การปลูกผมถาวรแบบย้ายรากผม เพื่อแก้ปัญหาผมร่วง ผมบาง ตลอดจนผมล้าน นับเป็นหัตถการทางแพทย์ที่ต้องดูแลต่อเนื่องในระยะยาว หากถามว่าในการปลูกผมให้ประสบความสำเร็จแต่ละครั้ง ต้องอาศัยปัจจัยข้อใดบ้าง คำตอบแรกก็คงจะเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของแพทย์ ที่จะเป็นผู้นำองค์ความรู้ทางการแพทย์มาทำการรักษาได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และน่าเชื่อถือ แต่เมื่อการปลูกผมเป็นทั้ง “ศาสตร์” และ “ศิลป์” ผสานรวมกัน แพทย์จึงต้องสวมหัวใจและสายตาของศิลปิน เพื่อสร้างสรรค์ผลลัพธ์ที่ตั้งอยู่บนความงามอย่างเป็นธรรมชาติ สอดคล้องกับบุคลิกภาพ ตัวตน และความต้องการของผู้เข้ารับบริการด้วย
ปัจจัยสำคัญต่อมา คือ “ความประณีตและพิถีพิถัน” เนื่องจากแพทย์จะต้องทำงานกับเส้นผมเส้นเล็ก ๆ นับพันนับหมื่นเส้น บนพื้นที่แคบ ๆ เพียงบริเวณใดบริเวณหนึ่งของหนังศีรษะ โดยใช้สองมือในการทำอย่างบรรจงและตั้งใจ งานปลูกผมจึงเป็นงานฝีมือแสนละเอียดอ่อน และมีความท้าทาย แบบที่หุ่นยนต์ AI ก็ไม่สามารถมาแทนที่ได้ในเวลาอันใกล้
ขณะเดียวกันก็มีปัจจัยอีกข้อหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้ข้อไหน ๆ นั่นก็คือ “เวลา” ต้องอย่าลืมว่า เรากำลังทำงานกับระบบร่างกายของมนุษย์ เส้นผมที่ปลูกลงไปนั้น คือเส้นผมจริง ที่มีวงจรชีวิตตามธรรมชาติเป็นของตัวเอง ตราบใดที่ยังไม่มีวิทยาการหรือเทคโนโลยีใดในโลกที่สามารถสั่งให้เส้นผมงอกยาวขึ้นได้ในวันเดียว ทั้งแพทย์และเจ้าของเส้นผม ต่างก็ต้องอดทนรอให้เส้นผมค่อย ๆ งอกขึ้นใหม่และค่อย ๆ ยาวขึ้นตามจังหวะการเติบโตของเส้นผมเอง ซึ่งนั่นอาจใช้เวลาถึง 1 ปีเต็ม ๆ
ดังนั้น จึงสามารถพูดได้ว่า การปลูกผมคือศิลปะและหัตถการทางการแพทย์ระยะยาว ซึ่งความต่อเนื่องยาวนานในการรักษานั้น ก็ทำให้มีสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับแพทย์ในกระบวนการปลูกผม คือ “ความใส่ใจ” เพราะหากละทิ้งหรือหลงลืมที่จะดูแลติดตามการเติบโตของเส้นผมไปแม้ช่วงใดช่วงหนึ่ง หรือขาดความต่อเนื่องในการรักษา ผลลัพธ์การปลูกผมอาจจะออกมาไม่สมบูรณ์ และระหว่างเส้นทางการปลูกผมตลอดระยะเวลา 1 ปีนั้น แพทย์ไม่เพียงเป็นผู้รักษา แต่หลายครั้งแพทย์ยังเป็นเพื่อนที่ปรึกษา ที่จะต้องดูแลแนะนำด้วยความเข้าอกเข้าใจด้วย เพื่อให้หนึ่งปีนั้นเป็นหนึ่งปีแห่งประสบการณ์การปลูกผมที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้เข้ารับบริการทุก ๆ คน

NEAT – Namnin / Exclusive / Advanced Hair Transplant / Technique
กระบวนการรักษาทั้งหมด มีหัวใจสำคัญอยู่ที่เทคนิค NEAT หรือ Namnin Exclusive Advance Hair Transplant Technique ซึ่งเป็นเทคนิคการปลูกผมขั้นสูง เอกสิทธิ์เฉพาะของนามนิน พัฒนาขึ้นโดยแพทย์หญิงดิลกณิกนันต์ นามทองต้น อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญแห่งคลินิกนามนิน ใช้นวัตกรรมจากต่างประเทศเข้ามาช่วยในการปลูกผมถาวรแบบย้ายรากผม หมายถึงการย้ายรากผมที่แข็งแรงสุขภาพดีจากบริเวณท้ายทอย มาปลูกใหม่ในบริเวณที่มีปัญหาผมร่วง ผมบาง หรือผมล้าน เพื่อให้ผลลัพธ์เส้นผมดูหนาแน่นเป็นธรรมชาติ
จุดเริ่มต้นของเส้นทางแห่งความใส่ใจ
เส้นทางหนึ่งปีแห่งความใส่ใจ เริ่มต้นตั้งแต่วันที่คุณก้าวเท้าเข้ามาปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของนามนิน ซึ่งจะช่วยประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับลักษณะปัญหาของแต่ละบุคคล โดยพิจารณาจากความกังวลของผู้เข้ารับคำปรึกษาเป็นอันดับแรก จากนั้น จึงเป็นการประเมินพื้นที่ในการปลูกผม ซึ่งเป็นการวางแผนร่วมกันระหว่างแพทย์และผู้เข้ารับคำปรึกษา หลาย ๆ คนสามารถจบปัญหาเส้นผมได้สมบูรณ์แบบจากการปลูกผมเพียงครั้งเดียว แต่หากภาวะผมร่วง ผมบาง หรือผมล้าน กินพื้นที่หนังศีรษะเป็นบริเวณกว้าง ก็สามารถวางแผนบริหารทรัพยากรผมบริเวณท้ายทอยด้านหลัง เพื่อทำการปลูกผม 2 ครั้งได้เช่นกัน
ขั้นตอนสำคัญยังรวมไปถึงการออกแบบ Hairline หรือแนวผมที่จะปลูกลงใหม่ ให้สอดรับกับสัดส่วนใบหน้า ตลอดจนเพศ วัย และแนวผมเดิมของผู้เข้ารับคำปรึกษา โดยใช้หลัก Golden ratio หรือสัดส่วนทอง มาช่วยในการสร้างสรรค์กรอบหน้าใหม่ให้ดูอ่อนเยาว์ยิ่งขึ้น ในขั้นตอนนี้เอง แพทย์จะต้องใช้ศิลปะในการวาดเส้น Hairline เฉพาะบุคคล ให้ออกมาได้อย่างลงตัวมากที่สุด

เทคนิคซ่อนแผลบริเวณท้ายทอยด้านหลัง
บริเวณท้ายทอยด้านหลังเป็นบริเวณที่เซลล์รากผมมีความแข็งแรงโดยธรรมชาติ และทนทานต่อการหลุดร่วงมากที่สุด แพทย์จึงเลือกนำเซลล์รากผมออกจากบริเวณนี้เพื่อนำไปปลูกใหม่ในพื้นที่ที่มีปัญหา โดยใช้เทคนิคแบบ “ขั้นบันได” ซึ่งเป็นการใช้เครื่องมือขนาดเล็ก เจาะนำเซลล์รากผมออกมาเป็นแถบ ๆ เหมือนขั้นบันได โดยไม่ต้องโกนผม ไม่ต้องผ่าตัด และไม่ทิ้งรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ สามารถซ่อนแผลเล็ก ๆ แนบเนียนกลมกลืนไปกับทรงผมเดิมของผู้เข้ารับการปลูกผมได้เลย
ปลูกผมใหม่ด้วย Implanter ขนาดเล็กเพียง 0.6 มิลลิเมตร
หลังจากนำเซลล์รากผมจากบริเวณท้ายทอยมาตรวจสอบและแยกเซลล์ด้วยกล้องไมโครสโคป รวมถึงแช่ในน้ำยารักษาเซลล์ เพื่อคงสภาพความแข็งแรงของเซลล์รากผมไว้ให้ได้มากที่สุดแล้ว ก็ถึงขั้นตอนของการปลูกผมใหม่ แพทย์จะเลือกใช้อุปกรณ์ Implanter ขนาดเล็กเพียง 0.6 มิลลิเมตร เจาะเปิดลงไปบนหนังศีรษะ แล้วค่อย ๆ นำกลุ่มเซลล์รากผม หรือกราฟต์ผมมาปักใหม่ ให้ได้ความลึกที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มโอกาสให้เส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงรากผมได้มากขึ้น เป็นเพิ่มอัตราการอยู่รอดให้กับเส้นผมที่จะงอกขึ้นใหม่
ขณะเดียวกัน แพทย์ยังต้องวางทิศทางและองศาในการปักกราฟต์ผม ให้สอดคล้องกับทิศทางของเส้นผมเดิมอย่างเป็นธรรมชาติ โดยคำนึงถึงความหนาแน่นผมที่แตกต่างกันในผู้ชายและผู้หญิง ตลอดจนลักษณะของทรงผมเดิมด้วย เพื่อให้ผมชุดใหม่มีความหนาแน่นเพียงพอและเหมาะสม หากผู้เข้ารับการปลูกผมมีปัญหาผมบาง แพทย์จะใช้เทคนิคปลูกผมแทรก หรือปลูกผมตามแนวไรผม โดยระมัดระวังเป็นพิเศษให้เส้นผมที่ปลูกใหม่สามารถเชื่อมต่อกับแนวผมเดิมที่มีอยู่ได้อย่างกลมกลืนจนแทบแยกไม่ออก
อุปกรณ์ Implanter ขนาดเล็ก จะช่วยให้แผลที่เกิดขึ้นหลังการปลูกผมมีขนาดเล็กและมีเลือดออกน้อย แทบไม่เกิดอาการบวมช้ำ รวมถึงแทบไม่มีสะเก็ดแผลหรือมีเพียงขนาดเล็กมาก ผู้เข้ารับปลูกผมจึงไม่จำเป็นต้องพักฟื้น สามารถทำกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ หรือไปทำงานในวันรุ่งขึ้นได้ทันที
การดูแลหลังการปลูกผม
แน่นอนว่า เส้นทางการปลูกผมยังไม่จบลงเพียงเท่านี้ หลังจากทำหัตถการปลูกผมเรียบร้อยแล้ว แพทย์จะนัดตรวจสภาพผมและบริการสระผมหรือล้างแผลให้ในวันรุ่งขึ้น จากนั้นจึงเป็นการติดตามผลการรักษาเพื่อให้คำแนะนำอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 5 ระยะ ได้แก่ ระยะหลังปลูก 14 วัน, 1 เดือน, 4 เดือน, 8 เดือน, และ 1 ปีตามลำดับ เนื่องจากเส้นผมมีวงจรในการเติบโตอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- เริ่มตั้งแต่ช่วงเข้าสัปดาห์ที่ 2 หลังการปลูกผม จะสามารถสังเกตตอผมสั้น ๆ ประมาณ 2 – 4 มิลลิเมตรงอกขึ้นมาจากหนังศีรษะได้
- หลังปลูกผมผ่านไป 2 สัปดาห์หรือ 1 เดือน เส้นผมที่งอกใหม่จะหลุดร่วงออกตามวงจรเส้นผมปกติ
- ในช่วงเดือนที่ 4 – 6 เส้นผมจะเริ่มงอกใหม่อีกครั้ง และเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง
- ในช่วงเดือนที่ 9 เส้นผมเพิ่มจำนวนและเติบโตแข็งแรงจนแลดูเป็นธรรมชาติ
- เมื่อครบ 1 ปี เส้นผมหนาแน่นและเติบโตสมบูรณ์เต็มที่
ตลอดระยะเวลา 1 ปีนี้ แพทย์จะคอยให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนแปลงและเติบโตของเส้นผม
- ช่วง 2 สัปดาห์แรกหลังการปลูกผม
นับเป็นช่วงสำคัญสุดที่จะดูแลประคับประคองเส้นผมใหม่ให้อยู่รอด ไม่หลุดร่วงหายไป และเจริญเติบโตต่อไปอย่างแข็งแรง เนื่องจากเป็นช่วงที่เส้นเลือดฝอยใหม่กำลังเชื่อมต่อกับเซลล์รากผมใหม่ เพื่อทำหน้าที่ลำเลียงอาหารและออกซิเจนมาเลี้ยงเส้นผมได้ตามปกติ ขณะเดียวกัน เกล็ดเลือดบริเวณที่ปลูกผมใหม่ก็กำลังค่อย ๆ แข็งตัว หากดูแลเส้นผมและหนังศีรษะไม่ดี ก็มีโอกาสที่กราฟต์ผมจะหลุดออกได้ ทั้งยังต้องระวังการเกิดสิว ซึ่งมีสาเหตุมาจากต่อมไขมันอุดตัน รวมถึงอาการรากผมอักเสบ ที่อาจทำให้ผมหลุดร่วงได้เช่นกัน
รากผมเริ่มจะเริ่มฝังตัวมั่นคงในชั้นหนังศีรษะ แพทย์จะนัดเข้ามาติดตามอาการเบื้องต้น และเสริมด้วยบริการ LED Light Therapy หรือการฉายแสงที่มีความยาวคลื่นเหมาะสม เพื่อกระตุ้นและเร่งการเจริญเติบโตของรากผม ร่วมกับการให้บริการ Hair Growth Treatment หรือการฉีด Growth Factors ความเข้มข้นสูง ที่ได้จากเกล็ดเลือดของผู้เข้ารับการรักษาเอง เข้าที่บริเวณหนังศีรษะ ร่วมกับวิตามินมากคุณประโยชน์ เพื่อลดการอักเสบ กระตุ้นการเติบโตและแบ่งเซลล์ของรากผม รวมถึงลดการหลุดร่วงของเส้นผมด้วย ซึ่งทั้งสองวิธีล้วนเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อผู้เข้ารับการรักษา
ช่วง 2 – 4 สัปดาห์หลังการปลูกผม
จะเกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Shock loss นั่นคือการที่เส้นผมใหม่เริ่มทยอยหลุดร่วงออกประมาณร้อยละ 80 และอาจเข้าสู่ระยะพัก ทำให้ไม่มีผมงอกขึ้นใหม่ไปอีกประมาณ 1 – 2 เดือน ซึ่งผู้เข้ารับการปลูกผมหลาย ๆ คนอาจจะตกใจ แต่แพทย์จะเป็นผู้ทำความเข้าใจว่า นี่เป็นการหลุดร่วงของเส้นผมตามธรรมชาติเท่านั้น โดยรากผมที่ทำการปลูกไว้ยังคงอยู่ เพื่อให้เส้นผมเตรียมงอกขึ้นใหม่อีกครั้งในช่วงเดือนที่ 4
- หลังจากเดือนที่ 4 เป็นต้นไป
จะเริ่มเห็นผลลัพธ์การปลูกผมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น สังเกตได้ว่าเส้นผมมีความแข็งแรง หนาแน่น มีอัตราความยาวเท่ากับเส้นผมเก่า ทั้งยังมีทิศทางการเรียงตัวของเส้นผมดูเป็นธรรมชาติและกลมกลืนไปกับเส้นผมเดิม
หลังจากปลูกผมแล้วประมาณ 1 ปี เส้นผมจะเติบโตแข็งแรงอย่างสมบูรณ์ และคงอยู่อย่างถาวร ซึ่งตลอดการเดินทาง “หนึ่งปีแห่งความใส่ใจ” นี้ จะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอยู่เคียงข้างคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเสมอ ...เพื่อผลลัพธ์ผมใหม่ ...เพื่อคุณคนใหม่
NEAT for NEW