เชื่อหรือไม่หากจะบอกว่า หนังศีรษะของเราไม่ต่างจากสังเวียนที่เส้นผม 2 ฝ่ายกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงพื้นที่ และศึกครั้งนี้ หากมีฝั่งใดฝั่งหนึ่งแพ้ ก็อาจส่งผลให้เกิดภาวะ “ผมบาง” ซึ่งเป็นต้นตอความกังวลใจของคุณผู้ชายเกือบทั่วโลก
รู้จักโครงสร้างเส้นผม 2 ลักษณะ
เส้นผมในศึกชิงพื้นที่ผมบางที่พูดถึงข้างต้น ก็คือ Terminal Hair และ Vellus-like Hair ซึ่งพบอยู่บนหนังศีรษะของเราเป็นปกติ และนี่คือความแตกต่างของผมทั้ง 2 แบบ
Terminal Hair (เส้นผมถาวร)
นี่คือเส้นผมในฝันที่เราทุกคนต้องการมีไว้ประดับบนศีรษะ เป็นเส้นผมที่หนา แข็งแรง เจริญเติบโตเต็มที่ เกิดจากรูขุมขนที่ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
- รากผม - ฝังตัวลึกราว 3 – 5 มิลลิเมตร มีปุ่มรากผม (Dermal Papilla) ขนาดใหญ่ และมีเส้นเลือดมาหล่อเลี้ยงหนาแน่น
- เส้นผม - มีความหนา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 60 – 100 ไมครอนขึ้นไป มีเม็ดสีที่ชัดเจน
- วงจรชีวิต – มีระยะเติบโต (Anagen) ยาวนานหลายปี ผมจึงอยู่กับเราได้นานก่อนถึงระยะหลุดร่วงตามวงจรธรรมชาติ
Vellus-like Hair (เส้นผมขนาดเล็กคล้ายขนอ่อน)
เส้นผมที่เคยหนา แล้วค่อย ๆ เล็กลง จากกระบวนการ miniaturization
- รากผม – ฝังตัวในระดับตื้นมาก ๆ ปุ่มรากผมเองก็มีขนาดเล็ก
- เส้นผม - ขนาดบางต่ำกว่า 30 ไมครอน มีความโปร่งแสง
- วงจรชีวิต – มีระยะเติบโตเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทำให้หลุดร่วงเร็ว
image credit: Donovan Hair Clinic
สัดส่วนพื้นที่ Terminal Hair VS Vellus-like Hair
โดยทั่วไปแล้ว เรามีทั้ง Terminal Hair และ Vellus-like Hair อยู่บนหนังศีรษะ แต่จะมีสัดส่วนพื้นที่แตกต่างกันไปตามพันธุกรรมและสุขภาพของรากผมในเวลานั้น ๆ
- เมื่อหนังศีรษะสุขภาพดี (Healthy Scalp)
เราควรมีพื้นที่ Terminal Hair หรือผมถาวร มากกว่าร้อยละ 90 ขึ้นไป ขณะที่ Vellus-like Hair หรือขนอ่อน ควรมีน้อยกว่าร้อยละ 10 ของพื้นที่เท่านั้น
- เมื่อสุขภาพหนังศีรษะเริ่มอ่อนแอ
ถ้าหากสัดส่วนระหว่าง Terminal Hair และ Vellus-like Hair เริ่มเปลี่ยนไป โดย Terminal Hair หรือเส้นผมถาวรที่หนาและแข็งแรงเริ่มลดลง ขณะที่ Vellus-like Hair หรือขนอ่อนเส้นบาง ๆ กินพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ก็จะรู้สึกได้ว่าผมบางลง เพราะเราหรือคนรอบข้างจะสังเกตเห็นหนังศีรษะได้ชัดเจนขึ้นนั่นเอง
Vellus-like Hair รุกพื้นที่บนหนังศีรษะได้อย่างไร
ความจริงก็คือ Terminal Hair นั้นจะค่อย ๆ แปรสภาพกลายเป็น Vellus-like Hair มากขึ้น โดยกระบวนการย่อส่วนของรูขุมขน (Miniaturization) ทำให้ Terminal Hair เริ่มเล็กและบางลง รวมถึงสีจางลงทีละน้อย หากกระบวนการนี้ยังอยู่ในช่วงระยะกึ่งกลาง หรือ Intermediate Phase ก็ยังสามารถฟื้นฟูเส้นผมให้กลับมาแข็งแรงอีกครั้งได้
ตรงกันข้าม หากปล่อยให้ Terminal Hair ผ่านพ้นระยะกึ่งกลางจนกลายเป็น Vellus-like Hair ที่ทั้งเล็ก สั้น บาง แนวทางการรักษาก็จะยิ่งมีความยากมากขึ้น แต่หากปล่อยจนรูขุมขนเข้าสู่ระยะหมดอายุขัย (Senescence) ซึ่งปุ่มรากผมถูกทำลายจนไม่สามารถงอกใหม่ได้ ก็จะไม่ตอบสนองต่อการรักษาอีกต่อไป
เข้าใจภาพผมบางจากพันธุกรรม (Androgenetic Alopecia)
ทั้งหมดนี้ จะทำให้เราเข้าใจภาพของภาวะผมบางจากพันธุกรรม หรือ Androgenetic Alopecia มากขึ้น ซึ่งแม้ว่าฮอร์โมนกลุ่ม Androgens จะทำหน้าที่กระตุ้นให้ Vellus-like Hair หรือขนอ่อนตามร่างกาย เช่น หนวดหรือขนหน้าอก เปลี่ยนเป็น Terminal Hair เมื่อถึงวัยเจริญพันธุ์ แต่ฮอร์โมนตัวเดียวกันนี้เอง เมื่ออยู่บนหนังศีรษะ กลับเปลี่ยน Terminal Hair ให้กลายเป็น Vellus-like Hair โดยมีพันธุกรรมของแต่ละคนเป็นตัวกำหนดทิศทาง
ดังนั้น ผมบางจากกรรมพันธุ์ จึงไม่ใช่การที่อยู่ดี ๆ ผมก็ร่วงหายไป แต่คือกระบวนการค่อยเป็นค่อยไป ที่ Terminal Hair แปรสภาพเป็น Vellus-like Hair อย่างช้า ๆ นั่นเอง
เช็คสัญญาณเตือน “ผมบาง” จากสัดส่วนผม
ในทางการแพทย์ จะมีการใช้กล้องขยายเพื่อตรวจสอบสภาพผมและหนังศีรษะ รวมถึงเช็คสัดส่วนพื้นที่ระหว่าง Terminal Hair และ Vellus-like Hair ด้วย
- สัดส่วนปกติ – Terminal Hair ต่อ Vellus-like Hair ควรมากกว่า 7:1
- สัดส่วนน่ากังวล – Terminal Hair ต่อ Vellus-like Hair เริ่มต่ำกว่า 4:1
หากสัดส่วนลดลงจนต่ำว่า 4:1 นั่นหมายความว่า รากผมเริ่มถูกย่อส่วน เส้นผมถาวรเริ่มเล็กและบางลง ซึ่งนั่นไม่ต่างจากสัญญาณ SOS ที่เส้นผมและหนังศีรษะส่งมาขอความช่วยเหลือ ว่าได้เวลาที่เราจะต้องหันมาใส่ใจดูแลรักษาเส้นผมอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้ Vellus-like Hair กลายเป็นผู้ชนะในศึกชิงพื้นที่ผมบาง จนหมดโอกาสฟื้นฟูได้อีกต่อไป
บทความโดย: นามนิน คลินิก | แพทย์ด้านเส้นผมและหนังศีรษะ | เผยแพร่ : มิถุนายน 2569