ้าอย่างนั้น ซึ่งด้วยการทำงานของเรามันไม่สามารถรัดผ้าแบบนั้นได้ 1 อาทิตย์ หรือ 2 อาทิตย์”

แต่มีจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้คุณหญิงเริ่มสนใจการปลูกผม เป็นเพราะได้ไปร่วมงานแต่งงานของคุณลูลู่ พี่สาวคนสนิทในวงการบันเทิง ในวันนั้นนอกจากจะมีความสุขที่ได้เห็นคุณลูลู่เข้าพิธีมงคลสมรสอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว ยังประทับใจในความสวย สดใส เปล่งประกายเป็นพิเศษของคุณลูลู่ และเป็นวันที่ได้พบกับคุณหมอนินเป็นครั้งแรก หลังจากวันนั้น ทำให้เริ่มเปิดใจและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการปลูกผมอย่างละเอียด ก่อนจะตัดสินใจเลือกแนวทางที่เหมาะกับตัวเอง “รีวิวก่อน ไม่ว่าจะเป็นพี่ลาล่า ลูลู่ ซึ่งได้เห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ก่อนทำและหลังทำ มีความรู้สึกว่า ถ้าเราปลูกล่ะ....มันก็คงจะดีเนอะ” และเสริมว่า “กว่าที่พี่หญิงจะตัดสินใจที่จะปลูกผม ก็ต้องพิจารณาเป็นอย่างดี รวมถึงได้เห็นกับพี่ ๆ น้อง ๆ ในการที่ได้มาปลูกผมด้วย ก็รู้สึกว่าเขา happy มีความเชื่อถือได้ว่าพี่ทั้งสองท่านเป็นคนที่เรารัก เคารพนับถือและไว้ใจได้ ให้คำปรึกษาได้ ก็เลยคิดว่า วันนี้แหละ มาปลูกผมกับคุณหมอ แล้วมันก็เป็นไปอย่างที่ใจคิดจริง ๆ” 

ในการปลูกผมเทคนิค NEAT ขั้นตอนที่สำคัญมากคือ การออกแบบกรอบหน้า สำหรับคุณหญิง คุณหมอออกแบบให้อิงตามสัดส่วนเดิมของใบหน้า เพราะคุณหญิงมีกรอบหน้าที่สวยอยู่แล้ว ไม่ได้มีปัญหาหน้าผากกว้าง เพียงแต่บริเวณด้านข้างเส้นผมจะเว้าลึกและบางลงจากการดึงรั้งมานาน เพียงเติมเต็มเส้นผมตามกรอบเดิมก็เพียงพอ จากปกติที่เคยใช้การแต่งหน้าเพื่อปกปิดก็เปลี่ยนเป็นเติมเต็มด้วยเส้นผมจริง ก็ทำให้ใช้ชีวิตได้ง่าย สบายขึ้นมาก “พี่หญิงไม่ได้มีทรงในใจ ต้องบอกตามตรงเลย เพราะว่าพี่หญิงเชื่อมั่น ด้วยประสบการณ์ของการปลูกผมของคุณหมออยู่แล้ว และก็รู้ว่าคุณหมอน่าจะออกแบบให้เหมาะสมกับแต่ละใบหน้า ก็เลยบอกว่า แล้วแต่คุณหมอ คุณหมอก็เลยออกแบบให้”

เมื่อย้อนกลับไปถึงวันที่เข้ารับการปลูกผมจริง ๆ เมื่อ 2 ปีก่อน คุณหญิงยังจำความรู้สึกในวันนั้นได้ดีว่า มันแตกต่างจากที่เคยคิดไว้มาก เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ได้สัมผัสด้วยตัวเองจริง ๆ “พี่หญิงไม่ได้รู้สึกว่าเจ็บอะไรเลยนะคะวันนั้นน่ะ รู้สึกว่านอนสบายๆ ชิลล์ ๆ มากเลย ในระหว่างที่ทำ หญิงเล่นโทรศัพท์ได้ด้วยนะคะ ไม่ใช่ว่านอนรอการทำอย่างตึงเครียด...ไม่ใช่เลย รู้สึกตัวดีตลอด คือถ้าอีก 2-3 วันมีงานนี่คือไปได้เลย ไม่ได้รู้สึกว่าการทำตรงนี้มันมีปัญหากับเราเลย”


“อาจจะใช้เวลาทำค่อนข้างนาน แต่พี่หญิงมองว่ามันคุ้มค่า เพราะว่ามันไม่รู้สึกเจ็บ และคุณหมอก็จะให้เราได้รู้ทุกขั้นตอนว่าตอนนี้กำลังทำอะไร เดี๋ยวเพิ่มตรงนั้นเพิ่มตรงนี้ เพื่อให้เรามีความรู้สึกว่าเจ็บน้อยที่สุด”
ในการปลูกผมของคุณหญิง ใช้ผมประมาณ 1,800 กราฟต์ และใช้เวลาประมาณ 10 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อถามว่า รู้สึกยังไงบ้างกับการใช้เวลานานขนาดนั้นกับการปลูกผม “ความเมื่อยมันเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว แต่ว่าเรามองข้ามจุดนี้ไป ไปมองถึงว่า วันที่ผมเราแน่น ผมเราเต็ม กรอบหน้าเราสวย ไม่ต้องใช้ Hair Shadow ช่วงไหนเหงื่อออกแล้วไหลดำลงมาให้มันเสียบุคลิกภาพเรา พี่หญิงมองข้ามจุดที่เมื่อยไปเลย มองข้ามไปถึงวันที่ฉันสวย มองสวยไปแล้วค่ะ”

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดหลังปลูกทันทีคือ ลดการใช้เมคอัพไปได้เยอะมาก ตรงบริเวณที่เคยต้องใช้ Hair Shadow ปกปิด ก็มีเส้นผมใหม่ขึ้นมาเติมเต็มแทน “คุณหมอบอกว่า พอปลูกผมแล้วมันจะมีระยะของการร่วง พี่หญิงว่าถ้าร่วงนี่อาจจะนับเส้นได้นะคะ ไม่ได้พูดเว่อร์ไปด้วย แต้มีความรู้สึกว่ามันน้อยมากๆ ที่จะร่วง เพราะเราส่องกระจกดูทุกวันมันก็เหมือนเดิมค่ะ และมันก็ขึ้นเต็มตามที่ปลูกเลย”

ผ่านการปลูกผมมาแล้ว 2 ปี ตอนนี้นอกจากเส้นผมที่ขึ้นหนาแน่น เต็มกรอบหน้าแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ประทับใจมากสำหรับคุณหญิงคือ ทิศทางของเส้นผมใหม่ เพราะการเป็นศิลปิน นักร้อง นักแสดง ต้องจัดแต่งทรงผมและเปลี่ยนทรงผมที่หลากหลาย จึงต้องไม่มีข้อจำกัดในการทำงาน “ที่ประทับใจในวิธีการปลูกของหมอ นอกจากที่หมอจะบอกเราว่าตอนนี้หมอกำลังทำอะไรอยู่นั้น ผมที่มันขึ้นมาเป็นสิ่งที่บ่งบอกเลยว่าการปลูกของหมอเป็นอย่างไร นั่นก็คือแนวของผมที่ขึ้น มันขึ้นมาในแนวเดิม นี่คือสิ่งที่หญิงประทับใจ” ซึ่งในเรื่องนี้ คุณหมอนินได้พูดเสริมถึงแนวคิดในการทำงานของตัวเองว่า “ปลูกผมไม่ได้ต้องการแค่ให้ขึ้น ปลูกให้ขึ้นนั่นเป็นหนึ่งส่วนที่เราก็อยากทำให้สำเร็จให้ได้ อีกอย่างหนึ่งคือเรื่องที่สอง ความสวยงามหลังปลูก ในเรื่องของทิศทาง องศา และวิถีที่ควรจะทำให้ใกล้เคียงผมธรรมชาติเดิมของคนไข้ ให้กลับไปใช้ชีวิตแล้วรู้สึกกลืนกันไป โดยที่ไม่ได้รู้สึกว่า อุ๊ย...ปลูกผมมาหรือเปล่า” และคุณหมอนินก็ยึดมั่นแนวทางนี้ในการปลูกผมให้กับทุกคนตลอดมา


และเมื่อถามถึงความรู้สึกของคุณหญิงที่ตัดสินใจปลูกผมกับคุณหมอนิน “ก็ตัดสินใจถูก ถ้าเรามัวแต่ลังเล ผมของเรามันก็คงจะร่นไปเรื่อยและก็บางไปเรื่อย จำนวนในการปลูกก็มากขึ้น เวลาในการปลูกก็จะมากขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ดีแล้วที่เรามีปัญหาที่พอจะจัดการกับมันได้ ในระยะเวลาการแก้ไขที่มันสมเหตุสมผล ดีใจที่ได้มาแก้ไขทัน” และนอกจากจะแก้ปัญหาให้ตัวเองได้แล้ว คุณหญิงยังบอกต่อความประทับใจให้กับเพื่อนๆ และพี่น้องในวงการด้วย เช่น คุณต้อม เรนโบว์ ที่มีปัญหาผมบางบริเวณกลางศีรษะมานาน คุณหญิงจึงแนะนำให้ปรึกษาคุณหมอนิน และได้เข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT เช่นเดียวกัน และยังคงดูแลต่อเนื่องกับทางคุณหมอนินตลอด 2 ปีที่ผ่านมา


ด้วยการทำงานในวงการบันเทิง เส้นผมจึงต้องโดนการยืด ดัด ย้อม จัดแต่งทรงด้วยเคมีเกือบทุกวัน และประกอบกับสุขภาพส่วนตัวที่ป่วยบ่อย พักผ่อนน้อย และอาจจะรับประทานโปรตีนไม่เพียงพอ ในตอนนี้ คุณหญิงจึงเริ่มมีผมร่วงเกิดขึ้นบ้างโดยเป็นผมร่วงทั่วศีรษะ “ตอนที่เริ่มป่วย แล้วป่วยเรื้อรังด้วย คือพี่หญิงจะเป็นคนที่โดนฝนนิดหน่อยก็ป่วยแล้ว กว่าจะหายคือนานมาก น่าจะเกิน 3 เดือน และมันจะเป็นแบบนี้ตลอดทั้ง 2 ปีที่ผ่านมา และก็พักผ่อนน้อย กินอาหาร(โปรตีน)ไม่เพียงพอเพราะว่าพี่หญิงทานมังสวิรัติ ซึ่งอาจจะไม่ได้ทานตลอดทั้งปี แต่ว่ามันจะเป็นช่วงใหญ่ๆ ซึ่งกินแต่ไข่ มันอาจจะเป็นส่วนหนึ่งหรือเปล่าที่ทำให้เราเกิดปัญหาตรงนี้ขึ้นมา รวมถึงในเรื่องของการทำงานด้วย เพราะที่ผ่านมาก็ละครเรื่องนี้จบก็มีไปร้องเพลง แล้วก็มีละครเรื่องใหม่ คือมันต่อกันแบบนี้ค่ะ” 

จากการประเมินสาเหตุและปัญหาผมบางในช่วงนี้ของคุณหญิง คุณหมอนินแนะนำให้เข้ารับบริการ Hair Revive Program ที่เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง จากหลากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นกรรมพันธุ์ การแพ้สารเคมี อาการข้างเคียงจากโรคหรือการผ่าตัด ความเครียด หรือการขาดสารอาหาร รวมถึงเหมาะกับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมแล้วตั้งแต่ 4 เดือนขึ้นไป โดยสามารถช่วยฟื้นฟูรากผมที่เคยอ่อนแอ ลดการอักเสบของหนังศีรษะ ลดการหลุดร่วงของเส้นผม เพิ่มความหนาของเส้นผม และเสริมสุขภาพผมให้แข็งแรงจากภายใน 


Hair Revive Program ใช้เวลาในการเข้ารับบริการประมาณ 45–60 นาทีต่อครั้ง หลังทำสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ สะดวก เห็นผลได้ชัดเจน โดดเด่นด้วยการใช้สารสกัดธรรมชาติจากพืชแท้ ๆ โดยการใช้ Microneedle สะกิดที่ชั้นหนังศีรษะระดับตื้น และทาสารสกัดไคโตซานจากเห็ดเพื่อบำรุงเข้าสู่ผิวชั้นลึก โดยคุณหมอเป็นผู้ดูแลการทำหัตถการในทุกขั้นตอน 


สารไคโตซานจากเห็ด เป็นสารสกัดที่เป็นผลลัพธ์จากงานวิจัยระดับนานาชาติ ที่คุณหมอนินร่วมมือกับทีมแพทย์ชั้นนำจากเกาหลีใต้และอินโดนีเซีย เพื่อค้นหาสารสกัดธรรมชาติจากพืช ที่สามารถรักษาอาการผมร่วง ผมบาง โดยไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง โดยงานวิจัยในหัวข้อ Comparative Efficacy of Topical Chitosan and Minoxidil in Hair Loss: A Controlled Study with Microneedling ได้รับการตีพิมพ์ใน The Journal of Craniofacial Surgery วารสารชั้นนำด้านศัลยกรรมกะโหลกศีรษะและใบหน้า ที่ช่วยพัฒนาการรักษาและเทคนิคใหม่ ๆ เพื่อผู้ป่วยทั่วโลก ซึ่งสารไคโตซานมีคุณสมบัติเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผม สามารถพัฒนาไปเป็นทางเลือกใหม่นอกเหนือจากตัวยาเดิม ๆ ที่ใช้กันอยู่ทั่วไป  และคุณหมอนินได้นำมาต่อยอดเป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่ใช้ใน Hair Revive Program นั่นเอง


ในวันนี้เส้นผมของคุณหญิงที่กลับมาหนา เต็ม แน่นขึ้น ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงภายนอก แต่ยังสะท้อนถึงความใส่ใจในตัวเองของคุณหญิงในอีกมุมหนึ่ง เพราะสำหรับผู้หญิงแล้ว “การดูแลตัวเอง” ไม่ใช่เรื่องฟุ่มเฟือย แต่คือการให้คุณค่ากับตัวเองในแบบที่เราคู่ควร
ปลูกผม..เสริมพอร์ตการลงทุนชั่วชีวิต
เมื่อผู้บริหารด้านความยั่งยืนระดับต้นๆ ของประเทศอย่าง คุณอนันตชัย ยูรประถม ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน หรือ SBDi (Sustainable Business Development Institute) ตัดสินใจเลือกปลูกผมเทคนิค NEAT กับคุณหมอนิน เพื่อแก้ปัญหาผมบางอย่างถาวร สิ่งที่น่าสนใจคือ ทำไมคุณเอกถึงเชื่อมั่น และเลือก “นามนินคลินิก” ในการดูแลปัญหาเส้นผม เราอยากให้ทุกคนได้ทราบถึงมุมมอง แนวคิด และประสบการณ์การปลูกผมเทคนิค NEAT ของคุณเอกในบทความนี้ค่ะ 

สถาบันพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน หรือ SBDi เป็นองค์กรที่มุ่งเน้นการให้คำปรึกษา ฝึกอบรม และการพัฒนาธุรกิจที่ยั่งยืน ซึ่งคุณเอกทำงานร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมากกว่า 18 ปี โดยการนำแนวคิด ESG บูรณาการเข้าไปในกลยุทธ์ของบริษัทจดทะเบียนและธุรกิจทั่วไป เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน 


คุณเอกรักและสนุกกับการทำงานมาก แต่ด้วยบทบาทและหน้าที่ของผู้อำนวยการ มีความรับผิดชอบสูง ทุกวัน ทุกเวลาคือการทำงาน จึงเริ่มมีความเครียดสะสมโดยไม่รู้ตัว ประกอบกับกรรมพันธุ์และพฤติกรรมส่วนตัว จนในวันหนึ่ง คุณเอกเริ่มรู้สึกถึงเส้นผมที่ค่อยๆ บางลง 

“คุณตาเป็นกรรมพันธุ์ ศีรษะล้าน เราก็คิดว่าไม่โดนหรอก เป็นไปได้ยาก เพราะว่าปู่ย่าผมดกหมดไงฮะ หวยออกผมคนแรกเลยฮะ เริ่มแล้ว ข้างหน้าไปก่อน จากนั้นมาข้างหลัง แรกสุดแล้วผมก็ไม่คิดอะไร ข้างหน้ามันไม่เป็นไรไงฮะ แต่พอข้างหลังมันเริ่มมาเป็นวงแล้วเนี่ย มันเริ่มระแวง ไปทำงานต่างประเทศ ผมก็จะใส่หมวก หรือไปไหนมาไหน ผมก็จะใส่หมวก”

ปัญหาผมบางเริ่มเกิดเมื่อประมาณ 7-8 ปีก่อนหน้านี้ โดยเริ่มบางทางด้านหน้าเป็นรูปตัว M เคยลองใช้เซรั่ม ผมก็กลับมาได้ระดับหนึ่ง ในตอนนั้นคุณเอกคิดว่า “พอรับได้”  แต่เมื่อปัญหาผมบางเริ่มลามจากด้านหน้าไปกลางศีรษะ และมีบางสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกว่า ต้องแก้ปัญหาอย่างจริงจังแล้ว 

“จุดที่ผมเริ่มต้องกลับมาเลยนะฮะ ผมไปสอนของตลาดหลักทรัพย์นี่แหละ ทุกปีก็สอน สำหรับบริษัทที่จะเข้ามา IPO(Initial Public Offering) คนประมาณเป็นร้อย โรงแรมใหญ่มาก จอประมาณ 300 นิ้ว ข้างล่างยืนอยู่ตรงนี้ ตอนแรกถ่ายกล้องมา ผมขึ้นบนจอแล้วผมก็มีสไลด์บน YouTube ไม่มีปัญหาครับ พอตอนที่คนเรียนถาม ถามเสร็จปุ๊บ กล้องมันต้องหมุนกลับซิครับ มันพาดผ่านกลางศีรษะผม แล้วนึกถึง 300 นิ้ว แล้วมีไข่ดาวอยู่บนจอ คนเป็นร้อยคนเห็นไข่ดาวผมหมดเลยอยู่ตรงนั้นน่ะ”



ส่วนครั้งที่สองที่ยิ่งมีผลต่อความมั่นใจขึ้นไปอีก เป็นวันที่ไปถ่ายทำรายการโทรทัศน์ ขณะกำลังอัดรายการอยู่ คุณเอกสังเกตเห็นว่า เมื่อมองจากในกล้อง แม้จะมองจากทางด้านข้างก็ยังเห็นหนังศีรษะได้อย่างชัดเจน 

“เรามีความรู้สึกว่า อันนี้ไม่ใช่อยู่ในคลาสแล้วนะ เวลามันออกไปคือสู่สาธารณะนะ บวกกันสองเหตุการณ์ ก็เลยไม่รอดแล้วครับ”

หลังจากตัดสินใจแล้วว่าจะต้องแก้ปัญหาผมบางอย่างจริงจัง คุณเอกก็เริ่มหาข้อมูล โดยใช้หลักการทำงานมาประกอบการตัดสินใจ ทั้งในด้านรายละเอียดของการปลูกผม ผลลัพธ์หลังปลูก และสิ่งสำคัญคือเรื่องค่าบริการที่สมเหตุสมผล 

“มันไม่มีของดีราคาถูก เรามีแค่ของดีสมราคา อันนี้ผมคือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากเพราะว่าอย่างเรา Consult เราก็รู้อยู่แล้ว Budget เท่านี้ได้เท่าไหร่ เราอยู่กับบริษัทมาเป็นหลายร้อยบริษัทเราก็จะรู้อยู่ Pricing มันวางมันมีอะไรมาบ้าง” 

สุดท้ายแล้ว การปลูกผมเทคนิค NEAT โดยคุณหมอนิน ก็เป็นการปลูกผมที่คุณเอกมั่นใจเลือกให้ตัวเอง 

“พอมาคุยกับคุณหมอ ผมก็แอบทำ research กับคุณหมอแหละ คุณหมอบอกว่า คุณหมอทำเองนะ อันนี้เราโอเคแล้ว อันที่สอง คุณหมอก็เล่าให้ผมฟังว่ามันต้องเรียงตามขวัญด้วย มันไม่ได้หมายความว่าจะจับใส่ได้เลยนะ มันต้องดูเส้นเล็กเส้นใหญ่ ดูตรงโน้นตรงนี้ด้วย ผมก็คิดในใจเลยว่า โอเค อันนี้งานอาร์ตแล้ว



ในขั้นตอนการปรึกษาแพทย์ คุณหมอนินประเมินจำนวนกราฟต์ผมที่ต้องปลูกไว้ประมาณ 3,000 กราฟต์ แต่เมื่อได้ลงมือในวันที่เข้ารับการปลูกผมจริง คุณหมอสามารถนำกราฟต์ผมออกมาได้ถึง 4,000 กราฟต์ และปลูกกระจายได้ครอบคลุมพื้นที่ทั้งด้านหน้าและกลางศีรษะ ซึ่งตลอดเวลาการทำงานตั้งแต่เที่ยงจนถึงหกโมงเช้าของอีกวันนั้น คุณเอกรับรู้ได้ด้วยตัวเองเลยว่า คุณหมอนินใช้ความละเอียดสูงมากในปลูกผมแต่ละกราฟต์ให้ตรงตามที่วางแผนไว้ 

คุณหมอต้องพูดทุกครั้งว่าจะกอไหน ไซซ์ไหน ต้องเลือกอันโน้น อันนี้ต้องมา คือมันละเอียดมากๆ เรามีความรู้สึกว่า ไม่ใช่ใครส่งอะไรมาแล้วคุณหมอก็ปักๆๆ แต่คุณหมอต้องมีการดูว่า อันนี้ปักตรงไหน อันนี้ตรงนี้ ไซซ์แบบไหน แบ่งเป็นกอประเภทต่างๆ คือมันเป็นงานศิลปะ เราเลยรู้สึกว่า โอ้โห มันต้องเป็นคนที่เฉพาะ” 

นอกจากความประทับใจในความตั้งใจของคุณหมอนินในวันที่ปลูกผมแล้ว หลังปลูกผม คุณเอกยังสัมผัสถึงผลลัพธ์ได้ด้วยตัวเองอีกครั้งถึงความแนบเนียน และความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน 

ผมไม่เห็นความแตกต่างเลยคุณหมอ ตอนที่ปลูกเสร็จ 7 วัน ผมไปเชียงใหม่ เอาผ้าโพกไปด้วยนะครับ แต่ว่าตอนที่ผมถอดผ้าเนี่ย ผมไม่เห็นมีใครทักผมเลย ไม่มีใครมีความรู้สึกว่า ไปทำอะไรมา ทุกคนรู้สึกว่ามันเนียนๆ ดูมันเป็นพื้นที่เดียวกันหมดเลย ผมรู้สึกว่า อืม มันอาร์ตมากเลย”



ในการปลูกผมครั้งนี้ นอกจากความประทับใจที่คุณเอกมีต่อเทคนิค NEAT แล้ว ในมุมของแพทย์ปลูกผม สิ่งหนึ่งที่คุณหมอนินชื่นชมมากๆ  คือความมีวินัย เพราะคุณเอกให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด ทั้งการรับประทานยาและเข้ารับการฉีดบำรุงด้วยโปรแกรม PHB ควบคู่ไปด้วย เพราะในความคิดของคุณเอกคือ ขนาดปลูกต้นไม้ยังต้องใส่ปุ๋ย การปลูกผมก็ต้องดูแลและบำรุงรักษาเช่นกัน 


“ผมเปรียบเทียบง่ายๆ เลย มันเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าเราปลูกต้นไม้ ปลูกอะไรก็ตาม มันไม่ใช่อยู่ๆ ว่า เสียบปัง!!!แล้วเขาจะโตงอกงาม ไม่มีทาง เพราะทุกอย่างมันต้องอาศัยการ Groom โดยเฉพาะในช่วงแรกๆ นี่คือต้นไม้นะ แล้วผมก็มองว่า ธรรมชาติของเส้นผมที่คุณหมอบอก มันก็จะเหมือนกัน ทุกอย่างที่คุณหมอเตือน สมมติ ห้ามสระเองสัปดาห์หนึ่ง หรือต้องนอนหงาย ผมจะบวกไปตลอดเลย เพราะผมมีความรู้สึกว่า ถ้าเราทำได้ตรงนี้มันจะดีกว่า”

“เวลาเราไปทำงานที่ปรึกษา ความสำเร็จอยู่ที่ผู้ให้ปรึกษา 30% อีก 70% คือการที่คุณเอาคำปรึกษาไปทำหรือเปล่า ถ้าคุณบอกว่าที่ปรึกษาคุณเก่ง เขาช่วยคุณได้ประมาณ 30% นะ แต่ที่เหลือถ้าคุณไม่ทำเลย ยังไงคุณก็เจ๊ง เหมือนที่ผมบอก ผมปลูกแล้วคุณหมอปักผมดีมากเลย คุณหมอบอกว่า คุณเอก อย่าทำโน่นนะ คุณเอกต้องกินยา คุณเอกต้องดูอย่างนี้ ถ้าผมไม่สน อยากทำอะไรก็ทำ วินาศเลยครับคุณหมอ”


หลังการปลูกผม 8 เดือน นอกจากความมั่นใจที่เพิ่มขึ้นมาทั้งในการทำงานและการใช้ชีวิต คุณเอกยังรู้สึกมีความสุขมากขึ้นกว่าที่เคยเป็น “ตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งมาถึงวันนี้ ในความรู้สึกของผม ผมมีความรู้สึกว่า มันคือสิ่งที่ทำให้เรามีความสุขแล้ว ในมุมของผมนะ ผมมีความสุขกับชีวิตผม ถามว่าดีขึ้นมั้ย ดีขึ้น ใครอาจจะมองไว้ว่า การที่เราผมหนาขึ้นมันทำให้เรามีความสุขขนาดนั้นเหรอ ใช่ เพราะว่าตอนก่อนผมจะมาเนี่ย มันเป็นจุดที่ผมกังวลไง ในเมื่อกังวลแล้ว เรามาแล้ว คุณหมอทำให้เราหายกังวลตรงนี้ได้ ผมว่าอันนี้คือสิ่งที่สำคัญแล้ว

“มันเป็นเรื่องของการปลูกความมั่นใจ และผมมั่นใจแล้ว....ผมจบ”
 
ติดตามรับฟังบทสัมภาษณ์ฉบับเต็มได้ที่นี่
เส้นผมใหม่ จุดประกายความเปลี่ยนแปลง
“พอเราเริ่มเอาภาพเมื่อเราก่อนทำมากับหลังทำมาตอนนี้ ยังนึกในใจว่า รู้แบบนี้มาทำตั้งนานแล้ว” เป็นคำพูดสั้นๆ แต่ตรงมาจากใจของคุณโอฬาร ประจักษ์ทิพย์ หรือคุณบาส อายุ 46 ปี เจ้าของธุรกิจ “บ้านสีสวย (หัวถนน)” ศูนย์สีครบวงจรและใหญ่ที่สุดใน จ.นครศรีธรรมราช

คุณบาสเริ่มมีปัญหาผมบางตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปี แต่ไม่ได้รักษาจริงจัง ปล่อยผ่านมาเรื่อยๆ จนสะสมมากว่า 20 ปี “คือจริงๆ เรื่องผมบางมันอยู่กับเรามาเป็นสิบๆ ปีนะ เรียกว่าบางทีมันก็เป็น signature ส่วนตัวเรา เวลาไปไหนเนี่ย เอ้า....เฮียบาส มาคู่กับผมน้อย ศีรษะล้านอยู่แล้ว” ซึ่งที่ผ่านมา คุณบาสพยายามมองโลกแง่บวก คิดว่าศีรษะล้านเป็นจุดเด่น ทั้งจังหวัดนครศรีธรรมราชมีคนเดียวที่เป็นแบบนี้ แต่แท้จริงแล้วลึกๆ ในใจ ก็อยากกลับมาผมหนาแน่นเหมือนเดิม เคยหาข้อมูลเรื่องการปลูกผมมาตลอด แต่สุดท้ายก็ยังไม่กล้าตัดสินใจ จนมีเพื่อนๆ หลายคนที่ได้เข้ารับปลูกผมเทคนิค NEAT กับคุณหมอนิน แนะนำให้มาปรึกษาปัญหากับคุณหมอด้วยตัวเอง “จริงๆ สำคัญนะ เราเคยปรึกษาหลายๆ หมอ แต่เราก็ยังมีความ 50:50 ความกลัว ความไม่กล้าอยู่ว่า ถ้าเราลงทุนหรือเราทำไปเนี่ย ผมมันจะขึ้นจริงอย่างที่ในรูปที่เราเคยเห็นในโฆษณามั้ย”


“หลังจากพูดคุยเสร็จก็ไม่ได้คิดนานนะ ก็ตัดสินใจเลย ลืมถามด้วยว่าปลูกผมแล้วเจ็บมั้ย......วันปลูกผม ไม่เจ็บเลย แค่เมื่อย นอนเมื่อย เราใช้เวลาตั้งแต่ 12.00 น. ถึง 05.00 ยาวนานมาก” ถือว่าเป็น Mega Session ที่เป็นเคสค่อนข้างใหญ่ ทั้งในแง่ปัญหาและการแก้ปัญหา คุณหมอนินต้องใช้ความระมัดระวังสูงมาก เริ่มด้วยการบริหารเวลาที่ต้องใช้ระยะเวลาทำหัตถการนานมาก จากประสบการณ์การปลูกผมที่ผ่านมา คุณหมอนินจึงต้องบริหารขั้นตอนการให้รัดกุมและแข่งกับเวลา กราฟต์ผมส่วนที่นำออกมาก่อนจะต้องปลูกก่อน เนื่องด้วยหากกราฟต์ผมที่เจาะนำออกมาแล้วต้องรออยู่ข้างนอกนาน โอกาสรอดของผมปลูกใหม่จะน้อยลง ซึ่งคุณหมอนินชื่นชมคุณบาสมากๆ ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีตลอดระยะเวลาการปลูกผม 

นอกจากจะใช้เวลาในการปลูกนานถึง 17 ชั่วโมงแล้ว ยังต้องใช้ต้นทุนกราฟต์ผมจำนวนมากในการปลูกผม โดยปกติแล้วใน 1 กราฟต์จะมีเส้นผมได้ 1-4 เส้น แตกต่างกันไปในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับแพทย์ที่จะเลือกกราฟต์ผมแต่ละแบบมาปลูกในบริเวณที่เหมาะสม ในเคสคุณบาส ใช้กราฟต์ผมทั้งหมดประมาณ 4,000 กราฟต์ ซึ่งจะมีแบบเส้นผม 1 เส้น จำนวน 1,600 กราฟต์ และแบบเส้นผม 2 เส้น จำนวน 2,350 กราฟต์ (หากคำนวณเป็นเส้นผม จะได้ 4,700 เส้น) รวมเส้นผมทั้งหมดที่ปลูกประมาณ 6,000-7,000 เส้น ซึ่งคุณหมอนินใช้เทคนิค NEAT ในการปลูกผมทีละเส้น กระจายความหนาแน่นอย่างเหมาะสมและทิศทางให้กลมกลืนไปกับผมเดิม บริเวณด้านหน้าใช้กราฟต์ผมแบบ 1 เส้น ส่วนด้านกลางศีรษะใช้กราฟต์ผมแบบ 2 เส้น และมีบางบริเวณที่ใช้ทั้งสองแบบร่วมกันเพื่อความกลมกลืน ซึ่งในรายละเอียดเรื่องกราฟต์ผมนี้ คุณหมอนินแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่า ควรศึกษาข้อมูลให้ถูกต้องชัดเจนก่อนจะตัดสินใจปลูกผม ต้องถามให้ละเอียดว่า หน่วยในการคำนวณปริมาณผมที่ปลูกนั้นเป็นกราฟต์หรือเป็นเส้น เพราะจะมีผลกับความหนาแน่นและค่าใช้จ่ายในการปลูกผม


หลังปลูกผม คุณบาสเล่าว่า “การใช้ชีวิตยังปกติ เพราะวันรุ่งขึ้นหลังจากเรากลับไปแล้ว 6 โมง บ่ายสองเรากลับมาหาหมอใหม่ คุณหมอนัดกลับมาสระผม เราก็ยังใช้ชีวิตปกติได้ ไม่มีบวม ไม่มีผลข้างเคียงอะไรเลย การใช้ชีวิต การสระผมเราก็ใช้ตามหมอสั่ง หรือถ้าเรากลัว ไม่มั่นใจ เราสามารถจะ inbox มาถามคุณหมอได้ทั้งในไลน์ของคุณหมอและของคลินิก”

“เริ่มเข้าเดือนที่ 3-4 เริ่มมีวิวัฒนาการแล้ว ผมเริ่มโตขึ้น เริ่มหนาขึ้น เริ่มเยอะขึ้น จนมีคนเริ่มทัก พรรคพวกบ้าง ลูกค้าบ้างที่เคยเจอเราก็เริ่มทักแล้ว” และที่คุณบาส happy ที่สุดคือมีคนทักว่าเป็นพี่ชายของลูก “จากพ่อเป็นพี่ชาย คิดดูฮะ ถือว่าประสบความสำเร็จมั้ย น่าจะเกินร้อยนะ”



ตอนนี้คุณบาสปลูกผมได้ 8 เดือนแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ถึงแม้จะยังไม่สมบูรณ์เต็มที่จนกว่าจะครบ 1 ปี แต่ก็มีการเปลี่ยนแปลงมากมายเกิดขึ้นในชีวิต ที่ชัดเจนคือ เริ่มรักตัวเองมากขึ้น มีความสุขในการดูแลเส้นผม และกลับมาฝึกเซ็ทผมหลังจากที่ไม่เคยสนใจทำเลยตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งเรื่องวินัยในการดูแลหลังปลูกผมนี้ คอนเฟิร์มว่าไม่แพ้ใครเลย เพราะคุณบาสเดินทางมาจาก จ. นครศรีธรรมราช เพื่อเข้ารับการฉีดบำรุงโปรแกรม PHB ทุกเดือนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมความแข็งแรงให้เส้นผมเดิมพร้อมไปกับบำรุงรากผมที่ปลูกใหม่ เพราะมีเพื่อนที่เคยปลูกผมจากที่อื่นแล้วไม่มีวินัยในการดูแลตัวเองหลังปลูก การปลูกผมก็ไม่ประสบผลสำเร็จ คุณบาสจึงปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์และให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์หลังปลูกตามที่วางแผนไว้



ความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนของคุณบาสเป็นสิ่งที่จุดประกายให้เพื่อนๆ และคนรู้จักที่มีปัญหาผมบางศีรษะล้านได้เปิดใจกับการปลูกผมมากขึ้น “คือจริงๆ ไม่ต้องคุยอะไรเยอะเลย เพื่อนเราหรือว่าคนรู้จักเราเห็นเรามาเป็นสิบๆ ปีแล้ว ณ วันนี้ พอเขาเห็นเราเปลี่ยนแปลง มันคือคำตอบที่ชัดเจนเลยว่าต้องมาทำ ไม่ต้องไปพูดอะไรเยอะเลยครับ คือถามแค่ว่า คลินิกไหน หมอคนไหนที่เราปรึกษาอยู่ แค่นั้นเอง.....คือผลลัพธ์มันออกในตัว บางทีเขามาเจอเราหรือเขามาปรึกษาเรา ผลลัพธ์มันอยู่ที่เราอยู่แล้ว”

“บางทีเราเดินไปเจอคนที่เคยผมบางหรือว่าเคยศีรษะล้านเหมือนเราเคยล้าน เราก็จะแอบมีกระซิบบ้างว่า เราอยากจะไปช่วยแนะนำเขาบ้างเหมือนกัน พูดตรงๆ บางทีคนเราศีรษะล้านอยู่ประจำหรือผมบาง บางทีเราไม่ได้นึกถึงตัวเองนะ จนมีคนมาแนะนำนี่แหละ เราถึงจะรู้สึกว่าอยากลองดู อยากเปลี่ยนแปลง ถ้าเราเจอคนรู้จักเนี่ย เราก็จะบอก อยากลองมั้ย เพราะมันเห็นผลชัดเจนว่า ระหว่างอดีตที่เรา Before แล้วเรามาถึงปัจจุบัน มันมีความแตกต่างยังไง มันก็เป็นแรงกระตุ้นให้คนที่ผมบางหรือศีรษะล้านอยากกลับมาผมเยอะเหมือนเดิมเหมือนตอนเป็นวัยรุ่นหรือตอนที่ผมเราไม่ได้บาง”



จากประสบการณ์ในช่วงหนึ่งของชีวิตที่เคยประสบปัญหาหนักมาก่อน คุณบาสจึงขอฝากให้ผู้ที่เจอภาวะผมบางศีรษะล้านอยู่ แต่ยังมีข้อสงสัยหรือความกังวลกับการปลูกผมว่า “ผมเข้าใจนะว่าคนที่มีภาวะหรือศีรษะล้านเหมือนเรา ทุกคนอยากจะหล่อ อยากจะมีผมแหละ แต่บางคนไม่ได้กล้าปรึกษา หรือไม่รู้จะปรึกษาใคร บางที เราหัวล้านกันมาเป็นสิบๆ ปี กลายเป็นเรื่องชินชา แต่ก็อย่างที่บอก ไม่รู้จะปรึกษาใคร ไม่มีใครให้ปรึกษา หรือยังไม่มีตัวอย่างที่ชัดเจน พอเขามาเจอเราเขาเลยกล้า กล้ามาถาม กล้ามาคุย กล้ามาปรึกษา ส่วนหลังจากนั้นอยู่ที่เขาตัดสินใจว่าเขาพร้อมขนาดไหนที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ผมเชื่อว่า ถ้าเขากล้าตัดสินใจ กล้าเปลี่ยนแปลง ผลลัพธ์อนาคตข้างหน้ามันดีแน่นอนครับ มันทำให้เขารู้สึกมีความสุขขึ้น เด็กขึ้น วัยรุ่นขึ้น แต่งตัวสนุกขึ้นและมีชีวิตที่อายุน้อยลง นี่เพราะเส้นผมอย่างเดียวนะ”

“มาหาหมอนินไม่ผิดหวังแน่นอนครับ คุณจะได้อนาคตใหม่อย่างแน่นอนครับ คุณจะมีหน้าที่เด็กลง มีอายุที่น้อยลง วัยรุ่นขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจครับ” คุณบาสคอนเฟิร์ม!!!
เทคนิค NEAT ปลูกผม 2 จุด

เทคนิค NEAT ปลูกผม 2 จุด

ปลูกผม คืนชีวิตชีวา สร้างความมั่นใจ

ปรับกรอบหน้าสวยมั่นใจ ด้วยการปลูกผม

NEAT ศิลปะการปลูกผมโดยแพทย์

ผมหนา กรอบหน้าสวยด้วย NEAT

NEAT + PHB ผสาน 2 ศาสตร์

NEAT 3 ปี ผลลัพธ์ที่คุณปั๊กกี้มั่นใจ

NEAT การปลูกผมที่ให้มากกว่าเส้นผมใหม่ ในวัย 50+
ความมั่นใจ ไม่มีวันเกษียน

การปลูกผมเทคนิค NEAT ให้ผลลัพธ์มากกว่า “เส้นผมใหม่” แล้วสิ่งนั้นคืออะไร? คุณนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ ให้เกียรติมาแชร์ประสบการณ์นั้นให้เราได้ร่วมประทับใจไปด้วยกันค่ะ

คุณนฤทัต เจริญเศรษฐศิลป์ ประธานกรรมการ บริษัท มารีน สเคป (ประเทศไทย) ผู้บริหารเชียงใหม่ ซู อควาเรียม ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น “ทะเลบนยอดดอย” แห่งเดียวในโลก และยังดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการด้านบริหาร สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) ร่วมบริหาร “สวนสัตว์เชียงใหม่ไนท์ ซาฟารี” ได้เล่าให้ฟังว่า เริ่มสังเกตเห็นตัวเองผมบางผิดปกติหลังจากกลับจากเที่ยวต่างประเทศ เมื่อต้องเข้าร่วมประชุมและถ่ายรูปแล้วเห็นว่าผมบางลง เส้นเล็กลง โดยเฉพาะบริเวณกลางศีรษะ เหลือเส้นผมด้านหน้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น



ทันทีที่สังเกตเห็นปัญหา คุณนฤทัตจึงรีบปรึกษารุ่นน้องที่เป็นแพทย์ และได้รับคำแนะนำให้รู้จักกับ พญ.นิล นามทองต้น แพทย์ปลูกผม นามนิน คลินิก เพราะสิ่งสำคัญที่คุณนฤทัตต้องการคือ “ต้องการปลูกผมกับแพทย์ที่มีเทคนิคและทักษะในการปลูกผม” ซึ่งคุณหมอนินและการปลูกผมเทคนิค NEAT เป็นคำตอบที่ตรงกับความต้องการ จึงตัดสินใจบินมาจากเชียงใหม่เพื่อเข้ารับการปลูกผมที่นามนิน คลินิก

แม้จะผ่านมาแล้วเกือบ 1 ปี คุณนฤทัตก็ยังคงจำประสบการณ์ในวันเข้ารับการปลูกผมได้อย่างแม่นยำ  ในวันนั้น คุณหมอนินออกแบบกรอบหน้าใหม่ให้เหมาะกับบุคลิกภาพและเสริมรูปหน้าให้ดูดีขึ้นเพื่อแก้ปัญหา M Shape ที่เป็นมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยที่ออสเตรเลีย และใช้เทคนิคการนำผมด้านหลังออกแบบขั้นบันไดทีละกราฟต์ ไม่ต้องโกนผม หัวใจสำคัญคือใช้เทคนิค NEAT ที่เป็นการปลูกผมแทรกทีละกราฟต์ในบริเวณที่เป็นปัญหา คุณหมอนินปลูกผมอย่างพิถีพิถัน จัดวางทิศทางและความหนาแน่นอย่างประณีต จึงใช้เวลานานในการปลูกผม จนคุณนฤทัตแทบจะถอดใจ แต่คุณหมอนินไม่ยอมถอดใจ จนในที่สุดก็ปลูกผมจนสำเร็จ และผลลัพธ์ที่ออกมานั้นคุ้มค่ากับความอดทนมาก “ครั้งแรกที่มา นึกว่า 2-3 ชม. ผมจำได้เลยว่า ผมมา 10 โมง เสร็จตี 3 แล้วเวลามาเห็นหมอทำเองแล้ว ผมยอมรับว่าที่จ่ายไปคุ้มมาก เพราะขนาดผมเป็นคนไข้ ผมจำได้ ตอนตี 1 ผมบอกว่า ผมไม่เอาแล้ว ผมเลิกแล้ว ไม่ไหวแล้วหมอ”  “ตอนนั้นผมรู้สึกว่า โอ้โห หมอเขาตั้งใจมากกว่าเราอีก ทำไมแค่นี้เราอดทนไม่ได้ แล้วผมรู้ว่าหมออยู่ตลอด หมอไม่ได้เดินไปไหน”

ด้วยตำแหน่งผู้บริหารจึงมีภาระหน้าที่มากมายต้องรับผิดชอบ ซึ่งคุณนฤทัตบอกว่าการเลือกปลูกผมเทคนิค NEAT เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะหลังปลูกผมไม่ส่งผลกระทบกับชีวิตประจำวันเลย สามารถทำงานได้ตามปกติ “ตอนแรกนึกว่าจะเจ็บมาก แต่ไม่เจ็บเลย หมอมือนุ่มด้วย มีเทคนิคทำให้เราไม่เจ็บ แล้วตอนฉีดยาชาก็ยิ่งไม่เจ็บ ช่วงอาทิตย์แรกไม่ได้เจ็บตรงหัวเลย” และที่ทำให้รู้สึกดีมากคือ “ปลูกไม่ถึง 5 วัน แต่ถ่ายรูปออกมาดูดี”

หลังการปลูกผม คุณหมอนินยัง Follow up ต่อเนื่อง และให้คำแนะนำในการดูแลเส้นผมอย่างใกล้ชิด แม้คุณนฤทัตจะยังเลิกสูบบุหรี่ไม่ได้ แต่ก็พยายามปรับลดความถี่และปริมาณให้น้อยลงตามที่คุณหมอแนะนำ “ทำให้เราคิด เวลาสูบบุหรี่เราก็กลัวว่าผมมันจะหลุดมั้ย เราก็สูบน้อยหน่อย ทำให้กิจวัตรเราปรับปรุงขึ้นบ้าง” คุณหมอนินยังขอเสริมว่า การปลูกผมต้องการเลือดไปเลี้ยงมากกว่าปกติ เพื่อเพิ่มอัตราการงอกของผมใหม่และการสมานแผล ซึ่งในบุหรี่มีสารนิโคตินที่ทำให้เส้นเลือดตีบ หดตัว  ทำลายรากผม ถ้าเป็นไปได้ แพทย์ก็จะแนะนำให้เลิกสูบบุหรี่ แต่หากไม่สามารถเลิกได้ คุณหมอจะมีวิธีการอื่นเพื่อบำรุงเส้นผมร่วมด้วย เช่น การกินยา การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม และการฉีดบำรุงด้วยโปรแกรม PHB ซึ่งคุณนฤทัตมีวินัยสูงมากในการดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์ จึงเข้ารับการฉีดบำรุงอย่างสม่ำเสมอเดือนละ 1 ครั้ง




แล้วสิ่งที่ได้หลังการปลูกผมที่นอกจากเส้นผมใหม่คืออะไร คุณนฤทัตเล่าว่า “ผมว่าเสริมบุคลิกภาพกับความมั่นใจ อันนี้ 100% และอันที่สอง การปลูกผม ผมเชื่อว่าทำให้เรามีวินัยมากขึ้น อันนี้สำคัญเลย เพราะว่า เมื่อก่อนความมีวินัยของผมเรื่องอาบน้ำอาบท่า ผมไม่ค่อยสนใจ เวลาอาบน้ำก็เอาผ้าเช็ดผมปุ๊บๆๆๆ เสร็จแล้วก็แต่งตัวแล้วออกเลย เดี๋ยวนี้ต้องเป่าผม ดูหน้าดูตาตัวเองก่อน ทำให้เรามีวินัยมากขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น”

“จริงๆ แล้ว เดือนที่ 3-4 ผมมั่นใจแล้ว ความมั่นใจมันทำให้เราประสบความสำเร็จได้เยอะ อย่างเราไปคุยงาน เราดูดีนะ เวลาแต่งชุดก็ทำให้เรามีความมั่นใจ ทำให้เรากล้าตัดสินใจมากขึ้น กล้าพบคนมากขึ้น และก็มีวินัยมากขึ้น” ซึ่งคุณนฤทัตบินจากชียงใหม่มา Follow up กับคุณหมอนินทุกเดือน พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลตัวเอง ไม่สระผมด้วยน้ำร้อน เป่าผมด้วยลมเย็น ใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมของนามนินเพียงอย่างเดียว เมื่อถามว่า ชีวิตประจำวันยุ่งยากขึ้นหรือไม่ คุณนฤทัตก็บอกว่า “ชีวิตประจำวันก็ง่าย เมื่อมีวินัยมากขึ้น”

ผลลัพธ์การปลูกผมไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัยหรืออายุ แต่ขึ้นอยู่กับวินัยในการดูแลตัวเอง และการให้ความร่วมมือในระยะยาวกับแพทย์ นอกจากนี้ เส้นผมใหม่ก็เปิดให้เห็นแง่มุมใหม่ในการใช้ชีวิตอย่างที่คุณนฤทัตได้สัมผัสมาแล้วด้วยตัวเอง “อย่างน้อยๆ เราก็คิดว่า ถ้าเรามองตัวเองว่าเราเป็นเด็กขึ้น พลังเราก็กลับมาเยอะขึ้น ความมั่นใจทุกอย่างมันก็จะดีขึ้น และผมแนะนำเลยว่า ผมเชื่อว่าคนปลูกผมจะเพิ่มวินัยให้กับตัวเอง อันนี้เป็นประเด็นที่ผมว่าดีสำหรับคนที่ปลูกผมด้วย มันดีรอบด้านนะฮะ ผมว่า ทำให้เราเปลี่ยนชีวิตได้ดีพอสมควร”



ในปัจจุบัน คุณนฤทัตปลูกผมมาครบ 1 ปี เทคนิค NEAT ได้เปลี่ยนความกลัวการปลูกผมที่เคยมีให้เป็นประสบการณ์ที่ดี และมอบความประทับใจให้เกินกว่าที่คาดไว้ สิ่งสำคัญคือได้กลับมาดูแลตัวเอง มีแรงบันดาลใจที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุข กล้าทำในสิ่งที่เคยคิดว่าคงจะทำไม่ได้แล้วด้วยวัยที่มากขึ้น มีพลังมากขึ้น และสุดท้าย คุณนฤทัตฝากบอกว่า “เราเป็นผู้ชาย บางทีลืมมองตัวเองเรื่องรักสวยรักงาม ผมเลยอยากแนะนำ ถ้ามีกำลังทรัพย์และคิดว่าดูแลตัวเองได้ ผมว่าควรจะรีบมาทำ ไม่ต้องเสียดายเงินเลย เพราะว่าถ้าอยู่อีก 20 ปี คิดว่าวันละไม่กี่สิบบาท อย่างที่สอง ผมยกตัวอย่าง เล็บหลุดเรายังอยากไปต่อเล็บเลย แล้วทำไมเราต่อผมได้ เป็นของจริงด้วย ทำไมเราไม่รีบทำ แล้วความมั่นใจมันกลับมาเยอะ สิ่งสำคัญที่สุดคือ เราจะเริ่มรักตัวเองมากขึ้น ดูแลตัวเองมากขึ้น”

"NEAT การปลูกผมที่ให้คุณได้มากกว่าเส้นผมใหม่"

ปลูกผมวันนี้ สวยทันตา เนย เนโกะ จั๊มพ์ แชร์ประสบการณ์ปลูกผมเทคนิค NEAT
คุณเนย เนโกะ จั๊มพ์ ได้มาบอกเล่าความประทับใจในการปลูกผมที่นามนิน รวมถึงเปิดเผยเทคนิค “สายส่อง” ของตัวเอง ที่ต้องส่องละเอียดถึงขั้นไหน? จนในที่สุดจึงได้ตัดสินใจแน่วแน่ว่าต้องมาปลูกผมเทคนิค NEAT กับคุณหมอนินเท่านั้น


ปัญหาของคุณเนยคือ ผมด้านหน้าเว้าสูงเป็น M Shape มาตั้งแต่เด็กเนื่องจากกกรรมพันธุ์ “เนยเป็นคนที่ผมมีแสก ตั้งแต่ตอนเด็กๆแล้ว เพราะคุณแม่ก็ผมเป็นแสก มันจะเป็นแสกอยู่ตรงข้างๆ และไม่เคยรู้สึกชอบมันเลย เวลาเรารวบผม มันอาจจะเหมือนบางทีเราเห็นดาราหรือเห็นคนอื่น เรารู้สึกว่าทำไมเวลาเขารวบผมแล้วเขาไม่เห็นมีแสกตรงนี้เลย ทำไมเราถึงมี” เมื่ออายุมากขึ้น ก็รู้สึกว่าเห็นปัญหาชัดขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่เข้าวงการบันเทิง เริ่มมีข้อจำกัดในการทำผมทรงต่างๆ เพราะต้องปกปิดบริเวณที่ผมบางด้วยแฮร์แชโดว์ ซึ่งในบางครั้งก็ทำให้ไม่มั่นใจ เพราะรู้สึกว่าดูไม่เป็นธรรมชาติ เหมือนเอาสีมาระบายเส้นผมไว้ “เวลารวบผมจะไม่ค่อยมั่นใจ เพราะเราเขินตรงนี้ของเรา (รอยแสกด้านข้าง) เพราะว่า บางทีสมมุติมองด้วยตาเปล่าเจอกันแบบนี้ มันดูไม่เป็นไร มันดูปกติ แต่เวลาเราไปออกรายการหรือว่าเจอไฟ ใสนะ ก็เหม่งอยู่นะ”


คุณเนยรู้ปัญหาของตัวเองและรู้ว่าต้องแก้ไขด้วยการปลูกผม แต่ด้วยความกังวลหลายอย่าง ทำให้คุณเนยใช้เวลาหาข้อมูลอยู่หลายปีก่อนที่จะตัดสินใจเลือกว่าจะปลูกผมอย่างไร “สัก 2-3 ปีที่เริ่มมีความคิดในหัวว่า เราต้องทำอะไรสักอย่าง เราต้องมาปลูกผมอะไรตรงนี้ แต่ว่า บางทีเนยก็จะเลื่อนๆ ดูในเฟซบุ๊กบ้าง อะไรบ้าง ถามคนที่เขาเคยทำบ้าง คือบางคนพอเนยเห็นเขาปลูก แล้วเนยก็จะไม่กล้าปลูก เพราะรู้สึกว่ามันดูเหมือนใส่วิก มันดูเหมือนแบบ เอ๊ะ อย่างนี้เราจะสู้แบบไม่มีดีกว่ามั้ย หรือถ้ามันจะปลูกแล้วต้องกลายเป็นแบบนั้น มันดูไม่ธรรมชาติ”

สิ่งที่คุณเนยกังวลคือ ความเป็นธรรมชาติ ความเจ็บ เส้นผมหลังปลูกจะสวยอย่างที่คาดหวังหรือไม่ และการดูแลหลังการปลูกจะยากหรือง่ายอย่างไร “การหาข้อมูล” จึงเป็นสิ่งที่คุณเนยให้ความสำคัญก่อนที่จะตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อตัวเอง สิ่งที่คุณเนยโฟกัสคือความชำนาญและสไตล์การทำงานของแพทย์ ดูรีวิวทุกเคสที่เคยปลูกผมอย่างละเอียด ซึ่งไม่ได้ดูแค่ตอนที่ทำเท่านั้น แต่ต้องดูยาวๆ ไปถึงในการใช้ชีวิตประจำวันหลังการปลูกผมด้วย

หลังจากการหาข้อมูลอย่างละเอียดถึง 2-3 ปี ในที่สุด คุณเนยก็เลือกเข้ารับการปลูกผมเทคนิค NEAT กับคุณหมอนิน เพราะมั่นใจที่สุดว่าเป็นการปลูกผมที่ตอบโจทย์ของตัวเอง ทั้งเชื่อมั่นในสไตล์ของคุณหมอนิน ความมีมาตรฐานของคลินิก และรีวิวที่จริงทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง เป็นการตัดสินใจที่แน่วแน่จนคุณหมอถึงกับอึ้งว่า คุณเนยไม่ถามข้อมูลอะไรเพิ่มเติมอีกเลย เหมือนตัดสินใจมาแล้วจากบ้านว่าต้องปลูกผมกับคุณหมอนินเท่านั้น


เมื่อถามถึงความกังวลเรื่องความเจ็บในวันที่เข้ารับการปลูกผม คุณเนยก็เล่าว่า “ปลูกผมไม่น่ากลัวนะ ห้องมันเหมือนสปามากกว่า คือเนยรู้สึกว่า บางทีบรรยากาศของห้อง เวลาเราไปทำอะไรพวกนี้ บางทีมันก็สำคัญด้วยนะ เพราะว่าห้องรู้สึกดูเหมือนแบบฉันจะต้องไปขึ้นเตียงผ่าตัดแล้ว มันจะทำให้เรากลัว พอเรากลัวแล้วมันจะเจ็บมากกว่าเดิม” คลายกังวลไปแล้ว 1 เรื่อง ส่วนเรื่องต่อมาคือ ความสวยและความเป็นธรรมชาติ คุณเนยบอกว่า “ดีใจมาก เพราะว่าตอนที่เห็นกระจกปุ๊บคือแบบ เรามีผมโดยที่เราไม่ต้องใช้สีมาระบายหัวแล้ว คือ แต่ต่อให้มันยังเป็นเส้นสั้นๆ น่ะ เรารู้สึกมีความหวังมากเลยว่า ว้าว ฉันจะสวยแล้ว” และเรื่องสุดท้ายที่กังวลคือ การดูแลหลังปลูกผมจะเป็นอย่างไร คำตอบคือ “ที่เนยมาทำที่นี่ เนยรู้สึกว่ามันไม่ได้ดูแลยาก หลังจากที่ทำเสร็จแล้วก็ไม่ได้ลำบาก ก็สบายดีออก” ภายในวันเดียว NEAT ลบภาพจำและความกังวลในการปลูกผมของคุณเนยได้ทั้งหมด

หลังปลูกผม 9 เดือน กรอบหน้าและเส้นผมใหม่เสริมความมั่นใจให้คุณเนยมากขึ้น เส้นผมดูเป็นธรรมชาติอย่างที่คุณเนยต้องการ รูปหน้าก็เรียวสวยขึ้น เป็น V Shape โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเลย “รู้สึกเวลาเรารวบผม เวลาเราถ่ายรูป มันจะเห็นว่า รู้สึกทรงเชปหน้ามันดีขึ้น” คุณเนยยังเสริมอีกว่า คนรอบข้างไม่รู้เลยว่าคุณเนยปลูกผมมา รู้แต่สวยขึ้น





เมื่อถามถึงความประทับใจในการปลูกผมเทคนิค NEAT ที่นามนิน “เนยให้เต็ม 10 เลยนะ เพราะว่าโอเค มันสวยงาม ถูกใจ คือดีมาก แล้วก็รู้สึกว่ามันมีความไพรเวต ความเป็นส่วนตัว มีความผ่อนคลาย สบาย แล้วก็ตอนทำมันไม่เจ็บ มันสบายมาก เราไม่ต้องทรมาน พอทำเสร็จแล้วมันไม่มีปัญหา คือเต้นสะบัดได้ ใช้ชีวิตปกติได้ โดยที่เราไม่ต้องคอยมานั่งกังวล”

สำหรับคุณเนย การปลูกผมเทคนิค NEAT ได้เติมเต็มความสุขและความมั่นใจในการใช้ชีวิตมากขึ้น “ใช้ชีวิตสบาย แล้วมันก็ง่ายมาก บอกเลยว่ามันไม่ได้น่ากลัวจริงๆ” สำหรับนามนิน เรายินดีและขอบคุณที่คุณเนยไว้วางใจ เลือกการปลูกผมเทคนิค NEAT ของเราค่ะ